LOGINสองเดือนต่อมา…
“พรุ่งนี้พี่มินก็เปิดเทอมแล้ว กว่าจะได้เจอพี่มินก็ต้องรอวันเสาร์อีก” เฟย์รินพูดอย่างงอแงที่จะไม่ได้เจอและเล่นกับพี่สาวตรงหน้า “ไม่เป็นไรนะ เรานาน ๆ เจอกันจะได้มีเรื่องให้คุยเล่นกันเยอะ ๆ ไง อีกอย่างไปโรงเรียนหนูเฟย์ก็มีเพื่อนนะ” โรงเรียนของจัสมินจะเปิดเทอมในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเปิดก่อนโรงเรียนของหนูเฟย์หนึ่งสัปดาห์ ทำให้ร่างเล็กตรงหน้างอแงออกมาตามนิสัย “อีกห้าวันพี่ตะก็กลับมา หนูจะพาพี่มินไปอวดคนเย็นชาให้อิจฉาไปเลย” “ได้ แต่ตอนนี้เราต้องลงไปกันได้แล้วนะ” “ก็ได้” จัสมินแยกกับเฟย์รินเข้ามาช่วยงานแม่ในครัว ก่อนจะยกอาหารเข้าไปเสิร์ฟในห้องทานอาหารของบ้าน “พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้วเหรอมิน” ใบเฟิร์นเอ่ยถามเด็กสาวรุ่นลูก ที่เธอรู้เพราะแม่ของเธอมาขอเบิกเงินก่อนเพื่อจะจ่ายค่าเทอมให้ลูก “ใช่ค่ะ” “ตั้งใจเรียนนะ ขาดเหลืออะไรก็มาบอกฉันได้” “ขอบคุณค่ะคุณน้าเฟิร์น” จัสมินขอบคุณอย่างปลื้มใจ เธอไม่เคยได้รับแบบนี้จากที่ไหนมาก่อน และที่เรียกคุณหญิงของบ้านแบบนั้น เพราะท่านให้เธอเรียกแบบนี้เอง “อีกเป็นสัปดาห์กว่าหนูจะได้เจอพี่มิน” เฟย์รินพูดงอแงขึ้นมา จนคนเป็นพ่อและแม่ต้องหันไปมองลูกสาวคนเล็ก มันก็น่าเอ็นดูที่เห็นลูกสาวมีเพื่อนและสนุกกับการได้อยู่บ้าน เพราะพ่อเขาหวงลูกสาวมาก ๆ ไม่อยากจะให้ออกไปที่ไหนเลยถ้าเป็นไปได้ “อย่างอแงหนูเฟย์ พี่มินเขาไปเรียนหนังสือ หนูเองก็ต้องไปเรียนเหมือนกัน” “หนูรู้ค่ะ…แต่มันก็เศร้านี่คะ!” “อย่าวีนหนูเฟย์” ผู้เป็นแม่ดุเสียงเข้ม ลูกสาวมักจะชอบวีนขึ้นมา จนเธอต้องคอยเตือนสติ กลัวว่าโตไปเจ้าตัวจะแสดงนิสัยแบบนี้ให้คนอื่นรู้สึกไม่ชอบใจ “ขอโทษค่ะ…” เอ่ยขอโทษแม่กับพ่อเสร็จ ก็หันไปหาพี่มินที่ยืนอยู่ ก่อนความคิดหนึ่งจะผุดเข้ามาให้เธอยิ้มกว้าง “คืนนี้พี่มินไปนอนกับหนูนะ” “เอ่อ…” จัสมินหันไปมองคุณหญิงของบ้าน เห็นท่านยิ้มและพยักหน้ามาให้เป็นการอนุญาต ก่อนจะหันกลับมามองแม่ตัวเองเพื่อดูความเห็น “ถ้าอยากไปก็ไป” “ค่ะแม่จิน” จินดามองลูกสาวของตัวเองและลูกเจ้านายสลับกันไปมา ทั้งสองดูเข้ากันได้เป็นอย่างดี และคุณทั้งสองก็ไม่ได้ว่าอะไรจัสมิน ขอเพียงแค่คนที่ลูกเล่นด้วยเป็นผู้หญิงเธอก็ไม่ห่วงอะไร “พรุ่งนี้ป้าแมวไปทำความสะอาดห้องวาตะไว้หน่อยนะ อีกไม่กี่วันตะจะกลับมาแล้ว” “ค่ะคุณเฟิร์น” วาตะชื่อเหมือนลมเลย จัสมินคิดถึงชายหนุ่มที่ชื่อวาตะอีกคน เราเจอกันครั้งสุดท้ายคือวันก่อนที่จะปิดเทอม ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะยังไปซื้อไอศกรีมร้านพี่มะนาวอยู่หรือเปล่า พอนึกถึงไอศครีมขึ้นมา ก็เผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เธอไม่ได้กินไอศครีมรสโปรดมาเป็นเดือนได้แล้ว คิดถึงรสชาติของมันจัง หลายวันต่อมา… “ลุงกรพาผมไปที่นี่หน่อยครับ” วาตะเอ่ยบอกลุงกรที่เป็นคนขับรถของที่บ้านให้พาไปยังสถานที่หนึ่ง ที่เขาอยากไปมากที่สุดที่กลับมาถึงไทย “ตอนนี้เลยเหรอครับ” “ครับ” วาตะตอบแค่นั้นก็หันไปมองข้างทาง ในหัวของเขามันคิดถึงแต่ผู้หญิงจัดฟันมีลักยิ้มคนนั้น จนอยากไปเจอเธอ มาถึงร้านไอศกรีม เขาก็เดินเข้าไปและกวาดสายตามองไปทั่วร้าน เผื่อจะเจอคนที่อยากเจอ “อ้าว หายไปนานเลยนะ” มะนาวทักเด็กหนุ่มที่มักมาซื้อไอศครีมไซส์ใหญ่สุด และเป็นคนที่อยู่กับน้องจัสมินวันนั้น แถมใบหน้าที่หล่อเหล่าอีก เธอจึงได้จำได้ “ครับ…มินมาหรือยังครับ” “น้องมินเพิ่งกลับเข้าไปในโรงเรียนเมื่อกี้เอง” “พรุ่งนี้เธอจะมาอีกไหมครับ” “พี่ไม่แน่ใจ ปกติจะมาทุกวัน แต่ช่วงนี้มีกิจกรรมกับน้องมินอยู่มอหกแล้ว เลยไม่ค่อยได้ออกมา” มะนาวบอกข้อมูลจริงตามที่เธอรู้ให้เด็กหนุ่มฟัง “…งั้นผมเอาไซส์ใหญ่ครับ” “ได้เลยค่ะ รอสักครู่นะ” วาตะเลี่ยงมายืนรอด้านข้าง สายตามองไปยังโรงเรียนหญิงล้วน เผื่อว่าจะได้เจอเธอ “ได้แล้วจ้ะ” วาตะหลุดจากภวังค์ หลังได้ยินเสียงเรียก เขาเข้าไปรับถุงใส่ถ้วยไอศกรีม ก่อนชะงักไปสักพักแล้วเงยหน้ามองเจ้าของร้าน “ซื้อสิบถ้วยฝากให้มินหน่อยนะครับ” วางเงินสำหรับสิบถ้วยให้เจ้าของร้าน ก่อนเขาจะหันหลังเดินออกมาทันที บ้านวาตะ ร่างสูงลงจากรถที่ไปรับเขาจากสนามบินกลับมาที่บ้าน เดินเข้าไปในบ้านก็เจอเข้ากับแม่ที่รออยู่ก่อนแล้ว “กลับมาแล้ว” ใบเฟิร์นเข้ามาสวมกอดลูกชายอย่างคิดถึง “พี่ตะกลับมาแล้ว!” เฟย์รินวิ่งเข้ามาหาพี่ชาย ก่อนสายตาจะมองไปเห็นถ้วยไอศกรีม วาตะยื่นให้น้องสาวทันทีที่เห็นเธอมอง เขาก็ตั้งใจซื้อมาให้เธอนั่นแหละ ไม่ได้คิดจะกินเอง “หื้อ~ ได้กินแล้วคิดถึงพี่มินจัง” จำได้ว่าพี่มินพูดถึงร้านไอศกรีมนี้บ่อย ๆ ซึ่งบังเอิญเป็นร้านเดียวกันกับที่เธอเคยขู่ให้พี่ตะไปซื้อมาให้ เลยทำให้คิดถึงขึ้นมา “มิน?” เพราะชื่อที่คุ้นหู ทำให้เขาเลิกคิ้วสงสัย “พี่จัสมิน หนูมีพี่สาวคนใหม่แล้ว ถ้าพี่มินกลับมาหนูจะพามาอวดพี่ตะ” “……” วาตะจะไม่สนใจเลย ถ้าชื่อนั้นมันไม่ไปเหมือนชื่อของจัสมินที่เขาอยากเจอ “ลูกสาวแม่บ้านคนใหม่น่ะตะ มาทำงานได้สองเดือนแล้ว ช่วงที่ตะไปอังกฤษ” ใบเฟิร์นเอ่ยอธิบายขยายความให้ลูกชายที่ไม่ได้รู้เรื่องได้ฟัง “……” วาตะพยักหน้าเข้าใจ มันคงไม่ใช่คนเดียวกันหรอก เขาเลยขอตัวเพื่อกลับไปห้องนอนของตัวเอง“มินเป็นยังไงบ้าง” หมุนตัวไปรอบ ๆ อย่างอวดให้เขาเห็นชุดที่เธอสวมใส่“สวย” พูดไปตามความจริง มันดูสวยเข้ากับเธอเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าเธอจะใส่อะไรหรือไม่ใส่เลยยิ่งดี มันก็ดูสวยในสายตาเขาไปหมด“มินซื้อไปฝากหนูเฟย์ด้วยนะ”“อืม”จัสมินเดินกลับมาหาแม่ค้าเพื่อจะจ่ายเงินกับชุดที่ตัวเองเลือก ก่อนสายตาจะไปเห็นชุดจากถุงที่พิงค์เป็นคนเอามา“ขอซื้อได้ไหมคะ”“ได้เจ้า เอากี่ตัวดีเจ้า”“เอาหมดเลยค่ะ”แม่ค้ารีบนำไปใส่ถุงให้คนตัวเล็กอย่างดี ก่อนจะนำมาให้เธอพร้อมกับขอบคุณวาตะก็มองเธอที่ซื้อหลายชุดด้วยสายตานิ่ง ๆ อย่างไม่คิดอะไร เพียงแค่เธอชอบก็ไม่คิดจะทักท้วงอะไร ก่อนจะเข้ามารับถุงจากเธอและจับมือพาเดินกลับไปที่รถตุบ!หญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินผ่านเธอไปก็ได้ทำของหล่นลงตรงหน้า จัสมินจึงก้มลงไปช่วยเก็บมาให้ ก่อนจะเห็นหญิงสาวคนนั้นที่ถือของเต็มมือเต็มแขนไปหมด“ขอบคุณค่ะ” “ให้ช่วยถือไปส่งไหมคะ” เพราะของที่อยู่ในมืออีกฝ่ายก็ถือจนจะหลุดมืออีกรอบอยู่แล้ว เธอจึงเอ่ยขอช่วยถือไปส่งให้“…รบกวนหน่อยนะคะ” แม้จะเกรงใจแต่ด้วยสภาพตัวเองตอนนี้ก็ถือไม่ไหวจริง ๆวาตะแย่งของมาถือไว้เองและเดินไปส่งไว้ยังที่ผู้หญิงคนนั้นเดินนำ
วาตะจับมือจัสมินพาเดินออกมาหน้าสนามบิน เมื่อพวกเขาทั้งสองตัดสินใจมาเที่ยวดอยตามความต้องการของคนตัวเล็กเดินไปยังรถที่เช่าไว้เพื่อความสะดวก แต่การขึ้นดอยก็ต้องอาศัยคนขับที่เชี่ยวชาญพาไป เขาจึงจะขับรถไปจอดไว้แล้วนั่งรถพาเธอขึ้นไป“แวะตลาดได้ไหม” เธอมองเห็นตลาดจากไกล ๆ ด้วยความหิวจึงเอ่ยกับร่างสูงที่ทำหน้าที่ขับรถ“อืม” เขาตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเลี้ยวไปยังตลาดจัสมินเดินไปตามร้านต่าง ๆ ด้วยความตื่นเต้น เพราะของขายที่นี่ไม่เหมือนกับที่กรุงเทพในหลาย ๆ อย่าง ทำให้เธอสนใจจนแวะทุกร้านที่ไม่เคยเห็นมาก่อนวาตะก็คอยจับมือคนตัวเล็กเอาไว้ กลัวว่าเธอจะหลงหายไปและซุ่มซ่ามจนได้แผลกลับมาอีก มืออีกข้างของเขาก็เต็มไปด้วยของที่เธอซื้อเพราะความไม่เคยเห็นมาก่อน“ลม เสื้อน่ารักจัง มินขอซื้อนะ” เดินมาถึงร้านขายเสื้อพื้นเมืองหรือที่เข้าใจก็เสื้อดอย มันน่ารักถูกใจเธอมากจนหยุดเดินและเข้าไปภายในร้าน“อืม”“ชุดนี้เป็นยังไงบ้าง” หยิบชุดสีน้ำเงินตรงบริเวณอกมีลวดลายสีแดงกับสีขาวผสมกัน มันดูสะดุดตาเธอจนต้องหยิบมาทาบกับตัวแล้วหันมาขอความคิดเห็นจากวาตะ“สวย”“มินขอไปลองก่อนนะ”หมับ!มือหนาจับข้อมือเล็กเอาไว้ก่อนที่เธอจะ
หลังจากขอบคุณพ่อแม่เสร็จ วาตะก็จับมือจัสมินพาเดินมายังโต๊ะอาหารที่มีเพื่อนของเขาและเฟย์รินนั่งอยู่“ลุง! ลุงดิน!” เสียงเฟย์รินเอ่ยเรียกคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับตัวเอง“ใคร เรียกใครลุง” ดินที่ได้ยินเสียงเล็กเอ่ยเรียกชื่อตัวเองก็มองหน้าเธอ ก่อนจะหันมองซ้ายมองขวาว่าใครคือลุง“ก็ลุงนั่นแหละ หนูเรียกลุงดิน”“เห้ย! มาเรียกพี่ลุงได้ไง อายุห่างกันแค่สามปีเอง” ดินร้องโวยวายขึ้นมาที่คนตัวเล็กตรงข้ามเรียกเขาว่าลุง ทั้งที่เขาเป็นเพื่อนพี่ชายเธอและห่างกับเธอเพียงแค่สามปี“ก็ดูสภาพสิ ไว้หนวดไว้เคราแถมย้อมผมสีนี้อีก อย่างกับลุงข้างบ้านเลย” เฟย์รินก็บอกถึงลักษณะของคนตัวสูงที่ไม่เจอกันเป็นปี แต่กลับมาเจอเขาอีกครั้งก็ได้เปลี่ยนไปขนาดนี้“เฟย์ริน!” “ก็มันจริง!”วาตะกับจัสมินเดินมาถึงโต๊ะก็ได้ยินเสียงเฟย์รินและดินต่อปากต่อคำกันจนทุกคนที่นั่งอยู่ถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา“หนูเฟย์เป็นอะไร” จัสมินเอ่ยถามน้องสาวคนสนิทเมื่อเห็นเธอเสียงดังและมองตาเขม็งไปยังดินเพื่อนสนิทของวาตะ“ลุงดินมาขึ้นเสียงใส่หนูก่อนค่ะ”“ลุง?” ถามย้ำด้วยความไม่เข้าใจ“พี่มินก็ดูสิคะ สภาพพี่ดินอย่างกับลุงข้างบ้านเราเลย” เธอหันไปมองตามท
หลายวันต่อมา…ภายในห้องมีร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งนั่งนิ่งหลับตาลง ใบหน้ากำลังถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโดยน้องสาวคนสนิท“ส่องกระจกดูสิคะ” เฟย์รินเอ่ยกับพี่สาวคนสนิทเมื่อเธอได้ทำการแต่งหน้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้วจัสมินที่ได้ยินอย่างนั้นก็ลืมตาขึ้นมามองตัวเองในกระจกบานใหญ่ตรงหน้า ก่อนรอยยิ้มสดใสจะเผยขึ้น“พี่มินดูเป็นยังไงบ้างหนูเฟย์” เอ่ยกับคนตรงหน้าเมื่อได้เห็นใบหน้าของตัวเอง เป็นที่น่าพอใจมากสำหรับเธอ แต่ไม่รู้ว่าสำหรับคนอื่นจะเป็นอย่างไร“สวยค่ะ พี่มินสวยมาก!”“……” จัสมินเงียบไปด้วยความเขินที่ถูกชมเสียงดัง ฟังชัดขนาดนี้“ไปเปลี่ยนชุดเถอะค่ะ เดี๋ยวจะถึงเวลาแล้ว” เฟย์รินเข้าไปหยิบชุดสีชมพูอ่อนที่เธอเป็นคนออกแบบเองกับมือให้พี่สาวคนสนิทได้ไปเปลี่ยนมือเล็กของจัสมินรับชุดมาก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ไม่นานเธอก็เดินออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่ภายในห้องกลับไม่ได้มีแค่เฟย์รินเหมือนอย่างเคย แต่กลับมีแม่จินและแม่ใบเฟิร์นที่มองมายังจัสมินด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“สวยมากเลยน้องมิน” จินดาเอ่ยกับลูกสาวพร้อมเข้ามาจับมือเล็กเบา ๆ “นี่แค่งานหมั้นยังขนาดนี้ ถ้าแต่งแม่ว่าต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยมากแน่” ใบเฟิ
“ลมรอมินแป๊บหนึ่งนะ” จัสมินเอ่ยกับร่างสูงที่มาส่งเธอที่หน้าคณะ เพื่อจะส่งงานชิ้นสุดท้ายก่อนจะปิดภาคเรียน“อืม” วาตะตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเข้ามานั่งยังเก้าอี้ใต้ต้นไม้ที่ประจำที่เขามารอเธอบ่อยครั้งจัสมินเดินเข้าไปส่งงานไม่นานเธอก็เดินออกมา รอยยิ้มสดใสในแบบของเธอประดับใบหน้าตลอดเวลาที่เดินกลับมาหาร่างสูง“ลมรอนานหรือเปล่า” มาถึงตัวเขาก็เอ่ยถามประโยคนี้ เธอไม่อยากให้เขามารอแต่เขาก็ยังยืนยันที่จะรอ“ไม่” เขาลุกขึ้นเดินมาจับมือเล็กพาเดินไปที่รถทันทีรถคันหรูขับไปตามถนนในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังร้านแห่งหนึ่ง จนจัสมินที่นั่งอยู่ด้านข้างเกิดความสงสัย จึงหันไปหาวาตะที่เป็นคนขับ“จะพามินไปไหน?”“ดูแหวน” “ดูแหวนทำไม? จะซื้อเป็นของขวัญให้ใครเหรอ?” เธอถามอย่างสงสัยเข้าไปอีก มานั่งคิดดูแล้วก็ไม่ได้มีวันสำคัญของใครในเร็ว ๆ นี้ ทำไมถึงต้องไปดูแหวนด้วย“หมั้นเธอ”“…หมั้นมิน…ต้องใช้แหวนด้วยเหรอ?” เธอเงียบไปสักพักด้วยความเขิน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจอีกรอบ จำได้ว่าเขาเคยบอกว่าขออนุญาตแม่จินเพื่อหมั้นกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าการหมั้นมันต้องทำอะไรบ้าง“ใช้ ต้องจัดงานด้วย”“จัดเหมือนงา
จัสมินคอยมองไปทางประตูห้องตลอด รอว่าทั้งสองที่ไปคุยกันเมื่อไรจะกลับมาสักที จนกระทั่งประตูห้องเปิดออกพร้อมร่างของแม่เธอเธอพยายามมองไปทางข้างหลังเผื่อว่าจะเห็นร่างสูง แต่กลับไม่มีอย่างที่คิด“ไปหาสิน้องมิน” จินดาเอ่ยกับลูกสาวที่มองไปด้านหลังเพื่อหาใครสักคน“น้องมินไปได้เหรอคะ” ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ“อืม ไปเถอะ ไปหาวาตะ”จัสมินพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เธอเข้าไปสวมกอดแม่ด้วยความดีใจ ก่อนจะผละออกและเดินไปยังในบ้านหลังใหญ่ที่มีห้องหนึ่งที่ทั้งมืดและเย็นจนหนาวสั่นก๊อก ๆ ก๊อก ๆยืนเคาะประตูอยู่นานก็ไม่มีคนมาเปิดให้ มือเล็กจึงลองเปิดดูก็พบว่ามันไม่ได้ล็อก เธอจึงถือวิสาสะเข้าไปภายในห้องทั้งมืดและเย็นจนเธอหนาว พยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด ก่อนจะหันหลังไปกดเปิดไฟให้ความสว่างแก่ตัวเอง“ว๊าย! ลม!” ร้องตกใจเมื่อร่างของเธอถูกอุ้มขึ้นพาเดินไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่วาตะจับคนตัวเล็กนั่งบนตักแกร่งของเขา โอบกอดเธอไว้แน่นอย่างกลัวว่าเธอจะหายไป“คิดถึงมินไหม” เมื่อตั้งสติได้ เธอก็หันหน้าเข้าหาร่างสูงพร้อมเอ่ยถามเขาด้วยรอยยิ้มสดใส“คิดถึง…มาก ๆ”“มินก็คิดถึงลมมาก ๆ เหมือนกันนะ” พูดจบก็เข้าไปสวมกอดพร้อ
จากการประกาศของโรงเรียนในครั้งนั้น ทำให้พวกเธอไม่ค่อยได้กลับบ้าน อยู่อย่างนี้จนมาถึงปิดเทอมกลางภาค แต่กว่าจะปิดก็กินเวลาไปกว่านักเรียนชั้นอื่นอยู่เกือบสองสัปดาห์ ทำให้การปิดเทอมของพวกเธอในครั้งนี้ช่างสั้นกว่าเทอมไหน ๆ“มินได้กอดแม่แล้ว” พูดขึ้นมาขณะที่เข้าไปสวมกอดแม่แน่น ๆ ด้วยความคิดถึงที่ไม่ได้กอ
ตอนที่ 9 - อยากรู้อะไรก็โทรมา“น้องมินคิดถึงแม่จิน” เข้าไปสวมกอดแม่จากทางด้านหลังด้วยความคิดถึง“แม่ก็คิดถึง อยู่ที่โรงเรียนอย่าซนจนตัวเองเจ็บตัวนะน้องมิน”“น้องมินไม่ซนเลยค่ะ…แค่ซุ่มซ่าม” ยิ้มหัวเราะออกมาให้กับตัวเอง แม้จะระวังมากแค่ไหนก็ยังมีเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวและมีแผลเล็ก ๆ มาตลอด“น้องมินเจ็
ร่างสูงกลับมาพร้อมอุปกรณ์ทำแผล เข้ามานั่งย่อตัวอยู่ตรงหน้าร่างเล็ก มองบาดแผลของเธอที่เลือดยังซึมออกมาอยู่“มินทำเองก็ได้”“……” ความเงียบเป็นคำตอบของการปฏิเสธ จัสมินจึงนั่งตัวเกร็งให้เขาทำแผลให้ ยามที่สำลีแตะโดนแผลเธอก็สะดุ้งตัวทุกครั้ง มันแสบมากจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่นวาตะสังเกตเห็นมือเล็กบีบเข้
ตั้งแต่เปิดเทอมมาได้เกือบหนึ่งเดือน เธอก็ไม่ได้กลับไปหาแม่ที่บ้านคุณน้าเฟิร์นเลย เพราะที่โรงเรียนมีกิจกรรมและต้องเตรียมตัวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างหนัก“น้องมินคิดถึงแม่จินจังเลยค่ะ”“แม่ก็มาหาแล้วนี่ไง น้องมินต้องตั้งใจเรียนนะ” เป็นเพราะจัสมินไม่ได้กลับไปหาเธอเกือบเดือนได้ จึงได้มาหาลูกวันนี้ด







