Partager

ลวงเล่ห์บุพเพรัก
ลวงเล่ห์บุพเพรัก
Auteur: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update Date de publication: 2026-03-25 16:30:04

ขบวนรถม้ากลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งกำลังแล่นผ่านถนนกลางเมืองหวงซาน เมืองหลวงอันมั่งคั่งแคว้นต้าเยวี่ย หญิงสาวผู้ซึ่งนั่งโดยสารเลิกม่านรถม้าขึ้นช้าๆ สายตากวาดมองความคึกคักของผู้คนซึ่งกำลังจับจ่ายใช้สอย บ้างก็เพียงออกมาเดินเล่นชมความงดงามยามเช้าตรู่

‘โม่อวี๋’ บุตรสาวคนรองของเจ้ากรมโยธา ขุนนางขั้นสองซึ่งเพิ่งจะได้รับการเลื่อนขั้น

สองปีก่อนหลังปักปิ่นนางถูกส่งตัวไปยังเมืองซางจี๋ วันนี้เพิ่งกลับมาดังนั้นจึงไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับบิดา

“คุณหนูปิดม่านลงเถิดเจ้าค่ะ ท่านเพิ่งหายจากอาการป่วย ที่นี่อากาศเย็นระวังจะล้มป่วยนะเจ้าคะ” เสี่ยวชุนกล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใยโม่อวี๋กลับแค่นยิ้มพึมพำกับตัวเอง

“ล้มป่วย?” นึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น ร่างกายที่ป่วยออดแอดนับจากเรื่องราวในวันนั้น “นั่นสินะ”

เสี่ยวชุนลอบมองเสี้ยวหน้าของผู้เป็นนาย ในใจได้แต่ครุ่นคิดด้วยความประหลาดใจ สองปีมานี้นางติดตามคุณหนูออกไปพำนักยังเมืองซางจี๋ ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของผู้เป็นนายแน่นอนว่านางรับรู้

วันนั้นคุณหนูของนางตกลงไปในสระบัวกลางสวน สายน้ำเย็นเยียบหน้าหนาวยามค่ำคืนเกือบจะกลืนกินชีวิตของอีกฝ่าย หากแต่ผู้เป็นนายก็เอาชีวิตรอดมาได้ ถึงอย่างนั้นสุขภาพกลับไม่อาจเรียกคืน อาการป่วยทำให้ผู้เป็นนายต้องไปรักษาตัวยังต่างเมือง กระทั่งการแต่งงานก็มีอันต้องเปลี่ยนตัวเจ้าสาว

ค่ำคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น เหตุใดคุณหนูของนางไม่เคยกล่าวถึง เพราะอะไรคนที่สุขภาพอ่อนแออยู่แล้วจึงไม่ระวังจนตกลงไปในสระบัว กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่แน่ชัดถึงสาเหตุ ยังไม่รวมเรื่องที่ว่าเมื่อไปอยู่ที่ซางจี๋ จากคนที่ไม่แยแสสิ่งใดกลับเริ่มต้นเรียนรู้ที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเองอีกด้วย

รถม้าหยุดลงหน้าจวนตระกูลโม่ ป้ายหน้าจวนยังคงใหม่เอี่ยม อักษรซึ่งเป็นลายมือของใต้เท้าฉู่ อัครมหาเสนาบดีของแคว้นดูมั่นคงหนักแน่น หากเป็นเมื่อก่อนโม่อวี๋อาจรู้สึกชื่นชมและยินดีกับความก้าวหน้าของบิดาและคนตระกูลโม่

เพียงแต่...วันนี้ไม่เหมือนวันวาน

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองกำแพงสูงของจวนตระกูลโม่ ในใจนึกสงสารในชะตากรรมของสตรีในยุคโบราณเหล่านี้

ใช่...ที่นางกล่าวไปนั้นไม่ผิด เพราะตัวนางไม่ใช่สตรียุคโบราณ ไม่ใช่โม่อวี๋ และไม่สมควรมาอยู่ในดินแดนแห่งนี้ซึ่งไม่มีระบุเอาไว้ในประวัติศาสตร์ ในบันทึกไม่มีการกล่าวถึงแคว้นต้าเยวี่ย ไม่มีฮ่องเต้โจวชิงหวง ไม่มีสิ่งใดระบุว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ในช่วงเวลาใดของอดีต

ในวันนั้นขณะขับรถกลับบ้านหลังเลิกงาน ช่วงที่รถกำลังติดไฟแดงด้านหลังกลับมีรถบรรทุกแล่นเข้ามาด้วยความเร็ว แม้พยายามเบี่ยงออกไปด้านข้างเพื่อไม่ให้ถูกชน แต่ช่วงท้ายกลับยังคงถูกกระแทกจนรถตกลงไปในคลอง

หญิงสาวพยายามใช้เหล็กจากที่วางศีรษะบนเบาะรถยนต์งัดกระจกรถให้แตกและว่ายน้ำออกมา แต่ทันทีที่หลุดออกมาจากตัวรถ ตรงหน้ากลับมีหญิงสาวอีกคนที่กำลังตะเกียกตะกายเอาตัวรอด

ที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นคือท่ามกลางสายน้ำยามค่ำคืน หญิงสาวกลับมองเห็นชัดเจนว่าเบื้องล่างมีบุรุษชุดดำกำลังดึงท่อนล่างของสตรีอีกคนให้จมดิ่งลงไป

ไม่รู้ว่าเกิดเป็นคนใจดีกะทันหันหรือความวู่วามเกินเหตุ หญิงสาวเข้าไปช่วย แต่เมื่อพาร่างของหญิงสาวคนนั้นหลุดรอดมาได้ตัวเองกลับถูกดึงให้จมลงไปแทน

ชั่วขณะที่กำลังจะหมดสติ เสียงร่ำไห้ของหญิงสาวคนนั้นดังขึ้นข้างหู ภาพความเจ็บปวด ความโกรธแค้น ความสิ้นหวัง ความหดหู่ในใจของอีกฝ่าย ทำให้ในภายหลังหญิงสาวตระหนัก

…ทั้งหมดนั้นมันคือความทรงจำ

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาโม่อวี๋คนเดิมก็ไม่อยู่แล้ว มีเพียงร่างที่มีผู้อื่นเข้ามาแทนกับความทรงจำซึ่งยังคงชัดเจน ไม่มีรถที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีโลกปัจจุบัน ตรงหน้ามีเพียงม่านหน้าเตียงลายปักงดงาม กับโลกล้าหลังซึ่งยากจะทำใจให้ยอมรับและทำตัวให้เคยชิน

จากหญิงสาววัยทำงานอายุยี่สิบหก กลับกลายมาเป็นเด็กสาววัยสิบห้าที่กำลังถูกส่งไปต่างเมือง อีกทั้งความทรงจำของโม่อวี๋ที่เต็มไปด้วยความคับแค้นไม่ได้รับความเป็นธรรม พานทำให้คนรู้สึกหดหู่ใจหาย

ผ่านไปสองปีการปรับตัวเป็นไปได้ด้วยดี ขณะกำลังคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่ซางจี๋อย่างสงบสุข ตระกูลโม่กลับนึกขึ้นได้ว่ามีโม่อวี๋อีกคนและส่งรถม้าไปรับกลับเมืองหลวงเสียนี่

พ่อบ้านรีบเข้ามาต้อนรับหญิงสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม กล่าวรายงานว่าบิดาของนางเข้าวังหลวงจะยังไม่กลับจวนจนกว่าจะบ่ายคล้อย มารดาของนางล้มป่วย ถึงอย่างนั้นยังกำชับไม่ให้นางกังวลและกลับเรือนไปพักผ่อน

โม่อวี๋แค่นยิ้มที่มุมปากแต่ไม่กล่าวคำ หญิงสาวเพียงเดินกลับเข้าไปด้านในซึ่งความทรงจำมากมายประดังเข้ามาในห้วงความคิด

จวนหลังนี้ทุกซอกมุมเคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แต่มาวันนี้มันกลับเต็มไปด้วยความเงียบงันและเย็นชา เรือนด้านหลังฝั่งตะวันออกเป็นของบิดากับมารดา ถัดมาเคยเป็นเรือนของพี่สาวซึ่งออกเรือนไปแทนนาง เรือนหลังเล็กที่สุดเป็นของนาง

...เรือนจวี๋ฮวา

ดูเหมือนสาวใช้ที่เคยอยู่ที่นี่ถูกเปลี่ยน อาจเป็นได้ว่าพวกนางถูกขายออกไปหลังเกิดเรื่อง

“คุณหนู ท่าน...คิดถึงแม่นมจ้าวหรือเจ้าคะ”

แม่นมจ้าว?

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.5 จบ

    เหยียนจวิ้นเองก็ชอบที่จะค้างคืนอยู่ที่เรือนไม้ไผ่ เขาดูเป็นคนละคนในยามที่อยู่ที่จวน ราวกับว่าที่เรือนไม้ไผ่นี้เขาเป็นเพียงสามี เป็นบิดาของบุตรสองคน แต่หากอยู่ที่จวนเขาก็คืออัครมหาเสนาบดีที่คนเคารพนับถือแผ่นหลังของสองสามีภรรยาในชุดสีเทาเรียบง่าย บิดาอุ้มบุตรชาย มือข้างหนึ่งจูงมือภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นภาพที่ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงความสุขกลางดึกคืนนั้นโม่อวี๋นอนไม่หลับ นางค่อยๆ ขยับตัวลุกจากเตียงนอน มองบุตรชายสองคนนอนก่ายขาคนละข้างบนตัวของผู้เป็นบิดา นางอดที่จะหัวเราะออกมาเสียงเบาไม่ได้ด้านนอกอากาศเย็นสบายหญิงสาวยืนลูบหน้าท้องนูนป่องของตน ก้มลงด้วยรอยยิ้ม “เจ้านอนไม่หลับสินะ ดังนั้นจึงอยากให้แม่ออกมาสูดอากาศ”เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ อยู่ๆ ก็นึกถึงชีวิตของตนก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในร่างของโม่อวี๋ ชีวิตในโลกปัจจุบันที่วุ่นวายซับซ้อน ชีวิตอันโดดเดี่ยวไม่มีผู้ใดอยู่เคียงข้าง กระทั่งวันนี้ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับเหยียนจวิ้น ได้รู้จัก ได้อยู่เคียงข้างเขา รักเขาและได้รับความรักตอบจากเขานางเคยคิดว่าคนเรามักไม่รู้จักพอ มีสิ่งหนึ่งก็ยังคงต้องการอีกสิ่งหนึ่ง ก็คง

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.4

    เหยียนจวิ้นกะพริบตามองฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขา “ข้าเพิ่งเคยพบพวกนางวันนี้ท่านถามข้าคงไม่ค่อยถูกต้องนัก”ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขาหน้าม้านไปเล็กน้อยทว่ายังไม่ยอมแพ้ “ฮูหยินของท่านกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด บางทีหากจวนอัครมหาเสนาบดีมีผู้ที่คอยช่วยแบ่งเบาเรื่องดูแลจวนแทนฮูหยิน คอยปรนนิบัติรับใช้และดูแลขณะที่ฮูหยินไม่อาจทำได้ ผูกมิตรแน่นแฟ้นสองตระกูลกลมเกลียวนี่เป็นเรื่องมงคลยิ่ง ท่านคิดเห็นเป็นเช่นไร”เหยียนจวิ้นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขากำลังจะกล่าวคำเสียงด้านหลังก็ดังขึ้น“เรื่องมงคล? เป็นงานมงคลของผู้ใดหรือ” โม่อวี๋ที่หน้าท้องนูนป่องกำลังเดินมายังคนทั้งสี่”“ฮูหยินเจ้ามาแล้ว?” เหยียนจวิ้นรีบเดินไปประคองนาง “เหนื่อยหรือไม่ ข้ามารับเจ้ากลับจวน ข้าประชุมเสร็จแล้วจะกลับจวนไปทำปลาเผ็ดให้เจ้า”“มิใช่ต้องออกไปกับแม่ทัพใหญ่หรอกหรือ”“เขาจะตามไปรับข้าที่จวน ข้ายังต้องทำปลาเผ็ดเผื่อเขาหนึ่งจานเพราะเขาจะไปกินมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนเราด้วย”เห็นสองสามีภรรยาสนทนากันราวกับไม่มีคนอื่น ฮูหยินเสนาบดีสำนักราชเลขารู้สึกอับอายยิ่งนัก นางมองบุตรสาวสองคนที่ทั้งงดงามน่ามอง ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจดึงดูดสายตาท

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.3

    โจวอวิ๋นเสียงยังไม่วางใจเห็นเหยียนจวิ้นเร่งร้อนออกไปก็ส่งองครักษ์สองสามคนรีบตามไปด้วย เขายังสั่งให้ขันทีเร่งไปแจ้งหมอหลวงให้ไปยังจวนอัครมหาเสนาบดีซึ่งบัดนี้ก็คือจวนตระกูลเสิ่นชั่วขณะที่หมอหลวงจ้าวกำลังตรวจอาการของโม่อวี๋ที่ยังไม่ได้สติ เหยียนจวิ้นใบหน้าขาวซีดคิ้วขมวดมุ่นดูเคร่งเครียดจนแม้แต่ท่านหมอหลวงยังรู้สึกได้“ท่านอัครมหาเสนาบดียินดีด้วย ฮูหยินตั้งครรภ์แล้ว” หมอหลวงจ้าวเองก็แทบจะถอนหายใจเมื่อตรวจอย่างละเอียดแล้วพบว่านางไม่ได้ล้มป่วย“ตั้ง...ครรภ์?” เหยียนจวิ้นคล้ายยังไม่อยากเชื่อ เขาปราดเข้าไปกุมมือโม่อวี๋ “แน่ใจหรือ ท่านตรวจอีกที นางไม่ได้ล้มป่วยหรือมีอาการอื่น? นางยังไม่ได้สติเลยนะ”หมอหลวงจ้าวเห็นท่าทีลนลานของอัครมหาเสนาบดีก็ยิ้มออกมา “ท่านวางใจได้ ข้าน้อยตรวจจนละเอียดแล้ว ฮูหยินตั้งครรภ์จริงๆ ข้าน้อยจะเขียนใบสั่งยาและกำชับสิ่งที่ต้องระวัง คาดว่าอีกสักครู่ฮูหยินคงฟื้น”“แต่นางหลับไปนานมากเลยนะ”“อาจเพราะเพิ่งย้ายเข้าจวนใหม่ฮูหยินเหน็ดเหนื่อยจนเกินไปก็เป็นได้ จากนี้ขอเพียงระมัดระวังไม่ทำงานหนัก ไม่คิดมาก บำรุงรักษาร่างกายให้ดีก็เป็นอันใช้ได้”หมอหลวงจ้าวประสานสองมือคำนับเขา “ย

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.2

    ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อกบฏทั้งหมดถูกส่งตัวไปคุมขัง ฝ่ายตุลาการเต็มไปด้วยนักโทษสำคัญที่เคยเป็นขุนนางใหญ่ภายในข้ามคืนขุนนางใหญ่หลายตระกูลถูกโค่นล้ม สตรีสูงศักดิ์กรีดร้องร่ำไห้เนื่องจากรับไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลง จากจุดสูงสุดลงมายังจุดต่ำสุด บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับลง บางคนถึงขั้นใช้แพรขาวจบชีวิตในจวนของตน ไม่ยอมถูกส่งตัวเข้าคุมขังโดยเด็ดขาด ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะก่นดาสาปแช่ง หรือข่มขู่อย่างไร อำนาจที่เคยมีในมือก็ไม่อาจทำให้หลุดรอดจากชะตากรรมไปได้ ทุกคนล้วนต้องชดใช้ในสิ่งที่ผู้นำตระกูลเลือกทั้งสิ้นเหยียนจวิ้นกลับมายังจวนตระกูลโม่ก็ได้ยินเสียงโวยวายท่ามกลางความตื่นตระหนก ยังดีที่เขากระโดดลงไปช่วยฮูหยินของตนเองขึ้นมาได้ กระทั่งพานางกลับเข้าไปในเรือนจวี๋ฮวาและเชิญท่านหมอมาดูอาการโม่อวี๋โศกเศร้ากับการจากไปของเสี่ยวเอ้อเป่า เด็กซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์หนึ่งเดียวในทุกๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายปีมานี้เหยียนจวิ้นให้คนไปตามโม่ซางเช่อกลับจวนหลังพยายามกล่อมให้โม่อวี๋นอนหลับ ด้านนอกมีเขาอยู่นางที่จิตใจไม่มั่นคงสมควรได้พักสักชั่วยามเมื่อโม่ซางเช่อกลับมาถึงจวนเขาออกจากจวนตรงไปยังคุกของฝ่ายตุลาก

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 15.1

    ถึงอย่างนั้น...ตระกูลซูทั้งตระกูลกลายเป็นกบฏ ถูกคุมขังเพื่อรอลงอาญา งานศพของสองแม่ลูกจึงต้องจัดที่จวนตระกูลโม่แทนเงาพายุพัดผ่านพ้นเมืองหลวงต้าเยวี่ย แสงแดดหลังพายุฝนมักสดใสเสมอ เช่นกันกับการก่อกบฏซ้อนกบฏขององค์ชายใหญ่และองค์ชายสาม ฮ่องเต้เห็นด้วยกับวิธีการกวาดล้างอำนาจและอิทธิพลของตระกูลหลินที่หยั่งรากมานานทรงมีราชโองการให้ไต่สวนความผิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการที่ตระกูลหลินใส่ร้ายตระกูลเสิ่นว่าเป็นกบฏ คืนความยุติธรรมให้กับผู้ที่ตายไปแล้วและผู้ที่ยังอยู่ก็สามารถออกมาจากเงามืดหลังหลบซ่อนมาหลายปีเหยียนจวิ้นกลับมาใช้แซ่เสิ่นของมารดา ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้ยังทรงแต่งตั้งให้องค์ชายรองขึ้นเป็นรัชทายาท เหยียนจวิ้นเองก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดีทั้งสองจะเป็นผู้แทนพระองค์ในการบริหารจัดการราชสำนัก เนื่องจากทรงเหน็ดเหนื่อยและเศร้าโศกกับสิ่งที่องค์ชาย ฮองเฮา และหวงกุ้ยเฟย ทรงทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย รวมไปถึงผู้คนต้องมาล้มตายไปเป็นจำนวนมากเลือดนองชโลมบนผืนดิน ชีวิตทหารหาญสูญสิ้นจากการแก่งแย่ง ผู้ทำผิดได้รับโทษจากการกระทำ ทั้งที่ถูกประหาร ทั้งที่ถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน รวมไปถึงที่ถูกปลดล

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 14.9

    “พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นหรือ ท่านใจเย็นๆ ที่นี่จวนตระกูลโม่ ไม่มีใครแย่งเสี่ยวเอ้อเป่าไปจากท่านแน่นอน” โม่อวี๋พยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย“อวี๋เอ๋อร์” โม่เหยาคล้ายใจเย็นลงเล็กน้อย นางก้มลงมองบุตรชายในอ้อมแขน “พวกเขาไม่มีใครยอมรับเสี่ยวเอ้อเป่าของข้า พวกเขาบอกว่าแผลเป็นไม่มีทางหาย” นางสะอื้น“ไม่ เขาจะหายดี ท่านเชื่อข้า ท่านดูสิ แผลเป็นของข้ายังเริ่มจางเลย เขาเป็นเด็กวันหน้าค่อยๆ โตขึ้นแผลนั่นก็จะค่อยๆ จางลงเอง”“แต่พวกเขาก็ยังไม่ต้องการบุตรชายของข้า เขาไม่ต้องการเสี่ยวเอ้อเป่า ไม่สิ...เขาไม่ต้องการข้า ที่เขาต้องการมีเพียงเจ้า เขา...ถึงกับเปิดโปงเรื่องที่ท่านพ่อได้ตำแหน่งมาโดยมิชอบ”ที่แท้ซูเฉินก็เป็นคนทำเรื่องนี้?!“อวี๋เอ๋อร์ เขาทำลายตระกูลโม่ไม่พอยังร่วมมือกับผู้อื่นก่อกบฏ เขาคิดสังหารทุกคนที่ขวางทาง แม้แต่สามีของเจ้า” โม่เหยาหัวเราะออกมาเสียงดังกอดบุตรชายเอาไว้ในอ้อมอก “เพียงเพื่อให้ได้เจ้ามาครอบครอง เขาถึงกับ...ถึงกับวางแผนทำลายทุกอย่างเพื่อให้เจ้าหนีไม่รอด ฮ่าๆๆ”“พี่ใหญ่ท่านฟังข้า ใจเย็นลงสักนิด เขาไม่มีทางทำสำเร็จ ข้ารักเหยียนจวิ้นไม่เคยรักเขา ไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรข้าก็ไม่มีทางลงเอยก

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 2.2

    “ดีกว่าหรือแย่กว่าเล่า” นางถามแต่เขายังไม่ทันได้ตอบก็มีเสียงทักทายดังขึ้นด้านหลัง“ศิษย์น้องซางเช่อ เจ้าเองก็ออกมารับของใช้เหมือนกันหรือ”เห็นน้องชายกลอกตาราวกับเหนื่อยหน่าย คำว่า ‘เห็นแล้วยังจะถาม’ ดังออกมาจากท่าทางนั้นโดยไม่ได้กล่าว โม่อวี๋อดหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นจึงหันไปมองต้นเสียงบัณฑิตอีกสา

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 2.1

    ตระกูลโม่ช่าง...น่าเห็นใจยิ่งนัก!!!!โม่อวี๋หลับตาลงเพื่อข่มกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธ นางปล่อยให้เสี่ยวชุนไปจัดแจงเสื้อผ้าของวันพรุ่งนี้ให้เหมาะสม จากนั้นจึงเดินไปยังข้างหน้าต่างอากาศเย็นยามค่ำคืนทำให้หญิงสาวตัวสั่น นางกอดไหล่ตัวเองแต่กลับยังไม่ยอมปิดหน้าต่าง ครุ่นคิดถึงสังคมในยุคโบราณนี้ หากนางจะเอาตั

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 1.6

    นางโกรธ โกรธแทน แต่ไม่อาจทำอะไรได้เพราะจะอย่างไรสตรีตรงหน้าก็คือมารดาแท้ๆ ที่ให้กำเนิดโม่อวี๋…ขอเพียงต่อไปไม่ยุ่งกับนาง นางก็จะไม่ถือสาและไม่ถือโทษโกรธเคือง เห็นแก่เจ้าของร่างนี้ที่ให้โอกาสนางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง“ลูกคารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”“เจ้า...สบายดีหรือ” ลี่ซื่อกล่าวด้วยรอยยิ้มฝาดเฝื่อน ความห่

  • ลวงเล่ห์บุพเพรัก   บทที่ 1.5

    “เจ้าค่ะ”“อวี๋เอ๋อร์”“เจ้าคะ”โม่หวังมองดูใบหน้าเรียบเฉยของบุตรสาว ความห่างเหินระหว่างบิดากับบุตรทำให้ทั่วทั้งห้องอึดอัด เขาเอื้อมมือไปคว้ากล่องไม้แกะสลักซึ่งวางอยู่บนโต๊ะส่งให้บุตรสาว“ของขวัญต้อนรับกลับบ้าน ไปอยู่ต่างเมืองมาถึงสองปี เครื่องประดับที่มีก็เก่ามากแล้วกระมัง นี่เป็นของที่ฝ่าบาทพระรา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status