Beranda / รักโบราณ / ลำนำรักจันทราสลาย / ตอนที่ 1 ลำนำแห่งจันทรา

Share

ลำนำรักจันทราสลาย
ลำนำรักจันทราสลาย
Penulis: Charuda Singsathon

ตอนที่ 1 ลำนำแห่งจันทรา

last update Tanggal publikasi: 2025-10-13 12:38:58

ในมหาจักรวาลอันกว้างใหญ่ วิถีแห่งฟ้าได้กำหนดให้สรรพสิ่งดำรงอยู่ภายใต้การปกครองของ สามภพ อันได้แก่ แดนสวรรค์ (เทียนเจี้ย) ดินแดนมนุษย์ (เหรินเจี้ย) และ แดนปีศาจ (โหมวเจี้ย)

แดนสวรรค์ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงเหนือม่านเมฆ มีเพียงแสงสุริยันและจันทราที่เป็นนิรันดร์ เทียนกง หรือวิมานสวรรค์ สร้างจากหยกขาวและทองคำอันเรืองรอง ก่อเกิดเป็นภูมิทัศน์ที่สงบเยือกเย็นและศักดิ์สิทธิ์ อากาศในแดนสวรรค์อวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ท้ออมตะ และธารน้ำอมฤตที่ไหลรินอย่างไม่ขาดสาย เหล่าเซียนผู้ทรงศีลใช้ชีวิตอันเป็นอมตะภายใต้กฎระเบียบที่เคร่งครัด เง็กเซียนฮ่องเต้ ผู้ปกครองสูงสุด ทรงรักษาความสมดุลของจักรวาลและดูแลการหมุนเวียนของมวลวิญญาณในวัฏสงสารอย่างพิถีพิถัน สวรรค์คือตัวแทนของความสงบเรียบร้อยและพลังหยางที่บริสุทธิ์

เบื้องล่างของปุยเมฆคือ ดินแดนมนุษย์ ที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งชีวิตและความวุ่นวาย เป็นภพที่เปราะบางที่สุด ทว่าก็เป็นที่กำเนิดของอารยธรรม ความรัก ความโลภ และความตาย ทุกสิ่งในแดนมนุษย์ล้วนไม่จีรัง เป็นที่ที่วิญญาณมาเพื่อเรียนรู้และชดใช้กรรม ก่อนจะกลับคืนสู่เส้นทางแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้ง แดนมนุษย์เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความสว่างและความมืด

ส่วนที่ลึกลงไปจากแดนมนุษย์คือ แดนปีศาจ อันเป็นขั้วตรงข้ามโดยสิ้นเชิง ดินแดนแห่งความมืดมิดและพลังหยินอันเข้มข้น แสงสว่างแทบไม่เคยปรากฏ มีเพียงเปลวไฟสีครามและหินอัคนีที่ลุกโชนอย่างเงียบงัน ภูมิทัศน์เต็มไปด้วยหุบเหวและปราสาทหินดำทะมึนซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่าปีศาจและอสูรที่ทรงพลัง ปกครองโดย มารานตี้ ผู้เปี่ยมด้วยพลังอำนาจแห่งความมืดและมักใหญ่ใฝ่สูง แดนปีศาจคือขุมพลังแห่งสงครามและความกระหายในอำนาจ

กฎแห่งฟ้ากำหนดให้สามภพต้องรักษาสมดุลไว้เช่นนี้มานานนับพันปี แต่ในคืนที่อากาศหนาวเหน็บยามนี้ ความสงบสุขของทั้งสามภพกำลังถูกคุกคาม…

ณ โถง หลิงเซียว อันเป็นศูนย์กลางอำนาจของวังสวรรค์ แสงจันทร์ยามราตรีสาดส่องลงกระทบพื้นหยกขาวที่เย็นเยียบ บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยความกดดัน เง็กเซียนฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์อย่างสงบนิ่ง แต่ในพระเนตรฉายแววกังวล พระหัตถ์กระชับพนักพิงแน่น เหล่าเทพเซียนกว่าร้อยองค์ต่างยืนนิ่งก้มหน้า ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมา

เบื้องหน้าของเง็กเซียนฮ่องเต้คือ ไท่ซ่างเหล่าจวิน (พระอาจารย์ผู้เฒ่า) เซียนผู้ทรงปัญญาที่สุดในสวรรค์ เขาสวมชุดคลุมสีขาวสะอาด แต่ใบหน้ากลับซีดเซียวราวกับเพิ่งผ่านศึกหนักมา ดวงตาที่ปกติจะเต็มไปด้วยความเมตตา บัดนี้กลับฉายแววแห่งความหวาดหวั่น

“ฝ่าบาท…นิมิตที่ข้าเห็นเมื่อยามชั่วโมงยามซวี (19.00 – 21.00 น.) หนักหนากว่าครั้งใดๆ” ไท่ซ่างเหล่าจวินกล่าวเสียงสั่นเครือ “แก่นแห่งสมดุลของสามภพ… ดวงจันทรา กำลังเกิด รอยร้าว รอยร้าวสีดำทมิฬพาดผ่านกลางดวงจันทร์ คล้ายกับรอยแผลที่กำลังจะปริแยก!”

ทั่วทั้งโถงเกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที ดวงจันทร์ไม่ได้เป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง แต่เป็นแหล่งพลังงานหยินที่ค้ำจุนสมดุลของทุกสิ่งในจักรวาล รอยร้าวบนดวงจันทร์จึงหมายถึงรอยร้าวบนกฎแห่งฟ้า

“ท่านอาจารย์…หมายความว่าพลังของดวงจันทร์กำลังจะสลายอย่างนั้นหรือ?” เง็กเซียนฮ่องเต้ตรัสถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ไท่ซ่างเหล่าจวินส่ายศีรษะอย่างช้าๆ “ไม่ใช่สลาย แต่เป็น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พลังหยินที่เคยเยือกเย็นและสงบ บัดนี้กลับปั่นป่วนวุ่นวายจนก่อให้เกิดพลังที่ไม่อาจคาดเดาได้ และนี่คือคำพยากรณ์ที่ผูกพันกับรอยร้าวนั้น…”

เขาหลับตาลงอย่างสงบนิ่งอีกครั้ง พลังเซียนสีทองค่อยๆ แผ่ออกจากร่างและก่อตัวเป็นอักษรโบราณสามบรรทัดกลางอากาศ อักษรนั้นเปล่งประกายคล้ายถูกจารึกด้วยแสงจันทร์แท้ๆ

“จันทราแยกสลาย มวลวิญญาณสั่นคลอน”

“บุตรแห่งจันทร์ถือกำเนิด นำความหวังหรือหายนะ”

“หนึ่งพันธะต้องห้าม ชุบชีวิตหรือทำลายล้าง”

เหล่าเทพเซียนต่างตกตะลึงกับคำพยากรณ์นี้ ‘พันธะต้องห้าม’ ย่อมหมายถึงความรักข้ามภพ ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสูงสุดตามกฎสวรรค์

เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรไปยังอักษรสุดท้ายอย่างครุ่นคิด ก่อนจะตรัสถาม “บุตรแห่งจันทร์…คือ หลิงซินเอ๋อร์ บุตรีรองของเราใช่หรือไม่? นางกำเนิดภายใต้ดวงจันทร์เต็มดวง และมีพลังรักษาที่โดดเด่นมาตั้งแต่เยาว์วัย”

“พ่ะย่ะค่ะ” ไท่ซ่างเหล่าจวินตอบ “นางคือผู้ที่ถูกลิขิตให้เป็น แก่นแท้แห่งจันทรา ร่างกายของนางสามารถรองรับและควบคุมพลังที่วุ่นวายนั้นได้ พลังรักษาของนางคือแสงสว่างที่จะเยียวยาสามภพจากสงครามที่กำลังจะอุบัติ แต่ในขณะเดียวกัน… พลังสะกดปีศาจที่อยู่ในตัวนาง ก็คือสิ่งที่แดนปีศาจจะต้องพยายามช่วงชิงมาให้ได้”

เทพเซียนองค์หนึ่งนาม ไป๋หานอี้ องครักษ์หนุ่มผู้เงียบขรึมและภักดีขององค์หญิงหลิงซินเอ๋อร์ ยืนอยู่ด้านหลังเง็กเซียนฮ่องเต้ ร่างกายเขาพลันแข็งทื่อเมื่อได้ยินชื่อองค์หญิง พลังที่เงียบสงบในตัวเขาพลันสั่นสะเทือนเล็กน้อย

ไท่ซ่างเหล่าจวินเหลือบมองไปยังไป๋หานอี้เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฝ่าบาท…การที่องค์หญิงหลิงซินเอ๋อร์จะนำความหวังมาสู่สามภพได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า จิตใจ ของนางจะถูกชักนำไปในทางใด นางต้องบริสุทธิ์และมั่นคงในวิถีเซียน แต่หากพลังแห่งจันทราที่อยู่ในตัวนางถูกมลทินด้วย พันธะต้องห้าม… ไม่ว่าจะเป็นพลังจากแดนปีศาจหรือพลังอื่นใดที่ไม่ถูกกฎฟ้า ความหวังนั้นก็จะกลับกลายเป็น หายนะ ที่ทำลายทุกสิ่งจนสิ้นสูญ”

เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงกวาดพระเนตรไปยังเหล่าเทพเซียนอย่างเด็ดขาด “นับจากนี้ไป จงเพิ่มกำลังป้องกันวังสวรรค์เป็นสามเท่า และให้ ไป๋หานอี้ ดูแลองค์หญิงหลิงซินเอ๋อร์อย่างใกล้ชิดที่สุด ห้ามให้นางก้าวออกจากวังสวรรค์โดยเด็ดขาด จนกว่าเราจะหาทางควบคุมพลังแห่งจันทราของนางได้”

ไป๋หานอี้ค้อมกายลงทันที “น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ” แต่ภายในใจของเขานั้นเต็มไปด้วยคลื่นพายุ เขาตระหนักดีถึงพันธะที่มองไม่เห็นซึ่งตนมีต่อองค์หญิง และคำว่า 'พันธะต้องห้าม' นั้นก็ก้องอยู่ในหูอย่างเจ็บปวด

ณ ตำหนัก กวงหมิง ซึ่งเป็นที่ประทับขององค์หญิงหลิงซินเอ๋อร์ ตำหนักนี้สร้างอยู่บนยอดเขาสูงที่สุดในวังสวรรค์ ทำให้มองเห็นดวงจันทร์ได้อย่างชัดเจนที่สุด

หลิงซินเอ๋อร์ ในวัยสิบหกปีเพิ่งจะเริ่มเบ่งบานเป็นดอกเหมยในฤดูหนาว รูปร่างของนางอ่อนช้อยงดงามราวกับถูกสร้างสรรค์จากหยดน้ำค้างและแสงจันทร์ ใบหน้าเล็กเรียว ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความไร้เดียงสา ผมสีดำขลับถูกรวบด้วยปิ่นหยกจันทร์เสี้ยวที่เง็กเซียนฮ่องเต้ประทานให้

นางกำลังนั่งอยู่ริมระเบียงหยกเย็นๆ มองไปยังดวงจันทร์บนฟากฟ้า ดวงจันทร์ยามค่ำคืนนี้ผิดแปลกไปจากทุกวัน แสงของมันดูหม่นหมองกว่าปกติ และเมื่อมองเพ่งไปนานๆ ก็จะเห็น รอยร้าวสีดำ เล็กๆ พาดผ่านกลางดวงอย่างน่าประหลาด

"จันทร์ร้าว..." หลิงซินเอ๋อร์พึมพำกับตัวเอง มือเล็กๆ ของนางยกขึ้นกุมอก ความรู้สึกเจ็บปวดที่ประหลาดและปวดหน่วงได้ก่อตัวขึ้นอีกครั้งในใจของนาง ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมี สายใยที่มองไม่เห็น กำลังดึงรั้งจิตวิญญาณของนางไปยังที่แห่งหนึ่งที่อยู่ไกลแสนไกล

ทันใดนั้น พลังเซียนในร่างของนางก็พลันปั่นป่วนราวกับกระแสน้ำวน สายลมเย็นยะเยือกพัดเข้าสู่ตำหนักกวงหมิงอย่างรุนแรง พลังเซียนสีเงินอ่อนๆ เริ่มเปล่งประกายออกมาจากผิวหนังของนาง แสงนั้นเรืองรองและบริสุทธิ์

หลิงซินเอ๋อร์ตกใจ พยายามใช้พลังรักษาที่ตนมีเพื่อควบคุมความวุ่นวายนี้ ทว่าพลังยิ่งควบคุมก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แสงสีเงินที่บริสุทธิ์ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสี ฟ้าครามเข้ม เหมือนกับแสงจากก้นบึ้งของมหาสมุทรลึก

ตูม!

กระถางดอกไม้หยกที่อยู่ใกล้ๆ ระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยแรงพลังที่มองไม่เห็น หลิงซินเอ๋อร์รู้สึกได้ว่าพลังในกายของนางกำลังจะหลุดจากการควบคุม ความรู้สึกปวดหน่วงที่อกยิ่งรุนแรงขึ้นราวกับหัวใจกำลังถูกฉีกออกเป็นสองส่วน

นางพยายามรวบรวมสมาธิ นึกถึงคำสอนของพระอาจารย์ผู้เฒ่าที่ว่า 'พลังแห่งจันทรา คือพลังแห่งความสงบเย็น' นางหลับตาลง พยายามทำให้จิตใจกลับคืนสู่ความว่างเปล่า

ในขณะที่พลังในร่างปั่นป่วนจนถึงขีดสุด เสียงกระซิบที่เย็นชาและดุดันก็ดังขึ้นในความรู้สึกของนาง มันเป็นเสียงที่ลึกและก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของพายุ:

“เซียนน้อย… เจ้าคือบุตรแห่งจันทร์ที่ข้าตามหา”

หลิงซินเอ๋อร์ลืมตาขึ้นทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าของนางซีดเผือด นางมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นผู้ใด เสียงนั้นมาจากไหน? มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินทางหู แต่มันก้องอยู่ในส่วนลึกที่สุดของจิตวิญญาณ

“อย่าได้ต่อต้านชะตาฟ้าเลย… เจ้าและข้าคือส่วนหนึ่งของกันและกัน” เสียงนั้นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

ในชั่วพริบตาที่จิตใจขององค์หญิงกำลังสั่นคลอน แสงจันทร์ที่ร้าวรานบนฟากฟ้าก็สาดแสงลงมาอย่างจงใจ แสงนั้นพุ่งตรงมาที่หลิงซินเอ๋อร์ราวกับลำแสงนำทาง เมื่อสัมผัสกับแสงนั้น พลังเซียนสีฟ้าครามในกายของนางก็สงบลงในทันที ความปวดหน่วงที่อกก็หายไป แต่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึก โหยหา บางอย่างที่แปลกประหลาดและรุนแรง

หลิงซินเอ๋อร์เงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ร้าวรานอีกครั้ง นัยน์ตาของนางเปล่งประกายสีเงินอ่อนๆ ภายใต้แสงจันทร์ ราวกับนางและดวงจันทร์ดวงนั้นได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่เข้าใจคำพยากรณ์ ไม่เข้าใจเสียงลึกลับที่เพิ่งได้ยิน แต่จิตวิญญาณของนางรับรู้ได้ว่า ชะตากรรมของนางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ทันใดนั้นเอง ก็มีเงาร่างสีขาวก้าวเข้ามาในตำหนักอย่างรวดเร็ว

“องค์หญิง! เกิดอะไรขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ!”

ไป๋หานอี้ องครักษ์คู่กายของนาง ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเขาเห็นองค์หญิงนั่งนิ่งอยู่กลางแสงจันทร์ที่แปลกประหลาด และกระถางหยกที่แตกละเอียด ก็ทำให้เขานึกถึงคำเตือนของไท่ซ่างเหล่าจวิน

“ข้า…ข้าไม่เป็นไรหานอี้” หลิงซินเอ๋อร์ตอบเสียงแผ่วเบา

ไป๋หานอี้รีบเดินเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าองค์หญิง “ฝ่าบาทมีบัญชาให้ข้าดูแลองค์หญิงอย่างใกล้ชิด องค์หญิงไม่ควรนั่งรับแสงจันทร์ที่ผิดปกติเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ” เขาไม่กล้าเอ่ยถึงรอยร้าวบนดวงจันทร์ เพราะกลัวว่านางจะตระหนก

หลิงซินเอ๋อร์มองใบหน้าอันเคร่งขรึมและเป็นห่วงเป็นใยของไป๋หานอี้ เขายืนอยู่ข้างนางมาตั้งแต่เด็ก ภักดีดุจเงา และเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่นางไว้ใจ

“ข้าแค่รู้สึกว่า…จันทร์ดวงนี้กำลังเรียกข้า” นางเอ่ยออกมาอย่างเผลอไผล “ข้ารู้สึกผูกพันกับมันอย่างประหลาด ราวกับว่า ชะตาของเราผูกติดกัน”

คำพูดขององค์หญิงเหมือนมีดกรีดลงบนหัวใจของไป๋หานอี้ เขาเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ที่ร้าวรานอย่างขุ่นเคือง ดวงจันทร์ดวงนั้นกำลังพยายามช่วงชิงองค์หญิงไปจากสวรรค์ หรือกำลังนำพานางไปสู่หายนะที่คำพยากรณ์ได้เตือนไว้?

ไป๋หานอี้ไม่เคยกล้าเปิดเผยความรักที่ไม่อาจเอื้อมของตนที่มีต่อองค์หญิง แต่ในใจเขาสาบานว่า ไม่ว่าชะตาจะเป็นอย่างไร เขาจะปกป้องหลิงซินเอ๋อร์ไว้ด้วยชีวิต จะไม่มีพันธะต้องห้ามใดๆ มาทำร้ายนางได้

ในห้วงลึกของ แดนปีศาจ ปราสาทหินดำทะมึนของ มารานตี้ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับแล้ว

ภายในห้องบรรทมที่มืดมิดและเย็นเยียบ อวิ๋นเทียนหาน รัชทายาทแห่งปีศาจกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินสีดำ ร่างกายของเขาแข็งแกร่งและสูงสง่า เส้นผมสีดำยาวสยายราวกับเงามืดที่กำลังเคลื่อนไหว ใบหน้าของเขางดงามทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึก ดวงตาคู่นั้นดุดันราวกับพายุที่กำลังก่อตัว

อวิ๋นเทียนหานรับรู้ได้ถึง รอยร้าว บนดวงจันทร์เช่นกัน พลังหยินที่เขาควบคุมอยู่ปั่นป่วนวุ่นวายจนเกือบจะทำให้เขาหลุดจากการทำสมาธิ

“บุตรแห่งจันทร์…”

เขานึกถึงเสียงกระซิบที่ตนส่งไปยังแดนสวรรค์ พลังปีศาจที่บริสุทธิ์ของเขาสามารถเชื่อมต่อกับพลังแห่งจันทราที่แตกสลายนั้นได้ และมันนำพาเขาไปสู่ แก่นแท้แห่งพลังหยิน ที่อยู่ในร่างขององค์หญิงสวรรค์

เดิมทีเขาเป็นปีศาจที่ไร้ความรู้สึก ไม่เคยสนใจเรื่องใดนอกจากพลังและการทำสงคราม แต่ในชั่วพริบตาที่จิตวิญญาณของเขาเชื่อมต่อกับ หลิงซินเอ๋อร์ ความรู้สึกที่แปลกประหลาดก็ก่อตัวขึ้นในใจที่เย็นชาของเขา ความปรารถนา และ ความผูกพัน

เขาต้องการพลังแห่งจันทราของนางเพื่อใช้ในการทำลายสวรรค์อย่างสมบูรณ์ แต่เมื่อได้สัมผัสถึงความบริสุทธิ์ของวิญญาณนั้น ความต้องการในใจเขากลับสับสนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เจ้าคือพลังที่ข้าต้องการ และเจ้าคือจุดอ่อนที่ข้าไม่ควรมี” อวิ๋นเทียนหานคิดในใจ

“นายท่าน!”

เฮยหลง แม่ทัพใหญ่แห่งแดนปีศาจ ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ร่างกายกำยำของเขาสวมชุดเกราะสีดำทมิฬ ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยไฟปีศาจ

“รายงานมา” อวิ๋นเทียนหานเอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงอำนาจ

“สวรรค์กำลังเพิ่มกำลังป้องกันและเตรียมพร้อมทำสงครามพ่ะย่ะค่ะ มารานตี้ฮ่องเต้สั่งให้เราเตรียมพร้อมโจมตีในยามที่ดวงจันทร์ถึงจุดอ่อนแอที่สุด” เฮยหลงรายงาน

อวิ๋นเทียนหานลุกขึ้นยืนช้าๆ รัศมีของเขาสั่นสะเทือน พลังมืดอันทรงพลังแผ่ออกไปทั่วทั้งห้อง “ถึงเวลาแล้ว… เฮยหลง เจ้าเตรียมทัพไว้ เราจะเปิดฉากโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรงที่สุด”

เฮยหลงค้อมกายลง “น้อมรับพระบัญชา แต่… รัชทายาททรงมีอะไรกังวลหรือพ่ะย่ะค่ะ? พลังของท่านดูแปรปรวน…”

อวิ๋นเทียนหานจ้องมองไปที่รอยร้าวบนดวงจันทร์ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากหน้าต่างห้อง “เปล่า… แค่รู้สึกว่า พันธะ บางอย่างกำลังก่อตัวขึ้น”

เขายกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน “ไม่ว่ามันจะเป็นพันธะแห่งความรัก หรือพันธะแห่งความเกลียดชัง สิ่งที่สวรรค์หวงแหนที่สุด… ข้าจะช่วงชิงมาทำลายด้วยมือของข้าเอง”

นั่นคือคำประกาศของโอรสปีศาจผู้ไร้หัวใจ ในขณะที่องค์หญิงสวรรค์กำลังยืนอยู่ใต้แสงจันทร์ที่ร้าวรานโดยไม่รู้ชะตากรรมของตนเอง

สงครามสามภพใกล้เข้ามาแล้ว... และชะตาของ “บุตรแห่งจันทร์” ถูกผูกมัดไว้กับ “โอรสปีศาจ” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 30 บุปผาพิรุณแห่งลิขิตสุดท้าย (ตอนอวสาน)

    หลังจากที่ หลิงซินเอ๋อร์ และ อวิ๋นเทียนหาน รวมพลังสมดุลเข้าด้วยกัน และผนึกพลังของ มารานตี้ฮ่องเต้ และ เง็กเซียนฮ่องเต้ สนามรบก็กลับคืนสู่ความสงบ แต่สันติสุขที่แท้จริงยังมาไม่ถึงหลิงซินเอ๋อร์ มองไปยังท้องฟ้าที่ดวงจันทร์ยังคงร้าวราน นางรู้ดีว่า การผนึก เป็นเพียงการยืดเวลา สงครามจะกลับมาอีกครั้งตราบใดที่ ช่องว่าง และ ความไม่เข้าใจ ระหว่างสองภพยังคงอยู่เพื่อหยุดสงครามระหว่างสองภพอย่างถาวร หลิงซินเอ๋อร์ตัดสินใจใช้พลังสุดท้าย ของตนเองในการสร้าง สะพานจันทราสะพานนี้ไม่ใช่สะพานทางกายภาพ แต่เป็น เส้นทางจิตวิญญาณ ที่จะเชื่อมโยง สวรรค์ กับ แดนปีศาจ เข้าด้วยกันอย่างแท้จริง ทำให้สองภพไม่ถูกแยกจากกันด้วยความแค้นและกฎเกณฑ์ที่เคยกำหนดไว้แต่พลังที่จำเป็นในการสร้าง สะพานจันทรา ที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ต้องแลกด้วยชีวิตของผู้สร้างสะพาน ซึ่งหมายถึงการสละการดำรงอยู่ทั้งหมดของ หลิงซินเอ๋อร์อวิ๋นเทียนหาน ซึ่งความทรงจำกลับมาสมบูรณ์แล้ว เข้าใจถึงการตัดสินใจของ หลิงซินเอ๋อร์ เขาไม่ยอมให้เธอก้าวไปเพียงลำพัง“เราจะ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 29 ศึกแห่งสวรรค์และปีศาจ

    ข่าวการตื่นขึ้นของ หลิงซินเอ๋อร์ และการทำลายกองทัพเซียนที่ บึงดำ ได้แพร่สะพัดไปทั่วสามภพอย่างรวดเร็วข่าวนี้แพร่ไปถึงหูของ มารานตี้ จักรพรรดิปีศาจแห่งแดนปีศาจทันที!มารานตี้ ซึ่งรอคอยโอกาสนี้มานานหลายศตวรรษ เชื่อว่าการตื่นของ บุตรแห่งจันทร์ ผู้ซึ่งมีพลังสมดุลของทั้งสองเผ่าพันธุ์ คือ โอกาสสุดท้าย ในการล้างแค้นต่อสวรรค์มารานตี้ประกาศระดมพลครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จักรพรรดิปีศาจเชื่อว่าพลังที่สมดุลของหลิงซินเอ๋อร์คือ กุญแจสำคัญในการเปิดมิติ ที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่สงครามครั้งแรก ซึ่งจะนำพากองทัพปีศาจจำนวนมหาศาลเข้าสู่ใจกลางวังสวรรค์ได้โดยตรงศึกแห่งสวรรค์และปีศาจ จึงปะทุขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์ของสามภพอวี่หาน (อวิ๋นเทียนหานในร่างใหม่) ผู้ซึ่งกำลังเดินทางด้วยความเจ็บปวดที่ไร้ที่มา ถูกดึงเข้าสู่สงครามโดย ไม่รู้ตัวแม้เขาจะสละความทรงจำและสถานะ โอรสปีศาจ ไปแล้ว แต่ เลือดในกายเขายังคงเป็นสายเลือดปีศาจที่บริสุทธิ์ เขาถูกกองทัพปีศาจที่บ้าคลั่งเข้าใจผิดว่าเป็นนายทัพป

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 28 การคืนชีพของจันทรา

    เง็กเซียนฮ่องเต้ และ สภาสวรรค์ ล่วงรู้ถึงการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของพลังจันทราที่มาจาก บึงดำ พวกเขาทราบดีว่า บุตรแห่งจันทร์ กำลังจะตื่นขึ้นอีกครั้ง ความกลัวเข้าครอบงำสวรรค์อีกครั้ง เพราะหาก หลิงซินเอ๋อร์ ตื่นขึ้นพร้อมกับพลังที่สมดุลอย่างสมบูรณ์ และมีพลังของ โอรสปีศาจ อยู่ในตัว นางจะกลายเป็นภัยคุกคามที่ไม่สามารถเอาชนะได้ สภาสวรรค์สั่งให้ทำลายนาง และ ผนึกบึงดำ อย่างถาวร ก่อนที่พลังปีศาจในร่างจะฟื้นเต็มตัว กองทัพเทพเซียนชุดใหญ่ที่นำโดยเทพผู้คุมกฎที่มีอำนาจมากที่สุด ถูกส่งลงมายัง บึงดำ ทันที ซูเม่ยหลาน ผู้ซึ่งเฝ้าอยู่ริมบึงเห็นกองทัพนั้นเข้ามา นางรู้ว่าถึงเวลาต้องต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว ซูเม่ยหลาน ใช้พิณหยกโบราณของตนเองต่อสู้กับกองทัพเซียนอย่างสิ้นหวัง แต่นางอ่อนแอเกินกว่าจะต้านทานพวกเขาได้ ภายในบึงดำ ดวงจิตสุดท้ายของไป๋หานอี้ ก็รับรู้ถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง เขาต้องเลือกระหว่างการรักษาดวงจิตสุดท้ายไว้ให้สลายไปอย่างสงบ กับการสละการดำรงอยู่ทั้งหมดเพื่อปกป้องเธอ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 27 วิญญาณจันทรา

    หลายร้อยปีแห่งการรอคอยและการหลับใหลกำลังจะสิ้นสุดลง ซูเม่ยหลาน ผู้ซึ่งกลายเป็นคนเร่ร่อนที่สันโดษ และเป็นเพียงผู้เดียวที่เฝ้าคอยการตื่นของเพื่อนรัก ได้เดินทางไปยัง ยอดเขาจันทรายอดเขาจันทรา เป็นสถานที่ที่ใกล้ชิดกับดวงจันทร์ที่แตกร้าวที่สุด และเป็นที่ที่พลังของ หลิงซินเอ๋อร์ เคยแข็งแกร่งที่สุดในวัยเยาว์ในคืนที่ ดวงจันทร์เต็มดวง และแสงจันทร์สาดส่องลงมายังบึงดำอย่างทรงพลังที่สุด ซูเม่ยหลาน ได้ตัดสินใจทำพิธีปลุก จิตจันทรา ของหลิงซินเอ๋อร์นางวาง พิณหยกโบราณ ลงบนก้อนหินที่ถูกแสงจันทร์อาบไล้ แล้วเริ่มบรรเลงเพลงที่นางเคยบรรเลงให้เพื่อนรักฟังในอดีต เสียงพิณนั้นไม่ใช่เพลงสวรรค์ แต่เป็นเพลงที่เปี่ยมด้วยความภักดี ความเสียสละ และความรักที่เพื่อนทุกคนมอบให้แก่หลิงซินเอ๋อร์เสียงพิณของซูเม่ยหลานดังขึ้นบนยอดเขาจันทรา มันดังก้องไปทั่วทั้งสามภพ ราวกับเป็นเสียงเรียกที่ทะลุผ่านกาลเวลาภายใน บึงดำ ที่มืดมิดและเย็นยะเยือก หลิงซินเอ๋อร์ ที่หลับใหลอยู่ใต้น้ำลึกเริ่มมีปฏิกิริยาต่อเสียงพิณนั้นเสียงนั้นทะลุผ่าน ผนึ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 26 ลมหายใจแห่งบึงดำ

    หลายร้อยปีผ่านไป ท่ามกลางการหยุดยิงที่เปราะบาง หลิงซินเอ๋อร์ ยังคงหลับใหลอยู่ใต้บึงดำ โลกภายนอกพยายามที่จะลืมสงครามใหญ่ที่จบลงด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่ของทั้งสองฝ่าย บึงดำ ถูกประกาศให้เป็น สถานที่ต้องห้าม และ เขตกันชน ระหว่างแดนสวรรค์และแดนปีศาจ แม้แต่ มารานตี้ฮ่องเต้ ก็ไม่กล้าแตะต้องบึงนี้ เพราะพลังที่สมดุลของบุตรแห่งจันทร์นั้นน่ากลัวเกินกว่าจะคาดเดา บาดแผลของสามภพถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเงียบ แต่ไม่มีใครสามารถรักษาบาดแผลในจิตใจได้ อวี่หาน ผู้เร่ร่อนที่ถูกสาปด้วยความรัก อวิ๋นเทียนหาน ผู้สละความทรงจำที่เกี่ยวกับความเจ็บปวดและความแค้นของ โอรสปีศาจ ได้สร้างร่างใหม่และใช้ชื่อ “อวี่หาน” นามที่แปลว่า "ความหนาวเย็นแห่งพิรุณ" ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นคืนชีพภายใต้พิรุณโลหิต อวี่หาน กลายเป็น คนเร่ร่อน ผู้ไม่ผูกพันกับที่ใด เขาใช้พลังที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในการช่วยเหลือโลกมนุษย์ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติที่เกิดจากพลังที่หลงเหลือของสงคราม แต่ในใจเขามี ความว่างเปล่า ที่ไม่สามารถเติมเต็มได้

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 25 พิรุณเลือดแห่งการฟื้นคืน

    ภายใน บึงดำ ที่ปั่นป่วนไปด้วยพลังมาร อวิ๋นเทียนหาน กอดร่างที่ไร้สติและอ่อนล้าของ หลิงซินเอ๋อร์ ไว้แน่นความทรงจำทั้งหมดที่หายไปได้ไหลกลับเข้ามาในจิตวิญญาณของเขาอย่างรุนแรง ทั้งความรักและความแค้นต่อสวรรค์ การเสียสละของ ไป๋หานอี้ และการตายของ เฮยหลง ทั้งหมดนี้ถูกประทับไว้ในใจของเขาอย่างไม่มีวันลืมอวิ๋นเทียนหาน ใช้ พลังมารที่ฟื้นคืน อย่างสมบูรณ์ของเขา สร้างร่างจริงของตนเองขึ้นมา พลังมารสีม่วงเข้มปกคลุมไปทั่วร่างวิญญาณ ก่อนจะควบรวมกลายเป็น ร่างปีศาจ ที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบที่สุดร่างของเขาสวมอาภรณ์สีดำที่ทอจากพลังมาร อวิ๋นเทียนหาน ในตอนนี้คือ โอรสปีศาจที่ฟื้นคืนชีพ อย่างแท้จริงทว่า การฟื้นคืนในครั้งนี้ต้องแลกด้วยการสละครั้งสำคัญ อวิ๋นเทียนหาน มองไปยังร่างที่หลับใหลของหลิงซินเอ๋อร์ เขาตระหนักว่าเขาไม่สามารถแสดงความอ่อนแอได้อีกต่อไป เขาต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องความเสียสละของนาง‘ข้าจะใช้ความแค้นนำทาง เพื่อไม่ให้ใครกล้าแตะต้องนางได้อีก!’เขายอม สละความอ่อนโยน และ ความรู้สึกที่เปราะบาง ของปีศาจในตัวตนของเข

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 6 องครักษ์หานอี้

    เสียงสัญญาณถอยทัพของกองทัพสวรรค์ดังสนั่นไปทั่ว หุบเขาอวิ๋นหมิง ทันทีที่ หลิงซินเอ๋อร์ เอาตัวเองเข้าขวางการโจมตีอันรุนแรง อวิ๋นเทียนหาน ก็หยุดชะงักด้วยความตกตะลึง ในชั่วพริบตาแห่งความสับสนนั้น ไป๋หานอี้ อาศัยจังหวะที่รัชทายาทปีศาจเสียสมาธิ พุ่งเข้าชิงตัว

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 5 เงามืดและแสงจันทร์

    หลิงซินเอ๋อร์ ถูก อวิ๋นเทียนหาน นำพาเข้าสู่ใจกลางของ แดนปีศาจ ซึ่งตั้งอยู่ภายในปราสาทหินดำทะมึนที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัว ปราสาทนี้ถูกเรียกว่า ‘โหมวอวิ๋น’ (เมฆามาร) ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่มืดมิด มีเพียงเปลวไฟปีศาจสีครามที่ให้แสงสว่างอย่างน่าขนลุก

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 4 การพบกันครั้งแรก

    หลังจากความฝันอันเร่าร้อนเกี่ยวกับรัชทายาทปีศาจ หลิงซินเอ๋อร์ ก็ไม่สามารถสงบจิตใจได้อีก พลังแห่งจันทราในตัวนางเกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรง พลังที่เคยเป็นน้ำแข็งใสกลับกลายเป็นคลื่นใต้น้ำที่ปั่นป่วน หลิงซินเอ๋อร์รู้ดีว่าหากยังอยู่ในวังสวรรค์ อาจเกิดเหตุการณ์วุ่นวายได้โ

  • ลำนำรักจันทราสลาย   ตอนที่ 3  รัชทายาทปีศาจ

    แดนปีศาจ หรือ โหมวเจี้ย ไม่เคยรู้จักคำว่า 'สงบสุข' แม้ในช่วงที่ไม่มีการทำสงครามกับแดนสวรรค์ การต่อสู้ก็ยังคงดำเนินอยู่ตลอดเวลาเพื่อแย่งชิงอำนาจและดินแดนอันมืดมิด ในค่ำคืนที่ท้องฟ้าถูกบดบังด้วยหมอกควันสีเทาอมดำ และมีเพียงแสงจากเปลวเพลิงสีครามที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status