เข้าสู่ระบบบทที่ 3 ตัวแทน
ปรีดิทาถึงกับปากสั่นในความเลือดเย็นของทิวัตถ์ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นคนเดียวกันกับคนที่เธอตกหลุมรัก จนได้แต่งงานกัน
ความหวานปะแล่มๆ ไม่ได้โดดเด่นตามสไตล์คนพูดน้อยอย่างเขาทำให้หัวใจของเธอชุ่มฉ่ำได้ เธอไม่ได้ต้องการการเอาอกเอาใจ ขอแค่เขารักก็เพียงพอ ก่อนดึงตัวเองกลับมามองนงลักษณ์อย่างลำบากใจ
ฝ่ายคนที่ไม่เป็นที่ต้อนรับวางหน้าเครียด เพราะไม่อยากปล่อยให้คุณหนูอยู่ที่นี่ตามลำพัง ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน กระทั่งปรีดิทาเปิดตาขึ้นหลังหลับลงเพื่อตัดสินใจ
“ตอนนี้โปรดจำเป็นต้องพึ่งเขาค่ะป้า”
นอกจากทิวัตถ์จะเลือดเย็นแล้ว เขายังสอนให้เธอเป็นเช่นนั้นด้วยเช่นกัน ในเวลานี้ทางเลือกของเธอแทบไม่มี การทำให้ลูกปลอดภัยจากหยางจินคือสิ่งสำคัญที่สุด พลางลูบข้อมือของคนที่เธอรักไม่ต่างจากบิดามารดาเป็นการขอโทษ“มันไม่นานหรอกค่ะป้า โปรดสัญญา” หลังจากนี้เธอจะรีบหาทางออกเพื่อไปให้พ้นจากเขาและหยางจิน
“ป้าเข้าใจค่ะคุณโปรด”
นงลักษณ์ส่ายหน้าช้าๆ หลังเห็นแววตารู้สึกผิดของปรีดิทา ไม่อยากให้คิดมาก เพราะใช่ว่าเธอนั้นไม่มีที่ไป เธอยังมีบ้านของหลานที่ต่างจังหวัดให้กลับไปอาศัย แต่ก็นึกห่วงคนทางนี้
“ป้ากลับไปรอโปรดที่บ้านที่ต่างจังหวัดนะคะ โปรดจะโอนเงินให้” ปรีดิทาแสนจะรู้สึกผิด เรื่องความเป็นอยู่และค่าใช้จ่ายของนงลักษณ์เธอจะจัดการให้เหมือนเคย ใจจริงก็อยากให้คนสนิทกลับไปอยู่ที่บ้านที่เพิ่งจากมา แต่มันใกล้หยางจินเกินไป และควรผลักนงลักษณ์ให้ห่างออกไป ไม่ให้คนคิดร้ายนำมาเป็นจุดอ่อน
“คุณโปรดไม่ต้องห่วงป้าหรอกค่ะ ขอแค่ดูแลตัวเองกับคุณหนูให้ดีก็พอค่ะ”
“โปรดขอโทษจริงๆ นะคะป้า”
ปรีดิทาก้มหน้าลงเป็นการขอโทษ แล้วหันไปมองคนที่เดินวนกลับมาหา
“พี่สรคะ” หญิงสาวเอ่ยเรียกสรพัศ เพราะเธอมีเรื่องจะไหว้วาน
“เดี๋ยวผมจะพาไปส่งเองครับ”
“ไว้โปรดจะโทร.หาบ่อยๆ นะคะป้า”
เมื่อร่ำลากันเสร็จกระเป๋าของนงลักษณ์ก็ถูกหิ้วไปยังรถอีกคัน มีสรพัศเป็นสารถีนำพาไปส่งยังบ้านสวนที่ต่างจังหวัด ปรีดิทายืนโบกมือลาจนรถค่อยๆ พ้นระยะสายตา
หญิงสาวยังยืนอุ้มลูกอยู่ตรงนั้นราวกับขอเวลาเตรียมใจให้เข้มแข็ง การต่อกรกับคนที่รักไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในวันหนึ่งก็คงไม่ยาก เพราะเธอกับเขาจะกลายเป็นแค่คนแปลกหน้าของกันและกัน
ก่อนจะเป่าปากแรงๆ เพราะถึงเวลาต้องขยับเท้าเข้าไปในบ้านที่เธอเคยอยู่แล้ว
แค่ก้าวเท้าลึกไปด้านในก็เห็นจารวีมายืนรออยู่เพื่อนำพาไปยังห้องนอน เป็นห้องด้านล่างที่อยู่ด้านในสุด กระเป๋าถูกนำมาวางไว้ก่อนแล้ว
ปรีดิทากวาดตามองไปรอบๆ แม้ที่นี่จะใหญ่ สะดวกสบาย แต่มันไม่ได้อุ่นใจเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เธออดสงสัยไม่ได้
“คนอื่นๆ ไปไหนกันหมดเนม” แต่ก่อนจะมีคนเก่าคนแก่ที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านอย่างมะลิวัลย์กับหลานชาย ซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นอยู่ที่นี่ด้วย เมื่อไม่เห็นจึงนึกแปลกใจ ตอนที่รีบมาที่นี่นั้นเธอไม่ทันได้สังเกต
“คุณไท่ให้ลาออกไปแล้วค่ะ”
ปรีดิทาที่ได้ฟังนึกสงสัย เขาก็ดูรักและเคารพมะลิวัลย์มาก เหตุใดจึงให้ลาออก จำได้ว่าไม่นานมานี้เธอยังเจอกับหลานชายของอีกฝ่ายอยู่เลย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องไปวุ่นวายจึงปัดตกไป ส่วนจารวีถอยหลังออกจากห้องเมื่อเจ้านายไม่ได้ต้องการให้ช่วยเหลือ
หญิงสาวจัดการวางเจ้าตัวเล็กลงบนเตียง นำที่นอนที่นงลักษณ์ใส่ถุงผ้าใบใหญ่ออกมาวางเพื่อให้ยัยตัวเล็กได้นอนหลับสบาย หลังมีแต่เรื่องวุ่นๆ ที่คงทำให้แกขวัญเสียไม่น้อย
ในครึ่งชั่วโมงต่อมาเท้าเรียวเล็กก็ก้าวออกจากพื้นที่ของตนเองตรงไปหาเขาคนนั้น
“ที่ห้องไม่มีของใช้เด็กค่ะ” ปรีดิทาตรงเข้าประเด็นทันที
คนที่นั่งถือไอแพดอยู่นั้นทำแค่เอียงคอมองสมาชิกใหม่คนเก่าของตัวเอง
“โปรดแค่มาบอกไว้ว่าหลังจากนี้โปรดต้องออกไปซื้อของให้ลูกและบางส่วนโปรดต้องกลับไปเอาที่บ้านค่ะ” เธอไม่ได้มาเรียกร้องให้เขาจัดการให้ แค่มาบอกไว้ในฐานะผู้อาศัยก็เท่านั้น
ทิวัตถ์ไม่ได้โต้ตอบ ก้มหน้ามองหน้าจอไอแพดต่อราวกับสิ่งนั้นสำคัญกว่า จนคนมองยิ้มเยาะใส่ตัวเองที่มีอาการเจ็บหัวใจ ใครเจอแบบนี้แล้วจะไม่เจ็บบ้าง ก่อนเป็นเขาที่เงยหน้ามามองเธอที่ยังไม่ยอมไปไหนอีกครั้ง
“หน้าที่ของโปรดมีอะไรบ้าง โปรดอยากรู้ขอบเขต”
เธอมีเรื่องที่ต้องการถามให้เข้าใจ และแน่นอนว่าความเงียบที่สาดมาทำให้ต้องตั้งคำถามไปอีก
“กี่ครั้ง โปรดต้องเป็นเธอกี่ครั้งกัน” แม้จะบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น ทว่ามันก็ออกอาการเล็กๆ อยู่ดี
“แล้วแต่ความอยาก” ทิวัตถ์บอกสั้นๆ ง่ายๆ มือวางไอแพดลงแล้วพิงแผ่นหลังกับพนักโซฟาเพื่อเฝ้ามองตัวแทน
“งั้นโปรดจะคิดจากวันเก่าๆ”
เมื่อเขาให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ เธอจึงเป็นฝ่ายสรุป แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่น่าหยิบยกเอามาพูด นาทีต่อมาก็โยนประโยคปิดท้ายไป เพราะเธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
“ถ้านอกจากนั้นคุณต้องจ่าย”
“จะขาย?”
คนฟังถามเสียงหยันแล้วนึกตลก
“ขายได้เหรอวะ แต่ว่าเท่าไหร่ล่ะ” ประโยคแรกคล้ายพูดกับตัวเอง ประโยคที่สองถามอย่างเจาะจงกับคนที่กล้าเอ่ยเช่นนั้น
“...” แม้จะเป็นคนเสนอ แต่เมื่อเจอคำถามนั้นปรีดิทาก็สะอึกอยู่ไม่น้อย
“ครั้งละแสนน่าจะพอ ให้สมกับดีกรี...คุณหมอคนเก่ง” หนนี้ทิวัตถ์เป็นฝ่ายสรุปบ้าง เป็นข้อสรุปที่มีความเย้ยหยันแฝงอยู่เต็มเปี่ยม
“ถ้าจะให้ตามความสามารถ โปรดควรได้มากกว่านั้น” ปรีดิทารู้สึกคล้ายถูกกระสุนปืนกระหน่ำยิงไปทั่วร่างกาย เธอเลือกจะเก็บความเจ็บไว้ด้านใน ทว่าหัวใจก็อดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงการเป็นหมอ มันเป็นสิ่งที่เธอรักพอๆ กับเขา
“ก็แค่อดีตปะ เท่านี้ก็พอแล้ว” ทิวัตถ์ถามให้คิด
“แต่โปรดต้องเป็นเธอ ไม่ใช่ตัวเอง โปรดต้องได้แบบสมน้ำสมเนื้อ โปรดจะไม่ยอมขาดทุน คุณเองก็คงไม่คิดโกงโปรดหรอกใช่ไหมคะ คุณหมอไท่คนดี” ครั้งนี้ปรีดิทาขอประชดเขากลับบ้าง และจะไม่ยอมเด็ดขาด
“เดี๋ยวนี้ปากเก่งนะ ไม่เห็นเหมือนแต่ก่อน” คนที่ได้ฟังถ้อยคำแสบราวกับมดกัดทวงถาม หรือนี่คือตัวตนจริงๆ ของปรีดิทา
“คุณเองก็ไม่เหมือนแต่ก่อน” เขาไม่มีสิทธิ์มาถามหรือต่อว่า เพราะคนที่เปลี่ยนไปก่อนคือเขา
“เรามันก็เป็นกิ้งก่าที่เปลี่ยนสีได้ด้วยกันทั้งสองคนนั่นละ” ทิวัตถ์ไหวไหล่คล้ายยอมรับกลายๆ ส่วนหญิงสาวได้แค่มองคนที่กล่าววาจาร้ายๆ นาทีถัดมาลำตัวก็ชะงักไปเล็กน้อยกับประโยครู้ทันของชายตรงหน้า
“ไม่กี่อาทิตย์คงหนีได้แล้ว”
ทิวัตถ์รู้ดีว่าเขาจะเป็นที่พักพิงของปรีดิทาไม่นานหรอก หลังจากนี้เจ้าตัวคงคิดหาทางจะจากไป
บทส่งท้าย6 ปีต่อมา “ป๊ะป๋า” เสียงเล็กๆ ใสๆ ดังมาก่อนตัวเสมอ คนที่ถูกเรียกหันมองตามเสียงฝีเท้ารัวๆ ที่กำลังมุ่งหน้ามาหา แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก “ป๊ะป๋าขา” “ขา” ทิวัตถ์หัวใจอ่อนยวบ เขาแพ้คำนี้ แพ้จนหมดหัวใจ แล้วหันไปขานรับกับลูกสาววัยเจ็ดขวบครึ่ง ในวันนี้ปราณปรียาโตขึ้น ผมยาวประบ่า ผิวนั้นขาว และตัวสูงนิดหน่อย พลันละมือจากตะหลิวไปช่วยประคองลูกสาวที่กำลังปีนป่ายขึ้นมาชะโงกหน้ามองสิ่งที่เขาทำ “หิวจังค่ะ ป๊ะป๋าทำใกล้เสร็จหรือยังคะ” เสียงอ้อนร้องถาม แล้วพยายามชะโงกหน้าดูของในกระทะที่ป๊ะป๋าของเธอกำลังลงมือทำอยู่ “ป๊ะป๋าทำจะใกล้เสร็จแล้วค่ะ เหลือแค่ใส่ไส้กรอกกับผักอีกนิดหน่อย หนูปราณรออีกนิดได้ไหมคะ” ชายหนุ่มอธิบายกับลูก เวลาที่เขาทำอาหารปราณปรียามักมาคอยถามอยู่เสมอ จึงหาเก้าอี้มาตั้งไว้ห่างออกไป “ได้ค่ะ แต่ว่าหนูขอกินอันหนึ่งได้ไหมคะ” ปราณปรียาหยุดคิดไปชั่วครู่ราวกับทบทวนว่าท้องน้อยๆ จะทนได้หรือไม่ สายตามองไปยังไส้กรอก แล้วกลืนน้ำลายลงคอ “ได้สิคะ” ชายหนุ่มหยิบไส้กรอกที่เขาทอดแยกไว้ให้แ
พอไปถึงก็ขึ้นไปยังชั้นบนสุด หยุดเท้ายังหน้าเคาน์เตอร์ของโรงหนังเพื่อซื้อบัตร โชคดีที่กำลังมีรอบฉายอีกไม่เกินสิบนาที แม้จะกินเค้กมาแล้ว แต่ปรีดิทาก็ยังซื้อพ็อปคอร์น เพราะทิวัตถ์ชอบกินเวลาดูหนัง พอถึงเวลาหนังฉายก็เดินเข้าไปด้านใน เธอกับเขาซื้อเป็นที่นั่งโซฟาไว้ แต่ไม่นานปรีดิทาก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ ขยับตัวเข้ามาชิดใกล้ หนังกำลังมีเสียงดนตรีที่น่ากลัว และเป็นฉากที่มีผีค่อยๆ คลานออกมา “นั่นแน่ กลัวผีเหมือนเดิมเลยนะคะพี่ไท่” ทิวัตถ์ที่ถูกเย้าหันไปส่งค้อนให้ภรรยา เขาชอบดูหนังผี แต่ก็แอบกลัวนิดๆ ก็ซาวด์เอฟเฟกต์น่ากลัวเสียขนาดนั้น คนเราก็ต้องมีตกใจกันบ้าง แล้วหยิบพ็อปคอร์นมาจ่อใส่ปากภรรยาเพื่อไม่ให้ถูกล้ออีก ปรีดิทาได้แต่แอบขำ แล้วยกมือขึ้นกอดแขนแกร่งไว้ จากนั้นพิงศีรษะไปซบ ทิวัตถ์ยิ้มกว้าง “ถ้ากลัวก็กอดพี่แน่นๆ นะ” ชายหนุ่มว่า “ค่า” หญิงสาวถึงกับต้องลากเสียงยาว เธอต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น แล้วดึงตากลับไปสนใจหนังที่กำลังถึงจุดพีก เธอนั้นหวีดร้องออกไปหลายครั้ง ส่วนทิวัตถ์บีบมื
บทพิเศษ 4 “สวัสดีค่ะคุณหมอ” คำทักทายนี้ยังคงทำให้ปรีดิทาระบายยิ้มได้เหมือนเคยเมื่อมาถึงโรงพยาบาล การทำงานของเธอในแต่ละวันยากง่ายไม่เหมือนกัน วันไหนเจอเคสหนักๆ ก็อาจจะเหนื่อยสักหน่อย มีล้าไปบ้าง แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของคนไข้ก็ดีขึ้น รวมถึงได้กำลังใจจากสามีและลูกสาวด้วย วันเวลานั้นผันแปรมาจนตอนนี้ปราณปรียาอายุได้หนึ่งขวบครึ่งแล้ว มีพ่อของแกคอยดูแลทุกอย่าง ชายหนุ่มทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทั้งหน้าที่ของพ่อและสามี ในตอนนี้ทิวัตถ์ได้เปิดธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ ร่วมกับเพื่อนรักอย่างนครินทร์เรียบร้อยแล้ว พอถึงเวลาเลิกงานมือเล็กก็หยิบกระเป๋าสะพายพาดบ่า ป่านนี้หนุ่มสุดหล่อของเธอคงมารอรับแล้วเหมือนในทุกๆ วันที่ผ่านมา พอเดินออกไปถึงประตูทางออกก็พบเขาจริงๆ แต่มีหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไป นั่นคือยานพาหนะที่เขาเอามารับเธอ ทิวัตถ์ส่งยิ้มไปทักทายภรรยาแสนรัก ขยับตัวจากรถมอเตอร์ไซค์ขนาดสามสูบที่มีดีไซน์เรียบหรูแต่ทันสมัยเดินไปหาคนตัวเล็ก “วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมโปรด” “ไม่เหนื่อยค่ะ ว่าแต่รถใครกันคะ” เธอส่ายหน้าและไม่
“อื้อ” ครั้งนี้เสียงลอดมาจากปากนุ่มบ้าง ปรีดิทารู้สึกวูบวาบในช่องท้องพร้อมสยิวซ่าน แต่เธอไม่ยอมน้อยหน้าคนตัวโตจึงขยับตัวขึ้น ใช้มือกดหัวไหล่แกร่งเพื่อให้ตนเองเป็นฝ่ายควบคุมการจูบ ทิวัตถ์ชอบใจ เขาพร้อมที่จะเป็นผู้ตาม แล้วทั้งเขาและหญิงสาวก็สอดแทรกปลายลิ้นเข้าหากัน ผลัดกันหาความหวาน มือลูบไล้ไปทั่วกระตุ้นเย้าอารมณ์ ก่อนทั้งเธอและเขาจะผละห่างออกจากกันอย่างรู้ความหมาย ต่างฝ่ายต่างถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก เขารีบร้อนแต่หญิงสาวเชื่องช้า ถอดแค่เสื้อยีนออกเท่านั้น เพราะจงใจแกล้ง ทิวัตถ์ต้องเป่าปากแรงๆ “เลิกแกล้งพี่เสียทีเถอะ” ชายหนุ่มอ้อนวอนเสียงสั่น นัยน์ตาก็วอนขอ คนตัวเล็กพยักหน้ายินยอม เธอไม่แกล้งเขาแล้วก็ได้ แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยน เขาต้องเป็นฝ่ายถอดชุดที่เหลือให้เธอ พลันหันหลังให้ บอกถึงความต้องการของตนเอง ชายหนุ่มเข้าใจได้ในทันที มือรีบยื่นไปจัดการกับชุดสวย ตามด้วยแพนตี้และบราเซีย แค่อึดใจเท่านั้นร่างกายของเขาและหญิงสาวก็เปล่าเปลือย สายตาคมกริบไล่มองทุกสัดส่วนของภรรยา เขายังรู้สึกตื่นเต้นได้เส
ปราณปรียานั้นกำลังนั่งเล่นอยู่กับรำนำและจารวี โชคดีที่คนรอบตัวเอ็นดูแก พอใกล้ถึงเวลาสำคัญถึงกลับขึ้นห้อง หยิบเสื้อผ้าที่ภรรยาเตรียมไว้ให้ขึ้นมาสวมใส่ แล้วหยิบยางขึ้นมามัดผมไปด้านหลัง พอเสร็จก็เดินกลับลงไปหอมแก้มลูกสาวพร้อมเอ่ยคำฝากฝัง “ฝากด้วยนะ” “ได้ค่ะคุณไท่” จารวีรับอาสาที่จะดูแลคุณหนู ก่อนจะจับมือน้อยๆ โบกให้คุณพ่อของแก ทิวัตถ์ขับรถตรงไปยังโรงแรมและจัดการเช็กอินตามข้อมูลที่ภรรยาส่งมา ส่วนหญิงสาวกำลังขับรถตามมา พอไปถึงภายในห้องพัก สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ ก่อนพาตัวเองไปยืนชิดหน้าต่างที่เป็นกระจกบานใหญ่ ซึ่งมองเห็นวิวของท้องฟ้า มองเห็นแสงไฟที่เริ่มระยิบระยับจากอาคารบ้านเรือน ไฟในห้องอยู่ในโทนสีเหลืองอ่อนๆ กลิ่นของห้องก็หอมราวกับดอกไม้ แต่ไม่ทันจะได้สำรวจมุมอื่น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น สองเท้าก้าวไปเปิดประตูทันที สิ่งแรกที่เห็นไม่พ้นดวงหน้าหวานของภรรยาแล้วสะดุดกับชุดที่หญิงสาวสวม ชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมที่มีเสื้อคลุมสียีนสวมทับอีกที รอยยิ้มของทิวัตถ์กว้างขึ้น เพราะชุดของภรรยาก็เป็นชุดที
บทพิเศษ 3 “มา...ม้า” ถ้อยคำที่ฟังชัดขึ้นมาเล็กน้อยทำให้คนที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้องพักของตัวเองยิ้มกว้าง เธอเปิดคลิปนี้เป็นประจำเมื่อมีเวลาว่าง เปิดซ้ำๆ เป็นร้อยครั้งนับจากที่มันถูกส่งมาเมื่อสี่เดือนที่แล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่คำว่ามาม้าคำเดียว แต่คำว่าป๊ะป๋าก็ตามมาด้วย แค่มันอาจจะยังไม่ชัดเจนเท่าไร ในตอนนี้ทิวัตถ์เป็นคุณพ่อที่ติดลูกเอามากๆ ปราณปรียาฉลาด รู้ว่าถ้าอ้อนแล้วบิดาไปไหนไม่รอดแน่นอน เธอเองไม่ต่างกัน หญิงสาวพิงแผ่นหลังกับพนักเพื่อผ่อนคลายร่างกาย เพราะวันนี้เธอมีตรวจคนไข้หลายราย ก่อนจะมองสมาร์ตโฟนอีกรอบ เพราะเพื่อนรักติดต่อมาหา “ว่าไงหนูดี” ปรีดิทาถามด้วยน้ำเสียงสดใส ทว่าถ้อยคำของเพื่อนทำให้ขมวดคิ้ว “แกรู้ข่าวออมสินหรือยังโปรด” “ข่าวอะไรเหรอ” ปรีดิทาเอ่ยถาม เมื่อพูดถึงออมสินก็ลอบถอนหายใจหนึ่งหน หลังจากเรื่องของเธอจบลงออมสินยังตามมาระราน ราวี แต่เธอพยายามไม่ใส่ใจ เพราะอยากต่างคนต่างอยู่ แต่ชายหนุ่มไม่ค่อยเห็นด้วย ทว่าเขาก็เคารพการตัดสินใจของเธอที่มองว่าในวันหนึ่งผลของการกระทำจะไล่หลังออมสินเอง แล้วได้ฟังป
“หนูดี ฉันต้องการความช่วยเหลือ” พูดคุยกันสักพักใหญ่เธอก็กดวางสาย จังหวะนั้นเองใครบางคนก็โทร.เข้ามา หญิงสาวเม้มปากแน่นทันที แล้วตัดสินใจรับสาย
ทิวัตถ์แค่นยิ้มใส่คนที่ไร้หัวใจ เขามองออกว่าหยางจินห่วงอำนาจและผลประโยชน์มากกว่า เพราะถ้าไม่มีอำนาจและบารมีทางบ้านของลลิษามาค้ำจุน หยางจินก็เสมือนตัดขาทิ้งไปข้าง ทั้งสองเกื้อหนุนกันมาตลอด “มันไม่ใช่เวลามาตั้งคำถาม” หยางจินม
“โปรดทำงานอยู่ค่ะ” หญิงสาวปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พยายามเก็บซ่อนทุกอย่างเอาไว้ เพราะคิดว่าหากสิ่งที่ตนคิดเป็นจริง หากเขารู้ว่าเธอกำลังค้นหา เขาคงพยายามซ่อนมันมากกว่าเดิม แล้วไม่วายมองลึกเข้าไปในแววตาคู่นั้น ก่อนจะเอ่ยถามกลับไปบ้าง “คุณเข้ามาในห้องทำไมคะ” “แวะมาดูลูก” ทิว
“ไม่รู้ทำไมฉันรู้สึกว่ามันยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกเรื่อง” ปรีดิทาหันไปมองรอบๆ ก่อนจะอธิบาย โดยเห็นรำนำยืนมองอยู่ไกลๆ “ยังไง” ดนุภาเลิกคิ้วตั้งคำถาม &ldqu





![รักแรกไงแพ้เกย์คู่ [3p]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

