Beranda / รักโบราณ / ลำนำรักจันทราสลาย / ตอนที่ 3  รัชทายาทปีศาจ

Share

ตอนที่ 3  รัชทายาทปีศาจ

last update Tanggal publikasi: 2025-10-15 12:55:17

แดนปีศาจ หรือ โหมวเจี้ย ไม่เคยรู้จักคำว่า 'สงบสุข' แม้ในช่วงที่ไม่มีการทำสงครามกับแดนสวรรค์ การต่อสู้ก็ยังคงดำเนินอยู่ตลอดเวลาเพื่อแย่งชิงอำนาจและดินแดนอันมืดมิด

ในค่ำคืนที่ท้องฟ้าถูกบดบังด้วยหมอกควันสีเทาอมดำ และมีเพียงแสงจากเปลวเพลิงสีครามที่ลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง สมรภูมิหุบเขาอัคคี ได้กลายเป็นที่ฝังศพของเหล่าปีศาจกบฏที่คิดทรยศต่อบัลลังก์ของ มารานตี้ จักรพรรดิปีศาจ

บนยอดกองศพที่ยังไม่ทันเย็นชืด ร่างสูงสง่าของ อวิ๋นเทียนหาน รัชทายาทแห่งปีศาจ ยืนตระหง่านอยู่ เขาสวมชุดเกราะสีนิลสนิทที่กลืนไปกับความมืดมิด มีเพียงรอยแกะสลักคล้ายมังกรที่เรืองแสงสีม่วงอ่อนๆ ภายใต้แสงไฟปีศาจ ดาบปีศาจเงา ในมือของเขาถูกเก็บเข้าฝักแล้ว แต่กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศยังคงติดอยู่

อวิ๋นเทียนหาน คือบุตรชายเพียงคนเดียวของมารานตี้ฮ่องเต้ ที่ไม่เพียงแต่สืบทอดสายเลือดปีศาจบริสุทธิ์ แต่ยังได้รับพรสวรรค์ในการควบคุมพลังแห่งความมืดที่เหนือกว่าปีศาจตนใดในแดนนี้ ด้วยความสามารถในการเรียกและควบคุมเงาให้กลายเป็นปีศาจภูติที่ไร้รูปร่าง และสามารถใช้เงามืดนั้นพันธนาการคู่ต่อสู้จนแตกสลาย เขาจึงได้รับฉายาที่น่าสะพรึงกลัวว่า “เจ้าชายเงามืด”

การปราบกบฏครั้งนี้กินเวลายาวนานกว่าสามวันสามคืน โดยมี เฮยหลง แม่ทัพใหญ่ผู้จงรักภักดีติดตามอย่างใกล้ชิด ทว่าอวิ๋นเทียนหานกลับทำลายกองทัพกบฏกว่าแสนตนลงได้ด้วยตัวคนเดียวเป็นส่วนใหญ่

ในฉากสุดท้ายของการรบ หัวหน้ากบฏตนหนึ่งที่บาดเจ็บหนักพยายามจะหลบหนี แต่เงาดำจากเท้าของอวิ๋นเทียนหานกลับพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับอสรพิษ เงาเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นดาบที่มืดมิดและแทงทะลุร่างของหัวหน้ากบฏผู้นั้นอย่างโหดเหี้ยม

อวิ๋นเทียนหานไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ดวงตาคมกริบของเขาเย็นชาไร้เมตตา ราวกับผู้ที่ถูกพันธนาการไว้ในความมืดมานับพันปี เขาไม่เคยแสดงความสงสารหรือความอ่อนแอให้ใครเห็น การตัดสินใจของเขามีเพียงเพื่อ ชัยชนะ และ อำนาจ เท่านั้น

“นายท่าน การปราบปรามเสร็จสิ้นแล้ว” เฮยหลงเดินเข้ามาค้อมกายรายงานด้วยความเคารพอย่างสูงสุด

“กวาดล้างให้สิ้น อย่าให้เหลือซาก” อวิ๋นเทียนหานสั่งเสียงเรียบ “ปีศาจที่คิดทรยศต่อแดนปีศาจ ไม่มีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่”

คำสั่งนี้แสดงให้เห็นถึงความ โหดเหี้ยมไร้เมตตา ที่ทำให้ทุกคนในแดนปีศาจหวาดกลัวเขาเหนือกว่ามารานตี้ฮ่องเต้เสียอีก

แม้ว่าภายนอกของอวิ๋นเทียนหานจะแสดงออกถึงความโหดเหี้ยมและกระหายในอำนาจ ทว่าภายในจิตใจที่เย็นชาของเขากลับมี ความขัดแย้ง ที่รุนแรงซ่อนอยู่

เขาคือบุตรชายของ มารานตี้ จักรพรรดิปีศาจ ผู้ซึ่งมีความปรารถนาในการทำสงครามกับแดนสวรรค์อย่างไม่สิ้นสุด มารานตี้เชื่อว่าการทำลายสวรรค์คือหนทางเดียวที่แดนปีศาจจะสามารถครอบครองสามภพและนำความยิ่งใหญ่มาสู่ปีศาจได้

อวิ๋นเทียนหานได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำทัพในการทำสงครามกับสวรรค์หลายครั้ง และเขาก็ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม แต่ในทุกครั้งที่ได้รับชัยชนะ ความรู้สึกว่างเปล่ากลับเข้ามาแทนที่ความปิติ

เขามองเห็นแล้วว่า สงคราม ไม่ได้นำมาซึ่งความรุ่งโรจน์อย่างแท้จริง มันนำมาซึ่งการสูญเสีย ความแค้น และการทำลายล้างที่ไม่สิ้นสุด ปีศาจที่ตายในสนามรบก็ไม่ต่างจากเซียนที่ตายในสงคราม ทั้งหมดล้วนเป็นเพียง เครื่องมือ ในการสนองความกระหายอำนาจของผู้ปกครอง

"บิดาของข้า... ใฝ่หาแต่ความยิ่งใหญ่ในนามของสงคราม แต่สุดท้ายแล้ว ปีศาจก็ต้องมาฆ่ากันเองเพื่อความอยู่รอด" เขาคิดในใจอย่างขมขื่น

ความขัดแย้งระหว่างเขากับมารานตี้จึงไม่เคยจางหายไป อวิ๋นเทียนหานไม่ปรารถนาสงครามที่ไม่สิ้นสุด เขารู้สึกเบื่อหน่ายกับวัฏจักรแห่งความแค้นนี้ แต่ในฐานะรัชทายาท เขาไม่มีทางเลือกนอกจากทำตามพระประสงค์ของบิดาเพื่อความอยู่รอดของตนเอง

ในคืนนั้น เมื่อเขากลับเข้าสู่ปราสาทที่มืดมิดของตนเอง อวิ๋นเทียนหานเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่ทำจากหินอัคนี มองออกไปยังฟากฟ้าที่ถูกบดบังด้วยความมืด

“เฮยหลง เจ้าคิดว่าสงครามนี้จะจบลงเมื่อใด?” อวิ๋นเทียนหานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ผิดปกติจากความเย็นชาของเขา

เฮยหลงยืนอยู่ด้านหลังเขาอย่างเงียบๆ “ตราบใดที่สวรรค์ยังคงถือว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์และปีศาจยังเป็นผู้ถูกกวาดล้าง สงครามก็จะไม่มีวันจบสิ้นพ่ะย่ะค่ะ มีเพียงท่านเท่านั้นที่สามารถยุติมันได้ด้วยการทำลายสวรรค์ให้สิ้นซาก”

อวิ๋นเทียนหานหันกลับมามองเฮยหลง ดวงตาของเขามืดมิดราวกับหลุมดำ “ทำลาย? แล้วหลังจากนั้นล่ะ? แดนปีศาจจะสงบสุขจริงหรือ? หรือจะเกิดสงครามแย่งชิงอำนาจภายในอีกครั้ง เพราะไม่มีศัตรูภายนอกให้รวมใจเป็นหนึ่ง?”

เฮยหลงไม่กล้าตอบคำถามนั้น เพราะนั่นคือความจริงที่ทุกคนในแดนปีศาจรู้ดี การรวมเป็นหนึ่งเดียวของปีศาจเกิดจากความเกลียดชังที่มีต่อสวรรค์

“สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่เพียงชัยชนะ… แต่คือ ความสงบ ที่แท้จริง” อวิ๋นเทียนหานกล่าวอย่างแผ่วเบา เป็นคำพูดที่ไม่เคยมีปีศาจตนใดเคยได้ยินจากเขามาก่อน

ในขณะที่อวิ๋นเทียนหานยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด จิตวิญญาณของเขาก็พลันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ คุ้นเคย และ ดึงดูดใจ มันคือพลังที่บริสุทธิ์และเยือกเย็นราวกับหิมะ แต่มันกลับเชื่อมโยงกับความมืดในตัวเขาได้อย่างแนบแน่น

ความรู้สึกนี้เริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่คืนที่ดวงจันทร์เริ่มมีรอยร้าว และรุนแรงที่สุดเมื่อเขาได้สัมผัสกับ ความฝัน ขององค์หญิงสวรรค์ในคืนที่ผ่านมา

อวิ๋นเทียนหานก้าวไปที่หน้าต่างอีกครั้ง เขาใช้พลังปีศาจของตนเองดึงม่านเมฆหนาทึบออกไป เพื่อเผยให้เห็นท้องฟ้าด้านนอก

บนฟากฟ้าที่ห่างไกล ดวงจันทร์สีเงินยังคงปรากฏ รอยร้าว สีดำสนิทพาดผ่านกลางดวงอย่างเห็นได้ชัด แสงจันทร์ที่รอดผ่านรอยร้าวนั้นดูหม่นหมอง แต่กลับมี พลังดึงดูด อย่างรุนแรง

อวิ๋นเทียนหานเงยหน้ามองดวงจันทร์ รอยร้าวบนฟากฟ้าสะท้อนอยู่ในดวงตาคมเย็นยะเยือกของเขาอย่างชัดเจน ราวกับรอยร้าวนั้นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชะตากรรมเขาไปแล้ว

“บุตรแห่งจันทร์…”

เขานึกถึงพลังที่บริสุทธิ์และอ่อนโยนที่สัมผัสได้ในความฝัน มันช่างแตกต่างจากความมืดมิดที่เขาเติบโตมา แต่พลังนั้นกลับกระตุ้นสัญชาตญาณปีศาจในตัวเขาให้ อยากครอบครอง

แต่ในขณะเดียวกัน การสัมผัสกับความบริสุทธิ์นั้น ก็ทำให้ความรู้สึก เบื่อหน่าย ในตัวเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วย พลังแห่งจันทราของนางทำให้เขาตระหนักว่าโลกนี้มีความหวังและสิ่งที่สวยงามที่มากกว่าการทำสงคราม

เขาต้องการพลังแห่งจันทราของนาง เพื่อใช้ในการทำลายล้างสวรรค์และยุติสงครามตามที่มารานตี้ต้องการ

แต่เขากลับรู้สึกเหมือนถูกลิขิตให้ปกป้องพลังนั้น เพราะมันคือแสงสว่างเดียวที่สามารถนำความสงบสุขที่แท้จริงมาสู่สามภพได้ หากพลังนั้นสลายไป โลกนี้ก็จะดำดิ่งสู่ความมืดมิดตลอดกาล และสงครามก็จะไม่มีวันจบสิ้น

อวิ๋นเทียนหานยกมือข้างหนึ่งขึ้นช้าๆ เงาดำจากปลายนิ้วของเขาก่อตัวเป็นกลุ่มหมอกเล็กๆ พยายามยื่นขึ้นไปสัมผัสกับแสงจันทร์ที่ร้าวรานนั้น

“พันธะที่ต้องห้าม”

นี่คือคำที่เขาได้ยินจากพลังแห่งจันทรา เขาไม่รู้ว่าพันธะนี้หมายถึงอะไร แต่เขารู้สึกเหมือน โชคชะตา บางอย่างกำลังเชื่อมโยงเขากับองค์หญิงสวรรค์ผู้นั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าความผูกพันนี้จะเป็นไปในรูปแบบใด... มันจะต้องเป็นจุดเริ่มต้นของมหาสงครามครั้งสุดท้ายของสามภพอย่างแน่นอน

เขาคือความมืดที่ต้องกลืนกินแสงสว่าง และนางคือแสงสว่างที่ต้องทำให้ความมืดสงบลง

อวิ๋นเทียนหานลดมือลงอย่างช้าๆ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในอำนาจและสงครามที่กำลังจะมาถึง

“เฮยหลง… สั่งการทัพ เตรียมพร้อมภายในหนึ่งเดือน ข้าจะนำทัพบุกแดนสวรรค์ด้วยตัวเอง คราวนี้… เราจะไม่เพียงแต่ขับไล่เซียน แต่จะไป นำตัว สิ่งที่สวรรค์หวงแหนที่สุดกลับมา”

นั่นคือคำประกาศของรัชทายาทปีศาจ ที่จะนำพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับชะตากรรมของ บุตรแห่งจันทร์ ตามคำพยากรณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 30 บุปผาพิรุณแห่งลิขิตสุดท้าย (ตอนอวสาน)

    หลังจากที่ หลิงซินเอ๋อร์ และ อวิ๋นเทียนหาน รวมพลังสมดุลเข้าด้วยกัน และผนึกพลังของ มารานตี้ฮ่องเต้ และ เง็กเซียนฮ่องเต้ สนามรบก็กลับคืนสู่ความสงบ แต่สันติสุขที่แท้จริงยังมาไม่ถึงหลิงซินเอ๋อร์ มองไปยังท้องฟ้าที่ดวงจันทร์ยังคงร้าวราน นางรู้ดีว่า การผนึก เป็นเพียงการยืดเวลา สงครามจะกลับมาอีกครั้งตราบใดที่ ช่องว่าง และ ความไม่เข้าใจ ระหว่างสองภพยังคงอยู่เพื่อหยุดสงครามระหว่างสองภพอย่างถาวร หลิงซินเอ๋อร์ตัดสินใจใช้พลังสุดท้าย ของตนเองในการสร้าง สะพานจันทราสะพานนี้ไม่ใช่สะพานทางกายภาพ แต่เป็น เส้นทางจิตวิญญาณ ที่จะเชื่อมโยง สวรรค์ กับ แดนปีศาจ เข้าด้วยกันอย่างแท้จริง ทำให้สองภพไม่ถูกแยกจากกันด้วยความแค้นและกฎเกณฑ์ที่เคยกำหนดไว้แต่พลังที่จำเป็นในการสร้าง สะพานจันทรา ที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ต้องแลกด้วยชีวิตของผู้สร้างสะพาน ซึ่งหมายถึงการสละการดำรงอยู่ทั้งหมดของ หลิงซินเอ๋อร์อวิ๋นเทียนหาน ซึ่งความทรงจำกลับมาสมบูรณ์แล้ว เข้าใจถึงการตัดสินใจของ หลิงซินเอ๋อร์ เขาไม่ยอมให้เธอก้าวไปเพียงลำพัง“เราจะ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 29 ศึกแห่งสวรรค์และปีศาจ

    ข่าวการตื่นขึ้นของ หลิงซินเอ๋อร์ และการทำลายกองทัพเซียนที่ บึงดำ ได้แพร่สะพัดไปทั่วสามภพอย่างรวดเร็วข่าวนี้แพร่ไปถึงหูของ มารานตี้ จักรพรรดิปีศาจแห่งแดนปีศาจทันที!มารานตี้ ซึ่งรอคอยโอกาสนี้มานานหลายศตวรรษ เชื่อว่าการตื่นของ บุตรแห่งจันทร์ ผู้ซึ่งมีพลังสมดุลของทั้งสองเผ่าพันธุ์ คือ โอกาสสุดท้าย ในการล้างแค้นต่อสวรรค์มารานตี้ประกาศระดมพลครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จักรพรรดิปีศาจเชื่อว่าพลังที่สมดุลของหลิงซินเอ๋อร์คือ กุญแจสำคัญในการเปิดมิติ ที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่สงครามครั้งแรก ซึ่งจะนำพากองทัพปีศาจจำนวนมหาศาลเข้าสู่ใจกลางวังสวรรค์ได้โดยตรงศึกแห่งสวรรค์และปีศาจ จึงปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์ของสามภพอวี่หาน (อวิ๋นเทียนหานในร่างใหม่) ผู้ซึ่งกำลังเดินทางด้วยความเจ็บปวดที่ไร้ที่มา ถูกดึงเข้าสู่สงครามโดย ไม่รู้ตัวแม้เขาจะสละความทรงจำและสถานะ โอรสปีศาจ ไปแล้ว แต่ เลือดในกายเขายังคงเป็นสายเลือดปีศาจที่บริสุทธิ์ เขาถูกกองทัพปีศาจที่บ้าคลั่งเข้าใจผิดว่าเป็นนายทัพป

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 28 การคืนชีพของจันทรา

    เง็กเซียนฮ่องเต้ และ สภาสวรรค์ ล่วงรู้ถึงการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของพลังจันทราที่มาจาก บึงดำ พวกเขาทราบดีว่า บุตรแห่งจันทร์ กำลังจะตื่นขึ้นอีกครั้ง ความกลัวเข้าครอบงำสวรรค์อีกครั้ง เพราะหาก หลิงซินเอ๋อร์ ตื่นขึ้นพร้อมกับพลังที่สมดุลอย่างสมบูรณ์ และมีพลังของ โอรสปีศาจ อยู่ในตัว นางจะกลายเป็นภัยคุกคามที่ไม่สามารถเอาชนะได้ สภาสวรรค์สั่งให้ทำลายนาง และ ผนึกบึงดำ อย่างถาวร ก่อนที่พลังปีศาจในร่างจะฟื้นเต็มตัว กองทัพเทพเซียนชุดใหญ่ที่นำโดยเทพผู้คุมกฎที่มีอำนาจมากที่สุด ถูกส่งลงมายัง บึงดำ ทันที ซูเม่ยหลาน ผู้ซึ่งเฝ้าอยู่ริมบึงเห็นกองทัพนั้นเข้ามา นางรู้ว่าถึงเวลาต้องต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว ซูเม่ยหลาน ใช้พิณหยกโบราณของตนเองต่อสู้กับกองทัพเซียนอย่างสิ้นหวัง แต่นางอ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานพวกเขาได้ ภายในบึงดำ ดวงจิตสุดท้ายของไป๋หานอี้ ก็รับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง เขาต้องเลือกระหว่างการรักษาดวงจิตสุดท้ายไว้ให้สลายไปอย่างสงบ กับการสละการดำรงอยู่ทั้งหมดเพื่อปกป้องเธอ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 27 วิญญาณจันทรา

    หลายร้อยปีแห่งการรอคอยและการหลับใหลกำลังจะสิ้นสุดลง ซูเม่ยหลาน ผู้ซึ่งกลายเป็นคนเร่ร่อนที่สันโดษ และเป็นเพียงผู้เดียวที่เฝ้าคอยการตื่นของเพื่อนรัก ได้เดินทางไปยัง ยอดเขาจันทรายอดเขาจันทรา เป็นสถานที่ที่ใกล้ชิดกับดวงจันทร์ที่แตกร้าวที่สุด และเป็นที่ที่พลังของ หลิงซินเอ๋อร์ เคยแข็งแกร่งที่สุดในวัยเยาว์ในคืนที่ ดวงจันทร์เต็มดวง และแสงจันทร์สาดส่องลงมายังบึงดำอย่างทรงพลังที่สุด ซูเม่ยหลาน ได้ตัดสินใจทำพิธีปลุก จิตจันทรา ของหลิงซินเอ๋อร์นางวาง พิณหยกโบราณ ลงบนก้อนหินที่ถูกแสงจันทร์อาบไล้ แล้วเริ่มบรรเลงเพลงที่นางเคยบรรเลงให้เพื่อนรักฟังในอดีต เสียงพิณนั้นไม่ใช่เพลงสวรรค์ แต่เป็นเพลงที่เปี่ยมด้วยความภักดี ความเสียสละ และความรักที่เพื่อนทุกคนมอบให้แก่หลิงซินเอ๋อร์เสียงพิณของซูเม่ยหลานดังขึ้นบนยอดเขาจันทรา มันดังก้องไปทั่วทั้งสามภพ ราวกับเป็นเสียงเรียกที่ทะลุผ่านกาลเวลาภายใน บึงดำ ที่มืดมิดและเย็นยะเยือก หลิงซินเอ๋อร์ ที่หลับใหลอยู่ใต้น้ำลึกเริ่มมีปฏิกิริยาต่อเสียงพิณนั้นเสียงนั้นทะลุผ่าน ผนึ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 26 ลมหายใจแห่งบึงดำ

    หลายร้อยปีผ่านไป ท่ามกลางการหยุดยิงที่เปราะบาง หลิงซินเอ๋อร์ ยังคงหลับใหลอยู่ใต้บึงดำ โลกภายนอกพยายามที่จะลืมสงครามใหญ่ที่จบลงด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่ของทั้งสองฝ่าย บึงดำ ถูกประกาศให้เป็น สถานที่ต้องห้าม และ เขตกันชน ระหว่างแดนสวรรค์และแดนปีศาจ แม้แต่ มารานตี้ฮ่องเต้ ก็ไม่กล้าแตะต้องบึงนี้ เพราะพลังที่สมดุลของบุตรแห่งจันทร์นั้นน่ากลัวเกินกว่าจะคาดเดา บาดแผลของสามภพถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเงียบ แต่ไม่มีใครสามารถรักษาบาดแผลในจิตใจได้ อวี่หาน ผู้เร่ร่อนที่ถูกสาปด้วยความรัก อวิ๋นเทียนหาน ผู้สละความทรงจำที่เกี่ยวกับความเจ็บปวดและความแค้นของ โอรสปีศาจ ได้สร้างร่างใหม่และใช้ชื่อ “อวี่หาน” นามที่แปลว่า "ความหนาวเย็นแห่งพิรุณ" ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นคืนชีพภายใต้พิรุณโลหิต อวี่หาน กลายเป็น คนเร่ร่อน ผู้ไม่ผูกพันกับที่ใด เขาใช้พลังที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในการช่วยเหลือโลกมนุษย์ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติที่เกิดจากพลังที่หลงเหลือของสงคราม แต่ในใจเขามี ความว่างเปล่า ที่ไม่สามารถเติมเต็มได้

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 25 พิรุณเลือดแห่งการฟื้นคืน

    ภายใน บึงดำ ที่ปั่นป่วนไปด้วยพลังมาร อวิ๋นเทียนหาน กอดร่างที่ไร้สติและอ่อนล้าของ หลิงซินเอ๋อร์ ไว้แน่นความทรงจำทั้งหมดที่หายไปได้ไหลกลับเข้ามาในจิตวิญญาณของเขาอย่างรุนแรง ทั้งความรักและความแค้นต่อสวรรค์ การเสียสละของ ไป๋หานอี้ และการตายของ เฮยหลง ทั้งหมดนี้ถูกประทับไว้ในใจของเขาอย่างไม่มีวันลืมอวิ๋นเทียนหาน ใช้ พลังมารที่ฟื้นคืน อย่างสมบูรณ์ของเขา สร้างร่างจริงของตนเองขึ้นมา พลังมารสีม่วงเข้มปกคลุมไปทั่วร่างวิญญาณ ก่อนจะควบรวมกลายเป็น ร่างปีศาจ ที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบที่สุดร่างของเขาสวมอาภรณ์สีดำที่ทอจากพลังมาร อวิ๋นเทียนหาน ในตอนนี้คือ โอรสปีศาจที่ฟื้นคืนชีพ อย่างแท้จริงทว่า การฟื้นคืนในครั้งนี้ต้องแลกด้วยการสละครั้งสำคัญ อวิ๋นเทียนหาน มองไปยังร่างที่หลับใหลของหลิงซินเอ๋อร์ เขาตระหนักว่าเขาไม่สามารถแสดงความอ่อนแอได้อีกต่อไป เขาต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องความเสียสละของนาง‘ข้าจะใช้ความแค้นนำทาง เพื่อไม่ให้ใครกล้าแตะต้องนางได้อีก!’เขายอม สละความอ่อนโยน และ ความรู้สึกที่เปราะบาง ของปีศาจในตัวตนของเข

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 9 สงครามเริ่มต้น

    หลังจากที่ เง็กเซียนฮ่องเต้ ได้รับรายงานจาก ซูเม่ยหลาน และตระหนักถึงความสัมพันธ์ที่เกินกว่าเหตุระหว่าง หลิงซินเอ๋อร์ กับ อวิ๋นเทียนหาน พระองค์ก็ตัดสินใจดำเนินการอย่างเด็ดขาด ในโถงหลิงเซียว เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงเรียกประชุมเหล่าเทพเซียนทั้งหมด และมีพ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 8 เสียงพิณแห่งสวรรค์

    หลังจากที่ หลิงซินเอ๋อร์ ถูกนำตัวกลับสู่สวรรค์ และแสดงความเอนเอียงไปทางรัชทายาทปีศาจอย่างชัดเจน ความหวาดระแวงในวังสวรรค์ก็พุ่งสูงถึงขีดสุด เง็กเซียนฮ่องเต้ ทรงตระหนักดีว่าการกักบริเวณเพียงอย่างเดียวไม่สามารถควบคุม บุตรแห่งจันทร์ ผู้ถูกลิขิตให้เป็นทั้งความหวังแล

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 7 คำสาบานใต้เงาจันทร์

    แม้จะถูกกักบริเวณในตำหนักกวงหมิง และถูกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจาก ไป๋หานอี้ องครักษ์ผู้ภักดี แต่จิตวิญญาณของ หลิงซินเอ๋อร์ ก็ไม่เคยสงบลงได้เลย คำพูดของ อวิ๋นเทียนหาน และความรู้สึกที่เชื่อมโยงกันในความฝันยังคงดึงดูดนางอย่างรุนแรง นางต้องการคำตอบเกี่ยวกับ พ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 6 องครักษ์หานอี้

    เสียงสัญญาณถอยทัพของกองทัพสวรรค์ดังสนั่นไปทั่ว หุบเขาอวิ๋นหมิง ทันทีที่ หลิงซินเอ๋อร์ เอาตัวเองเข้าขวางการโจมตีอันรุนแรง อวิ๋นเทียนหาน ก็หยุดชะงักด้วยความตกตะลึง ในชั่วพริบตาแห่งความสับสนนั้น ไป๋หานอี้ อาศัยจังหวะที่รัชทายาทปีศาจเสียสมาธิ พุ่งเข้าชิงตัว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status