แชร์

4 ข้อเสนอ

ผู้เขียน: สกุลอรวย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-01 18:16:04

“น่าสนใจ…”

ห้องรับรองภายในคฤหาสน์คาเวลเงียบงันราวกับโลกทั้งใบถูกตัดขาดจากภายนอก

แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมผนังทอดเงาดำยาวไปทั่วห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกตกแต่งด้วยไม้สีเข้มและโลหะสีดำด้าน

กลิ่นควันจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศจนบรรยากาศดูหนักอึ้งเหมือนกำลังนั่งอยู่กลางรังของสัตว์นักล่า

อลาสเตอร์นั่งอยู่ปลายโต๊ะยาวตัวใหญ่ ร่างสูงของเขาจมอยู่ในเงามืดเกือบครึ่ง ใบหน้าหล่อคมแทบไม่แสดงอารมณ์ ดวงตาสีแดงฉานมองอีรอสนิ่งๆ อย่างเยือกเย็น

ส่วนอีรอสยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

แม้ภายนอกจะยังดูสงบนิ่ง แต่ความจริงแล้วหัวใจของเขากำลังเต้นแรงจนเจ็บอก ฝ่ามือเย็นเฉียบและชื้นเหงื่อเล็กน้อย

เขาค่อยๆ เปิดกระเป๋าเอกสาร ก่อนหยิบพิมพ์เขียวกับเอกสารจำนวนมากออกมากางบนโต๊ะทีละแผ่น

แผนผังผู้ถือหุ้น

เส้นทางการเงิน

รายชื่อธนาคาร

รวมถึงสัญญาลับของตระกูลแวนเดอร์บิลต์-โรดส์

อลาสเตอร์ปรายตามองเอกสารเหล่านั้นเงียบๆ ขณะใช้นิ้วเคาะพนักเก้าอี้ช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ

ตึก…

ตึก…

เสียงนั้นดังเบาๆ แต่กลับสร้างแรงกดดันอย่างประหลาด

“เฮลิออสกำลังจะใช้แผนนี้เข้าหาคุณในสัปดาห์หน้า” อีรอสสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเริ่มพูด

เขาดึงเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาข้างหน้า ก่อนใช้นิ้วชี้ลงบนตัวเลขในสัญญา

“เขาตั้งใจเสนอการร่วมทุนผ่านเครือธนาคารโรดส์ โดยอ้างว่าจะขยายเขตอุตสาหกรรมในฝั่งมนุษย์” อลาสเตอร์ยังเงียบ อีรอสจึงพูดต่อ

“แต่เขาพลาดเรื่องสำคัญไปอย่างหนึ่ง” ดวงตาสีแดงคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย เหมือนเริ่มสนใจ อีรอสรีบหยิบเอกสารอีกชุดขึ้นมา

“ธนาคารสามแห่งที่ใช้เป็นหลักค้ำประกัน… อยู่ในเครืออิทธิพลของตระกูลคาเวลทั้งหมด” มุมปากของอลาสเตอร์กระตุกนิดเดียว

อีรอสเห็นแบบนั้นก็เริ่มมั่นใจขึ้น เขาก้มลงลากเส้นบนแผนผังการเงินช้าๆ

“ถ้าคุณต้องการทำลายเฮลิออส คุณไม่จำเป็นต้องแตะตัวเขาเลยด้วยซ้ำ แค่ตัดวงเงินกู้ทั้งหมดที่เขากำลังจะใช้” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ

“เขาจะล้มทันที”

บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้งอลาสเตอร์ยกมือขึ้นเท้าคาง พลางมองอีรอสคล้ายกำลังประเมินอะไรบางอย่าง

“ต่อ”

เสียงทุ้มต่ำดังเรียบๆ อีรอสเม้มปาก ก่อนกางเอกสารอีกแผ่น

“บอร์ดบริหารตอนนี้แบ่งออกเป็นสามฝั่งครับ ฝั่งที่ภักดีกับเฮลิออส ฝั่งที่รอดูสถานการณ์ และฝั่งที่ยังเชื่อในตัวผม”

“แล้ว?”

“ถ้าเฮลิออสเสียเครดิตจากดีลนี้” อีรอสพูดชัดขึ้น “พวกที่กำลังลังเลจะเริ่มเปลี่ยนข้างทันที”

อลาสเตอร์เคาะนิ้วลงบนโต๊ะช้าๆ

ตึก…

ตึก…

“สัปดาห์หน้าตอนที่เฮลิออสมาเข้าพบคุณ…” อีรอสพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มเย็นลงทีละนิด

“ผมอยากให้คุณปฏิเสธข้อเสนอของเขาอย่างไร้เยื่อใย” ดวงตาของปีศาจตรงหน้าจับจ้องเขาเงียบๆ

“ตัดเส้นทางการเงินที่เขากำลังกู้ยืมจากธนาคารในเครือข่ายของคุณให้หมด” อีรอสยิ้มบาง

“ปล่อยให้เขากลับไปต่อหน้าบอร์ดบริหาร… แบบมือเปล่า” มุมปากของอลาสเตอร์ยกขึ้นช้าๆ อย่างน่ากลัว

“หึ…” เสียงหัวเราะต่ำดังออกมาเบาๆ

“การปฏิเสธเฮลิออสไม่ใช่เรื่องยาก…” เขาพูดพลางเอนตัวพิงพนัก

“แต่การที่ฉันต้องเปลืองแรงไปบีบบอร์ดบริหารของตระกูลแวนเดอร์บิลต์-โรดส์ เพื่อยกเก้าอี้ประธานให้แก…” ดวงตาสีแดงฉานหรี่ลงช้าๆ

“มันคุ้มค่ากับที่ฉันต้องลงมือเองงั้นรึ?” แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากอีกฝ่ายทันที

อีรอสรู้สึกเหมือนลมหายใจหนักขึ้น แต่เขาไม่หลบสายตาแม้แต่นิด

ชายหนุ่มค่อยๆ ดันเอกสารสัญญาฉบับใหม่ไปตรงหน้าอลาสเตอร์

“คุ้มแน่ครับ” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ

“เพราะถ้าเฮลิออสขึ้นบริหาร คุณจะได้ส่วนแบ่งตามมาตรฐานแค่ร้อยละสิบห้า”

อลาสเตอร์ก้มมองเอกสารเงียบๆ อีรอสกำมือแน่น ก่อนพูดประโยคต่อไปอย่างชัดเจน

“แต่ถ้าเป็นผม…” เขาสบตาสีแดงคู่นั้นโดยไม่ลดละ

“ผมจะแก้สัญญาใหม่ ยกร้อยละสี่สิบของกำไรทั้งหมดในเขตมนุษย์ให้ตระกูลคาเวลโดยตรง”

ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง เสียงเคาะนิ้วของอลาสเตอร์ก็หยุดลง

บรรยากาศทั้งห้องนิ่งสนิทแม้แต่บอดี้การ์ดด้านหลังก็เงยหน้ามองอีรอสทันที

สี่สิบเปอร์เซ็นต์

มันไม่ใช่ตัวเลขของการร่วมทุนธรรมดา แต่มันคือการยอมมอบอำนาจครึ่งหนึ่งให้ปีศาจเข้ามาครอบงำโลกมนุษย์โดยตรง

อลาสเตอร์เงียบไปพักใหญ่ ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ร่างสูงใหญ่เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าอีรอสช้าๆ

ใกล้จนเขารู้สึกถึงแรงกดดันที่แทบทำให้เขาหายใจไม่ออก ดวงตาสีแดงฉานมองลึกเข้ามาในดวงตาของมนุษย์ตรงหน้า

“เพื่อแก้แค้นพี่ชาย…” อลาสเตอร์พูดเสียงต่ำ

“แกยอมขายโลกของตัวเองให้ปีศาจเลยงั้นสินะ”

อีรอสเงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนตอบกลับด้วยแววตาเย็นเฉียบ

“โลกใบนี้ไม่เคยให้ความยุติธรรมกับผมก่อนอยู่แล้วครับ”

อีรอสยังคงยืนตรง แม้แผ่นหลังจะชื้นเหงื่อจนรู้สึกเย็นวาบ เขาพยายามควบคุมสีหน้าไม่ให้สั่นไหว แต่ความจริงแล้วหัวใจเขากำลังเต้นแรงจนแทบระเบิด

เขากำลังเดิมพันทุกอย่างถ้าอลาสเตอร์ปฏิเสธ เขาจะไม่เหลืออะไรอีกเลย

ดวงตาสีแดงฉานของอลาสเตอร์ยังคงจับจ้องเขาไม่วาง ราวกับกำลังมองทะลุเข้าไปถึงส่วนลึกที่สุดของจิตใจ

ความเงียบยืดยาวจนน่าอึดอัด อีรอสรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปเป็นนาที ทั้งที่จริงอาจเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

อลาสเตอร์ยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น มือหนาสีดำสนิทวางอยู่บนพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบดุจใบมีดไม่มีอารมณ์ใดสะท้อนออกมาเลย

เขากำลังค้นหา

ค้นหาความกลัว

ค้นหาความลังเล

หรือบางที… กำลังดูว่ามนุษย์ตรงหน้าจะพังลงเมื่อไร

แต่อีรอสไม่หลบสายตา แม้ขาจะเริ่มหนัก แม้แรงกดดันจะบีบจนแทบหายใจไม่ออก เขาก็ยังยืนจ้องปีศาจตรงหน้าอย่างดื้อดึง

และนั่นเอง

มุมปากของอลาสเตอร์ก็ค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศทั้งห้องเย็นเฉียบลงกว่าเดิม

เหี้ยม

อันตราย

และเต็มไปด้วยความนึกสนุกอย่างถึงที่สุด

“หึ…” เสียงหัวเราะต่ำๆ ดังออกมาจากลำคอของเขา

บอดี้การ์ดรอบห้องก้มหน้าลงแทบพร้อมกันทันที ราวกับรู้ดีว่าเมื่อเจ้านายของพวกมันหัวเราะแบบนี้ หมายความว่าเขากำลังสนใจของเล่นชิ้นใหม่เข้าแล้ว

อลาสเตอร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีแดงยังคงไม่ละจากใบหน้าของอีรอส

“ร้อยละสี่สิบ…” เขาพูดช้าๆ น้ำเสียงต่ำทุ้มจนสั่นสะเทือนไปทั้งห้อง

“กล้าได้กล้าเสียดีนี่หว่า อีรอส แวนเดอร์บิลต์-โรดส์”

ชื่อสกุลของเขาถูกเรียกออกมาจากปากปีศาจ ราวกับกำลังประกาศตีตราบางอย่างลงบนตัวเขา อลาสเตอร์ยกยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด

“แกกำลังเอาสมบัติของโคตรเหง้าศักราชตัวเอง… มาประเคนให้ปีศาจอย่างฉัน”

อีรอสเม้มปากแน่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ เชิดหน้าขึ้น แววตาของเขาไม่สั่นอีกแล้ว มีเพียงความเย็นชาและความขื่นขมที่สะสมมานาน

“ตระกูลที่เหยียบย่ำความฝันและหยาดเหงื่อของผม…” เขาพูดเสียงเรียบ แต่หนักแน่น

“ก็ไม่จำเป็นต้องเหลืออะไรไว้ให้พวกมันเสวยสุขหรอกครับ”

คำตอบนั้นทำให้อลาสเตอร์หัวเราะในลำคออีกครั้ง ต่างจากก่อนหน้านี้ คราวนี้แววตาของเขาดูพึงพอใจชัดเจนขึ้น

“ฉันชอบสายตาแบบนี้” อีรอสขมวดคิ้วเล็กน้อย อลาสเตอร์เอียงหน้ามองเขาช้าๆ

“สายตาของคนที่พร้อมแว้งกัดทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด” เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้

ทันทีที่ร่างสูงใหญ่นั้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลก็แผ่กระจายออกมาจนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งกว่าเดิม

อีรอสเผลอกลั้นหายใจ อลาสเตอร์เดินเข้ามาหาเขาช้าๆ ทุกฝีก้าวหนักแน่นและน่าเกรงขาม ร่างสูงใหญ่ค้ำหัวเขาจนเงามืดบดบังแสงไฟด้านหลังเกือบทั้งหมด

ใกล้เกินไป

ใกล้จนเขาเห็นประกายสีแดงเคลื่อนไหวอยู่ในดวงตาคู่นั้น

ปีศาจตรงหน้าก้มลงมองเขานิดๆ ก่อนยื่นมือหนาสีดำสนิทออกมาตรงหน้า

“ตกลง…” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นช้าๆ

“ฉันจะเล่นสนุกกับแกด้วยในเกมนี้” หัวใจของอีรอสกระตุกแรง

อลาสเตอร์ยิ้มมุมปาก ดวงตาแดงฉานเป็นประกายอันตราย

“ฉันจะบีบให้พวกมันกระเสือกกระสนมาคุกเข่าแทบเท้าแกเอง…”

เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้อีกนิดใกล้จนลมหายใจเย็นเฉียบปะทะผิวหน้าอีรอส

“ท่านประธานคนใหม่”

คำพูดนั้นทำให้อีรอสชะงักไปชั่วขณะตำแหน่งที่เขาถูกแย่งไป ตำแหน่งที่ไม่มีใครเห็นค่าความพยายามของเขา

ตอนนี้กลับถูกพูดออกมาจากปากของปีศาจแทน

อีรอสก้มมองมือที่ยื่นมาตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง

เขารู้ดี…

ถ้าจับมือครั้งนี้ ชีวิตของเขาจะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมอีกแต่สุดท้าย ชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนจับมือนั้นแน่น

ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกัน ความเย็นวาบก็แล่นผ่านร่างทั้งร่างเหมือนถูกบางอย่างตีตรา

อลาสเตอร์ยิ้มลึกขึ้นทันที

รอยยิ้มของพญามัจจุราช… ที่เพิ่งได้ครอบครองวิญญาณดวงใหม่เข้าสู่เกมของตัวเอง

ฝากคอมเม้นหน่อยน้า❤️

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • วิปลาสสีทมิฬ   6 ถ้ายอมจะต้องเป็นแม่พันธุ์….แลกทุกอย่าง

    “คิดให้ดีนะ อีรอส”อีรอสกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นตามหลังมือ ร่างสูงยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบานใหญ่ทั้งที่อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเดินออกไปจากห้องรับรองแห่งนี้ได้แล้ว แต่ขากลับหนักอึ้งราวกับถูกโซ่ตรวนมองไม่เห็นฉุดรั้งเอาไว้ภายในห้องเงียบสนิทเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเองเขากัดฟันแน่น พยายามบังคับให้ตัวเองเดินต่อ ไม่หันกลับไปมอง ไม่สนใจปีศาจที่นั่งอยู่ด้านหลัง แต่แล้วเสียงทุ้มต่ำของอลาสเตอร์ก็ดังขึ้น“จะไปแล้วงั้นเหรอ” น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดัง ไม่ได้ตวาดแต่กลับทำให้หัวใจของอีรอสกระตุกวูบฝ่าเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปชะงักค้างอยู่กลางอากาศ อลาสเตอร์ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่องช้าราวกับมั่นใจอยู่แล้วว่าเหยื่อของตนไม่มีทางหนีรอดไปได้เสียงรองเท้าหนังดังสะท้อนบนพื้นหินอ่อนทีละก้าวตึก...ตึก...ตึก...ยิ่งใกล้เข้ามา อีรอสก็ยิ่งรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างสูงด้านหลัง ก่อนที่เงาทมิฬจะทอดทับลงมาบนตัวเขาจนมิดอลาสเตอร์หยุดยืนประชิดแผ่นหลัง ใกล้เสียจนลมหายใจเย็นเฉียบเป่ารดข้างลำคอ“เดินออกไปซี่...” อีรอสเม้มปากแน่น“ออกไปเป็นพนักงานกระจอกๆ ที่คอยก้มหัวให้พี่ชายและน้องสาวของนาย”

  • วิปลาสสีทมิฬ   5 ข้อเสนออุบาท

    แรงเย็นวาบจากฝ่ามือของอลาสเตอร์ยังคงติดอยู่บนมือของอีรอสไม่หายแต่ก่อนที่เขาจะทันดึงมือกลับ ร่างสูงใหญ่ตรงหน้าก็ขยับเข้ามาใกล้อีกครั้งมือสีดำสนิทที่ตอนแรกเหมือนยื่นมาเพื่อปิดดีลธุรกิจ กลับพลิกข้อมือช้าๆ แล้วใช้นิ้วแกร่งเชยคางของอีรอสขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว“อ๊ะ” อีรอสชะงัก หัวใจเต้นแรงทันทีแรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่หนักแน่นพอจะบังคับให้เขาต้องเงยหน้าสบกับดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นตรงๆใกล้เกินไปใกล้จนเขามองเห็นประกายสีแดงที่เคลื่อนไหวอยู่ลึกในม่านตาของอีกฝ่าย ราวกับเปลวไฟในความมืดกลิ่นอายกดดันจากตัวอลาสเตอร์แผ่ซ่านรอบด้านจนห้องทั้งห้องเหมือนหดแคบลง อีรอสรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมน้ำ หายใจติดขัดอย่างประหลาด ทั้งที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าจับคางเขาไว้บอดี้การ์ดปีศาจรอบห้องต่างเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อยอลาสเตอร์ละสายตาจากเอกสารสัญญาบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจนัก ราวกับตัวเลขมหาศาลพวกนั้นไม่มีค่าอะไรในสายตาเขาเลยซึ่งมันก็คงจริงสำหรับคนที่มีอำนาจล้นฟ้าอย่างอลาสเตอร์ คาเวล เงินในโลกมนุษย์อาจเป็นเพียงเศษกระดาษที่เขาจะคว้ามาเมื่อไรก็ได้แต่ตอนนี้สายตาของปีศาจกลับหยุดอยู่ที่อีรอสไม่ใช

  • วิปลาสสีทมิฬ   4 ข้อเสนอ

    “น่าสนใจ…”ห้องรับรองภายในคฤหาสน์คาเวลเงียบงันราวกับโลกทั้งใบถูกตัดขาดจากภายนอกแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมผนังทอดเงาดำยาวไปทั่วห้อง เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกตกแต่งด้วยไม้สีเข้มและโลหะสีดำด้านกลิ่นควันจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศจนบรรยากาศดูหนักอึ้งเหมือนกำลังนั่งอยู่กลางรังของสัตว์นักล่าอลาสเตอร์นั่งอยู่ปลายโต๊ะยาวตัวใหญ่ ร่างสูงของเขาจมอยู่ในเงามืดเกือบครึ่ง ใบหน้าหล่อคมแทบไม่แสดงอารมณ์ ดวงตาสีแดงฉานมองอีรอสนิ่งๆ อย่างเยือกเย็นส่วนอีรอสยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามแม้ภายนอกจะยังดูสงบนิ่ง แต่ความจริงแล้วหัวใจของเขากำลังเต้นแรงจนเจ็บอก ฝ่ามือเย็นเฉียบและชื้นเหงื่อเล็กน้อยเขาค่อยๆ เปิดกระเป๋าเอกสาร ก่อนหยิบพิมพ์เขียวกับเอกสารจำนวนมากออกมากางบนโต๊ะทีละแผ่นแผนผังผู้ถือหุ้นเส้นทางการเงินรายชื่อธนาคารรวมถึงสัญญาลับของตระกูลแวนเดอร์บิลต์-โรดส์อลาสเตอร์ปรายตามองเอกสารเหล่านั้นเงียบๆ ขณะใช้นิ้วเคาะพนักเก้าอี้ช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอตึก…ตึก…เสียงนั้นดังเบาๆ แต่กลับสร้างแรงกดดันอย่างประหลาด“เฮลิออสกำลังจะใช้แผนนี้เข้าหาคุณในสัปดาห์หน้า” อีรอสสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเริ่มพูดเขาดึงเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาข้างห

  • วิปลาสสีทมิฬ   3 อลาสเตอร์ คาเวล

    ครืน…ยิ่งรถแล่นลึกเข้ามาในเขตปีศาจมากเท่าไร บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งหนักอึ้งมากขึ้นเท่านั้นท้องฟ้าด้านบนเป็นสีหม่นคล้ำเหมือนถูกควันดำปกคลุมไว้ตลอดเวลา ไม่มีแม้แต่แสงจันทร์ลอดผ่านลงมาถนนทั้งสายเงียบผิดปกติ มีเพียงเสียงล้อรถบดผ่านพื้นเปียกชื้นดังครืดเบาๆ เป็นระยะ สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารสูงสีดำสนิทที่ดูเก่าแต่กลับน่าเกรงขามหน้าต่างบางบานมีเงาประหลาดเคลื่อนไหวอยู่หลังม่าน ราวกับมีสายตานับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องรถของเขาอีรอสกำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดขึ้น มืออีกข้างวางอยู่บนกระเป๋าเอกสารสีดำที่เบาะข้างคนขับภายในนั้นคือข้อมูลลับทั้งหมดที่เขาแอบดึงออกมาจากเซิร์ฟเวอร์บริษัทเมื่อคืนแผนธุรกิจรายชื่อลูกค้าช่องโหว่ทางการเงินรวมถึงข้อเสนอที่เฮลิออสตั้งใจจะใช้เข้าหาอลาสเตอร์ คาเวลเขารู้ดีว่าถ้าความแตก… เขาไม่ใช่แค่หมดอนาคต แต่คงตายทั้งเป็นรถค่อยๆ ชะลอ ก่อนหยุดลงหน้าคฤหาสน์ขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางหมอกสีเทา รั้วเหล็กสีดำสูงหลายเมตรล้อมรอบตัวคฤหาสน์เอาไว้ประตูเหล็กด้านหน้าสลักตราสัญลักษณ์ประหลาดสีแดงเข้มที่ดูคล้ายดวงตาของสัตว์ร้ายอีรอสเงยหน้ามองตัวอาคารช้าๆ มันไม่เหมือนบ้านของมนุษย์เลยสัก

  • วิปลาสสีทมิฬ   2 บุคคลลึกลับ

    ห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูสว่างจ้าจากแสงแฟลชที่ยิงใส่เวทีไม่ขาดสาย โลโก้บริษัทวาเลนไทน์กรุ๊ปขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่ด้านหลังพร้อมชื่อของประธานบริหารคนใหม่ที่ฉายอยู่บนจอ LED กลางงาน เสียงนักข่าวดังเซ็งแซ่ปะปนกับเสียงพิธีกรที่กำลังกล่าวต้อนรับผู้บริหารชุดใหม่อย่างเอิกเกริก“ขอต้อนรับคุณเฮลิออส วาเลนไทน์ ประธานกรรมการบริหารคนใหม่ และคุณเซลีน วาเลนไทน์ รองประธานบริหารค่ะ!” เสียงปรบมือดังก้องทั่วห้องเฮลิออสยืนอยู่กลางเวทีในสูทสีกรมเข้ม เขายิ้มอย่างมั่นใจ ยกมือโบกให้นักข่าวราวกับเป็นดาราที่คุ้นเคยกับแสงสปอตไลท์มานาน ส่วนเซลีนยืนข้างๆ ด้วยรอยยิ้มสวยสมบูรณ์แบบ เธอหันรับกล้องทุกมุมอย่างรู้จังหวะตรงกันข้ามกับอีรอสที่นั่งเงียบอยู่โต๊ะแถวหลังสุดโต๊ะของเขาอยู่ปะปนกับหัวหน้าแผนกและพนักงานระดับปฏิบัติการทั่วไป ไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อ ไม่มีการกล่าวถึง ไม่มีใครเชิญเขาขึ้นเวที ทั้งที่คนเกินครึ่งในห้องนี้รู้ดีว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนที่ขับเคลื่อนบริษัทตัวจริงคือใครอีรอสนั่งนิ่ง ดวงตาสีเข้มมองไปบนเวทีโดยไม่แสดงอารมณ์ แต่กรามที่เกร็งแน่นบอกชัดว่าเขากำลังกดอะไรบางอย่างไว้เต็มที่“นั่นคุณอีรอสจริงเหรอ…” เสียงซ

  • วิปลาสสีทมิฬ   1 อีรอส

    ฝนเม็ดเล็กโปรยลงมาบนหลังคากระจกของคฤหาสน์ตระกูลวาเลนไทน์ไม่ขาดสายเสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังแผ่วเบาปะปนกับเสียงสะอื้นปลอมๆ ของแขกในงานศพ กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวลอยคลุ้งไปทั่วโถงใหญ่จนชวนอึดอัด ราวกับความหอมหวานนั้นถูกใช้เพื่อกลบกลิ่นเน่าเฟะของผู้คนในงานหน้าโลงศพสีดำสนิท อีรอสยืนตัวตรงในชุดสูทสีดำเรียบกริบ ดวงตาสีเข้มของเขานิ่งสงบ แต่ใต้แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิดเขาแทบไม่ได้นอนมาเกือบสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่อาร์เธอร์หยุดหายใจครั้งสุดท้าย เขาต้องจัดการทั้งบริษัท หุ้นส่วน นักลงทุน รวมถึงงานศพที่ยิ่งใหญ่สมฐานะของประธานบริษัทอันดับต้นๆ ของประเทศทั้งที่คนตายคือพ่อของเขาแท้ๆ แต่เขายังไม่มีเวลาแม้แต่จะเสียใจ“คุณอีรอส… เสียใจด้วยนะครับ” ชายวัยกลางคนจากบอร์ดบริหารเดินเข้ามาจับมือเขาแน่น สีหน้าดูเวทนา“ถ้าไม่มีคุณ บริษัทคงแย่ไปแล้วจริงๆ” อีรอสยิ้มบางเพียงมุมปาก“ขอบคุณครับ”“ประธานเชื่อใจคุณมากนะครับ” อีกคนเสริมขึ้น พลางมองเขาด้วยสายตาที่แทบจะพูดออกมาตรงๆ ว่า ทุกคนรู้ว่าใครควรเป็นผู้สืบทอด“โปรเจกต์ออโรร่าถ้าไม่ได้คุณเข้ามากอบกู้ คงพังตั้งแต่ไตรมาสก่อนแล้ว”คำว่า ‘กอบกู้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status