Share

ตอกย้ำ

last update publish date: 2026-05-10 22:07:51

            ฮูหยินเฉินทราบเรื่องทุกอย่างที่บุตรชายเอ่ยกับว่าที่ลูกสะใภ้ จินซูซินจะนำเรื่องนี้มาบอกแก่นางก็ย่อมได้ ทว่านางกลับไม่ได้ทำเช่นนั้น คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างนางย่อมดูออกว่าสตรีตรงหน้าเป็นคนเช่นไร อีกอย่างตระกูลเฉินเป็นตระกูลใหญ่ทั้งยังมีความสำคัญต่อราชสำนัก นางจะกล้าเลือกคนที่จะมาเป็นนายหญิงสกุลเฉินต่อจากนางแบบผิวเผินได้เช่นไร ใช่ว่านางไม่เคยพบปะพูดคุยกับคุณหนูสกุลต่าง ๆ เสียที่ไหน พวกนางเหล่านั้นต่างเป็นคนจำพวกหัวอ่อน เคร่งเรื่องขนบธรรมเนียมและมารยาท แต่สิ่งที่สตรีเหล่านั้นไม่มีคือความกล้าหาญ เด็ดขาดและกล้าที่จะโต้เถียงบุรุษ สตรีในใต้หล้านี้จินซูซินผู้นี้เหมาะสมที่สุดแล้ว หากจะกำราบบุตรชายหัวดื้อของนางจำต้องหาสตรีเช่นนี้มาอยู่ข้างกายเขา จะได้รู้ซึ้งเสียบ้างว่าแม้เป็นบุรุษก็ไม่อาจทำเรื่องใดตามอำเภอใจได้ทุกเรื่อง

          “ท่านแม่ ลายปักนี้ข้าเพิ่งเคยปักเป็นครั้งแรกอาจดูไม่งดงามเท่าใดนัก” นางยื่นผ้าที่ปักลวดลายดอกเหมยให้ฮูหยินเฉินดู

          “เจ้าปักดอกเหมยใช่หรือไม่”

          “ดูออกด้วยหรือเจ้าคะ”

          “ฝีมือใช้ได้ทีเดียว”

          “ที่จริงนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าปักผ้า” นางตอบอย่างอาย ๆ เพราะไม่เคยร่ำเรียนเรื่องพวกนี้มาก่อน

          “ที่จวนสกุลจินไม่มีผู้ใดสอนเจ้าหรอกหรือ”

          จินซูซินส่ายหน้าเป็นคำตอบ นางเติบโตมากับสาวใช้หนึ่งคน อีกทั้งบิดายังไม่ค่อยได้อยู่ที่จวนเพราะต้องไปทำศึกอยู่บ่อยครั้ง นานทีปีหนถึงจะได้พบกันสักครา ครั้นบิดากลับมาที่จวนก็ถูกผู้อาวุโสในตระกูลชี้แนะให้แต่งฮูหยินคนใหม่เข้าจวนมา ตอนนั้นเห็นทีนางอายุได้หกขวบกระมัง เผลอพริบตาเดียวเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสิบปีแล้วรึนี่

          “นับตั้งแต่ข้าจำความได้ ข้างกายข้ามีเพียงซิ่วอิง แต่ช่างน่าเสียดายที่นางจากไปเร็ว” น้ำเสียงเศร้าดังจากปากนาง ยามหวนคิดถึงสาวใช้คนสนิทที่จากไปนานแล้ว

          “ตอนนี้เจ้ามีข้าอยู่ทั้งคน ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพัง คิดเสียว่าข้าเป็นมารดาของเจ้าอีกคนก็แล้วกัน” ว่าพลางลูบหัวของหญิงสาวด้วยความเอ็นดู

          “ขอบคุณท่านแม่”

          เฉินเฟยฉีลอบมองทั้งคู่โผกอดกันราวกับว่าเป็นแม่ลูกกัน ยิ่งพาลทำให้รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าจินซูซินมากขึ้นไปอีก เหตุเพราะมารดาของตัวเองเอาแต่ประคบประหงมหญิงสาวเหมือนดั่งไข่ในหิน จนลูกแท้ ๆ อย่างเขาอดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้

          “อะ...แฮ่ม” เสียงกระแอมของผู้มาใหม่ทำให้สตรีทั้งสองหันมองไปยังต้นเสียงก็พบร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกจ้องมองอยู่ถึงได้ผละออกจากกัน

          “ร้อยวันพันปีเจ้าไม่เคยมาที่นี่ มีเรื่องอะไรงั้นหรือ” เป็น       ฮูหยินเฉินที่เอ่ยถามบุตรชาย

          “ท่านพ่อให้คนส่งม้าเร็วมาส่งข่าวขอรับ”

          “พ่อของเจ้าว่าอย่างไรบ้าง”

           “ท่านพ่อกล่าวว่าไม่อาจกลับเมืองหลวงได้ตามกำหนดเดิม เห็นทีอีกครึ่งปีถึงกลับมาพบหน้าท่านได้”

          “ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เกิดอะไรขึ้นกับเขาอย่างนั้นหรือ” นางถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงสามี

          “ท่านพ่อตกจากหลังม้าทำให้ขาหักน่ะขอรับ ตอนนี้พักอยู่ที่จวนของเราที่เมืองเป่ยจิง”

          “เหตุใดถึงได้สะเพร่าจนตกหลังม้าได้ แก่จนปูนนี้แล้วแท้ ๆ”

          “ท่านพ่อยังบอกอีกว่าไม่พบหน้าท่านแม่นานแล้ว อยากกลับมาพบหน้าท่านใจแทบขาดแต่สังขารไม่เอื้ออำนวย จึงได้แต่อ้อนวอนสวรรค์เผื่อว่าท่านแม่จะเมตตาเดินทางไปเยี่ยมเยียน”

          “ท่านพ่อของเจ้ามีเวลาพูดจาเลอะเลือนเช่นนี้ ดูท่าแล้วคงไม่เป็นอะไรมาก”

          “ท่านแม่จะไปหาท่านพ่อไหมขอรับ”

          “ข้าต้องไปอยู่แล้ว เพียงแต่”

          “แต่อะไรหรือขอรับ”

          “แม่นางจินเป็นแขกของข้าแท้ ๆ แต่ข้ากลับต้องออกเดินทางไปไกลถึงเมืองเป่ยจิง”

          “เรื่องนี้ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอกขอรับ ข้าจะดูแลนางเอง”

          “เฟยฉี ที่ลูกเอ่ยเมื่อครู่เรื่องจริงหรือ” นางถามย้ำด้วยน้ำเสียงดีใจจนถึงกับเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกบุตรชาย

          “ขอรับ บุรุษล้วนพูดแล้วไม่คืนคำ”

          “เช่นนั้นแม่ก็วางใจ ซูซิน หากมีเรื่องใดขาดเหลือก็บอกพี่เฟยฉีของเจ้าได้เลย ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ดูแลนางให้ดี ถ้าหากเจ้ากล้ารังแกนางล่ะก็แม่จะให้ท่านพ่อของเจ้าลงโทษเจ้าแน่” ท้ายประโยคมิวายหันไปสั่งแกมข่มขู่บุตรชาย

          “ตอนนี้นางกลายเป็นลูกรักของท่านแม่ ลูกจะกล้าทำอันใดนางได้ล่ะขอรับ”

          “รู้เช่นนั้นก็ดี”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ความจริง(ตอนจบ)

    เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าทราบข่าวว่าบุตรชายกลับมาจากสนามรบแล้วจึงได้เรียกให้ทุกคนมาพบที่เรือน ยกเว้นเสียแต่หลานทั้งสอง “แค่ก ๆ” นับวันอาการป่วยของนางยิ่งหนักขึ้นทุกวัน จนบัดนี้ไม่สามารถลุกออกไปเดินเหินข้างนอกได้อีก จึงได้รู้ตัวว่าตัวเองอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงฤดูหนาวที่จะถึงนี้ “ท่านแม่ ท่านป่วยหนักหรือขอรับ เหตุใดถึงไม่มีคนบอกข้า” เขารุดตัวลงไปนั่งข้าง ๆ มารดาด้วยความเป็นห่วง “ข้าแก่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเจ็บป่วย” “ท่านเรียกพวกเรามาทำไมหรือเจ้าคะ” อี้เหรินถามขึ้น เพราะนางเพิ่งเสียลูกไปได้ไม่นาน แต่กลับต้องถ่อสังขารมาหาคนชราถึงที่เรือนทั้ง ๆ ที่ร่างกายยังไม่หายดี “ตงหยาง แม่มีเรื่องอยากขอร้องเจ้า” “ท่านแม่ว่ามาเถิดขอรับ หากไม่เหนือบ่ากว่าแรงลูกย่อมต้องทำตามแน่” “อี้เหรินเพิ่งเสียลูกไป แม่หวังว่าเจ้าจะดูแลนางดี ๆ และไปหานางที่เรือนให้บ่อยขึ้นหน่อย” “ที่นางต้องเสียลูกไปก็เพราะนางทำตัวเอง” “เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร นางเพิ่งเสียลูกไป จิตใจของนางคงบอบช้ำหน้าดู” “ลูกในท้องของนาง ไม่ใช่ลูกของข้าขอ

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   กรรมตามสนอง

    นับวันอนุอี้ยิ่งเหิมเกริมขึ้น ด้วยคิดว่าตัวเองตั้งครรภ์ทำให้นางไม่ไว้หน้าใครแม้แต่ตัวชวี่อิงเอง “ฮูหยิน ท่านจะปล่อยให้อนุอี้ทำตัวเช่นนี้ต่อไปหรือเจ้าคะ” “ปล่อยนางไปเถิด ข้าอยากรู้นักว่าลูกของนางจะยังมีชีวิตรอดอยู่จนถึงวันที่ท่านแม่ทัพกลับจวนมาหรือไม่” ว่าขณะจิบชาด้วยความสบายใจ เพราะจากทั้งเทียบยาของนางที่มีหงฮวาผสมอยู่ และยังเครื่องประทินโฉมของนางที่ซูปี้แอบนำชะมดเช็ดไปใส่ไว้ อีกไม่นานนางคงแท้ง ในฐานะที่นางมีลูก เดิมทีเคยคิดที่จะยื่นมือเข้าไปบอกเรื่องนี้แก่อี้เหริน แต่กิริยาก้าวร้าวของหญิงสาวทำให้ชวี่อิงไม่ได้ทำเช่นนั้น หากลูกในท้องของนางไม่ได้เกิดมาคงถือว่าเป็นผลกรรมที่ตัวนางเคยก่อไว้ กรรมนั้นได้นองคืนแก่นางแล้ว โดยที่ชวี่อิงไม่ทันได้ลงมือทำอันใดให้แปดเปื้อนด้วยซ้ำ “โชคดีที่โมว่ซือไม่ได้มีจิตใจชั่วร้าย คิดทำร้ายท่าน นางถึงได้มาบอกกล่าวเรื่องนี้กับพวกเรา” “ต้องยกความดีความชอบให้นาง” “เรียนฮูหยิน มีจดหมายส่งถึงท่านเจ้าค่ะ” “เข้ามาได้” นางเปิดอ่านเนื้อหาในจดหมาย ที่แท้ก็เป็นจดหมายจากท่านแม่ทัพที่ส

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ชัยชนะ

    ขณะที่รถม้าของซูปี้กำลังมุ่งหน้าออกจากเมืองหลวงอยู่นั้น ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนได้ติดตามนางไปห่าง ๆ กระทั่งถึงพื้นที่ป่านอกเขตเมืองหลวงลูกธนูนับสิบได้พุ่งตรงไปที่รถม้าทันทีราวกับรอคอยมานาน พวกเขาได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องสักสามสี่ครา ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบไป “นางตายแล้วขอรับ” ลูกน้องบอกหัวหน้า เมื่อเข้าไปดูว่าคนข้างในเสียชีวิตแล้วหรือยัง เรือนร่างของซูปี้ล้วนเต็มไปด้วยลูกธนูและจุดที่ทำให้นางตายก็คือตรงคอที่มีลูกธนูปักอยู่ “ข้าต้องเห็นศพของนางเองกับตา” “เอาร่างนางออกมาให้พี่จื่ออวี้ดู” เขาหันไปสั่งลูกสมุนอีกคน ไม่นานนักร่างไร้ลมหายใจของซูปี้ก็ปรากฏตรงหน้า “จัดการให้เรียบร้อยเสีย อย่าทิ้งร่องร้อยไว้แม้แต่นิดเดียว” เขาหันไปสั่งลูกน้อง พลันย้อนนึกถึงเมื่อเกือบสองเดือนก่อนที่ได้รับจดหมายจากผู้มีพระคุณ ซึ่งในจดหมายเขียนกำกับเอาไว้ว่า ‘ข้าอยากให้เจ้ากำจัดคนชั่วผู้หนึ่ง นางคืออนุคนใหม่ของข้า ก่อนที่ข้าจะกลับเมืองหลวงเจ้าจงจัดการให้เสร็จสิ้น อย่าให้มือฮูหยินของข้าต้องเปื้อนเลือดแม้แต่ปลายเล็บ มิเช่นนั้นข้าจะไปทวงความรับผิดชอ

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ตั้งครรภ์

    “ไม่จริง ตงหยางน่ะหรือจะมอบของสิ่งนี้ให้เจ้า” เมื่อเห็นของที่อยู่ด้านในฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างไม่เชื่อ ก่อนเปิดอ่านจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของบุตรชาย ‘ข้า ซ่งตงหยางขอมอบอำนาจทุกอย่างในสกุลซ่งให้ฮูหยินเป็นคนดูแลทั้งหมด หากผู้ใดฝืนคำสั่งต้องถูกลงโทษตามกฎของตระกูล ไม่มีข้อยกเว้น แม้กระทั่งมารดาของข้า’ ส่วนท้ายของจดหมายลงนามชื่อของลูกชายนางชัดเจนพร้อมกับประทับตราส่วนตัวลงไปด้วย ทำให้หลันซินถึงกับเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมากะทันหัน ซูปี้ที่เห็นท่าทีของทั้งอนุอี้และฮูหยินผู้เฒ่าจึงยกยิ้มพอใจ ยามคิดว่าคงไม่มีผู้ใดกล้าขัดขวางในสิ่งที่นางคาดหวัง “ท่านแม่” อี้เหริน เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนขอให้ช่วย “ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่ข้าไม่อาจให้เจ้าลงโทษนางได้” “ท่านแม่มีเหตุผลอันใดหรือเจ้าคะ” ชวี่อิงถามกลับทันที “เพราะนางตั้งท้อง เด็กในท้องเป็นลูกหลานสกุลซ่ง ข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำร้ายนางกับลูกแน่” “อี้เหริน ท้องงั้นหรือ” นางแสร้งถามด้วยสีหน้าตกใจ จนทำให้อนุอี้ย่ามใจว่าตนจะไม่ถูกเฉดหัวให้เป็นอยู่ที่ลานเกษตรแน่ “เจ้าค่ะ ข้

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   คิดยืมมือ

    จื่อเหยาไม่ทำให้นางผิดหวังเช่นเคย นางใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็กลับมารายงานว่าเมื่อเช้าอนุซูไปป้วนเปี้ยนอยู่กับจดหมาย ชวี่อินยกยิ้มขึ้นทันที เมื่อคิดว่าอดีตสาวใช้ของตัวเองคิดยืมมือหวังให้นางกำจัดอนุอี้แทนตัวเอง “ช่างกตัญญูจริง ๆ” “อนุอี้ช่างร้ายกาจนัก แต่ก่อนข้าคิดแค่ว่านางเป็นแค่สตรีธรรมดาที่หลงรักบุรุษผู้หนึ่งเท่านั้น แต่พอเห็นนางทำเช่นนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าฮูหยินได้เลี้ยงงูเห่าไว้ข้างกายโดยที่ไม่รู้ตัว” “เจ้าคิดว่านางเป็นงูเห่ามากพิษ แต่สำหรับข้านางเป็นเพียงไส้เดือนดินที่เห็นแล้วไม่ได้มีความรู้สึกใด นอกเสียจากขยะแขยง” “ฮูหยินจะจัดการอนุเช่นไร” “ปล่อยนางไปก่อนเถิด เป้าหมายข้าในตอนนี้คือกำจัดอี้เหริน” “นี่ท่านจะทำให้นางสมหวังอย่างนั้นหรือ” “ข้าจะไม่ให้ผู้ใดสมหวัง...นอกจากตัวข้าเอง” ข้าวของต่าง ๆ ภายในเรือนของอี้เหรินถูกขนย้ายออกมา สิ่งของมีค่าล้วนถูกนำไปเก็บไว้ที่โกดังใหญ่ติดกับเรือนรับรองตามคำสั่งของนายหญิง “นี่พวกเจ้ากำลังทำอะไร!” อนุอี้ที่กลับมายังเรือนของตัวเองโวยวายขึ้น แต่บ่าวทุ

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ทำอันใดไว้

    ทัพใหญ่ตั้งค่ายทหารอยู่ใกล้เมืองหางโจว ศึกครั้งนี้ใกล้จบลงแล้ว เพราะซ่งตงหยางสั่งให้ทหารล้อมเมืองหางโจวทั้งเมืองเอาไว้ หากเสบียงอาหารของกองทัพเหลียวใกล้หมดลงเมื่อใดเขาจะสั่งโจมตีทันที “ท่านแม่ทัพ มีจดหมายส่งถึงท่านขอรับ!” เสียงทหารที่ยืนเฝ้าอยู่นอกกระโจมรายงาน แม่ทัพหนุ่มพยักหน้าให้สือซวนไปรับเอาจดหมายนั้นมา “นี่ขอรับ” ซ่งตงหยางเปิดอ่านเนื้อหาข้างในจดหมายก็พบว่ามาจากจวนของตนที่เมืองหลวง ครั้นอ่านจบเขาขย้ำจดหมายทิ้งทันที แม้จะรู้อยู่แล้วว่าทั้งอี้เหรินและซูปี้จะต้องหาโอกาสกำจัดฝั่งตรงข้าม แต่ไม่คาดคิดว่าพวกนางทั้งสองจะคิดทำร้ายตงเฉิง “เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ” เขาไม่ได้ตอบคำถามของบ่าวรับใช้คนสนิท แต่ลงมือเขียนจดหมายขึ้นมาสองฉบับ “ข้าจะส่งจดหมายไปเมืองหลวงสองฉบับ ฉบับแรกมอบให้คนของเราที่อยู่เมืองหลวง อีกฉบับส่งให้อี้เหริน แต่อย่าให้ถึงมือนาง” “ท่านแม่ทัพพูดหมายความเช่นไรขอรับ บ่าวงงไปหมดแล้ว” สือซวนถามด้วยความไม่เข้าใจ “สาวใช้ที่คิดปีนเตียงเจ้านายตัวเอง มิหนำซ้ำยังกล้าคิดทำร้ายลูกชายของข้า หากปล่อยไว

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   คู่อริเก่า

    “ทำได้แค่นี้เองรึ สตรีเมืองหนานจิงมีดีแค่นี้เองหรอกหรือ” น้ำเสียงยียวนปนยิ้มเยาะดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จินซูซินเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนชนเข้ากับแผงอกแข่งแกร่งของใครบางคนเข้าด้วยความไม่ตั้งใจ “แม่นางจิน เจ็บรึไม่” น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนให้ลุ่มหลงดังขึ้นจากปากของบุรุษแปลกหน้า

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   สตรีเลื่องชื่อ

    งานเลี้ยงค่ำคืนนี้ช่างน่าเบื่อหน่ายในความรู้สึกของจินซูซิน จนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกถึงได้ขอตัวออกจากห้องโถงจัดงานแล้วออกมาสูดอากาศด้านนอก ขณะที่นางกำลังมองทิวทัศน์โดยรอบอย่างเลื่อนลอยก็ได้ยินเสียงสตรีสามคนดังเข้าหู “จินซูซินผู้นั้น นางกล้าดีอย่างไรถึงได้บากหน้ามาเข้าร่วมงานเลี้ยงใ

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   เสียหน้า

    จินซูซินทั้งรู้สึกเสียหน้าและเสียใจในคราวเดียวกัน ยามได้ยินคำพูดของคู่หมั้นหนุ่มที่เอื้อนเอ่ยว่านางมีสถานะเป็นเพียงแขกของฮูหยินเฉิน มิได้มีความสำคัญอันใดต่อเขา ทั้งที่แท้จริงแล้วนางเป็นถึงคู่หมั้นที่อีกไม่นานจะตบแต่งมาเป็นฮูหยินของเขา ผิดกับลู่หนิงอวี่ที่ค่อย ๆ คลายมือที่กำไว้รา

  • สตรีที่ข้าชิงชัง   ไม่จำเป็นต้องเอ่ยอันใดให้ใครรู้

    “รอให้แผลของนางหายดีก่อนเถิด ข้าจะรอดูว่าพวกนางทั้งสองคนจะใช้แผนการอะไรเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด” “แม่นางจินเป็นคนเถรตรง ไม่น่ามีเล่ห์เหลี่ยมอันใด ส่วนหลีโม่วหรานมองออกไม่ยากขอรับ อย่างมากคงมีเพียงลูกไม้ตื้น ๆ” “ข้ารอดูหลีซวนต่างหาก ว่าเขาจะหาข้ออ้างอันใดมาหว่านล้อมข้า”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status