Masuk“หึ อย่าทำเหมือนไลลาไม่รู้จักคุณสิคะ ไลลารู้นะคะว่าคุณเป็นยังไง ชอบแบบไหน ไม่ชอบแบบไหน แล้วไลลาก็มั่นใจว่าเมียของคุณคงมอบความสุขให้คุณไม่ดีเท่าไลลาแน่นอน” ไลลายังคงไม่ละความพยายาม พร้อมกับเดินเข้าหาชายหนุ่มด้วยความยั่วยวน เมื่อเห็นว่าเขานิ่งเธอก็ยิ่งได้ใจใช้มือเกี่ยวรอบคอชายหนุ่มอีกครั้งอย่างยั่วยวน ยิ่งได้เห็นแววตาเย็นชาคู่นั้นเธอยิ่งรู้สึกว่ามันมีเสน่ห์เหลือเกิน ชายหนุ่มมีเสน่ห์มากเสียจนเธอยอมเสียศักดิ์ศรีเพื่อให้เขาได้ครอบครองร่างกายด้วยความเต็มใจ
“ถ้าผมติดใจคุณขนาดนั้น ผมคงแตะต้องคุณไปนานแล้วไลลา เรื่องของเรามันจบไปแล้ว และผมไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนนอกจากของขวัญ” เตชินท์พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ เขาไม่ได้ผลักไสไลลาออกไป แต่เขากลับใช้แววตาและท่าทีแสนเย็นชาเพื่อให้เธอรู้ว่าไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้
“งั้นเหรอคะ ถ้าอย่างนั้นขอไลลาพิสูจน์หน่อยแล้วกันนะ” ไวกว่าความคิด หญิงสาวดึงรั้งชาย
“ก็พี่พูดเรื่องจริง หลักฐานขวัญก็รู้ดีอยู่แก่ใจ บอกแล้วไงว่าพี่มันทิฐิสูง พี่อยากเอาชนะก็เลยพูดไปแบบนั้น เมื่อคืนก่อนพี่ไปนอนคอนโดฯ คนเดียว ไม่ได้ออกไปหาใครทั้งนั้นจริงๆ ครับ แล้วรู้ไหมว่าพี่เสียใจแค่ไหนที่เมียไม่โทร.ตามกลับบ้าน แถมตอนเช้ายังมารู้ว่าเมียหนีเที่ยวกับน้องชายตัวเองอีก” ชายหนุ่มส่ายหัวและหัวเราะแห้งกับโชคชะตาอาภัพรักของตัวเองเบาๆ “ไม่ต้องมาทำเป็นพูดน้อยใจเลยค่ะ ก็คุณใหญ่เป็นคนเลือกออกไปนอนที่อื่นเองนี่คะ” หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยสายตาแง่งอน จากตอนแรกที่โกรธกลับกลายเป็นเริ่มอารมณ์เย็นลงและรับฟังด้วยเหตุผลมากขึ้น “อะๆ เราไม่คุยเรื่องเก่ากันดีกว่า พี่อยากรู้ว่าตอนนี้เมียของพี่หายโกรธพี่หรือยังครับ” เตชินท์ดึงหญิงสาวเข้ามาในอ้อมกอดด้วยความรักใคร่อีกครั้ง “คุณใหญ่ปล่อยนะคะ ขวัญอึดอัด ถ้าอยากให้ขวัญหายโกรธก็ต้องปล่อย&r
“คุณใหญ่คิดว่าขวัญโง่มากเหรอคะ ถึงจะเชื่อคำพูดพวกนี้ทั้งที่มันไม่มีมูลความจริงอะไรเลยด้วยซ้ำ คุณใหญ่เกลียดหน้าขวัญจนแทบไม่มองหน้า เราคุยกันนับคำได้ แล้วแบบไหนเหรอคะที่เรียกว่าหลงรักขวัญ ถ้าแบบนั้นเรียกว่ารัก ขวัญว่าคำว่ารักของเราความหมายมันคงแตกต่างกันเหลือเกิน” หญิงสาวส่ายหน้าด้วยไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มจะเอามุกนี้มาหลอกล่อให้เธออยู่ในโอวาทของเขา แต่เธอไม่มีทางหลงกลคำพูดหว่านล้อมของชายหนุ่มอีกเด็ดขาด ครั้งหนึ่งเธอเคยเชื่อคำหวานของเขาจนยอมมอบกายให้เขาเชยชม และสุดท้ายเขาก็ไปมีความสุขกับคนอื่นมาแล้ว ครั้งนี้เธอจะไม่ปล่อยใจให้เขาง่ายๆ แน่ “แล้วจะให้พี่แสดงออกยังไง ในเมื่อเล็กมันชอบขวัญ ไม่สิ ต้องบอกว่าขวัญกับเล็กชอบพอกันอยู่ จะให้พี่ไปแทรกกลางหรือยังไง” เตชินท์พูดด้วยความเจ็บปวด ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกอะไรเวลาที่เห็นไอวารินกับเตวิชสนิทสนมกัน เขาไม่อยากเข้าไปทำลายความสุขของทั้งสองคน ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งเตวิชหรือไอวารินจะเลิกชอบพอกันไปเองตามประสาวัยรุ่น แต่ใครจะคิดว่าทั้งสองคนจะยังมีความรู้ส
เช้าวันรุ่งขึ้นไอวารินตื่นมาด้วยความรู้สึกปวดตามเนื้อตัว ไม่ว่าจะพยายามลุกขึ้นเท่าไรเธอก็ไม่สามารถลุกจากเตียงได้ เนื่องจากร่างหนาของชายหนุ่มได้กอดรัดเธอไว้ราวกับเป็นสิ่งของที่เขาหวงแหน ใช่! เธอเป็นเพียง ‘สิ่งของ’ ที่ชายหนุ่มกำลังชอบเล่นสนุกด้วย และสักวันที่เขาเบื่อหรือวันที่เธอหมดประโยชน์ ก็คงทิ้งขว้างเธออย่างไม่ไยดี “จะไปไหน ฮึ” เตชินท์กระชับอ้อมกอด พร้อมกับจูบแก้มใสเบาๆ ด้วยความรักใคร่ “ปล่อยค่ะ ขวัญจะไปอาบน้ำ” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง เหตุการณ์เมื่อคืนทำให้เธอไม่อยากที่จะเผชิญหน้ากับชายหนุ่มอีกหากไม่มีเรื่องจำเป็น “ลุกไหวหรือไง ถ้าอยากอาบน้ำเดี๋ยวพี่ช่วยพาไป อาบให้ด้วย” ชายหนุ่มลืมตามองหน้าสาวน้อยด้วยความอ่อนโยน เมื่อคืนเขาโกรธเธอจนแทบคลั่ง แต่เมื่อพายุสงบลงชายหนุ่มก็เริ่มใจเย็นและนึกโกรธตัวเองที่รุนแรงกับหญิงสาว
“เล็ก!” ทันทีที่เตวิชพูดจบเตชินท์ก็ทำท่าจะเข้าไปสวนหมัดใส่น้องชายอีกครั้ง “หยุดนะใหญ่ เล็ก! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน สองคนไม่เห็นหัวย่าแล้วหรือไง” คุณหญิงโสภิตาเสียงดังขึ้นด้วยความโมโห ไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นที่บ้านของตนเอง และไม่อยากจะเชื่อว่าสองพี่น้องที่ต่างกันคนละขั้วจะรักผู้หญิงคนเดียวกัน “เล็ก ลูกไม่ได้ทำอะไรหนูขวัญใช่ไหม” เอมอรเอ่ยถามทั้งน้ำตา ยิ่งเห็นลูกชายทั้งสองต้องมามีเรื่องชกต่อยกันเช่นนี้เธอยิ่งรู้สึกเจ็บปวด ได้แต่ภาวนาว่าจะไม่เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นอีก “เหอะ! ผมไม่ใช่คนที่จะบังคับจิตใจผู้หญิงเหมือนที่คุณย่า คุณแม่ แล้วก็พี่ใหญ่ทำหรอกครับ” เตวิชเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด ก่อนที่จะเดินไปสตาร์ตรถออกไปทันที เขาไม่สามารถทนอยู่กับสถานการณ์เช่นนี้ได้อีกต่อไปแล้ว&nbs
“ขวัญขอโทษค่ะ แต่ว่า…ขวัญเป็นผู้หญิงของคุณใหญ่ ถึงแม้ว่าคุณใหญ่จะไม่ได้รักขวัญ แต่เราไม่สามารถหนีความจริงข้อนี้ได้ ถึงยังไงขวัญก็เป็นของคุณใหญ่แค่คนเดียวค่ะ” ไอวารินพูดโดยไม่มองหน้าเตวิช เธอรู้สึกละอายใจไม่น้อย ตลอดทั้งวันเธออาจจะกำลังให้ความหวังชายหนุ่มอยู่ แต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวที่จะดึงรั้งให้เตวิชเป็นของตายของตนเอง“ขวัญรักพี่ใหญ่ใช่ไหม” เตวิชกลับไปพิงที่นั่งของตนเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย“ขวัญ…ขวัญขอโทษค่ะ” หญิงสาวแทบสะอื้นออกมา เธอไม่อยากตอบออกมาตรงๆ เพราะส่วนลึกในจิตใจก็อยากจะบอกตัวเองว่าไม่ควรไปรักคนใจร้ายแบบนั้น แต่สุดท้ายเธอก็ไม่สามารถห้ามความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองได้“ฉันเข้าใจแล้ว ขอโทษนะ ฉันจะพาเธอกลับเดี๋ยวนี้แหละ” เตวิชหันไปมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกผิด ต่อให้เธอไม่ตอบตามตรงแค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าไอวารินกำลังตกหลุมรักพี่ชายของเขา และเหตุการณ์เมื่อครู่นี้เขาเกือบจะล่วงเกินหญิงสาวโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจ มากไปกว่านั้นเขากำลังทำผิดต่อพี่ชายแท้ๆ ของตนเอง คิดได้อย่างนั้นเตวิชก็รู้
“อื้ม แต่ก่อนกลับฉันอยากพาขวัญไปดูอะไรก่อน” เตวิชพูดด้วยรอยยิ้ม มันเป็นสิ่งที่เขาอยากพาเธอไปนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส ยิ่งในวันนี้ที่เธอมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้เขาด้วยแล้ว โอกาสของเขาแทบหาไม่ได้เลย“ไปไหนเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย“อยากรู้ก็รีบกินสิ เดี๋ยวฉันพาไป” เตวิชส่งยิ้มให้หญิงสาวอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะหันไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อเตวิชขับรถพาไอวารินไปที่จุดชมวิวแห่งหนึ่ง ซึ่งเขารู้มาจากเพื่อนสนิทว่าตรงนี้เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักแวะเวียนมา หรือจะเรียกว่าเป็นที่ลับเลยก็ว่าได้ แต่วิวของจุดนี้สวยงามไม่แพ้จุดที่เป็นสถานที่ยอดฮิตเลยแม้แต่น้อย ตัวเขาเองเคยมีโอกาสมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยเรียน และคิดว่าต้องพาไอวารินมาให้ได้สักครั้งหนึ่ง จนในที่สุดเขาก็มีโอกาสนั้นจนได้“คุณเล็กพาขวัญมาดูวิวตอนกลางคืนนี้เนี่ยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขำขัน เธอดูออกว่าตอนเช้าที่นี่คงจะสวยงามมาก แต่พอมาตอนเวลาทุ่มกว่าแบบนี้เลยมองแทบไม่เห็นอะไร“ใจเย็นสิ ฉันพาขวัญมาดูนี่ต่างหาก” ชายหนุ่มเหยีย







