Mag-log in“ขึ้นรถ”
ปรีดิทายังไม่ได้ก้าวเท้าขึ้นไป เธอนิ่งคล้ายกำลังตัดสินใจ แน่นอนว่าเธออยากหนี อยากไปตอนนี้เลย แต่การหนีต้องจบลงในครั้งเดียว ไม่ใช่หนีแบบไม่จบไม่สิ้น หนีไปแล้วยังถูกตามเจอแล้วถูกจับกลับมา หรือต้องอยู่แบบหวาดระแวง สมองจึงขบคิดและทบทวน
ที่ผ่านมาเธอไม่เคยคิดว่าต้องรับมือกับหยางจินจึงไม่ได้หาหนทางใดๆ ไว้เลย เธอก็อยู่ส่วนเธอ ส่วนหยางจินก็ไม่ได้เข้ามายุ่มย่าม และตัวของชายหนุ่มเองนั้นก็พูดถึงบิดาให้ฟังน้อยมาก จนแทบจะไม่พูดด้วยซ้ำ แต่เธอก็พอรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ทิวัตถ์ชัง
ชั่วครู่หนึ่งหญิงสาวก็หยิบสมาร์ตโฟนโทร.บอกเพื่อนบ้านที่รออยู่ว่าไม่ต้องรออีกแล้ว จากนั้นก้าวเท้าขึ้นรถ แล้วความเงียบก็กลืนกินไปทั่ว
ปรีดิทานั่งขบปากอย่างกังวล หนทางเดียวที่มองเห็นตอนนี้มีแต่เขา มีแต่ยอมไปก่อน แต่การยอมนี้ต้องนำพาเธอกับลูกไปสู่อิสระอย่างเร็วไว
หญิงสาวก้มหน้ามองแก้วตาอยู่ตลอด เข้าใจความรู้สึกที่ว่าใจจะขาดนั้นเป็นอย่างไร และนอกจากหนีแล้วเธอยังอาจจะต้องหาคนมางัดข้อกับหยางจิน ในจังหวะหนึ่งเหลือบตาไปมองคนที่เงียบตั้งแต่เธอขึ้นรถมา แล้วเห็นรอยแดงก่ำที่หลังมือของเขา แดงมากและมีเลือดซิบๆ คล้ายชายหนุ่มไปมีเรื่องมีราวกับใครมา
ไม่รู้เขาไปได้แผลมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่มีเวลาสนใจสิ่งอื่น แต่ปรีดิทาก็ทำแค่มอง เพราะคนที่เธอควรโฟกัสมากที่สุดคือลูกสาว
เมื่อรถเคลื่อนตัวไปใกล้ถึงบ้าน ปรีดิทาก็ดึงสายตากลับไปมองเขาอีกครั้ง คล้ายๆ ว่าเธออยากรู้หนึ่งคำตอบ ทิวัตถ์ที่รู้ว่าโดนจับจ้องหันไปมองคนข้างกาย ก่อนจะบอกเหตุผลที่เขาเก็บงำไว้นาน
“การมีเธออยู่ดีกว่าเยอะ อย่างน้อยๆ ฉันก็ช่วยลดความวุ่นวายในการหาลูกสะใภ้คนใหม่ของหยางจิน”
คนฟังสะอึกจุกนิดๆ นี่สินะคำตอบที่เธออยากรู้ เขาจะให้เธอเป็นไม้กันหมา จังหวะหนึ่งแค่นยิ้ม เพราะเธอก็กำลังให้เขาเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แล้วภายในรถก็มีแต่ความเงียบอีกจนไปถึงหน้าบ้าน
ฝ่ายนงลักษณ์นั้นยืนรออยู่ด้วยใจกระวนกระวาย
“คุณโปรด”
นงลักษณ์ปรี่เข้าไปหาและสวมกอดคุณหนูทั้งสอง ปากร้องบอกในสิ่งที่เตรียมการไว้
“ป้าเก็บของแล้วค่ะ” เธอเก็บของใช้ที่คิดว่าจำเป็นใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมย้ายแล้ว จังหวะหนึ่งไม่วายเหลือบตาไปมองคนที่ก้าวเท้าไวๆ ผ่านหน้าไป ไม่ถึงสามนาทีคำถามก็ดังขึ้น
“นั่นคุณจะเอากระเป๋าพวกเราไปไหนคะ” นงลักษณ์มองทิวัตถ์ที่หิ้วกระเป๋าสามใบไว้ในมือแล้วเดินตรงไปยังรถ
แอสตันมาร์ติน
“รีบขึ้นรถมา” ทิวัตถ์ไม่ได้ตอบ แต่สั่งการ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดขยับเท้าจึงบอกอีก
“ถ้าอยากถูกพรากลูกอีกก็ตามใจ”
ปรีดิทารู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอไม่มีทางเลือก การจะต่อกรกับหยางจินไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นเธอในตอนที่สูญเสียทุกอย่างยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ หนทางเดียวที่ทำได้ไม่พ้นพึ่งเขาไปก่อน แล้วค่อยหาทางไปอย่างรอบคอบ แบบม้วนเดียวจบ
“โปรดต้องตอบแทนคุณยังไงบ้างคะ” ปรีดิทาถามพร้อมจ้องมองกรอบหน้าคมเข้ม คนตรงหน้าจะทิ้งขว้างเธอแล้วยืนขาตายไม่ยอมหย่าต่อไปก็ได้ เขาก็ไม่ได้เสียอะไร แต่การที่เขายอมปกป้องเธอ ย่อมแสดงว่าอาจจะอยากได้อะไรบางอย่าง
“เธอต้องเป็นตัวแทนของลลิษ” ทิวัตถ์บอกด้วยน้ำเสียงที่เข้มกว่าปกติ แต่สายตายังว่างเปล่าเหมือนเคย
“โปรดตัวเล็กกว่าเธอ” ปรีดิทารู้สึกขมปร่าไปทั้งลำคอ แต่ก็พยายามแจกแจงให้คนตรงหน้าได้หวนคิดสักนิดว่า เธอกับผู้หญิงคนนั้นต่างกัน
“ไม่ติด” ทิวัตถ์ยกไหล่สูง
“เธอขาวกว่าโปรด” หญิงสาวยังพยายามอธิบาย
“แต่ก่อนยังกระเดือกได้” คนใจร้ายเบ้ปากนิดๆ ตาจ้องปรีดิทาก่อนตอบ
“โปรดไม่เหมือนเธอ” เธอยังย้ำพร้อมมองไปทั่วร่างกายของตัวเอง แล้วได้ยินคำย้ำกลับมาให้เจ็บสะท้าน
“ก็ไม่เคยบอกว่าเหมือน ก็แค่ตัวแทนปะวะ” ประโยคท้ายถูกกล่าวออกไปด้วยเสียงหนัก เป็นการยืนยันสถานะอย่างชัดเจน
แค่ตัวแทน
“โปรดทำอะไรผิด คุณถึงใจร้ายกับโปรดได้ถึงขนาดนี้” ปรีดิทาอยากรู้เหตุผล สิ่งที่ได้คือความเงียบเหมือนเดิม
เขาไม่ยอมบอกว่าเธอผิดเรื่องใดกันแน่ เพราะอะไรเขาถึงเปลี่ยนไป เธอรู้แค่ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นหลังจากเกิดเรื่องของบิดา
“ที่ผ่านมาเคยรักโปรดบ้างไหม หรือโปรดก็เป็นแค่คนคั่นเวลา”
ปรีดิทายังคงไม่ได้คำตอบ คำพูดจึงดังตามไป
“เท่านี้โปรดก็ทรมานมากพอแล้ว”
“โปรดเสียพ่อ โปรดเสียงานที่รัก”
“โปรดเสีย...”
คำว่าคุณไม่ได้ถูกส่งออกไป เพราะคำของเขาพุ่งมากระทบอกเสียก่อน
“มันยังไม่พอ และขึ้นรถได้แล้ว” ทิวัตถ์ตัดบท เขาไม่อยากพูดอะไรให้มากเรื่องมากความ ในตอนนี้สายตาไม่ได้มองปรีดิทา กลับมองเลยไปบนถนน
“โปรดก็คือโปรด...หมอโปรดที่ไม่อยากเป็นแค่คนคั่นเวลา” เธอยังอยากให้เขาเข้าใจ
“จะไม่ไป? งั้นก็ตามใจ แต่ขอให้ไปให้พ้นจากเขาได้ละกัน”
ทิวัตถ์จะไม่พูดซ้ำ แล้วขยับตัว แต่ไม่ได้ก้าวเท้าขึ้นรถ เดินตรงไปยังบนถนน ปรีดิทามองตาม ไม่นานก็เห็นว่าชายหนุ่มก้าวไปหยุดตรงรถคันหนึ่งพร้อมเคาะกระจกให้คนด้านในเลื่อนกระจกลงมาเจรจากัน
เธอรู้ได้ทันทีว่ารถคันนั้นไม่พ้นคนของหยางจิน อีกฝ่ายไม่รามือเหมือนที่คิด แล้วเห็นทิวัตถ์มองไปด้านหลังด้วย หรือว่าหยางจินจะส่งคนติดตามมาอีก
“คุณโปรด” นงลักษณ์กุมมือของปรีดิทาไว้ ทั้งให้กำลังใจและกังวล
“ป้านงไปปิดบ้านแล้วตามโปรดขึ้นรถไปนะคะ” หญิงสาวฝืนยิ้ม เธอเจ็บ แต่อีกหน่อยคงไม่ เมื่อเธอจะสั่งหัวใจให้เลิกรักเขา ให้ในวันหนึ่งเขาคืออากาศที่เธอมองไม่เห็น พลางดึงตากลับไปมองทิวัตถ์อีกเล็กน้อย ปากแค่นยิ้มหยันๆ ออกมา
เพราะเขาคือคนที่น่าสงสาร เขาคงอยู่ได้เพราะการหลอกตัวเอง หลอกว่าเธอคนนี้คือลลิษา ทั้งที่ความจริงไม่ใช่
“ป้าจะอยู่ข้างๆ คุณโปรดเสมอค่ะ” นงลักษณ์ให้กำลังใจและปลอบประโลม เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่
ปรีดิทารับจำใจเดินพาตัวเองและลูกสาวไปขึ้นรถในเบาะด้านหลัง ส่วนนงลักษณ์หลังไปจัดการปิดบ้านเสร็จก็ก้าวเท้าขึ้นมานั่งเบาะด้านหน้า ไม่นานทิวัตถ์ก็กลับมาประจำตำแหน่ง
เขาไม่พูดอะไร ทำแค่ขับเคลื่อนรถออก แต่ก็มองกระจกมองหลังอยู่หลายหน จนปรีดิทาต้องหันไปมองบ้าง เห็นชัดว่าคนของหยางจินยังขับรถตามมาอยู่ ก่อนจะดึงตัวกลับมานั่งเงียบๆ ไปตลอดทาง
ความรู้สึกหลากหลายเกิดขึ้นภายในอก ทั้งอึดอัด ทั้งโล่งใจ แต่ก็เหมือนเธอเดินวนอยู่ในเขาวงกต วนเวียนอยู่กับการหาทางออก
สายตาคู่หม่นหันมองไปยังสองข้างทางที่รถกำลังเคลื่อนตัวออกจากซอยบ้าน ผ่านร้านค้า ร้านอาหารที่เธอกับนงลักษณ์เป็นลูกค้าประจำ
แล้วเห็นเด็กที่ใส่ชุดนักเรียนที่ครั้งหนึ่งเธอเคยสอนหนังสือให้ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ หรือแม้กระทั่งรถไอศกรีมที่กำลังวิ่งสวนไปทั้งเจ้าเก่าเจ้าใหม่ ในช่วงที่เธอแพ้ท้อง ไอศกรีมเป็นสิ่งที่เธอชื่นชอบ แล้วภาพที่คุ้นตาก็ค่อยๆ ถูกกลบด้วยรถราบนถนนใหญ่
กระทั่งรถเลี้ยวเข้าไปในเขตรั้วบ้านขนาดสองชั้น รถที่ขับตามมาจึงล่าถอยไป
ยามรถจอดสนิท คำสั่งของทิวัตถ์ก็ดังขึ้น
“เอากระเป๋าเข้าไปไว้ในบ้าน ห้องด้านล่าง”
ทิวัตถ์เอียงหน้ามองสรพัศ คนของเขาที่มีหน้าที่คอยดูแลบ้านและขับรถให้บ้างในบางครั้ง ส่วนผู้อาศัยรายใหม่ที่คุ้นเคยหยุดเท้าอยู่ด้านหลัง
“ใบนั้นไม่ต้อง” ไม่ถึงนาทีต่อมาเสียงของคุณหมอหนุ่มดังขึ้นอีก หลังเห็นคนของตัวเองหิ้วกระเป๋าที่ดูเก่ากว่าใบอื่นๆ ติดมือไปด้วย นั่นทำให้เสียงของปรีดิทาดังขึ้นโดยพลัน
“ป้านงจะอยู่กับโปรด”
“ที่นี่ไม่ใช่ที่โปรดสัตว์”
ทิวัตถ์พลิกตัวไปมอง ปากได้รูปบอกเสียงหนักชัดเจน แล้วเอ่ยออกไปอีกหนึ่งประโยคที่เป็นเสมือนการโยนมีดแหลมคมไปให้ปรีดิทาถือ
“ถ้าจะอยู่ก็อยู่ได้แค่สองคน เธอ เด็กนั่น หรือว่า...”
ประโยคท้ายไม่ได้ถูกเอ่ยไป ทว่าสายตามองไปยังนงลักษณ์ สิ้นเสียงก็เดินไวๆ หายเข้าไปด้านในบ้าน ไม่ได้สนใจว่ามีดเล่มนั้นหญิงสาวจะใช้กรีดแขนของตัวเองหรือว่าจ้วงแทงนงลักษณ์
บทส่งท้าย6 ปีต่อมา “ป๊ะป๋า” เสียงเล็กๆ ใสๆ ดังมาก่อนตัวเสมอ คนที่ถูกเรียกหันมองตามเสียงฝีเท้ารัวๆ ที่กำลังมุ่งหน้ามาหา แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก “ป๊ะป๋าขา” “ขา” ทิวัตถ์หัวใจอ่อนยวบ เขาแพ้คำนี้ แพ้จนหมดหัวใจ แล้วหันไปขานรับกับลูกสาววัยเจ็ดขวบครึ่ง ในวันนี้ปราณปรียาโตขึ้น ผมยาวประบ่า ผิวนั้นขาว และตัวสูงนิดหน่อย พลันละมือจากตะหลิวไปช่วยประคองลูกสาวที่กำลังปีนป่ายขึ้นมาชะโงกหน้ามองสิ่งที่เขาทำ “หิวจังค่ะ ป๊ะป๋าทำใกล้เสร็จหรือยังคะ” เสียงอ้อนร้องถาม แล้วพยายามชะโงกหน้าดูของในกระทะที่ป๊ะป๋าของเธอกำลังลงมือทำอยู่ “ป๊ะป๋าทำจะใกล้เสร็จแล้วค่ะ เหลือแค่ใส่ไส้กรอกกับผักอีกนิดหน่อย หนูปราณรออีกนิดได้ไหมคะ” ชายหนุ่มอธิบายกับลูก เวลาที่เขาทำอาหารปราณปรียามักมาคอยถามอยู่เสมอ จึงหาเก้าอี้มาตั้งไว้ห่างออกไป “ได้ค่ะ แต่ว่าหนูขอกินอันหนึ่งได้ไหมคะ” ปราณปรียาหยุดคิดไปชั่วครู่ราวกับทบทวนว่าท้องน้อยๆ จะทนได้หรือไม่ สายตามองไปยังไส้กรอก แล้วกลืนน้ำลายลงคอ “ได้สิคะ” ชายหนุ่มหยิบไส้กรอกที่เขาทอดแยกไว้ให้แ
พอไปถึงก็ขึ้นไปยังชั้นบนสุด หยุดเท้ายังหน้าเคาน์เตอร์ของโรงหนังเพื่อซื้อบัตร โชคดีที่กำลังมีรอบฉายอีกไม่เกินสิบนาที แม้จะกินเค้กมาแล้ว แต่ปรีดิทาก็ยังซื้อพ็อปคอร์น เพราะทิวัตถ์ชอบกินเวลาดูหนัง พอถึงเวลาหนังฉายก็เดินเข้าไปด้านใน เธอกับเขาซื้อเป็นที่นั่งโซฟาไว้ แต่ไม่นานปรีดิทาก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะคนตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ ขยับตัวเข้ามาชิดใกล้ หนังกำลังมีเสียงดนตรีที่น่ากลัว และเป็นฉากที่มีผีค่อยๆ คลานออกมา “นั่นแน่ กลัวผีเหมือนเดิมเลยนะคะพี่ไท่” ทิวัตถ์ที่ถูกเย้าหันไปส่งค้อนให้ภรรยา เขาชอบดูหนังผี แต่ก็แอบกลัวนิดๆ ก็ซาวด์เอฟเฟกต์น่ากลัวเสียขนาดนั้น คนเราก็ต้องมีตกใจกันบ้าง แล้วหยิบพ็อปคอร์นมาจ่อใส่ปากภรรยาเพื่อไม่ให้ถูกล้ออีก ปรีดิทาได้แต่แอบขำ แล้วยกมือขึ้นกอดแขนแกร่งไว้ จากนั้นพิงศีรษะไปซบ ทิวัตถ์ยิ้มกว้าง “ถ้ากลัวก็กอดพี่แน่นๆ นะ” ชายหนุ่มว่า “ค่า” หญิงสาวถึงกับต้องลากเสียงยาว เธอต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น แล้วดึงตากลับไปสนใจหนังที่กำลังถึงจุดพีก เธอนั้นหวีดร้องออกไปหลายครั้ง ส่วนทิวัตถ์บีบมื
บทพิเศษ 4 “สวัสดีค่ะคุณหมอ” คำทักทายนี้ยังคงทำให้ปรีดิทาระบายยิ้มได้เหมือนเคยเมื่อมาถึงโรงพยาบาล การทำงานของเธอในแต่ละวันยากง่ายไม่เหมือนกัน วันไหนเจอเคสหนักๆ ก็อาจจะเหนื่อยสักหน่อย มีล้าไปบ้าง แต่พอได้เห็นรอยยิ้มของคนไข้ก็ดีขึ้น รวมถึงได้กำลังใจจากสามีและลูกสาวด้วย วันเวลานั้นผันแปรมาจนตอนนี้ปราณปรียาอายุได้หนึ่งขวบครึ่งแล้ว มีพ่อของแกคอยดูแลทุกอย่าง ชายหนุ่มทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทั้งหน้าที่ของพ่อและสามี ในตอนนี้ทิวัตถ์ได้เปิดธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ ร่วมกับเพื่อนรักอย่างนครินทร์เรียบร้อยแล้ว พอถึงเวลาเลิกงานมือเล็กก็หยิบกระเป๋าสะพายพาดบ่า ป่านนี้หนุ่มสุดหล่อของเธอคงมารอรับแล้วเหมือนในทุกๆ วันที่ผ่านมา พอเดินออกไปถึงประตูทางออกก็พบเขาจริงๆ แต่มีหนึ่งสิ่งที่เปลี่ยนไป นั่นคือยานพาหนะที่เขาเอามารับเธอ ทิวัตถ์ส่งยิ้มไปทักทายภรรยาแสนรัก ขยับตัวจากรถมอเตอร์ไซค์ขนาดสามสูบที่มีดีไซน์เรียบหรูแต่ทันสมัยเดินไปหาคนตัวเล็ก “วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมโปรด” “ไม่เหนื่อยค่ะ ว่าแต่รถใครกันคะ” เธอส่ายหน้าและไม่
“อื้อ” ครั้งนี้เสียงลอดมาจากปากนุ่มบ้าง ปรีดิทารู้สึกวูบวาบในช่องท้องพร้อมสยิวซ่าน แต่เธอไม่ยอมน้อยหน้าคนตัวโตจึงขยับตัวขึ้น ใช้มือกดหัวไหล่แกร่งเพื่อให้ตนเองเป็นฝ่ายควบคุมการจูบ ทิวัตถ์ชอบใจ เขาพร้อมที่จะเป็นผู้ตาม แล้วทั้งเขาและหญิงสาวก็สอดแทรกปลายลิ้นเข้าหากัน ผลัดกันหาความหวาน มือลูบไล้ไปทั่วกระตุ้นเย้าอารมณ์ ก่อนทั้งเธอและเขาจะผละห่างออกจากกันอย่างรู้ความหมาย ต่างฝ่ายต่างถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก เขารีบร้อนแต่หญิงสาวเชื่องช้า ถอดแค่เสื้อยีนออกเท่านั้น เพราะจงใจแกล้ง ทิวัตถ์ต้องเป่าปากแรงๆ “เลิกแกล้งพี่เสียทีเถอะ” ชายหนุ่มอ้อนวอนเสียงสั่น นัยน์ตาก็วอนขอ คนตัวเล็กพยักหน้ายินยอม เธอไม่แกล้งเขาแล้วก็ได้ แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยน เขาต้องเป็นฝ่ายถอดชุดที่เหลือให้เธอ พลันหันหลังให้ บอกถึงความต้องการของตนเอง ชายหนุ่มเข้าใจได้ในทันที มือรีบยื่นไปจัดการกับชุดสวย ตามด้วยแพนตี้และบราเซีย แค่อึดใจเท่านั้นร่างกายของเขาและหญิงสาวก็เปล่าเปลือย สายตาคมกริบไล่มองทุกสัดส่วนของภรรยา เขายังรู้สึกตื่นเต้นได้เส
ปราณปรียานั้นกำลังนั่งเล่นอยู่กับรำนำและจารวี โชคดีที่คนรอบตัวเอ็นดูแก พอใกล้ถึงเวลาสำคัญถึงกลับขึ้นห้อง หยิบเสื้อผ้าที่ภรรยาเตรียมไว้ให้ขึ้นมาสวมใส่ แล้วหยิบยางขึ้นมามัดผมไปด้านหลัง พอเสร็จก็เดินกลับลงไปหอมแก้มลูกสาวพร้อมเอ่ยคำฝากฝัง “ฝากด้วยนะ” “ได้ค่ะคุณไท่” จารวีรับอาสาที่จะดูแลคุณหนู ก่อนจะจับมือน้อยๆ โบกให้คุณพ่อของแก ทิวัตถ์ขับรถตรงไปยังโรงแรมและจัดการเช็กอินตามข้อมูลที่ภรรยาส่งมา ส่วนหญิงสาวกำลังขับรถตามมา พอไปถึงภายในห้องพัก สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ ก่อนพาตัวเองไปยืนชิดหน้าต่างที่เป็นกระจกบานใหญ่ ซึ่งมองเห็นวิวของท้องฟ้า มองเห็นแสงไฟที่เริ่มระยิบระยับจากอาคารบ้านเรือน ไฟในห้องอยู่ในโทนสีเหลืองอ่อนๆ กลิ่นของห้องก็หอมราวกับดอกไม้ แต่ไม่ทันจะได้สำรวจมุมอื่น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น สองเท้าก้าวไปเปิดประตูทันที สิ่งแรกที่เห็นไม่พ้นดวงหน้าหวานของภรรยาแล้วสะดุดกับชุดที่หญิงสาวสวม ชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมที่มีเสื้อคลุมสียีนสวมทับอีกที รอยยิ้มของทิวัตถ์กว้างขึ้น เพราะชุดของภรรยาก็เป็นชุดที
บทพิเศษ 3 “มา...ม้า” ถ้อยคำที่ฟังชัดขึ้นมาเล็กน้อยทำให้คนที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้องพักของตัวเองยิ้มกว้าง เธอเปิดคลิปนี้เป็นประจำเมื่อมีเวลาว่าง เปิดซ้ำๆ เป็นร้อยครั้งนับจากที่มันถูกส่งมาเมื่อสี่เดือนที่แล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่คำว่ามาม้าคำเดียว แต่คำว่าป๊ะป๋าก็ตามมาด้วย แค่มันอาจจะยังไม่ชัดเจนเท่าไร ในตอนนี้ทิวัตถ์เป็นคุณพ่อที่ติดลูกเอามากๆ ปราณปรียาฉลาด รู้ว่าถ้าอ้อนแล้วบิดาไปไหนไม่รอดแน่นอน เธอเองไม่ต่างกัน หญิงสาวพิงแผ่นหลังกับพนักเพื่อผ่อนคลายร่างกาย เพราะวันนี้เธอมีตรวจคนไข้หลายราย ก่อนจะมองสมาร์ตโฟนอีกรอบ เพราะเพื่อนรักติดต่อมาหา “ว่าไงหนูดี” ปรีดิทาถามด้วยน้ำเสียงสดใส ทว่าถ้อยคำของเพื่อนทำให้ขมวดคิ้ว “แกรู้ข่าวออมสินหรือยังโปรด” “ข่าวอะไรเหรอ” ปรีดิทาเอ่ยถาม เมื่อพูดถึงออมสินก็ลอบถอนหายใจหนึ่งหน หลังจากเรื่องของเธอจบลงออมสินยังตามมาระราน ราวี แต่เธอพยายามไม่ใส่ใจ เพราะอยากต่างคนต่างอยู่ แต่ชายหนุ่มไม่ค่อยเห็นด้วย ทว่าเขาก็เคารพการตัดสินใจของเธอที่มองว่าในวันหนึ่งผลของการกระทำจะไล่หลังออมสินเอง แล้วได้ฟังป
“ถ้ามีอะไรอยากให้เนมช่วยบอกเนมได้เลยนะคะ เนมก็เคยเลี้ยงเด็กอยู่บ้างค่ะ” จารวีขันอาสา ฝ่ายคุณแม่มือใหม่พยักหน้ารับ แต่หากเธอยังไหวก็อยากจะเลี้ยงยัยหนูด้วยตัวเอง สองเท้าก้าวไวๆ กลับไปหาลูกสาวแสนรัก “หลับสบายเลยนะคะคนเก่ง” ปราณปรียายังหลับด้วยท่าทางน่าเอ็นด
“ไม่กี่อาทิตย์คงหนีได้แล้ว” ทิวัตถ์รู้ดีว่าเขาจะเป็นที่พักพิงของปรีดิทาไม่นานหรอก หลังจากนี้เจ้าตัวคงคิดหาทางจะจากไป หญิงสาวกดหน้าแล้วตบท้ายด้วยรอยยิ้ม เธอไม่ปฏิเสธ เธอจะหนีไปอย่างแน่นอน โดยเงินส่วนหนึ่งจากเขาก็จะช่วยสนับสนุน คนที่ไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้อีกแล้วอย่า
บทที่ 3 ตัวแทน ปรีดิทาถึงกับปากสั่นในความเลือดเย็นของทิวัตถ์ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นคนเดียวกันกับคนที่เธอตกหลุมรัก จนได้แต่งงานกัน ความหวานปะแ
บทที่ 2 จนตรอก “ถ้าจะมารับเด็กกลับไป แกต้องเอาใบหย่ามาก่อน” แค่ปลายเท้าเดินเข้าไปหยุดยังโซนห้องรับรองแขก เสียงทรงอำนาจจากปากผู้ชายที่






![เมียลับ มาเฟียร้าย [ เซตมาเฟียร้าย 1 ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
