LOGINตอนที่สอง
แม่ทัพพิทักษ์ชายแดน
โยวหย่งคังมองน้ำตาซึ่งคลอหน่วยอย่างเสแสร้งของคณิกาสาวก่อนจะสะบัดมือทิ้งแล้วลุกขึ้นผลุนผลันออกไปโดยไม่ใส่ใจเสียงเรียกของทั้งลี่ปี้คนงามและเถิงฮวน
“ข้าทำสิ่งใดผิดหรือ นายท่านโยวจึงโกรธกริ้วเช่นนั้น” ลี่ปี้เสแสร้งตกใจจนเกินจริงก่อนจะถลาไปซบอกเพื่อให้เถิงฮวนปลอบโยน
“เขาก็เป็นเช่นนี้ อย่าได้ใส่ใจเลย พวกเรามาหาความสุขกันดีกว่า” รองแม่ทัพหนุ่มไม่ได้คิดมากเมื่อคณิกาสาวหันมาออดอ้อนย่อมต้องปลอบโยนคนงามสักหลายคราจนเสียงซ่านกระเส่าดังอยู่กว่าสองชั่วยาม
โยวหย่งคังพาใบหน้าแดงก่ำกับกายร้อนผ่าวขี่ม้าออกห่างหอคณิกาด้วยความโมโห
ชิ คิดจะวางยาปลุกกำหนัดเพื่อเสพสมกับข้าหรือ
คณิกานางนี้ใจกล้าเกินไปแล้ว คงคิดว่าเป็นคนโปรดของเถิงฮวนแล้วเขาจะไม่เอาเรื่อง
รอให้แก้ปัญหาเร่งด่วนในตอนนี้ก่อนเถิด เขาจะไม่ปล่อยให้นางได้เริงร่าท้าทายอีกต่อไป
แม่ทัพหนุ่มกำมือแน่นเพื่อระงับอารมณ์พลางสอดส่ายสายตามองหาหนทางแก้ไขฤทธิ์ยากำหนัดในกายให้เบาบางลง
“ยากำหนัดของหอคณิกาช่างรุนแรงนัก เห็นทีคงเพียงออกแรงมากหน่อยไม่ได้เสียแล้ว”
แม่ทัพหนุ่มซึ่งขี่ม้าวนเวียนอยู่รอบเมืองหลายคราจนเหงื่อออกท่วมกายได้แต่ครุ่นคิดหาทางออก
สายตาแข็งกร้าวกวาดมองไปมาก่อนจะหยุดนิ่งคล้ายแลเห็นหนทางสว่าง เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ร่างสูงจึงควบม้าวิ่งผ่านบันไดหินแล้วบังคับให้ไปทางประตูเมือง
“โอ๊ย!...”
เสียงร้องของตวนมู่เจียวดังลั่นเมื่อจู่ๆม้าตัวใหญ่ก็ชนเข้ากับเกวียนเล็กซอมซ่อของนางจนแทบหัก
“ไม่มีตาหรืออย่างไรชนเข้ามาได้” หญิงสาวโวยวายพลางมองผู้ซึ่งควบขี่อยู่บนหลังม้า
“อ้อ...ที่แท้ แม่ทัพว่างงานนั่นเอง” ตวนมู่เจียวบ่นพึมพำอย่างไร้ความเกรงใจ
นางมิใช่คนในเมืองนี้จึงไม่ได้เคารพนบนอบแม่ทัพหนุ่มซึ่งใช้ชีวิตปกป้องชาวประชา
กลับกัน ในยามศึกสงครามแม่ทัพผู้นี้สังหารคนในเผ่าของนางไปไม่น้อย ความรู้สึกไม่พอใจจึงอบอวลอยู่ภายใต้จิตใจ
“เจ้าว่าผู้ใดว่างงาน” โยวหย่งคังสีหน้าดุดันกระโดดลงจากหลังม้าเดินย่างสามขุมด้วยท่าทีคุกคาม
“ท่านว่างมากมิใช่หรือ มิเช่นนั้นวันวันจะดีแต่ขี่ม้าร่อนเร่กีดขวางทางผู้อื่นและยังชนข้าจนเกือบตายเช่นนี้หรือ” หญิงสาวลดเสียงลงแต่น้ำเสียงยังคงไม่พอใจ
“ข้าเป็นแม่ทัพ ย่อมต้องดูแลชาวบ้านให้ทั่วถึง งานของข้าสร้างคุณประโยชน์นานัปประการมากกว่าหญิงต่างเผ่าเช่นเจ้าที่เอาแต่เข้ามากอบโกยเงินทองหากินกับชาวบ้านแล้วก็จากไป” ถ้อยคำราวรู้จักตัวตนของตวนมู่เจียวดีทำให้หญิงสาวเอ่ยโต้เถียงอย่างไม่อาจลดราวาศอก
“ข้าทำการค้าอย่างชอบธรรม มิได้คดโกงผู้ใด ลูกค้าต่างชื่นชอบและสั่งซื้อสุราของข้าโดยไม่ได้บังคับขู่เข็ญ ซ้ำราคาก็ย่อมเยามาก ท่านแม่ทัพจะมากล่าวหาว่าข้ากอบโกยแล้วจากไปได้อย่างไร”
ตวนมู่เจียวเชิดหน้าโต้กลับก่อนจะก้มลงบ่นกระปอดกระแปดแต่ความดังยังคงพอได้ยิน
“เชอะ แม่ทัพซึ่งไม่มีข้าศึกศัตรูให้รบราย่อมไม่ต่างกับกำแพงซึ่งตั้งตระหง่านแต่ไร้ความหมายในการป้องกัน นี่คงว่างมากสินะ จึงได้แต่ขี่ม้าเที่ยวเล่นหาเรื่องผู้อื่นไปเรื่อยเปื่อยเช่นนี้”
โดนหญิงสาวนินทาต่อหน้าอีกทั้งใช้ถ้อยคำจี้ใจดำ แม่ทัพหนุ่มจึงกระฟัดกระเฟียดด้วยโมโห
“ในเมื่อยามนี้ข้าว่างจากศึกรบ เช่นนั้นพวกเราไปหาเรื่องทำแก้เบื่อหน่ายก็แล้วกัน”
ร่างใหญ่ตรงเข้าอุ้มหญิงสาวซึ่งตะโกนโวยวายก่อนจะโดนปิดปากด้วยผ้าผูกเอวของตัวเอง
ร่างบางถูกโยนขึ้นหลังม้าซึ่งขี่กลับจวนแม่ทัพไปราวพายุหมุน
“นำลาของนางกลับไปไว้ที่จวนด้วย” เสียงตะโกนสั่งลูกน้องดังแว่วเข้าหูของตวนมู่เจียว แต่ยามนี้นางทำได้เพียงดิ้นรนเพื่อให้รอดพ้นจากกำมือของแม่ทัพใหญ่ผู้กระหายเลือดคนนี้
เขาคงไม่ว่างมากจนคิดจะจับนางไปเชือดเนื้อเถือหนังแทนข้าศึกเหล่านั้น
หรือว่าเขาจะเบื่อจนอยากนำนางไปเฆี่ยนตีให้เจ็บปวดด้วยความบ้าคลั่ง
เพียงต่อล้อต่อเถียงไม่กี่คำ อุตส่าห์ใช้เสียงไม่ดังเพื่อไม่เป็นการทำให้เขาขายหน้า
ไม่คิดว่าเขาจะกล้าฉุดคร่านางกลางที่สาธารณะต่อหน้าต่อตาผู้คนมากมาย
แม่ทัพเช่นเขาช่างบ้าอำนาจนัก คิดอยากจับคนก็จับโดยไม่ไต่สวนทวนความ
ได้แต่หวังว่าเรื่องอุกอาจเช่นนี้คงเข้าหูเสาซิงอีและนางอาจพาคนของทางการมาช่วย
ตวนมู่เจียวโดนแรงโยกของม้าตัวใหญ่จนเวียนหัว เมื่อถึงประตูจวนแม่ทัพ โยวหย่งคังไม่ปล่อยให้หญิงสาวได้ดิ้นรนแต่อุ้มร่างน้อยเดินดุ่มๆถีบประตูเข้าไปจนทหารยามแตกตื่น
แม่ทัพหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนพลางจับหญิงสาวโยนลงบนเตียงจนผ้าคลุมกายหลุดลุ่ยออกมา
บทส่งท้ายฉีฟางหลิงรีบอาศัยข้ออ้างที่นางทำความดีเอาไว้กับลงทุนคุกเข่าขอร้องผู้ใหญ่หลายคน ทั้งไทเฮา ฮองเฮา เสียนเฟย กระทั่งสนมหลี่เพื่อให้ช่วยเจรจากับฮ่องเต้“อีกแล้วหรือ คราวที่แล้วก็โวยวายจะแต่งงาน สุดท้ายเป็นอย่างไร เกือบเอาชีวิตไม่รอด คราวนี้ต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง หากโดนรังแกขึ้นมาคงไม่มีผู้ใดตามไปช่วยได้” เสด็จลุงขององค์หญิงฉางเล่ออ้างเหตุผลที่ไม่ยินยอมจนคนอื่นต่างอึกอักแต่ฉีฟางหลิงกลับเอ่ยเสียงเบาราวไม่ต้องการต่อว่าผู้ใดแต่น้ำเสียงช่างเจ็บปวดนัก“ถึงอยู่แคว้นต้าไห่ก็ไม่เคยมีผู้ใดมาช่วยนอกจากองค์ชายต่างแคว้นนะเพคะ ยามใกล้ตายครั้งนั้นเพียงได้เห็นหน้าเขา หลานก็มั่นใจแล้วว่าเขาไม่ใช่คนที่จะรังแกหลานอย่างแน่นอนทั้งยังจะคอยปกป้องอย่างดีที่สุดดังนั้นครั้งนี้ย่อมไม่เหมือนคราวก่อน ขอเสด็จลุงอนุญาตด้วยเถิดเพคะ”ได้ยินประโยคแห่งความจริง ฮ่องเต้ย่อมสะอึกสุดท้ายจึงโบกมือไล่แต่ยังคงรับปาก“ในเมื่ออยากแต่งก็ตามแต่ใจเจ้าเถอะ”หลังจากนั้นไม่กี่วันคำอนุญาตให้มีการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์จึงถูกประกาศออกมาขณ
ตอนที่ยี่สิบสาม รางวัลและการลงโทษองค์ชายห้าที่ถูกปรักปรำได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้วแต่สภาพของเขาช่างหนักหนาอย่างน่าสงสารขุนนางที่ติดร่างแหจำนวนมากด้วยไม่ว่าเรื่องความผิดใดล้วนเกี่ยวโยงไปหลายสกุล ถูกลากมารับความผิดทั้งหนักทั้งเบาจนสั่นสะเทือนไปทั้งท้องพระโรงคนในสกุลหลี่เองย่อมไม่อาจหลุดพ้นด้วยข้อหาหนักที่สุดคือ กบฏ พวกเขาต่างโดนโบยลงทัณฑ์อย่างหนักเพื่อให้สารภาพความผิดและถูกประกาศโทษประหารทั้งตระกูลองค์หญิงฉางเล่อกลับคืนสู่ฐานะตำแหน่งและอ้อมอกอันอบอุ่นของไทเฮาและเสด็จแม่บุญธรรม พร้อมราชโองการยกเลิกการแต่งงานกับหลี่เฉียงโดยฮ่องเต้ทรงออกประกาศว่านั่นคือแผนการเสียสละตนเองขององค์หญิงด้วยการยอมลดตัวลงไปสืบหาผู้ก่อกบฏในจวนสกุลหลี่จนสามารถกวาดล้างได้ในที่สุดทั้งฮ่องเต้ยังพระราชทานรางวัลให้แก่องค์หญิงฉางเล่ออีกจำนวนมากเพื่อตอบแทนความเหนื่อยยากของนางฮองเฮากับองค์ชายรัชทายาทย่อมต้องมอบของขวัญให้อีกไม่น้อย ด้วยการที่โค่นล้มเต๋อเฟยกับองค์ชายสามลงได้ย่อมเป็นประโยชน์แก่พวกเขาโดยไม่เหนื่อยแรงนับจากคืนนั้น สายต่างๆ ที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นต้าไห่ได้ขยับเคลื่อนตัวอย่างรุนแรง บางส่วนหาทางหลบซ่อนตัวตนใ
ตอนที่ยี่สิบสอง เปิดตัวหลังจากนั่งลงเรียบร้อย ไทเฮาจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเมื่อไม่กี่วันก่อน สนมเสียนเฟยมาขอเข้าเฝ้าพร้อมจดหมายจากบิดาแม่ทัพใหญ่แม่ทัพจิ้นเหอเล่าตามคำบอกกล่าวขององค์หญิงฉางเล่อทุกคำทั้งยังแนบหลักฐานความผิดหลายข้อของเต๋อเฟยกับองค์ชายสามมาด้วยจากนั้นขันทีเฒ่าจากตำหนักเต๋อเฟยจึงลอบมาขอเข้าเฝ้าทั้งนำหลักฐานเพิ่มเติมมาแสดง และด้วยความสัมพันธ์อันดีกับขันทีตำหนักอื่น ขันทีเฒ่าจึงติดต่อสนมหลี่เพื่อให้มาเป็นพวกด้วยอีกคนแน่นอนว่าในฐานะย่าขององค์ชายสาม ไทเฮาย่อมไม่อยากให้หลานชายต้องรับความผิดใหญ่หลวง แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงแว่นแคว้นและหลานคนอื่น นางจึงต้องตั้งตัวตรงผดุงความยุติธรรมแล้วดำเนินตามแผนการที่แม่ทัพใหญ่จิ้นเหอส่งมาทางเสียนเฟยเป็นระยะหลังจากองค์หญิงฉางเล่อกราบทูลเล่ารายละเอียดให้กับเสด็จย่ากับเสด็จแม่ได้รับฟังแล้ว นางจึงหันไปทางขันทีที่ยังยืนสงบเสงี่ยมเพื่อเปิดตัวเขา“องค์ชายหก ‘ลู่หวังเหว่ย’ เพคะ”ใช่แล้ว... ชายหนุ่มผู้นี้คือองค์ชายหกผู้แสนดีที่สุดแม้เขาอาจจะโหดร้ายกับคนอื่นก็ตามจู่ๆ ก็มีองค์ชายต่างแคว้นมาคุกเข่าทำความเคารพ ทั้งไทเฮาและเสียนเฟยย่อมมีสีห
ตอนที่ยี่สิบสอง เปิดตัวเพียงแต่ องค์หญิงฉางเล่อนางนี้กลับไม่ได้อ่อนแออย่างที่เขาเคยคิดไว้ นางไม่ได้รอให้เขาปกป้องหรือเป็นฝ่ายโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียวอีกแล้ว“พี่เหว่ยไม่ต้องกังวล ครั้งนี้ข้าหาใช่เหยื่อที่ไร้เขี้ยวเล็บและโดนวางไว้กลางลานเพื่อรอให้พวกเขาเหยียบย่ำกระทำตามอำเภอใจอีกต่อไป”“หากน้องหลิงมั่นใจ จงจำไว้ว่าพี่จะคอยระวังอยู่ด้านหลังเสมอ หากเขากล้าแตะต้องเจ้าแม้แต่นิดเดียว พี่จะปิดม่านนี้ด้วยเลือดของพวกเขาเอง”องค์ชายหกให้คำมั่นซึ่งฉีฟางหลิงย่อมมั่นใจในคำสัญญานั้น และนั่นจึงทำให้นางกล้าที่จะยอมโดนจับตัวมาอีกครั้งองค์ชายสามกำลังจะผวาตามร่างบางที่ขยับเคลื่อนห่างมือแต่กลับถูกคว้าตัวไว้แล้วเหวี่ยงไปรวมกับเต๋อเฟยด้วยฝีมือของขันทีเฒ่าซึ่งแลไร้เรี่ยวแรงเต๋อเฟยตะลึงมองขันทีแก่ไร้ความสำคัญซึ่งมักโดนตวาดว่าเชื่องช้าน่ารำคาญ แต่ด้วยเขาเป็นคนเก่าแก่ซึ่งรู้จักคนมากมาย นางจึงเก็บไว้ใช้สอยเพื่อคอยวิ่งประสานงานผู้ใดจะคิดถึงว่าขันทีประจำตำหนักเต๋อเฟยผู้ไม่มีอะไรน่าจดจำผู้นี้ แท้จริงแล้วคือสายอีกคนของลู่หวังเหว่ยซึ่งถูกซื้อตัวไว้นานแล้ว ทั้งเขายังเคยติดหนี้บุญคุณ ฉางอ๋อง บิดาขององค์หญิงฉางเล่อจ
ตอนที่ยี่สิบเอ็ด เพียงสอบสวนสายตาจับผิดสังเกตเห็นเต๋อเฟยว่ามีสีหน้าถอดสีทันทีทั้งยังหรี่ตา ขบเม้มปาก องค์หญิงฉางเล่อจึงเอ่ยต่อ“แล้วยังเรื่องที่องค์ชายสามโยนความผิดของตัวเองใส่ร้ายองค์ชายห้าจนโดนสอบสวน...”นางยังพูดไม่ทันจบก็ถูกองค์ชายสามตวัดดาบเล็กมาจ่อลำคอด้วยอาการเหลืออด“บอกมาว่าเจ้ารู้แค่ไหน? มีหลักฐานหรือไม่ ? ไม่เช่นนั้น ข้าจะค่อยๆ เฉือนเนื้อของเจ้าออกมาทีละชิ้นด้วยคมดาบนี้”เบื้องหน้าฉีฟางหลิงยังคงยิ้มเย็น แต่ในใจกลับด่าพ่อล่อแม่องค์ชายสามผู้นี้แล้วองค์ชายพวกนี้จะโหดไปถึงไหน เอะอะเชือด เอะอะเฉือน อย่าให้แม่มีดาบในมือบ้างนะ แม่จะเฉือนให้สนุกเชียว เมื่อถูกดาบจ่อคอจนเกือบบาด ฉีฟางหลิงจึงแสร้งถอนหายใจแล้วเอ่ยคล้ายสารภาพ“ท่านตาของข้าพบจดหมายที่เจ้าปลอมแปลงราชโองการเพื่อเปลี่ยนแปลงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ให้กลายเป็นคนของเจ้าแทนได้หลายวันแล้วส่วนหลักฐานที่เจ้าโยนความผิดให้องค์ชายห้าก็อยู่ระหว่างส่งเข้าวังหลวง”สองแม่ลูกย่อมไม่อยากเชื่อว่าองค์หญิงผู้ไร้ความสำคัญ จู่ๆ จะกำความลับของพวกเขาไว้มากมายจึงข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เจ้ารู้มากไปแล้ว ฉางเล่อ”“หากไม่อยากให้รู้ก็ไม่ควรกระทำ
ตอนที่ยี่สิบ ผู้ใดเป็นกบฏกันแน่หญิงสาวครุ่นคิดถึงท่วงท่าลีลาในร่างก่อนที่เคยใช้ได้ผล จากนั้นจึงประยุกต์นำมาล่อลวงเพื่อให้องค์ชายหกหมั่นส่งด้ามทวนคู่กายมุดแทรกจมลึกเข้าไปในร่างของนางอย่างแข็งขันไม่ว่าจะยามอยู่ด้านบนแล้วโยกร่อนบนแก่นกายหนา นางมักสลับเดี๋ยวหันหน้าเดี๋ยวหันหลังเพื่อให้เขาได้ลิ้มรสความเสียวที่แตกต่างอย่างเร้าใจหรือยามยืนขึ้นเพื่อให้เขาได้เล่นสนุกกับร่างเปลือยของนางอย่างสุขสันต์ ไม่ว่าเรียวขาของนางจะถูกอ้ากว้างเพียงใด หญิงสาวย่อมไม่โวยวายพร้อมเด้งกายตอบสนองทั้งยังโก้งโค้งส่งก้นขาวกลมกลึงยั่วยวนอยู่บ่อยคราจนองค์ชายหนุ่มชื่นชอบการกระแทกใส่เร็วแรงเพื่อให้ก้อนกลมทั้งสองสั่นกระเพื่อมมีเพียงท่วงท่าที่เขาจับเรียวขาของนางเกี่ยวเอวไว้แล้วเดินเด้งสะโพกส่งทวนแข็งใหญ่มุดเข้ามุดออกขณะร่างของนางกระเด็นกระดอนหัวสั่นหัวคลอนเท่านั้นที่ฉีฟางหลิงไม่ค่อยชอบใจด้วยนางมักถูกกระแทกจนเวียนหัวทั้งยังเกรงว่าจะตกลงไปจนต้องคว้าคอหนาเอาไว้ไม่ยอมปล่อยหญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้ว่าท่าแห่งความแข็งแรงนี้สร้า
ตอนที่สี่ รู้สึกดีเช่นนี้เอง โยวหย่งคังสรุปเองก่อนจะถอดกางเกงที่เหลือติดกายจนมังกรตัวเขื่องเด้งผงาดขึ้นชี้หน้าตวนมู่เจียวตาเหลือกตะเกียกตะกายพุ่งหนีก่อนจะถูกลากขากลับมาด้วยแรงที่มากกว่า“ปล่อยข้า ข้ากลัวแล้ว” หญิงสาวร้องอ้อนวอนเสียงสั่นแม้จะเคยลอบดูการร่วมรักของเหล่าคณิกา แต่ภาพที่เห็นย่อมเป็นแ
ตอนที่สาม ว่างมาก แม่ทัพหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนพลางจับหญิงสาวโยนลงบนเตียงจนผ้าคลุมกายหลุดลุ่ยออกมาตวนมู่เจียวรีบใช้มือดึงผ้าปิดปากออกแล้วคลุมผ้าทั้งบนทั้งล่างเพื่อไม่เปิดเผยความขาวนวลเนียนของร่างกาย“ถึงจะเป็นแม่ทัพ แต่จู่ๆจะจับผู้คนมาตามอำเภอใจไม่ได้ ข้ามิได้ทำเรื่องใดผิด ที่สำคัญคือข้าไม่
ตอนที่หนึ่งหญิงสาวนอกด่าน“เร่เข้ามาจ้า เร่เข้ามา ถังหูลู่หวานกรอบรสอร่อยจ้า” “แวะดูรองเท้าสานกันก่อน ข้าเพิ่งสานเสร็จทั้งแข็งแรงทนทานใช้ได้นานจ้า” เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนเรียกเชิญชวนให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแวะเลือกซื้อข้าวของกันอย่างคึกคัก ตวนมู่เจียวบังคับเก
ว่างจากศึกรบมาจัดหนักศึกรักโดย แม่นางว่างจิงจิงแม่ทัพผู้เก่งกาจแต่กลับไม่มีศึกรบให้แสดงฝีมือในเมื่อว่างนักจึงต้องก่อศึกรักเพื่อเติมเต็มชีวิตให้มีรสชาติฝีมือด้านรักของเขาจะจัดหนักเท่าการรบหรือไม่ติดตามอ่านได้ต่อไปนะคะแนะนำตัวละคร*ตวนมู่เจียว หญิงสาวเผ่านอกด่านซึ่งหากินด้วยการ หมักสุราและนำม







