LOGINเขาชี้หน้าฉันทำไม?
“เพื่อนพวกคุณล้มอยู่ข้างหลัง แต่พวกคุณก็ทิ้งเขา ไม่มีใครคิดจะช่วย เพื่อให้ตัวเองวิ่งมาถึงแถวได้ทันเวลา นี่เหรอคือความสามัคคีของพวกคุณ!!”
“สิ่งที่พวกผมต้องการไม่ใช่การที่พวกคุณวิ่งได้ทันเวลา แต่ต้องการเห็นศักยภาพของคำว่าเพื่อนที่พวกคุณมีให้กัน ถ้าเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ พวกคุณก็ไม่สมควรที่จะได้รับเหรียญ” พูดจบร่างสูงก็เดินลงจากเวทีมาหยุดยืนตรงหน้าฉัน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองนัยน์ตาของฉัน ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นรัว
“ส่วนคุณ...” เขาเหลือบสายมองป้ายชื่อที่ห้อยอยู่บนคอของฉัน แต่เขาก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยชื่อฉันให้ได้ชื่นใจแต่อย่างใด ก่อนสายตาคมกริบจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับฉันที่กำลังมองเขาอยู่อีกครั้ง
“ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองอ่อนแอก็ควรจะระวังให้มากกว่านี้ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระทำให้เพื่อนคนอื่นเดือดร้อน!” เขาตะคอกใส่หน้าจนฉันตกใจสะดุ้งสุดตัว น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
ตั้งแต่เกิดมาเป็นลูกคุณหนูฉันไม่เคยถูกใครตะคอกใส่หน้าใกล้ขนาดนี้มาก่อน ขนาดพ่อแม่ยังไม่เคยดุ แล้วเขาเป็นใครกล้าดียังไงมาตะคอกใส่ฉัน
“ร้องไห้ทำไม! ใครสั่งให้คุณร้อง?” เป็นอีกครั้งที่เขาตะคอกใส่
“แล้วรุ่นพี่มาตะคอกใส่ฉันทำไมเล่า! ฉันตกใจฉันก็ร้องไห้สิ พูดกันดีๆ ไม่ได้หรือไง!” ฉันตะโกนกลับไปเสียงดังทั้งที่น้ำตายังอาบแก้ม ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกลวกๆ ไม่หลบสายตาเขาสักนิด
เขาจ้องมาฉันจ้องกลับไม่โกงกัน
เอาสิ! คนอื่นจะได้รู้จักชื่ออิเค้กส้มกันทั้งคณะก็วันนี้
“…” เหมือนเขาจะอึ้งไป ไม่พูดไม่จา อาการนิ่งเงียบแบบนี้ฉันเองก็เดาท่าทางเขาไม่ออก เริ่มหวั่นใจว่าเขาจะต่อยฉันไหม
ความเงียบเข้าครอบงำทั้งคณะ
“น้องคะ น้องคะ เชิญออกมาทางนี้ก่อนค่ะ” รุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาสะกิดเรียก ก่อนจะดึงแขนฉันให้เดินออกไปจากตรงนี้ ฉันยอมเดินตามไปอย่างว่าง่าย แต่สายตาก็ยังไม่วายจ้องตาเขาอยู่
“พี่ขาหนูขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ สงสัยมันล้มหัวฟาดพื้นเลยพูดจาไม่รู้เรื่อง ขอโทษจริงๆ นะคะ” แก้มไหว้ย่อขอโทษพี่ว้ากคนนั้นแทนฉัน พร้อมกับส่งสายตาวิบวับก่อนที่มันจะวิ่งตามออกมา
“...” แคร์ส่ายหน้าอย่างเนืองๆ เดินออกจากแถวตามฉันมาอีกคน
รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นพาฉันกับเพื่อนที่ดูเหมือนจะเป็นตัวปัญหาหลบอยู่ด้านหลัง เพื่อให้กิจกรรมการรับน้องได้ดำเนินต่อ
“น้องสามคนรู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป”
“ทำไมเหรอพี่?” ฉันเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัย
“ก็พี่ว้ากคนนั้นอะ เขาเป็น...” รุ่นพี่ผู้หญิงกำลังจะพูดแต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยหัวหน้าพี่ว้ากปีสองเดินเข้ามาพูดแทรก
“เราสามคนนิน่า สร้างปัญหาที่สุดเลย หลังจากเสร็จกิจกรรมนี้แล้วเรามีเรื่องต้องคุยกันยาว” พี่ว้ากบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหุนหันเดินออกไป
“อ้าวพี่ เดี๋ยวก่อนสิ เมื่อกี้พี่จะพูดว่าอะไรนะ?” ฉันตะโกนถามตามหลังแต่ก็ไม่ทัน รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นเดินออกไปแล้ว เมื่อกี้เขากำลังจะพูดว่าอะไร ฉันครุ่นคิดด้วยความสงสัย
เมื่อเหลือกันอยู่สามคน
“มึง!! กรี๊ด” อยู่ดีๆ ฉันก็กระโดดดีใจเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ อยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ แต่ก็ต้องเอามือปิดปากไว้ก่อนเพราะกลัวเสียงจะไปรบกวนคนอื่นที่กำลังทำกิจกรรม
“อุ้ยตาย!! เป็นอะไรยะอินี่ ผีเข้าหรือไง” แก้มสะดุ้งตกใจเอามือทาบอก เมื่อฉันกระโดดเข้าไปกอดคอ
“มึงๆ กูอยากได้เขา” ฉันพูดไปยิ้มเขินไป
“เขาไหนวะ?” แคร์เอียงหน้าด้วยความสงสัย
“ก็พี่ว้ากคนนั้นไง” ฉันบอกด้วยใบหน้าเห่อร้อน จนต้องเอามือสองข้างขึ้นมาป้องหน้าตัวเอง กลัวว่ามันจะบานไปมากกว่านี้
“คนที่ตะคอกใส่หน้ามึงอะนะ?” แก้มถามด้วยสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อ
“เออๆ คนนั้นแหละ” ฉันพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มปลื้มปริ่ม
“เขาตะคอกใส่หน้ามึงขนาดนั้น ยังอยากได้เขาอีกเหรอวะ?” แคร์เองก็มีสีหน้าไม่ต่างกับแก้มที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ เพราะสองคนนี้รู้จักนิสัยฉันดีว่าถ้ามีคนมาทำอะไรให้ไม่ถูกใจ ฉันจะหมายหัวด้วยตัวหนังสือสีแดงใหญ่ๆ ไว้เลยว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนคนนี้เด็ดขาด และโยนออกไปอยู่นอกโลกคู่ขนาดที่ไม่มีทางบรรจบ
“อือ ก็เขาหล่ออ่ะ ถึงดุกูก็ยอม” ฉันทำท่าเพ้อถึงหนังเรื่องฟิฟตี้เชดส์ออฟเกรย์ ดุๆ แบบนั้นก็ดูเร้าใจดี
“แต่กูได้ข่าวมาว่าเขาไม่ดุเลยนะ ออกจะเย็นชาด้วยซ้ำ” แก้มพูดทำให้ฉันกับแคร์หันขวับไปมองด้วยความสงสัยว่ามันรู้ได้ยังไง ฉันหรี่ตาลงเพื่อจ้องจับผิด
“เอ้าอินี่ มึงชอบผู้หล่อเป็นคนเดียวเหรอ กูเองก็ชอบผู้หล่อเป็นเหมือนกันนะ” แก้มเชิดหน้าก่อนจะพูดต่อ
“ถ้าจะเย็นชาเป็นน้ำแข็งแบบนี้ ใครจีบได้ก็เอาโล่ไปเลยจร้า กูขอบาย”
“งั้นกูจะเป็นไฟละลายน้ำแข็งให้พวกมึงดู เตรียมโล่ให้กูได้เลย” ฉันตั้งเป้าหมายที่จะพิชิตใจพี่ว้ากปีสาม ฟิคชั่นเจ้าชายน้ำแข็งเรื่องนี้ฉันจะต้องได้เป็นนางเอก ฉันยิ้มกับตัวเองอย่างเพ้อฝัน
แป๊ะ!!
แก้มดีดนิ้วดึงสติของฉันให้กลับมาจากฝันหวานชวนเพ้อ ทำให้ใบหน้าที่เคยแน่วแน่ของฉันตอนนี้ห่อเหี่ยวเหมือนใบตองแห้งที่ขาดน้ำ
“ตื่นค่ะอิเค้ก พักก่อน เมื่อกี้มึงเพิ่งตะคอกหักหน้าพี่เขากลางคณะมาค่ะ”
“ฮือ แล้วกูจะจีบเขาติดไหมวะ”
“หึ เข้าหน้าพี่เขาให้ติดก่อนค่ะ เรื่องอื่นค่อยคิด” แก้มยกมือขึ้นเบรก
“มึงเพื่อนกูรึเปล่าวะ”
แต่ถึงยังไงฉันก็จะไม่มีวันยอมแพ้ เพราะพี่ว้ากคนนี้แหละจะมาเป็นแฟนคนแรกของฉัน
หลังจากกินเสร็จพี่พายุก็จัดการเก็บโต๊ะทำความสะอาดทุกอย่างเป็นพ่อบ้านพ่อเรือน ส่วนฉันก็ถือวิสาสะเดินสำรวจดูห้องของเขา หนังสือเรียนถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ ภาพวาดหลายรูปติดอยู่บนผนังห้อง ไม่รู้ว่าเขาวาดเองหรือซื้อเอามาตกแต่ง บอกให้รู้ว่าเขาเองก็ชอบงานศิลปะเหมือนกันไหนจะถ้วยรางวัลที่ตั้งอยู่บนชั้นอีกหลายใบ ทั้งหล่อทั้งเรียนเก่ง เป็นเด็กกิจกรรม มีครบทุกอย่างในตัวเขา ฉันยิ้มด้วยความปลาบปลื้ม เดินมาหยิบกรอบรูปของเขาขึ้นมาดูอีกครั้ง“ชอบพี่เหรอ” จู่ๆ เสียงทุ้มเอ่ยถามชนิดที่ฉันยังไม่ทันได้ตั้งตัว หันกลับไปมองก็เห็นว่าเขามายืนอยู่ด้านหลังแล้ว ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือแอบไปเรียนวิชานินจามาถึงได้โผล่จากตรงนั้นมาตรงนี้ได้ไวแบบนี้“...” ฉันมองเขาตาโต หูฝาดไปหรือเปล่าที่ได้ยินเขาถามประโยคนี้ หรือเขาไปกินอะไรผิดมา“ทำไมถึงชอบพี่” พี่พายุถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ฉันรู้ว่าไม่ได้หูฝาดไปตายแล้วอิเค้ก ตั้งใจจะมาอ่อยเขาแต่ดันเจอเขาอ่อยกลับแถมอ่อยแรงด้วย แล้วฉันจะตั้งรับยังไง“...”“ว่ายังไงครับ” ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้“ทำไมถึงคิดว่าเค้กชอบพี่ละคะ”เอาสิ อ่อยมาฉันอ่อยกลับไม่ยอมเสียเปรียบบอกความในใ
พี่พายุขับรถพาฉันกลับมาตามเส้นทางหอพักของเขา คงเพราะไม่รู้จะไปส่งฉันที่ไหน เขาพยุงฉันขึ้นมาบนห้อง ค่อยๆ วางฉันลงบนเตียง ก่อนจะเดินออกไป ตามมาด้วยเสียงปิดประตูและเสียงน้ำไหลคงไปอาบน้ำแหละ แค่คิดใบหน้าก็ร้อนผ่าวฉันดีดตัวลุกจากเตียง อยากจะกรี๊ดดังๆ แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้เดี๋ยวเขาได้ยิน ฉันมองไปรอบๆ ห้องข้าวของของเขาถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้านมากกว่าห้องของฉันเสียอีก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกรอบรูปอันหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะหนังสือที่ช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน ฉันเดินไปหยิบมันขึ้นมา ยิ้มแก้มแทบปริเมื่อรู้ว่ามันคือกรอบรูปที่ฉันทำให้เขาเป็นของขวัญสำหรับพี่รหัสเมื่อปีที่แล้วรูปที่ฉันแอบถ่ายเขาในมุมเผลอตอนที่กำลังเล่นบาส อยู่ในกรอบสีชมพูน่ารัก พร้อมกับการ์ดรูปหัวใจที่เขียนด้วยลายมือตัวเองของขวัญสำหรับพี่รหัสที่น่ารักค่ะ จากเค้กส้มฉันไล่ปลายนิ้วไปตามรูปหน้าได้สัดส่วน เรื่อยมาจนถึงปลายจมูกโด่ง ริมฝีปากบาง ฉันยิ้มออกมาด้วยหัวใจที่พองโต“ยังเก็บไว้อยู่สินะ” แต่แล้วฉันก็ต้องสะดุ้ง เมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลัง“ตื่นแล้วเหรอ”ฉันหันกลับไป สายตาของเราประสานกัน ตกอยู่ในภวังค์ความเงียบ หั
“พี่ยุ!” ฉันอุทานชื่อของคนที่ฉันอ้วกใส่ด้วยสีหน้าตกใจสุดขีด ก่อนจะก้มมองกางเกงยีนของเขาที่เลอะอ้วกฉันเต็มไปหมดรู้สึกอายจนต้องแกล้งเมาต่อ ซุกหน้ากับอกกว้าง อยู่ในวงแขนของเขา ไม่กล้าเงยขึ้นมาสบตา“พี่พายุขา น้องแก้มขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะ พอดีว่ามันเมามาก อย่าโกรธมันเลยน่า พลีส~” แก้มพูดเสียงออดอ้อนพร้อมกับยกมือไหว้ สีหน้าสำนึกผิดแทนเพื่อน “ไม่เป็นไรครับ”“ใจดีจังเลยค่ะ” แก้มยิ้มเขิน ยืนบิดตัวไปมา“…” ส่วนฉันยังคงแกล้งหลับอยู่ในอ้อมแขนของเขาต่อ เพราะอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน แกล้งหลับไปก่อนแล้วกัน“พี่พายุ แคร์ฝากดูส้มแป๊บดิ” จู่ๆ แคร์ก็พูดขึ้นฉันขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมพวกมันถึงคิดจะทิ้งฉัน ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าเพื่อนกำลังวางแผนการร้ายกาจที่จะทำให้ฉันได้อยู่กับพี่พายุตามลำพัง‘งื้อ เพื่อนรัก รักเพื่อน’“ครับ?” คำว่าครับของเขาเหมือนจะเป็นประโยคคำถามมากกว่าประโยคตอบรับทำให้แคร์ต้องพูดต่อ“อ้อ คือว่าแคร์กับแก้มจะกลับไปเอากระเป๋าที่โต๊ะค่ะ เดี๋ยวมา”“เออๆ ใช่ๆ เราสองคนลืมกระเป๋าค่ะ ฝากพี่พายุดูแลเค้กแป๊บนะคะ แล้วพวกเราจะรีบกลับมา น่า~”“ได้ครับ”'สำเร็จ!' ฉันลอบยิ้ม แอบหรี่ตามองก็เห็
“สวัสดีค่ะรุ่นพี่”“!!!” ฉันลุกจากเก้าอี้หันกลับไป “เมื่อกี้มากับพี่ยุเหรอคะ”“ไม่เห็นเหรอ” ฉันถามกลับ ยืนกอดอกเผชิญหน้า“ก็เห็นนะคะ แต่ว่าเมื่อกี้หนูไปถามพี่ยุมา เขาบอกว่าพี่ไม่ได้เป็นแฟนเขานี่คะ แต่ว่าเป็น...” รุ่นน้องคนนั้นยิ้มมุมปาก ปลายนิ้วม้วนปอยผมตัวเองไปมา ท่าทางยียวนชวนตบ มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “!!!” หัวใจฉันหล่นตุ้บ ไม่ใช่เพราะกลัวรุ่นน้องคนนี้หรอกนะ แต่เพราะฉันกลัวคำตอบของเขาต่างหาก“เป็นอะไรคะน้อง? คนเขาเป็นแฟนกันแล้วยังจะมายุ่งกับเขาอีก” แก้มสวนขึ้นเพราะรู้สึกโกรธแทน “ก็เป็น...น้องรหัสนะสิคะ พี่ยุบอกว่าพี่เค้กส้มไม่เคยมาขอเป็นแฟนเลย แล้วแบบนี้จะเรียกว่าแฟนได้ยังไงกัน จริงไหมคะ” น้องคนนั้นพูดไปยิ้มไปทำเหมือนกับว่าตัวเองเหนือกว่า“...” ฉันกำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บ ปลายเล็บยาวที่เพิ่งต่อมาจิกลงไปในเนื้อ“อิเค้กใจเย็น” แก้มกระซิบข้างหู พร้อมกับกอดไหล่ฉันไว้“นี่น้อง ถ้าไม่รู้อะไรพี่ว่าอย่าพูดจะดีกว่านะ เพราะน้องอาจจะเงิบในภายหลังได้ ทางที่ดีน้องกลับไปหาเพื่อนของน้องเถอะ ก่อนจะถูกพวกพี่ตบ” แคร์บอกด้วยสีหน้านิ่งแต่ก็พร้อมจะเอาจริง“…” รุ่นน้องคนนั้นยิ้มราวกับเห็นว่ามันเป็นเรื่
“เค้กกำลังจะไปงานเลี้ยงที่คณะค่ะ”“แล้วพี่ยุจะไปไหนคะ”“พี่ก็กำลังจะไปงานเลี้ยงที่คณะเหมือนกัน”“ถ้าอย่างนั้น...เค้กจะไปกับพี่ไหม?”“ไปค่ะ” คงไม่ต้องรอให้พระอิฐพระปูนมาสวดหรือรอให้ใครมาตัดริบบิ้น ฉันยิ้มและตอบตกลงเขาไปทันทีพี่พายุเดินไปที่รถ ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับหมวกกันน็อคใบใหญ่“ใส่ไว้นะ” เขาใส่หมวกกันน็อคของเขาที่มีอยู่ใบเดียวให้ฉัน กลิ่นแชมพูอ่อนๆ แบบผู้ชายยังหอมอบอวลอยู่ในหมวกทำให้ใบหน้าฉันร้อนผ่าวร่างสูงก้าวขึ้นไปนั่งบนรถบิ๊กไบค์ ก่อนจะหันมามองฉันเหมือนดูว่าฉันจะขึ้นได้ไหมฉันยิ้มพลางนึกในใจว่ารุ่นพี่ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันเตรียมพร้อมมาแล้ว เพราะรู้ว่าต้องมาทำอะไรแบบนี้ ฉันจึงเลือกใส่ชุดกระโปรงสั้นรัดรูปที่มีซับด้านในเป็นกางเกงให้ง่ายต่อการนั่งซ้อนท้ายขาของฉันก้าวขึ้นมานั่งบนเบาะ ก่อนจะโน้มตัวลงไปโอบกอดเอวเขาไว้แน่นราวกับว่ากลัวตก แต่ความจริงแล้ว...ฉันอยากกอดรุ่นพี่แบบนี้มานานแล้วรถบิ๊กไบค์ค่อยๆ ออกตัว ฉันหันกลับไปโบกมือให้เพื่อนสองคนที่ยืนแอบอยู่หลังต้นไม้ ตอนนี้พวกมันยิ้มหน้าบาน กระโดดดีใจ แก้มเล่นใหญ่กว่าใคร ปาดน้ำตาเหมือนกำลังจะร้องไห้ไม่รู้ฉันเป็นโรคจิตหรือเปล่าเพราะชอ
เวลาหนึ่งทุ่มนิดๆหลังจากแต่งตัวเสร็จ ฉันก็ออกมายืนรอพี่พายุอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้กับหอพักของเขาเพื่อทำตามแผนที่เพื่อนบอกสายตาของฉันทอดมองออกไปบนท้องถนนที่มืดสลัว มีเพียงแสงไฟริบหรี่จากหลอดนีออนข้างทางที่ส่องสว่างจนฉันเริ่มกลัว ในใจพลางคิดว่าฉันทำถูกไหมที่เลือกแผนนี้ แต่แล้วความกลัวและความกังวลของฉันทุกอย่างก็หายไป เมื่อเสียงมือถือดังขึ้น“ว่าไงมึง” ฉันกดรับสาย“ออกไปแล้วๆ ทำตามแผนได้เลย” แก้มพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อฉันส่งมันสองคนไปสอดแนมที่หอพักของพี่พายุ และโทรมารายงานทันทีที่เห็นเขาขับรถออกมา“ระวังตัวด้วยนะมึง”“อืม ขอบใจมาก” ฉันกดวางสาย พร้อมกับชะโงกหน้าไปมองบนท้องถนน แสงไฟจากหน้ารถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เลี้ยวผ่านโค้งเข้ามา ใกล้ถึงจุดที่ฉันยืนอยู่ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยออกมาเพื่อเรียกความกล้า ก่อนที่ขาสองข้างจะก้าวเดินออกไปเอี๊ยดดด....!!!เสียงล้อรถเบรกลากไปกับพื้นถนนจนได้กลิ่นไหม้ ทิ้งรอยดำเป็นทางยาวหลายเมตรฉันยืนหลับตาปี๋ สั่นไปทั้งตัว ในใจพลางคิดว่าตัวเองตายหรือยัง“เป็นอะไรไหมครับ?!” เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความตกใจ ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาทีละข้างก็เห็นว่าเขามายืนอยู่ตร







