Se connecterตอนที่สาม
ว่างมาก
แม่ทัพหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนพลางจับหญิงสาวโยนลงบนเตียงจนผ้าคลุมกายหลุดลุ่ยออกมา
ตวนมู่เจียวรีบใช้มือดึงผ้าปิดปากออกแล้วคลุมผ้าทั้งบนทั้งล่างเพื่อไม่เปิดเผยความขาวนวลเนียนของร่างกาย
“ถึงจะเป็นแม่ทัพ แต่จู่ๆจะจับผู้คนมาตามอำเภอใจไม่ได้ ข้ามิได้ทำเรื่องใดผิด ที่สำคัญคือข้าไม่ใช่คนเมืองนี้ หากเจ้าทำร้ายข้าคงมีคนนำไปฟ้องผู้นำเผ่า ถึงเวลานั้นดูสิว่าเจ้าจะหาข้อแก้ตัวอย่างไร” หญิงสาวยังคงปากเก่งด้วยใช้ชีวิตอย่างไม่เคยกลัวเกรงผู้ใด
“ข้าหรือจะเกรงกลัวผู้นำเผ่าเล็กๆของเจ้า” ถ้อยคำหยิ่งยโสโอหังของแม่ทัพหนุ่มทำให้ตวนมู่เจียวต้องคิดหาทางอื่น
“ป่านนี้เรื่องคงถึงหูเพื่อนของข้าแล้ว ถึงจะเป็นหญิงต่างเผ่าแต่ข้าก็มีเพื่อนในตัวเมืองหลายคน ท่านไม่กลัวว่าพวกเขาหรือข้าจะนำความไร้เหตุผลของท่านไปฟ้องท่านเจ้าเมืองหรือ เป็นถึงแม่ทัพผู้หาญกล้ากับฉุดคร่าสตรีอ่อนแอไร้ความผิด”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไร้ความผิดหรือ หากสายลับต่างเผ่าเช่นเจ้าจะกล้าเข้าจวนไปฟ้องเจ้าเมือง เช่นนั้นข้าจะได้นำหลักฐานที่มีในมือไปฟ้องด้วยพร้อมกัน ดูสิว่า โทษของเจ้าหรือข้าผู้ใดจะหนักหนากว่ากัน”
ถ้อยคำที่โยวหย่งคังเอ่ยออกมาทำให้ตวนมู่เจียวหดนัยน์ตาชะงักการดิ้นรน สายตาไม่ไว้วางใจมองสบแววตาแรงกล้าของแม่ทัพหนุ่มเพื่อตรวจสอบว่าเขารู้เรื่องที่เอ่ยออกมาจริง
สายลับ? เขารู้ได้อย่างไร?
เรื่องที่นางเป็นสายลับของแคว้นต๋าไม่เคยมีผู้ใดรับรู้แม้แต่เสาซิงอีหรือแม่เล้าใหญ่
แม้กระทั่งมารดาของนางยังไม่เคยล่วงรู้ด้วยผู้ที่บงการเบื้องหลังคือบิดาซึ่งไม่เคยมีผู้ใดรู้ตัวตน
คืนหนึ่งเขาได้มาปรากฏกายพร้อมหลักฐานความเป็นบิดา จากนั้นจึงสั่งการให้นางทำตามคำสั่งโดยใช้ชีวิตของมารดามาเป็นประกัน
แม้ระยะหลังมานี้เขาจะไม่เคยติดต่อกับนางนานแล้วและเรื่องที่เขาเคยให้ทำไม่ได้หนักหนา แต่เรื่องเช่นนี้ย่อมเป็นชนักติดหลังของตวนมู่เจียว
“หากเจ้ายินยอมโดยดี เรื่องสายลับย่อมไม่หลุดออกจากปากของข้า” โยวหย่งคังเห็นอาการของหญิงสาวย่อมรับรู้ได้ว่านางหวาดกลัวแล้ว
“ยินยอม ยินยอมอย่างไร? อย่าคิดว่าเป็นแม่ทัพแล้วจะข่มเหงรังแกกันง่ายๆ ข้ามิใช่นางคณิกาหรือหญิงงามเมือง” ตวนมู่เจียวเห็นสายตาแสดงความต้องการจากแม่ทัพหนุ่มจึงพยายามแสดงเขี้ยวเล็บแม้จะสั้นกุดจนไม่อาจทำสิ่งใดได้ก็ตาม
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ง่ายหรือยากข้าล้วนเป็นผู้ตัดสิน เอาเถอะ เห็นแก่ที่เจ้าปากเก่งและยังเป็นเพียงสายลับตัวน้อย อีกอย่างการศึกก็สงบลงไปแล้ว ข้าจะลงโทษเจ้าเพียงไม่กี่คราก็แล้วกัน”
โยวหย่งคังลงมือถอดเสื้อผ้าของตนเอง ยามนี้ทั้งกายของเขาต่างร้อนรุ่มด้วยยากำหนัดจนหน้ามืดตาลาย แม้ไม่อยากปลุกปล้ำหญิงสาวนางนี้แต่เขาจำเป็นต้องปลดปล่อยความทรมานออกไปโดยเร็วที่สุด
ถือว่านางโชคร้ายก็แล้วกันที่มีจุดอ่อนให้เขาจับผิดได้
แต่...เขาไม่คิดจะล่วงเกินนางเปล่าๆ
ถึงอย่างไรก็เป็นสตรีอ่อนแอ
หากนางเรียกร้องสิ่งใดที่ไม่เกินไป เขาจะยินยอมตามใจก็แล้วกัน
โยวหย่งคังเพียงคิดในใจ ไม่ได้เอ่ยออกมา สายตาซึ่งเต็มไปด้วยราคะเร่าร้อนมองสบแววตาไม่เข้าใจของตวนมู่เจียว
“เจ้า...เอ่อ...ท่านไม่ชื่นชอบสตรีมิใช่หรือ” เดิมทีหญิงต่างเผ่าคิดถึงเพียงความโหดร้ายของแม่ทัพหนุ่ม ไหนเลยจะคาดคิดว่าเขาจะคิดจับนางมาร่วมอภิรมย์
“ไปได้ยินมาจากไหน ข้าเป็นชายหนุ่มทั้งแท่ง เหตุใดต้องไม่ชอบหญิงสาว”
“แต่...” ตวนมู่เจียวมองกล้ามเนื้อเป็นมัดๆแสดงความแข็งแกร่งของชายตรงหน้าซึ่งถอดเสื้อออกจนเหลือเพียงกางเกงตัวเดียวพลางกลืนน้ำลายเอือกๆ
นางยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจจะต้องมาเสียความบริสุทธิ์
แต่ร่างชายหนุ่มรูปงามซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเหตุใดช่างเร้าใจนัก
“หรือเจ้าจะยอมถูกจับเข้าคุกในจวนเจ้าเมือง ข้อหาร้ายแรงเช่นนั้นข้าขอเตือนไว้ก่อนว่าอาจไม่ได้โดนลงทัณฑ์เพียงเล็กน้อย กว่าจะตัดสินโทษแท้จริง หญิงสาวต่างเผ่าที่งดงามและต้องโทษเช่นเจ้าคงโดนทั้งผู้คุมและชายอีกมากรุมย่ำยีจนไม่อาจเห็นเดือนเห็นตะวัน”
ตวนมู่เจียวคิดตามพลางกลืนน้ำลายอีกหลายอึก
นางไม่เคยคิดเรื่องเหล่านี้มาก่อนด้วยที่ผ่านมายังเยาว์วัยเกินไป เมื่อโตพอรู้ความจึงคิดเลิกติดต่อกับบิดาในขณะที่เขาเงียบหายไปเอง
ผู้ใดจะคิดว่าแม่ทัพผู้นี้กลับล่วงรู้และฉวยโอกาสนำเรื่องสายลับนี้มาข่มขู่นาง
“หากท่านเหงามากเหตุใดไม่หาภรรยาสักคนหรือไปที่หอคณิกา ข้าได้ข่าวมาว่าแม่นางลี่ปี้รอท่านอยู่ทุกวัน ข้าเป็นหญิงสาวดีงามคนหนึ่ง ภายหน้ายังต้องแต่งงานมีสามี ไม่ใช่ของเล่นที่ท่านจะนำมาขยำขยี้แล้วทำตามใจชอบ” ตวนมู่เจียวพยายามต่อรอง
“ลี่ปี้คนงาม เชอะ มิใช่เพราะนางหรือ ข้าจึงต้องหาทางออกไร้ยางอายเช่นนี้”
ตวนมู่เจียวไม่คิดว่าการเอ่ยชื่อคณิกาคนงามจะจุดโทสะของแม่ทัพหนุ่มให้เพิ่มขึ้น
“ในเมื่อเจ้าปากเก่งไม่เกรงกลัวใคร อีกทั้งข้าไม่มีการศึกให้กระทำ เช่นนั้นอยู่เล่นกับข้าสักหลายวันเถอะ”
โยวหย่งคังสรุปเองก่อนจะถอดกางเกงที่เหลือติดกายจนมังกรตัวเขื่องเด้งผงาดขึ้นชี้หน้า
ตอนที่ห้า ไม่เข้าไปไม่ได้หรือ ถึงยามนี้ตวนมู่เจียวจึงพึ่งนึกได้ชะโงกหน้ามองความใหญ่โตก่อนจะอ้อนวอนเสียงแหบแห้ง“ไม่เข้าไปไม่ได้หรือ แท่งเนื้อของท่านใหญ่เกินไป ช่องทางของข้าเล็กมาก ข้าต้องตายแน่ๆ”“ฮ่า ฮ่า ไม่เคยมีสตรีคนใดต้องตายเพียงการสอดใส่ เจ้าลองคิดดู หญิงคณิกาล้วนโดนแท่งเนื้อตั้งมากสอดใส่ทุกคืนยังไม่มีนางใดถึงตาย”ตวนมู่เจียวคิดตาม แม่ทัพผู้นี้คงรู้ดีว่านางเข้าออกหอคณิกาอยู่บ่อยคราจึงเปรียบเทียบให้เห็นภาพ“แต่ของผู้อื่นไม่ใหญ่เท่านี้” ตวนมู่เจียวยังหาทางหลีกเลี่ยง“เจ้ารู้ได้อย่างไร ช่างสอดรู้สอดเห็นนัก” โยวหย่งคังส่ายหัวให้กับหญิงสาวเบื้องล่างมือหนายังคงจับท่อนกายบดคลึงไปกับติ่งเกสรพลางวนเวียนหลอกล่อร่องบุปผาอันฉ่ำชื้น เมื่อหญิงสาวเคลิ้มไหวได้ที่จึงลงมือแยงแหย่หัวบานใหญ่เข้าไปทีละน้อย“โอ๊ย!...ฮือๆๆๆ” ตวนมู่เจียวหลั่งน้ำตาอย่างไม่กักเก็บเมื่อรู้สึกได้ถึงความปวดร้าวราวจะฉีกขาดในช่องทางคับแคบ“อย่าดิ้น อีกครู่เดียว” ชายหนุ่มหยุดรอครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงจุมพิตหวานเพื่อเรียกความสนใจ เมื่อปากบางโรมรันพัวพันอย่างลืมตัวจึงดันแท่งยาวใหญ่เข้าไปอย่างยากลำบาก“ช่องทางของเจ้าบีบรัดจนแท่
ตอนที่สี่ รู้สึกดีเช่นนี้เอง โยวหย่งคังสรุปเองก่อนจะถอดกางเกงที่เหลือติดกายจนมังกรตัวเขื่องเด้งผงาดขึ้นชี้หน้าตวนมู่เจียวตาเหลือกตะเกียกตะกายพุ่งหนีก่อนจะถูกลากขากลับมาด้วยแรงที่มากกว่า“ปล่อยข้า ข้ากลัวแล้ว” หญิงสาวร้องอ้อนวอนเสียงสั่นแม้จะเคยลอบดูการร่วมรักของเหล่าคณิกา แต่ภาพที่เห็นย่อมเป็นแท่งเนื้อที่กำลังสอดใส่ทิ่มแทงจึงไม่อาจมองได้ถนัด ไฉนเลยจะเคยพานพบแท่งกายซึ่งใหญ่โตปูดโปนน่ากลัวเพียงนี้ยามนี้ผ้าปกปิดใบหน้าของตวนมู่เจียวถูกดึงทิ้งไปนานแล้วจึงเผยความอ่อนหวานงดงามชวนให้น่าสงสารโยวหย่งคังพิศมองความงามมากเสน่ห์ซึ่งเคยเห็นยามลอบติดตามและหญิงสาวเผลอไผลอยู่หลายคราครั้งแรกเขาเพียงสงสารสองแม่ลูกซึ่งทำงานหาเงินอย่างยากลำบากอีกทั้งเห็นว่าเด็กน้อยกำพร้าบิดาเช่นเดียวกันจนเมื่อนางกำพร้ามารดาอีกคน ความสงสารจึงเปี่ยมล้นคิดหาหนทางช่วยเหลือ โดยไม่คาดคิดว่ากลับได้พบการลอบส่งข่าวให้กับคนแคว้นต๋ายังดีที่ข่าวสารเหล่านั้นไม่ใคร่สำคัญ แม่ทัพหนุ่มจึงปล่อยผ่านและจับตามองตวนมู่เจียวมากขึ้นจนได้เห็นความงดงามที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลาแม้นางจะน่าสงสารแต่ยามนี้เขาไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้แล้วมีแต่ต้องเ
ตอนที่สาม ว่างมาก แม่ทัพหนุ่มเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนพลางจับหญิงสาวโยนลงบนเตียงจนผ้าคลุมกายหลุดลุ่ยออกมาตวนมู่เจียวรีบใช้มือดึงผ้าปิดปากออกแล้วคลุมผ้าทั้งบนทั้งล่างเพื่อไม่เปิดเผยความขาวนวลเนียนของร่างกาย“ถึงจะเป็นแม่ทัพ แต่จู่ๆจะจับผู้คนมาตามอำเภอใจไม่ได้ ข้ามิได้ทำเรื่องใดผิด ที่สำคัญคือข้าไม่ใช่คนเมืองนี้ หากเจ้าทำร้ายข้าคงมีคนนำไปฟ้องผู้นำเผ่า ถึงเวลานั้นดูสิว่าเจ้าจะหาข้อแก้ตัวอย่างไร” หญิงสาวยังคงปากเก่งด้วยใช้ชีวิตอย่างไม่เคยกลัวเกรงผู้ใด“ข้าหรือจะเกรงกลัวผู้นำเผ่าเล็กๆของเจ้า” ถ้อยคำหยิ่งยโสโอหังของแม่ทัพหนุ่มทำให้ตวนมู่เจียวต้องคิดหาทางอื่น“ป่านนี้เรื่องคงถึงหูเพื่อนของข้าแล้ว ถึงจะเป็นหญิงต่างเผ่าแต่ข้าก็มีเพื่อนในตัวเมืองหลายคน ท่านไม่กลัวว่าพวกเขาหรือข้าจะนำความไร้เหตุผลของท่านไปฟ้องท่านเจ้าเมืองหรือ เป็นถึงแม่ทัพผู้หาญกล้ากับฉุดคร่าสตรีอ่อนแอไร้ความผิด”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไร้ความผิดหรือ หากสายลับต่างเผ่าเช่นเจ้าจะกล้าเข้าจวนไปฟ้องเจ้าเมือง เช่นนั้นข้าจะได้นำหลักฐานที่มีในมือไปฟ้องด้วยพร้อมกัน ดูสิว่า โทษของเจ้าหรือข้าผู้ใดจะหนักหนากว่ากัน”ถ้อยคำที่โยวหย่งคังเอ่ยออกมาทำให้
ตอนที่สอง แม่ทัพพิทักษ์ชายแดนโยวหย่งคังมองน้ำตาซึ่งคลอหน่วยอย่างเสแสร้งของคณิกาสาวก่อนจะสะบัดมือทิ้งแล้วลุกขึ้นผลุนผลันออกไปโดยไม่ใส่ใจเสียงเรียกของทั้งลี่ปี้คนงามและเถิงฮวน“ข้าทำสิ่งใดผิดหรือ นายท่านโยวจึงโกรธกริ้วเช่นนั้น” ลี่ปี้เสแสร้งตกใจจนเกินจริงก่อนจะถลาไปซบอกเพื่อให้เถิงฮวนปลอบโยน“เขาก็เป็นเช่นนี้ อย่าได้ใส่ใจเลย พวกเรามาหาความสุขกันดีกว่า” รองแม่ทัพหนุ่มไม่ได้คิดมากเมื่อคณิกาสาวหันมาออดอ้อนย่อมต้องปลอบโยนคนงามสักหลายคราจนเสียงซ่านกระเส่าดังอยู่กว่าสองชั่วยามโยวหย่งคังพาใบหน้าแดงก่ำกับกายร้อนผ่าวขี่ม้าออกห่างหอคณิกาด้วยความโมโหชิ คิดจะวางยาปลุกกำหนัดเพื่อเสพสมกับข้าหรือ คณิกานางนี้ใจกล้าเกินไปแล้ว คงคิดว่าเป็นคนโปรดของเถิงฮวนแล้วเขาจะไม่เอาเรื่องรอให้แก้ปัญหาเร่งด่วนในตอนนี้ก่อนเถิด เขาจะไม่ปล่อยให้นางได้เริงร่าท้าทายอีกต่อไปแม่ทัพหนุ่มกำมือแน่นเพื่อระงับอารมณ์พลางสอดส่ายสายตามองหาหนทางแก้ไขฤทธิ์ยากำหนัดในกายให้เบาบางลง“ยากำหนัดของหอคณิกาช่างรุนแรงนัก เห็นทีคงเพียงออกแรงมากหน่อยไม่ได้เสียแล้ว”แม่ทัพหนุ่มซึ่งขี่ม้าวนเวียนอยู่รอบเมืองหลายคราจนเหงื่อออกท่วมกายได้แต่ครุ
ตอนที่สองแม่ทัพพิทักษ์ชายแดน‘โยวหย่งคัง’ แม่ทัพหนุ่มซึ่งมีฝีมือด้านการรบเก่งกล้า ยืนเด่นบนป้อมปราการสูงใหญ่กวาดสายตามองไปยังเบื้องหน้าซึ่งมีแต่ทุ่งโล่งกว้างไร้เงาข้าศึกศัตรูหรือแม้แต่สัตว์สักตัวชายหนุ่มผู้บ้าคลั่งแต่การสู้รบจนได้รับฉายาเป็นแม่ทัพผู้กระหายสงครามและเห็นการเข่นฆ่าเชือดเฉือนเลือดเนื้อของศัตรูเป็นดั่งรางวัลแห่งชีวิตยืนเดียวดายอย่างว่างเปล่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ที่ตรงนี้ยังเต็มไปด้วยเหล่าทหารทั้งสองฝ่าย แต่ยามนี้ศึกสงครามครั้งสุดท้ายจบลงไปแล้วด้วยการพ่ายแพ้ของแคว้นต๋าองค์ชายของพวกเขาและแม่ทัพต่างพลีชีพตายเรียบเหลือเพียงองค์ชายวัยเยาว์ ฮ่องเต้แห่งแคว้นต๋าจึงจำยอมเจรจาสงบศึกพร้อมส่งบรรณาการตามข้อเรียกร้องหลังการเจรจาสำเร็จเป็นเหตุให้แม่ทัพนายกองทั้งหลายต่างว่างงานได้แต่เดินเตร็ดเตร่สวนกันไปมาเหงาจริง เหตุใดชีวิตไร้ค่าเช่นนี้แม่ทัพโยวหย่งคังซึ่งดำรงชีวิตเพื่อการรบมาโดยตลอดได้แต่ขี่ม้าขึ้นๆลงๆยังป้อมปราการจนบันไดหินสึกกร่อน เขาใช้ดาบคู่ใจฟาดฟันไปยังกำแพงแก้เบื่อหน่ายเกิดเป็นรอยบากน่าหวาดเสียวสกุลโยวของเขาล้วนถูกสังหารสิ้นด้วยฝีมือและคำสั่งขององค์ชายแคว้นต๋า นั่นจึงทำให
ตอนที่หนึ่ง หญิงสาวนอกด่าน “หา!...กลางแจ้งเชียวหรือ ผู้ใดกัน” น้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นของเสาซิงอีเรียกสายตาขบขันคิดอยากแกล้ง“เจ้าคงคาดไม่ถึงเชียวล่ะ อีอี” ตวนมู่เจียวอมพะนำ“เล่ามาเร็วเข้า เจียวเจียว หาไม่ข้าจะไม่ทำของอร่อยให้เจ้ากิน”“ได้ ได้ ได้ เล่าแล้ว” ตวนมู่เจียวแพ้ทางให้กับอาหารอร่อยจนได้เสาซิงอีนับเป็นแม่ครัวฝีมือดีซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจากบิดา ร้านอาหารของนางแม้ขนาดไม่ใหญ่แต่มีผู้คนหลั่งไหลมาอุดหนุนไม่ขาด“แม่นางลี่ปี้คนงามโดนรองแม่ทัพเถิงฮวนกระหน่ำไม่ยั้งเชียวล่ะ” ตวนมู่เจียวเริ่มอย่างดุเด็ดเผ็ดแสบ“อย่างไร แบบไหน เล่ามาให้ชัด” เสาซิงอีตั้งอกตั้งใจฟังราวเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย“เจ้าจะให้ข้าเล่าทุกท่วงท่าเชียวหรือ”“ย่อมเป็นเช่นนั้น ข้าไม่เคยเห็นเอง แต่เจ้าเข้านอกออกในหอคณิกาบ่อยครา เห็นพวกเขาบรรเลงเพลงกามาหลายต่อหลายครั้งแล้ว เล่ามาเร็วเข้าอย่าพิรี้พิไร ขืนชักช้าของอร่อยจะค่อยๆลดลง”“ได้ ข้าจะเล่าให้ครบถ้วนทุกท่วงท่า เช่นนั้นแล้วของอร่อยย่อมเพิ่มขึ้นอีกหลายจานใช่หรือไม่”“ใช่”ตวนมู่เจียวมองสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนสาวแล้วได้แต่หัวเราะแหะแหะ ก่อนจะถ่ายทอดฉากซี้ดซ้าดออกม







