مشاركة

บทที่ 2 เขามีแฟน?

last update آخر تحديث: 2026-02-22 21:04:01

สิ้นน้ำเสียงดุดัน เอ็มเจก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาใครสักคน

ฉันนั่งนิ่งด้วยความสับสน สรุปเมื่อกี้เขาพูดกับฉันรึเปล่านะ

นั่งขมวดคิ้ว มองหน้าเขาอย่างไม่แน่ใจนัก จนกระทั่งได้คำตอบที่กระจ่าง

ที่แท้เอ็มเจก็บ่นให้คนที่เพิ่งส่งข้อความมาหาเขานี่เอง และตอนนี้ดูเหมือนว่าคนตรงหน้ากำลังจะโทรไปเอ็ดคนปลายสายเรื่องไม่กินผัก

“ทำไมไม่กินผักครับ แล้วอย่างนี้จะโตได้ไงล่ะคนดี”

น่าแปลกที่น้ำเสียงแข็งกระด้างก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นมาทันที ถ้าให้เดา เขาคงคุยกับแฟนแน่ ๆ

น้ำเสียงว่าแปลกแล้ว รอยยิ้มและแววตาที่เผยให้เห็นถึงความอ่อนโยนดูแปลกยิ่งกว่า เท่าที่รู้จักและเคยเจอกัน ฉันไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของเอ็มเจเลยสักครั้ง

เขายิ้มเป็นเหมือนกันแฮะ

“เลิกเรียนแล้วจะรีบกลับไปหานะ คิดถึงเหมือนกันครับ”

สิ้นประโยคเขาก็กดวางสาย ก่อนใบหน้าจะกลับสู่โหมดดุดันอีกครั้ง

พีทยักคิ้วให้เพื่อนสนิทของเขา ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ คล้ายกับการแซว

“ต้องหวานขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

“เออ”

เจ้าของใบหน้าขึงขังหันไปตอบเสียงห้วน ระหว่างที่หันกลับมาสนใจจานข้าวตัวเอง เขาก็ไม่ลืมแวะมองหน้าฉันแวบหนึ่ง

ใบหน้าเรียบนิ่งและสายตาอ่านยากที่มองกันให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก หรือฉันจะเคยรู้จักเขามาก่อนนะ

“เออ! ฝันหวาน วันเสาร์นี้เอ็มเจมันจะจัดงานวันเกิด แสนดีก็ไปนะ ฝันหวานไปด้วยกันสิ”

พีทเอ่ยชวนฉันในขณะที่เจ้าของวันเกิดเอาแต่นั่งเงียบ แถมยังก้มหน้าก้มตากินข้าวโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แล้วอย่างนี้ฉันจะกล้าตอบตกลงได้ยังไง เจ้าของงานอยากให้ไปรึเปล่าก็ไม่รู้

อีกอย่างก็ได้ยินพี่ธีพูดว่าเสาร์นี้มีทำงานกลุ่มกับเพื่อน บางทีฉันอาจจะได้ไปช่วยเขาทำงานก็ได้

ตอบเป็นกลาง ๆ ไว้ก่อนละกัน

“เราไม่แน่ใจว่าจะว่างรึเปล่า เอาไว้เดี๋ยวบอกอีกทีนะ”

“โอเค แต่ถ้าว่างก็มานะ รับรองว่าสนุกแน่นอน”

พีทยิ้มกว้างก่อนจะตักข้าวเข้าปาก ส่วนฉันได้แค่ยิ้มบาง ๆ ตอบกลับ

หลังทานข้าวอิ่มพวกเราก็แยกย้ายกลับคณะ ระหว่างเดินขึ้นตึก เสียงโทรศัพท์มือถือของฉันก็ดังขึ้น

ฉันล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้ารักษ์โลกลวดลายธรรมชาติ หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา ดวงตาเพ่งไปยังหน้าจอแล้วยิ้มออกมาจนแก้มปริเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาเป็นใคร

“ค่ะพี่ธี”

[ฝันยุ่งอยู่รึเปล่าครับ พอดีพี่มีเรื่องอยากรบกวนฝันสักหน่อย]

“ฝันกำลังจะไปเรียนค่ะ พี่ธีมีเรื่องอะไรคะ”

[ฝันพอมีเงินให้พี่ยืมสักหมื่นห้าก่อนไหม พอดีไอแพดพี่พัง แล้วพี่ก็จำเป็นต้องใช้ทำงานกลุ่มด้วย ก็เลยว่าจะซื้อใหม่ แต่เงินไม่พอยังขาดอีกหมื่นห้า บัตรเครดิตที่พ่อให้มาก็รูดจ่ายค่าซ่อมรถจนเต็มวงเงินแล้วด้วย]

เท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดหยุดชะงักราวกับมีบางอย่างมาฉุดรั้งเอาไว้ หมื่นห้าไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลยนะ

“เอ่อ...”

ฉันอึกอักเล็กน้อย กำกระชับสายกระเป๋าแน่นขึ้น

“พี่ธีต้องใช้ด่วนเลยเหรอคะ”

[ใช่ พี่จำเป็นต้องใช้จริง ๆ ถ้าฝันให้พี่ยืมก่อน พี่สัญญาว่าจะรีบหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุดเลย]

ริมฝีปากเม้มแน่นขณะครุ่นคิดอย่างหนัก เงินเก็บของฉันมีพอให้ยืมก็จริง แต่นั่นเป็นเงินที่พ่อแม่ส่งให้สำหรับจ่ายค่าเทอม ถ้าฉันให้พี่ธีไปก่อน แล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่าย

“คือว่า... ฝันมีอยู่ค่ะ แต่...”

[งั้นโอนเข้าพร้อมเพย์พี่เลยนะ ขอบคุณมากนะครับ ฝันน่ารักที่สุดเลย]

ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ เขาก็เอ่ยขอบคุณเสร็จสรรพและวางสายไปโดยไม่รอฟังคำตอบของฉันเลย

ฉันยืนค้างอยู่ตรงบันได ขณะมือยังจับโทรศัพท์ค้างอยู่แบบนั้น

น่ารักที่สุดงั้นเหรอ? เวลามีเรื่องให้ช่วยเขาก็พูดแบบนี้ทุกที

“เฮ่อ!”

ฉันถอนหายใจแผ่วเบา

พี่ธีเป็นคนใช้เงินเก่ง เขาเลี้ยงเพื่อนบ่อย ซื้อของแพง ๆ ตามใจตัวเองตลอด แต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะปฏิเสธเวลาที่เขาขอความช่วยเหลือ

ก็เพราะเป็นแฟนกัน เลยอยากช่วยเขาเท่าที่จะทำได้ แม้บางครั้งจะรู้สึกว่ามันมากเกินไปก็ตาม

ฉันก้มมองหลักฐานการโอนเงินบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือแล้วถอนหายใจอีกครั้ง จากนั้นก็เดินขึ้นตึกเรียน ทว่าความรู้สึกหนักอึ้งกลับไม่ยอมจางหายไปจากอกเลยแม้แต่นิดเดียว สีหน้าเคร่งเครียดที่ปิดไม่มิดทำให้แสนดีที่นั่งรออยู่ก่อนหน้าเกิดความสงสัย

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ เมื่อเช้ายังดี ๆ อยู่เลย”

ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อนสนิทที่มองมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วพยายามฝืนยิ้ม

“เปล่านี่”

แต่ยิ่งฝืนกลับยิ่งดูมีพิรุธ เหมือนว่าแสนดีจะไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูดเลยสักนิด

“ไม่จริงอะ ฝันดูเครียด ๆ นะ มีเรื่องอะไรรึเปล่า”

“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่…”

เม้มปากอย่างลังเลว่าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แสนดีฟังดีไหม ถ้ายัยเพื่อนซี้รู้เข้าต้องโวยวายขึ้นมาแน่

ฉันถอนหายใจแรง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่าจนได้

“พี่ธีโทรมายืมเงินน่ะ”

“อะไรนะ! ยืมเงินอีกแล้วเหรอ คราวก่อนที่ยืมไปห้าพันยังไม่ได้คืนไม่ใช่รึไง แล้วไหนจะครั้งนู้นอีก รวม ๆ แล้วตอนนี้ไม่เกือบสองหมื่นแล้วเหรอฝัน”

คิดไว้ไม่มีผิดว่าแสนดีต้องโวยวาย แต่ถ้าไม่เล่าให้ฟัง เธอก็ต้องคาดคั้นเอาคำตอบจนได้ ฉันก้มหน้างุดไม่กล้าพูดอะไรต่อ

“แล้วรอบนี้ยืมเท่าไหร่”

“หมื่นห้า”

“หา! หมื่นห้าเลยเหรอ”

ดวงตารีเรียวของสาวไทยเชื้อสายจีนเบิกกว้างขึ้นทันที แสนดีคงตกใจมากเพราะเงินหมื่นห้ามันไม่ใช่น้อย ๆ

ฉันพยักหน้าเบา ๆ

“แล้วฝันก็ให้ยืมเนี่ยนะ”

ฉันไม่ตอบ แต่ก้มลงมองโทรศัพท์ในมือแทน แม้ไม่ได้พูดอะไรออกไป แต่แสนดีก็คงพอเดาคำตอบได้จากท่าทางที่แสดงออก

“ฝันไม่คิดบ้างเหรอว่ามันเกินไป”

“พี่ธีจำเป็นต้องใช้น่ะ พี่เขาบอกว่าต้องซื้อไอแพด แล้วเงินไม่พอ”

“แล้วฝันคิดว่าเป็นเรื่องจริงเหรอ พี่ธีใช้เงินเปลืองจะตายฝันก็รู้ ทั้งเลี้ยงเพื่อน ซื้อของแพง ๆ เอาแต่ใช้เงินโดยไม่คิด แล้วสุดท้ายก็มาขอยืมฝันตลอด ฝันไม่เหนื่อยรึไง”

ฉันเงียบไปเพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี ยอมรับว่าลึก ๆ ในใจก็คิดแบบเดียวกันกับที่แสนดีพูด แต่ฉันเป็นแฟนพี่ธีนี่นา ถ้าฉันไม่ช่วยเขาแล้วใครจะช่วย

“ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากให้ฝันช่วยนะ แต่นี่มันไม่ใช่ครั้งแรก และดูท่าแล้วก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายด้วย ถ้าฝันยังให้พี่ธียืมเงินง่าย ๆ แบบนี้ ต่อไปก็คงจะยืมอีกเรื่อย ๆ”

ฉันเงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่กำลังพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะหลุบตาลงต่ำอีกครั้ง

“เราแค่…”

พึมพำออกมาแผ่วเบา แค่ไม่อยากให้พี่ธีลำบาก แค่ไม่อยากให้เขาต้องเดือดร้อน ฉันคิดแค่นั้น

“เออ ๆ เราไม่พูดแล้วก็ได้”

แสนดีถอนหายใจ ก่อนจะยกมือลูบแขนฉันเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมคงเพราะไม่อยากให้ฉันคิดมาก

ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่พยักหน้า ก่อนที่ความเงียบจะโรยตัวล้อมรอบเราสองคนไปครู่หนึ่ง และเป็นจังหวะที่อาจารย์เดินเข้ามาในห้องเรียนพอดี บทสนทนาของเราจึงจบลงเพียงเท่านั้น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   บทที่ 5 ง้อ

    เช้าวันเสาร์ ฉันนัดกับแสนดีที่ห้างสรรพสินค้าละแวกมหาวิทยาลัย พวกเราจะไปหาซื้อชุดสำหรับใส่ไปร่วมงานวันเกิดของเอ็มเจคืนนี้ เลือกกันอยู่หลายร้านแต่ยังไม่ถูกใจสักที แสนดีจึงชวนฉันไปอีกห้างที่หรูหรากว่า เราสองคนนั่งรถแท็กซี่มาถึงภูริวัฒน์พาราไดซ์ ฉันเดินเข้าไปในห้างอย่างตื่นตาตื่นใจ ที่นี่ยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริง ๆ “ตอนเดินเข้ามาสังเกตเห็นอะไรบ้างไหม” จู่ ๆ แสนดีก็เอ่ยถามขึ้นมา นอกจากความยิ่งใหญ่ของห้างสายตาก็ไม่ได้สังเกตอะไรเลย ฉันส่ายหน้าเบา ๆ ตอบเพื่อน “ชื่อห้างไง” “ชื่อห้าง? ทำไมเหรอ” “ภูริวัฒน์ไง คุ้น ๆ บ้างไหม” ฉันย่นคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง แสนดีพ่นลมหายใจใส่ฉันพลางยกมือขึ้นมาเท้าเอวอย่างเหนื่อยหน่ายใจ “ก็นามสกุลของเอ็มเจไงล่ะ” “นามสกุลของเอ็มเจ? งั้นก็หมายความว่า...” “ใช่ เอ็มเจเป็นทายาทของภูริวัฒน์พาราไดซ์ที่มีอยู่เกือบยี่สิบสาขาทั่วประเทศ แต่ฝันไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก ปกติก็ไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องนี้ พอดีเอ็มเจมันเป็นพวกอินโทรเวิร์ดน่ะ ไม่แสดงตัวแล้วก็ไม่เคยบอกใคร ถ้าพี

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   บทที่ 4 หรือไม่เคยรักกันเลย

    ฉันทิ้งกายลงบนเตียงขนาดเล็กภายในห้องนอน หลังจากพยายามโทรหาพี่ธีอยู่หลายรอบ นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับสายเขายังไม่ตอบกลับข้อความที่ฉันส่งไปราว ๆ สิบข้อความได้ ความจริงพี่ธีก็บอกไว้แล้วล่ะว่าวันนี้มีนัดทำงานกลุ่มกับเพื่อน อาจไม่มีเวลาตอบแชตหรือรับโทรศัพท์ แต่ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี กลัวว่าเขาจะทำงานจนไม่มีเวลาได้พัก ช่วงนี้พี่ธีทำงานหนักจนพวกเราไม่มีเวลาได้คุยกัน วันเสาร์ที่จะถึงนี้ ฉันกะว่าจะชวนพี่ธีทำอาหารกินที่ห้องตามประสาคนเป็นแฟน พอคิดขึ้นมาก็พานให้ยิ้มจนแก้มปริ ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความ ‘ฝันดีนะคะ’ ไปให้เขา จากนั้นก็ปิดเครื่องมือสื่อสารแล้ววางมันไว้ข้างเตียงนอน ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดสวิตช์โคมไฟแล้วทิ้งศีรษะหนุนหมอน หวังว่าคืนนี้ฉันจะนอนหลับฝันดีเหมือนอย่างที่เพิ่งอวยพรอีกคนไป วันต่อมา วันนี้ฉันตื่นแต่เช้ามาทำข้าวผัดกะเพราหมูสับสองกล่อง กล่องหนึ่งตั้งใจเอาไปฝากแสนดี รายนั้นได้กินทีไรก็ชมทุกทีว่าฝีมือทำอาหารของฉันเยี่ยมยอดที่สุด ส่วนอีกกล่องตั้งใจเอาไว้ว่าจะเอาไปฝากพี่ธีที่คณะ พี่ธีกับฉันเรียนคนละคณะกัน ฉันเรียนอยู่คณะบริ

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   บทที่ 3 สั่งสอน

    @Nebula pupเสียงเพลงจังหวะครื้นเครงดังกระหึ่มไปทั่วผับหรูใจกลางเมือง แสงไฟสีสันฉูดฉาดส่องวูบวาบเข้ากับบรรยากาศของค่ำคืนแห่งความสนุกสนานไอ้พีทมันชวนผมมานั่งแดกเหล้าในผับของรุ่นพี่ที่รู้จัก ผับนี้ค่อนข้างหรูและเลือกคนเข้ามาใช้บริการ นอกจากมีเงินแล้วหน้าตาต้องดีด้วยถึงเข้าได้ไม่รู้ไอ้เจ้าของผับมันไปเอาหลักเกณฑ์แบบนี้มาจากไหน แต่คนเข้ามาเที่ยวเสือกเยอะฉิบหายผมเอนหลังพิงพนักโซฟา สูบบุหรี่พ่นควันสีขาวออกเป็นสาย แม้ที่นี่จะห้ามสูบบุหรี่ในผับ และมีจุด Smoking area ไว้คอยบริการอยู่ด้านนอก แต่สำหรับห้องวีไอพีเป็นข้อยกเว้นก็ขนาดไอ้เจ้าของผับมันยังสูบในนี้ได้ ทำไมผมจะสูบบ้างไม่ได้ล่ะ“แค่หลานไม่ยอมกินผัก ถึงกับต้องรีบไปหาเลยเหรอวะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า”ไอ้พีทมันแซวไม่เลิกตั้งแต่ในคาบเรียนแล้ว แถมมันยังเอามาเล่าต่อในวงเหล้าอีกต่างหาก เรื่องที่เมื่อเช้าพี่สาวผมส่งข้อความมาบอกว่าน้องเจ้าขา หลานสาวสุดที่รักไม่ยอมกินผัก เด็กน้อยพูดเพียงแค่ว่ารอให้น้าเจป้อนถึงจะยอมกิน ในฐานะคุณน้าที่แสนดีผมเลยต้องรีบไปหาหลานสาวก็แค่นั้น ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ไปหนักส่วนไหนของหัวมัน แม่งแซวอยู่ได้ผมนิ่วหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ใส่ไอ

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   บทที่ 2 เขามีแฟน?

    สิ้นน้ำเสียงดุดัน เอ็มเจก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาใครสักคนฉันนั่งนิ่งด้วยความสับสน สรุปเมื่อกี้เขาพูดกับฉันรึเปล่านะนั่งขมวดคิ้ว มองหน้าเขาอย่างไม่แน่ใจนัก จนกระทั่งได้คำตอบที่กระจ่างที่แท้เอ็มเจก็บ่นให้คนที่เพิ่งส่งข้อความมาหาเขานี่เอง และตอนนี้ดูเหมือนว่าคนตรงหน้ากำลังจะโทรไปเอ็ดคนปลายสายเรื่องไม่กินผัก“ทำไมไม่กินผักครับ แล้วอย่างนี้จะโตได้ไงล่ะคนดี”น่าแปลกที่น้ำเสียงแข็งกระด้างก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นมาทันที ถ้าให้เดา เขาคงคุยกับแฟนแน่ ๆน้ำเสียงว่าแปลกแล้ว รอยยิ้มและแววตาที่เผยให้เห็นถึงความอ่อนโยนดูแปลกยิ่งกว่า เท่าที่รู้จักและเคยเจอกัน ฉันไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้ของเอ็มเจเลยสักครั้งเขายิ้มเป็นเหมือนกันแฮะ“เลิกเรียนแล้วจะรีบกลับไปหานะ คิดถึงเหมือนกันครับ”สิ้นประโยคเขาก็กดวางสาย ก่อนใบหน้าจะกลับสู่โหมดดุดันอีกครั้งพีทยักคิ้วให้เพื่อนสนิทของเขา ก่อนจะยิ้มน้อย ๆ คล้ายกับการแซว“ต้องหวานขนาดนั้นเลยเหรอวะ”“เออ”เจ้าของใบหน้าขึงขังหันไปตอบเสียงห้วน ระหว่างที่หันกลับมาสนใจจานข้าวตัวเอง เขาก็ไม่ลืมแวะมองหน้าฉันแวบหนึ่งใบหน้าเรียบนิ่งและสายตาอ่านยากที่มองกันให้

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   บทที่ 1 ผู้ชายอันตราย

    @คณะบริหารธุรกิจ “ฝันหวาน ทางนี้” หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มแบบฉบับสาวไทยเชื้อสายจีนกำลังกวักมือเรียกฉันให้เดินเข้าไปหาตรงโต๊ะหินอ่อนหน้าตึกคณะ ฉันคลี่ยิ้ม ก่อนจะสืบเท้าตรงดิ่งไปนั่งร่วมโต๊ะกับเธอ ‘แสนดี’ คือเพื่อนสนิทที่สุดของฉัน เธอเป็นลูกสาวเจ้าของร้านทองในเยาวราช ครอบครัวทำธุรกิจมาหลายรุ่น ฐานะดีจนไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง แต่ถึงกระนั้นแสนดีก็ไม่เคยอวดรวยหรือถือตัว “ทำไมเพิ่งมาถึงล่ะ ไหนบอกว่าจะมากินข้าวเช้าด้วยกันไง” นั่งลงยังไม่ทันไรแสนดีก็เอ็ดฉันยกใหญ่ เมื่อวานเรานัดกันไว้ว่าเช้านี้จะมากินข้าวที่โรงอาหารด้วยกัน แต่ฉันดันมาสาย “ตื่นสายน่ะสิ เมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนเลย” “อย่าบอกนะว่ามัวแต่ทำรายงานให้พี่ธีจนไม่ได้นอนอีกแล้วน่ะ” ฉันยู่ปากแล้วพยักหน้าช้า ๆ ‘พี่ธีรัช’ เป็นแฟนของฉันเอง เราสองคนรู้จักกันเมื่อปีที่แล้ว เขาเป็นคนเข้ามาจีบฉัน เราคุยกันมาเรื่อย ๆ จนเมื่อหกเดือนก่อนพี่ธีก็ขอฉันเป็นแฟน แน่นอนว่าฉันตอบตกลงทันที ใครจะปฏิเสธได้ลงคอ พี่ธีทั้งหล่อทั้งเก่ง เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัย แถมยังเป็นประธานชมรมกีฬาอีก

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status