Home / รักโบราณ / ลำนำรักจันทราสลาย / ตอนที่ 2 องค์หญิงสวรรค์

Share

ตอนที่ 2 องค์หญิงสวรรค์

last update Last Updated: 2025-10-14 12:54:57

หลิงซินเอ๋อร์ องค์หญิงสวรรค์รอง บุตรีคนเล็กของเง็กเซียนฮ่องเต้ เติบโตท่ามกลางความงดงามของวังสวรรค์ ทว่าหัวใจของนางกลับถูกพันธนาการด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น ตั้งแต่กำเนิดภายใต้ดวงจันทร์เต็มดวงยามเกิดสุริยคราส นางก็ถูกมองด้วยสายตาที่ซับซ้อนจากเหล่าเทพเซียน ไม่ใช่เพียงเพราะความรักเอ็นดูในฐานะพระธิดาองค์เล็ก แต่เพราะทุกคนหวาดกลัวต่อ คำพยากรณ์ ที่ว่านางจะเป็นผู้กำหนดชะตาของสามภพ

นางคือ บุตรแห่งจันทร์ ผู้ถูกลิขิตให้มีพลังรักษาที่บริสุทธิ์ที่สุดและพลังสะกดปีศาจที่รุนแรงที่สุด พลังนี้เองที่เป็นทั้งพรและคำสาปสำหรับนาง ในขณะที่เทพเซียนบางองค์ยกย่องนางเป็นความหวังในการยุติสงคราม แต่ส่วนใหญ่กลับมองว่านางคือ หายนะ ที่อาจทำลายล้างทุกสิ่งหากพลังนั้นถูกชักนำไปในทางที่ผิด

ชีวิตในตำหนัก กวงหมิง จึงไม่เคยสงบสุขอย่างแท้จริง แม้ตำหนักจะงดงามและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพลังเซียน แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นกรงทองที่ล้อมรอบไว้ด้วยความหวาดระแวง หลิงซินเอ๋อร์เป็นเด็กสาวที่มีจิตใจอ่อนโยนและเมตตาอย่างยิ่ง นางไม่เคยเข้าใจว่าเหตุใดพลังของนางจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัว ในยามว่าง นางจึงมักจะไปนั่งอยู่ริมธารน้ำอมฤต เพื่อใช้พลังเซียนรักษาพืชพรรณและสัตว์น้อยใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บ

แต่สิ่งที่นางโหยหามากที่สุดคือ อิสรภาพ นางเบื่อหน่ายกับกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของสวรรค์ และความเยือกเย็นของวังสวรรค์ที่ปราศจากความรู้สึกที่แท้จริง นางมักจะแอบอ่านบันทึกโบราณเกี่ยวกับ ดินแดนมนุษย์ ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวความรัก ความโศกเศร้า และความเสียสละของมนุษย์ธรรมดา

“เหตุใดสวรรค์จึงต้องอยู่เหนือกว่าทุกสิ่ง? เหตุใดการช่วยเหลือผู้อื่นถึงต้องมีกฎเกณฑ์มากมาย?” คำถามเหล่านี้ผุดขึ้นในใจของหลิงซินเอ๋อร์เสมอ

ด้วยนิสัยที่อ่อนโยนและไม่สามารถทนเห็นความทุกข์ได้ หลิงซินเอ๋อร์ จึงตัดสินใจแหกกฎสวรรค์ นางใช้วิชาแปลงกายและอำพรางพลังเซียนของตนเอง แอบหนีลงไปยังดินแดนมนุษย์บ่อยครั้ง เพื่อสัมผัสกับชีวิตที่แท้จริงและใช้พลังของตนช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนอย่างลับๆ

ในวันหนึ่ง นางแปลงกายเป็นหญิงสาวชาวบ้านในชุดเรียบง่ายสีฟ้าอ่อน เดินทางไปยังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ถูกโจมตีด้วยโรคระบาดร้ายแรง ซึ่งเกิดจากการปะทะกันของพลังเซียนและพลังปีศาจในช่วงสงครามย่อยๆ

เมื่อนางไปถึง หมู่บ้านนั้นเต็มไปด้วยความเงียบงันน่าขนลุก มีแต่เสียงร้องไห้ของผู้หญิงและเด็กที่สูญเสียคนรัก หลิงซินเอ๋อร์รู้สึกปวดใจอย่างยิ่ง นางไม่สามารถทนดูความทุกข์ทรมานเหล่านั้นได้

นางปลอมตัวเป็นหมอหญิงผู้เร่ร่อน และเริ่มใช้พลังรักษาของตนเองอย่างเงียบๆ พลังเซียนของนางบริสุทธิ์ราวกับแสงจันทร์ ไม่มีสีสันที่ฉูดฉาด แต่กลับแฝงความอบอุ่นและชีวิตชีวา เมื่อนางสัมผัสร่างกายของผู้ป่วย อาการของพวกเขาก็ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ ไข้ลดลง บาดแผลหายสนิท

“ท่านหมอ… ท่านคือเซียนที่มาโปรดพวกเราหรือ?” ชาวบ้านคนหนึ่งที่ใกล้ตายกลับฟื้นคืนสติ เอ่ยถามนางด้วยน้ำตาแห่งความปิติ

หลิงซินเอ๋อร์ยิ้มอย่างอ่อนโยน ใบหน้าของนางเปล่งประกายภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น “ข้าไม่ใช่เซียนหรอกค่ะ ข้าเป็นเพียงหมอที่ผ่านมาเท่านั้น ทุกคนต้องเข้มแข็งนะคะ และอย่าลืมความหวัง”

นางไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดของนางอย่างโจ่งแจ้ง แต่ใช้เพียงส่วนที่จำเป็น เพื่อให้ชาวบ้านค่อยๆ ฟื้นตัวด้วยตนเอง นี่คือสิ่งที่นางเรียนรู้จากการแอบเฝ้าดูชีวิตของมนุษย์ – ความหวัง และ กำลังใจ สำคัญยิ่งกว่าปาฏิหาริย์

การกระทำเหล่านี้ทำให้หลิงซินเอ๋อร์รู้สึกเติมเต็มอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในวังสวรรค์ แต่นางก็รู้ดีว่าการแหกกฎครั้งนี้อันตรายและไม่สามารถทำได้อย่างเปิดเผย

มีเพียงคนเดียวในวังสวรรค์ที่รู้ความลับนี้และคอยเฝ้ามองนางอย่างเงียบๆ นั่นคือ ไป๋หานอี้ องครักษ์หนุ่มผู้นิ่งขรึมและเย็นชา

ไป๋หานอี้ถูกเง็กเซียนฮ่องเต้แต่งตั้งให้เป็นองครักษ์คู่กายของหลิงซินเอ๋อร์ตั้งแต่เด็ก เนื่องจากเขาเป็นเซียนหนุ่มที่มีพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์สูงสุด และมีความซื่อสัตย์ภักดีเป็นที่ประจักษ์ เขามักจะสวมชุดเกราะสีขาวสะอาดตา มีดาบเซียนห้อยอยู่ที่เอว ท่าทางของเขาเยือกเย็นและไม่ค่อยพูดจา ทำให้เหล่าเทพเซียนและองค์หญิงหลายคนเกรงใจ

แต่สำหรับหลิงซินเอ๋อร์แล้ว ไป๋หานอี้คือเสมือนพี่ชายที่คอยปกป้องนางอย่างเงียบๆ เขาไม่เคยแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาอย่างชัดเจน แต่สายตาที่เขามองนางนั้นมักจะเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ไม่สามารถปิดบังได้

ไป๋หานอี้รู้เรื่องการแอบลงไปดินแดนมนุษย์ขององค์หญิงทุกครั้ง เขาไม่เคยรายงานเรื่องนี้ต่อเง็กเซียนฮ่องเต้ เพราะลึกๆ แล้วเขาเข้าใจความรู้สึกของนาง และรู้ว่าการกระทำของนางนั้นบริสุทธิ์ เขาจึงเลือกที่จะ ติดตาม นางลงไปอย่างลับๆ

ในขณะที่หลิงซินเอ๋อร์ใช้พลังรักษาผู้คนในหมู่บ้านที่ติดเชื้อ ไป๋หานอี้จะยืนอยู่บนยอดเขาที่มองเห็นหมู่บ้านนั้นได้อย่างชัดเจน คอยใช้พลังเซียนของตนสร้างม่านพลังบางๆ เพื่อป้องกันไม่ให้พลังปีศาจที่หลงเหลืออยู่ในอากาศเข้าทำร้ายนางและชาวบ้าน

‘องค์หญิงอ่อนโยนเกินไป นางควรจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของวังสวรรค์’ ไป๋หานอี้คิดในใจอย่างหนักใจ

เขาไม่เคยยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองที่มีต่อหลิงซินเอ๋อร์ มันคือความรักที่ต้องห้ามระหว่างองครักษ์ต่ำต้อยกับองค์หญิงสูงศักดิ์ เขาทำได้เพียงปิดบังความรักนั้นไว้ภายใต้ความภักดีอันสูงสุด

เย็นวันนั้น เมื่อหลิงซินเอ๋อร์เดินทางกลับถึงตำหนักกวงหมิงโดยไม่มีใครรู้ ไป๋หานอี้ก็ปรากฏตัวขึ้นทันทีตามหน้าที่

“องค์หญิง หายไปไหนมาพ่ะย่ะค่ะ?” เสียงของเขาเย็นชาและเคร่งขรึม ราวกับต้องการปกปิดความกังวลที่แท้จริง

หลิงซินเอ๋อร์ยิ้มอย่างทะเล้น “ข้าแค่ไปเดินเล่นที่สวนท้อใกล้ๆ นี้เอง ท่านองครักษ์อย่ากังวลไปเลย”

ไป๋หานอี้ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขารู้ว่านางโกหก แต่ก็ไม่ต้องการที่จะคาดคั้น “ฝ่าบาทมีบัญชาให้องค์หญิงพักผ่อนให้มาก เพราะพลังแห่งจันทราในตัวองค์หญิงกำลังปั่นป่วน ห้ามออกนอกตำหนักจนกว่าจะได้รับอนุญาต”

“ข้ารู้แล้ว” หลิงซินเอ๋อร์ตอบอย่างเบื่อหน่าย “ท่านหานอี้ ท่านไม่เคยมีความสุขบ้างเลยหรือ? เห็นอะไรก็ดูเคร่งเครียดไปหมด”

ไป๋หานอี้สบตานางชั่วครู่ ดวงตาของเขาสะท้อนภาพนางอย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนี “ข้าไม่มีความจำเป็นต้องมีความสุข องค์หญิงคือความสุขเดียวที่ข้าต้องรักษาไว้”

คำพูดนี้ทำเอาหลิงซินเอ๋อร์อึ้งไปเล็กน้อย แต่ก่อนที่นางจะได้ไตร่ตรองความหมายที่ลึกซึ้งของมัน ไป๋หานอี้ก็ค้อมกายและถอยออกไปยืนอยู่มุมห้อง ราวกับเป็นเพียงเงาที่ทำตามหน้าที่

ค่ำคืนนั้น ดวงจันทร์บนฟากฟ้ายังคงมีรอยร้าวสีดำพาดผ่าน แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างหยกของตำหนักกวงหมิง

หลิงซินเอ๋อร์นอนไม่หลับ นางรู้สึกว่าพลังในร่างกายยังคงวุ่นวายอยู่เล็กน้อย และภาพของชาวบ้านที่กำลังทุกข์ทรมานยังคงติดตา

นางพยายามทำสมาธิอย่างเงียบๆ เพื่อควบคุมพลังแห่งจันทรา แต่เมื่อหลับตาลง ภาพฝันก็เข้าครอบงำจิตใจของนางอย่างรวดเร็ว

ภาพฝันนั้นไม่ใช่วังสวรรค์ที่สงบเงียบ แต่เป็นดินแดนที่ร้อนระอุและมืดมิด มีเพียงเปลวไฟสีครามที่ลุกโชนไปทั่วทุกแห่ง ราวกับเป็นภาพของ แดนปีศาจ ที่นางเคยอ่านในตำรา สงครามกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงดาบกระทบกันและเสียงร้องคำรามของปีศาจดังสนั่นหวั่นไหว

หลิงซินเอ๋อร์ยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมินั้น แต่ไม่มีใครเห็นนาง นางรู้สึกถึงความเศร้าสร้อยและความแค้นที่ลอยอยู่ในอากาศอย่างหนาแน่น พลังแห่งความบริสุทธิ์ของนางดูเหมือนจะถูกบีบคั้นจากพลังหยินอันมหาศาลรอบด้าน

ทันใดนั้นเอง นางก็เห็นเงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่กลางกองไฟสงคราม บุรุษผู้นั้นสวมชุดสีดำสนิท มีเส้นผมสีดำยาวสยายปลิวไสวในสายลมที่ร้อนระอุ รัศมีของเขาเต็มไปด้วย อำนาจมืด และความเยือกเย็นที่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของทุกสิ่งได้

เขาคือ อวิ๋นเทียนหาน รัชทายาทแห่งปีศาจ!

เขากำลังหันหลังให้นาง แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงกระซิบจากพลังเซียนของนางที่กำลังปั่นป่วนในความฝัน เขาก็หมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ

ดวงตาของเขาคมกริบและเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งนับพันปี แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังที่น่าหลงใหลและดึงดูดใจอย่างประหลาด ราวกับดวงตาของ อสูรที่รอคอยเหยื่อ

เมื่อดวงตาของอวิ๋นเทียนหานจ้องมองมาที่นางตรงๆ หัวใจของหลิงซินเอ๋อร์ก็เต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกกลัว ความตกใจ และความโหยหาที่แปลกประหลาดผสมปนเปกันจนนางแยกไม่ออก

“ในที่สุด… เจ้าก็มาตามพันธะ” เสียงของเขาดุดันและทรงอำนาจ ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของนาง

ทันใดนั้น อวิ๋นเทียนหานก็ยกมือขึ้น และค่อยๆ ก้าวเดินตรงมาที่หลิงซินเอ๋อร์อย่างช้าๆ ทุกก้าวที่เขาย่างเดินทำให้เปลวไฟปีศาจที่ลุกโชนดับลง ราวกับความมืดกำลังกลืนกินทุกสิ่ง

หลิงซินเอ๋อร์พยายามจะถอยหนี แต่ร่างกายของนางกลับขยับไม่ได้ ขาของนางถูกตรึงไว้ด้วยพลังบางอย่างที่ไม่สามารถต้านทานได้ นางรู้ว่าชายผู้นี้คือศัตรูที่อันตรายที่สุดของสวรรค์ แต่ในความรู้สึกที่ลึกที่สุดของหัวใจ… นางกลับอยากสัมผัสเขา

ก่อนที่เงาดำนั้นจะก้าวเข้ามาถึงตัวนาง และก่อนที่นางจะได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจนที่สุด

ผึง!

หลิงซินเอ๋อร์ก็สะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันอย่างรวดเร็ว เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก พลังเซียนในร่างของนางกลับคืนสู่ความสงบอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าการปรากฏตัวของเขาในความฝันได้ช่วย ควบคุม ความปั่นป่วนในพลังแห่งจันทราของนาง

นางลุกขึ้นนั่งบนเตียงหายใจหอบถี่ พยายามทำความเข้าใจกับภาพที่เพิ่งเห็น

เงาดำ… ดวงตาคมเย็นยะเยือก…

นั่นคือรัชทายาทปีศาจ อวิ๋นเทียนหาน ที่นางเคยเห็นในภาพวาดของตำราต้องห้ามอย่างแน่นอน แต่เหตุใดเขาจึงปรากฏตัวในความฝันของนางได้? และเหตุใดพลังของเขาจึงสามารถเชื่อมต่อกับพลังแห่งจันทราของนางได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้?

หลิงซินเอ๋อร์รู้สึกได้ว่า พันธะที่ต้องห้าม ตามคำพยากรณ์ได้ก่อตัวขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ ระหว่างเซียนบริสุทธิ์กับปีศาจแห่งความมืด และมันเริ่มต้นด้วยเพียงแค่ ความฝัน นี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 30 บุปผาพิรุณแห่งลิขิตสุดท้าย (ตอนอวสาน)

    หลังจากที่ หลิงซินเอ๋อร์ และ อวิ๋นเทียนหาน รวมพลังสมดุลเข้าด้วยกัน และผนึกพลังของ มารานตี้ฮ่องเต้ และ เง็กเซียนฮ่องเต้ สนามรบก็กลับคืนสู่ความสงบ แต่สันติสุขที่แท้จริงยังมาไม่ถึงหลิงซินเอ๋อร์ มองไปยังท้องฟ้าที่ดวงจันทร์ยังคงร้าวราน นางรู้ดีว่า การผนึก เป็นเพียงการยืดเวลา สงครามจะกลับมาอีกครั้งตราบใดที่ ช่องว่าง และ ความไม่เข้าใจ ระหว่างสองภพยังคงอยู่เพื่อหยุดสงครามระหว่างสองภพอย่างถาวร หลิงซินเอ๋อร์ตัดสินใจใช้พลังสุดท้าย ของตนเองในการสร้าง สะพานจันทราสะพานนี้ไม่ใช่สะพานทางกายภาพ แต่เป็น เส้นทางจิตวิญญาณ ที่จะเชื่อมโยง สวรรค์ กับ แดนปีศาจ เข้าด้วยกันอย่างแท้จริง ทำให้สองภพไม่ถูกแยกจากกันด้วยความแค้นและกฎเกณฑ์ที่เคยกำหนดไว้แต่พลังที่จำเป็นในการสร้าง สะพานจันทรา ที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ต้องแลกด้วยชีวิตของผู้สร้างสะพาน ซึ่งหมายถึงการสละการดำรงอยู่ทั้งหมดของ หลิงซินเอ๋อร์อวิ๋นเทียนหาน ซึ่งความทรงจำกลับมาสมบูรณ์แล้ว เข้าใจถึงการตัดสินใจของ หลิงซินเอ๋อร์ เขาไม่ยอมให้เธอก้าวไปเพียงลำพัง“เราจะ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 29 ศึกแห่งสวรรค์และปีศาจ

    ข่าวการตื่นขึ้นของ หลิงซินเอ๋อร์ และการทำลายกองทัพเซียนที่ บึงดำ ได้แพร่สะพัดไปทั่วสามภพอย่างรวดเร็วข่าวนี้แพร่ไปถึงหูของ มารานตี้ จักรพรรดิปีศาจแห่งแดนปีศาจทันที!มารานตี้ ซึ่งรอคอยโอกาสนี้มานานหลายศตวรรษ เชื่อว่าการตื่นของ บุตรแห่งจันทร์ ผู้ซึ่งมีพลังสมดุลของทั้งสองเผ่าพันธุ์ คือ โอกาสสุดท้าย ในการล้างแค้นต่อสวรรค์มารานตี้ประกาศระดมพลครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จักรพรรดิปีศาจเชื่อว่าพลังที่สมดุลของหลิงซินเอ๋อร์คือ กุญแจสำคัญในการเปิดมิติ ที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่สงครามครั้งแรก ซึ่งจะนำพากองทัพปีศาจจำนวนมหาศาลเข้าสู่ใจกลางวังสวรรค์ได้โดยตรงศึกแห่งสวรรค์และปีศาจ จึงปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์ของสามภพอวี่หาน (อวิ๋นเทียนหานในร่างใหม่) ผู้ซึ่งกำลังเดินทางด้วยความเจ็บปวดที่ไร้ที่มา ถูกดึงเข้าสู่สงครามโดย ไม่รู้ตัวแม้เขาจะสละความทรงจำและสถานะ โอรสปีศาจ ไปแล้ว แต่ เลือดในกายเขายังคงเป็นสายเลือดปีศาจที่บริสุทธิ์ เขาถูกกองทัพปีศาจที่บ้าคลั่งเข้าใจผิดว่าเป็นนายทัพป

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 28 การคืนชีพของจันทรา

    เง็กเซียนฮ่องเต้ และ สภาสวรรค์ ล่วงรู้ถึงการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของพลังจันทราที่มาจาก บึงดำ พวกเขาทราบดีว่า บุตรแห่งจันทร์ กำลังจะตื่นขึ้นอีกครั้ง ความกลัวเข้าครอบงำสวรรค์อีกครั้ง เพราะหาก หลิงซินเอ๋อร์ ตื่นขึ้นพร้อมกับพลังที่สมดุลอย่างสมบูรณ์ และมีพลังของ โอรสปีศาจ อยู่ในตัว นางจะกลายเป็นภัยคุกคามที่ไม่สามารถเอาชนะได้ สภาสวรรค์สั่งให้ทำลายนาง และ ผนึกบึงดำ อย่างถาวร ก่อนที่พลังปีศาจในร่างจะฟื้นเต็มตัว กองทัพเทพเซียนชุดใหญ่ที่นำโดยเทพผู้คุมกฎที่มีอำนาจมากที่สุด ถูกส่งลงมายัง บึงดำ ทันที ซูเม่ยหลาน ผู้ซึ่งเฝ้าอยู่ริมบึงเห็นกองทัพนั้นเข้ามา นางรู้ว่าถึงเวลาต้องต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว ซูเม่ยหลาน ใช้พิณหยกโบราณของตนเองต่อสู้กับกองทัพเซียนอย่างสิ้นหวัง แต่นางอ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานพวกเขาได้ ภายในบึงดำ ดวงจิตสุดท้ายของไป๋หานอี้ ก็รับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง เขาต้องเลือกระหว่างการรักษาดวงจิตสุดท้ายไว้ให้สลายไปอย่างสงบ กับการสละการดำรงอยู่ทั้งหมดเพื่อปกป้องเธอ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 27 วิญญาณจันทรา

    หลายร้อยปีแห่งการรอคอยและการหลับใหลกำลังจะสิ้นสุดลง ซูเม่ยหลาน ผู้ซึ่งกลายเป็นคนเร่ร่อนที่สันโดษ และเป็นเพียงผู้เดียวที่เฝ้าคอยการตื่นของเพื่อนรัก ได้เดินทางไปยัง ยอดเขาจันทรายอดเขาจันทรา เป็นสถานที่ที่ใกล้ชิดกับดวงจันทร์ที่แตกร้าวที่สุด และเป็นที่ที่พลังของ หลิงซินเอ๋อร์ เคยแข็งแกร่งที่สุดในวัยเยาว์ในคืนที่ ดวงจันทร์เต็มดวง และแสงจันทร์สาดส่องลงมายังบึงดำอย่างทรงพลังที่สุด ซูเม่ยหลาน ได้ตัดสินใจทำพิธีปลุก จิตจันทรา ของหลิงซินเอ๋อร์นางวาง พิณหยกโบราณ ลงบนก้อนหินที่ถูกแสงจันทร์อาบไล้ แล้วเริ่มบรรเลงเพลงที่นางเคยบรรเลงให้เพื่อนรักฟังในอดีต เสียงพิณนั้นไม่ใช่เพลงสวรรค์ แต่เป็นเพลงที่เปี่ยมด้วยความภักดี ความเสียสละ และความรักที่เพื่อนทุกคนมอบให้แก่หลิงซินเอ๋อร์เสียงพิณของซูเม่ยหลานดังขึ้นบนยอดเขาจันทรา มันดังก้องไปทั่วทั้งสามภพ ราวกับเป็นเสียงเรียกที่ทะลุผ่านกาลเวลาภายใน บึงดำ ที่มืดมิดและเย็นยะเยือก หลิงซินเอ๋อร์ ที่หลับใหลอยู่ใต้น้ำลึกเริ่มมีปฏิกิริยาต่อเสียงพิณนั้นเสียงนั้นทะลุผ่าน ผนึ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 26 ลมหายใจแห่งบึงดำ

    หลายร้อยปีผ่านไป ท่ามกลางการหยุดยิงที่เปราะบาง หลิงซินเอ๋อร์ ยังคงหลับใหลอยู่ใต้บึงดำ โลกภายนอกพยายามที่จะลืมสงครามใหญ่ที่จบลงด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่ของทั้งสองฝ่าย บึงดำ ถูกประกาศให้เป็น สถานที่ต้องห้าม และ เขตกันชน ระหว่างแดนสวรรค์และแดนปีศาจ แม้แต่ มารานตี้ฮ่องเต้ ก็ไม่กล้าแตะต้องบึงนี้ เพราะพลังที่สมดุลของบุตรแห่งจันทร์นั้นน่ากลัวเกินกว่าจะคาดเดา บาดแผลของสามภพถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเงียบ แต่ไม่มีใครสามารถรักษาบาดแผลในจิตใจได้ อวี่หาน ผู้เร่ร่อนที่ถูกสาปด้วยความรัก อวิ๋นเทียนหาน ผู้สละความทรงจำที่เกี่ยวกับความเจ็บปวดและความแค้นของ โอรสปีศาจ ได้สร้างร่างใหม่และใช้ชื่อ “อวี่หาน” นามที่แปลว่า "ความหนาวเย็นแห่งพิรุณ" ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นคืนชีพภายใต้พิรุณโลหิต อวี่หาน กลายเป็น คนเร่ร่อน ผู้ไม่ผูกพันกับที่ใด เขาใช้พลังที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในการช่วยเหลือโลกมนุษย์ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติที่เกิดจากพลังที่หลงเหลือของสงคราม แต่ในใจเขามี ความว่างเปล่า ที่ไม่สามารถเติมเต็มได้

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 25 พิรุณเลือดแห่งการฟื้นคืน

    ภายใน บึงดำ ที่ปั่นป่วนไปด้วยพลังมาร อวิ๋นเทียนหาน กอดร่างที่ไร้สติและอ่อนล้าของ หลิงซินเอ๋อร์ ไว้แน่นความทรงจำทั้งหมดที่หายไปได้ไหลกลับเข้ามาในจิตวิญญาณของเขาอย่างรุนแรง ทั้งความรักและความแค้นต่อสวรรค์ การเสียสละของ ไป๋หานอี้ และการตายของ เฮยหลง ทั้งหมดนี้ถูกประทับไว้ในใจของเขาอย่างไม่มีวันลืมอวิ๋นเทียนหาน ใช้ พลังมารที่ฟื้นคืน อย่างสมบูรณ์ของเขา สร้างร่างจริงของตนเองขึ้นมา พลังมารสีม่วงเข้มปกคลุมไปทั่วร่างวิญญาณ ก่อนจะควบรวมกลายเป็น ร่างปีศาจ ที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบที่สุดร่างของเขาสวมอาภรณ์สีดำที่ทอจากพลังมาร อวิ๋นเทียนหาน ในตอนนี้คือ โอรสปีศาจที่ฟื้นคืนชีพ อย่างแท้จริงทว่า การฟื้นคืนในครั้งนี้ต้องแลกด้วยการสละครั้งสำคัญ อวิ๋นเทียนหาน มองไปยังร่างที่หลับใหลของหลิงซินเอ๋อร์ เขาตระหนักว่าเขาไม่สามารถแสดงความอ่อนแอได้อีกต่อไป เขาต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องความเสียสละของนาง‘ข้าจะใช้ความแค้นนำทาง เพื่อไม่ให้ใครกล้าแตะต้องนางได้อีก!’เขายอม สละความอ่อนโยน และ ความรู้สึกที่เปราะบาง ของปีศาจในตัวตนของเข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status