Accueil / แฟนตาซี / วาสนากาฝาก / ตอนที่ 5 ตามมีตามเกิด

Share

ตอนที่ 5 ตามมีตามเกิด

last update Date de publication: 2026-03-18 13:35:46

พุดจีบจึงถอดสร้อยคอเส้นนั้นออก แล้วมองแหวนทองแบบเรียบ ๆ วงนั้นอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในแล้วกล่าวกับลูกสาว “เมื่อถึงเวลาแม่จะคืนให้หนูนะ” ข้าวหอมยิ้มร่าออกมาเหมือนรู้ความ ผู้เป็นแม่มองแล้วก็ยิ่งเอ็นดูแกมมันเขี้ยว “งั้นฉันวานแกไปซื้อนมผงให้หน่อยสิ”

“ได้” พุดจีบรีบหยิบเงินที่พอเหลืออยู่อย่างจำกัดให้สามี 

ดอมเดินเท้าเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อซื้อนมผงให้ลูกสาวคนเล็ก ก่อนไปภรรยายังกำชับเขาว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครเป็นอันขาด

พุดจีบหันไปสั่งลูกชาย “ธันก่อไฟต้มน้ำให้แม่หน่อยลูก” เธอจะต้มน้ำทำความสะอาดลูกน้อยก่อนจะทายาให้ และต้มไว้ให้เด็กดื่มกินด้วย

“ครับแม่”

“หนูช่วยนะคะ” ธารทิพย์มองน้องจนพอใจแล้วจึงเดินไปก่อไฟช่วยพี่ชาย ฝนตกทั้งคืนทำให้ฟืนที่เก็บไว้ใต้ถุนเรือนหลังเล็กค่อนข้างชื้น พื้นดินที่มีหินวางอยู่สามก้อนที่ใช้เป็นเตาไฟก็ชื้นเช่นเดียวกัน แต่พื้นที่ตรงนั้นแม่เพิ่งก่อไฟทำอาหารเสร็จไฟจึงยังไม่มอดดับ คงทำให้ธันวาก่อไฟได้ง่ายขึ้น ถึงจะอายุแค่เพียงแปดขวบแต่เขาก็ทำสิ่งที่พ่อกับแม่สอนได้เป็นอย่างดี

อาบน้ำให้ลูกเสร็จพุดจีบนำปูนที่ใช้กินหมากออกมาทาตุ่มที่โดนมดกัดให้ลูก เด็กคนนี้น่าเกลียดน่าชังเหลือเกิน ดวงตาดำขลับราวกับตุ๊กตา แพขนตาดกดำขับให้ดวงตาหวานซึ้งเมื่อยามได้พิศมอง ยิ่งมองก็ยิ่งน่าหลงใหล พออาบน้ำเสร็จก็ไม่งอแงเลย ช่างเป็นเด็กที่รู้ความเสียจริง

ดอมกลับมาพร้อมกับนมผงเธอจึงรีบชงให้ลูกดื่มทันที ดอมนำเปลที่ทำจากไม้เต็งอย่างดีออกมาจากมุมหนึ่งของบ้าน ใช้ผ้าขาวม้าผูกเตรียมให้ลูกนอน เขาเกือบจะให้เปลคนอื่นไปแล้วเพราะคิดว่าตัวเองคงไม่ได้ใช้อีก แต่การได้เลี้ยงเด็กทารกคนนี้เขาจะถือว่าข้าวหอมคือสิ่งนำโชคของครอบครัว และจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้เหมือนกับลูกแท้ ๆ ของตน

รถยนต์คันสีขาวขับไปตามถนนลาดยางมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวจังหวัด ตลอดเส้นทางหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังก็เอาแต่ร่ำไห้ เธอร้องไห้จนไม่มีน้ำตาให้ไหล มีเพียงเสียงสะอื้นที่ดังต่อเนื่องเหมือนจะขาดใจ

“คุณหนูหยุดร้องเถอะครับ อีกไม่นานก็จะถึงบ้านแล้ว” คนขับรถวัยสามสิบต้นบอกกับหญิงสาวผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเจ้านายด้วยความสงสาร เธออายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น

“ฉันเป็นห่วงลูก ฮือ ฮึก ฮึก” เธอพูดพลางสะอื้นฮึก ๆ หน้าอกสั่นเทิ้มไปหมด 

“แต่คุณหนูก็เห็นว่ามีผู้ชายมาอุ้มเด็กไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ” เธอแอบมองจนแน่ใจว่าผู้ชายคนนั้นอุ้มลูกของเธอไปแล้ว จึงยอมขึ้นรถที่จอดบังพุ่มไม้อยู่ข้างถนนลูกรังเส้นนั้น แต่เธอมองไม่เห็นใบบหน้าของชายผู้นั้น

“อือ แต่ฉันก็ยังเป็นห่วงลูกอยู่ดี ฮือ ๆ ปรายฟ้าลูกแม่” 

คนขับรถพาเธอแวะห้องน้ำในปั๊มน้ำมันก่อนกลับเข้าบ้าน

ทุกวันดอมจะออกไปรับจ้างถางหญ้าตามคันนาให้ชาวบ้าน บางวันก็รับจ้างเกี่ยวหญ้าให้ควาย รวมถึงเลี้ยงควายที่มีอยู่สองตัวนั้นด้วย เพราะเขาต้องหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ยิ่งตอนนี้มีลูกเล็กเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ดอมจึงต้องขยันมากขึ้น บางครั้งไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกคนเล็กกิน ข้าวหอมต้องกินน้ำข้าวต้มเพื่อประทังชีวิตแทน ยังดีที่นาของพิมยังมีกล้วยน้ำว้าแก่จัดอยู่หลายเครือ ดอมก็ทยอยตัดมาบ่มเพื่อให้ภรรยาบดผสมกับข้าวเหนียวแล้วห่อหมกตั้งไฟให้สุกแล้วนำมาป้อนลูก

ถึงการเลี้ยงลูกสามคนจะเหนื่อยและค่อนข้างลำบาก แต่ก็เป็นความลำบากที่มีความสุข พวกเขาทั้งสองเต็มใจที่ได้เลี้ยงลูกทั้งสาม

หลังเลิกเรียนธันวากับธารทิพย์เดินตามหลังพ่อเพื่อไปช้อนลูกอ๊อดของเขียดทรายเพื่อนำมาประกอบอาหาร พวกเขาเติบโตมากับกุ้ง หอย ปู ปลา กบ เขียดในท้องนา ปลาทู ปลากระป๋อง เนื้อหมู และไข่พวกเขาแทบไม่เคยเห็นหน้ามัน แต่แค่นี้พวกเขาก็คิดว่าอาหารตามไร่นาก็เป็นอาหารชั้นเลิศสำหรับพวกเขาแล้ว

เกือบสามเดือนแล้วที่ดอมเทียวซื้อนมผงที่ร้านของพิม ประกอบกับคนเริ่มพูดให้ได้ยินหนาหูว่าครอบครัวของเขาเลี้ยงเด็กเล็ก เธอจึงเก็บซ่อนความอยากรู้เอาไว้ไม่ไหวจึงเอ่ยถาม “ซื้อนมผงไปให้ใครเหรอดอม”

“อ้อ น้องสาวของพุดจีบมันเอาลูกมาฝากเลี้ยงน่ะครับน้าพิม” ยิ่งได้เลี้ยงดูเด็กคนนี้ดอมกับพุดจีบก็ยิ่งรักและหวงแหน หากบอกความจริงออกไปก็กลัวว่าพ่อกับแม่แท้ ๆ ของเด็กจะมาเอาคืน ดอมกับพุดจีบจึงตกลงกันที่จะบอกกับชาวบ้านอย่างนั้น

พิมพยักหน้าอย่างเข้าใจ ที่แท้ก็ลูกของน้องสาวพุดจีบ แต่บางอย่างก็สะกิดใจเธอให้ถามอีก “พุดจีบมีน้องสาวด้วยเหรอ” ก่อนหน้ามีแต่คนบอกว่าเมียของดอมเป็นเด็กกำพร้า ไร้ญาติมิตร ตัวดอมเองพี่น้องก็กระจัดกระจายไปอาศัยอยู่กับครอบครัวหลายจังหวัด ต่างคนก็ต่างทำมาหากินไม่ได้ติดต่อกัน พอแต่งงานก็ย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่ตอนนั้นที่ทางราคาไม่แพงมากเขาจึงไปซื้อที่ท้ายหมู่บ้านเพื่อปลูกเรือนอยู่กับเมียซึ่งอยู่ติดกับนาของเธอพอดี วันนี้เขากลับบอกว่าพุดจีบมีน้องสาว

ดอมนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป “ลูกพี่ลูกน้องน่ะ ไม่ใช่น้องแท้ ๆ หรอก” จะอ้างว่าเป็นลูกแท้ ๆ ของเขาก็คงไม่ได้เพราะพุดจีบทำหมันแล้ว อีกทั้งพุดจีบยังตัวเล็กถ้าบอกชาวบ้านไปว่าเพิ่งคลอดลูกก็คงต้องหาคำมาโกหกเรื่องนี้อีกยาว สู้บอกว่าเป็นลูกของน้องสาวยังโกหกง่ายกว่า นานไปคนก็คงเลิกถาม

เท่านั้นพิมจึงได้คลายข้อสงสัย เวลามีคนถามเธอจะได้บอกได้อย่างถูกต้อง ไม่ใช่ต่างคนต่างเดากันไปทั่ว แต่ใครจะรู้ว่าสองสามีภรรยาได้ไปแจ้งเกิดข้าวหอมเป็นบุตรสาวและย้ายเข้าทะเบียนบ้านของตนเรียบร้อยแล้ว

สองสามีภรรยาเลี้ยงลูกทั้งสามไปตามมีตามเกิด ถึงกระนั้นพวกเขาก็ใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างมีความสุขตามสภาพ มีอะไรก็กินสิ่งนั้น จะว่าไปหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีความอุดมสมบูรณ์ไม่น้อย ดอมจึงหาอาหารมาให้ครอบครัวได้ง่ายขึ้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 9 บ้านหลังใหม่

    สัปดาห์ต่อมาดอมก็พาครอบครัวย้ายมาทำงานที่โรงสีม้าสีนิล โดยมีทิศเหนือเป็นคนขนย้ายของมาให้ และพาไปที่บ้านพัก ทิศเหนือคอยเหลือบมองดูข้าวหอมตลอด เขารู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาเปล่งประกายระยับคู่นั้นเหลือเกิน แต่คิดไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน เขาสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป เมื่อคิดแล้วไม่ได้คำตอบจึงไม่อยากคิดให้เปลืองสมองอีก เขาอาจจะคิดมากไปเอง แต่เขาก็ปฏิเสธได้ยากว่าดวงตาของเด็กคนนั้นเหมือนมีมนต์สะกดเหลือเกิน “ขอบคุณมากนะครับคุณเหนือ” ดอมกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นค่าน้ำใจและค่าเหนื่อย ทิศเหนือโบกมือและไม่ยอมรับเงินนั้น “ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ส่วนเงินอาก็เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้เด็ก ๆ เถอะครับ” ทิศเหนือผลักเงินในมือดอมกลับไปอย่างสุภาพ ดอมจำต้องเก็บเงินนั้นไว้ในกระเป๋าตามเดิม “ว่าแต่พรุ่งนี้ผมกับเมียต้องเริ่มงานกี่โมงครับ” “แปดโมงเช้าเริ่มงานที่แปลงนาทางโน้นได้เลยครับ พรุ่งนี้น่าจะถอนหญ้าข้าวกับใส่ปุ๋ย” ทิศเหนือพูดพลางชี้นิ้วไปที่แปลงนาที่คนอื่นกำลังทำงานอยู่ ช่วงนี้เป็นช่วงทดลองปลูกข้าวที่เขาเพิ่งปรับปรุงพันธุ์ให้เจ้านาย “ครับผ

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 8 เตรียมย้ายบ้าน

    “กำนันว่ายังไงบ้างพี่” พุดจีบถามขึ้นเมื่อสามีนั่งลงบนแคร่หน้าบ้านที่เมื่อแปดปีก่อนเป็นกระท่อมมุงหญ้าคา ตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น “คุณเหนือลูกเขยเขาจะดูให้” “อ้อ คุณเหนือเขาเป็นคนมีน้ำใจนะ” “ก็น่าจะอย่างนั้น พอกำนันฝากให้เขาดูงานให้พี่เขาก็รีบรับปากทันที” “แล้วนี่เราต้องขายควายสองตัวนี้จริง ๆ เหรอคะ” พุดจีบมองควายคู่ทุกข์คู่ยากด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ปนเศร้าโศก ลูกทั้งสามคงร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรถ้ารู้ว่าต้องขายพวกมันจริง ๆ “ก็คงต้องขาย ไปอยู่ที่โน่นเราคงไม่มีเวลาดูแลมัน” เพราะต้องทำงานทั้งวัน จะปลีกตัวไปเลี้ยงควายก็คงไม่ได้ ไหนจะต้องเกี่ยวหญ้าให้มันในยามที่ขาดแคลนหญ้าอีก เพราะเพื่อนร่วมงานจะว่าเอาได้ ถึงเขาจะรู้สึกเสียดายควายสองแม่ลูกนี้มากก็ตาม ช่วงบ่ายพอทิศเหนือเห็นเถ้าแก่เข้ามาที่โรงสีเขาก็รีบเข้าไปพบทันที วันนี้ภรรยาของเถ้าแก่ไม่ได้มาด้วย ทิศเหนือเคาะประตูหน้าห้องก่อนจะเดินเข้ามา เขาก้มหน้าเล็กน้อยยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านาย “เถ้าแก่ครับ” หาญละสายตาจากเอกสารตรงหน้าแล้วมองคนท

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 7 หางานใหม่

    ปีต่อมาดอมยืนมองทุ่งนาที่มีอยู่กว่าห้าไร่ของตนด้วยสายตาที่อ่านได้ยาก ปีนี้ฝนตกชุกกว่าทุกปีจึงทำให้นาแปลงนี้โดนน้ำท่วมทั้งหมด สิบวันแล้วที่น้ำท่วมข้าว พวกเขาคงหมดหวังที่จะได้ผลผลิตข้าวไปขายและแบ่งไว้ทำกิน นาคนอื่นก็โดนน้ำท่วมแต่พวกเขาก็คงไม่หมดตัวเหมือนกับครอบครัวของดอม “เราจะทำยังไงกันดีคะพี่” พุดจีบถามสามีเสียงแผ่ว แววตาดูเหนื่อยล้า สิ่งที่ทุ่มเททำลงไปปีนี้คงสูญเปล่า เกือบทุกปีที่น้ำท่วมนาข้าวแต่ไม่มีครั้งไหนที่จะท่วมหนักเท่าครั้งนี้ แต่ข้าวเปลือกที่เหลือจากปีที่แล้วก็ยังพอที่จะกินได้อีกเกือบปี “เราย้ายไปทำงานกับโรงสีม้าสีนิลดีไหม” ดอมนอนคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว เขาต้องเริ่มหางานประจำทำ ไม่เช่นนั้นภายหน้าครอบครัวอาจจะขัดสนมากกว่านี้ เมื่อนั้นคงหาทางแก้ไขลำบาก อีกทั้งในวัยเลขสี่เช่นนี้เขาต้องรีบหางานทำก่อนที่ร่างกายจะทำเพื่อครอบครัวไม่ไหว “แล้วเราจะเข้าไปยังไงคะ เราไม่รู้จักใครในนั้นเลย” ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าโรงสีม้าสีนิลมีแต่คนอยากเข้าไปทำงานด้วย อีกอย่างโรงสีก็อยู่ในเขตอำเภอเมือง อย่างไรพวกเขาก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเหมารถขนย้ายของเข้าไป

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 6 วัยเด็ก

    เช้าวันปิดเทอมของฤดูเก็บเกี่ยว เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบกำลังวิ่งตามหลังพี่ชายพี่สาวเพื่อไปขุดแย้กับพ่อแม่ ข้าวหอมเริ่มรู้ว่าเธอจำเรื่องราวในอดีตชาติของตัวเองได้ตั้งแต่อายุครบเจ็ดขวบ แต่เธอก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง จากนั้นก็ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะมีความคิดความอ่านที่โตกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่เธอยังอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนหนังสือไม่ได้ เพราะชาติที่แล้วของเธอไม่เคยได้เรียนหนังสือ เหตุการณ์ก่อนที่เธอจะจากมาอยู่ในยุคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่เคยจางหาย ภาพผู้ชายคนนั้นที่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำไม่เสื่อมคลาย เธอจำได้ขึ้นใจว่าเขาชื่อวีร์ ข้าวหอมเดินตามหลังพี่กับพ่อแล้วยิ้มอย่างมีความสุข ชีวิตในชาตินี้ก็ไม่ถือว่าลำบาก เธอยังมีข้าวปลาอาหารได้กินอิ่มทุกมื้อ มีเสื้อผ้าให้สวมใส่ มีน้ำสะอาดให้ดื่มกิน มีที่ให้หลับนอนไม่ต้องเร่ร่อนไปทุกแห่งหน ถึงแม้ครอบครัวจะไม่ค่อยมีเงินแต่ก็ไม่ได้อดมื้อกินมื้อเหมือนชาติที่แล้ว แค่นี้เธอก็ถือว่าพรที่เธอร้องขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านได้ประทานให้แล้ว พ่อกับพี่ชายกำลังใช้เสียมขุดแย้ ส่วนพี่สาวกับแม่กำลังใช้เ

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 5 ตามมีตามเกิด

    พุดจีบจึงถอดสร้อยคอเส้นนั้นออก แล้วมองแหวนทองแบบเรียบ ๆ วงนั้นอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อชั้นในแล้วกล่าวกับลูกสาว “เมื่อถึงเวลาแม่จะคืนให้หนูนะ” ข้าวหอมยิ้มร่าออกมาเหมือนรู้ความ ผู้เป็นแม่มองแล้วก็ยิ่งเอ็นดูแกมมันเขี้ยว “งั้นฉันวานแกไปซื้อนมผงให้หน่อยสิ”“ได้” พุดจีบรีบหยิบเงินที่พอเหลืออยู่อย่างจำกัดให้สามี ดอมเดินเท้าเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อซื้อนมผงให้ลูกสาวคนเล็ก ก่อนไปภรรยายังกำชับเขาว่าอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับใครเป็นอันขาดพุดจีบหันไปสั่งลูกชาย “ธันก่อไฟต้มน้ำให้แม่หน่อยลูก” เธอจะต้มน้ำทำความสะอาดลูกน้อยก่อนจะทายาให้ และต้มไว้ให้เด็กดื่มกินด้วย“ครับแม่”“หนูช่วยนะคะ” ธารทิพย์มองน้องจนพอใจแล้วจึงเดินไปก่อไฟช่วยพี่ชาย ฝนตกทั้งคืนทำให้ฟืนที่เก็บไว้ใต้ถุนเรือนหลังเล็กค่อนข้างชื้น พื้นดินที่มีหินวางอยู่สามก้อนที่ใช้เป็นเตาไฟก็ชื้นเช่นเดียวกัน แต่พื้นที่ตรงนั้นแม่เพิ่งก่อไฟทำอาหารเสร็จไฟจึงยังไม่มอดดับ คงทำให้ธันวาก่อไฟได้ง่ายขึ้น ถึงจะอายุแค่เพียงแปดขวบแต่เขาก็ทำสิ่งที่พ่อกับแม่สอนได้เป็นอย่างดีอาบน้ำให้ลูกเสร็จพุดจีบนำปูนที่ใช้กินหมากออกมาทาตุ่มที่โดนมดกัดให้ลูก เด็กคนน

  • วาสนากาฝาก   ตอนที่ 4 เด็กทารก

    กลางเดือนสิงหาคมปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยยี่สิบแปดดอมตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูคันนา เมื่อคืนฝนตกหนักตลอดทั้งคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หยุดแต่ก็ซาลงไปมาก ช่วงนี้ฝนตกชุก ไม่รู้ว่าคันนาจะขาดไปมากเท่าใดแล้ว ชายร่างใหญ่กำยำ ผิวคล้ำเข้มเพราะกรำแดดเดินแบกจอบเล่มใหญ่ไปตามคันนาเรื่อย ๆ ยังไม่เห็นจุดไหนที่คันนาขาดเลยแม้แต่จุดเดียว จะมีก็เพียงรอยรั่วที่เกิดจากไส้เดือนตัวใหญ่ที่ชอบขุดรูอยู่ตามคันนาจนทำให้คันนารั่วซึมอย่างไรก็ต้องใช้จอบขุดดินอุดรอยรั่วพวกนั้นอยู่ดี ไม่เช่นนั้นน้ำในนาข้าวก็จะเหือดแห้งไปทุกวันจนหมดนาผืนนี้ครอบครัวของเขาขอเช่ากับพิมซึ่งเป็นแค่คนรู้จักกันในหมู่บ้าน เพราะครอบครัวทั้งฝั่งของเขาและฝั่งภรรยาไม่มีสมบัติให้ มีเพียงควายสองตัวแม่ลูกที่ตอนนี้ไถนาได้ทั้งคู่แล้ว อีกทั้งดอมกับภรรยาย้ายมาจากที่อื่นจึงไม่มีญาติอยู่ที่นี่เลย อาศัยว่าอยู่นานเกือบสิบปีจึงพอมีคนรู้จักและสนิทกันอยู่บ้าง ส่วนพิมเป็นสาวโสดอายุราวสี่สิบห้าปี เธอมีอาชีพหลักคือเปิดร้านขายของชำ อาศัยอยู่คนเดียวนาแห่งนี้จึงไม่มีใครทำให้ จากที่ดอมขอเช่าเธอจึงให้เขาทำนาแล้วแบ่งผลผลิตกันคนละครึ่งแทน ซึ่งดอมก็คิดว่าเป็นข้อเสนอที่ดี แต่บา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status