LOGIN“ลูกพี่หน้าตาผู้หญิงสองคนนี้คล้ายกันเลย หรือพวกมันจะเป็นฝาแฝดกัน ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ฆ่าแล้วเอาศพไปขอรับค่าจ้างสองเท่าดีไหม”
หนทางร่ำรวยอยู่ตรงหน้า พวกมันต้องไขว่คว้ากอบโกยให้มากที่สุด ขนาดศพเดียวยังจ่ายมากขนาดนี้ ถ้ามอบให้สองศพพวกมันคงรวยเละ!
“เออดี พวกเอ็งก็ฉลาดไม่เบา จัดการเสียให้สิ้นซากยามนี้ไม่เช้าแล้ว ข้าจะไปนั่งพักขาสักหน่อย ไม่คิดว่าคนใกล้ตายจะวิ่งเร็วขนาดนี้”
ลำพังจัดการผู้หญิงแค่สองคน คงไม่ต้องเปลืองแรงมันหรอก หากไม่รีบไปรับค่าจ้างมันคงเล่นกับผู้หญิงจนพอใจเสียก่อน ยิ่งผู้มาใหม่ใบหน้าสวยหวานงดงามจับตา รูปร่างอวบอิ่มตึงแน่นส่วนนั้นกลมนูนต้องตาต้องใจมันยิ่งนัก!
ชิ้ง! ชิ้ง!
เสียงดาบเตรียมการพร้อมกุดหัวสตรีสองนาง เพื่อรับตำลึงค่าจ้างก้อนโต ชีวิตต่อจากนี้ของพวกมันจะได้สุขสบายเสียที ทุกวันนี้ถูกหัวหน้าผู้ตรวจตราความปลอดภัยของแคว้นป๋าย ตามล่าจนเกือบไม่มีที่ซุกหัวนอน เมื่อได้รับค่าจ้างจำนวนห้าพันตำลึงทอง พวกมันจะอพยพหนีไปอยู่ต่างแคว้น
“รีบหนีไปเถิด ข้าคงไม่รอดแล้ว”
เมื่อเห็นว่าผู้อื่นต้องมารับเคราะห์พร้อมตน คนใกล้ตายจึงล้มเลิกทุกความคิด
ฉีจิงลั่วยังคงอยากแก้แค้นไม่แปรเปลี่ยน แต่ก็ไม่ได้ต้องการให้สตรีซึ่งไม่รู้เรื่องราวใด ๆ ต้องมาตายตกไปตามกัน เรื่องราวในภพชาตินี้คงต้องยินยอมให้จบลง
“ห๊ะ! ฉันเนี่ยนะต้องวิ่งหนีไอ้พวกกระจอกพวกนี้ ดูหน้าตาก็รู้ว่าฝีมือห่วยดีแต่รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ พวกมันต่างหากที่ต้องรีบหนีก่อนที่ฉันจะโมโห”
สตรีชุดแดงซึ่งสวมกระโปรงตัวสั้นจนเห็นต้นขาขาวเนียน ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับชายชุดดำทั้งสาม
มือเรียวล้วงไปหยิบอาวุธรักคู่กายยามมีภัย ซึ่งเหน็บไว้ข้างต้นขาด้านขวา ส่วนต้นขาด้านซ้ายก็เต็มไปด้วยอาวุธลับ เตรียมพร้อมปะทะกับศัตรูทุกสถานการณ์
“เฮ้ย! พวกเอ็งลีลาอะไรอยู่ จัดการเสียทีรอให้ซื่อจื่อผู้นั้นตามมาเจอกลิ่นหรือยังไง”ชายร่างท้วมซึ่งนั่งพักอยู่ไม่ไกลเร่งสั่งการลูกน้องอีกครั้ง
“พวกเราฆ่า!!!”
เสียงชายชุดดำตัวผอมแห้ง ตะโกนเป็นสัญญาณให้สหายเตรียมบุกจัดการเหยื่อในครั้งเดียว
“เฮ้ เฮ้ ฆ่าให้หมด พวกเราจะรวยแล้ว”
ลูกน้องโจรทั้งสองร้ายต่างก็ตะโกนแข่งกัน เพื่อสร้างเสริมกำลังใจในการสู้รบ ฝีมือของพวกมันไม่ได้ดีนักหรอก แต่เน้นรับงานกำจัดสตรีไร้ทางสู้เสียมากกว่า
ตึก! ตึก!
เสียงฝ่าเท้าวิ่งเข้ามาใกล้ทุกขณะ วงแขนของพวกมันง้างขึ้นสูงพร้อม ๆ กัน เพื่อหมายตัดศีรษะของเหยื่อสองคนในคมดาบเดียว
ไม่เปลืองแรงอีกทั้งยังได้แสดงฝีมือให้หัวหน้าเห็น หัวหน้าจะได้เรียกใช้งานพวกมันบ่อย ๆ ตำลึงจำนวนมากรอคอยให้พวกมันไขว่คว้า ยิ่งคิดถึงความร่ำรวยก็ยิ่งคึกคะนอง
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงสาดกระสุนเข้าใส่พวกไม่กลัวตาย ร่างระหงส์ยืนแน่นิ่งไม่ไหวติง ดวงตากลมโตสีดำขลับจากการสวมคอนแทกเลนส์เปลี่ยนสีตา เพื่อให้เข้ากับชุดที่สวมใส่ในวันนี้ จ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าตาไม่กระพริบ
“ก็บอกแล้วว่าอย่ากดดันฉัน”
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
“กะ…อุ๊บ”
ฉีจิงลั่วไม่มีโอกาสส่งเสียงร้องจากอาการตกใจ เพราะเจ้าของอาวุธร้ายเอื้อมมือมาปิดปากไว้เสียก่อน
ร่างคนร้ายทั้งสามทรุดลงไปกองกับพื้นทันที ดวงตาของพวกมันเบิกโพลงด้วยความตกใจ ในมือยังถือดาบไม่ยอมวาง เรียกว่าตายในหน้าที่ก็ไม่ผิดนัก
ไม่มีแม้กระทั่งเสียงร้องแห่งความเจ็บปวด เมื่อกระสุนฝังเข้าตรงกึ่งกลางหน้าผากของคนร้ายทั้งสาม
ไม่จำเป็นต้องสอบถามให้มากความ แค่กล้าสั่งฆ่าเธอพวกมันก็ไม่จำเป็นต้องมีลมหายใจ!
“ยะ…หย่า ทำอะไรข้าเลย”
น้ำเสียงอ่อนแรงของคนบาดเจ็บสาหัสเอ่ยขึ้น หลังจากฝ่ามือของผู้มาใหม่คลายออกไปแล้ว
กายบางรีบขยับตัวถอยห่าง เพราะหวาดกลัวอาวุธร้ายในมือสตรีตรงหน้า ซึ่งหน้าตาคล้ายคลึงนางหลายส่วน หรือหากจะพูดให้ถูกคือ คล้ายคลึงก็จริงแต่งดงามกว่านั่นเอง
ทั้งรูปร่างอวบอิ่มน่าหลงใหล หน้าอกใหญ่กว่านางหลายเท่านัก หน้าตาก็ดูมีเสน่ห์ไม่จืดชืดทั้ง ๆ ที่ไม่ได้แต่งหน้าจัดจ้านแบบสตรีในเมืองหลวง
โดยรวมคือสตรีผู้มาเยือนงดงามล่มเมืองล่มแคว้น ยิ่งกว่านางผู้ถูกกล่าวขานว่างามเป็นหนึ่งไม่มีสอง
“อ้าวแม่คนนี้กลัวกันเองซะงั้น ฟังนะฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก ทีนี้เล่าได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถูกพวกนั้นตามฆ่าแบบนี้ ดูจากสภาพแล้วเธอแท้งลูกมาด้วยใช่มั้ยเลือดเต็มกระโปรงเลย ฉันน่าจะเล็งเป้าพวกมันก่อนเล็งหัว ทำร้ายแม้กระทั่งคนท้อง เลวไม่มีใครเกิน!”
สาวงามในชุดแปลกตาบ่นไปเรื่อยตามนิสัยดุดัน แต่เธอก็มีนิสัยขี้สงสารผู้หญิงด้วยกัน โดยเฉพาะคนหน้าคล้าย ยิ่งเห็นสภาพบาดเจ็บสาหัส ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดตรงหัวใจแปลก ๆ หรือเธอจะมีคู่แฝดอย่างที่พวกโจรมันพูดจริง ๆ
ความสงสัยนี้ถามใครก็ไม่ได้ เพราะบิดามารดาตายจากไปหลายปีแล้ว ทว่าความรู้สึกที่สัมผัสได้เมื่อเจอคนหน้าเหมือน คือความอบอุ่นและหายเหงาเสียอย่างนั้น
“ขะ..ข้าถูกคนรักสั่งลงโทษ….”
หลังจากสงบจิตใจได้แล้ว ฉีจิงลั่วก็พยายามเล่าทุกอย่างให้สตรีแรกพบฟังโดยสังเขป เน้นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับบุตรที่ตายจาก และการช่วยชีวิตคนผิดเมื่อครั้งอดีต
ความคิดก่อนหน้านี้ได้หวนกลับมาอีกครั้ง เพราะรู้ดีว่าร่างกายของตน ไม่สามารถต้านทานความเจ็บปวดได้อีกต่อไป คงไม่กี่ลมหายใจนางคงต้องลาจากตลอดกาล
โอสถทิพย์ที่ท่านแม่ให้ไว้ก่อนจากลาไปภพภูมิอื่น นางก็ใช้ชุบชีวิตคนรักเมื่อสองปีก่อน ไม่หลงเหลือไว้ใช้รักษาตัวเองเลยสักเม็ด!
และไม่เคยบอกกล่าวบุรุษผู้นั้นเลยสักครั้ง เพราะคิดมาโดยตลอดว่าความรักไม่ควรเกิดขึ้นจากบุญคุณ มาวันนี้นางเริ่มสงสัยว่าฉีลู่เอินมีบุญคุณในเรื่องใดกับองค์ชายสาม ก็เป็นวันที่ต้องลาจากไปยังที่แสนไกล
“ที่นี่มีกำแพงเมืองที่ยาวผ่านหลายเมืองไหม กำแพงที่ยาวมาก ๆ เดินเท้าแปดปียังไม่ถึงเลย”
ฉีจิงลั่วผู้มาจากแดนไกลเริ่มเข้าใจบางอย่าง จึงเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
“ไม่มี มีแต่กำแพงเมืองหลวง”
คนตอบได้แต่คิดในใจ ว่ามีด้วยหรือกำแพงที่ใช้เวลาเดินทางผ่านนานถึงเพียงนั้น
อุแว้! อุแว้! อุแว้!เฮือก!!!!ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กทารก“ที่นี่ที่ไหนกันแน่”เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น เพราะบรรยากาศตรงหน้าแปลกไป ของใช้ต่าง ๆ รอบกายล้วนแปลกใหม่“อ๊ะ ปวดหัว!”สองมือกอบกุมศีรษะตัวเองเอาไว้ เพราะความทรงจำของใครบางคน กำลังหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย นางตกเลือดตายไปแล้วไม่ใช่หรือ!“อาเหมยฟื้นแล้วเหรอ ขอบคุณมากที่น้องกลับมาหาพี่ ฮึก ฮึก”เสียงเรียกของผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาของเขาแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มานานเป็นชั่วโมง“ฟื้นแล้วค่ะ พี่เหลียงไม่ต้องร้องไห้แล้ว ฉันไม่ทิ้งพี่กับลูกไปอย่างแน่นอน”ฉีจิงลั่วยิ้มรับคำมั่นสัญญา ผู้ชายตรงหน้าคือสามีเจ้าของร่างเดิม ข้างกายมีทารกเพศชายอายุไม่เกินสามเดือน เด็กชายนอนร้องไห้ถีบขาไปมาเพราะแม่ไม่ตื่นมาพูดคุยด้วย“สัญญาแล้วนะ หากไม่มีน้องพี่ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน”จางเหลียงซุกซบใบหน้าหล่อเหลา เข้าหาอ้อมกอดอุ่น ๆ ของภรรยา หากไม่มีเธอเขาจะอยู่ได้อย่างไร“ห้ามคิดแบบนั้นอีกนะคะ พี่ยังมีเจ้าหัวผักกาดให้ดูแลไปจนเติบใหญ่ สัญญากับฉันได้ไหมหากวันหนึ่งฉันไม่อยู่จริง ๆ พี่ต้องอยู่ให้ได้”มือผอมบางลูบผมสามีเจ้าของร
“หนังสือตัดขาดจากทางการ ข้านำมาให้ท่านลงนามยินยอม ข้าฉีจิงลั่วผู้นี้ขอตัดขาดกับตระกูลฉีทุกเรื่อง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก ยกเว้นแซ่ที่ข้าขอสงวนเอาไว้”แซ่ฉีเป็นแซ่ของบิดาที่แท้จริง นางไม่เปลี่ยนเด็ดขาด“ตัดขาด?”“ราชครูฉีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านรู้ดีว่าทำไมวันนี้จึงลงเอยเช่นนี้”“แต่บิดาเช่นข้าเหลือเจ้าเพียงคนเดียว” บิดาผู้ที่พึ่งเห็นค่าของบุตรสาวคนรองกล่าวเสียงเครือ ต่อให้ไม่รักแต่คำว่าครอบครัวย่อมตัดไม่ขาด“ท่านไปหาครอบครัวใหม่ หาบุตรสาวบุตรชายใหม่เถิด เพราะดูท่าเฝิงจี้ไป๋คงรอดยาก ต่อให้ไม่ตายฟื้นมาก็ไม่เหมือนเดิม”เรื่องจริงล้วน ๆ ที่กล่าวไป ราชครูฉีอายุยังไม่ถึงขั้นชราสามารถเริ่มต้นครอบครัวใหม่ได้ ส่วนนางเนื้อแท้คือคนนอกย่อมไม่สามารถนอนหลับอยู่ในจวนหลังนี้ จวนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสังเวชของน้องสาวผู้ลาลับ“แต่แม่ใหญ่ของเจ้ากำลังเจ็บหนัก เจ้าค่อยมาวันอื่นดีหรือไม่”“หากนางไม่บาดเจ็บปางตายหรืออยู่ในสภาพน่าสมเพช ข้าผู้นี้แหละจะส่งนางตามฉีลู่เอินไป และอย่าคิดว่าข้าจะปล่อยผ่านง่าย ๆ หากเมื่อไหร่ที่แม่เลี้ยงใจร้ายโชคดี หมดเคราะห์กรรมแล้วฟื้นขึ้นมามีชีวิตใหม่ ข้าจะกลับมายัดข้อหาหนัก
“คนรัก คู่หมั้น?”“ใช่เจ้าค่ะ ข้าเป็นคนรักของซื่อจื่อฟู่เส้าเสียนคนนี้ พวกเราหมั้นหมายกันแล้ว เหลือแค่สะสางบางเรื่องให้แล้วเสร็จ ค่อยจัดงานแต่งงานในเดือนหน้า”ทั้งสีหน้าและแววตาของคนเล่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก คนมองถึงกับหันหน้าหนีเพราะมองเผิน ๆ เหมือนสตรีที่ตนรักกำลังทรยศกันต่อหน้าต่อตา“พี่ใหญ่ข้าอยากช่วยตามหามือสังหารจริง ๆ”“ไม่ต้องตามหาให้ลำบาก เพราะเป็นคนเดียวกับที่ทำร้ายคนรักขององค์ชายนั่นแหละ นางร่วมมือกับชายารองของจวิ้นอ๋องบิดาของกระหม่อม”“ฉีลู่เอิน!!!”“ใช่แล้ว แต่นางเข้าร่วมเพราะถูกหลอกใช้จากบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งแฝงตัวมาจากแคว้นเล็ก ๆ ที่ล่มสลายจากภาวะสงคราม บุรุษผู้นั้นโกรธแค้นฝ่าบาทจึงส่งสตรีเข้าหาจวิ้นอ๋อง แผนของพวกมันเกือบได้ผลอยู่แล้วเชียว แต่มีสตรีงดงามยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแคว้นป๋ายเอาไว้เสียก่อน”น้ำเสียงภูมิใจมาพร้อมกับสายตาหวานซึ้งจ้องมองคนรัก หากอยู่ในที่ส่วนตัวกันเพียงลำพัง คงไม่จบแค่มองอย่างแน่นอนฟู่เส้าเสียนให้องครักษ์จากหน่วยลับ ที่เดินทางมาจากเมืองถง เข้าไปแฝงตัวและสอดแนมในตำหนักใหญ่อยู่หลายวันจึงมั่นใจ และยามนี้บุรุษกับสตรีผู้นั้นถูกคนของเขานำตัวไปขังไว้ในคุ
“องค์ชายสามท่านลองไตร่ตรองทุกเรื่องตามที่ข้าบอกกล่าวให้ดีเถิด แล้วจะเห็นถึงความจริงทุกอย่าง อย่าหลอกตัวเองอีกเลย”คนพูดย่อมเห็นทุกกิริยาของคนฟัง บุรุษผู้นี้แค่ยังไม่กล้ายอมรับความจริง“ข้า…ข้า เห้อ! เจ้าเล่าต่อเถิดข้าสงบใจได้แล้ว”“วันนั้นท่านเชื่อว่าฉีจิงลั่วทำร้ายฉีลู่เอิน ทั้ง ๆ ที่ฉีจิงลั่วไม่ได้ทำผิดเลยสักนิด หรือเรื่องนี้ท่านยังไม่ได้สืบทราบ” วันนั้นที่อารามนางพูดขนาดนั้น คงเริ่มเอะใจสงสัยบ้างไหมเล่า“ข้าพึ่งรู้ไม่กี่วันที่ผ่านมา”หลังรู้ความจริงเขาเสียใจมาก จนไม่ออกตำหนักสามวันสามคืน วันนี้พึ่งมีสติและคิดได้ว่าต้องมาสะสางเอาความกับฉีลู่เอิน แต่กลับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเสียก่อนองครักษ์ของเขาไปสืบเรื่องจากคนโบย และสืบความจริงจากเหล่าคุณหนูผู้เห็นเหตุการณ์ในงานเลี้ยง คุณหนูจากจวนต่าง ๆ ถูกองครักษ์หลวงสอบถามด้วยท่าทีกดดัน จึงยอมพูดความจริงว่าฉีจิงลั่วไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่เป็นฉีลู่เอินต่างหากที่ใส่ร้ายน้องสาว!“นั่นปะไร ถึงว่าท่าทางหงอยเหมือนไอ้ด่างบ้านข้า”คนงามเผลอพูดไปตามใจคิด โดยปกติองค์ชายสามมักจะดุฉีจิงลั่วก่อนพูดคุยด้วยเสมอ เรื่องนี้พึ่งอ่านเจอในสมุดบันทึก ทว่าวันนี้เขากลับมีท
“ฉีลู่เอิน/ฉีลู่เอิน”ราชครูฉีกับองค์ชายสามเอ่ยขึ้นพร้อม ๆ กัน เมื่อได้ยินคนอาสาไปตามดูในเรือนนอน ตะโกนเสียงดังให้ได้ยินว่าใครกันแน่ที่กำลังทำเรื่องบัดสีอยู่ในเรือนนอน“ใช่เจ้าค่ะ ป่านนี้ยังไม่แยกจากกันเลย คงรักกันมากนะเจ้าคะ”คนรายงานกล่าวไปตามจริง ขนาดมีคนเดินเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้ ชายหญิงบนเตียงนอนยังไม่ยอมแยกจากกันเลย ยาเม็ดนั้นช่างออกฤทธิ์แรงมากจริง ๆ“โอ้! แรงดีกันใช่ย่อย พักกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ คนอื่น ๆ กำลังรอที่หน้าเรือน องค์ชายสามก็มานะเจ้าคะ พี่สาวรีบแต่งกายเถิด ส่วนพี่เขยรีบตามมาด้วยกัน หากรักกันจริงท่านพ่อย่อมไม่ว่าอะไร”น้องสาวผู้หวังดี รีบบอกกล่าวสถานการณ์หน้าเรือนนอนให้พี่สาวรับรู้“องค์ชายสาม!”ฉีลู่เอินได้สติทันทีเมื่อได้ยินชื่อของบุรุษในดวงใจ นางผลักร่างสูงใหญ่ที่คร่อมทับออกห่างทันที แล้วเร่งมือจัดแต่งอาภรณ์ให้เข้าที่“พี่สาว พี่เขย ช่วยเร่งมือกันหน่อยเถิดเจ้าค่ะ คืนนี้ค่อยทำกันต่อ ข้าเข้าใจดีว่าคนยังไม่อิ่มย่อมอยากกินต่อให้อิ่ม”ใบหน้าสวยพยักหน้าขึ้นลงคล้ายเห็นใจ แน่นอนว่านางไม่ได้พูดเสียงเบา แต่ตะโกนจนคอเริ่มแห้ง“ขอรับคุณหนูคนงาม”ชายเลี้ยงม้าถึงกับเหม่อลอย เมื่อเห็
“บังอาจหยามเกียรติบิดาเช่นข้ายิ่งนัก พวกเจ้าไปจับตัวนังลูกไม่รักดีเอาไว้ พรุ่งนี้ข้าจะรีบส่งนางแต่งออกไปอยู่ชนบท”ราชครูฉีตะโกนตามหลังฮูหยิน“ไม่จริง จิงลั่วย่อมไม่ทำเช่นนี้เด็ดขาด”องค์ชายสามรีบเดินเข้าไปใกล้หน้าประตู เพราะอยากรู้ว่าสตรีคนรักหักหลังกันจริงหรือที่กล่าวว่าลืมกันจนสิ้นและขอเลิกรา เป็นเรื่องจริงเช่นนั้นหรือเขาอยากรู้ยิ่งนักว่านางทิ้งเขาแล้วเลือกใครกันแน่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเป็นแผนการร้ายของสองคนแม่ลูก ตามที่องครักษ์เคยรายงานให้ฟัง ทว่าเรื่องไหนเขาก็เสียใจทั้งนั้น หากสตรีบนเตียงนอนคือฉีจิงลั่วคนรักของเขา!“ตายแล้วฉีจิงลั่ว แอบมานอนกับชายเลี้ยงม้าในจวนเองหรือตาต่ำยิ่งนัก”เฝิงจี้ไป๋ตะโกนบอกกล่าวคนรอฟังความจริง ด้วยน้ำเสียงดังจนชายหญิงที่กำลังโยกกายเข้าหากันอย่างเพลิดเพลิน ตกใจหันมามองผู้มาใหม่ฝ่ายชายไม่แปลกใจเลยที่มีคนมาพบเห็นฉากเด็ด เพราะเคยได้ยินคุณหนูใหญ่เกริ่นไว้คร่าว ๆทว่าฝ่ายหญิงถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นมารดาเดินเข้ามาใกล้ ส่วนผ้าที่สวมปกปิดใบหน้ายังอยู่ครบถ้วน บ่าวชายจึงยังไม่รู้ว่าเขากำลังทำกับคนคุ้นเคย“ฉีจิงลั่ว งามหน้านักนะ ส่วนเจ้าชายเลี้ยงม้ารีบออกถอยไปให้
ทั้งสองมองเห็นโขดหินขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกล ซึ่งดูแล้วน่าจะพอมีช่องว่างสำหรับให้สองคนเข้าไปหลบซ่อน จึงรีบเข้าไปหลบทันที ทว่าด้วยความพอดีของช่องหิน ผิวกายของชายหญิงจึงจำเป็นต้องสัมผัสแนบชิดกัน“สามคนนี้ใช่คนของซื่อจื่อหรือไม่เจ้าคะ”ใบหน้าสวยหวานไม่ได้แต่งแต้มสีสันจัดจ้าน เฉกเช่นสตรีในเมืองหลวง อยู่ในระย
“พี่ชายหากรู้สึกดีขึ้นให้กะพริบตา ข้าจะได้รักษาท่านในขั้นตอนถัดไป”ผ่านไปราว ๆ สามนาทีในความรู้สึกของผู้มาจากต่างโลก น้ำเสียงหวานจึงกระซิบข้างหูผู้บาดเจ็บ เพราะหากภายในสามถึงห้านาทีไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากร่างสูงใหญ่ แสดงว่ายาสลายพิษที่ฉีดเข้าเส้นเลือดใช้ไม่ได้ผลหากเป็นเช่นนั้นป้าหลิวคงต้องทำใจจากล
“ข้าก็คิดเช่นเดียวกันกับท่าน บุรุษมักเห็นแก่ตัวคิดว่าสตรีต้องยอมทุกอย่าง อยู่ที่นี่ข้าได้รับอิสระทางความคิด และปล่อยวางได้มาก เรื่องอะไรจะกลับไปปวดหัวที่จวน ปล่อยให้พวกละโมบโลภมากต่อสู้กันไปเถิด พวกเราตื่นเช้ามาสวดมนต์ให้ใจสงบ พอเสร็จกิจก็นั่งจิบน้ำชาที่ทำกันเอง แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว”ฮูหยินอีกคน
เมื่อเดินทางมาถึงทางเข้าอารามขนาดกลาง ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนภูเขาสูง ผู้มาเยือนก็เร่งฝีเท้าก้าวขึ้นบันไดนับหนึ่งพันขั้น ด้วยท่วงท่าคล่องแคล่วว่องไวไร้อาการเหนื่อยหอบ เพราะอยากชื่นชมบรรยากาศบนภูเขาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเต็มทีพอขึ้นมาถึงประตูทางเข้าอารามด้านใน ก็พบเห็นสตรีวัยกลางคนซึ่งสวมชุดขาวทั้งตัว ก







