INICIAR SESIÓN“มินเป็นยังไงบ้าง” หมุนตัวไปรอบ ๆ อย่างอวดให้เขาเห็นชุดที่เธอสวมใส่“สวย” พูดไปตามความจริง มันดูสวยเข้ากับเธอเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่าเธอจะใส่อะไรหรือไม่ใส่เลยยิ่งดี มันก็ดูสวยในสายตาเขาไปหมด“มินซื้อไปฝากหนูเฟย์ด้วยนะ”“อืม”จัสมินเดินกลับมาหาแม่ค้าเพื่อจะจ่ายเงินกับชุดที่ตัวเองเลือก ก่อนสายตาจะไปเห็นชุดจากถุงที่พิงค์เป็นคนเอามา“ขอซื้อได้ไหมคะ”“ได้เจ้า เอากี่ตัวดีเจ้า”“เอาหมดเลยค่ะ”แม่ค้ารีบนำไปใส่ถุงให้คนตัวเล็กอย่างดี ก่อนจะนำมาให้เธอพร้อมกับขอบคุณวาตะก็มองเธอที่ซื้อหลายชุดด้วยสายตานิ่ง ๆ อย่างไม่คิดอะไร เพียงแค่เธอชอบก็ไม่คิดจะทักท้วงอะไร ก่อนจะเข้ามารับถุงจากเธอและจับมือพาเดินกลับไปที่รถตุบ!หญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินผ่านเธอไปก็ได้ทำของหล่นลงตรงหน้า จัสมินจึงก้มลงไปช่วยเก็บมาให้ ก่อนจะเห็นหญิงสาวคนนั้นที่ถือของเต็มมือเต็มแขนไปหมด“ขอบคุณค่ะ” “ให้ช่วยถือไปส่งไหมคะ” เพราะของที่อยู่ในมืออีกฝ่ายก็ถือจนจะหลุดมืออีกรอบอยู่แล้ว เธอจึงเอ่ยขอช่วยถือไปส่งให้“…รบกวนหน่อยนะคะ” แม้จะเกรงใจแต่ด้วยสภาพตัวเองตอนนี้ก็ถือไม่ไหวจริง ๆวาตะแย่งของมาถือไว้เองและเดินไปส่งไว้ยังที่ผู้หญิงคนนั้นเดินนำ
วาตะจับมือจัสมินพาเดินออกมาหน้าสนามบิน เมื่อพวกเขาทั้งสองตัดสินใจมาเที่ยวดอยตามความต้องการของคนตัวเล็กเดินไปยังรถที่เช่าไว้เพื่อความสะดวก แต่การขึ้นดอยก็ต้องอาศัยคนขับที่เชี่ยวชาญพาไป เขาจึงจะขับรถไปจอดไว้แล้วนั่งรถพาเธอขึ้นไป“แวะตลาดได้ไหม” เธอมองเห็นตลาดจากไกล ๆ ด้วยความหิวจึงเอ่ยกับร่างสูงที่ทำหน้าที่ขับรถ“อืม” เขาตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเลี้ยวไปยังตลาดจัสมินเดินไปตามร้านต่าง ๆ ด้วยความตื่นเต้น เพราะของขายที่นี่ไม่เหมือนกับที่กรุงเทพในหลาย ๆ อย่าง ทำให้เธอสนใจจนแวะทุกร้านที่ไม่เคยเห็นมาก่อนวาตะก็คอยจับมือคนตัวเล็กเอาไว้ กลัวว่าเธอจะหลงหายไปและซุ่มซ่ามจนได้แผลกลับมาอีก มืออีกข้างของเขาก็เต็มไปด้วยของที่เธอซื้อเพราะความไม่เคยเห็นมาก่อน“ลม เสื้อน่ารักจัง มินขอซื้อนะ” เดินมาถึงร้านขายเสื้อพื้นเมืองหรือที่เข้าใจก็เสื้อดอย มันน่ารักถูกใจเธอมากจนหยุดเดินและเข้าไปภายในร้าน“อืม”“ชุดนี้เป็นยังไงบ้าง” หยิบชุดสีน้ำเงินตรงบริเวณอกมีลวดลายสีแดงกับสีขาวผสมกัน มันดูสะดุดตาเธอจนต้องหยิบมาทาบกับตัวแล้วหันมาขอความคิดเห็นจากวาตะ“สวย”“มินขอไปลองก่อนนะ”หมับ!มือหนาจับข้อมือเล็กเอาไว้ก่อนที่เธอจะ
หลังจากขอบคุณพ่อแม่เสร็จ วาตะก็จับมือจัสมินพาเดินมายังโต๊ะอาหารที่มีเพื่อนของเขาและเฟย์รินนั่งอยู่“ลุง! ลุงดิน!” เสียงเฟย์รินเอ่ยเรียกคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับตัวเอง“ใคร เรียกใครลุง” ดินที่ได้ยินเสียงเล็กเอ่ยเรียกชื่อตัวเองก็มองหน้าเธอ ก่อนจะหันมองซ้ายมองขวาว่าใครคือลุง“ก็ลุงนั่นแหละ หนูเรียกลุงดิน”“เห้ย! มาเรียกพี่ลุงได้ไง อายุห่างกันแค่สามปีเอง” ดินร้องโวยวายขึ้นมาที่คนตัวเล็กตรงข้ามเรียกเขาว่าลุง ทั้งที่เขาเป็นเพื่อนพี่ชายเธอและห่างกับเธอเพียงแค่สามปี“ก็ดูสภาพสิ ไว้หนวดไว้เคราแถมย้อมผมสีนี้อีก อย่างกับลุงข้างบ้านเลย” เฟย์รินก็บอกถึงลักษณะของคนตัวสูงที่ไม่เจอกันเป็นปี แต่กลับมาเจอเขาอีกครั้งก็ได้เปลี่ยนไปขนาดนี้“เฟย์ริน!” “ก็มันจริง!”วาตะกับจัสมินเดินมาถึงโต๊ะก็ได้ยินเสียงเฟย์รินและดินต่อปากต่อคำกันจนทุกคนที่นั่งอยู่ถึงกับส่ายหน้าอย่างเอือมระอา“หนูเฟย์เป็นอะไร” จัสมินเอ่ยถามน้องสาวคนสนิทเมื่อเห็นเธอเสียงดังและมองตาเขม็งไปยังดินเพื่อนสนิทของวาตะ“ลุงดินมาขึ้นเสียงใส่หนูก่อนค่ะ”“ลุง?” ถามย้ำด้วยความไม่เข้าใจ“พี่มินก็ดูสิคะ สภาพพี่ดินอย่างกับลุงข้างบ้านเราเลย” เธอหันไปมองตามท
หลายวันต่อมา…ภายในห้องมีร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งนั่งนิ่งหลับตาลง ใบหน้ากำลังถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโดยน้องสาวคนสนิท“ส่องกระจกดูสิคะ” เฟย์รินเอ่ยกับพี่สาวคนสนิทเมื่อเธอได้ทำการแต่งหน้าให้เสร็จเรียบร้อยแล้วจัสมินที่ได้ยินอย่างนั้นก็ลืมตาขึ้นมามองตัวเองในกระจกบานใหญ่ตรงหน้า ก่อนรอยยิ้มสดใสจะเผยขึ้น“พี่มินดูเป็นยังไงบ้างหนูเฟย์” เอ่ยกับคนตรงหน้าเมื่อได้เห็นใบหน้าของตัวเอง เป็นที่น่าพอใจมากสำหรับเธอ แต่ไม่รู้ว่าสำหรับคนอื่นจะเป็นอย่างไร“สวยค่ะ พี่มินสวยมาก!”“……” จัสมินเงียบไปด้วยความเขินที่ถูกชมเสียงดัง ฟังชัดขนาดนี้“ไปเปลี่ยนชุดเถอะค่ะ เดี๋ยวจะถึงเวลาแล้ว” เฟย์รินเข้าไปหยิบชุดสีชมพูอ่อนที่เธอเป็นคนออกแบบเองกับมือให้พี่สาวคนสนิทได้ไปเปลี่ยนมือเล็กของจัสมินรับชุดมาก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ ไม่นานเธอก็เดินออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่ภายในห้องกลับไม่ได้มีแค่เฟย์รินเหมือนอย่างเคย แต่กลับมีแม่จินและแม่ใบเฟิร์นที่มองมายังจัสมินด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“สวยมากเลยน้องมิน” จินดาเอ่ยกับลูกสาวพร้อมเข้ามาจับมือเล็กเบา ๆ “นี่แค่งานหมั้นยังขนาดนี้ ถ้าแต่งแม่ว่าต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยมากแน่” ใบเฟิ
“ลมรอมินแป๊บหนึ่งนะ” จัสมินเอ่ยกับร่างสูงที่มาส่งเธอที่หน้าคณะ เพื่อจะส่งงานชิ้นสุดท้ายก่อนจะปิดภาคเรียน“อืม” วาตะตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเข้ามานั่งยังเก้าอี้ใต้ต้นไม้ที่ประจำที่เขามารอเธอบ่อยครั้งจัสมินเดินเข้าไปส่งงานไม่นานเธอก็เดินออกมา รอยยิ้มสดใสในแบบของเธอประดับใบหน้าตลอดเวลาที่เดินกลับมาหาร่างสูง“ลมรอนานหรือเปล่า” มาถึงตัวเขาก็เอ่ยถามประโยคนี้ เธอไม่อยากให้เขามารอแต่เขาก็ยังยืนยันที่จะรอ“ไม่” เขาลุกขึ้นเดินมาจับมือเล็กพาเดินไปที่รถทันทีรถคันหรูขับไปตามถนนในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังร้านแห่งหนึ่ง จนจัสมินที่นั่งอยู่ด้านข้างเกิดความสงสัย จึงหันไปหาวาตะที่เป็นคนขับ“จะพามินไปไหน?”“ดูแหวน” “ดูแหวนทำไม? จะซื้อเป็นของขวัญให้ใครเหรอ?” เธอถามอย่างสงสัยเข้าไปอีก มานั่งคิดดูแล้วก็ไม่ได้มีวันสำคัญของใครในเร็ว ๆ นี้ ทำไมถึงต้องไปดูแหวนด้วย“หมั้นเธอ”“…หมั้นมิน…ต้องใช้แหวนด้วยเหรอ?” เธอเงียบไปสักพักด้วยความเขิน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจอีกรอบ จำได้ว่าเขาเคยบอกว่าขออนุญาตแม่จินเพื่อหมั้นกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าการหมั้นมันต้องทำอะไรบ้าง“ใช้ ต้องจัดงานด้วย”“จัดเหมือนงา
จัสมินคอยมองไปทางประตูห้องตลอด รอว่าทั้งสองที่ไปคุยกันเมื่อไรจะกลับมาสักที จนกระทั่งประตูห้องเปิดออกพร้อมร่างของแม่เธอเธอพยายามมองไปทางข้างหลังเผื่อว่าจะเห็นร่างสูง แต่กลับไม่มีอย่างที่คิด“ไปหาสิน้องมิน” จินดาเอ่ยกับลูกสาวที่มองไปด้านหลังเพื่อหาใครสักคน“น้องมินไปได้เหรอคะ” ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ“อืม ไปเถอะ ไปหาวาตะ”จัสมินพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม เธอเข้าไปสวมกอดแม่ด้วยความดีใจ ก่อนจะผละออกและเดินไปยังในบ้านหลังใหญ่ที่มีห้องหนึ่งที่ทั้งมืดและเย็นจนหนาวสั่นก๊อก ๆ ก๊อก ๆยืนเคาะประตูอยู่นานก็ไม่มีคนมาเปิดให้ มือเล็กจึงลองเปิดดูก็พบว่ามันไม่ได้ล็อก เธอจึงถือวิสาสะเข้าไปภายในห้องทั้งมืดและเย็นจนเธอหนาว พยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืด ก่อนจะหันหลังไปกดเปิดไฟให้ความสว่างแก่ตัวเอง“ว๊าย! ลม!” ร้องตกใจเมื่อร่างของเธอถูกอุ้มขึ้นพาเดินไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่วาตะจับคนตัวเล็กนั่งบนตักแกร่งของเขา โอบกอดเธอไว้แน่นอย่างกลัวว่าเธอจะหายไป“คิดถึงมินไหม” เมื่อตั้งสติได้ เธอก็หันหน้าเข้าหาร่างสูงพร้อมเอ่ยถามเขาด้วยรอยยิ้มสดใส“คิดถึง…มาก ๆ”“มินก็คิดถึงลมมาก ๆ เหมือนกันนะ” พูดจบก็เข้าไปสวมกอดพร้อ
หลังจากกินข้าวเสร็จ จัสมินก็ได้เข้าไปอาบน้ำทันที ออกมาจากห้องน้ำได้สายตาของเธอก็มองหาผู้เป็นแม่ จนเห็นว่าแม่ไปนั่งอยู่ตรงระเบียงห้องด้วยความเหม่อลอยเหมือนกับคนที่มีเรื่องอะไรให้คิดหมับแขนเล็กโอบกอดร่างแม่จากทางด้านหลัง ซบใบหน้าถูไถกับแผ่นหลังด้วยความออดอ้อน จนคนที่ถูกกอดจากลูกสาวเพียงคนเดียวหลุดอ
“ลม!” เอ่ยเรียกร่างสูงตรงหน้าเสียงดัง ก่อนรอยยิ้มสดใสจะถูกส่งไปให้ยังเขา“รู้จักกันเหรอมิน” พิงค์ที่เห็นเพื่อนสาวเอ่ยทักชายหนุ่มในชุดนักเรียนเหมือนกันขึ้น จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย“รู้จัก มินเคยซื้อไอติมให้เขาลองชิมดู”“……” พิงค์ทำเพียงพยักหน้าเข้าใจเท่านั้น ก่อนเธอจะเข้าไปรับไอศกรีมที่สั่งมาไว้ในมื
(แม่ไปรับช้าหน่อยนะน้องมิน แม่ยังไม่เสร็จงานเลย)“ไม่เป็นไรค่ะ น้องมินกลับเองก็ได้นะคะแม่จิน”(กลับเองได้เหรอน้องมิน) เพราะไม่เคยที่จะให้ลูกสาวเพียงคนเดียวได้ไปไหนเอง ทำให้เธอเป็นห่วงและหวงลูกมาก“น้องมินกลับได้ค่ะ เดี๋ยวกลับกับพิงค์ค่ะ”(……)“น้องมินทำได้ค่ะแม่จิน ไม่ต้องห่วงนะคะ น้องมินจะร
ครืด~ ครืด~ มือหนาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมาดู ก่อนจะมองนิ่ง ๆ อยู่นาน ไม่ยอมกดรับสายเสียที จนสายเรียกเข้าได้ตัดไปครืด~ ครืด~แต่ก็ถูกโทรเข้ามาอีก จน ‘วาตะ’ ต้องยอมกดรับด้วยความรำคาญ(พี่ตะอย่าลืมซื้อมาให้หนูเฟย์นะ) เสียงหวานของน้องสาวเพียงคนเดียว กรอกเข้ามาตามสายเมื่







