Se connecter1 อาทิตย์ต่อมา
“ฟอนต์จะออกจากโรงพยาบาล ช่วยเรียกหมอให้มาถอดเฝือกให้ฟอนต์ได้แล้ว” ตั้งแต่วันนั้น ฟอนต์ก็กลับมาแทนชื่อตัวเองเป็นปกติแล้ว แต่ที่ไม่ปกติคือเธอเย็นชาใส่เขามากกว่าเดิม ไม่โวยวาย ไม่วีน แม้ว่าเขาจะกวนประสาทเธอมากแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ได้กลับมาคือความเย็นชาจากเธอ แม่ง! เธอสร้างกำแพงกั้นเขาโคตรสูงกว่าเดิมอีก “ติน ตามหมอมา” “ครับนาย” ตินตอบรับคำสั่งธีร์ก่อนจะรีบเดินออกไป “ช่วยหยิบมือถือให้ฟอนต์หน่อย” ธีร์ยอมทำตามที่ร่างบางบอก เขาเดินไปหยิบมือถือให้เธอ “ขอเบอร์โทรธีร์หน่อย” เพียงคำพูดประโยคเดียวของเธอแค่นั้น ทำให้หัวใจที่เงียบเหงากลับมามีชีวิตชีวาขึ้น “064-999-XXXX ฟอนต์ติดต่อธีร์ได้ตลอดเว.........” ตือดึง! “ช่วยเช็คดูให้หน่อย” คนตัวโตขมวดคิ้วงงกับสิ่งที่คนตัวเล็กพูด เขาเพียงแค่หยิบมือถือตัวเองขึ้นกดเข้าไปดูการแจ้งเตือน “!!!!” ฟอนต์นี่เธอ...... ‘แจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี 2,000,000.- ’ เชี่ยเอ๊ย! “เงินค่าเสียหาย หลังจากนี้หวังว่าเราจะไม่เจอกันอีก” “เธอช่วยหยุดพูดว่าเราจะไม่เจอกันอีกได้ไหม เพราะธีร์ทำมันไม่ได้!” “ไม่ ธีร์ทำได้......ก่อนหน้านี้ธีร์ยังทำได้เลย” “!!!” เหอะ ก็เพราะว่าตอนนั้นเขาอดทนรอเพื่อเธอไงว่ะ ความเจ็บปวดที่กลัวว่าจะไม่ได้เจอเธออีกกำลังลุกลามอยู่ในใจ คำพูดของเธอที่ยิ่งกระตุ้นให้เขาเป็นราวกับไฟป่า พร้อมลุกลามเผาไหม้ความรู้สึกและสติทั้งหมด “มันไม่ยากหรอก แค่ต่างคนต่างอยู่” ปึก! เสียงมือหนาทุบโต๊ะเสียงดัง ร่างสูงใหญ่เดินเข้าใกล้ฟอนต์โอบเอวบางไว้แนบชิดร่างกายกำยำเขา “ธีร์! จะทำอะไร ปล่อย” “ไม่มีทางปล่อย!” “อื้ออออออออ” สิ้นประโยคเอาแต่ใจ ร่างสูงประกบริมฝีปากจูบฟอนต์ หญิงสาวพยายามสะบัดหน้าหนีเขาแต่ปลายคางถูกมือหนาจับไม่ให้ขยับหน้าไปไหนได้ ปากเขาบดจูบปากเธออย่างดูดดื่มและรุนแรงด้วยเช่นกัน มือเล็กจิ๊กเล็บเข้าที่อกข้างขวาเขาเตือนให้เขาหยุดการกระทำป่าเถื่อนนี้ “อ๊ะ” แต่กลับต้องร้องออกมาเมื่อโดนฟันคมกัดปากล่างเธอค่อนข้างแรง บ่งบอกว่าเขาต้องการเอาลิ้นเข้าไปในโพรงปากเธอ ปลายลิ้นร้อนกวาดเอาลิ้นเธอมาตวัดให้มันละลายในปากเขาเสียให้รู้แล้วรู้รอด “หมอมาแล้วคะ......ครับ เชี่ยยย” ตินสบถคำหยาบอ้าปากกว้าง “OMG” ตามด้วยคำอุทานของหมอ ทุบ ทุบ “อื้อออ ปล่อย” แม้จะมีคนเข้ามาเห็นเขาและเธอจูบกัน ปากร้ายๆ ของเขาก็ยิ่งดูดดึงริมฝีปากเธอมากขึ้นกว่าเดิมเขาหาสนใจคนอื่นไม่ มือเล็กพยายามทุบเข้าที่อกแกร่งแรงๆ เธอต้องการให้เขาหยุด “Shit!” ธีร์เพียงแค่ฉายปลายตาคมดุมองคนอื่นแค่เท่านั้น ก่อนจะประกบจูบเธอต่อไม่ปล่อยให้ห่าง “เชี่ยแล้วกู” เป็นตินเองที่สะดุ้งเสียวหลังวาบ จำต้องจับหมอให้หันหลังให้เจ้านายทั้งสองได้จูบกันต่อ “มะ หมอออ หันหลัง” จ๊วบ จ้วบบบ ปลายลิ้นร้อนตวัดลิ้นนุ่มนิ่มอย่างเอาแต่ใจ กว่าเขาจะกลับมาหาเธอได้ เขาต้องทรมานมากแค่ไหน ไม่มีทาง ธีร์ไม่มีทางงจะปล่อยฟอนต์ไปเด็ดขาด “ฮึก.....” “....” ร่างสูงขมวดคิ้ว กำหมัดแน่น เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นร้องของฟอนต์ ฟันคมกัดปากตัวเองห้ามปรามยอมล่ะจูบจากเธอให้เป็นอิสระ “แฮ่ก ฮึก อย่ามาให้ฟอนต์เห็นหน้าอีก” ดวงตากลมโตแดงกำ เธอมองเขาด้วยความโกรธ ถ้อยคำพูดของเธอเปรียบเสมือนมีดบาดลึกเข้ามาในอกด้านซ้ายจนร้อนชาไปหมด “!!!” “ฮึก.....ออกไป” ธีร์กัดฟันกรอด ตาคมหลับลงข่มอารมณ์โกรธไว้ พ่นลมหายใจระบายความโกรธทิ้งออกมา สายตาคมดุแปรเปลี่ยนเสียใจแทนเมื่อรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป แม่ง! เธอเจ็บปวดอีกแล้ว มึงแม่งเหี้ยวะ ................................... เหตุการณ์ไฟลุกโชนเมื่อกี้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหรอวะ! สงบแบบใดวะ กูกับหมอนี่ขนลุกวาบ ซู่ซ่า ปาทังกา ปาทังกี้ ไปหมดแล้ว นายผู้ที่โดนคุณฟอนต์เอ่ยปากไล่ออกจากห้องดังลั่น กลับนั่งโซฟาเงียบๆ ปล่อยรังสีอำมหิตเป็นงูจงอางหวงของทั่วห้อง ส่วนอีกคนนั่งตาแดงก่ำ แก้มก็แดง จมูกยังแดงพร้อมเหวี่ยงทุกคน โดยเฉพาะนายถ้าพูดไม่เข้าหูคุณฟอนต์ เชี่ยยยยยตินกับหมอหนาวครับบอกเลย “ถอดเฝือกเดี๋ยวนี้ค่ะ” ตินและคุณหมอหันมองผู้เป็นนายเลิ่กลั่กอย่างไม่ให้มีพิรุธ สายตาเย็นเฉียบของนายมองทางคุณฟอนต์นิ่ง ซึ่งคึณฟอนต์ไม่มองมาทางนายเลยสักนิด เหมือนคุณฟอนต์เห็นนายเป็นอากาศหรือฝุ่นไปแล้ว แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะ นายแม่ง หน้าดุอย่างกับหมา หมอทำอะไรสักอย่างทีครับ “เอ่อ...หมอว่าแขนยังไม่หายดีนะครับคุณฟอนต์นอนโรงพยาบาลสัก 2 วันดีกว่านะครับ” “เฮ้อ เขาเป็นหมอเหรอคะ?” แขนเล็กชี้ไปที่ร่างสูง สายตาปนหงุดหงิด จะไม่ให้เธอหงุดหงิดได้ไงก็ไอ้หมาบ้าตรงนี้กำลังออกคำสั่งกับหมอทางสายตาอยู่ “นายครับ ผมว่า....ยอมคุณฟอนต์ก่อนดีกว่านะครับ” นายยยยยย T-T จะยื้อคุณฟอนต์ไม่ได้แล้วนะนาย แขนเขา เขาก็ต้องรู้สิว่าเขาไม่เจ็บแล้ว หลอกเขาให้อยู่ต่อไม่ได้แล้วค้าบบบ “เฮ้อ......” สุดท้ายเขาก็พยักหน้าส่งยอมให้หมอถอดเฝือกออกให้ฟอนต์ “เอ่อ.....เสร็จแล้วครับ ถึงแขนจะหายแล้ว แต่ยังไงก็ต้องมาดูอาการอีกรอบอยู่ รบกวนคุณฟอนต์มาตามที่หมอนัดด้วยนะครับ” “ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้ขอบคุณหมอ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยนชุดแล้วออกมาจากห้องน้ำ มือเล็กกดมือถือโทรให้คนมารับ แต่ถูกธีร์ห้ามไว้ “ให้ตินไปส่ง” “ฟอนต์จะกลับเอง” เธอตอบเขาเสียงแข็ง “ฟอนต์! อย่าดื้อ” “ฟอนต์ไม่ได้ดื้อ!” “ฟอนต์ดื้อ แล้วก็ดื้อมากด้วย” “ก็บอกว่าไม่ได้ดื้อไง ธีร์นั้นแหละดื้อ” “กูว่าดื้อทั้งคู่” ตินว่าขึ้นเบาๆ ซึ่บ! ตินสะดุ้งวาบ เมื่อเจอเข้ากับสายตาของสัตว์ร้ายทั้งเสือและแมวพวกเขาทั้งคู่มองตินตาขวาง ร่างบางไม่สนใจคนตรงหน้า กดรับสายเดินเลี่ยงธีร์ออกมา และเธอก็เดินออกจากห้องไป “ดื้อชิบหาย” “แล้วเลิกชอบไหมครับ” สายตาคมดุมองไปที่ลูกน้อง “ไม่ กูยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ เนี่ยแหละสเน่ห์ของฟอนต์” “ตื้อไม่เลิกก็สเน่ห์ของนายเหมือนกันครับ” (-_-) (^ ^) “ผมชมนายอยู่นะครับ” “ไม่ชอบขี้หน้ามึงวะติน” “หน้าผมหล่อ?” “หน้ากวนต้นตีน” “แฮะๆ โทษค้าบบบ แล้วคุณฟอนต์เอาไงดีครับ ” “ตาม” ธีร์หวงขนาดนี้เธอคิดว่าธีร์จะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เหรอฟอนต์ เธอคิดผิดแล้วตัวเล็ก “ค่อยดูเถอะยัยแสบ อยากหนีนักใช่ไหม เค้าจะทำให้เธอเป็นคนเดินเข้ามาหาเค้าเอง” . . . เอ่อออ นายคุยกับใครครับ“ฟอนต์ก็จะบ้า ฟอนต์ไม่รู้ว่าฟอนต์เป็นอะไรมากไหม ฟอนต์เป็นโรคร้ายหรือเปล่า อาจจะเป็นโรคหัวใจก็ได้นะ” “โอ้ยยยยยไอ้ฟอนต์ ฟังนะ” “.....” “ฟอนต์ชอบธีร์” “!!!!” ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก “ห๊ะ” “เออ แล้วหนีมันออกมาอย่างนี้ ไม่ใช้มันหงอยเหมือนหมาเลยติวะ กูล่ะเริ่มสงสารธีร์” ย้อนกลับไปเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ณ กาดหน้ามอ “ป้าจ้าเอาอันนี่ 2 เนื้อ 2 แดง 5 ขอผักเยอะๆ เจ้า” ฉันยืนรอลูกชิ้นทอดใจจดใจจอ มองดูยามที่ป้าเอาลูกชิ้นลงหม้อทอดนี่แบบห๊อมหอม “เจเจ๊ น้ำลายไหลแล้วน่ะ” เสียงน้องพีว่าขึ้น “ยังเถอะน้องพี” “คือยังไง หมูกะทะยังไม่อิ่มอีกเหรอเจเจ๊” คนน้องเอ่ยถามคนพี่พลางจิ่มโรตีไส้ลาวาชีสยืดเข้าปากน่าเอร็ดอร่อย เจ๊ต้องถามพีมากกว่านะ ยังไม่อิ่มอีกเหรอเคี้ยวแก้มตุยแล้ว “เหอะๆ จะกินด้วยไหม” “กินค่ะ” “60 บาทจ้าหนู” ฉันหยิบเงินให้ป้า พอได้ลูกชิ้นทอดก็ยื่นให้น้องพีกินก่อน “อร่อยป่ะ” “จ๊าดลำ ^^” น้องว่าอร่อย ว่าแล้วก็กินเองบ้าง ^^ เจ๊ก็ว่าอร่อย เราทั้งคู่เลิกเรียนพร้อมกันพอดีเลยชวนน้องรหัสมากินหมูกะทะตามภาษาพี่น้องสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น นั่งเม้าท์กันเรื่องใครจะโชคดีได้มาเป็นส
Tankoon : แทนสั่งข้าวต้มให้แล้ว เผื่อฟอนต์ด้วย เดี๋ยวมีคนเอาขึ้นไปให้ จอมอย่าลืมกินข้าวนะครับ JaoJom : ขอบคุณน้าแฟน แทนก็อย่าลืมกินข้าวละ ร่างบางวางมือถือลง เผยรอยยิ้มมองเพื่อนตนตรงหน้า ก่อนหน้านี้ทำหัวใจเธอหายวาบ เพราะไม่เคยเห็นฟอนต์โทรมามีน้ำเสียงพูดขาดสติขนาดนี้มาก่อน ตอนนี้ดูท่าจะสงบลงบ้างแล้ว “สงบสติอารมณ์ได้ยัง” ฟอนต์ถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ เมื่อหัวใจเริ่มเต้นสงบลงแล้ว วางมือทาบอกลูบปลอบโปลม ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก เมื่อกี้เต้นซะคิดว่าเต้นซุมบ้า “ขอบคุณนะโมโม่” “เลิกขอบคุณแล้วก็เล่ามาฟอนต์ ถึงขนาดรหัสแดง ต้องไม่ธรรมดา” ฟอนต์ทำใบหน้าเลิ่กลัก เอ่อ....จะเล่าไงดีวะ คือตอนโทรไปก็ไม่คิดด้วยสิ สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอ่ะ ตอนนี้รู้สึกตัวแล้วจะเริ่มเล่ามันก็เขินๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ “นี่ห้องใคร” “มึง มันใช่เรื่องที่ต้องถามไหมตอนนี้” กูว่าละ โดนดุจนได้ ^^ เธอยิ้มแบบไม่สะทกสะท้านให้เจ้าจอม “คืองี้” “....” “คือ.... คือว่า” “.....” “คือ” “โอ้ยยยยย ไอ้ฟอนต์” “เมื่อคืนธีร์บอกรักฟอนต์” (-__-) “ไม ทำหน้างั้นอ่ะ” ใบหน้าสวยหวานไร้การแต่งหน้าเพราะน่าจะพึ่งตื่น ดูจากชุดนอ
“.....” “ได้...มั้ย” “ธีร์ต้องปล่อยฟอนต์ไปถึงเมื่อไหร่” มือใหญ่กุมมือฉันแน่น แววตาคนโตดูเศร้าเขาเอ่ยถามฉันเสียงเรียบ ตือดึง ตือดึง ตือดึง ตือๆๆๆๆ ดึงดึงดึงๆๆๆๆ เสียงออดหน้าประตูดังขึ้น ฉันละสายตาจากคนตรงหน้า ทุบ ทุบ “ฟอนต์” “ไอฟอนต์โว้ยยยยย ปัง ปัง” เสียงข้างนอกทุบประตูดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงความร้อนร่น และคิดว่าไม่ใช่เสียงใครที่ไหน เป็นเสียงเจ้าจอมเอง มันทุบประตูไม่หยุดเลยซะด้วยสิ 10 นาทีไม่มีอยู่จริง ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ มันหายตัวมาเปล่าวะนั้น “เฮ้อ” คนตรงหน้าฉันพ้นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ใบหน้าคมบ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจมากหนักเพราะเขาถูกขัดจังหวะ “จิ๊ เคาะทำเชี่ยไรวะ” ร่างสูงเปิดประตูออกสถบคำสุภาพใส่หน้า....เอ่อ..แทนคุณ เธอเชื่อว่าเมื่อกี้โมโม่เป็นคนเคาะประตู ดีไม่ดีไม่น่าจะใช่มือด้วยนะที่เคาะ “ใจเย็น ไอสัตว์ หน้ามึงจะแดกหมาแล้วไอเหี้ย” ฟอนต์ว่าทั้งคู่มากกว่านะ ที่ดูหงุดหงิด “ฟอนต์!” โมโม่ชะโงกหน้าจากข้างหลังแทนคุณเรียกฉัน หลบอยู่หลังแฟนนี่เอง “เจ้าจอม” ฉันรีบวิ่งไปกอดเจ้าจอมแน่น ฮืออออขอบคุณมากนะ ไม่เคยดีใจขนาดนี้มาก่อนเลย “ใจเย็นๆ
ในห้องนอนที่มืดสนิท ภายในห้องเย็นเฉียบเพราะเครื่องปรับ อากาศที่อยู่ในอุณหภูมิ 23 องศา ทำให้ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศนั้นพัดกระทบเข้ากับเนื้อผิวของร่างบางในขณะที่กำลังหลับไหลอยู่ก็จำต้องขยับร่างกายควานหาความอบอุ่นข้างๆ เธอใช้มือเล็กควานหากอดหมอนข้าง...... “งื้มมมมมมม หนาว” ฟอนต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ขยับร่างกายแนบซุกแก้มเข้าหมอนข้างอุ่นๆ เผยรอยยิ้มเมื่อมุดหน้าเข้าหาความอบอุ่นนี้ได้ เพราะเมื่อคืนฝันดีมาก เธอจึงได้ไม่อยากจะลืมตาตื่นขึ้นมา “อุ่นไหม?” “อื้ม อุ่นมาก” เธอเอ่ยขึ้นตอบหมอนข้างออกไป.... เดี๋ยวนะ!... หมอนข้างพูดได้ด้วยเหรอ? พรึ่บ! ไม่ใช่ ไม่ใช่หมอนข้าง 0 [] 0 เธอรีบลืมตาตื่นขึ้น ปากเล็กอ้ากว้างตกใจ เมื่อภาพตรงหน้าทำหัวใจวาย แทบช็อก ร่างสูงท่อนบนใส่เพียงเสื้อกล้ามเผยเห็นกล้ามเป็นมัดๆ จนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะเกรงว่าน้ำลายจะไหลลงที่นอน มันใช่เวลามาโฟกัสตรงนี้ไหมไอ้ฟอนต์ ตอนนี้เราทั้งคู่กับลังนอนกอดกันอยู่น๊า >และเขาคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “ฟอนต์ครับ ตื่นแล้วเหรอ” ธีร์เอ่ยเสียงทุ้มแหบพร่า คนฟังดูแล้วยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่ ชัดเลยเหตุการ
“แฮ่ก แฮ่ก” คนตัวเล็กหอบหายใจถี่ แววตากลมโตเพียงมองแท่งร้อนที่กำลังกระตุกสู้มือเธอ หัวใจดวงเล็กๆเต้นร้อนระอุไปทั่วทั้งร่าง เธอกัดปากล่างคิดอย่างชั่งใจ ธีร์มองลงมาที่เธอเช่นกัน เหมือน...โกลเด้นหมาใหญ่รอคำตอบเธอ “ซี๊ดดดด เบ้บ” คนตัวโตครางต่ำในลำคอ สายตาลุกวาวกับการกระทำอันหน้าหลงไหลของร่างบางนี้ เมื่อร่างกายเล็กขยับร่างกายบางแนบชิดกายกำยำ เพื่อให้แท่งแก่นกายเขาแตะลงแนบเนื้อกับกลีบกุกลาบเธอเอง “อ๊ะ ห...ห้ามส...อ๊ะ สอดเข้ามานะ สัญญา อื๊อออธีร์” จ๊วบบบ จ๊วบบบ หัวใจโกลเด้นหมาใหญ่สั่นไหว พรมจูบปากเล็ก เกี่ยวก้อยตอบกลับเธอเพื่อทำตามสัญญา พลางถูแท่งร้อนกับกลีบกุหลาบบางนี้ยืนยันการกระทำของเขา “อ๊ะ มันรู้สึกแปลกๆ อ๊า” อุ้งปากใหญ่ไม่ยอมให้ว่าง ก้มลงชกชิมยอดปทุมถันสีหวานฉ่ำ ลิ้นเขาห่อรับยอดสีหวาน พลางใช้ฟันคบกัดเบาๆ ให้เธอร้องเสียวเล่น หวานหู “เธอ ....ธีร์ ฟอนต์ ไม่ไหว อ๊ะๆๆ อ๊าอ๊า” แท่งร้อนทำหน้าที่ถูเข้าออก ไม่สอดเข้าไปก็ทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนสอด มีบางครั้งของแรงถูเขาที่เหมือนจะกระแทกเข้ามาข้างในซะมากกว่า มันลุบเข้าไปแ
“ออกซิโทซิน ที่คนทั่วไปเรียกว่า.....Love Hormone” ‘สารแห่งความรัก’ “อื้มเบบี๋....” จ๊วบบบบบ~ สิ้นประโยคสุดท้าย ผมไม่รอช้าทาบปากขึ้นจูบปากเล็ก ร่างบางหลับตาพริ้มรับรสจูบผม สิ่งที่ผมลิ้มลองความหวานจากริมฝีปากเล็กนี่ช่างหวานหวั่นชวนใจผมสั่นเต้นไม่เป็นจังหวะ “แบบนี้หรือเปล่าหื้ม?” ผมผละออกจากปากนุ่มเอ่ยถามฟอนต์ “อื้อ.....มากกว่านี้…ได้ไหม” จุ๊บ “สร่างเมายัง” ผมอดยิ้มไม่ได้ เมาแล้วน่ารักแบบนี้เป็นแค่กับธีร์คนเดียวนะ ไม่อนุญาตให้เมาแบบนี้กับใคร “ยัง” “ตื่นขึ้นมา เธอจะจำได้ไหม” จ๊วบ จ๊วบ~ ผมจูบปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง พลางใช้ลิ้นเลียปากเล็ก ถอนจูบรอฟังคำตอบเธอ “อื้อออ ไม่รู้สิ....แต่ตอนนี้ ฟอนต์ยังจำได้” “หึ เช้ามาก็ขอให้จำได้แล้วกันว่า....ธีร์ตั้งใจ” จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ~ “อื้มมมมมม” ผมป้อนรสจูบให้เธออีกครั้ง คราวนี้เอาให้รสจูบนี้ส่งไปให้ใกล้ใจเธอมากที่สุด อยากให้ฟอนต์จดจำจนลืมไม่ลง ผมงับริมฝีปากของคนด้านบนที่มองลงมาด้วยสายตาเปี่ยมอารมณ์ จูบทั้งปากบนสลับกับปากล่าง เธออ้าปากรับเรียวลิ้นผมให้ตวัดกวาดชิมความหวานทั่วโพรงปาก เราจูบแลกน้ำลายกัน “อื้มมมมมท~” ปลายลิ้นหยอกเย้าเธอเล่นทำให้







