Mag-log inในตอนนี้ไม่คิดเลยว่าเธอจะอยู่ในรถคันเดียวกับศัตรูที่เธอคิดจะปลิดชีพเขาก่อนหน้านี้อย่างอัคคีมิหนำซ้ำเธอยังกลายเป็นภรรยาของเขาอีกด้วย เหลือจะเชื่อในตอนนี้เธอทำอะไรไม่ถูกเลยตลอดทางที่นั่งในรถตู้คันหรูมาคือเอาแต่เงียบไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ในขณะที่เขาก็ไม่ถามเธอสักคำเช่นกันทำให้เธออดสงสัยไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฟ้าลดากับอัคคีมันเป็นยังไงกันแน่นะ
" เอ่อ ที่รัก " ใบชาในร่างของฟ้าลดากำลังจะเอ่ยถามผู้เป็นสามีแต่กลับได้รับสายตาเย็นชาแฝงไปด้วยความสงสัยมองกลับมาแทน เขาตวัดสายตามองเธอเพียงชั่วครู่เท่านั้นแล้วหันกลับไปมองนอกหน้าต่างเหมือนเดิมราวกับว่าทิวทัศน์ด้านนอกมันสวยเสียเต็มประดา ใบชาสังเกตุสีหน้าไม่ใช่แค่เขาแต่ทุกคนในตอนนี้กำลังจ้องเธออยู่เธอจึงไม่แน่ใจว่าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า " ที่รัก? เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรอ " อัคคีพูดออกมาเพียงประโยคสั้นๆ แต่นั่นก็ทำให้คนฉลาดอย่างใบชาคิดเองได้แล้วแสดงว่าท่าทางเฉยชาที่เขามีต่อเธอมันไม่เคยมีความรักอยู่เลยจริงๆ งั้นก็ดีเลยสิชีวิตต่อจากนี้ของเธอก็ง่ายแล้ว " อ่อ งั้นเรียกว่าคุณอัคคีถูกต้องไหมคะ " อัคคีทำเพียงแค่ฟังเธอพูดเท่านั้นแต่ไม่ได้ตอบอะไรนั่นจึงทำให้ใบชาเข้าใจว่าเรียกแบบนี้น่ะถูกแล้วสินะ " ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุฉันก็รู้สึกเบลอๆ จะเป็นไปได้ไหมถ้าคุณจะทบทวนความทรงจำระหว่างเราอีกรอบ " ใบชาที่พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเพราะเธอต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของฟ้าลดาใหม่ทั้งหมด " ระหว่างเราไม่มีความทรงจำสัญญาที่เซ็นเองกับมือลืมง่ายขนาดนั้นเลยหรือ " อัคคีรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของเธออยู่ไม่น้อยก่อนหน้านี้เธอเคยคุยกับเขาเสียที่ไหนเป็นแค่ผู้หญิงขี้กลัวคนหนึ่งเท่านั้น นอกจากน้องชายของเขาและสาวใช้คนสนิทอย่างนิ่มเธอก็ไม่ได้สนิทกับใครในบ้านอีกเลยและเขาคือคนที่เธอกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้ที่สุด แต่ดูตอนนี้สิแม้ท่าทางจะเก้ๆ กังๆ แต่เขาสัมผัสได้ในแววตาว่าเธอไม่ได้รู้สึกกลัวเขาเหมือนก่อนหน้านี้เลยสักนิด " อาจเป็นเพราะอุบัติเหตุมั้งคะทำให้สมองอาจเบลอๆ ถ้างั้นกลับถึงบ้านฉันขออ่านข้อตกลงของเราใหม่ได้ไหมคะ " ใบชาถามในขณะที่เธอจ้องหน้าของเขาอย่างไม่ลดละเพื่อรอคำตอบ ก่อนหน้านี้เธอเคยถามนิ่มถึงนิสัยใจคอของฟ้าลดาแล้วเธอเป็นคนเรียบร้อยแล้วก็โดนแกล้งสารพัดจากคนในบ้านตระกูลอธิพันธ์และสาวใช้คนสนิทของเธอยังบอกอีกด้วยว่าคนที่เธอพึ่งพิงได้มากที่สุดคือคุณชายรองของบ้านอย่างวายุซึ่งพ่วงตำแหน่งสามีลับๆ ของเธออีกด้วย พอเธอฟังจากนิ่มแล้วความสัมพันธ์ในชีวิตของคุณหนูฟ้าลดามันออกจะยุ่งเหยิงไปสักหน่อยจริงๆ " เดี๋ยวให้นทีเอาเอกสารไปให้อ่านอีกรอบ " " เอ่อ ขอบคุณค่ะ " ใบชาเอ่ยขอบคุณอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวแล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีประโยคใดเอื้อยเอ่ยออกมาจากทั้งสองคนอีกเลยจนกระทั่งถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ " คุณหนูระวังตัวด้วยนะคะคุณวายุกว่าจะกลับมาก็เดือนหน้าเลยพวกเราต้องช่วยเหลือตัวเองกันไปก่อนแล้ว " นิ่มสาวใช้คนสนิทที่มีหน้าที่ปกป้องผู้เป็นเจ้านายอย่างเต็มที่เอ่ยเตือนทันที เธอสัมผัสด้วยตัวเองได้ว่าเจ้านายของเธอเหมือนจะความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้เลยแต่คุณหมอกลับยืนยันว่าไม่มีอาการผิดปกติใดๆ " ไม่ต้องกลัวนะต่อไปนี้ฉันจะปกป้องนิ่มเอง " ใบชายกสองมือของเธอขึ้นมากุมมือของนิ่มที่มีท่าทางหวาดกลัวพร้อมกับตัวสั่นอยู่ในตอนนี้ โดยที่มีอัคคีมองการกระทำที่เปลี่ยนไปของเธอตลอดเวลา ก่อนหน้านี้มีนิ่มที่เดินนำหน้าเธอหนึ่งก้าวเสมอเพื่อปกป้องแต่วันนี้กลับแตกต่างออกไป อัคคีและฟ้าลดารวมไปถึงลูกน้องที่เดินตามกันมาในตอนนี้อยู่ในห้องรับแขกที่มีแม่ของอัคคีอย่างพินธารวมไปถึงน้องสาวคนเล็กอย่างธารใสนั่งอยู่ด้วยเพราะหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้เขาปล่อยให้วายุไปสะสางงานสาขาที่ต่างประเทศกว่าจะกลับก็คงเป็นเดือนหน้า ใบชารู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านเข้ามามิน่าล่ะก่อนหน้านี้ที่โรงพยาบาลถึงมีแค่นิ่มที่เฝ้าเธอเพียงคนเดียวที่แท้ความสัมพันธ์ในตระกูลใหญ่ก็เป็นแบบนี้นี่เองเย็นชาจนเธอรู้สึกหนาวเหน็บไม่ทงไม่ถามสุขภาพกันสักคำ " กลับมาช้ากันตั้ง 1 ชั่วโมงแม่รอทานข้าวอยู่ ในเมื่อมากันแล้วก็ไปทานข้าวกันเถอะ " พินธาพูดเพียงแค่นั้นก็จูงมือลูกสาวของตัวเองไปทันที โดยมีอัคคีเดินตามไปติดๆ ไม่ได้สนใจใยดีลดาสักนิดจนเธอถึงกับยิ้มหยันให้ตัวเองแล้วจึงหันมามองหน้านิ่มพร้อมกับส่งยิ้มเล็กๆ " เข้าใจละ " นิ่มทำได้เพียงพยักหน้าและส่งกำลังใจเท่านั้นใบชาจึงรีบเดินตามไปจนถึงห้องอาหารและนั่งลงที่เก้าอี้ข้างอัคคีเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับสายตาของทุกคนที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว " เอ่อ มีอะไรติดหน้าฉันหรือเปล่าคะทำไมจ้องกันแบบนั้น " " ตรงนั้นใช่ที่ของเธอหรอมีสิทธิ์อะไรไปนั่ง " ธารใสที่มองเธออย่างดูถูก สายตาคู่นี้ที่มองหากเป็นใบชาคนก่อนเธอคงควักลูกตาออกมาดูเล่นแล้ว แต่นี่ทำไม่ได้นี่คือฟ้าลดาผ้าขาวเธอจึงทำได้เพียงอย่างเดียวคือข่มใจและรีบลุกขึ้นยืนทันที " ต้องนั่งตรงไหนคะ " " นี่กวนหรอ เข้าโรงพยาบาลไปแค่เดือนเดียวฝีปากกล้าขึ้นเยอะเลยนี่หรือว่าเข้าโรงพยาบาลแค่นี้ก็ลืมเรื่องราวทั้งหมดไปแล้วความจำเสื่อมหรือไง " เมื่อธารใสพูดออกมาแบบนั้นทำให้อัคคีมองหน้าของลดานิ่งๆ แต่เธอเองก็ไม่ได้เผยพิรุธอะไรออกมาสักนิด " เบลอๆ อยู่ค่ะไม่ได้กวนจริงๆ ว่าไงคะฉันควรนั่งตรงไหน " " ฝั่งโน้นตรงข้ามฉัน " คราวนี้อัคคีบอกออกไปทำให้ใบชารีบเดินอ้อมไปนั่งทันทีพร้อมกับคิดในใจใครจะไปรู้แค่ที่นั่งก็ต้องจองกันด้วย เมื่อทุกคนลงมือรับประทานอาหารใบชาจึงตักกุ้งผัดพริกเกลือมาใส่ในจานของตัวเองและกำลังจะตักเข้าปากแต่เผลอมองหน้าของทุกคนจึงได้เห็นว่าพินธาและธารใสกำลังจ้องเธอพร้อมกับรอยยิ้มอาบยาพิษ " เอ่อ คุณหนู " นิ่มเอ่ยเรียกทันทีพร้อมกับส่ายหน้าไปมาใบชาจึงวางอาหารตรงหน้าลง " ทำไม " " แพ้กุ้ง " ใบชาถามนิ่มเพียงแค่เธอขยับปากแต่ไม่มีเสียงและนิ่มก็ตอบกลับมาว่าแพ้กุ้งในแบบที่ทำแค่ขยับปากเท่านั้นจึงทำให้ใบชาเขี่ยกุ้งตัวนั้นไปไว้ข้างๆ จานแทบไม่ทันพร้อมกับมองอาหารที่ละลานตาตรงหน้าเป็นเมนูกุ้งเกือบทั้งหมดมีแค่ไข่เจียวเท่านั้นที่เธอกินได้ คราวนี้เธอมองหน้าผู้หญิงทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาวาวโรจน์เอาเรื่องนี่เธอเพิ่งจะหายป่วยแท้ๆ กะจะแกล้งกันหรอ รู้จักใบชาน้อยไปซะแล้วเห็นนิ่งๆ คิดว่าเชือดง่ายหรือไง แล้วก็ไอ้จิ้งจอกเฒ่านี่ก็คงไม่รู้เหมือนกันสินะว่าร่างกายลดาแพ้กุ้งใช่สิเย็นชาขนาดนี้จะใส่ใจอะไรได้ " อาหารเต็มโต๊ะแต่ตั้งใจให้ลูกสะใภ้ที่พึ่งออกจากโรงพยาบาลได้กินแค่ไข่เจียวสินะคะ คุณแม่ช่างมีน้ำใจจริงๆ นิ่มหยิบมือถือให้ทีจะอัพลงโซเชียลสักหน่อยว่าอาหารละลานตาตระกูลใหญ่ต้อนรับลูกสะใภ้ออกจากโรงพยาบาลคือไข่เจียว " " นี่แก!! " พินธาถึงกับตบโต๊ะกินข้าวเสียงดังลั่นเพราะโมโหที่ได้ยินแบบนั้น เธอไม่คิดว่าจะจัดการยากขนาดนี้ปกติมีอัคคีอยู่ด้วยลดาไม่กล้าหือพูดอะไรออกมาด้วยซ้ำทำไมวันนี้ถึงพูดแบบนี้ออกมาได้1 ปีผ่านไป" นายครับกินอะไรบ้างเถอะครับถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปร่างกายจะไม่ไหวเอานะ " ธาราที่สั่งอาหารมาให้ผู้เป็นเจ้านายถึงโต๊ะทำงานหลังจากที่อัคคีใช้ชีวิตส่วนมากอยู่ที่นี่ข้าวปลาแทบไม่ยอมกินมีแค่เหล้ากับกาแฟเท่านั้นร่างกายของนายเขาตอนนี้ซูบผอมลงไปมากกินข้าววันละแค่ไม่กี่คำเท่านั้น " วางไว้ก่อนเถอะเดี๋ยวตรวจเอกสารตอนนี้เสร็จฉันกินเองนี่ก็ใกล้เวลาเลิกงานแล้วพวกนายไปหาแฟนเถอะ " อัคคีที่ตอนนี้เปลี่ยนมาทำอาชีพสุจริตแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วหลังจากที่ 1 ปีที่ผ่านมาเขาเคลียร์ตัวเองจนกลายเป็นแค่นักธุรกิจรายใหญ่ที่ทำการค้าแค่นำเข้าและส่งออกเครื่องยนต์กับธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารเท่านั้นส่วนธุรกิจสีเทาหรือสีดำเขาเลิกอย่างถาวรทำให้การใช้ชีวิตทุกวันนี้สบายมากขึ้นแต่ก็ยังต้องระวังศัตรูเก่าบ้าง ในตอนนี้เขากลายเป็นคนเดียวที่ยังโสดท่ามกลางคนรอบข้างที่มีแฟนกันหมด ธาราได้เลื่อนขั้นเป็นแฟนของขนมเรียบร้อยแล้ว ส่วนนทีและพุดตานก็ได้เข้าพิธีวิวาห์ไปเรียบร้อยแล้วเหมือนกันอีกทั้งพุดตานตอนนี้ยังตั้งครรภ์ตั้ง 3 เดือนแล้ว " ถ้างั้นพวกผมไปก่อนนะครับต้องไปช่วยพุดตานกับขนมเก็บร้านด้วย " นทีเอ่ยออกไปตั้งแต่ที่
นิ่มเมื่อได้รับการรับประกันแบบนี้เธอก็ไม่ยั้งมือที่จะใช้ไม้เบสบอลตีไปทุกส่วนในร่างกายของวายุโดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์ของผู้ชายนิ่มก็จัดให้แบบเต็มๆ เธอเพิ่งรู้ความจริงเมื่อไม่นานมานี้เองกับเรื่องทุกอย่างความโกรธแค้นในวันนี้ถือว่าเธอเอาแทนคุณหนูก็แล้วกันท้ายที่สุดแล้ววายุก็หมดลมหายใจลงคามือของนิ่มจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนิ่มก็ยังไม่หยุดมือที่จะตีราวกับว่าเธอยังไม่สะใจ" พอแล้วนิ่มร่างของวายุเละเทะไปหมดแล้วถือว่าเธอได้แก้แค้นแทนเจ้านายไปแล้วนะถ้าขืนตีไปมากกว่านี้เธอจะนอนไม่หลับพอแล้ว " เป็นใบชาที่เอาตัวนิ่มออกมาจากการลงทัณฑ์วายุและหยิบเอาไม้เบสบอลนั่นกลับเข้าไปในรถของพวกเธอเหมือนเดิม นิ่มแม้ว่าเธอจะสั่นไปทั้งร่างแต่ก็ต้องยอมรับว่าสะใจเป็นบ้าเลย " ถึงแม้ว่านิ่มจะกลัวแต่ก็ดีใจมากกว่าที่ได้แก้แค้นแทนคุณหนูพวกคุณไม่รู้หรอกว่าคุณหนูรักคุณวายุมากแค่ไหนมากจนถึงขนาดยกบริษัทให้ดูแลแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ดูสิ่งที่ไอ้หน้าตัวเมียนี่ให้กลับมาสิทรยศคุณหนูไม่พอยังกล้าจ้างคนมาทำร้ายอีกคนแบบนี้สมควรตายแล้ว " นิ่มพรั่งพรูความในใจออกมาซึ่งทั้งสามสาวที่กะจะมาเล่นวายุให้เต็มที่กลับรู้สึกว่าสะใจมากกว่าที
วายุออกจากมาร้านอาหารพร้อมกับขับรถสปอร์ตคันหรูของตัวเองเพื่อกลับไปยังคฤหาสน์เก็บของและจะไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศเขากะว่าจะไม่กลับมาอีกเพราะครอบครัวที่นี่ก็ไม่ได้มีความสุขอีกทั้งเงินก้อนโตที่เขาตั้งใจเอามาจากฟ้าลดาเขาก็ได้มันมาเรียบร้อยแล้วพร้อมกับหลักฐานชิ้นสุดท้ายคือตัวเธอที่เขามั่นใจว่าเธอจะไม่รอดแน่ๆ แต่เมื่อมาถึงถนนสายรองซึ่งเป็นจุดบอดพอดีแทบจะไม่มีแสงไฟเขากลับโดนชนท้ายเข้าอย่างจังจนต้องจอดรถข้างทางสภาพของเขาตอนนี้ก็สะบักสะบอมเพราะหัวของเขาดันไปกระแทกกับพวงมาลัยจนมันแตกยับเยินแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสติดีเขาจึงลงมาจากรถด้วยความทุลักทุเลแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเจอกับบุคคลปริศนาซึ่งใส่ชุดดำพลางกายเอาไว้เห็นแค่ดวงตาเท่านั้น " พวกแกเป็นใครวะ "วายุถามออกไปเพราะตัวเขาเองยังพอมีสติที่จะเอาตัวรอดได้อยู่เพียงแต่ศัตรูของเขามีเยอะเกินไปเลยไม่รู้ว่าพวกไหนกันแน่ " หึ เดาสิ " เมื่อได้ยินประโยคนี้วายุก็จำได้ขึ้นใจกับน้ำเสียงที่เขาได้ยินแทบทุกคืนก่อนนอนในช่วงก่อนหน้านี้เขาจำไม่ผิดแน่นี่คือฟ้าลดาแต่ทำไมผู้หญิงที่แสนอ่อนโยนของเขาถึงได้เป็นแบบนี้ " ลดาเธอจะฆ่าพี่หรอเธอทำได้ลงคอจริงๆ หรอ " ว
" พวกแกเตรียมชุดดำไว้พร้อมหรือยัง " ใบชาเอ่ยถามเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อตอนนี้พวกเธออยู่ในชุดลำลองธรรมดากางเกงสีดำกับเสื้อยืดสีขาวเหมือนกันทั้ง 3 คน " เตรียมไว้ในรถเรียบร้อยแล้วยังไงคืนนี้ก็ต้องได้ปล้น เงินของวายุคงมากกว่าเงินในธนาคารอีกมั๊ง อยากเอาไปบริจาคให้คนยากไร้จะแย่แล้ว " พุดตานบอกออกมาอย่างตื่นเต้นหลังจากที่วางแผนกันเอาไว้ว่าให้ใบชาไปล้วงความลับของวายุมาให้ได้มากที่สุดแต่ถึงไม่ได้ก็ช่างเถอะยังไงคืนนี้ก็ต้องได้เงินและวายุก็ไม่มีทางรอดคืนนี้ไปได้พวกเธอไม่ใช่คนใจดีนะในเมื่อจะแก้แค้นแทนฟ้าลดาก็ต้องทำให้ถึงที่สุดเงินพวกเธอจะเอาไปบริจาคให้หมดส่วนชีวิตของวายุต้องสังเวยให้ดวงวิญญาณของฟ้าลดา" พวกเราไปกันเถอะเดี๋ยวฉันขับเอง " ขนมขันอาสาหลังจากที่ในคืนนี้พวกเธอต่างบอกอัคคีนทีและธาราว่าจะคุยงานเรื่องเริ่มธุรกิจและจะนอนที่บ้านใหม่ของขนมและพุดตานพอดีกับฝั่งของอัคคีมีเรื่องที่คาสิโนจึงเชื่อพวกเธออย่างสนิทใจ ในระหว่างทางที่จะไปยังร้านอาหารตรงชานเมืองที่วายุนัดพบปรากฏว่ามีการจัดฉากอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ โดยการที่ให้รถพ่วงขับย้อนศรมาหารถของพวกเธอแต่เรื่องแบบนี้พวกเธอเจอมานักต่
" เรื่องที่ให้ไปทำไปถึงไหนแล้ว " อัคคีรีบถามนทีทันทีเมื่อเข้ามาถึงห้องทำงานที่มีนทีและธารารออยู่ก่อนแล้ว ในระหว่างที่รอลูกน้องรายงานเขาก็หยิบบุหรี่ราคาแพงขึ้นมาดูด เขาเป็นคนสูบบุหรี่จัดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วเพราะมีเรื่องกลุ้มใจมากมายให้ต้องคิดตั้งแต่เด็กจนโตเขาก็รับแรงกดดันจากทั้งครอบครัวและคนภายนอกมาโดยตลอดนั่นก็ไม่แปลกเลยที่เขาจะเป็นคนเย็นชาได้ถึงขนาดนี้ " เราเตรียมเอกสารพร้อมทุกอย่างแล้วครับ นี่คือสร้อยของนายหญิงคืนให้ครับส่วนสร้อยอีกชิ้นก็ของนายครับ " นทีที่ได้รับมอบหมายจากอัคคีให้นำกุญแจสองดอกนี้ไปเอาเอกสารลับจากธนาคารที่เขาฝากเอาไว้ในนั่นไม่ใช่ทรัพย์สมบัติมหาศาลอย่างที่ทุกคนคิดแต่มันคือหลักฐานการโกงของหลายต่อหลายบริษัทที่มีมาตั้งแต่รุ่นพ่อของเขาจนกระทั่งพ่อของอัคคีเสียชีวิตจึงได้มอบกุญแจสองดอกนี้ให้กับเขาและแน่นอนว่าเพราะกุญแจนี่แหละถึงทำให้เขาได้พบกับใบชาเป็นครั้งแรกในวันนั้น นทีแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่านายของเขาต้องไว้ใจนายหญิงมากแค่ไหนถึงได้มอบสร้อยที่ข้างในเป็นกุญแจชิ้นหนึ่งเอาไว้กับเธอส่วนอีกดอกก็เอาไว้กับตัวเอง " ฉันจะไปส่งเอกสารพวกนี้ด้วยตัวเองเอกสารแน่นขนาดนี้ถ้ายั
1 เดือนผ่านไป ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตกันแบบปกติแต่ที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดก็คือความสัมพันธ์ของอัคคีและฟ้าลดาที่ทำเอาทุกคนในครอบครัวถึงกับอึ้งกันไปหมด อัคคีผู้ไม่เคยแม้แต่จะแสยะยิ้มให้กับใครแต่ทุกวันนี้เขากลับยิ้มให้กับฟ้าลดาต่อหน้าทุกคนให้เห็นอยู่บ่อยๆ ความแปลกใจนี้ไม่เว้นแม้แต่นิ่มที่พึ่งกลับมาจากทริปทัวร์ยุโรปไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเธอเองก็ยังทำตัวไม่ถูกแต่ว่านี่ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีนะสำหรับความสัมพันธ์ของคุณหนูของเธอกับสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายถูกต้องตามครรลองคลองธรรม" แหม เห็นพี่ไฟกับพี่สะใภ้เข้ากันได้ดีแบบนี้ผมก็อดยินดีด้วยไม่ได้จริงๆ ครับ " วายุที่เอ่ยแซวขึ้นมากลางโต๊ะอาหารหลังจากที่ลดากลับมาร่วมโต๊ะได้หลายวันแล้วแต่ทว่าการยินดีของเขากลับแฝงไปด้วยน้ำเสียงของความไม่พอใจ วายุนึกถึงคืนวันเก่าๆ ใช่ว่าเขาจะไม่เคยมีใจให้ลดาเลยเพียงแต่ก่อนหน้านี้ลดาเรียกร้องมากเกินไปให้เขามีแค่เธอคนเดียวในขณะที่เขาทำไม่ได้เขาคือเสือผู้หญิงคิดจะให้เสือหยุดนั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเขา " ชิ พี่วายุไม่ต้องทำเป็นยินดีหรอกค่ะเสียใจก็บอกมาตรงๆ คนบางคนแถวนี้ก็ดีแต่จับปลาสองมือหว่านเสน่ห







