เข้าสู่ระบบ1 อาทิตย์ต่อมา
“ฟอนต์จะออกจากโรงพยาบาล ช่วยเรียกหมอให้มาถอดเฝือกให้ฟอนต์ได้แล้ว” ตั้งแต่วันนั้น ฟอนต์ก็กลับมาแทนชื่อตัวเองเป็นปกติแล้ว แต่ที่ไม่ปกติคือเธอเย็นชาใส่เขามากกว่าเดิม ไม่โวยวาย ไม่วีน แม้ว่าเขาจะกวนประสาทเธอมากแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ได้กลับมาคือความเย็นชาจากเธอ แม่ง! เธอสร้างกำแพงกั้นเขาโคตรสูงกว่าเดิมอีก “ติน ตามหมอมา” “ครับนาย” ตินตอบรับคำสั่งธีร์ก่อนจะรีบเดินออกไป “ช่วยหยิบมือถือให้ฟอนต์หน่อย” ธีร์ยอมทำตามที่ร่างบางบอก เขาเดินไปหยิบมือถือให้เธอ “ขอเบอร์โทรธีร์หน่อย” เพียงคำพูดประโยคเดียวของเธอแค่นั้น ทำให้หัวใจที่เงียบเหงากลับมามีชีวิตชีวาขึ้น “064-999-XXXX ฟอนต์ติดต่อธีร์ได้ตลอดเว.........” ตือดึง! “ช่วยเช็คดูให้หน่อย” คนตัวโตขมวดคิ้วงงกับสิ่งที่คนตัวเล็กพูด เขาเพียงแค่หยิบมือถือตัวเองขึ้นกดเข้าไปดูการแจ้งเตือน “!!!!” ฟอนต์นี่เธอ...... ‘แจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี 2,000,000.- ’ เชี่ยเอ๊ย! “เงินค่าเสียหาย หลังจากนี้หวังว่าเราจะไม่เจอกันอีก” “เธอช่วยหยุดพูดว่าเราจะไม่เจอกันอีกได้ไหม เพราะธีร์ทำมันไม่ได้!” “ไม่ ธีร์ทำได้......ก่อนหน้านี้ธีร์ยังทำได้เลย” “!!!” เหอะ ก็เพราะว่าตอนนั้นเขาอดทนรอเพื่อเธอไงว่ะ ความเจ็บปวดที่กลัวว่าจะไม่ได้เจอเธออีกกำลังลุกลามอยู่ในใจ คำพูดของเธอที่ยิ่งกระตุ้นให้เขาเป็นราวกับไฟป่า พร้อมลุกลามเผาไหม้ความรู้สึกและสติทั้งหมด “มันไม่ยากหรอก แค่ต่างคนต่างอยู่” ปึก! เสียงมือหนาทุบโต๊ะเสียงดัง ร่างสูงใหญ่เดินเข้าใกล้ฟอนต์โอบเอวบางไว้แนบชิดร่างกายกำยำเขา “ธีร์! จะทำอะไร ปล่อย” “ไม่มีทางปล่อย!” “อื้ออออออออ” สิ้นประโยคเอาแต่ใจ ร่างสูงประกบริมฝีปากจูบฟอนต์ หญิงสาวพยายามสะบัดหน้าหนีเขาแต่ปลายคางถูกมือหนาจับไม่ให้ขยับหน้าไปไหนได้ ปากเขาบดจูบปากเธออย่างดูดดื่มและรุนแรงด้วยเช่นกัน มือเล็กจิ๊กเล็บเข้าที่อกข้างขวาเขาเตือนให้เขาหยุดการกระทำป่าเถื่อนนี้ “อ๊ะ” แต่กลับต้องร้องออกมาเมื่อโดนฟันคมกัดปากล่างเธอค่อนข้างแรง บ่งบอกว่าเขาต้องการเอาลิ้นเข้าไปในโพรงปากเธอ ปลายลิ้นร้อนกวาดเอาลิ้นเธอมาตวัดให้มันละลายในปากเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอด “หมอมาแล้วคะ......ครับ เชี่ยยย” ตินสบถคำหยาบอ้าปากกว้าง “OMG” ตามด้วยคำอุทานของหมอ ทุบ ทุบ “อื้อออ ปล่อย” แม้จะมีคนเข้ามาเห็นเขาและเธอจูบกัน ปากร้ายๆ ของเขาก็ยิ่งดูดดึงริมฝีปากเธอมากขึ้นกว่าเดิมเขาหาสนใจคนอื่นไม่ มือเล็กพยายามทุบเข้าที่อกแกร่งแรงๆ เธอต้องการให้เขาหยุด “Shit!” ธีร์เพียงแค่ฉายปลายตาคมดุมองคนอื่นแค่เท่านั้น ก่อนจะประกบจูบเธอต่อไม่ปล่อยให้ห่าง “เชี่ยแล้วกู” เป็นตินเองที่สะดุ้งเสียวหลังวาบ จำต้องจับหมอให้หันหลังให้เจ้านายทั้งสองได้จูบกันต่อ “มะ หมอออ หันหลัง” จ๊วบ จ้วบบบ ปลายลิ้นร้อนตวัดลิ้นนุ่มนิ่มอย่างเอาแต่ใจ กว่าเขาจะกลับมาหาเธอได้ เขาต้องทรมานมากแค่ไหน ไม่มีทาง ธีร์ไม่มีทางงจะปล่อยฟอนต์ไปเด็ดขาด “ฮึก.....” “....” ร่างสูงขมวดคิ้ว กำหมัดแน่น เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นร้องของฟอนต์ ฟันคมกัดปากตัวเองห้ามปรามยอมล่ะจูบจากเธอให้เป็นอิสระ “แฮ่ก ฮึก อย่ามาให้ฟอนต์เห็นหน้าอีก” ดวงตากลมโตแดงกำ เธอมองเขาด้วยความโกรธ ถ้อยคำพูดของเธอเปรียบเสมือนมีดบาดลึกเข้ามาในอกด้านซ้ายจนร้อนชาไปหมด “!!!” “ฮึก.....ออกไป” ธีร์กัดฟันกรอด ตาคมหลับลงข่มอารมณ์โกรธไว้ พ่นลมหายใจระบายความโกรธทิ้งออกมา สายตาคมดุแปรเปลี่ยนเสียใจแทนเมื่อรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป แม่ง! เธอเจ็บปวดอีกแล้ว มึงแม่งเหี้ยวะ ................................... เหตุการณ์ไฟลุกโชนเมื่อกี้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหรอวะ! สงบแบบใดวะ กูกับหมอนี่ขนลุกวาบ ซู่ซ่า ปาทังกา ปาทังกี้ ไปหมดแล้ว นายผู้ที่โดนคุณฟอนต์เอ่ยปากไล่ออกจากห้องดังลั่น กลับนั่งโซฟาเงียบๆ ปล่อยรังสีอำมหิตเป็นงูจงอางหวงของทั่วห้อง ส่วนอีกคนนั่งตาแดงก่ำ แก้มก็แดง จมูกยังแดงพร้อมเหวี่ยงทุกคน โดยเฉพาะนายถ้าพูดไม่เข้าหูคุณฟอนต์ เชี่ยยยยยตินกับหมอหนาวครับบอกเลย “ถอดเฝือกเดี๋ยวนี้ค่ะ” ตินและคุณหมอหันมองผู้เป็นนายเลิ่กลั่กอย่างไม่ให้มีพิรุธ สายตาเย็นเฉียบของนายมองทางคุณฟอนต์นิ่ง ซึ่งคึณฟอนต์ไม่มองมาทางนายเลยสักนิด เหมือนคุณฟอนต์เห็นนายเป็นอากาศหรือฝุ่นไปแล้ว แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะ นายแม่ง หน้าดุอย่างกับหมา หมอทำอะไรสักอย่างทีครับ “เอ่อ...หมอว่าแขนยังไม่หายดีนะครับคุณฟอนต์นอนโรงพยาบาลสัก 2 วันดีกว่านะครับ” “เฮ้อ เขาเป็นหมอเหรอคะ?” แขนเล็กชี้ไปที่ร่างสูง สายตาปนหงุดหงิด จะไม่ให้เธอหงุดหงิดได้ไงก็ไอ้หมาบ้าตรงนี้กำลังออกคำสั่งกับหมอทางสายตาอยู่ “นายครับ ผมว่า....ยอมคุณฟอนต์ก่อนดีกว่านะครับ” นายยยยยย T-T จะยื้อคุณฟอนต์ไม่ได้แล้วนะนาย แขนเขา เขาก็ต้องรู้สิว่าเขาไม่เจ็บแล้ว หลอกเขาให้อยู่ต่อไม่ได้แล้วค้าบบบ “เฮ้อ......” สุดท้ายเขาก็พยักหน้าส่งยอมให้หมอถอดเฝือกออกให้ฟอนต์ “เอ่อ.....เสร็จแล้วครับ ถึงแขนจะหายแล้ว แต่ยังไงก็ต้องมาดูอาการอีกรอบอยู่ รบกวนคุณฟอนต์มาตามที่หมอนัดด้วยนะครับ” “ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้ขอบคุณหมอ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนชุดแล้วออกมาจากห้องน้ำ มือเล็กกดมือถือโทรให้คนมารับ แต่ถูกธีร์ห้ามไว้ “ให้ตินไปส่ง” “ฟอนต์จะกลับเอง” เธอตอบเขาเสียงแข็ง “ฟอนต์! อย่าดื้อ” “ฟอนต์ไม่ได้ดื้อ!” “ฟอนต์ดื้อ แล้วก็ดื้อมากด้วย” “ก็บอกว่าไม่ได้ดื้อไง ธีร์นั้นแหละดื้อ” “กูว่าดื้อทั้งคู่” ตินว่าขึ้นเบาๆ ซึ่บ! ตินสะดุ้งวาบ เมื่อเจอเข้ากับสายตาของสัตว์ร้ายทั้งเสือและแมวพวกเขาทั้งคู่มองตินตาขวาง ร่างบางไม่สนใจคนตรงหน้า กดรับสายเดินเลี่ยงธีร์ออกมา และเธอก็เดินออกจากห้องไป “ดื้อชิบหาย” “แล้วเลิกชอบไหมครับ” สายตาคมดุมองไปที่ลูกน้อง “ไม่ กูยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ เนี่ยแหละสเน่ห์ของฟอนต์” “ตื้อไม่เลิกก็สเน่ห์ของนายเหมือนกันครับ” (-_-) (^ ^) “ผมชมนายอยู่นะครับ” “ไม่ชอบขี้หน้ามึงวะติน” “หน้าผมหล่อ?” “หน้ากวนต้นตีน” “แฮะๆ โทษค้าบบบ แล้วคุณฟอนต์เอาไงดีครับ ” “ตาม” ธีร์หวงขนาดนี้เธอคิดว่าธีร์จะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เหรอฟอนต์ เธอคิดผิดแล้วตัวเล็ก “ค่อยดูเถอะยัยแสบ อยากหนีนักใช่ไหม เค้าจะทำให้เธอเป็นคนเดินเข้ามาหาเค้าเอง” . . . เอ่อออ นายคุยกับใครครับ6 ปีผ่านไป “ชาม ชาม ชาม เปอร์ เจยเห็ม ชาม ยึก ปุ้ง” (ช้างช้างช้างน้องเคยเห็นช้างรึเปล่า) “.....” “ชาม มุม จู๋ โต ม่าว เบา ชะมด ใยต้าว เยียวาห้วน” (ช้างมันโตไม่เบาจมูกยาวๆ เรียกว่างวง) “โอ๊ะ! ปี ปี๊ ปี๊ ปี๋” “ปี๊ไตเจอร์ เห็มไม นู๋ ตับปีเตื้อไต ว้าวววว ปีเตื้อจ๋วย” เจ้าหญิงตัวน้อยในชุดราตรีสุดสวยร้องเพลงช้าง ช้าง ช้าง สนุกสนาน เด็กน้อยคนนี้เธอมีชื่อว่า เฟอร์บี้ เธอกำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อตัวน้อยที่บินโชว์อยู่กลางอากาศ เฟอร์บี้ยกยิ้มร่าเมื่อมือเล็กๆ ของเด็กวัย 3 ขวบนั้นได้จับผีเสื้อได้และกำลังเอาไปให้พี่ชายเธอดู “อื้ม เฟอร์มันจะตายนะถ้าจับแรง” ชายหนุ่มวัย 6 ขวบลูบหัวคนน้องอย่างเอ็นดู “ปล่อยให้มันบินสวยๆ ไหมคะ พี่ช่วย” ไทเลอร์ ก้มลงมองคนน้องเผยรอยยิ้มหวานบอกเจ้าหญิงน้อยของเขา “ยู ตงนี้ ก็จ๋วย” เฟอร์บี้หน้างอใส่คนเป็นพี่ เด็กน้อยที่ไม่อยากจะปล่อยสิ่งสวยงามตรงนี้ไป เผยแววตากลมใสน่าสงสาร ในดวงตาคู่สวยเริ่มเอ๋อคลอด้วยน้ำตามองหน้าคนเป็นพี่อย่างอ้อนๆ “ไม่ร้องนะเจ้าหญิงของพี่ ถ้าเฟอร์บี
“ธามเหม็นวะ ผมจะอ้วก” “เหม็นกู?” “…..” “ไม่ตอบแปลว่าใช่” “ไม่รู้” “เวร! มึงลูกกูจริงไหม ลำบากกูคูณสิบจริงๆ งานก็ต้องทำให้ อายุกู 50 แล้วนะเว้ย” ธามบ่นลูกชายตัวดีที่ตอนนี้มันนอนหนุนตักหนูฟอนต์ แล้วมันไม่ได้พูดเปล่านะ มันพูดว่าเหม็นเสร็จมันก็เอาหน้าขี้เหร่ๆ มันไปซุกท้องเมียอ้อนเมียมันครับ “ที่รักครับ พี่เหม็นดอกไม้กับเหม็นหน้าพ่อ” “เมียพี่ขอเตะลูกได้ไหม พี่อดมานานแล้ว” “นี่ลูกไหมครับ” “คุณพ่อคะอย่าแกล้งธีร์ของหนู” ธามยกยิ้มให้ลูกสะใภ้ รีบเอาแจกันดอกไม้ไปวางที่อื่น เห็นเป็นลูกหรอกนะ ชิ๊ เมียกูอุตส่าห์ทำให้กูได้เฉยชมแต่ไม่เป็นไรเพื่อหลานปู่ทำให้ได้ครับ “ธีร์ไหวไหม เมื่อเช้าก็วิ่งไปอ้วกกลางที่ประชุมนี่ แม่ว่าช่วงนี้พักงานก่อนไหม ลูกน่าจะไม่ไหวแล้ว” “คงต้องพักไว้ก่อนครับแม่ ผมอยู่ห่างฟอนต์ไม่ได้เลย” “โธ่~ลูกแม่ คงรักหนูฟอนต์มากเลยสินะ” “ใช่ครับรักมาก ฟอนต์ครับลูบหัวธีร์หน่อย” “////” คนตัวเล็กเผยรอยยิ้มลูบหัวผู้เป็นสามี เธอตั้งท้องไว้ 5 เดื
ผ่านไป 1 อาทิตย์ 20.00 น. “คิดถึง” สายตาคมเข้มอ่อนไหว มองคนตัวเล็กในจอ คืนนี้เธอขาใส่ชุดนอนสายเดี๋ยวกระโปงสั้น (ฟอนต์ก็คิดถึงธีร์) เธอยกยิ้มตาหยีให้ผม คนตัวเล็กทาครีมปะแป้งเสร็จเธอกระโดดขึ้นเตียงห่มผ้าหนาๆ หยิบเสื้อของธีร์มากอดไว้เพื่อที่จะเข้านอน “นั้นเสื้อธีร์” (อื้ม ฟอนต์ติดกลิ่นแบบว่าถ้าไม่ได้กลิ่นฟอนต์จะนอนไม่หลับ) “....” ฟอนต์แม่ง เกินต้าน! (ก็คนมันไม่ชินนี่) ธีร์จะบอกว่าไม่ใช่แค่ฟอนต์หรอก ธีร์ก็เป็น เพราะติดกลิ่นของฟอนต์มากเลยทำให้นอนไม่หลับยังดีที่เขาแอบเอาตุ๊กตามายเมลโลดี้ที่เธอชอบนอนกอดติดมาด้วย เลยทำให้หลับลงได้บ้าง “ฟอนต์” (คะ) เธอเอียงคอมองปลายสาย รอว่าผมจะพูดอะไร ซึ่งผมชั่งใจอยู่นานว่าจะพูดขอเธอออกไปดีไหม (ธีร์คะ ฟอนต์รอฟังอยู่) “กังฟูไปไหน” (น้องน่าจะนอนแล้วนะ วันนี้คุณแม่ธีร์มาเล่นกับฟอนต์แล้วรับน้องไปนอนด้วย) “งั้นเหรอ.....” เหมือนแม่จะรู้งานเลยวะ “แล้วหนูง่วงยัง” (ยังค่ะ หนูอยากคุยกับธีร์ แต่ถ้าธีร์ติดงานหนูก็จะนอนแล้
จุ๊ฟ “หื้ม?” “ทำไมธีร์น่ารักขนาดนี้ค่ะ ฟอนต์โคตรคลั่งรักธีร์มากๆ เลยรู้ป่ะ” จุ๊ฟ จุ๊ฟ จุ๊ฟๆๆๆๆ “^ ^” “ห้ามฟอนต์หน่อยก็ดีนะ” นี่จูบจนปากเปื่อยแล้วนะไอต้าวแฟน “เคยบอกแล้วไงว่าโคตรชอบจูบเธอเลย จูบอีกสิ” “ไม่เอาแล้ว >” “งั้นธีร์จูบเอง” มือใหญ่ยกขึ้นเชยคางฟอนต์ขึ้นอย่างแผ่วเบา เธอสบสายตาคู่หวานของธีร์ ก่อนริมฝีปากเขาจะทาบลงมาอย่างแนบแน่นและลึกซึ้ง อบอวลด้วยความรัก จ๊วบ จ๊วบ “อื้มมมม” ปลายลิ้นร้อนสอดเข้ามาตวัตลิ้นเล็กธีร์ขบกัดทั้งปากของเธอ สัมผัสอันนุ่มลึกชวนหัวใจเธอเบาหวิว ร่างกายบางขยับแนบชิดธีร์มากขึ้น “อื้มมม...หวาน” ธีร์ครางเสียงทุ้มหวานในลำคอ เขายกมือขึ้นแกะกระดุมเสื้อตัวเองและถอดมันออก จ๊วบ จ๊วบ “อื้อออ ธีร์....” เธอผล่ะจูบออกจากเขาอ้อยอิง แผล็บ ร่างกายเขาร้อนรุม กดจูบเธอและเลียที่ริมฝีปากฟอนต์อีกครั้ง แต่มือเล็กดันหน้าอกแกร่งห้ามเขาไว้ ตากลมโตสบเข้ากับธีร์ สายตาของเธอดุจประกายวิบวับจนเข้าไม่อาจละออกไปได้ “อ...อยากมีลูกไ
“แน่ใจนะว่าเรื่องที่ได้ยินมาฟอนต์ไม่ได้คิดไปเอง” หงึก หงึก “แน่ใจ ฟอนต์ยินไม่ผิดแน่ ธีร์นัดผู้หญิงมาที่ร้านนี้” “ซวยแล้วมึงไอหมาใหญ่” เจ้าจอมสบถเบาๆ กับตัวเอง เมื่อเช้าฟอนต์โทรมาหาเธอบอกจะพาไปกับแกะ ไอเราก็งงว่าอารมณ์ไหนของเพื่อนวะมันชวนไปจับแกะ ซึ่งแกะที่ว่ามันไม่ใช่แกะจริงๆ แต่เป็นธีร์ต่างหาก “นั้นไง เจอแล้ว ป่ะเร็วๆ เจ้าจอม” ฟอนต์พูดขึ้นเสียงเบาเธอคว้ามือเจ้าจอมย่องตามร่างสูงเข้าไปในร้านอาหารสุดหรู แสงไฟอุ่นๆ ส่องสะท้อนแจกันเซรามิกขนาดใหญ่ที่ตั้งกระดับอยู่มุมหนึ่งของร้าน เธอทั้งสองรีบวิ่งไปหลบซ่อนด้านหลังของแจกันนั้น “คือตัวเราสองคนมันไม่น่าจะบังมิดนะ” “มิดยัง” ด้วยความกลัวธีร์จะจับได้ ฟอนต์เธอเด็ดใบไม้ในแจกันมาบังหน้าช่วยปิดไว้อีกที “เออมิด มิดก็บ้าแล้ว! หน้าบานเท่าฝาบ้าน ใบไม้เล็กเท่าตีนหอยมันจะมิดกี่โมง” “เคยเห็นเหรอ ตีนหอยอ่ะ” “ประเด็นมันอยู่ที่ตีนหอยไหม” “เออ ก็ไม่ จอมอ่ะชวนฟอนต์นอกเรื่อง” “จอมผิด” “ใช่” “เออ ให้มันผิดแค่จอมเถอะ”
“หื้มมม ฟอนต์แฉะแล้วนะ” “อ๊า....เพราะธีร์” เพราะว่าเขาทำให้เธอแฉะ และร้อนไปหมดทั้งร่างกาย ภายใต้แพนตี้ เธอกระตุกขมิบรู้สึกได้ถึงความชื้น เมื่อมือใหญ่แตะลงตรงกลางสาวใจเธอ “อ๊า ฟอนต์ต้องการธีร์” “ยั่วแบบนี้กะจะให้เค้านอนซบอกเธอทั้งคืนเลยใช่ไหม” สายตาเขาเลื่อนมองเธอตรงหน้า มือเขาค่อยๆ ลากเกี่ยวประโปรงเธอให้เธอลุกขึ้นแล้วถอดมันออกพร้อมกับแพนตี้สีหวาน แผล็บ “////” ปลายนิ้วเรียวแกร่งแตะเข้ากลางกลีบสีหวาน เธอมองธีร์ไม่ละสายตาราวกับว่าถูกมนต์สะกดและลืมหายใจไปแล้ว เมื่อปลายนิ้วเขาที่ถูกชโลมไปด้วยน้ำหวานที่ชื้นแฉะ.... แผล็บ แผล็บ ปลายลิ้นร้อยตวัดเลียน้ำหวานจากนิ้วเรียว สายตาธีร์อ่อนไหวมองเธอขณะกำลังชิมน้ำหวานจากมือนิ้วมือเขา บ้าจริง....ร่างกายเธอร้อนดั้งไฟเผ่าให้ได้ เพราะเธอต้องการธีร์ “เข้า.....” มือเล็กแตะที่ซิปกางกางเขาและรูดมันลง “เข้ามาทำในตัวฟอนต์ได้ไหม” “หึ เอาสิที่รัก” ริมฝีปากสีไวน์เงยขึ้นจูบเธอ และเลื่อนถอดกางเกง ก่อนที่เขาจะกลับไปนั่งเอนหลังที่โซฟา แท่งแก่นกายขยายใ
ณ คาเฟ่พักพิง “เมลเป็นไงบ้าง” ร่างบางเธอเดินเข้าร้านถามน้องพนักงาน “พี่ฟอนต์หายไปไหนมา” “ไว้ค่อยเล่าเรื่องมันยาว พ่อพี่ล่ะอยู่ไหน” “ห้องทำงานค่ะ พ่อพี่ฟอนต์บอกว่าจะขายที่นี่เรื่องจริงเหรอคะ มีคนมากับพ่อพี่ด้วยนะ เขาน่าจะเป็นคนที่จะซื้อที่....” คิดจะขายจริงๆ สินะ “เมลไปทำงานเถอะ พี่จะเข้าไปคุย
“งั้น แต่งงานกับธีร์ไหม” “ฮืออออ ฮึก ฮ๊ะ!” ฉันสะอึกกะพริบตาปริบๆ ไล่น้ำตา ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน ฟอนต์ได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า ธีร์ขอฟอนต์แต่งงานเหรอ... ตอนไปอยู่สวิทต์ธีร์คงไม่ได้ไปสะดุดล้มขั้นรุนแรงมาใช่ไหม ฮืออออ นายมาขอฉันแต่งงานทำไมอ่า ว่าแล้วก็จับหัวคนตรงหน้าหันซ้ายหันขวาเช็คดูสักหน่อย “(-_
‘เจ้านั้นคงไม่สะดวกให้เจอที่บริษัทหรอกนะ แต่ถ้าหนูฟอนต์อยากเจอจริงๆ คงต้องเป็นที่นี่....’ คอนโดเทคโนลัส ฉันยืนอยู่หน้าคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองที่พึ่งสร้างใหม่ได้ไม่ถึงเดือน กลืนน้ำลายลงคออย่างฟืดๆ ก้มมองดูสภาพตัวเองที่ใส่ชุดนักศึกษากระโปรงพลีทกระเป๋าผ้ารูปเค้กคู่ใจ กับอีแตะหัวโตคู่ละร้อยยี่สิบ สั
“ปล่อยได้แล้วธีร์” ฟอนต์ถูกลากไปยังห้องๆ นึง เป็นห้องพักขนาดใหญ่ ไม่สิแทบจะเป็นบ้านหลังๆ หนึ่งได้เลย “ทำไม! ทีไอ้หมอนั้นยังยอมให้เขาจับได้” “เขาชื่อลาเต้ ช่วยเรียกให้ดีๆหน่อยสิ” ยิ่งเธอปกป้องมัน เขายิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ “ธีร์ไม่ชอบ ไม่ชอบที่มันจับมือฟอนต์ แล้ววันนี้อีกแต่งตัวอะไรของฟอนต์ กระโปร







