بيت / รักโบราณ / สตรีที่ข้าชิงชัง / สั่งสอนให้รู้ฤทธิ์

مشاركة

สั่งสอนให้รู้ฤทธิ์

last update تاريخ النشر: 2026-05-10 22:10:55

          “เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน ข้าเห็นนางถูกรังแกจึงได้ให้นางมาคอยรับใช้ข้าที่นี่”

          “แม่นางจินอย่าได้ใส่ใจ เดิมทีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ”

          “ท่านแม่ทัพกับฮูหยินเฉินทราบเรื่องหรือไม่” นางถามกลับ ยามได้ยินว่าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นราวกับเป็นเรื่องธรรมดาผิดกับที่จวนของนางที่ไม่ค่อยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น

          “คะ...คือ”

          “ข้าถามว่าฮูหยินกับท่านแม่ทัพทราบเรื่องหรือไม่”

          “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไม่มีผู้ใดนำไปรายงานให้ฮูหยินใส่ใจหรอกเจ้าค่ะ อีกอย่างทุกเรื่องภายในจวนล้วนเป็นฮูหยินที่จัดการ ท่านแม่ทัพย่อมไม่รู้”

          “เดิมทีข้าไม่คิดเข้าไปสอดเรื่องภายในจวนสกุลเฉิน แต่ทว่าตอนนี้ฮูหยินเฉินไม่อยู่ อีกทั้งท่านแม่ทัพไม่ได้เป็นคนดูแลจัดการเรื่องในจวน ข้าที่เป็นคู่หมั้นคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วกระมัง”

          “แม่นางคิดจะทำเช่นไรหรือเจ้าคะ”

          “ทำตามกฎของตระกูล ผู้ใดทำผิดกฎต้องถูกลงโทษ ไม่มีละเว้น”

          คำกล่าวของจินซูซินแพร่ไปทั่วทั้วจวน ทุกคนต่างรู้กันหมดว่าแม่นางจากสกุลจินคิดครอบครองอำนาจดูแลจวนแทนที่นายหญิงเฉินที่บัดนี้อยู่ที่เมืองเป่ยจิง

          บ่าวรับใช้ในจวนที่ทำผิดกฎล้วนถูกนางสั่งลงโทษ บางคนโดนหักเงินส่วนคนที่โดนโทษโบยก็มีไม่น้อย จนพาลทำให้บ่าวในจวนเริ่มไม่พอใจนางขึ้นเรื่อย ๆ ตัวของเฉินเฟยฉีก็เช่นกัน เขาได้ยินว่านางเริ่มจัดการงานในจวนแทนมารดาที่ไม่อยู่ที่จวน แต่ไม่ได้นำมาใส่ใจเพราะเห็นว่านอกจากนางแล้วยังไม่มีผู้ใดเหมาะสมที่จะมาทำหน้าที่นี้แทน

          “ท่านแม่ทัพ หลานของบ่าวถูกแม่นางจินลงโทษสถานหนัก เวลาผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้วยังมิอาจลุกออกจากเตียงได้เลยขอรับ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปบ่าวกลัวว่านางจะยิ่งเหิมเกริม” พ่อบ้านหลีได้ทีนำเรื่องมาฟ้อง

          “ลงโทษสถานหนักที่ว่า นางถูกลงโทษอย่างไร”

          “หลานสาวของบ่าวถูกโบยยี่สิบทีขอรับ”

          “นางทำอะไรผิดงั้นรึ” เขาถามชายชรา ในเมื่อถูกลงโทษย่อมต้องมีสาเหตุ จินซูซินคงไม่ได้ลงโทษคนในจวนเพื่อระบายอารมณ์ของตัวเองแน่

          “คะ...คือ” หลีซวนไม่รู้จะตอบคำถามเช่นไรจึงได้คิดหาเหตุผลมาตอบ

          “ว่ายังไงเล่า”

          “นางตื่นสายขอรับ”

          “แค่ตื่นสายถึงกับต้องถูกโบยยี่สิบทีเชียวรึ”

          “นั่นน่ะสิขอรับ แม่นางจินทำเกินกว่าเหตุท่านแม่ทัพจะปล่อยให้นางทำเช่นนี้ต่อไปไม่ได้นะขอรับ!”

          “ถ้าเป็นตามที่เจ้าว่าจริง ข้าไม่ปล่อยนางไปแน่”

          เฉิยเฟยฉีสั่งให้บ่าวรับใช้คนสนิทไปดูอาการหลีโม่วหรานถึงที่เรือน ซึ่งใช้เวลาไม่นานนักเหว่ยหลิงก็กลับมารายงานตามภาพที่เห็น

          “เป็นไปตามคำพูดของพ่อบ้านหลีขอรับ”

          “นางสั่งให้คนโบยหลานสาวพ่อบ้านหลีหนักเลยหรือ แค่ถูกโบยยี่สิบทีไม่น่าจะเจ็บหนักถึงเพียงนี้”

          “ดูจากบาดแผลแล้วน่าจะลงมือหนักเอาการ”

          “มารดาข้าออกจากจวนไปยังไม่ถึงเดือน นางถึงกลับกล้าทำร้ายคนในจวนของข้า หากท่านแม่ทราบเรื่องนี้เข้าอยากรู้นักว่านางจะทำสีหน้าเช่นไร”

          “ไม่ไปฟังความจากปากแม่นางจินก่อนหรือขอรับ ฟังความข้างเดียวเช่นนี้” ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยจนจบประโยค ผู้เป็นเจ้านายได้เอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อน

          “นี่เจ้าคิดว่าข้าเป็นพวกหูเบาอย่างนั้นหรือ”

          “เปล่าขอรับ เดิมทีท่านแม่ทัพไม่ได้เป็นคนเช่นนั้น เพียงแต่เรื่องคราวนี้เกี่ยวข้องกับแม่นางจินโดยตรงบ่าวกลัวว่า”

          “เจ้ากลัวว่าข้าจะลำเอียงใช่หรือไม่”

          “ขอรับ”

          “แม้ข้าจะไม่ชอบพอนาง แต่ถ้าหากนางถูกใส่ร้ายข้าย่อมเข้าข้างคนถูกอยู่แล้ว”

          “มิน่าเรื่องคราวก่อนท่านถึงทำเป็นไม่รับรู้เรื่องราว” เหว่ยหลิงเอ่ย เมื่อคิดถึงเรื่องที่แม่นางซูซินทำร้ายสาวใช้ที่ลานซักล้าง ใช่ว่าเรื่องนี้เจ้านายของเขาจะไม่ทราบเรื่องมาก่อน แต่กลับไม่ได้แสดงท่าทีอันใดราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว

          “แม้นางจะทำเกินกว่าเหตุอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าลงโทษเป็นเยี่ยงอย่าง สาวใช้พวกนั้นจะได้ไม่ก่อเรื่องวุ่นวายอีก”

          “แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าใดนะขอรับ”

          “เช่นนั้น เจ้าว่าข้าควรจัดการเช่นไรถึงจะเหมาะสม” เขาถามความเห็น ถึงจะเอ่ยถามออกไป ทว่าในใจกลับมีคำตอบให้ตัวเองอยู่แล้ว

          “ทำตามกฎกองทัพดีรึไม่ ทำดีต้องให้รางวัล ทำผิดต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด”

          “เจ้าก็คิดเช่นเดียวกับข้างั้นหรือ” แม่ทัพหนุ่มเหยียดยิ้มที่มุมปากทันที เมื่อได้ยินคำตอบของลูกน้องคนสนิท

          “ขอรับ พ่อบ้านหลีใช่ว่าจะไม่มีเรื่องใดด่างพร้อย ส่วนหลานสาวของเขานั้นถือว่าชอบสร้างเรื่องกดขี่สาวใช้คนอื่น เพราะถือดีคิดว่าตัวเองเป็นหลานสาวพ่อบ้านหลี”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ความจริง(ตอนจบ)

    เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าทราบข่าวว่าบุตรชายกลับมาจากสนามรบแล้วจึงได้เรียกให้ทุกคนมาพบที่เรือน ยกเว้นเสียแต่หลานทั้งสอง “แค่ก ๆ” นับวันอาการป่วยของนางยิ่งหนักขึ้นทุกวัน จนบัดนี้ไม่สามารถลุกออกไปเดินเหินข้างนอกได้อีก จึงได้รู้ตัวว่าตัวเองอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงฤดูหนาวที่จะถึงนี้ “ท่านแม่ ท่านป่วยหนักหรือขอรับ เหตุใดถึงไม่มีคนบอกข้า” เขารุดตัวลงไปนั่งข้าง ๆ มารดาด้วยความเป็นห่วง “ข้าแก่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเจ็บป่วย” “ท่านเรียกพวกเรามาทำไมหรือเจ้าคะ” อี้เหรินถามขึ้น เพราะนางเพิ่งเสียลูกไปได้ไม่นาน แต่กลับต้องถ่อสังขารมาหาคนชราถึงที่เรือนทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังไม่หายดี “ตงหยาง แม่มีเรื่องอยากขอร้องเจ้า” “ท่านแม่ว่ามาเถิดขอรับ หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงลูกย่อมต้องทำตามแน่” “อี้เหรินเพิ่งเสียลูกไป แม่หวังว่าเจ้าจะดูแลนางดี ๆ และไปหานางที่เรือนให้บ่อยขึ้นหน่อย” “ที่นางต้องเสียลูกไปก็เพราะนางทำตัวเอง” “เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเพิ่งเสียลูกไป จิตใจของนางคงบอบช้ำหน้าดู” “ลูกในท้องของนาง ไม่ใช่ลูกของข้าขอ

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   กรรมตามสนอง

    นับวันอนุอี้ยิ่งเหิมเกริมขึ้น ด้วยคิดว่าตัวเองตั้งครรภ์ทำให้นางไม่ไว้หน้าใครแม้แต่ตัวชวี่อิงเอง “ฮูหยิน ท่านจะปล่อยให้อนุอี้ทำตัวเช่นนี้ต่อไปหรือเจ้าคะ” “ปล่อยนางไปเถิด ข้าอยากรู้นักว่าลูกของนางจะยังมีชีวิตรอดอยู่จนถึงวันที่ท่านแม่ทัพกลับจวนมาหรือไม่” ว่าขณะจิบชาด้วยความสบายใจ เพราะจากทั้งเทียบยาของนางที่มีหงฮวาผสมอยู่ และยังเครื่องประทินโฉมของนางที่ซูปี้แอบนำชะมดเช็ดไปใส่ไว้ อีกไม่นานนางคงแท้ง ในฐานะที่นางมีลูก เดิมทีเคยคิดที่จะยื่นมือเข้าไปบอกเรื่องนี้แก่อี้เหริน แต่กิริยาก้าวร้าวของหญิงสาวทำให้ชวี่อิงไม่ได้ทำเช่นนั้น หากลูกในท้องของนางไม่ได้เกิดมาคงถือว่าเป็นผลกรรมที่ตัวนางเคยก่อไว้ กรรมนั้นได้นองคืนแก่นางแล้ว โดยที่ชวี่อิงไม่ทันได้ลงมือทำอันใดให้แปดเปื้อนด้วยซ้ำ “โชคดีที่โมว่ซือไม่ได้มีจิตใจชั่วร้าย คิดทำร้ายท่าน นางถึงได้มาบอกกล่าวเรื่องนี้กับพวกเรา” “ต้องยกความดีความชอบให้นาง” “เรียนฮูหยิน มีจดหมายส่งถึงท่านเจ้าค่ะ” “เข้ามาได้” นางเปิดอ่านเนื้อหาในจดหมาย ที่แท้ก็เป็นจดหมายจากท่านแม่ทัพที่ส

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ชัยชนะ

    ขณะที่รถม้าของซูปี้กำลังมุ่งหน้าออกจากเมืองหลวงอยู่นั้น ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนได้ติดตามนางไปห่าง ๆ กระทั่งถึงพื้นที่ป่านอกเขตเมืองหลวงลูกธนูนับสิบได้พุ่งตรงไปที่รถม้าทันทีราวกับรอคอยมานาน พวกเขาได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องสักสามสี่ครา ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบไป “นางตายแล้วขอรับ” ลูกน้องบอกหัวหน้า เมื่อเข้าไปดูว่าคนข้างในเสียชีวิตแล้วหรือยัง เรือนร่างของซูปี้ล้วนเต็มไปด้วยลูกธนูและจุดที่ทำให้นางตายก็คือตรงคอที่มีลูกธนูปักอยู่ “ข้าต้องเห็นศพของนางเองกับตา” “เอาร่างนางออกมาให้พี่จื่ออวี้ดู” เขาหันไปสั่งลูกสมุนอีกคน ไม่นานนักร่างไร้ลมหายใจของซูปี้ก็ปรากฏตรงหน้า “จัดการให้เรียบร้อยเสีย อย่าทิ้งร่องร้อยไว้แม้แต่นิดเดียว” เขาหันไปสั่งลูกน้อง พลันย้อนนึกถึงเมื่อเกือบสองเดือนก่อนที่ได้รับจดหมายจากผู้มีพระคุณ ซึ่งในจดหมายเขียนกำกับเอาไว้ว่า ‘ข้าอยากให้เจ้ากำจัดคนชั่วผู้หนึ่ง นางคืออนุคนใหม่ของข้า ก่อนที่ข้าจะกลับเมืองหลวงเจ้าจงจัดการให้เสร็จสิ้น อย่าให้มือฮูหยินของข้าต้องเปื้อนเลือดแม้แต่ปลายเล็บ มิเช่นนั้นข้าจะไปทวงความรับผิดชอ

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ตั้งครรภ์

    “ไม่จริง ตงหยางน่ะหรือจะมอบของสิ่งนี้ให้เจ้า” เมื่อเห็นของที่อยู่ด้านในฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างไม่เชื่อ ก่อนเปิดอ่านจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของบุตรชาย ‘ข้า ซ่งตงหยางขอมอบอำนาจทุกอย่างในสกุลซ่งให้ฮูหยินเป็นคนดูแลทั้งหมด หากผู้ใดฝืนคำสั่งต้องถูกลงโทษตามกฎของตระกูล ไม่มีข้อยกเว้น แม้กระทั่งมารดาของข้า’ ส่วนท้ายของจดหมายลงนามชื่อของลูกชายนางชัดเจนพร้อมกับประทับตราส่วนตัวลงไปด้วย ทำให้หลันซินถึงกับเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมากะทันหัน ซูปี้ที่เห็นท่าทีของทั้งอนุอี้และฮูหยินผู้เฒ่าจึงยกยิ้มพอใจ ยามคิดว่าคงไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวางในสิ่งที่นางคาดหวัง “ท่านแม่” อี้เหริน เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนขอให้ช่วย “ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่ข้าไม่อาจให้เจ้าลงโทษนางได้” “ท่านแม่มีเหตุผลอันใดหรือเจ้าคะ” ชวี่อิงถามกลับทันที “เพราะนางตั้งท้อง เด็กในท้องเป็นลูกหลานสกุลซ่ง ข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำร้ายนางกับลูกแน่” “อี้เหริน ท้องงั้นหรือ” นางแสร้งถามด้วยสีหน้าตกใจ จนทำให้อนุอี้ย่ามใจว่าตนจะไม่ถูกเฉดหัวให้เป็นอยู่ที่ลานเกษตรแน่ “เจ้าค่ะ ข้

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   คิดยืมมือ

    จื่อเหยาไม่ทำให้นางผิดหวังเช่นเคย นางใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็กลับมารายงานว่าเมื่อเช้าอนุซูไปป้วนเปี้ยนอยู่กับจดหมาย ชวี่อินยกยิ้มขึ้นทันที เมื่อคิดว่าอดีตสาวใช้ของตัวเองคิดยืมมือหวังให้นางกำจัดอนุอี้แทนตัวเอง “ช่างกตัญญูจริง ๆ” “อนุอี้ช่างร้ายกาจนัก แต่ก่อนข้าคิดแค่ว่านางเป็นแค่สตรีธรรมดาที่หลงรักบุรุษผู้หนึ่งเท่านั้น แต่พอเห็นนางทำเช่นนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าฮูหยินได้เลี้ยงงูเห่าไว้ข้างกายโดยที่ไม่รู้ตัว” “เจ้าคิดว่านางเป็นงูเห่ามากพิษ แต่สำหรับข้านางเป็นเพียงไส้เดือนดินที่เห็นแล้วไม่ได้มีความรู้สึกใด นอกเสียจากขยะแขยง” “ฮูหยินจะจัดการอนุเช่นไร” “ปล่อยนางไปก่อนเถิด เป้าหมายข้าในตอนนี้คือกำจัดอี้เหริน” “นี่ท่านจะทำให้นางสมหวังอย่างนั้นหรือ” “ข้าจะไม่ให้ผู้ใดสมหวัง...นอกจากตัวข้าเอง” ข้าวของต่าง ๆ ภายในเรือนของอี้เหรินถูกขนย้ายออกมา สิ่งของมีค่าล้วนถูกนำไปเก็บไว้ที่โกดังใหญ่ติดกับเรือนรับรองตามคำสั่งของนายหญิง “นี่พวกเจ้ากำลังทำอะไร!” อนุอี้ที่กลับมายังเรือนของตัวเองโวยวายขึ้น แต่บ่าวทุ

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ทำอันใดไว้

    ทัพใหญ่ตั้งค่ายทหารอยู่ใกล้เมืองหางโจว ศึกครั้งนี้ใกล้จบลงแล้ว เพราะซ่งตงหยางสั่งให้ทหารล้อมเมืองหางโจวทั้งเมืองเอาไว้ หากเสบียงอาหารของกองทัพเหลียวใกล้หมดลงเมื่อใดเขาจะสั่งโจมตีทันที “ท่านแม่ทัพ มีจดหมายส่งถึงท่านขอรับ!” เสียงทหารที่ยืนเฝ้าอยู่นอกกระโจมรายงาน แม่ทัพหนุ่มพยักหน้าให้สือซวนไปรับเอาจดหมายนั้นมา “นี่ขอรับ” ซ่งตงหยางเปิดอ่านเนื้อหาข้างในจดหมายก็พบว่ามาจากจวนของตนที่เมืองหลวง ครั้นอ่านจบเขาขย้ำจดหมายทิ้งทันที แม้จะรู้อยู่แล้วว่าทั้งอี้เหรินและซูปี้จะต้องหาโอกาสกำจัดฝั่งตรงข้าม แต่ไม่คาดคิดว่าพวกนางทั้งสองจะคิดทำร้ายตงเฉิง “เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ” เขาไม่ได้ตอบคำถามของบ่าวรับใช้คนสนิท แต่ลงมือเขียนจดหมายขึ้นมาสองฉบับ “ข้าจะส่งจดหมายไปเมืองหลวงสองฉบับ ฉบับแรกมอบให้คนของเราที่อยู่เมืองหลวง อีกฉบับส่งให้อี้เหริน แต่อย่าให้ถึงมือนาง” “ท่านแม่ทัพพูดหมายความเช่นไรขอรับ บ่าวงงไปหมดแล้ว” สือซวนถามด้วยความไม่เข้าใจ “สาวใช้ที่คิดปีนเตียงเจ้านายตัวเอง มิหนำซ้ำยังกล้าคิดทำร้ายลูกชายของข้า หากปล่อยไว

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   สตรีเลื่องชื่อ

    งานเลี้ยงค่ำคืนนี้ช่างน่าเบื่อหน่ายในความรู้สึกของจินซูซิน จนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกถึงได้ขอตัวออกจากห้องโถงจัดงานแล้วออกมาสูดอากาศด้านนอก ขณะที่นางกำลังมองทิวทัศน์โดยรอบอย่างเลื่อนลอยก็ได้ยินเสียงสตรีสามคนดังเข้าหู “จินซูซินผู้นั้น นางกล้าดีอย่างไรถึงได้บากหน้ามาเข้าร่วมงานเลี้ยงใ

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   เสียหน้า

    จินซูซินทั้งรู้สึกเสียหน้าและเสียใจในคราวเดียวกัน ยามได้ยินคำพูดของคู่หมั้นหนุ่มที่เอื้อนเอ่ยว่านางมีสถานะเป็นเพียงแขกของฮูหยินเฉิน มิได้มีความสำคัญอันใดต่อเขา ทั้งที่แท้จริงแล้วนางเป็นถึงคู่หมั้นที่อีกไม่นานจะตบแต่งมาเป็นฮูหยินของเขา ผิดกับลู่หนิงอวี่ที่ค่อย ๆ คลายมือที่กำไว้รา

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ไม่จำเป็นต้องเอ่ยอันใดให้ใครรู้

    “รอให้แผลของนางหายดีก่อนเถิด ข้าจะรอดูว่าพวกนางทั้งสองคนจะใช้แผนการอะไรเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด” “แม่นางจินเป็นคนเถรตรง ไม่น่ามีเล่ห์เหลี่ยมอันใด ส่วนหลีโม่วหรานมองออกไม่ยากขอรับ อย่างมากคงมีเพียงลูกไม้ตื้น ๆ” “ข้ารอดูหลีซวนต่างหาก ว่าเขาจะหาข้ออ้างอันใดมาหว่านล้อมข้า”

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ขอไปด้วย

    “ใครกัน! กล้ามาทำร้ายข้า” “จะใครเล่า ถ้าไม่ใช่ข้า” น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมตอบกลับทันควัน ผิดกับใบหน้างดงามของนาง ถ้าหากผู้ใดได้พบเข้าคงลุ่มหลงไปตาม ๆ กัน “มะ...แม่นางจิน” “พวกเจ้ากล้ารังแกนางได้อย่างไรกัน มิรู้หรือว่านางเป็นสาวใช้ของข้า” “นางจะเป็นสาวใ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status