Partager

ตอนที่ 3.1 เผือกร้อน

Auteur: Deeda k.
last update Date de publication: 2025-05-09 15:15:34

ตอนที่ 3.1 เผือกร้อน

ยามโหย่ว[1]แล้ว ดวงอาทิตย์ทอแสงสีทองส่องประกายในยามพลบค่ำ ดวงจันทร์ลอยต่ำอยู่บนท้องฟ้าเตรียมส่องแสงสว่างแทนที่ดวงอาทิตย์ ความอึกทึกวุ่นวายเฉกเช่นยามกลางวันจางหาย

ผู้คนที่เคยเดินกันขวักไขว่เริ่มบางตา เพราะต่างกลับบ้านเรือนกันไปเหลือเพียงพ่อค้าแม่ขายที่กำลังเก็บข้าวของ บ้างบ่นขายไม่ดี บ้างหัวเราะร่ากำไรเต็มท้อง บรรยากาศกร่อยลงอย่างเห็นได้ชัด

จางเหม่ยอวี้พูดคุยอยู่กับชายคนรักครู่ใหญ่ ก่อนจะโบกมือลาจากก็อวยพรกันและกันด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม

“ขอพี่เต๋อตั้งใจอ่านตำรา ปีหน้าการสอบสมหวัง”

ใบหน้าจางเหม่ยอวี้แดงก่ำด้วยความขวยเขิน ภายในใจอบอวลไปด้วยความหอมหวานสุขล้น

“สมหวังเมื่อใด ชุดเจ้าสาวที่อาอวี้ตัดไว้ต้องได้ใส่แน่นอน”

กัวจิ้นเต๋อลูบศีรษะคนรักเบาๆ อารมณ์ของเขาในยามนี้มีแต่ความรู้สึกไม่อยากลาจาก เสียงหวานดั่งระฆังแก้วใสของนาง ราวกับยาปลุกกำหนัด พลันให้คิดลึกสกปรก

หากร่วมเรียงเคียงหมอนเมื่อใด ลีลารักของอาอวี้น้อยผู้นี้จะพลิ้วไหวหรือเร่าร้อน เขาปรารถนาที่จะได้รู้เหลือเกิน

 ดวงตาคู่คมจับจ้องสตรีตรงหน้า รอยยิ้มงามล่มเมืองเหมือนบุปผาที่กำลังเบ่งบานชวนให้รู้สึกหวงแหน

“ให้พี่ไปส่งอาอวี้กลับจวนดีหรือไม่” กัวจิ้นเต๋อเอ่ยถามทีละคำด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ทว่าแท้จริงแล้ว ในใจบัณฑิตหนุ่มอยากยืดเวลาเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดคนรักอีกสักนิด

“ข้ายังต้องแวะร้านสมุนไพร รับเทียบยาแทนท่านย่าอีกพักใหญ่เลยเจ้าค่ะ” แม้นใจนึกอยากให้คนรักไปส่ง แต่ก็รู้สึกเกรงใจเขาอยู่ไม่น้อย

นางสัมผัสได้ถึงอารมณ์ห่วงใยของชายคนรัก ความอบอุ่นที่ไม่อาจบรรยายขึ้นมาได้ รวมถึงท่าทางอ่อนโยนของเขาเปี่ยมเสน่ห์เกินใจสตรีเช่นนางจะต้านทานไหว กลิ่นบุรุษอบอวลชวนสยิว หัวใจหญิงสาวถึงกับสั่นสะท้าน จนต้องเบี่ยงหน้าหลบ

“เช่นนั้นอาอวี้ขอตัวลากลับก่อน” จางเหม่ยอวี้รีบสับเท้าก้าวขึ้นรถม้าที่จื่อผิงจ้างรอไว้ก่อนแล้ว เพราะหากอยู่นานเข้านางอาจหักห้ามใจไม่อยู่จนเผลอไผลปล่อยกายไปกับห้วงสวาทที่อีกฝ่ายหว่านรอไว้

ครอบครัวขุนนางฝ่ายพลเรือนให้ความสำคัญกับหน้าตาเป็นอันดับหนึ่ง สำหรับบุตรีเมื่อสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว ย่อมจะสูงศักดิ์เหมือนเดิมไม่ได้

แม้นนางกับกัวจิ้นเต๋อจะคบหากันอย่างเปิดเผย ทั่วเมืองหลวงต่างล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์นี้ ทว่าด้วยหลักระเบียบประเพณีเป็นสิ่งสำคัญ สตรีใดชิงสุกก่อนห่าม ปล่อยให้ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกไปก่อนกาลอันควร ไหนเลยจะสามารถเชิดหน้าชูตา นั่งครองศักดิ์ฐานะฮูหยินเอกได้อีกเล่า

ณ จวนสกุลจาง…

จางเหม่ยอวี้กลับถึงจวนก็เป็นในยามที่ท้องฟ้ามืดสลัวไปแล้ว

หญิงสาวจึงครุ่นคิดในใจอย่างกระวนกระวาย ว่าจะถูกอนุหลินนำความไปฟ้องบิดาอีกหรือไม่ เพราะฝ่ายนั้นมักกล่าวหาว่านางมัวเตร็ดเตร่อยู่นอกจวน ทำผิดกฎตระกูลข้อสตรีเรือนหลังต้องอยู่ห้องนอนหลังตะวันตกดิน

ทว่าท่านย่าก็หาทางหนีทีไล่ไว้ให้แล้ว โดยการอ้างว่าให้นางไปรับยาแก้ไอที่ร้านสมุนไพร นางคงไม่โดนแม่เลี้ยงหาเรื่องกระมังคราวนี้

แต่แล้วก็ผิดคาด ทันทีที่สองเท้าเหยียบเข้าจวน จางเหม่ยอวี้กลับ

ไม่เห็นอนุหลินยืนกอดอกเฝ้ารอหาเรื่องใส่ความเหมือนทุกคราว หนำซ้ำบรรยากาศในจวนยังอบอวลไปด้วยความสิ้นหวัง และความหวาดหวั่นแปลกๆ

ทหารยามหนุ่มสองคนที่เฝ้าอยู่ตรงประตูจวนเอาแต่หน้านิ่วคิ้วขมวดจนลืมคำนับนางตอนเข้ามา จางเหม่ยอวี้รู้สึกถึงลางไม่ดี จนต้องหยุดเท้าครุ่นคิด

‘หรือท่านย่าจะเกิดเรื่อง?’

หัวสมองพลันสว่างวาบขึ้นมา หญิงสาวสับเท้าวิ่งเข้าจวนตาลีตาเหลือก ลืมแม้กระทั่งจรรยามารยาทหญิงเรือนหลังจนหมดสิ้น เพียงแค่ภาพท่านย่าวัยชราล้มป่วยปรากฏในห้วงคิด ใจนางก็ร้อนลวกราวกับถูกไฟแผดเผา

“คุณหนูระวังเจ้าค่ะ!” จื่อผิงสาวเท้าวิ่งตามไปติดๆ ในใจสาวใช้สังหรณ์ไม่ดีเหมือนคุณหนูรอง ที่ผ่านมาจวนสกุลจางเคยอึกทึกครื้นเครงแม้นจะอยู่ในยามเย็นย่ำ ทว่าบัดนี้กลับเงียบเชียบวังเวงอย่างผิดปกติวิสัย

ซ้ำมีเสียงร้องไห้เจ็บปวดดังสนั่น ราวกับฟ้าถล่มปลิวมาตามสายลม ยิ่งเข้าใกล้เรือนท้ายจวนมากเท่าไร เสียงร้องไห้ก็ยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น

จางเหม่ยอวี้ทิ้งห่อยาพรวดพราดมุ่งหน้ายังห้องปีกซ้าย ซึ่งเป็นที่พำนักของท่านย่า ดวงตาคู่งามเห็นสาวใช้หลายคนนั่งคุกเข่าตรงระเบียง หัวใจพลันร่วงดิ่งลงสู่ห้วงทะเลลึก ไม่พูดพร่ำทำเพลงใช้มือเลื่อนบานประตู ถลาเข้าห้องไปอย่างเร็วรี่

“ท่านย่า!”

ฮูหยินผู้เฒ่านั่งบนตั่งตัวยาวเอียงคอ พลางกะพริบตาปริบๆ มองหลานสาวคนโปรดด้วยแววตาฉงน

“อาอวี้?” นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน รอยยิ้มปรากฏวาบในดวงตา แต่ยกมุมปากไม่ได้ ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ามิอาจแสดงกิริยาอื่นใดนอกจากเคร่งเครียดตามสถานการณ์

“มานั่งนี่” มือหยาบย่นกวักเรียกหลานสาวที่สีหน้าซีดเผือด น้ำตาเอ่อคลอ ผมเผ้ายุ่งเหยิง มองปราดเดียวก็รู้ว่าอีกฝ่ายร้อนรนกระวนกระวายสักเรื่องหนึ่ง

จางเหม่ยอวี้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนสายตาจะเหลือบเห็นอีกหนึ่งสตรีที่นั่งคุกเข่าอยู่ภายในห้องนี้ด้วย

“พี่หญิง” หญิงสาวหลุดปากเรียกอีกฝ่ายออกมาด้วยเสียงแผ่ว นางงุนงงหนักหนาว่าเหตุใดพี่สาวต่างมารดาจึงมานั่งยอบกายแทบพื้นข้างกายท่านย่า แล้วไฉนพี่สาวตัวร้ายของนางถึงมีสภาพเช่นนี้

[1] 17.00-19.59

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วาสนารักดวงใจท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 2.2

    ตอนพิเศษ 2.2ส่วนคุณหนูรองจางเหม่ยอวี้ ดูเหมือนว่าจะมีนิสัยตรงกันข้ามกับพี่สาว หยิ่งผยองเงียบขรึมพูดน้อย ดื้อรั้นเอาแต่ใจ รักความสงบเงียบ ไม่ค่อยสุงสิงเข้าสังคม แต่นับเป็นคนมีวาสนาดี เพราะคบหาอยู่กับคุณชายกัว ชาวเมืองครหาไว้อย่างนั้นแต่เพราะแม่ทัพปั๋วเฉินชิงซงอยู่ท่ามกลางสมรภูมิรบมาทั้งชีวิตย่อมเข้าใจเรื่องที่ว่า ‘การศึกไม่เคยหน่ายอุบาย’ ฉะนั้นเสียงนกกาสุนัขหมาป่าเห่าหอนที่ชาวเมืองคอยเต้าข่าว เขาไม่คิดเชื่อ ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองชายหนุ่มต้องการดูเนื้อแท้ของสองตัวเลือก เพราะพวกนางหนึ่งในนี้จะต้องกลายเป็นสตรีที่เคียงข้างกายเขาไปตลอดชีวิต ในใจเขาจึงคิดไว้ว่านางต้องอ่อนโยนรู้กาลเทศะ ละเอียดลออเคร่งครัดจนไร้ช่องโหว่ อีกทั้งยังต้องฉลาดหัวไว ใจเยือกเย็น รู้เท่าทันเล่ห์อุบายต่ำทรามนานา เพราะจะได้สามารถเอาตัวรอดจากภัยอันตรายที่ซุ่มซ่อน ในขณะที่แม่ทัพเช่นเขาออกศึกไม่พำนักอยู่จวนทาสอัปลักษณ์หลังค่อมเดินลัดเลาะมาถึงระเบียงทางเดินดักรอคุณหนูรอง ส่วนคุณหนูใหญ่ยังคงอยู่แต่ในเรือนนอนไม่ได้ออกไปไหน“โอ๊ย! เดินอย่างไรไม่ดูตาม้าตาเรือ” จื่อผิงเอะอะโวยวายขึ้นหลังมีทาสชายหลังค่อมถอยมาชนปึก!ทาสอัปลักษณ

  • วาสนารักดวงใจท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 2.1

    ตอนพิเศษ 2.1“เจ้าว่าอะไรนะ”ขุนนางฝ่ายบู๋ลำดับศักดิ์ปั๋ว ตระกูลเฉินนามชิงซง หรือแม่ทัพกองทัพจูเชว่คุ้มครองแดนใต้เงยหน้าขึ้นจากรายงานทางการทหาร หว่างคิ้วยับย่นฉับพลัน อดย้อนถามอย่างตกใจไม่ได้ หลังฟังคำบอกเล่าจากปากลูกน้องคนสนิท“เมื่อครู่ใครมาเข้าพบท่านแม่ แล้วชี้นำให้ท่านแม่ทำอะไรนะ...เปลี่ยนตัวเจ้าสาวพระราชทานอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มเปี่ยมด้วยความสนอกสนใจ ความรู้สึกหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งสับสนสงสัย ทั้งตะลึงและประหลาดใจ ก่อนตบท้ายด้วยขุ่นเคือง หากสิ่งที่ได้ฟังมาเป็นความจริง‘ตระกูลจางคิดจะสลับตัวเจ้าสาว’รองผู้บัญชาการกองทัพจูเชว่เผิงเสียนจือ ลอบกลืนน้ำลายด้วยความประหม่า อดคิดในใจไม่ได้ว่าท่านแม่ทัพจะเพิกเฉย ไม่นึกยี่หระเสียอีก เขามารายงานตามปกติประจำวันไม่ได้เน้นเสียง หรือจงใจให้เจ้านายหันเหสนใจเรื่องดังกล่าวแต่งคนไหนก็เหมือนกันมิใช่รึ อย่างไรก็ไม่ได้แต่งด้วยความรัก รองแม่ทัพหนุ่มชะงักพักหนึ่งหยุดไปประมาณห้าอึดใจ จึงเริ่มเล่าวกเรื่องเมื่อครู่อีกครั้ง“ฮูหยินผู้เฒ่าโมโหไม่น้อยเลยขอรับ” คนรายงานตามจริงถอนใจเศร้าๆ หลายครา นึกสงสารชะตากรรมคุณหนูรองที่มีแม่เลี้ยงเฉกเช่นอ

  • วาสนารักดวงใจท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 1.2

    ตอนพิเศษ 1.2ชายหนุ่มกำลังจะโผกายสวมกอดภรรยา ทว่านางบีบจมูกและย่นหว่างคิ้ว เขาจึงเข้าใจทันทีว่า มันเป็นเพราะกลิ่นกายตนที่ทำให้อีกฝ่ายอาเจียนมากมายขนาดนั้น จึงไม่กล้าผลีผลามเข้าใกล้อย่างคราแรก ๆ อีกทว่าในจังหวะแห่งความปลื้มปีตินั้นเอง อยู่ ๆ รองแม่ทัพเผิงวิ่งเข้ามาขัด พร้อมรายงานด่วนทางการทหาร บอกแก่เขาว่ามีข้าศึกโจมตี ทำให้แม่ทัพหนุ่มจำต้องโบกมืออำลาภรรยาที่กำลังแพ้ท้องอย่าหนักหน่วงด้วยความห่วงอาลัยยิ่ง“พี่จะรีบกลับมา น้องหญิงรอพี่ก่อนนะ” เขากล่าวคำลาด้วยใจที่ย่ำแย่ มองใบหน้าฮูหยินคนงามที่มองเขาตอบด้วยสายตาอย่างยากจะคาดเดาออกในวันนั้นจางเหม่ยอวี้ไม่มีคำลาใด ๆ หรืออวยพรให้เขาชนะศึก การกระทำที่นิ่งเฉยของนาง ทำเอาแม่ทัพผู้เด็ดเดี่ยวใจสั่นไหว เสมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจจนปวดหนึบนับจากวันอำลา เฉินชิงซงรู้สึกเดียวดายเปล่าเปลี่ยวยิ่งนัก เขาเอาแต่คิดถึงใบหน้าหวานของภรรยาตลอดทั้งวันทั้งคืน ความห่วงหาอาทรแผ่ซ่านทุกห้วงอณู ศึกก็ต้องรบ ทว่าหัวใจหดหู่ทำให้ส่งผลกระทบต่อการวางแผนกลศึก กระทั่งเหล่านายกอง รวมถึงรองแม่ทัพต่างวิตกว่าสุขภาพของท่านแม่ทัพจะย่ำแย่ จึงแนะนำให้เขาเขีย

  • วาสนารักดวงใจท่านแม่ทัพ   ตอนพิเศษ 1.1

    ตอนพิเศษ 1.1หลังจากเข้าพิธีสมรสได้หนึ่งเดือน เฉินชิงซงต้องวุ่นวายกับการโยกย้ายจวน เดินทางจากเมืองหลวงลงแดนใต้ กว่าจะถึงเมืองชายแดนจูเชว่ต้องใช้เวลาไปอีกหนึ่งเดือนครึ่ง ระยะนี้เขากับฮูหยินตัวน้อยจึงมิได้สานสัมพันธ์แนบแน่นกันเลยวันนี้ตั้งใจแน่วแน่ จะร่วมคืนวสันต์แสนหวานกับผู้เป็นภรรยา แค่คิดเรื่องสัปดน หัวใจก็เต้นโครมครามยากระงับไหว เลือดลมสูบฉีดจนใบหน้าคมคายแดงซ่าน ดวงตาคมทอประกายวาบวาม มิต่างอันใดกับทะเลยามราตรีที่เต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำ“อวี้เอ๋อร์ เจ้ากำลังรอเหมือนพี่อยู่หรือไม่นะ” แม่ทัพหนุ่มรำพึงรำพันด้วยความสุขล้น สองมือเร่งหยิบรายงานทางการทหารที่กองพะเนินมาเปิดอ่าน เขาต้องประทับตราลงนามให้เสร็จแล้วรีบกลับจวนเฉินชิงซงใจเริ่มคุ้นชินกับการมีจางเหม่ยอวี้อยู่ข้างกาย ไม่ว่าตอนตื่นลืมตาช่วงเช้า รับสำรับมื้อแรกช่วงสาย ปิ่นโตมื้อกลางวัน และสำรับเย็นที่เรือนท่านแม่ก่อนปิดท้ายวันด้วยการเข้านอนทว่าพอถึงเวลาค่ำคืนของสามีภรรยา เขากับนางกลับทำเพียงแค่โอบกอด แล้วพากันสู่นิทรามิได้ลึกซึ้งเหมือนเช่นคืนเข้าหอแต่ในคืนนี้เฉินชิงซงตั้งใจเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า เขาจะต้องร่วมหอกับภรรยาตัวน้อยให้จงไ

  • วาสนารักดวงใจท่านแม่ทัพ   บทส่งท้าย บทสรุปของคำว่าครอบครัว(3)

    บทส่งท้าย บทสรุปของคำว่าครอบครัว(3) จากประโยคนี้ของสามี จางเหม่ยอวี้ถึงกับโผเข้าไปสวมกอดเขาเอาไว้ บุรุษผู้นี้ช่างดีต่อนางยิ่งนัก นางทำตัวร้ายกาจ วางแผนสังหารคนขนาดนี้ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะอยู่เคียงข้างและปกป้องนาง เช่นนี้แล้วนางจะไม่เปิดรับเขาเข้ามาอยู่ในใจได้อย่างไร“ท่านพี่ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณ”“ไม่ต้องขอบคุณแล้ว เราเป็นสามีภรรยากัน ไม่มีเรื่องที่ต้องเกรงใจ”เฉินชิงซงยิ้มให้กับภรรยา หลังจากนี้เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีเรื่องใดผ่านเข้ามาทำให้ภรรยาของเขาต้องเคร่งเครียดและเสียน้ำตาอีกแล้วจวนปั๋วเฉินแห่งแดนใต้จูเชว่หนึ่งปีแล้ว หลังจากโยกย้ายครอบครัวมาอยู่แดนใต้ เริ่มแรกก็ยุ่งเหยิงวุ่นวายยกใหญ่ จางเหม่ยอวี้สตรีเมืองหลวงผู้เพียบพร้อมจรรยามารยาทงดงาม ไม่คุ้นชินกับชาวบ้านชนบทที่พูดจาเสียงดัง ท่าทางกร่างจัด ไม่เคารพธรรมเนียมปฏิบัติ หลักการข้อไหนก็ไม่ยึดถือจางเหม่ยอวี้โชคดีที่มีสามีคอยแนะนำ มีแม่สามีสอนสั่ง ประเพณีที่นี่เป็นเช่นไร พึงศึกษาอยู่ไม่นานนักก็สามารถปรับตัวได้ทางด้านจื่อผิงออกเรือนแต่งเป็นอนุให้รองแม่ทัพเผิง ไม่รู้ไปต้องตาพึงใจกันตอนไหน จื่อผิงอยู่ชนชั้นทาสมาตั้งแต่เกิด

  • วาสนารักดวงใจท่านแม่ทัพ   บทส่งท้าย บทสรุปของคำว่าครอบครัว(2)

    บทส่งท้าย บทสรุปของคำว่าครอบครัว(2)เตียง ทั้งสองแลกเปลี่ยนจุมพิตกันอย่างยาววนาน ก่อนจะเริ่มเพิ่มความเร่าร้อนขึ้น ด้วยการสอดประสานกายเป็นหนึ่งเดียวกัน เช้าวันรุ่งขึ้น สองสามีภรรยาเดินทางไปยังกองบัญชาการแห่งทัพจูเชว่ ซึ่งจางเหม่ยอวี้ได้พบกับจือหมิ่น น้องสาวของจือลิ่ว อดีตคนสนิทของอนุหลินจริง ๆ ทันทีที่จือหมิ่นเห็นว่าคนที่ก้าวเข้ามายังห้องที่นางถูกควบคุมตัวไว้เป็นใครก็มีสีหน้าซีดเผือด แข้งขาของเจ้าตัวพลันอ่อนแรง ล้มลงไปนั่งกองกับพื้น ปากคอสั่นจนหาเสียงตนเองไม่พบ“ดูท่าเจ้าคงจดจำนางได้สินะ”เฉินชิงซงมองอีกฝ่ายอย่างจับผิด และคนตรงหน้าก็ยิ่งตัวสั่นกว่าเดิม เมื่อมองไปยังจางเหม่ยอวี้ที่จ้องมองมาอย่างไม่วางตา“คุณหนูรอง”“เจ้ารู้จักข้าด้วย ทั้งที่เราไม่เคยพบกันแท้ ๆ” จางเหม่ยอวี้กล่าวเหมือนนึกทึ่ง พลางเดินเข้าไปนั่งอยู่ต่อหน้าอีกฝ่ายที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยร่างกายที่สั่นเทาจากนั้นเฉินชิงซงก็เริ่มสอบถามเรื่องราวต่าง ๆ และแม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้วิธีทรมานใด ๆ เพื่อให้จือหมิ่นยอมพูดความจริง หญิงสาวตรงหน้าที่มีความผิดบาปฝังมาในใจเนิ่นนานแล้วก็สารภาพออกมาอย่างหมดเปลือกและแล้วเรื่องราวตลอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status