Mag-log inในตอนนี้ไม่คิดเลยว่าเธอจะอยู่ในรถคันเดียวกับศัตรูที่เธอคิดจะปลิดชีพเขาก่อนหน้านี้อย่างอัคคีมิหนำซ้ำเธอยังกลายเป็นภรรยาของเขาอีกด้วย เหลือจะเชื่อในตอนนี้เธอทำอะไรไม่ถูกเลยตลอดทางที่นั่งในรถตู้คันหรูมาคือเอาแต่เงียบไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ในขณะที่เขาก็ไม่ถามเธอสักคำเช่นกันทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฟ้าลดากับอัคคีมันเป็นยังไงกันแน่นะ
" เอ่อ ที่รัก " ใบชาในร่างของฟ้าลดากำลังจะเอ่ยถามผู้เป็นสามีแต่กลับได้รับสายตาเย็นชาแฝงไปด้วยความสงสัยมองกลับมาแทน เขาตวัดสายตามองเธอเพียงชั่วครู่เท่านั้นแล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างเหมือนเดิมราวกับว่าทิวทัศน์ด้านนอกมันสวยเสียเต็มประดา ใบชาสังเกตุสีหน้าไม่ใช่แค่เขาแต่ทุกคนในตอนนี้กำลังจ้องเธออยู่เธอจึงไม่แน่ใจว่าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า " ที่รัก? เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรอ " อัคคีพูดออกมาเพียงประโยคสั้นๆ แต่นั่นก็ทำให้คนฉลาดอย่างใบชาคิดเองได้แล้วแสดงว่าท่าทางเฉยชาที่เขามีต่อเธอมันไม่เคยมีความรักอยู่เลยจริงๆ งั้นก็ดีเลยสิชีวิตต่อจากนี้ของเธอก็ง่ายแล้ว " อ่อ งั้นเรียกว่าคุณอัคคีถูกต้องไหมคะ " อัคคีทำเพียงแค่ฟังเธอพูดเท่านั้นแต่ไม่ได้ตอบอะไรนั่นจึงทำให้ใบชาเข้าใจว่าเรียกแบบนี้น่ะถูกแล้วสินะ " ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุฉันก็รู้สึกเบลอๆ จะเป็นไปได้ไหมถ้าคุณจะทบทวนความทรงจำระหว่างเราอีกรอบ " ใบชาที่พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเพราะเธอต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของฟ้าลดาใหม่ทั้งหมด " ระหว่างเราไม่มีความทรงจำสัญญาที่เซ็นเองกับมือลืมง่ายขนาดนั้นเลยหรือ " อัคคีรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของเธออยู่ไม่น้อยก่อนหน้านี้เธอเคยคุยกับเขาเสียที่ไหนเป็นแค่ผู้หญิงขี้กลัวคนหนึ่งเท่านั้น นอกจากน้องชายของเขาและสาวใช้คนสนิทอย่างนิ่มเธอก็ไม่ได้สนิทกับใครในบ้านอีกเลยและเขาคือคนที่เธอกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้ที่สุด แต่ดูตอนนี้สิแม้ท่าทางจะเก้ๆ กังๆ แต่เขาสัมผัสได้ในแววตาว่าเธอไม่ได้รู้สึกกลัวเขาเหมือนก่อนหน้านี้เลยสักนิด " อาจเป็นเพราะอุบัติเหตุมั้งคะทำให้สมองอาจเบลอๆ ถ้างั้นกลับถึงบ้านฉันขออ่านข้อตกลงของเราใหม่ได้ไหมคะ " ใบชาถามในขณะที่เธอจ้องหน้าของเขาอย่างไม่ลดละเพื่อรอคำตอบ ก่อนหน้านี้เธอเคยถามนิ่มถึงนิสัยใจคอของฟ้าลดาแล้วเธอเป็นคนเรียบร้อยแล้วก็โดนแกล้งสารพัดจากคนในบ้านตระกูลอธิพันธ์และสาวใช้คนสนิทของเธอยังบอกอีกด้วยว่าคนที่เธอพึ่งพิงได้มากที่สุดคือคุณชายรองของบ้านอย่างวายุซึ่งพ่วงตำแหน่งสามีลับๆ ของเธออีกด้วย พอเธอฟังจากนิ่มแล้วความสัมพันธ์ในชีวิตของคุณหนูฟ้าลดามันออกจะยุ่งเหยิงไปสักหน่อยจริงๆ " เดี๋ยวให้นทีเอาเอกสารไปให้อ่านอีกรอบ " " เอ่อ ขอบคุณค่ะ " ใบชาเอ่ยขอบคุณอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวแล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีประโยคใดเอื้อยเอ่ยออกมาจากทั้งสองคนอีกเลยจนกระทั่งถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ " คุณหนูระวังตัวด้วยนะคะคุณวายุกว่าจะกลับมาก็เดือนหน้าเลยพวกเราต้องช่วยเหลือตัวเองกันไปก่อนแล้ว " นิ่มสาวใช้คนสนิทที่มีหน้าที่ปกป้องผู้เป็นเจ้านายอย่างเต็มที่เอ่ยเตือนทันที เธอสัมผัสด้วยตัวเองได้ว่าเจ้านายของเธอเหมือนจะความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้เลยแต่คุณหมอกลับยืนยันว่าไม่มีอาการผิดปกติใดๆ " ไม่ต้องกลัวนะต่อไปนี้ฉันจะปกป้องนิ่มเอง " ใบชายกสองมือของเธอขึ้นมากุมมือของนิ่มที่มีท่าทางหวาดกลัวพร้อมกับตัวสั่นอยู่ในตอนนี้ โดยที่มีอัคคีมองการกระทำที่เปลี่ยนไปของเธอตลอดเวลา ก่อนหน้านี้มีนิ่มที่เดินนำหน้าเธอหนึ่งก้าวเสมอเพื่อปกป้องแต่วันนี้กลับแตกต่างออกไป อัคคีและฟ้าลดารวมไปถึงลูกน้องที่เดินตามกันมาในตอนนี้อยู่ในห้องรับแขกที่มีแม่ของอัคคีอย่างพินธารวมไปถึงน้องสาวคนเล็กอย่างธารใสนั่งอยู่ด้วยเพราะหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้เขาปล่อยให้วายุไปสะสางงานสาขาที่ต่างประเทศกว่าจะกลับก็คงเป็นเดือนหน้า ใบชารู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเข้ามามิน่าล่ะก่อนหน้านี้ที่โรงพยาบาลถึงมีแค่นิ่มที่เฝ้าเธอเพียงคนเดียวที่แท้ความสัมพันธ์ในตระกูลใหญ่ก็เป็นแบบนี้นี่เองเย็นชาจนเธอรู้สึกหนาวเหน็บไม่ทงไม่ถามสุขภาพกันสักคำ " กลับมาช้ากันตั้ง 1 ชั่วโมงแม่รอทานข้าวอยู่ ในเมื่อมากันแล้วก็ไปทานข้าวกันเถอะ " พินธาพูดเพียงแค่นั้นก็จูงมือลูกสาวของตัวเองไปทันที โดยมีอัคคีเดินตามไปติดๆ ไม่ได้สนใจใยดีลดาสักนิดจนเธอถึงกับยิ้มหยันให้ตัวเองแล้วจึงหันมามองหน้านิ่มพร้อมกับส่งยิ้มเล็กๆ " เข้าใจละ " นิ่มทำได้เพียงพยักหน้าและส่งกำลังใจเท่านั้นใบชาจึงรีบเดินตามไปจนถึงห้องอาหารและนั่งลงที่เก้าอี้ข้างอัคคีเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับสายตาของทุกคนที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว " เอ่อ มีอะไรติดหน้าฉันหรือเปล่าคะทำไมจ้องกันแบบนั้น " " ตรงนั้นใช่ที่ของเธอหรอมีสิทธิ์อะไรไปนั่ง " ธารใสที่มองเธออย่างดูถูก สายตาคู่นี้ที่มองหากเป็นใบชาคนก่อนเธอคงควักลูกตาออกมาดูเล่นแล้ว แต่นี่ทำไม่ได้นี่คือฟ้าลดาผ้าขาวเธอจึงทำได้เพียงอย่างเดียวคือข่มใจและรีบลุกขึ้นยืนทันที " ต้องนั่งตรงไหนคะ " " นี่กวนหรอ เข้าโรงพยาบาลไปแค่เดือนเดียวฝีปากกล้าขึ้นเยอะเลยนี่หรือว่าเข้าโรงพยาบาลแค่นี้ก็ลืมเรื่องราวทั้งหมดไปแล้วความจำเสื่อมหรือไง " เมื่อธารใสพูดออกมาแบบนั้นทำให้อัคคีมองหน้าของลดานิ่งๆ แต่เธอเองก็ไม่ได้เผยพิรุธอะไรออกมาสักนิด " เบลอๆ อยู่ค่ะไม่ได้กวนจริงๆ ว่าไงคะฉันควรนั่งตรงไหน " " ฝั่งโน้นตรงข้ามฉัน " คราวนี้อัคคีบอกออกไปทำให้ใบชารีบเดินอ้อมไปนั่งทันทีพร้อมกับคิดในใจใครจะไปรู้แค่ที่นั่งก็ต้องจองกันด้วย เมื่อทุกคนลงมือรับประทานอาหารใบชาจึงตักกุ้งผัดพริกเกลือมาใส่ในจานของตัวเองและกำลังจะตักเข้าปากแต่เผลอมองหน้าของทุกคนจึงได้เห็นว่าพินธาและธารใสกำลังจ้องเธอพร้อมกับรอยยิ้มอาบยาพิษ " เอ่อ คุณหนู " นิ่มเอ่ยเรียกทันทีพร้อมกับส่ายหน้าไปมาใบชาจึงวางอาหารตรงหน้าลง " ทำไม " " แพ้กุ้ง " ใบชาถามนิ่มเพียงแค่เธอขยับปากแต่ไม่มีเสียงและนิ่มก็ตอบกลับมาว่าแพ้กุ้งในแบบที่ทำแค่ขยับปากเท่านั้นจึงทำให้ใบชาเขี่ยกุ้งตัวนั้นไปไว้ข้างๆ จานแทบไม่ทันพร้อมกับมองอาหารที่ละลานตาตรงหน้าเป็นเมนูกุ้งเกือบทั้งหมดมีแค่ไข่เจียวเท่านั้นที่เธอกินได้ คราวนี้เธอมองหน้าผู้หญิงทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาวาวโรจน์เอาเรื่องนี่เธอเพิ่งจะหายป่วยแท้ๆ กะจะแกล้งกันหรอ รู้จักใบชาน้อยไปซะแล้วเห็นนิ่งๆ คิดว่าเชือดง่ายหรือไง แล้วก็ไอ้จิ้งจอกเฒ่านี่ก็คงไม่รู้เหมือนกันสินะว่าร่างกายลดาแพ้กุ้งใช่สิเย็นชาขนาดนี้จะใส่ใจอะไรได้ " อาหารเต็มโต๊ะแต่ตั้งใจให้ลูกสะใภ้ที่พึ่งออกจากโรงพยาบาลได้กินแค่ไข่เจียวสินะคะ คุณแม่ช่างมีน้ำใจจริงๆ นิ่มหยิบมือถือให้ทีจะอัพลงโซเชียลสักหน่อยว่าอาหารละลานตาตระกูลใหญ่ต้อนรับลูกสะใภ้ออกจากโรงพยาบาลคือไข่เจียว " " นี่แก!! " พินธาถึงกับตบโต๊ะกินข้าวเสียงดังลั่นเพราะโมโหที่ได้ยินแบบนั้น เธอไม่คิดว่าจะจัดการยากขนาดนี้ปกติมีอัคคีอยู่ด้วยลดาไม่กล้าหือพูดอะไรออกมาด้วยซ้ำทำไมวันนี้ถึงพูดแบบนี้ออกมาได้อัคคีลูบไล้ไปทั่วเอวคอดกิ่วของเธอไปมาส่วนสายตาที่แสนเจ้าเล่ห์ของเขาก็เอาแต่จับจ้องดวงตากลมโตของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าที่ในแววตาฉายแววความหวาดกลัวอยู่เล็กน้อยนั่นยิ่งทำให้เขาอยากแกล้งเธอเข้าไปใหญ่จึงก้มลงอีกครั้งพร้อมกับประกบริมฝีปากของเขาเข้ากับเธอและบดขยี้อย่างหนักหน่วงลิ้นอุ่นๆ พยายามควานหาน้ำหวานภายในโพรงปากของเธอซ้ำไปซ้ำมาทำเอาใบชาหัวหมุนเคว้งไปหมด จิตใจของเธอตอนนี้ล่องลอยไปกับเขาโดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดจิ้งจอกเฒ่านี่จะเก่งเกินไปแล้ว" อื้อ... "เสียงครางเบาๆ เปล่งออกมาจากลำคอแต่ทว่ามันกลับฟังดูหวานหูนักสำหรับอัคคี" เรียกพี่ไฟ "เขาละริมฝีปากออกมาพร้อมกับออกคำสั่งให้เธอครางชื่อเขาและเหมือนคนที่กำลังล่องลอยไม่ได้สติจะทำตามอย่างว่าง่ายเมื่อตอนนี้เขาได้ปลดปมผ้าขนหนูออกจากร่างกายนวลเนียนไปแล้วทำให้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าต่อหน้าเขา" พะ....พี่ไฟ อื้อ.... "ร่างเล็กครางเสียงหวานออกมาเมื่อมือใหญ่ของคนตรงหน้ายกขึ้นมาบีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มของเธอไปมาพร้อมกับริมฝีปากที่ไล้ลงมาเรื่อยๆ จากกรอบหน้าลงมาจนถึงลำคอและอัคคีก็ไม่ลืมที่จะฝากรอยรักเอาไว้จางๆ และด้วยความที่เขากัดเธอเบาๆ จึงทำให้ใบชาถึงก
" เฮ้ย! แกอย่าคิดมากนะพี่ภูอาจจะแค่โดนบังคับจริงๆ ก็ได้ "ขนมพูดออกมาเพราะรู้ว่าทั้งคู่คบกันมานานมากแต่ก็นั่นแหละความจริงอยู่ตรงหน้าแล้วปฏิเสธไม่ได้จริงๆ" แต่ฉันไม่คิดแบบนั้นคนบ้าอะไรแฟนหายตัวไปวันแรกกลับไม่ตามหาอีกทั้งผ่านไปแค่ไม่กี่วันก็ประกาศหมั้นตอนนี้ยังโชว์หวานต่อหน้าสื่ออีกไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วต้องการอะไรกันแน่ดีแล้วที่แกหลุดพ้นไม่อย่างงั้นต้องกลายเป็นรักสามเศร้าเข้าสักวัน "พุดตานที่หลังจากรู้ข่าวการหมั้นหมายของภูผาแล้วเธอก็แทบจะเกลียดภูผาเข้าไส้เพราะทรยศเพื่อนสาวคนสนิทของเธอ" ฉันขอดูข่าวหน่อยได้ไหม ช่วงนี้มัวแต่ยุ่งกับตัวเองจนไม่ได้ติดตามข่าวของใครเลยจริงๆ "พุดตานหาข่าวของภูผาให้กับใบชาได้ดูพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ตอนที่ใบชาเกิดอุบัติเหตุในวันเกิดของตัวเองแล้วภูผากลับไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรทำเหมือนกับความรักที่ผ่านมามันจอมปลอมเสียเต็มประดาใช้เวลาอยู่พักใหญ่ใบชาก็รีบปาดน้ำตาของตัวเองให้แห้งแล้วถอนหายใจอย่างแรงเพื่อปลุกกำลังใจ" เอาล่ะฉันว่าฉันเข้าใจทุกอย่างดีแล้วไม่เป็นไรในเมื่อเรื่องมันมาถึงขนาดนี้ก็ให้เขาคิดซะว่าฉันตายไปแล้วขอให้เขามีความสุขกับคนใหม่ก็แล้วกัน ตัวฉันเองเมื่อกลับเ
ทันทีที่ใบชาเข้ามาในคอนโดของขนมและพุดตานก็ถูกจับให้มานั่งที่โซฟาตัวใหญ่พร้อมกันกับที่ทั้งสองสาวขนาบข้างไว้ไม่ให้ไปไหน" ไหนเล่ามาซิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แล้วใบชาตัวจริงไปไหน "ขนมยังไม่ปักใจเชื่อว่านี่คือเพื่อนสนิทของเธอจริงๆ แม้ว่าทั้งแววตาและนิสัยจะดูคุ้นตามากแต่ด้วยหน้าตาแล้วปักใจเชื่อไม่ได้จริงๆ" ใช่ เธอเอาเพื่อนสนิทของพวกเราไปไว้ไหน "พุดตานรีบเสริมทันทีพร้อมกับจ้องท่าทีอย่างคนจับพิรุจ" ฉันคือใบชาจริงๆ ชื่อพัชรมน ชาญหาญกล้า พี่ชายชื่อต้นไม้อายุ 32 ปี เป็นแฟนกับแกยัยขนมบื้อ "คราวนี้ขนมทำหน้าเลิ่กลั่กจะไม่ให้เธอทำหน้าแบบนั้นได้ยังไงในเมื่อเธอกับพี่ต้นไม้ยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" พวกเรายังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย "ทีนี้ได้รับสายตาล้อเลียนจากทั้งใบชาและพุดตานมาแทนทำเอาขนมเขินแทบบ้า" ได้ๆ ยังไม่ได้เป็นอะไรก็ไม่ได้เป็นแต่ตำแหน่งพี่สะใภ้ฉันก็ยังเก็บไว้เรียกแกคนเดียวนะ "ท่าทางแบบนี้ทำเอาขนมและพุดตานมั่นใจเต็มเปี่ยมว่านี่คือเพื่อนสนิทของเธอแน่ๆ" อย่าบอกนะว่าแกสลับร่าง "ขนมที่ไม่คิดว่าตัวเองจะคิดแบบนี้ได้เหมือนกันแต่ดูแล้วความเป็นไปได้มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นและใบชาก็พยักห
" ดึกแล้วคุณหนูจะไปไหนคะ " นิ่มถามออกมาเมื่อเห็นคุณหนูของเธอแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์บวกกับแจ็คเก็ตยีนส์ดูท่าทางทะมัดทะแมงซึ่งฟ้าลดาคนก่อนไม่มีทางใส่ชุดแบบนี้แน่และฟ้าลดาคนนี้ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลก็ไม่เคยใส่ชุดเดรสสีหวานอีกเลยเธอใส่เพียงแค่ชุดที่ซื้อมาใหม่เท่านั้น " ฉันจะออกไปทำธุระหน่อยนะนิ่มเดี๋ยวคงจะกลับมาดึกๆ หรือไม่คืนนี้อาจไม่ได้กลับมา ถ้าจิ้งจอกเฒ่านั่นถามบอกว่าฉันไปค้างบ้านเพื่อนนะ " เพราะรู้ดีว่าวันนี้อัคคีกลับจากต่างประเทศหลังจากที่คืนนั้นเขามาหาเธอแล้วก็ไม่ได้เข้ามาอีกเลย คืนนี้เขาก็อาจจะไม่ได้เข้ามาหาเธอหรอกมั๊งเห็นว่าความสัมพันธ์ไม่ค่อยจะดีต่างคนต่างอยู่เลยยิ่งดี " นิ่มไม่รู้ว่าคุณหนูคิดจะทำอะไรแต่ระวังตัวด้วยนะคะนิ่มเป็นห่วง " นิ่มบอกออกไปตอนนี้เธอกำลังหลอกตัวเองว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือคุณหนูฟ้าลดาที่เธอรู้จักแต่จริงๆ แล้วคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่เหมือนคนที่เธอคุ้นเคยเลยสักนิดมีเพียงหน้าตาเท่านั้นที่ไม่เปลี่ยนไปและเธอก็แน่ใจว่าการออกไปในคืนนี้เธอต้องดูแลตัวเองได้อย่างดีแน่นอนแต่คุณหนูของเธอเลี้ยงมาอย่างดีกับมือจึงอดเป็นห่วงไม่ได้ " วางใจเถอะแล้
" นุ่มดี "นี่คือประโยคแรกที่เขาเอ่ยออกมาหลังจากละริมฝีปากออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มของเธอแล้ว ใบชาชะงักไปชั่วครู่ราวกับคนที่กำลังล่องลอยเขาขโมยจูบแรกของเธอไปง่ายๆ แบบนี้เลยหรอแต่ทำไมร่างกายของเธอมันไม่ต่อต้านสักนิดเลยล่ะแล้วที่มันบัดซบไปมากกว่านั้นคือเธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจแต่กลับอยากให้เขาทำอีกรอบเพื่อให้แน่ใจว่าเธอรู้สึกยังไงกันแน่" ทำไม! โดนจูบแค่นี้ถึงกับหน้าแดงหูแดงไปหมดแล้วหรอทำเหมือนคนไม่เคยไปได้อย่ามาหลอกว่าซิงเสียให้ยากเด็กอมมือยังไม่อยากเชื่อคำพูดเธอเลย "อัคคีบอกออกมาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่เผยให้เห็น ถ้าเขาไม่รู้มาก่อนว่าเธอคือคนของน้องชายอย่างวายุเขาคงเชื่อไปแล้วว่าเธอคือหญิงสาวที่ยังบริสุทธิ์อยู่เพราะท่าทางเขินอายของเธอตอนนี้มันน่าจับกินทั้งคืนเสียให้เข็ด เขาในตอนนี้เหมือนเสือที่เจอเหยื่อจานโตแต่ไม่สามารถกินได้ทรมานชะมัด" พูดบ้าอะไรของคุณ "ใบชาที่พึ่งได้สติกับคำพูดที่เขาดูถูกเธอเธอจึงพยายามดิ้นอีกครั้งเพื่อให้เขาปล่อยพันธนาการแขนทั้งสองข้างของเธอพร้อมกับตัวเขาที่กำลังทับเธออยู่จนแทบกระดิกตัวไม่ได้เลยอะไรต่อมิอะไรก็ติดกันไปหมดโดยเฉพาะสิ่งนั้นเธอรู้สึกได้ว่ามันกำลังทิ่มส่
" นายครับเอาจริงหรอครับ "นทีเอ่ยถามขึ้นมาทันทีที่อยู่กับเจ้านายในห้องทำงาน หลายปีแล้วที่คุณลดาย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่แต่นายของพวกเขากลับไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเลยสักครั้ง" นั่นสิครับนายลืมไปแล้วหรอว่าคุณลดากับคุณชายรอง เอ่อ... "ธาราอยากย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงนี้ให้นายฟังอีกครั้งเพื่อให้ตัดสินใจใหม่แต่ก็ได้รับเพียงใบหน้าที่ดูนิ่งเฉยพร้อมกับสายตาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์เท่านั้น" ไม่รู้สึกหรอว่าสายตาของฟ้าลดาไม่เหมือนเดิม ฉันแค่รู้สึกว่าเธออาจจะเป็นตัวปลอมหรือเปล่าก็เลยอยากไปลองสืบดู "เมื่อเจ้านายอย่างอัคคีบอกออกมาแบบนั้นทั้งนทีและธาราก็ต่างมองหน้ากันและพยักหน้าเห็นด้วย" จริงๆ พวกผมก็คิดแบบนั้นครับนายเพียงแต่ว่าไม่มีหลักฐานมายืนยันเพราะตลอดเวลาที่คุณลดาอยู่โรงพยาบาลพวกเราก็เฝ้าเธอไว้ตลอดนี่ก็เป็นเครื่องยืนยันได้แล้วว่าเธอไม่ใช่ตัวปลอม เพียงแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังจากเกิดอุบัติเหตุดูคุณลดาเก่งและแกร่งขึ้นมากจากแต่ก่อนจริงๆ "นทีบอกออกมาพร้อมกับธาราที่รีบเสริมทันที" จริงครับนายปกติอยู่ต่อหน้านายคุณลดาไม่แม้แต่จะปริปากบ่นออกมาสักคำแต่บนโต๊ะอาหารวันนี้เธอกลับไม่ยอมใครเลย นายว่าจะเป็นไปได้ไ







