登入“น่าสนใจ…”
ห้องรับรองภายในคฤหาสน์คาเวลเงียบงันราวกับโลกทั้งใบถูกตัดขาดจากภายนอก
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมผนังทอดเงาดำยาวไปทั่วห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกตกแต่งด้วยไม้สีเข้มและโลหะสีดำด้าน
กลิ่นควันจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศจนบรรยากาศดูหนักอึ้งเหมือนกำลังนั่งอยู่กลางรังของสัตว์นักล่า
อลาสเตอร์นั่งอยู่ปลายโต๊ะยาวตัวใหญ่ ร่างสูงของเขาจมอยู่ในเงามืดเกือบครึ่ง ใบหน้าหล่อคมแทบไม่แสดงอารมณ์ ดวงตาสีแดงฉานมองอีรอสนิ่งๆ อย่างเยือกเย็น
ส่วนอีรอสยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
แม้ภายนอกจะยังดูสงบนิ่ง แต่ความจริงแล้วหัวใจของเขากำลังเต้นแรงจนเจ็บอก ฝ่ามือเย็นเฉียบและชื้นเหงื่อเล็กน้อย
เขาค่อยๆ เปิดกระเป๋าเอกสาร ก่อนหยิบพิมพ์เขียวกับเอกสารจำนวนมากออกมากางบนโต๊ะทีละแผ่น
แผนผังผู้ถือหุ้น
เส้นทางการเงิน
รายชื่อธนาคาร
รวมถึงสัญญาลับของตระกูลแวนเดอร์บิลต์-โรดส์
อลาสเตอร์ปรายตามองเอกสารเหล่านั้นเงียบๆ ขณะใช้นิ้วเคาะพนักเก้าอี้ช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ตึก…
ตึก…
เสียงนั้นดังเบาๆ แต่กลับสร้างแรงกดดันอย่างประหลาด
“เฮลิออสกำลังจะใช้แผนนี้เข้าหาคุณในสัปดาห์หน้า” อีรอสสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเริ่มพูด
เขาดึงเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาข้างหน้า ก่อนใช้นิ้วชี้ลงบนตัวเลขในสัญญา
“เขาตั้งใจเสนอการร่วมทุนผ่านเครือธนาคารโรดส์ โดยอ้างว่าจะขยายเขตอุตสาหกรรมในฝั่งมนุษย์” อลาสเตอร์ยังเงียบ อีรอสจึงพูดต่อ
“แต่เขาพลาดเรื่องสำคัญไปอย่างหนึ่ง” ดวงตาสีแดงคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย เหมือนเริ่มสนใจ อีรอสรีบหยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมา
“ธนาคารสามแห่งที่ใช้เป็นหลักค้ำประกัน… อยู่ในเครืออิทธิพลของตระกูลคาเวลทั้งหมด” มุมปากของอลาสเตอร์กระตุกนิดเดียว
อีรอสเห็นแบบนั้นก็เริ่มมั่นใจขึ้น เขาก้มลงลากเส้นบนแผนผังการเงินช้าๆ
“ถ้าคุณต้องการทำลายเฮลิออส คุณไม่จำเป็นต้องแตะตัวเขาเลยด้วยซ้ำ แค่ตัดวงเงินกู้ทั้งหมดที่เขากำลังจะใช้” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ
“เขาจะล้มทันที”
บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้งอลาสเตอร์ยกมือขึ้นเท้าคาง พลางมองอีรอสคล้ายกำลังประเมินอะไรบางอย่าง
“ต่อ”
เสียงทุ้มต่ำดังเรียบๆ อีรอสเม้มปาก ก่อนกางเอกสารอีกแผ่น
“บอร์ดบริหารตอนนี้แบ่งออกเป็นสามฝั่งครับ ฝั่งที่ภักดีกับเฮลิออส ฝั่งที่รอดูสถานการณ์ และฝั่งที่ยังเชื่อในตัวผม”
“แล้ว?”
“ถ้าเฮลิออสเสียเครดิตจากดีลนี้” อีรอสพูดชัดขึ้น “พวกที่กำลังลังเลจะเริ่มเปลี่ยนข้างทันที”
อลาสเตอร์เคาะนิ้วลงบนโต๊ะช้าๆ
ตึก…
ตึก…
“สัปดาห์หน้าตอนที่เฮลิออสมาเข้าพบคุณ…” อีรอสพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มเย็นลงทีละนิด
“ผมอยากให้คุณปฏิเสธข้อเสนอของเขาอย่างไร้เยื่อใย” ดวงตาของปีศาจตรงหน้าจับจ้องเขาเงียบๆ
“ตัดเส้นทางการเงินที่เขากำลังกู้ยืมจากธนาคารในเครือข่ายของคุณให้หมด” อีรอสยิ้มบาง
“ปล่อยให้เขากลับไปต่อหน้าบอร์ดบริหาร… แบบมือเปล่า” มุมปากของอลาสเตอร์ยกขึ้นช้าๆ อย่างน่ากลัว
“หึ…” เสียงหัวเราะต่ำดังออกมาเบาๆ
“การปฏิเสธเฮลิออสไม่ใช่เรื่องยาก…” เขาพูดพลางเอนตัวพิงพนัก
“แต่การที่ฉันต้องเปลืองแรงไปบีบบอร์ดบริหารของตระกูลแวนเดอร์บิลต์-โรดส์ เพื่อยกเก้าอี้ประธานให้แก…” ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลงช้าๆ
“มันคุ้มค่ากับที่ฉันต้องลงมือเองงั้นรึ?” แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากอีกฝ่ายทันที
อีรอสรู้สึกเหมือนลมหายใจหนักขึ้น แต่เขาไม่หลบสายตาแม้แต่นิด
ชายหนุ่มค่อยๆ ดันเอกสารสัญญาฉบับใหม่ไปตรงหน้าอลาสเตอร์
“คุ้มแน่ครับ” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ
“เพราะถ้าเฮลิออสขึ้นบริหาร คุณจะได้ส่วนแบ่งตามมาตรฐานแค่ร้อยละสิบห้า”
อลาสเตอร์ก้มมองเอกสารเงียบๆ อีรอสกำมือแน่น ก่อนพูดประโยคต่อไปอย่างชัดเจน
“แต่ถ้าเป็นผม…” เขาสบตาสีแดงคู่นั้นโดยไม่ลดละ
“ผมจะแก้สัญญาใหม่ ยกร้อยละสี่สิบของกำไรทั้งหมดในเขตมนุษย์ให้ตระกูลคาเวลโดยตรง”
ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง เสียงเคาะนิ้วของอลาสเตอร์ก็หยุดลง
บรรยากาศทั้งห้องนิ่งสนิทแม้แต่บอดี้การ์ดด้านหลังก็เงยหน้ามองอีรอสทันที
สี่สิบเปอร์เซ็นต์
มันไม่ใช่ตัวเลขของการร่วมทุนธรรมดา แต่มันคือการยอมมอบอำนาจครึ่งหนึ่งให้ปีศาจเข้ามาครอบงำโลกมนุษย์โดยตรง
อลาสเตอร์เงียบไปพักใหญ่ ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ร่างสูงใหญ่เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าอีรอสช้าๆ
ใกล้จนเขารู้สึกถึงแรงกดดันที่แทบทำให้เขาหายใจไม่ออก ดวงตาสีแดงฉานมองลึกเข้ามาในดวงตาของมนุษย์ตรงหน้า
“เพื่อแก้แค้นพี่ชาย…” อลาสเตอร์พูดเสียงต่ำ
“แกยอมขายโลกของตัวเองให้ปีศาจเลยงั้นสินะ”
อีรอสเงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนตอบกลับด้วยแววตาเย็นเฉียบ
“โลกใบนี้ไม่เคยให้ความยุติธรรมกับผมก่อนอยู่แล้วครับ”
อีรอสยังคงยืนตรง แม้แผ่นหลังจะชื้นเหงื่อจนรู้สึกเย็นวาบ เขาพยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้สั่นไหว แต่ความจริงแล้วหัวใจเขากำลังเต้นแรงจนแทบระเบิด
เขากำลังเดิมพันทุกอย่างถ้าอลาสเตอร์ปฏิเสธ เขาจะไม่เหลืออะไรอีกเลย
ดวงตาสีแดงฉานของอลาสเตอร์ยังคงจับจ้องเขาไม่วาง ราวกับกำลังมองทะลุเข้าไปถึงส่วนลึกที่สุดของจิตใจ
ความเงียบยืดยาวจนน่าอึดอัด อีรอสรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเป็นนาที ทั้งที่จริงอาจเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
อลาสเตอร์ยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น มือหนาสีดำสนิทวางอยู่บนพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบดุจใบมีดไม่มีอารมณ์ใดสะท้อนออกมาเลย
เขากำลังค้นหา
ค้นหาความกลัว
ค้นหาความลังเล
หรือบางที… กำลังดูว่ามนุษย์ตรงหน้าจะพังลงเมื่อไร
แต่อีรอสไม่หลบสายตา แม้ขาจะเริ่มหนัก แม้แรงกดดันจะบีบจนแทบหายใจไม่ออก เขาก็ยังยืนจ้องปีศาจตรงหน้าอย่างดื้อดึง
และนั่นเอง
มุมปากของอลาสเตอร์ก็ค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศทั้งห้องเย็นเฉียบลงกว่าเดิม
เหี้ยม
อันตราย
และเต็มไปด้วยความนึกสนุกอย่างถึงที่สุด
“หึ…” เสียงหัวเราะต่ำๆ ดังออกมาจากลำคอของเขา
บอดี้การ์ดรอบห้องก้มหน้าลงแทบพร้อมกันทันที ราวกับรู้ดีว่าเมื่อเจ้านายของพวกมันหัวเราะแบบนี้ หมายความว่าเขากำลังสนใจของเล่นชิ้นใหม่เข้าแล้ว
อลาสเตอร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีแดงยังคงไม่ละจากใบหน้าของอีรอส
“ร้อยละสี่สิบ…” เขาพูดช้าๆ น้ำเสียงต่ำทุ้มจนสั่นสะเทือนไปทั้งห้อง
“กล้าได้กล้าเสียดีนี่หว่า อีรอส แวนเดอร์บิลต์-โรดส์”
ชื่อสกุลของเขาถูกเรียกออกมาจากปากปีศาจ ราวกับกำลังประกาศตีตราบางอย่างลงบนตัวเขา อลาสเตอร์ยกยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด
“แกกำลังเอาสมบัติของโคตรเหง้าศักราชตัวเอง… มาประเคนให้ปีศาจอย่างฉัน”
อีรอสเม้มปากแน่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ เชิดหน้าขึ้น แววตาของเขาไม่สั่นอีกแล้ว มีเพียงความเย็นชาและความขื่นขมที่สะสมมานาน
“ตระกูลที่เหยียบย่ำความฝันและหยาดเหงื่อของผม…” เขาพูดเสียงเรียบ แต่หนักแน่น
“ก็ไม่จำเป็นต้องเหลืออะไรไว้ให้พวกมันเสวยสุขหรอกครับ”
คำตอบนั้นทำให้อลาสเตอร์หัวเราะในลำคออีกครั้ง ต่างจากก่อนหน้านี้ คราวนี้แววตาของเขาดูพึงพอใจชัดเจนขึ้น
“ฉันชอบสายตาแบบนี้” อีรอสขมวดคิ้วเล็กน้อย อลาสเตอร์เอียงหน้ามองเขาช้าๆ
“สายตาของคนที่พร้อมแว้งกัดทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด” เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้
ทันทีที่ร่างสูงใหญ่นั้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลก็แผ่กระจายออกมาจนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งกว่าเดิม
อีรอสเผลอกลั้นหายใจ อลาสเตอร์เดินเข้ามาหาเขาช้าๆ ทุกฝีก้าวหนักแน่นและน่าเกรงขาม ร่างสูงใหญ่ค้ำหัวเขาจนเงามืดบดบังแสงไฟด้านหลังเกือบทั้งหมด
ใกล้เกินไป
ใกล้จนเขาเห็นประกายสีแดงเคลื่อนไหวอยู่ในดวงตาคู่นั้น
ปีศาจตรงหน้าก้มลงมองเขานิดๆ ก่อนยื่นมือหนาสีดำสนิทออกมาตรงหน้า
“ตกลง…” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นช้าๆ
“ฉันจะเล่นสนุกกับแกด้วยในเกมนี้” หัวใจของอีรอสกระตุกแรง
อลาสเตอร์ยิ้มมุมปาก ดวงตาแดงฉานเป็นประกายอันตราย
“ฉันจะบีบให้พวกมันกระเสือกกระสนมาคุกเข่าแทบเท้าแกเอง…”
เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้อีกนิดใกล้จนลมหายใจเย็นเฉียบปะทะผิวหน้าอีรอส
“ท่านประธานคนใหม่”
คำพูดนั้นทำให้อีรอสชะงักไปชั่วขณะตำแหน่งที่เขาถูกแย่งไป ตำแหน่งที่ไม่มีใครเห็นค่าความพยายามของเขา
ตอนนี้กลับถูกพูดออกมาจากปากของปีศาจแทน
อีรอสก้มมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง
เขารู้ดี…
ถ้าจับมือครั้งนี้ ชีวิตของเขาจะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมอีกแต่สุดท้าย ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนจับมือนั้นแน่น
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน ความเย็นวาบก็แล่นผ่านร่างทั้งร่างเหมือนถูกบางอย่างตีตรา
อลาสเตอร์ยิ้มลึกขึ้นทันที
รอยยิ้มของพญามัจจุราช… ที่เพิ่งได้ครอบครองวิญญาณดวงใหม่เข้าสู่เกมของตัวเอง
ฝากคอมเม้นหน่อยน้า❤️
เวลาหมุนเวียนผ่านพ้นไปอีกสี่เดือนเต็ม ตอนนี้อีรอสตั้งครรภ์ลูกคนที่สองได้หกเดือนแล้วหน้าท้องนูนโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนต้องสวมเสื้อตัวใหญ่โคร่งเพื่อความสบายตัวยามบ่ายอันสงบเงียบภายในห้องนั่งเล่น คฤหาสน์ตระกูลคาเวล อีรอสนั่งเคี้ยวขนมหวานอยู่อย่างสบายอารมณ์บนโซฟานุ่ม โดยมีคอลัสนั่งตั้งหน้าตั้งตาทำแบบฝึกหัดอยู่ข้างๆภาพบรรยากาศแม่ลูกดูอบอุ่น อ่อนโยน และเปี่ยมสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้อีรอสจะยินยอมกลับมาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้เพื่อคอลัสและทายาทปีศาจคนที่สองในท้องแต่เขาก็ยื่นคำขาดพร้อมตั้งกฎเหล็กไว้อย่างเด็ดขาดและเคร่งครัดว่า'อลาสเตอร์ห้ามปรากฏตัวให้อีรอสเห็นหน้าเด็ดขาด'หากไม่ปฏิบัติตามเขาพร้อมจะพาลูกหนีหายไปทันทีโดยไม่สนใจสิ่งใดตลอดสี่เดือนที่ผ่านมา อลาสเตอร์จำใจยอมปฏิบัติตามกฎเหล็กนี้อย่างไม่มีเงื่อนไขชายหนุ่มทำได้เพียงซ่อนตัวและแอบมองอีรอสอยู่ห่างๆ จากมุมมืดหลังเสาหินหรือชั้นสองของโถงทางเดิน คอลัสละสายตาจากตำราเรียนยื่นมือเล็กๆ ไปลูบหน้าท้องนูนของแม่เบาๆ นัยน์ตาสีแดงฉายรอยยิ้มตาหยีอย่างร่าเริง“แม่ครับ! วันนี้น้องดิ้นใหญ่เลยครับ! ดูสิ ตรงนี้ปูดขึ้นมาด้วย!” อีรอสแย้มยิ้มหวาน
ความหวาดผวาและฝันร้ายในอดีตแล่นเข้าจับจิตใจของอีรอสทันทีที่รู้ว่าตนกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองความบอบช้ำสะสมสั่งการให้เขามีเป้าหมายเดี่ยวที่เด็ดเดี่ยว นั่นคือต้องหนีไปให้พ้นจากอิทธิพลของอลาสเตอร์เขาจะไม่ยอมให้ปีศาจตนไหนมาแย่งชิงความรักและความผูกพันของลูกไปได้อีกแล้ว คราวนี้เขาจะพาลูกในท้องคนนี้หนีไปเลี้ยงดูเพียงลำพัง ปลูกฝังให้เด็กบริสุทธิ์รักแค่เขาคนเดียวเท่านั้นอีรอสฉวยโอกาสช่วงที่อลาสเตอร์ออกไปคุยกับหมอ แอบหลบหนีออกจากห้องพักฟื้นทั้งที่ยังอยู่ในชุดผู้ป่วยสีขาวนวลร่างกายล้าบอบช้ำบวกกับอาการแพ้ท้องทำให้อีรอสต้องก้าวเดินอย่างโซเซยามพาร่างออกสู่ภายนอกเขาลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ จนกระทั่งไปหยุดขดตัว นั่งกอดเข่าสะอื้นไห้เงียบๆ อยู่ในตรอกตึกมืดมิดอันเงียบสงบข้างโรงพยาบาลแสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าซูบซีดที่นองไปด้วยน้ำตา อีรอสเจ็บปวดแทบขาดใจเมื่อทบทวนชะตากรรมชีวิตที่ผ่านมา ถูกคนที่รักหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยมีใครรักและจริงใจกับเขาเลยสักคนร่างบางกุมท้องตัวเองแน่น เค้นเสียงสะอื้นพร่าพึมพำกับลูกในครรภ์“ฮึก... ทำไมชีวิตกูต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้... โดนทรยศ โดนย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า... แต่คราว
ความแค้นที่สุมอกทำให้จิตใจของอีรอสเริ่มถลำลึกจนมืดมน เขาใช้ความรักและความเชื่อฟังของลูกชายเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นอย่างไม่รู้ตัวในห้องนั่งเล่นอันกว้างใหญ่ อีรอสดึงข้อมือเล็กของคอลัสเข้ามาหาตัว บังคับและป้อนคำพูดร้ายกาจให้คอลัสเดินไปพูดใส่อลาสเตอร์ตลอดเวลาโดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าการกระทำอันเห็นแก่ตัวนี้กำลังสร้างบาดแผลและทำร้ายจิตใจอันบริสุทธิ์ของลูกชายอย่างแสนสาหัสคอลัสผู้มีสายเลือดปีศาจลึกๆ แล้วเริ่มผูกพันและรักอลาสเตอร์ผู้เป็นพ่อไปแล้ว เด็กน้อยอึดอัด อับจนปัญญา และทรมานใจจนถึงขีดสุด อีรอสกระชากแขนลูกเบาๆ สีหน้าเครียดเค้น บังคับลูกเสียงพร่า“คอลัส! เดินไปบอกมันเดี๋ยวนี้! บอกมันไปสิว่าหนูเกลียดมัน! บอกว่าไม่อยากเห็นหน้ามันอีก!” คอลัสตาสั่นระริก น้ำตาคลอเบ้า สั่นหัวรัวๆ ด้วยความทรมานใจ“ไม่เอาแล้ว... คอลัสไม่อยากพูดแบบนี้แล้วครับแม่... คอลัสไม่อยากโกหกแล้ว...” อีรอสเริ่มสติหลุด นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ตวาดใส่ลูกเสียงดัง“ต้องพูด! หนูเป็นลูกแม่นะคอลัส! หนูต้องเกลียดมันเหมือนที่แม่เกลียด! มึงต้องเข้าข้างกู!”ความกดดันที่สะสมมานานทำให้คอลัสระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง เด็กน้อยสะ
รถยนต์หรูเคลื่อนตัวมาจอดสนิทหน้าโกดังร้างริมชายป่าอันเงียบสงบ เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบวังเวงที่เข้ามาแทนที่เฮลิออสและเซลีนได้รับสายด่วนจากมือขวาคนสนิทของอลาสเตอร์ หลอกว่าอลาสเตอร์ต้องการนัดพบด่วนที่สุดที่โกดังร้างแห่งนี้เพื่อเซ็นเอกสารโอนหุ้นและมอบเงินสดก้อนใหญ่ปิดปากเรื่องของอีรอสด้วยความโลภบังตาและหลงผิดคิดว่าตนเองยังคงเป็นคนโปรดที่อลาสเตอร์หลอกใช้และไว้วางใจ ทั้งสองพี่น้องจึงรีบเดินทางมาตามนัดโดยไร้ซึ่งความหวาดระแวงเฮลิออสในชุดสูทราคาแพงก้าวลงจากรถพร้อมยิ้มระรื่น กวาดสายตามมองไปรอบๆ บริเวณที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ด้วยความอารมณ์ดี“ไหนล่ะเอกสารโอนหุ้นกับเงินสดที่ท่านอลาสเตอร์จะให้? ฉันกับเซลีนมารับตามนัดแล้ว! ออกมาคุยกันให้มันจบๆ ซะทีสิ!” เซลีนเดินตามหลังมาพลางยกมือขึ้นโบกไล่ฝุ่นในอากาศ เชิดหน้าแสดงท่าทีทรงอำนาจปนรังเกียจ“นั่นสิ! รีบๆ เอาออกมาสิ! จะได้จบเรื่องไอ้อีรอสไปสักที อากาศข้างนอกมันเหม็นความชื้นจะแย่ ฉันไม่อยากอยู่ในสถานที่เห่ยๆ แบบนี้นานนักหรอกนะ!”ทว่า เมื่อทั้งสองก้าวลึกเข้าไปภายในตัวโกดังร้างที่เงียบสงบผิดปกติ บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงกะทันหันเสี
เมื่ออีรอสสังเกตเห็นอย่างเด่นชัดว่าอลาสเตอร์กำลังหลงและแคร์คอลัสมากเพียงใดเขาก็ไม่รอช้าที่จะนำจุดอ่อนนี้มาใช้เป็นเครื่องมือในการเริ่มแผนการเอาคืนอย่างรบกวนจิตใจอีรอสเริ่มเป่าหูและป้อนความคิดให้ลูกชายทีละนิด ค่อยๆ ปลูกฝังให้เด็กน้อยเกิดความเหินห่าง ระแวง และต่อต้าน ในห้องนอนเล็ก อีรอสย่อตัวลงจับไหล่คอลัส กระชุบบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงด้วยความแค้นสุมอก“คอลัส... ฟังแม่นะลูก คนๆ นั้นน่ะ ไม่ใช่คนดีหรอกนะ เขาเคยทำร้ายแม่จนเกือบตาย และเขาก็พร้อมจะพรากหนูไปจากแม่ทุกเมื่อหากเขาหมดความอดทน” คอลัสได้ฟังก็ชะงัก นัยน์ตาสีแดงกร่ำสั่นคลอน มองหน้าแม่ด้วยความเชื่อฟังและสับสน“จริงเหรอครับแม่... เขาใจร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ คอลัสเกลียดทุกคนที่ทำร้ายแม่! คอลัสจะไม่คุยกับเขาอีกแล้ว!” คำสัญญาของเด็กน้อยทำให้ความผูกพันที่เคยมีให้ปีศาจหนุ่มพังทลายลงในพริบตากระทั่งช่วงบ่ายในห้องนั่งเล่น อลาสเตอร์เดินถือกล่องของขวัญหรูหราเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวังจะชวนลูกชายเล่นเหมือนทุกวันแต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปหา คอลัสกลับปัดกล่องของขวัญทิ้งลงพื้นอย่างแรงจนของข้างในกระจาย สะบัดตัวหนีไปซ่อนอยู่ด้านหลังของอีรอสอย่างตื่นกลัวและเ
ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลคาเวล ความเงียบสงบในยามค่ำคืนถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นแปลกตาแสงจันทร์ละมุนส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาตกกระทบเตียงกว้างขนาดใหญ่คอลัสนอนหลับปุ๋ยอยู่ตรงกลางระหว่างอลาสเตอร์และอีรอส ร่างเล็กๆ ขยับสม่ำเสมอตามจังหวะลมหายใจอลาสเตอร์นอนตะแคงข้าง ใช้สายตานุ่มนวลผิดปกติทอดมองใบหน้าเล็กของลูกชาย นัยน์ตาสีแดงกร่ำที่เคยฉายแต่รังสีอาฆาตและอำมหิตบัดนี้ไหววูบไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน อลาสเตอร์เริ่มเสพติดและหลงใหลในบรรยากาศของคำว่าครอบครัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิตภายในใจลึกๆ ของปีศาจหนุ่มมีปมบาดแผลอันดำมืด เขาเติบโตมาในฐานะปีศาจชั้นสูงที่ต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้โลกปีศาจอันป่าเถื่อนหล่อหลอมให้เขาคอยแต่จะเหี้ยมโหด ไร้ซึ่งความรัก ความอบอุ่น หรือความผูกพันใดๆ เขาจึงปฏิเสธและไม่อยากสร้างครอบครัวมาโดยตลอดเพราะมองว่ามันคือจุดอ่อนที่งี่เง่า ทว่า ตั้งแต่มีคอลัสเข้ามาในชีวิต เด็กน้อยที่มีสายเลือดเข้มข้นและหัวใจอันบริสุทธิ์กลับเข้ามาเติมเต็มช่องว่างอันอ้างว้างในจิตใจของเขาได้อย่างน่าประหลาดอลาสเตอร์พบว่าตนเองชอบช่วงเ







