Beranda / โรแมนติก / ลิ้มลองรักเพื่อน / บทที่ 4 หรือไม่เคยรักกันเลย

Share

บทที่ 4 หรือไม่เคยรักกันเลย

last update Tanggal publikasi: 2026-02-22 21:04:52

ฉันทิ้งกายลงบนเตียงขนาดเล็กภายในห้องนอน หลังจากพยายามโทรหาพี่ธีอยู่หลายรอบ นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับสายเขายังไม่ตอบกลับข้อความที่ฉันส่งไปราว ๆ สิบข้อความได้

        ความจริงพี่ธีก็บอกไว้แล้วล่ะว่าวันนี้มีนัดทำงานกลุ่มกับเพื่อน อาจไม่มีเวลาตอบแชตหรือรับโทรศัพท์ แต่ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี กลัวว่าเขาจะทำงานจนไม่มีเวลาได้พัก

        ช่วงนี้พี่ธีทำงานหนักจนพวกเราไม่มีเวลาได้คุยกัน วันเสาร์ที่จะถึงนี้ ฉันกะว่าจะชวนพี่ธีทำอาหารกินที่ห้องตามประสาคนเป็นแฟน

        พอคิดขึ้นมาก็พานให้ยิ้มจนแก้มปริ ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความ ‘ฝันดีนะคะ’ ไปให้เขา จากนั้นก็ปิดเครื่องมือสื่อสารแล้ววางมันไว้ข้างเตียงนอน ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดสวิตช์โคมไฟแล้วทิ้งศีรษะหนุนหมอน หวังว่าคืนนี้ฉันจะนอนหลับฝันดีเหมือนอย่างที่เพิ่งอวยพรอีกคนไป

        วันต่อมา

        วันนี้ฉันตื่นแต่เช้ามาทำข้าวผัดกะเพราหมูสับสองกล่อง กล่องหนึ่งตั้งใจเอาไปฝากแสนดี รายนั้นได้กินทีไรก็ชมทุกทีว่าฝีมือทำอาหารของฉันเยี่ยมยอดที่สุด ส่วนอีกกล่องตั้งใจเอาไว้ว่าจะเอาไปฝากพี่ธีที่คณะ

        พี่ธีกับฉันเรียนคนละคณะกัน ฉันเรียนอยู่คณะบริหาร ส่วนพี่ธีเรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ แม้ตึกเรียนจะอยู่ไกลกันแต่มันไม่ใช่อุปสรรคเลย ทุกครั้งที่พี่ธีไหว้วานให้ช่วยซื้อของสำหรับทำงานไปให้ ฉันใช้เวลาแป๊บเดียวก็เดินถึงคณะของเขาแล้ว

        เดินอารมณ์ดีเข้าไปยังตึกเรียนของคณะวิทยาศาสตร์ จากนั้นก็กวาดตามองหาแฟนตัวเอง ในขณะที่พยายามกดโทรหาเขาไปด้วย

        ‘ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก’

        ทำไมปิดเครื่องล่ะ

        “ฝันหวาน!!”

        เสียงเข้มคุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อฉันจากทางด้านหลัง ฉันกลับหลังหันอย่างรวดเร็วพร้อมแสดงรอยยิ้มอย่างดีใจ ทว่าต้องรีบหุบยิ้มทันทีที่เห็นว่าคนตรงหน้าเดินควงแขนมากับผู้หญิงคนหนึ่ง

        “มาทำไม”

        พี่ธีถามเสียงดุ สีหน้าและแววตาแสดงออกชัดเจนว่าไม่สบอารมณ์ที่เห็นหน้าฉัน

        แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร เขาก็ลากฉันไปตรงใต้ต้นไม้ใหญ่

        “มาทำไม เคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าถ้าพี่ไม่ได้สั่งก็ไม่ต้องมาที่นี่”

        “ฝันแค่จะเอาข้าวมาให้พี่ค่ะ”

        “เอาข้าวมาให้หรือจะมาทวงเงินกันแน่”

        “ฝันไม่ได้จะมาทวงเงินนะคะ ฝันแค่จะแวะเอาข้าวมาให้พี่จริง ๆ นี่ไงคะ”

        ฉันยกกล่องข้าวขึ้นมาเพื่อยืนยัน ทว่าเพียงเสี้ยววินาที มันก็ร่วงลงพื้นเมื่อถูกคนตรงหน้าปัดทิ้งอย่างไม่ไยดี

        “พี่พูดว่าอยากกินเหรอ แล้วจำเอาไว้ด้วยนะ อย่ามาหาพี่ที่นี่โดยพลการอีก พี่ไม่ชอบ”

        สิ้นประโยคพี่ธีก็เดินเข้าไปในตึกโดยไม่สนใจว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร

        ฉันยืนนิ่ง มองกล่องข้าวที่หล่นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นด้วยความรู้สึกชาไปทั้งร่าง

        นักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาพากันซุบซิบแล้วเปล่งเสียงหัวเราะคิกคักราวกับเห็นฉันเป็นตัวตลก ตอนนี้หัวใจเหมือนถูกบีบแน่นจนเจ็บไปหมด

        ฉันกะพริบตาถี่ ๆ ไล่ความรู้สึกร้อนผ่าวที่กำลังเอ่อคลอในดวงตา แล้วก้มลงเก็บกล่องข้าวที่พี่ธีปัดทิ้ง มือสั่นเทาพยายามตะกุยเศษข้าวที่หกบนพื้นใส่ถุงพลาสติกอย่างลวก ๆ

        “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”

        เสียงทุ้มดังขึ้นใกล้ ๆ ฉันเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลมากนัก ดวงตาที่มองมาดูเป็นห่วง

        ฉันรีบส่ายหน้า ส่งยิ้มบาง ๆ ไปให้ ทั้งที่รู้ดีว่ามันคงดูไม่เหมือนรอยยิ้มสักเท่าไหร่

        “ไม่เป็นไรค่ะ”

        ตอบเสียงเบาแล้วรีบลุกขึ้นยืน มือกำถุงข้าวที่เลอะเทอะไว้แน่น ก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ก้อนสะอื้นจุกอยู่ลำคอ พยายามบอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้ อย่าอ่อนแอ แต่ขาทั้งสองข้างกลับสั่นจนแทบพยุงตัวเองไม่ไหว

        ระหว่างนั้นก็ตั้งคำถามมากมายเอาไว้ในใจ ทำไมพี่ธีถึงพูดแบบนั้น ทำไมเขาต้องตะคอกเหมือนรำคาญ ทำไมต้องปัดกล่องข้าวของฉันทิ้ง หรือฉันทำอะไรให้เขาโกรธ หรือเขาโกรธที่ฉันฝ่าฝืนคำสั่ง มาหาเขาที่คณะโดยพลการ หรือความจริงแล้ว...เขาไม่ได้รักฉันกันแน่

        ฉันหอบหิ้วร่างกายอ่อนแรงเดินกลับคณะ ก่อนจะทรุดตัวลงบนม้านั่งหินอ่อนหน้าตึก ทั้งที่ในใจเจ็บปวดแต่ร่างกายกลับรู้สึกชาวาบไปทุกส่วน เหมือนน้ำตาจะไหลแต่มันก็ไม่ไหล

        “ฝันหวาน”

        เสียงแสนดีตะโกนเรียกฉันมาแต่ไกล เธอยิ้มนำมาก่อนพร้อมกับโบกไม้โบกมือให้ ฉันยิ้มตอบกลับ ระหว่างนั้นก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เพราะไม่อยากให้แสนดีรู้เรื่องที่เกิดขึ้น

        “กินข้าวมารึยัง เราทำข้าวกล่องมาเผื่อด้วยนะ”

        พูดขึ้นพร้อมกับยื่นกล่องข้าวไปวางไว้ตรงหน้าเพื่อนสนิท แสนดีเปิดฝากล่องสูดดมกลิ่นหอมของผัดกะเพราที่ฉันตั้งใจผัดมาอย่างสุดฝีมือ เพื่อนสาวยิ้มจนตาหยีด้วยความดีใจ

        ต่างจากอีกคน

        “หอมมากเลย ขอบคุณนะเพื่อนรัก”

        พูดจบแสนดีก็ตักข้าวเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ สงสัยจะชอบมาก

        เธอกินไปพูดไปฉันกลัวว่าข้าวจะติดคอเลยเปิดขวดน้ำที่เพิ่งซื้อมาส่งให้เพื่อน

        “ค่อย ๆ กินหน่อยเดี๋ยวก็ติดคอหรอก”

        “ขอบคุณนะ ฝันใจดีที่หนึ่งเลย”

        แสนดียกขวดน้ำกระดกดื่ม ก่อนจะพูดขึ้นว่า

        “เอ้อ! พรุ่งนี้เอ็มเจจะจัดงานวันเกิดที่ผับ มันบอกให้เราชวนฝันไปด้วยนะ”

        “เอ็มเจเป็นคนบอกให้ชวนเหรอ”

        “อือฮึ”

        ตอนอยู่ต่อหน้าไม่เห็นเขาจะพูดอะไรเลย เอ็มเจเป็นคนชวนจริง ๆ หรือความจริงแล้วฉันกำลังจะโดนแสนดีหลอกให้ไปเป็นเพื่อนเนี่ย

        ฉันนั่งเท้าคางกับโต๊ะทำท่าทางลังเล

        “ไปด้วยกันนะ ๆ ๆ”

        เดิมทีพรุ่งนี้ฉันตั้งใจจะชวนพี่ธีทำอาหารกินที่ห้อง พอเกิดเหตุการณ์เมื่อเช้าสงสัยคงต้องล้มเลิกความคิด แล้วเปลี่ยนใจไปร่วมงานวันเกิดเอ็มเจแทนซะแล้ว

        “ไปก็ได้”

        เพื่อนสนิทยิ้มดีใจ ขยับมานั่งเบียดเสียดพร้อมกับกอดฉันยกใหญ่ อะไรจะดีใจปานนั้น

        ฉันหัวเราะให้กับท่าทางของแสนดี จนลืมเรื่องเครียด ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปเสียสนิท

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   ตอนพิเศษ 10 รางวัลสำหรับความรัก (จบ)

    พอเริ่มดึกบรรยากาศในหมู่บ้านก็เริ่มเงียบสงบลง ทว่าบ้านของฉันยังคงครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาของผู้ใหญ่ ปาร์ตี้เล็ก ๆ หน้าบ้านเกิดขึ้นหลังมื้อเย็น ทุกคนอารมณ์ดี โดยเฉพาะพ่อที่ดูจะภูมิใจเป็นพิเศษที่มีแขกจากกรุงเทพฯ มาเยือนถึงบ้าน หลังอาหารคุณย่ากับคุณแม่ของเอ็มเจขอตัวกลับโรงแรมไปพักผ่อนก่อน ขณะที่ฉันช่วยแม่เก็บจานไปล้างในครัว เสียงผู้ชายจากหน้าบ้านก็ดังเจื้อยแจ้วไม่หยุด พ่อของฉันกับคุณพ่อของเอ็มเจดูจะเข้ากันได้ดี โดยเฉพาะตอนที่พ่อยกเหล้าต้มสูตรเด็ดของตัวเองไปให้อีกฝ่ายลองชิมดูจะคุยกันถูกคอเกินคาด ฉันเดินออกไปดูก็เห็นทั้งสามหนุ่มนั่งล้อมวงอยู่บนเสื่อ แก้วเหล้าต้มวางอยู่ตรงหน้าคนละใบ เสียงหัวเราะของทั้งสามคนดังขึ้นเป็นระลอกอย่างสนุกสนาน “ดื่มเลยครับไม่ต้องเกรงใจ มีเติมไม่อั้น ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า” พ่อฉันว่าอย่างใจป้ำ หัวเราะขบขันพลางรินเหล้าใส่แก้วทุกคน “คุณพ่อนี่คอแข็งนะครับ กินไปตั้งเยอะยังดูปกติอยู่เลย” ว่าที่ลูกเขยเยินยอไม่หยุด ได้ยินอย่างนั้นพ่อฉันก็ยืดอกทันที แววตาภูมิใจเปล่งประกายเต็มที่ “เรื่องกินเหล้าพ่อไม่เคยแพ้ใคร

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   ตอนพิเศษ 9 สู่ขอ

    เช้าวันต่อมา แสงแดดยามเช้าลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามากระทบลงบนใบหน้าของผมเล็กน้อย ความอุ่นจากแสงนั้นค่อย ๆ ปลุกประสาทสัมผัสให้ผมตื่นจากห้วงนิทรา ดวงตาปรือขึ้นอย่างเชื่องช้า เสียงไก่ขันแว่วมาจากที่ไหนสักแห่ง มันก้องกังวานแข่งกับเสียงนกตัวเล็ก ๆ ที่ร้องเจื้อยแจ้วอยู่ตามยอดไม้ อากาศสดชื่นยามเช้าในชนบทเชิญชวนให้ผมต้องรีบลุกจากที่นอนเพื่อไปสัมผัสมัน แต่เสียงฝีเท้าเบา ๆ ที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ ตามขั้นบันไดทำให้ผมต้องล้มตัวนอนอีกครั้ง ผมหลับตานิ่งแกล้งทำเป็นนอนหลับ เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ขยับอยู่รอบข้าง กลิ่นที่คุ้นเคยกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ทีละนิด สงสัยฝันหวานกำลังจะเข้ามาปลุกผมในมุ้ง มือนุ่มแตะลงบนแขนผมอย่างแผ่วเบา ตามด้วยเสียงกระซิบที่อ่อนโยนยิ่งกว่าเสียงลมยามเช้า “ตื่นได้แล้วค่ะคุณชาย ว้าย!” เมื่อเธอพูดจบผมก็ดึงรั้งร่างเล็กลงมานอนกอด สอดแขนเข้าใต้คอตวัดเธอเข้ามาแนบอกทันที ไม่มีโอกาสให้เธอได้ดิ้นหนี กดจมูกลงบนศีรษะเล็กสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่กวนใจผมแทบทั้งคืนให้ชื่นใจ ฝันหวานดิ้นขลุกขลัก พยายามผลักผมออก แต่เรี่ยวแรงน้อยนิดมีห

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   ตอนพิเศษ 8 เคลียร์ใจกับว่าที่พ่อตา

    พอเริ่มดึกเสียงแมลงก็เริ่มดังระงมไปทั่วอาณาบริเวณ บรรยากาศของบ้านหลังเล็กใต้แสงจันทร์ในยามค่ำคืนสุดแสนโรแมนติก ผมไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้มาสัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้ การได้นอนดูดาวอยู่บนแคร่ไม้ไผ่เย็นเฉียบในคืนเงียบสงบแบบนี้ มันดีเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้จริง ๆ ผมนอนนิ่งก่อนจะค่อย ๆ หลับตาสูดหายใจเอาอากาศเย็นสบายเข้าปอด ขณะนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะสัมผัสถึงแรงสั่นไหวของแคร่ไม้ไผ่ ผมลืมตาตื่นแล้วลุกขึ้นนั่งอย่างฉับพลันเมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งนั่งลงข้าง ๆ คือพ่อของฝันหวาน แสงจันทร์ทอดเงาลงบนใบหน้าคมเข้มที่แต่งแต้มด้วยริ้วรอยตามวัย ริมฝีปากหยักหนาคาบมวนบุหรี่เอาไว้ มือหยาบกร้านล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบไฟแช็กโลหะขึ้นมา เขาดีดนิ้วโป้งเปิดฝาเสียงดังแกร๊ก ปลายนิ้วโป้งรูดจุดประกายไฟติดในจังหวะเดียว เปลวไฟสีส้มสว่างวูบสะท้อนในดวงตานิ่งเฉย คนอายุเยอะกว่าโน้มหน้าลงเล็กน้อย จ่อปลายมวนไว้ตรงเปลวไฟ ก่อนที่ปลายมวนจะลุกโชนด้วยแสงสีแดง สูบควันเข้าปอดแล้วพ่นออกมาจากทางจมูกและปาก ใบหน้าเคร่งขรึมหันมาทางผม จากนั้นก็ยื่นซองบ

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   ตอนพิเศษ 7 ทานอาหารมื้อค่ำ

    ฉันพาเอ็มเจมาเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้านด้วย นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้กลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่ มีแต่พวกท่านที่ไปหาฉันอยู่กรุงเทพฯ แต่นั่นมันก็นานมากแล้ว พอมาถึงหมู่บ้านก็เจอกับพวกมนุษย์ป้าที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น ฉันรู้สึกโมโหกับคำพูดของคนพวกนั้นจึงเอ่ยออกไปแบบไม่ทันคิด พอมาคิดได้ทีหลังก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ เมื่อมาถึงบ้านฉันก็โผเข้ากอดพ่อกับแม่ด้วยความคิดถึง ก่อนจะแนะนำให้พวกท่านรู้จักกับเอ็มเจ แม้ก่อนหน้านี้จะเคยเล่าเรื่องเขาให้พ่อกับแม่ฟังคร่าว ๆ แล้ว แต่พอเข้ามาในบ้านแม่ก็รีบลากฉันเข้าไปในครัวทันที สีหน้าท่านเต็มไปด้วยความร้อนใจ พร้อมยิงคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อยากรู้อย่างรัวเร็ว ที่ผ่านมาฉันไม่เคยปิดบังแม่เลยสักเรื่อง ไม่ว่าจะดีหรือร้ายฉันเล่าให้ท่านฟังหมด เล่าแม้กระทั่งเรื่องที่ย้ายไปอยู่ด้วยกันแล้ว แม่ฉันไม่ได้ว่าอะไร ท่านเข้าใจโลกยุคใหม่และมองชีวิตวัยรุ่นอย่างเปิดใจ แม้จะยอมรับแต่แม่ก็ไม่ลืมเตือนอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องการป้องกัน ท่านไม่อยากให้ฉันพลาดพลั้งตั้งครรภ์ก่อนถึงเวลาอันควร “เขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แล้วพ่อแม่เขารู้เรื่องไหม”

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   ตอนพิเศษ 6 กลับบ้านต่างจังหวัด

    หลังจากขอฝันหวานแต่งงาน สิ่งที่ต้องทำในลำดับต่อไปคือเดินทางไปหาพ่อกับแม่ของเธอที่ต่างจังหวัด เราสองคนเดินทางโดยรถไฟ ออกจากสถานีหัวลำโพงตั้งแต่ช่วงเก้าโมงเช้า ใช้เวลาราว ๆ ห้าชั่วโมงก็เดินทางมาถึงจังหวัดพิษณุโลกเกือบบ่ายสอง ความจริงผมอยากขับรถพาเธอกลับบ้านด้วยตัวเอง แต่ฝันหวานก็ดื้อดึงไม่ยอมนั่งมาด้วย เธอบอกอยากนั่งรถไฟกลับบ้านมากกว่า ประมาณว่าอยากได้ฟีลเหมือนสมัยเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ ใหม่ ๆ อะไรทำนองนั้น รถไฟสายเหนือเทียบชานชาลาอย่างเชื่องช้า เสียงเบรกครูดโลหะปลุกให้ผมตื่นจากงีบสั้น ๆ ฝันหวานหันมายิ้มให้ก่อนเอ่ยเบา ๆ “ถึงแล้ว” เราสองคนก้าวลงจากรถไฟพร้อมกับสัมภาระเล็ก ๆ หนึ่งใบ จากสถานีรถไฟยังต้องต่อรถอีกหลายต่อกว่าจะถึงบ้านของเธอ ฝันหวานไม่ยอมให้ผมเช่ารถ เธอยืนยันว่าอยากนั่งรถโดยสารประจำทางเหมือนสมัยที่ยังเรียนมัธยม “นั่งรถโดยสารลมเย็นดีออก” ผมก็เลยยอมจำนนนั่งเบียดกับเธอในรถสองแถวคันเก่า เครื่องยนต์กระหึ่มลั่นฝ่าอากาศเย็น ลมปะทะหน้าแรงแต่ให้ความสดชื่น ใช้เวลาราว ๆ หนึ่งชั่วโมงครึ่ง รถก็ค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดที่หน้าหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่ง

  • ลิ้มลองรักเพื่อน   ตอนพิเศษ 5 เซอร์ไพรส์

    ฉันหอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าพร้อมกับหัวใจที่บอบช้ำออกจากคอนโดของเอ็มเจทันทีที่เห็นข้อความที่เขาส่งมา เขาบอกว่าจะออกไปทำธุระโดยไม่ได้บอกว่าธุระที่ว่านั้นคืออะไร เอ็มเจเป็นแบบนี้มาสองสัปดาห์ แถมยังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ราวกับมีบางอย่างปิดบังฉันอยู่ ฉันไม่อยากเป็นคนงี่เง่า ไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงขี้ระแวงในสายตาเขา แต่เมื่อเช้าหลังจากที่ได้ยินประโยคสารภาพรักและคำขอแต่งงานที่เอ็มเจพูดกับคนในโทรศัพท์ ฉันก็เข้าใจถึงสาเหตุทั้งหมดได้ในทันที ที่แท้เอ็มเจก็มีคนใหม่แล้ว และเขาก็กำลังขอผู้หญิงคนนั้นแต่งงาน แข้งขาอ่อนแรงจนแทบก้าวไม่ออก ฉันไม่รู้ว่ารักของเรามันเริ่มจืดจางลงไปตอนไหน ไม่รู้ว่าเราไม่รักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเขากับผู้หญิงคนนั้นไปรักกันได้ยังไง สติที่หลุดลอยบวกกับความรู้สึกเจ็บหน่วงไปทั้งหัวใจ ทำให้ไม่รู้จะทำยังไงต่อดี ฉันควรอยู่ที่นี่ต่อแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หรือควรออกไปจากชีวิตเขาตั้งแต่ตอนนี้ หลังเอ็มเจออกจากห้องไปฉันก็เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น มันเจ็บหน่วงไปทั้งหัวใจราวกับถูกใครบางคนปาหินก้อนใหญ่ใส่ ฉันไม่มีหน้าอยู่ที่นี่แล้วจริง ๆ เ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status