Accueil / รักโบราณ / วาสนาเคียงนิรันดร์ / บทที่ 1 สูญเสียภรรยา

Partager

วาสนาเคียงนิรันดร์
วาสนาเคียงนิรันดร์
Auteur: องค์หญิงโนเนม

บทที่ 1 สูญเสียภรรยา

last update Date de publication: 2025-06-17 12:12:41

เมืองหลวงต้าเฉวียน

"คุณชาย ถึงเวลาแล้วที่ต้องนำโลงศพของฮูหยินไปฝังแล้วเจ้าค่ะ"

เสียงของสาวใช้นางหนึ่งเอ่ยขึ้น ทำให้เสิ่นอี้ี่ที่ยามนี้เอาแต่ยืนมองโลงศพตรงหน้าพลันได้สติคืนกลับมา เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปจับโลงศพสีดำเบื้องหน้า และเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอาดูร

"ได้ เจ้าให้คนมานำโลงศพของนางไปฝังเถิด”

เอ่ยจบน้ำตาของเขาก็ไหลลงมาหยดแล้วหยดเล่า ชายหนุ่มหลับตาลงพยายามข่มกลั้นความโศกเศร้าภายในจิตใจแต่ทว่ายังคงไม่อาจทำได้

หนิงเอ๋อร์ ข้ารักเจ้านะ

ชายหนุ่มทำได้เพียงร้องรำพันในใจด้วยความปวดร้าว

เขาคือบัณฑิตหนุ่มรูปงาม นามว่าเสิ่นอี้  ตระกูลเสิ่นของเขาเป็นแม่ทัพมาหลายชั่วอายุคน ยามนี้บิดาของเขารั้งตำแหน่งแม่ทัพใหญ่เสิ่น และยังมียังบรรดาศักดิ์ท่านโหว ส่วนเขาเองก็เป็นทายาทเพียงผู้เดียว แม้จะมีความสามารถทั้งบุ๋นและบู๊แต่กลับมิได้เข้าร่วมกองทัพเพราะชอบอยู่กับตำราตัวอักษรมากกว่า เมื่ออายุได้สิบแปดปีเขาแต่งงานกับเยี่ยนหนิง บุตรสาวของคหบดีผู้หนึ่งที่ร่ำรวยในเมืองหลวง เสิ่นอี้และเยี่ยนหนิงมีใจรักต่อกันอย่างลึกซึ้ง เขาแต่งนางเข้ามาเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามประเพณี ทว่าหกปีต่อมานางก็ล้มป่วยลงโดยไม่ทราบสาเหตุ สุดท้ายก็จากเขาและบุตรชายไปอย่างไม่มีวันกลับ

เขาเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคน แต่เมื่อได้มองเห็นหน้าบุตรชายตัวน้อย เสิ่นอี้ก็คิดได้ว่าเขายังต้องมีชีวิตอยู่เพื่อดูแลบุตรชายต่อไป จึงตัดสินใจว่าหลังจากจบเรื่องงานศพของเยี่ยนหลิงแล้ว เขาจะพาบุตรชายเดินทางไปอยู่ที่เมืองฉางเยว่ด้วย

เมื่อคิดเช่นนั้นเสิ่นอี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความเศร้าเสียใจ ก่อนจะเดินออกมานอกเรือน เมื่อมาถึงก็พบกับเสิ่นเป่าที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเขา เสิ่นอี้อุ้มบุตรชายขึ้นมา เสิ่นเป่ายามนี้ร้องไห้จนตาบวมแดง เสิ่นอี้ขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยถามบุตรชาย

"อาเป่าของพ่อ เหตุใดเจ้าจึงร้องไห้เช่นนี้เล่า"

"อาเป่า เจ้ามาหาแม่เร็วเข้า"

เสิ่นเป่ายังไม่ทันตอบ ก็มีเสียงของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อน เสิ่นอี้เงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะพบกับซูลี่ที่กำลังวิ่งเข้ามา เมื่อนางเห็นว่าเขากำลังอุ้มเสิ่นเป่าอยู่จึงเอ่ยขึ้นมาทันที

"พี่อี้ ที่แท้อาเป่าก็วิ่งมาหาท่านเองหรอกหรือ ข้าเป็นหวงแทบแย่ อาเป่า มาหาแม่เร็วเข้า"

เสิ่นเป่าไม่ยินยอมไปหาซูลี่อีกทั้งยังซุกหน้าลงมาบนแขนของบิดาราวกับหวาดกลัว เสิ่นอี้เมื่อได้เห็นเช่นนั้นจึงบอกกับบุตรชายอย่างอ่อนโยน

"อาเป่า เจ้าเป็นอะไร"

เสิ่นเป่าเงยหน้ามามองบิดา แล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือสะอื้น

"ท่านพ่อ ข้าไม่อยากอยู่กับนาง นางไม่ยอมให้ข้ามาหาท่านแม่ นางบอกว่าหากข้ามาอาจจะนำไออัปมงคลจากศพของท่านแม่ติดตัวมาด้วย ฮือ ท่านพ่อ ข้าจะไปหาท่านแม่"

เสิ่นอี้ปรายตามองซูลี่ด้วยความไม่พอใจทันที ซูลี่ถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น นึกด่าทอเด็กนรกเสิ่นเป่าในใจอย่างเกลียดชัง 

ซูลี่ผู้นี้ เป็นหลานสาวของฮูหยินคนใหม่จวนตระกูลเสิ่น น้าสาวของนางเป็นภริยาเอกคนใหม่ของบิดาเสิ่นอี้ ก่อนหน้านี้มารดาของเสิ่นอี้ป่วยตาย จึงแต่งน้าสาวของนางเข้าจวนมา ตระกูลของนางเป็นตระกูลขุนนางเล็กๆ มิได้มีอำนาจใดมากนัก หากคิดจะหาคู่ครองดีดีก็คงนับวาเป็นยาก น้าสาวจึงออกอุบายว่าจะให้นางมาอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลเสิ่น เพื่อใกล้ชิดกับเสิ่นอี้ เล็งเห็นการณ์ไกลเผื่อเขาจะรับนางเป็นภรรยารอง

แต่เสิ่นอี้กลับไม่สนใจนาง แม้กระทั่งเวลานี้ที่ฮูหยินเอกของเขาตายไปแล้ว เขาก็ยังไม่คิดจะปรายตามองนางเสียด้วยซ้ำ

ซูลี่ที่ถูกเสิ่นอี้จ้องมองอย่างไม่พอใจก็วางมือวางไม้ไม่ถูก ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยแก้ตัวอะไร เสิ่นอี้ก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน

"เหลวไหลสิ้นดี! อาเป่าเป็นบุตรของหลิงเอ๋อร์ภรรยาของข้า แต่เจ้ากลับห้ามไม่ให้บุตรชายมาอำลามารดา เจ้าจะใจกล้าเกินไปแล้ว ซูลี่!"

"พี่อี้ ไม่ใช่นะเจ้าคะ ข้าเพียงเป็นห่วงอาเป่า อาเป่าเจ้าบอกท่านพ่อไปสิ ว่าแม่ดีต่อเจ้ามากเพียงใด"

"หุบปาก!"

ซูลี่พลันสะดุ้งโหยงเมื่อถูกเสิ่นอี้ตะคอกอย่างไม่ไว้หน้า เขามองนางอีกครั้ง ก่อนจะตวาดด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด

"เลิกแทนตนเองว่าแม่เสียที อาเป่าไม่ใช่บุตรเจ้า!"

พูดจบเขาก็อุ้มอาเป่าจากไปทันที อาเป่าที่เห็นเช่นนั้นก็หันหน้ามาหาซูลี่ก่อนจะแลบลิ้นใส่นางอย่างยั่วยุ ซูลี่โมโหจัดแต่ไม่อาจทำสิ่งใดได้ นางยังต้องใช้เด็กนี่เพื่อเข้าหาเสิ่นอี้!

งานศพของเยี่ยนหลิงผ่านพ้นไปด้วยดี เสิ่นอี้ต้องปลอบประโลมเสิ่นเป่าอยู่นานกว่าเขาจะยอมสงบลง

หลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไปร่วมเดือน เสิ่นอี้ก็ยื่นฎีกาต่อฮ่องเต้ ขอย้ายตนเองไปอยู่ที่เมืองฉางเยว่เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและปากท้องประชาชน ฮ่องเต้จึงทรงอนุญาต

แต่บิดาของเขาไม่เห็นด้วย บอกว่าเขาจะไปลำบากทุกข์กายห่างไกลเมืองหลวงทำไมกัน อีกทั้งยังสนับสนุนให้เขาแต่งซูลี่เป็นภรรยาใหม่ ทว่าเสิ่นอี้กลับไม่สนใจ เขาเก็บข้าวของเตรียมพร้อมออกเดินทาง ครั้งนี้เขาตัดสินใจว่าจะพาเสิ่นเป่าไปด้วย

เขาไม่ไว้ใจซูลี่และน้าสาวของนาง และไม่อยากให้เสิ่นเป่าต้องโดดเดี่ยว มารดาเพิ่งจากไปบิดาก็ไปอยู่ที่อื่นอีก เสิ่นเป่าอาจจะมีปมด้อยในจิตใจก็เป็นได้

ด้านซูลี่ที่ได้ทราบข่าวว่าเสิ่นอี้จะไปที่เมืองฉางเยว่ อีกทั้งยังไม่มีกำหนดเดินทางกลับที่แน่นอน นางก็ร้อนใจไม่น้อย เดิมทีคิดจะตามเขาไป แต่เขาไม่ได้สนใจนาง อีกทั้งยังออกเดินทางไปเมืองฉางเยว่ตั้งแต่เช้าตรู่เรียบร้อยแล้ว ซูลี่กระทืบเท้าเร่าๆ ตั้งใจเอาไว้ว่า นางจะต้องหาทางไปหาเขาที่เมืองฉางเยว่ นางจะต้องได้แต่งงานกับเขาให้ได้ และจะไม่มีสตรีใดมาแย่งเขาไปจากนางได้อีกแล้ว

เสิ่นอี้ออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ ระยะทางจากเมืองหลวงไปถึงเมืองฉางเยว่ค่อนข้างไกลไม่น้อยเลย การมาครั้งนี้เขาพาบ่าวรับใช้ชายคนสนิทและสาวใช้มาคนหนึ่ง นางเป็นคนสนิทของเยี่ยนหลิง ร่างกายค่อนข้างบึกบึนเยี่ยงบุรุษ เสิ่นเป่าชอบนางมาก เขาจึงให้นางมาคอยดูแลเสิ่นเป่าที่เมืองฉางเยว่

เสิ่นอี้ควบม้าส่วนเสิ่นเป่านั่งรถม้ากับบ่าวชายและสาวใช้มาตามเส้นทางที่คดเคี้ยว ผ่านป่าเขาหลายลูก ตลอดทางเขาแวะพักบ้างเพื่อให้เสิ่นเป่าได้นอนหลับสบาย ใช้เวลาร่วมสิบห้าวันก็เดินทางมาถึงเมืองฉางเยว่

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 16 ตอนจบ

    เสิ่นอี้เมื่อกินมื้อเย็นแล้ว เขาก็ไปพบกับบิดาที่ห้องหนังสือ เดิมทีเขาไม่อยากจะสนทนสิ่งใดกับบิดามากนัก แต่เพราะอยู่จวนเดียวกันย่อมหลีกเลี่ยงการไม่พบหน้ากันไม่ได้ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องหนังสือ ยามนี้บิดาของเขากำลังนั่งดื่มสุราอยู่ภายในห้อง เมื่อเห็นว่าบุตรชายเข้ามาแล้วก็เหลือบตามองแวบหนึ่ง “คารวะท่านพ่อขอรับ"เสิ่นอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ห่างเหิน แม่ทัพใหญ่เสิ่นเพียงพยักหน้าช้าๆ"นั่งก่อนสิ พ่อมีเรื่องอยากจะพูดคุยกับเจ้า"เสิ่นอี้พยักหน้า ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามบิดา แม่ทัพใหญ่เสิ่นมองบุตรชายอย่างพิจารณา เอ่ยขึ้นว่า"เจ้าแต่งงานกับซูลี่ให้เป็นเรื่องเป็นราวเสีย ตระกูลของนางมีหน้ามีตามากว่า ย่อมเชิดชูสนับสนุนเจ้าได้ ส่วนสตรีนางนั้นที่เจ้าพามาจากบ้านนอก ก็ให้นางเป็นอนุไปเสีย ข้าเชื่อว่าซูลี่อย่างไรย่อมดีต่อนาง"เสิ่นอี้แค่นเสียงเย็นออกมา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ท่านพ่อ เรื่องนี้ข้าตัดสินใจดีแล้ว ท่านไม่ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องของข้า อย่างไรไป๋จินเซียงก็คือภรรยาข้า และข้าจะมีนางเป็นภรรยาเพียงคนเดียวข้าไม่ใช่คนมักมากในตัณหา"แม่ทัพใหญ่เสิ่นหันขวับมามองบุตรชาย ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด"อี้เอ๋อร์

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 15 ภรรยาเอกคนใหม่

    อากาศช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเวียนมาอีกครา การมาอยู่ที่เมืองหลวงนับว่าเป็นเรื่องที่ไป๋จินเซียงไม่ค่อยจะคุ้นชินเท่าใดนัก นางพาสาวใช้ตัวน้อยซินซินติดตามมาเพียงคนเดียวเท่านั้น เสิ่นอี้เองก็บอกว่ารอมาถึงเมืองหลวงแล้วเขาจะหาสาวใช้เพิ่มให้นางอีกสักสองสามคนวันแรกที่ก้าวเข้ามานั้น นอกจากซูลี่ที่มองนางด้วยสายตาไม่เป็นมิตรแล้ว ยังมีเสิ่นฮูหยินและแม่ทัพเสิ่นที่ดูเหมือนจะไม่ชอบนางเท่าใดนัก วันที่นางยกน้ำชาคารวะก็ให้นางนั่งอยู่นานสองนานกว่าจะยอมเอ่ยวาจาใดกับนาง เพราะไม่อยากให้เสิ่นอี้ลำบากใจ ไป๋จินเซียงจึงไม่ได้เอ่ยวาจาใดออกไปเสิ่นเป่ายังคงมาหานางทุกวัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นมารดาเลี้ยงของเขา แต่นางกับเสิ่นเป่ายังคงสนิทสนมกันเช่นเดิม เขาไม่ยอมเรียกนางว่าท่านแม่นางเองก็ไม่บังคับหรือถือสาหาความ อีกทั้งยังทำของอร่อยให้เขากินทุกวันวันนี้เสิ่นอี้ออกไปทำงานแต่เช้าแล้ว หลังจากกลับมาถึงเมืองหลวงก็เหมือนว่าเขาจะมีงานให้ต้องจัดการไม่น้อยเลย บางวันก็ไม่ได้กลับจวน ไป๋จินเซียงอยู่ว่างๆก็รู้สึกเบื่อหน่าย เดิมทีตอนอยู่ที่เมืองฉางเยว่เช้ามานางมักจะไปตลาดและทำงานอยู่ที่ร้านสุราจนมือแทบเป็นระวิง เมื่อต้องมาอยู่เฉยๆเช่นน

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 14 หักห้ามใจ

    หมิงเจ๋อหันไปมอง ก่อนจะยิ้มออกมาได้ นายท่านของเขากลับมาได้เสียทีเสิ่นอี้ควบม้ามุ่งหน้าเข้ามาในจวน พร้อมกับสังหารคนชุดดำทั้งหมดในทันที ไม่นานเหตุการณ์ก็กลับคืนสู่ความสงบ แต่ทว่าข้ารับใช้ในจวนเจ้าเมืองเกือบทั้งหมดต้องสังเวยชีวิตให้กับคนชั่วไปไม่น้อย"นายท่าน"เสิ่นอี้พยักหน้าให้หมิงเจ๋อคราหนึ่ง รีบกวาดตามองหาไป๋จินเซียงที่ยามนี้ร่างกายคว่ำหน้าลงพื้นกอดเสิ่นเป่าเอาไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าของนางซีดเผือดดวงตาปิดสนิท เสิ่นเป่ายื่นมือน้อยๆ เข้าไปเขย่าตัวหญิงสาวตรงหน้า ร้องไห้โฮออกมาไม่หยุด เสิ่นอี้เมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปดูนางในทันที เขาอุ้มบุตรชายมากอดเอาไว้ ก่อนจะเอ่ย"เป๋าเอ๋อร์ พ่อกลับมาแล้ว""ฮือ ท่านพ่อ พี่ไป๋จินเซียงตายแล้ว!"เสิ่นอี้เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ใจเต้นรัวแรง เขาวางเสิ่นเป่าลง ก่อนจะรีบเข้าไปประคองไป๋จินเซียงขึ้นมา แต่กลับพบว่ามือของตนสัมผัสถูกของเหลวอุ่นร้อนจนชุ่มไปทั้งมือ เมื่อเขายกมือขึ้นมาดูก็พบว่ามันคือโลหิต!นางบาดเจ็บ!เสิ่นอี้รีบสั่งให้หมิงเจ๋อไปตามท่านหมอมาโดยด่วน ก่อนจะรีบอุ้มนางเข้าไปที่ห้อง ไม่นานท่านหมอก็มาถึง เสิ่นอี้ทำได้เพียงเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องด้วยความ

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 13 กบฎ

    บรรยากาศที่น่ากระอักกระอ่วนนี้ทำให้ซินซินรีบหันหลังเดินจากไปทันที ส่วนไป๋จินเซียงเองก็เดินกลับห้องพักของตนไปในทันที หญิงสาวยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากของตน ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความเขินอายเช้าวันต่อมาอากาศค่อนข้างดี แม้จะมีสายฝนตกลงมาโปรยปรายแต่ก็เย็นสบายเป็นอย่างยิ่ง เสิ่นอี้ยังคงนั่งทำงานอยู่ที่ห้องหนังสือ ส่วนไป๋จินเซียงก็ไปที่ร้านสุราเช่นทุกวัน ยามนี้หมิงเจ๋อกลับมาจากเมืองหลวงแล้ว เขานำเงินทองเสบียงอาหาร เครื่องนุ่งห่มและเหล่าทหารหลายร้อยนายมาช่วยดูแลชาวบ้านได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้ทุกอย่างดำเนินต่อไปอย่างสงบเรียบร้อยดี จนกระทั่งมีอยู่คืนหนึ่งในขณะที่ไป๋จินเซียงนั่งอยู่กับเสิ่นเป่าในห้องนอนของเด็กน้อยและกำลังเล่านิทานให้เขาฟัง ก็ได้ยินว่าเสิ่นอี้เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!หมิงเจ๋อแจ้งว่าเสิ่นอี้พลัดตกลงไปในแม่น้ำ ยามนี้เขาสั่งให้คนช่วยกันตาหาแล้วแต่กลับไม่พบเบาะแสของผู้เป็นนายเลยแม้แต่น้อย เสิ่นเป่ายามนี้หลับไปแล้ว ไป๋จินเซียงสั่งห้ามเข้าไปรบกวนเขาและกำชับบ่าวทุกคนในเรือนว่าห้ามบอกเขาว่าเกิดเรื่องกับเสิ่นอี้ หญิงสาวรีบสวมเสื้อคลุมและถือคบไฟออกไปช่วยตามหาเสิ่นอี้ แต่กลับไม่พบ นางร้องเร

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 12 จูบ

    วิธีของไป๋จินเซียงนั่นก็คือนางให้เสิ่นอี้หาเชือกยาวมาหลายเส้น ตรงหน้าจวนท่านเจ้าเมืองจะมีต้นไม้ใหญ่หลายต้น นางรีบมัดเชือกกับต้นไม้ใหญ่ สองเส้น เส้นหนึ่งมัดกับเอวของเสิ่นอี้ อีกเส้นให้เสิ่นอี้ที่มีกำลังภายในแข็งแรงค่อยๆเดินทวนกระแสน้ำที่ยามนี้น้ำเริ่มนิ่งบ้างแล้ว นำเชือกที่เหลือไปมัดกับต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้าม และสร้างสะพานเชือกขึ้นมา ให้ชาวบ้านทยอยเดินข้ามมาฝั่งจวนท่านเจ้าเมืองและเข้ามาหลบภัยที่นี่ได้ชั่วคราว รอให้น้ำลดเบาบางลงแล้วค่อยอพยพกลับไปวิธีนี้ค่อนข้างดีไม่น้อยเลย ไม่นานนักก็สามารถพาชาวบ้านมาที่ปลอดภัยได้สำเร็จ เสียงฝนตกฟ้าร้องยังคงดังไม่หยุด เสิ่นอี้เปียกปอนไปทั้งตัว ไป๋จินเซียงที่ช่วยดูแลชาวบ้านตอนข้ามฝั่งมาก็เปียกปอนไปทั้งตัวเช่นเดียวกัน ผู้คนต่างร่วมด้วยช่วยกัน ไม่นานนักทุกคนก็ปลอดภัย แต่ก็มีชาวบ้านไม่น้อยที่ถูกกระแสน้ำพัดหายไป"รีบหาเสื้อผ้ามาให้ทุกคนเปลี่ยน แล้วต้มน้ำขิงให้พวกดื่มกันหนาวเร็วเข้า"เสิ่นอี้รีบหันไปเอ่ยกับสาวใช้ในจวน ซินซินที่ได้ยินก็รีบเข้าไปสมทบกับคนใช้ในโรงครัว รีบนำน้ำขิงมาแจกจ่ายให้ทุกคน เสิ่นอี้ให้พวกเขาพักผ่อน ก่อนจะรีบกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า ในใจของเขาค

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 11 อุทกภัย

    เมื่อมาถึงโรงหมอ ท่านหมอก็ช่วยทำแผลและตรวจดูอาหารของไป๋จินเซียงอย่างละเอียด เมื่อตรวจแล้วไม่เป็นอะไรมากจึงเขียนเทียบยาให้นาง และให้นางกลับบ้านได้ ยามนี้บิดาของนางกำลังนอนพักอยู่อีกห้องหนึ่งโดยมีซินซินคอยดูแล ไป๋จินเซียงไม่อยากรบกวนบิดาจึงให้เขานอนพักให้เต็มที่ แล้วออกมาหาเสิ่นอี้ที่รออยู่ด้านนอกห้องตรวจเสิ่นอี้รีบเดินเข้ามาหาไป๋จินเซียงทันที ก่อนหน้านี้เขาให้จิ้นอิ๋งพาเสิ่นเป่ากลับไปที่จวนก่อนแล้ว"ขอบคุณท่านมากที่เป็นธุระจัดการให้"เสิ่นอี้พยักหน้าเล็กน้อย พลางสอบถามเรื่องราว"สาวใช้ของเจ้าบอกกับข้าว่าที่เจ้าเข้าไปในกองเพลิงเพียงเพราะอยากเข้าไปเอาหีบเงินเช่นนั้นหรือ? ""ใช่ มันเป็นเงินที่ข้าเก็บมา ข้าเสียดาย"ไป๋จินเซียงตอบด้วยน้ำเสียงที่เบาลง เสิ่นอี้พิจารณามองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเอ่ย"ไป๋จินเซียง มนุษย์เราล้วนมีความหวงแหนในสิ่งของข้าเข้าใจได้ แต่ในยามนั้นหากเจ้าไม่อาจรอดกลับมาได้ เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าบิดาเจ้าจะอยู่เช่นไร สำหรับบิดาเจ้าแล้ว ระหว่างเงินหีบนั้นกับตัวเจ้าสิ่งใดสำคัญกว่ากันเจ้าไม่รู้เลยหรือ เงินพวกนั้นข้าเข้าใจว่ามันเป็นเงินที่เจ้าเก็บมานานหลายปี แต่หากเจ้าตายไปมันคุ้

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 2 เมืองฉางเยว่

    เมืองฉางเยว่"เร่เข้ามาจ้า เร่เข้ามา วันนี้เหลาสุราซือจี๋มีสุรารสเลิศมาขายอีกแล้ว วันนี้ผู้ใดสั่งสุราสองไห ที่ร้านจะมอบเนื้อตุ๋นให้หนึ่งจาน เร่เข้ามาจ้า เร่เข้ามา"เสียงหวานใสของสตรีนางหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าเหลาสุราซือจี๋ พร้อมกับตีกลองไปด้วย สร้างความสนใจให้แก่ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาไม่น้อย ไม่นานนักผู้

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 6 น้องชายที่ตายจากไป

    เรื่องที่เสิ่นอี้แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังพลิกสถานการณ์ให้ทุกอย่างไม่เลวร้ายลงไปกว่าเดิม สร้างความปวดหัวให้นายอำเภออู๋ไม่น้อย หากยังปล่อยให้เสิ่นอี้ทำทุกอย่างได้อย่างราบรื่นต่อไปเช่นนี้ เขาเกรงว่าสักวัน เสิ่นอี้อาจจะล่วงรู้เรื่องราวที่เขาและนายท่านกำลังลงมือทำเข้าสักวันต้องหาทางกำจั

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 5 ฝายชะลอน้ำ

    เสิ่นอี้เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็รีบรุดตรงไปยังคุกที่คุมขังพวกอันธพาลเอาไว้เมือคืนนี้อย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็เป็นดั่งที่หมิงเจ๋อกล่าวเอาไว้ไม่มีผิด พวกอันธพาลยามนี้กลายเป็นบ้าเสียสติไปกันหมดแล้ว ปากก็เอาแต่พร่ำว่าในคุกมีผี ผีหลอกพวกเขา เสิ่นอี้ขมวดคิ้วนิ่วหน้า ก่อนจะให้คนไปตามหมอมาตรวจดูอาการ แต่กลับ

  • วาสนาเคียงนิรันดร์   บทที่ 4 อันธพาล

    ไป๋จินเซียงเดินกลับมาที่เหลาสุรา นางเริ่มสงสัยแล้วว่าเพราะเหตุใด เขาจึงต้องมาสอบถามนางถึงเรื่องพวกนั้นด้วย แต่คิดเท่าใดก็คิดไม่ออก นางจึงพยายามระงับสติตนเอง และเตรียมเปิดร้านต่อยามบ่ายเหลาสุราของนางก็เปิดขายเหมือนเช่นทุกวัน วันนี้ลูกค้าค่อนข้างหนาแน่นไม่น้อยเลย ไป๋จินเซียงยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status