Se connecterตอนที่สอง
แม่ทัพพิทักษ์ชายแดน
‘โยวหย่งคัง’ แม่ทัพหนุ่มซึ่งมีฝีมือด้านการรบเก่งกล้า ยืนเด่นบนป้อมปราการสูงใหญ่กวาดสายตามองไปยังเบื้องหน้าซึ่งมีแต่ทุ่งโล่งกว้างไร้เงาข้าศึกศัตรูหรือแม้แต่สัตว์สักตัว
ชายหนุ่มผู้บ้าคลั่งแต่การสู้รบจนได้รับฉายาเป็นแม่ทัพผู้กระหายสงครามและเห็นการเข่นฆ่าเชือดเฉือนเลือดเนื้อของศัตรูเป็นดั่งรางวัลแห่งชีวิตยืนเดียวดายอย่างว่างเปล่า
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ที่ตรงนี้ยังเต็มไปด้วยเหล่าทหารทั้งสองฝ่าย แต่ยามนี้ศึกสงครามครั้งสุดท้ายจบลงไปแล้วด้วยการพ่ายแพ้ของแคว้นต๋า
องค์ชายของพวกเขาและแม่ทัพต่างพลีชีพตายเรียบเหลือเพียงองค์ชายวัยเยาว์ ฮ่องเต้แห่งแคว้นต๋าจึงจำยอมเจรจาสงบศึกพร้อมส่งบรรณาการตามข้อเรียกร้อง
หลังการเจรจาสำเร็จเป็นเหตุให้แม่ทัพนายกองทั้งหลายต่างว่างงานได้แต่เดินเตร็ดเตร่สวนกันไปมา
เหงาจริง เหตุใดชีวิตไร้ค่าเช่นนี้
แม่ทัพโยวหย่งคังซึ่งดำรงชีวิตเพื่อการรบมาโดยตลอดได้แต่ขี่ม้าขึ้นๆลงๆยังป้อมปราการจนบันไดหินสึกกร่อน เขาใช้ดาบคู่ใจฟาดฟันไปยังกำแพงแก้เบื่อหน่ายเกิดเป็นรอยบากน่าหวาดเสียว
สกุลโยวของเขาล้วนถูกสังหารสิ้นด้วยฝีมือและคำสั่งขององค์ชายแคว้นต๋า นั่นจึงทำให้เขาเติบโตและหล่อเลี้ยงด้วยความแค้น เวลาที่ผ่านมาจึงถูกใช้ไปกับการแก้แค้นโดยไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด
บัดนี้เมื่อปราศจากศึกสงคราม โยวหย่งคังจึงไม่มีเรื่องใดให้กระทำ ครั้นจะขอย้ายไปยังชายแดนด้านอื่นก็ล้วนแต่สุขสงบไร้สงครามแล้ว จิตใจที่ฮึกเหิมจึงห่อเหี่ยวได้แต่มองดูชาวบ้านใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวันวัน
“ว่างมากนักก็ไปเที่ยวหอเริงรมย์ในเมืองกับข้าดีหรือไม่” รองแม่ทัพเถิงฮวนเอ่ยชวนเป็นครั้งที่ร้อยแม้จะรู้ดีว่าแม่ทัพของตนไม่เคยชายตามองหญิงสาวหรือนางคณิกาคนใด
แม่ทัพหนุ่มมีใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาด้วยมีพื้นฐานมาจากบิดามารดาที่หน้าตาดี เมื่อบวกกับรูปร่างแข็งแรงสูงสง่าย่อมเป็นที่ติดตาต้องใจของสตรีหลายคน
แต่ความห้าวหาญดุดันไม่ใคร่พูดจา พบเห็นทีไรล้วนแต่เป็นท่วงท่าลงดาบเลือดสาดกระจายทำให้พวกนางต่างครั่นคร้ามไม่กล้าเฉียดเข้าใกล้
“หมดเรื่องสู้รบแล้ว พวกเราควรได้เวลาหาความสุขใส่ตัว หรือเจ้าจะหาหญิงสาวสักคนมาอุ่นเตียงเล่า อาคัง” เถิงฮวนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันมาหลายปีพูดคุยเรียกชื่ออย่างเป็นกันเอง
“ปรายตามองไปทั่วเมือง สตรีทั้งหลายล้วนแล้วแต่อยากสนิทสนมผูกมิตรกับเจ้า พวกเราไม่มีเรื่องให้ตึงเครียด ควรผ่อนคลายได้แล้ว” รองแม่ทัพเถิงเดินมาตบบ่ากว้างเมื่อเห็นหว่างคิ้วของแม่ทัพหนุ่มยังคงยับย่น
“หรือเจ้าคิดว่า แคว้นต๋าจะให้องค์ชายตัวเล็กออกรบอีก” ถ้อยคำหยอกล้อออกมาพร้อมเสียงหัวเราะขบขัน
“ไม่ต้องพูดมาก อยากไปที่ใดก็เดินนำ” โยวหย่งคังไม่ต่อล้อต่อเถียงผินใบหน้าหันไปมองทุ่งโล่งกว้างด้านหน้าอย่างเหม่อลอยแล้วจึงเดินตามรองแม่ทัพหนุ่มไปอย่างเบื่อหน่าย
เถิงฮวนโคลงศีรษะจูงม้าลงบันไดเพื่อพาเพื่อนหนุ่มไปแสวงหาความสุขอย่างที่ชื่นชอบ
แน่นอนว่ารองแม่ทัพหนุ่มพาแม่ทัพโยวหย่งคังมุ่งหน้ามายังหอคณิกาเพื่อสรรหาความครึกครื้น
“ดูสิ อาคัง เพียงเจ้ามา แม่นางลี่ปี้ก็หน้าแดงเขินอายจนตัวบิดม้วนแล้ว”
“นายท่านเถิงอย่าได้หยอกล้อลี่ปี้เลยเจ้าค่ะ นายท่านโยวหล่อเหลาออกเพียงนี้ ไม่ว่าหญิงใดได้ชิดใกล้ก็ล้วนเขินอายทั้งนั้น” คณิกาสาวอยากจะบอกว่านางดีใจจนเนื้อเต้นต่างหาก
“ใช่สิ เพียงเขาปรากฏกายอันหล่อเหลา ลี่ปี้คนงามก็เอาอกเอาใจแต่เขาไม่สนใจข้าสักนิด”
“โธ่ นายท่านเถิง อย่าได้น้อยอกน้อยใจเช่นนั้นสิเจ้าคะ ลี่ปี้หรือจะกล้าไม่สนใจท่าน เพียงแต่นายท่านโยวเพิ่งมาเป็นครั้งแรก ก็ต้องใส่ใจมากสักหน่อย”
“เชอะ...”
“วันนี้มีน้องสาวมาช่วยดูแลอีกหลายคน ข้าจะให้พวกนางช่วยกันป้อนสุรานายท่านเถิงนะเจ้าคะ”
ลี่ปี้สมเป็นคณิกาตัวเด็ด นางใช้ลูกล่อลูกชนเรียกหญิงอื่นมารุมเอาใจเถิงฮวนเพื่อแยกความสนใจ ขณะตนเองทั้งป้อนสุราทั้งเล้าโลมจนแทบจะนั่งตักโยวหย่งคังแล้ว
วันนี้หากแม่ทัพหนุ่มหล่อนายนี้ไม่จ่ายเงินซื้อตัวนางไปเสพสุข อย่าได้เรียกนางว่าคณิกาตัวเด็ดอีกเลย
ลี่ปี้คนงามวาดหวังใช้ราคะกามาเพื่อเติมเต็มให้ชายหนุ่มได้หลงอยู่ในวังวนของนางดั่งเช่นเหล่าชายที่หลงใหลในรสเสน่หาจนปลีกเวลามาหานางอยู่บ่อยครา
ที่สำคัญคือแม่ทัพโยวนายนี้มีชื่อเสียงเรื่องไม่เคยใส่ใจอิสตรี หากเขายอมใช้เวลาอยู่กับนาง ชื่อเสียงความเป็นคณิกามากฝีมือย่อมขจรขจายไปไกลแน่
“นายท่านโยวร้อนหรือเจ้าคะ เหงื่อออกจนท่วมกายเชียว ลี่ปี้ถอดเสื้อออกให้ดีหรือไม่เจ้าคะ”
มือน้อยเอื้อมมาหวังถอดเสื้อคลุมตัวนอกของแม่ทัพหนุ่มออกเพื่อให้นางเล้าโลมได้อย่างถนัด มิคาดมือใหญ่กลับคว้าจับเอาไว้อย่างแรงจนข้อมือแทบหัก
“โอ๊ย!...ลี่ปี้เจ็บ”
โยวหย่งคังมองน้ำตาซึ่งคลอหน่วยอย่างเสแสร้งของคณิกาสาวก่อนจะสะบัดมือทิ้งแล้วลุกขึ้นผลุนผลันออกไปโดยไม่ใส่ใจเสียงเรียกของทั้งลี่ปี้คนงามและเถิงฮวน
ตอนที่ห้า ไม่เข้าไปไม่ได้หรือ ถึงยามนี้ตวนมู่เจียวจึงพึ่งนึกได้ชะโงกหน้ามองความใหญ่โตก่อนจะอ้อนวอนเสียงแหบแห้ง“ไม่เข้าไปไม่ได้หรือ แท่งเนื้อของท่านใหญ่เกินไป ช่องทางของข้าเล็กมาก ข้าต้องตายแน่ๆ”“ฮ่า ฮ่า ไม่เคยมีสตรีคนใดต้องตายเพียงการสอดใส่ เจ้าลองคิดดู หญิงคณิกาล้วนโดนแท่งเนื้อตั้งมากสอดใส่ทุกคืนยังไม่มีนางใดถึงตาย”ตวนมู่เจียวคิดตาม แม่ทัพผู้นี้คงรู้ดีว่านางเข้าออกหอคณิกาอยู่บ่อยคราจึงเปรียบเทียบให้เห็นภาพ“แต่ของผู้อื่นไม่ใหญ่เท่านี้” ตวนมู่เจียวยังหาทางหลีกเลี่ยง“เจ้ารู้ได้อย่างไร ช่างสอดรู้สอดเห็นนัก” โยวหย่งคังส่ายหัวให้กับหญิงสาวเบื้องล่างมือหนายังคงจับท่อนกายบดคลึงไปกับติ่งเกสรพลางวนเวียนหลอกล่อร่องบุปผาอันฉ่ำชื้น เมื่อหญิงสาวเคลิ้มไหวได้ที่จึงลงมือแยงแหย่หัวบานใหญ่เข้าไปทีละน้อย“โอ๊ย!...ฮือๆๆๆ” ตวนมู่เจียวหลั่งน้ำตาอย่างไม่กักเก็บเมื่อรู้สึกได้ถึงความปวดร้าวราวจะฉีกขาดในช่องทางคับแคบ“อย่าดิ้น อีกครู่เดียว” ชายหนุ่มหยุดรอครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงจุมพิตหวานเพื่อเรียกความสนใจ เมื่อปากบางโรมรันพัวพันอย่างลืมตัวจึงดันแท่งยาวใหญ่เข้าไปอย่างยากลำบาก“ช่องทางของเจ้าบีบรัดจนแท่
ตอนที่สี่ รู้สึกดีเช่นนี้เอง โยวหย่งคังสรุปเองก่อนจะถอดกางเกงที่เหลือติดกายจนมังกรตัวเขื่องเด้งผงาดขึ้นชี้หน้าตวนมู่เจียวตาเหลือกตะเกียกตะกายพุ่งหนีก่อนจะถูกลากขากลับมาด้วยแรงที่มากกว่า“ปล่อยข้า ข้ากลัวแล้ว” หญิงสาวร้องอ้อนวอนเสียงสั่นแม้จะเคยลอบดูการร่วมรักของเหล่าคณิกา แต่ภาพที่เห็นย่อมเป็นแท่งเนื้อที่กำลังสอดใส่ทิ่มแทงจึงไม่อาจมองได้ถนัด ไฉนเลยจะเคยพานพบแท่งกายซึ่งใหญ่โตปูดโปนน่ากลัวเพียงนี้ยามนี้ผ้าปกปิดใบหน้าของตวนมู่เจียวถูกดึงทิ้งไปนานแล้วจึงเผยความอ่อนหวานงดงามชวนให้น่าสงสารโยวหย่งคังพิศมองความงามมากเสน่ห์ซึ่งเคยเห็นยามลอบติดตามและหญิงสาวเผลอไผลอยู่หลายคราครั้งแรกเขาเพียงสงสารสองแม่ลูกซึ่งทำงานหาเงินอย่างยากลำบากอีกทั้งเห็นว่าเด็กน้อยกำพร้าบิดาเช่นเดียวกันจนเมื่อนางกำพร้ามารดาอีกคน ความสงสารจึงเปี่ยมล้นคิดหาหนทางช่วยเหลือ โดยไม่คาดคิดว่ากลับได้พบการลอบส่งข่าวให้กับคนแคว้นต๋ายังดีที่ข่าวสารเหล่านั้นไม่ใคร่สำคัญ แม่ทัพหนุ่มจึงปล่อยผ่านและจับตามองตวนมู่เจียวมากขึ้นจนได้เห็นความงดงามที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลาแม้นางจะน่าสงสารแต่ยามนี้เขาไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้แล้วมีแต่ต้องเ
ตอนที่สาม ว่างมาก แม่ทัพหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนพลางจับหญิงสาวโยนลงบนเตียงจนผ้าคลุมกายหลุดลุ่ยออกมาตวนมู่เจียวรีบใช้มือดึงผ้าปิดปากออกแล้วคลุมผ้าทั้งบนทั้งล่างเพื่อไม่เปิดเผยความขาวนวลเนียนของร่างกาย“ถึงจะเป็นแม่ทัพ แต่จู่ๆจะจับผู้คนมาตามอำเภอใจไม่ได้ ข้ามิได้ทำเรื่องใดผิด ที่สำคัญคือข้าไม่ใช่คนเมืองนี้ หากเจ้าทำร้ายข้าคงมีคนนำไปฟ้องผู้นำเผ่า ถึงเวลานั้นดูสิว่าเจ้าจะหาข้อแก้ตัวอย่างไร” หญิงสาวยังคงปากเก่งด้วยใช้ชีวิตอย่างไม่เคยกลัวเกรงผู้ใด“ข้าหรือจะเกรงกลัวผู้นำเผ่าเล็กๆของเจ้า” ถ้อยคำหยิ่งยโสโอหังของแม่ทัพหนุ่มทำให้ตวนมู่เจียวต้องคิดหาทางอื่น“ป่านนี้เรื่องคงถึงหูเพื่อนของข้าแล้ว ถึงจะเป็นหญิงต่างเผ่าแต่ข้าก็มีเพื่อนในตัวเมืองหลายคน ท่านไม่กลัวว่าพวกเขาหรือข้าจะนำความไร้เหตุผลของท่านไปฟ้องท่านเจ้าเมืองหรือ เป็นถึงแม่ทัพผู้หาญกล้ากับฉุดคร่าสตรีอ่อนแอไร้ความผิด”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไร้ความผิดหรือ หากสายลับต่างเผ่าเช่นเจ้าจะกล้าเข้าจวนไปฟ้องเจ้าเมือง เช่นนั้นข้าจะได้นำหลักฐานที่มีในมือไปฟ้องด้วยพร้อมกัน ดูสิว่า โทษของเจ้าหรือข้าผู้ใดจะหนักหนากว่ากัน”ถ้อยคำที่โยวหย่งคังเอ่ยออกมาทำให้
ตอนที่สอง แม่ทัพพิทักษ์ชายแดนโยวหย่งคังมองน้ำตาซึ่งคลอหน่วยอย่างเสแสร้งของคณิกาสาวก่อนจะสะบัดมือทิ้งแล้วลุกขึ้นผลุนผลันออกไปโดยไม่ใส่ใจเสียงเรียกของทั้งลี่ปี้คนงามและเถิงฮวน“ข้าทำสิ่งใดผิดหรือ นายท่านโยวจึงโกรธกริ้วเช่นนั้น” ลี่ปี้เสแสร้งตกใจจนเกินจริงก่อนจะถลาไปซบอกเพื่อให้เถิงฮวนปลอบโยน“เขาก็เป็นเช่นนี้ อย่าได้ใส่ใจเลย พวกเรามาหาความสุขกันดีกว่า” รองแม่ทัพหนุ่มไม่ได้คิดมากเมื่อคณิกาสาวหันมาออดอ้อนย่อมต้องปลอบโยนคนงามสักหลายคราจนเสียงซ่านกระเส่าดังอยู่กว่าสองชั่วยามโยวหย่งคังพาใบหน้าแดงก่ำกับกายร้อนผ่าวขี่ม้าออกห่างหอคณิกาด้วยความโมโหชิ คิดจะวางยาปลุกกำหนัดเพื่อเสพสมกับข้าหรือ คณิกานางนี้ใจกล้าเกินไปแล้ว คงคิดว่าเป็นคนโปรดของเถิงฮวนแล้วเขาจะไม่เอาเรื่องรอให้แก้ปัญหาเร่งด่วนในตอนนี้ก่อนเถิด เขาจะไม่ปล่อยให้นางได้เริงร่าท้าทายอีกต่อไปแม่ทัพหนุ่มกำมือแน่นเพื่อระงับอารมณ์พลางสอดส่ายสายตามองหาหนทางแก้ไขฤทธิ์ยากำหนัดในกายให้เบาบางลง“ยากำหนัดของหอคณิกาช่างรุนแรงนัก เห็นทีคงเพียงออกแรงมากหน่อยไม่ได้เสียแล้ว”แม่ทัพหนุ่มซึ่งขี่ม้าวนเวียนอยู่รอบเมืองหลายคราจนเหงื่อออกท่วมกายได้แต่ครุ
ตอนที่สองแม่ทัพพิทักษ์ชายแดน‘โยวหย่งคัง’ แม่ทัพหนุ่มซึ่งมีฝีมือด้านการรบเก่งกล้า ยืนเด่นบนป้อมปราการสูงใหญ่กวาดสายตามองไปยังเบื้องหน้าซึ่งมีแต่ทุ่งโล่งกว้างไร้เงาข้าศึกศัตรูหรือแม้แต่สัตว์สักตัวชายหนุ่มผู้บ้าคลั่งแต่การสู้รบจนได้รับฉายาเป็นแม่ทัพผู้กระหายสงครามและเห็นการเข่นฆ่าเชือดเฉือนเลือดเนื้อของศัตรูเป็นดั่งรางวัลแห่งชีวิตยืนเดียวดายอย่างว่างเปล่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ที่ตรงนี้ยังเต็มไปด้วยเหล่าทหารทั้งสองฝ่าย แต่ยามนี้ศึกสงครามครั้งสุดท้ายจบลงไปแล้วด้วยการพ่ายแพ้ของแคว้นต๋าองค์ชายของพวกเขาและแม่ทัพต่างพลีชีพตายเรียบเหลือเพียงองค์ชายวัยเยาว์ ฮ่องเต้แห่งแคว้นต๋าจึงจำยอมเจรจาสงบศึกพร้อมส่งบรรณาการตามข้อเรียกร้องหลังการเจรจาสำเร็จเป็นเหตุให้แม่ทัพนายกองทั้งหลายต่างว่างงานได้แต่เดินเตร็ดเตร่สวนกันไปมาเหงาจริง เหตุใดชีวิตไร้ค่าเช่นนี้แม่ทัพโยวหย่งคังซึ่งดำรงชีวิตเพื่อการรบมาโดยตลอดได้แต่ขี่ม้าขึ้นๆลงๆยังป้อมปราการจนบันไดหินสึกกร่อน เขาใช้ดาบคู่ใจฟาดฟันไปยังกำแพงแก้เบื่อหน่ายเกิดเป็นรอยบากน่าหวาดเสียวสกุลโยวของเขาล้วนถูกสังหารสิ้นด้วยฝีมือและคำสั่งขององค์ชายแคว้นต๋า นั่นจึงทำให
ตอนที่หนึ่ง หญิงสาวนอกด่าน “หา!...กลางแจ้งเชียวหรือ ผู้ใดกัน” น้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นของเสาซิงอีเรียกสายตาขบขันคิดอยากแกล้ง“เจ้าคงคาดไม่ถึงเชียวล่ะ อีอี” ตวนมู่เจียวอมพะนำ“เล่ามาเร็วเข้า เจียวเจียว หาไม่ข้าจะไม่ทำของอร่อยให้เจ้ากิน”“ได้ ได้ ได้ เล่าแล้ว” ตวนมู่เจียวแพ้ทางให้กับอาหารอร่อยจนได้เสาซิงอีนับเป็นแม่ครัวฝีมือดีซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากบิดา ร้านอาหารของนางแม้ขนาดไม่ใหญ่แต่มีผู้คนหลั่งไหลมาอุดหนุนไม่ขาด“แม่นางลี่ปี้คนงามโดนรองแม่ทัพเถิงฮวนกระหน่ำไม่ยั้งเชียวล่ะ” ตวนมู่เจียวเริ่มอย่างดุเด็ดเผ็ดแสบ“อย่างไร แบบไหน เล่ามาให้ชัด” เสาซิงอีตั้งอกตั้งใจฟังราวเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย“เจ้าจะให้ข้าเล่าทุกท่วงท่าเชียวหรือ”“ย่อมเป็นเช่นนั้น ข้าไม่เคยเห็นเอง แต่เจ้าเข้านอกออกในหอคณิกาบ่อยครา เห็นพวกเขาบรรเลงเพลงกามาหลายต่อหลายครั้งแล้ว เล่ามาเร็วเข้าอย่าพิรี้พิไร ขืนชักช้าของอร่อยจะค่อยๆลดลง”“ได้ ข้าจะเล่าให้ครบถ้วนทุกท่วงท่า เช่นนั้นแล้วของอร่อยย่อมเพิ่มขึ้นอีกหลายจานใช่หรือไม่”“ใช่”ตวนมู่เจียวมองสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนสาวแล้วได้แต่หัวเราะแหะแหะ ก่อนจะถ่ายทอดฉากซี้ดซ้าดออกม





![พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

