LOGIN"ผมชื่อนนท์ครับ...ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ คุณโจรสาวผู้เข้าใจผิด"
นนท์เอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พร้อมกับยื่นมือที่ยังเปียกชื้นเล็กน้อยไปตรงหน้าหญิงสาว
ส้มหน้าแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก เธอยื่นมือเล็ก ๆ ไปจับมือเขาตามมารยาทแบบเก้ ๆ กัง ๆ "หนูชื่อส้มค่ะ...ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะที่ทั้งฟาด ทั้งทุบแถมยังกล่าวหาว่าคุณเป็นโจรอีก"
"ไม่เป็นไรครับ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายยามเช้าก็แล้วกัน... ว่าแต่คุณส้มวิ่งหน้าตั้งขนาดนี้ รีบไปไหนเหรอครับ?" นนท์ถามด้วยความสงสัย
"อ๋อ หนู...หนูรีบไปสัมภาษณ์งานพิเศษที่ร้านกาแฟค่ะ!" ส้มตอบเสียงอ่อย พลางกระชับกระเป๋าสตางค์คิตตี้เปียกน้ำในอ้อมอก
นนท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิด ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของส้มเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
"โอ้... ถ้าอย่างนั้น คุณส้มคงไม่ต้องวิ่งไปไหนไกลแล้วล่ะครับ"
"คะ?" ส้มทำหน้าเหวอ สมองประมวลผลไม่ทัน
"เพราะว่าคุณส้มกำลังจะไปสัมภาษณ์งาน... ที่ร้านกาแฟของผมเองครับ"
ว่าแล้วนนท์ก็ผายมือและชี้ไปยังร้านกาแฟสไตล์มินิมอลสุดชิคที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมปากซอยพอดิบพอดี... ซึ่งก็คือร้านเดียวกันกับที่เธอเพิ่งวิ่งเตลิดเลยผ่านไปเมื่อครู่นั่นเอง!
ส้มอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน วันนี้เธอต้องตกใจจนวิญญาณเกือบหลุดออกจากร่างไปกี่รอบแล้วเนี่ย! เธอยังไม่รู้เลยว่าจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน เมื่อความจริงเปิดเผยว่าผู้ชายที่เธอเพิ่งจะกล่าวหาว่าเป็นโจรแถมยังประเคนกระเป๋าผ้าใส่ไปเต็มแรง แท้จริงแล้วคือ "ว่าที่เจ้านาย" คนใหม่ของเธอนั่นเอง!
"เอ่อ... คือ..." ส้มอยากจะเป็นลมรอบที่สองของวัน
"เอาล่ะครับ ไปกันเถอะคุณส้ม... ไปจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แห้ง แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องสัมภาษณ์งานกัน" นนท์หัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะก้มลงมองเสื้อยืดสีขาวที่เปียกโชกคราบน้ำมะพร้าวติดกลิ่นหอมหวาน
"แต่ก่อนอื่น... คุณส้มคงต้องรับผิดชอบค่าเสียหายด้วยการชงกาแฟฝีมือดี ๆ ให้ผมสักแก้วแล้วล่ะมั้งครับ"
ส้มยิ้มแหย ๆ ส่งสายตาขอโทษขอโพย "ได้เลยค่ะ! สำหรับแก้วนี้ หนูยินดีชงให้คุณนนท์ดื่มฟรี... แถมชดใช้กรรมไปตลอดชาติเลยค่ะ!"
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายแสนอลวน ในร้านกาแฟบรรยากาศอบอุ่น... ระหว่างเจ้านายหนุ่มสุดหล่อผู้แสนสุภาพ กับลูกจ้างสาวจอมเปิ่น ที่ไม่รู้ว่างานนี้กาแฟในร้านจะรสชาติกลมกล่อมแค่ไหน แต่ที่แน่ ๆ หัวใจของทั้งคู่กำลังจะถูก "ชง" ให้เข้ากันอย่างลงตัวโดยไม่ทันได้ตั้งตัวเลยทีเดียว
...
เช้าวันถัดมา ณ ร้านกาแฟสไตล์มินิมอลสุดชิค ส้ม หญิงสาววัย 21 ปี ยืนสูดหายใจเข้าลึก ๆ อยู่หน้าประตูร้าน ในชุดพนักงานเอี๊ยมผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตาที่นนท์จัดเตรียมไว้ให้ หัวใจดวงน้อยของเธอกำลังเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงเครื่องบดกาแฟเสียอีก นึกถึงเมื่อวานแล้วก็ยังอายไม่หายที่ดันไปทุบกระเป๋าและกล่าวหาว่าเจ้าของร้านสุดหล่อเป็นโจรปล้นกระเป๋า
เมื่อก้าวเท้าผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดก็ลอยแตะจมูก เธอมองเห็น นนท์ ชายหนุ่มวัย 28 ปี เจ้านายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตดูสะอาดสะอ้าน กำลังก้มหน้าก้มตาเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์บาร์อย่างตั้งใจ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาพร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่นละลายใจมาให้ จนส้มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้มอยู่ในหม้อต้มเอสเปรสโซที่อุณหภูมิพุ่งสูงปรี๊ด
"มาแล้วเหรอครับคุณส้ม... วันนี้ไม่ได้วิ่งหนีมาใช่มั้ยครับเนี่ย" นนท์ทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือแววหยอกล้อ
"ค...ค่ะ... วันนี้ส้มเดินมาค่ะ!" ส้มตอบเสียงอ่อย ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขิน ก่อนจะเบนสายตาไปเห็นหญิงสาวหน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับนนท์กำลังยืนอมยิ้มกริ่มอยู่หลังเครื่องชงกาแฟ
"นี่บาริสต้าประจำร้านของเรานะคุณส้ม ชื่อพี่เมย์ครับ" ชายหนุ่มแนะนำด้วยรอยยิ้ม
"สวัสดีค่ะพี่เมย์ หนูชื่อส้มนะคะ" ส้มรีบยกมือไหว้รุ่นพี่ในร้านด้วยความนอบน้อม
"จ้ะ... น้องส้มคนที่เกือบใช้กระเป๋าผ้าพิฆาตแจ้งตำรวจจับคุณนนท์เมื่อวานนี้ใช่ไหมจ๊ะ ยินดีต้อนรับนะ" พี่เมย์แซวกลับทันทีด้วยความเอ็นดู
ส้มแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีลงไปซ่อนตัวใต้ถังเคาะกากกาแฟซะเดี๋ยวนั้น นนท์หลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่เธอเบา ๆ เป็นเชิงให้ผ่อนคลาย
"เอาล่ะครับ วันนี้เรามาเริ่มต้นก้าวแรกด้วยการเรียนรู้พื้นฐานอุปกรณ์กันก่อน... แต่ไม่ต้องห่วงนะ มีพี่เมย์คอยช่วยสอนให้อย่างใกล้ชิดแน่นอน"
และแล้วภารกิจแรกของบาริสต้ามือใหม่ก็มาถึง นั่นคือการฝึก "สตีมนม" หรือการใช้ไอน้ำแรงดันสูงจากเครื่องชงกาแฟเพื่อเป่าฟองนมให้ออกมาเนียนละเอียด
พี่เมย์สาธิตขั้นตอนทั้งหมดให้ดูอย่างใจเย็น เนื้อฟองนมที่ออกมาเนียนนุ่มละมุนราวกับเนื้อกำมะหยี่ ดูช่างง่ายดายจนส้มแอบคิดในใจว่า 'อ่า... แค่นี้เอง ง่ายนิดเดียว!'
"เอาล่ะส้ม ลองดูนะ ค่อย ๆ เปิดวาล์วปล่อยไอน้ำ วางหัวก้านสตีมให้ทำมุมเอียงพอดี... และที่สำคัญที่สุดคือต้องจับเหยือกสเตนเลส (Pitcher) ให้มั่นคง อย่าให้หลุดมือล่ะ" นนท์ยืนกอดอกลุ้นอยู่ห่าง ๆ ด้วยความเป็นห่วงกลัวสาวเจ้าจะซุ่มซ่ามทำเรื่องอีก
ส้มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสยบความตื่นเต้น มือเล็ก ๆ กำหูจับเหยือกนมสเตนเลสแน่น แล้วค่อย ๆ เอื้อมมือไปหมุนวาล์วไอน้ำตามที่เรียนมา
พรวดดดดดดดด!
เสียงไอน้ำคำรามดังสนั่นหวั่นไหว แรงดันมหาศาลที่ส้มไม่ได้ตั้งตัวทำให้เธอสะดุ้งสุดตัวจนแขนเกร็ง ด้วยความลนลาน มือเจ้ากรรมดันไปบิดหมุนวาล์วเปิดสุดแรงเกิด! แรงดันไอน้ำดีดสะบัดเหยือกนมในมือเธอพุ่งกระฉูดขึ้นฟ้าทันที!
ฟองนมสีขาวข้นที่ยังไม่ทันเนียนดีพุ่งทะลักออกจากเหยือกราวกับลาวาจากปากปล่องภูเขาไฟ... และเป้าหมายที่แม่นยำยิ่งกว่าจับวางก็คือแผ่นอกและเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตตัวใหม่เอี่ยมของนนท์ที่ยืนดูอยู่ใกล้ ๆ เต็มรัก!
แผละ!
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านชั่วขณะ นนท์ยืนอึ้งค้างตาค้างกับแรงปะทะ แม้นมจะไม่ถึงกับร้อนลวกผิวจนพอง แต่ความเย็นชื่นใจและเหนียวหนืดก็เล่นเอาเขาช็อกไปชั่วขณะ ยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหินสลัก มีคราบนมสดสีขาวดวงโตแปะหราอยู่กลางหน้าอกเสื้อพอดีเป๊ะ
ส้มสติหลุดกระเจิงยิ่งกว่าเดิม สมองขาวโพลนด้วยความตกใจกลัว เธอลืมตัวสนิท... รีบคว้า "ผ้าขี้ริ้ว" ที่วางอยู่ใกล้อมือที่สุด (ซึ่งเป็นผ้าสำหรับเช็ดคราบเปื้อนบนโต๊ะลูกค้า!) แล้วพุ่งเข้าไปละล่ำละลักถูเสื้อให้เขาเป็นการใหญ่
"ว้ายยย! คุณนนท์! หนูขอโทษค่ะ! หนูไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะคะ! มือมันลั่น... ฮือ ซุ่มซ่ามอีกแล้วฉัน!"
"ส้ม... เดี๋ยว ๆ ๆ ก่อนครับ!" นนท์รีบคว้าจับข้อมือเล็กทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เธอเอาผ้าขี้ริ้วถูหน้าอกเขาจนเสื้อขาดวิ่นไปซะก่อน "ไม่เป็นไรครับ... ใจเย็น ๆ แค่... เอาไปซักหน่อยก็ออกแล้ว"
ทางด้านพี่เมย์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ทนกลั้นขำแทบไม่ไหวจนตัวโยน สุดท้ายก็ต้องยอมหันหลังหนี้ดินไปหัวเราะลั่นร้านคนเดียว
นนท์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างอ่อนโยน แม้แววตาจะระคนความขำขันปนเอ็นดูระคนปวดหัว เขาก้มมองสภาพตัวเองแล้วเงยหน้ามองเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่กำลังทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
"ดูเหมือนว่า วันนี้ผมคงต้องกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อใหม่อีกรอบแล้วล่ะครับคุณส้ม..."
นนท์อมยิ้มมุมปาก ส่งสายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ "คุณส้มเนี่ย... เป็นบาริสต้าที่ดุดันและรุนแรงมากเลยนะครับ... เปิดฉากต้อนรับเจ้านายด้วยการโจมตีทางอากาศด้วยนมเลยเหรอเนี่ย"
ส้มหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสำนึกผิด "หนูขอโทษจริง ๆ ค่ะ... หนูพร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่างเลยค่ะ!"
"อืม... รับผิดชอบเหรอครับ?" นนท์ทวนคำด้วยรอยยิ้มพราวระยับ "งั้น... เปลี่ยนเป็นให้คุณส้มตามไปช่วยซักเสื้อที่บ้านผม... แล้วก็ต้องชงกาแฟแก้ง่วงให้ผมดื่มทุกวันติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน... ดีไหมครับ?"
ส้มเงยหน้าขวับขึ้นมองเจ้านายหนุ่ม ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหมั่นไส้กับรอยยิ้มกวน ๆ นั้น
"คุณนนท์นี่... ฉวยโอกาสเอาเปรียบคนซุ่มซ่ามเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะ!"
"ถือว่าเป็นค่าเสียหายพิเศษตามระเบียบของร้านก็แล้วกันครับ"
นนท์ยักไหล่อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะผายมือไปที่เครื่องชงกาแฟอีกครั้ง "เอาล่ะ... ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ลองสตีมนมดูใหม่อีกรอบสิครับคุณส้ม... แต่คราวนี้ช่วย 'เล็ง' ให้ดี ๆ อย่าให้พลาดเป้าอีกล่ะ เพราะผมเหลือเสื้อเชิ้ตตัวสุดท้ายในตู้แล้วนะ"
ส้มเม้มปากแน่นก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาะ ๆ ทั้งเขินทั้งโล่งใจ
"ค่ะ! รอบนี้รับรองว่าฟองนมจะออกมาสวยเป๊ะ ไม่พุ่งใส่ใครแน่นอนค่ะ!"
และภายใต้รอยเปื้อนคราบนมบนเสื้อของเจ้านายหนุ่ม... เมล็ดพันธุ์แห่งความสัมพันธ์อันอบอุ่นและอลวนระหว่างเขากับลูกจ้างสาวจอมเปิ่น ก็เริ่มคั่วบดและอบอวลไปด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย... ชัดเจนและเข้มข้นไม่แพ้รสชาติของเอสเปรสโซ่ช็อตโปรดเลยทีเดียว
☕💖 วุ่นรักนักชง: ออร์เดอร์ป่วน ๆ และการเดทที่ไม่มีใครรู้เวลาสองสัปดาห์ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำไหล ความสัมพันธ์ระหว่าง นนท์ และ ส้ม พัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกจ้างพนักงานพาร์ทไทม์โดยสิ้นเชิง จากความปั่นป่วนในวันแรก ตอนนี้ทั้งคู่กลายเป็นคนพิเศษที่คอยส่งยิ้ม แซวเย้าแหย่ และดูแลเอาใจใส่วันเวลาของกันและกันอย่างแนบเนียนทุก ๆ เช้าที่ส้มก้าวเท้าเข้ามาในร้าน “🍃 มุมพักใจ ” สิ่งแรกที่เธอจะได้เห็นบนโต๊ะทำงานคือลาเต้ร้อนแก้วโปรด พร้อมกับ ลาเต้อาร์ต ฝีมือการเทของนนท์ที่ประณีตงดงามไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน—บางวันเป็นรูปหัวใจดวงโต บางวันเป็นรูปใบไม้พลิ้วไหว... แต่ต่อให้จะเป็นลวดลายไหน นนท์ก็ตั้งใจวาดให้แก้วของส้มเพียงคนเดียวเท่านั้นส่วนทางด้านส้ม แม้ความซุ่มซ่ามระดับตำนานของเธอจะไม่ได้หายสาบสูญไปไหน แต่มันกลับถูกหล่อหลอมกลายมาเป็นเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่ช่วยเติมสีสันและความมีชีวิตชีวาให้ร้านกาแฟสุดเงียบสงบแห่งนี้ไม่เคยเงียบเหงาเลยสักวันและในวันนี้ พี่เมย์ ติดธุระสำคัญไม่ได้เข้ามาทำงาน นนท์และส้มจึงต้องดูแลร้านกันเพียงลำพังสองต่อสอง ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟ
☕💖 วุ่นรักนักชง: เสื้อยืดตัวใหญ่กับหัวใจเต้นผิดจังหวะหลังจากผ่านมรสุมคาเฟอีนและคราบน้ำยาล้างพื้น นนท์และส้มก็เดินทางมาถึงทาวน์เฮาส์หลังกะทัดรัดที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านกาแฟมากนัก นนท์เดินนำเข้าไปด้วยท่าทางสบาย ๆ ผ่อนคลาย ในขณะที่ส้มเดินตามต้อย ๆ เข้าไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่าง ความอับอาย (ที่ต้องมาบ้านเจ้านายในสภาพเปื้อนคราบกาแฟมอมแมม) กับ ความตื่นเต้นเล็ก ๆ ที่จะได้แอบสอดส่องโลกส่วนตัวของเขาภายในบ้านของนนท์ตกแต่งอย่างอบอุ่นและเป็นระเบียบเรียบร้อยตามสไตล์หนุ่มมินิมอล มีมุมบาร์กาแฟขนาดเล็กสำหรับชงดื่มเอง และชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยตำราเกี่ยวกับการสกัดกาแฟและศิลปะการชงเครื่องดื่มเรียงรายอยู่เต็มผนัง"เชิญนั่งพักผ่อนตามสบายตรงโซฟาเลยครับคุณส้ม" นนท์ผายมือไปที่โซฟานุ่ม "เดี๋ยวผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อนสักครู่ ไม่อย่างนั้นผงกาแฟผสมเหงื่อแบบนี้ เดี๋ยวผมคงได้อาการภูมิแพ้กำเริบแน่ ๆ"ส้มพยักหน้ารับหงอย ๆ เธอนั่งตัวลีบเกร็งอยู่บนโซฟาสีครีม ก้มมองเสื้อผ้าหน้าผมที่เปื้อนคราบกาแฟดำสนิทของตัวเองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่"คุณนนท์คะ... หนูขอโทษจริง ๆ นะคะที่วันนี้ทำบ้านและร้านปั่นป่วนไปหมด
☕💖 วุ่นรักนักชง: สไลด์รักบนพื้นเปียก (และสักขีพยานผู้ไม่ได้รับเชิญ) 😅หลังจากเหตุการณ์ผงกาแฟระเบิดผ่านพ้นไป นนท์และส้มก็กลายสภาพเป็นมนุษย์เคลือบน้ำตาลและโกโก้ไปโดยปริยาย ทั้งคู่ต้องช่วยกันใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการเช็ดถูฝุ่นผงกาแฟละเอียดที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกซอกทุกมุมของร้านนนท์ยืนเท้าสะเอว มองสภาพร้านแล้วหัวเราะเบา ๆ "คุณส้ม... ผมชักจะเริ่มมั่นใจแล้วล่ะครับว่าคุณมีความสามารถพิเศษระดับเอ็กซ์คลูซีฟ ในการใช้เครื่องจักรพ่นวัตถุดิบใส่ผู้คนรอบข้างได้ตลอดเวลาจริง ๆ"ส้มยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ๆ หน้าตาหงอยสนิท "หนูขอโทษจริง ๆ ค่ะคุณนนท์... หนูสัญญาเลยว่านับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป หนูจะไม่แตะต้องเครื่องจักรกลใด ๆ ในร้านนี้อีก จะขอทำงานด้วยมือเปล่าล้วน ๆ เลยค่ะ!"นนท์หลุดหัวเราะพรวดกับท่าทางหงอย ๆ นั้น ก่อนจะเอ่ยต่อ "เอาล่ะ... งั้นขั้นตอนสุดท้าย ช่วยรับผิดชอบเช็ดทำความสะอาดพื้นตรงหน้าเคาน์เตอร์ให้สะอาดเอี่ยมอ่องทีนะครับ ส่วนผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อและล้างหน้าล้างตาก่อน"ส้มพยักหน้ารับแข็งขัน รีบรับผ้าถูพื้นมาแล้วทรลงตัวลงคุกเข่าเริ่มลงมือถูบริเวณใต้เคาน์เตอร์อย่างตั้งอกตั้งใจ เธอมุ่งมั่นเต็มร้อยที่จ
☕💖 วุ่นรักนักชง: บทเรียนการเงินเปื้อนกาแฟ และระยะห่างที่หายไป 😅ช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันถัดมา บรรยากาศภายในร้านเริ่มเงียบสงบลงเมื่อลูกค้าบางตาลงไปบ้าง นนท์จึงฉวยโอกาสนี้พา ส้ม หญิงสาวเจ้าเก่าขาประจำเรื่องความซุ่มซ่าม เดินมาที่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ครั้งนี้เขาไม่ได้สอนเรื่องการชงเครื่องดื่ม แต่ตั้งใจจะถ่ายทอดวิชาในสิ่งที่เธอกำลังศึกษาและมีความถนัดอยู่แล้ว นั่นคือ เรื่องการเงินและการบริหารจัดการต้นทุน"เราจะคุมต้นทุนร้านกาแฟยังไงดีคะคุณนนท์? จริง ๆ ถ้าให้ทำบัญชีแยกประเภทรายรับรายจ่าย หนูว่าเราทำระบบบัญชีแบบง่าย ๆ แยกสัดส่วนก็น่าจะเวิร์กนะคะ" ส้มประกายตาขึ้นมาด้วยความมั่นใจทันทีที่ได้ยินเรื่องตัวเลขและบัญชี"เยี่ยมมากครับส้ม... แต่ก่อนที่เราจะไปทำบัญชีแยกประเภทปลายทางได้ เราต้องคุมตั้งแต่ 'ต้นน้ำ' ของกระบวนการให้ดีเสียก่อน" นนท์ก้าวไปหยิบถุงเมล็ดกาแฟคั่วบดขึ้นมาประกอบการอธิบาย "เมล็ดกาแฟพวกนี้คือต้นทุนหลักที่แพงที่สุด ถ้าเราบดผิดพลาด หรือบดทิ้งไว้เกินปริมาณแล้วต้องเททิ้ง นั่นก็คือเงินที่ละลายหายไปกับสายลม"พูดจบ นนท์ก็พาเธอย้ายมาหยุดอยู่หน้า เครื่องบดกาแฟขนาดใหญ่ ซึ่งสำหรับส้มแล้ว มันแทบไม่
"ผมชื่อนนท์ครับ...ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ คุณโจรสาวผู้เข้าใจผิด" นนท์เอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พร้อมกับยื่นมือที่ยังเปียกชื้นเล็กน้อยไปตรงหน้าหญิงสาวส้มหน้าแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก เธอยื่นมือเล็ก ๆ ไปจับมือเขาตามมารยาทแบบเก้ ๆ กัง ๆ "หนูชื่อส้มค่ะ...ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะที่ทั้งฟาด ทั้งทุบแถมยังกล่าวหาว่าคุณเป็นโจรอีก""ไม่เป็นไรครับ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายยามเช้าก็แล้วกัน... ว่าแต่คุณส้มวิ่งหน้าตั้งขนาดนี้ รีบไปไหนเหรอครับ?" นนท์ถามด้วยความสงสัย"อ๋อ หนู...หนูรีบไปสัมภาษณ์งานพิเศษที่ร้านกาแฟค่ะ!" ส้มตอบเสียงอ่อย พลางกระชับกระเป๋าสตางค์คิตตี้เปียกน้ำในอ้อมอกนนท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิด ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของส้มเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง"โอ้... ถ้าอย่างนั้น คุณส้มคงไม่ต้องวิ่งไปไหนไกลแล้วล่ะครับ""คะ?" ส้มทำหน้าเหวอ สมองประมวลผลไม่ทัน"เพราะว่าคุณส้มกำลังจะไปสัมภาษณ์งาน... ที่ร้านกาแฟของผมเองครับ"ว่าแล้วนนท์ก็ผายมือและชี้ไปยังร้านกาแฟสไตล์มินิมอลสุดชิคที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมปากซอยพอดิบพอดี... ซึ่งก็คือร้านเดียวก
ภาพที่สะท้อนเข้าสู่สายตาของส้มคือ... นนท์ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่วิ่งหน้าแดงก่ำ เหงื่อท่วมกายจนเสื้อยืดสีขาวแนบไปกับแผ่นอก ในมือข้างหนึ่งชูกระเป๋าสตางค์สีชมพูลายคิตตี้ขึ้นเหนือหัวแกว่งไปมาอย่างกระหืดกระหอบ คล้ายจะบอกว่า 'ตามมาทันแล้วโว้ย!'แต่ในมุมมองของส้มที่กำลังสติหลุดและสมองตื้อตัน ภาพนั้นกลับไม่ใช่ความหวังดี... แต่มันคือการ "เยาะเย้ย" จากโจรโรคจิตชัด ๆ!"นั่นโจร! โจรโรคจิตขโมยกระเป๋าสตางค์! ช่วยด้วยค่ะ! ใครก็ได้ช่วยจับโจรที!" ส้มแผดเสียงกรี๊ดลั่นซอยแบบไม่สนภาพลักษณ์สาวสวยหรือความซุ่มซ่ามใด ๆ ทั้งสิ้น ด้วยความโกรธและสัญชาตญาณการเอาตัวรอด หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดปีกลับเป็นฝ่ายวิ่งพุ่งสวนกลับไปหา 'โจรหนุ่ม' ซะอย่างนั้น!นนท์ที่วิ่งตามมาจนแทบหมดแรง กำลังจะดีใจที่เจอเจ้าของตัวจริงสักที แต่พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้าถมึงทึงแถมพุ่งเข้าใส่พร้อมเสียงกรี๊ดแสบแก้วหู เขาก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความงุนงง"เดี๋ยวครับ! ไม่ใช่นะครับ! ผมจะเอามาคื—!"ยังไม่ทันที่ประโยคอธิบายของสุภาพบุรุษวัยยี่สิบห้าปีจะหลุดออกจากปาก ส้มที่พกความแค้นและอะดรีนารีนเต็มพิกัดก็พุ่งเข้าประชิดตัว แล้วใช้กระเป๋าผ้าใบโตฟาดเปรี้ยงเข้า







