로그인ตอนที่ 2
เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างยากเย็น แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านม่านผืนหนาเข้ามาในห้องนอนหรูหราบ่งบอกว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... แต่สำหรับพราว มันไม่ต่างอะไรจากเมื่อวาน หรือวันก่อนๆ เลยสักนิด ความรู้สึกปวดหนึบที่ขมับและร่างกายที่เมื่อยล้าเล็กน้อยเป็นสิ่งแรกที่เธอรับรู้ ตามมาด้วยความว่างเปล่าข้างกาย บนเตียงนอนราคาแพงที่เมื่อคืนยังอุ่นร้อน ไปด้วยแรงอารมณ์ บัดนี้กลับเย็นชืด มีเพียงรอยยับยู่ยี่บนผ้าปูที่นอนซาตินสีเทาเข้มเท่านั้นที่เป็นหลักฐานว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียวเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ธามคงออกไปตั้งแต่เช้ามืดเหมือนเคย บางทีอาจจะไปทำงาน หรืออาจจะไปทำธุระส่วนตัวที่เธอไม่อยากรับรู้ พราวพลิกตัวหันไปมองโต๊ะหัวเตียงฝั่งที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่โน้ตทิ้งไว้ มีเพียงโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่เงียบๆ หญิงสาวถอนหายใจแผ่วเบา ยันกายลุกขึ้นนั่ง พยายามสลัดความขุ่นมัวในใจทิ้งไป ชุดนอนผ้าซาตินเมื่อคืนหลุดลุ่ยเผยให้เห็นร่องรอยสีกุหลาบจางๆ สองสามแห่งบนผิวขาวผ่องบริเวณเนินอกและลำคอ พราวเบือนหน้าหนี ไม่อยากมอง ไม่อยากจดจำ สัมผัสรุนแรงและไร้หัวใจเหล่านั้น เธอใช้เวลาไม่นานนักในการอาบน้ำแต่งตัว ร่างระหงในชุดเดรสทำงานสีเบจเรียบหรูแต่ดูดีสมตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทนำเข้าสินค้าไลฟ์สไตล์ชั้นนำ ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว เธอบรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางลงบนใบหน้าอย่างพิถีพิถัน รองพื้นเนื้อดีกลบรอยคล้ำใต้ตา คอนซีลเลอร์ปิดบังรอยจางๆ ที่ลำคอ ลิปสติกสีนู้ดสุภาพถูกทาลงบนริมฝีปากอิ่ม ทุกขั้นตอนเหมือนการสวมเกราะป้องกันตัวเองจากโลกภายนอก... และจากความรู้สึกภายใน ‘พราวนภา’ หญิงสาววัย 30 ปี ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเก่ง คือตัวตนที่เธอต้องเป็นในวันนี้ ไม่ใช่ ‘พราว’ ผู้หญิงที่นอนรอสามีกลับบ้านอย่างไร้ค่าเมื่อคืน "คุณพราวคะ อาหารเช้า..." เสียงแม่บ้านวัยกลางคนดังขึ้นที่หน้าประตูห้องแต่งตัว "ฉันไม่ทานค่ะป้านิ่ม เดี๋ยวไปดื่มกาแฟที่ออฟฟิศเลย ขอบคุณนะคะ" พราวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติ คว้ากระเป๋าถือแบรนด์เนมใบโปรด ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งความหรูหราแต่เย็นเยียบของบ้านไว้เบื้องหลัง ... บรรยากาศในออฟฟิศวันนี้ดูคึกคักกว่าปกติเล็กน้อย พราวเดินผ่านโต๊ะทำงานของพนักงานในแผนก ทักทายด้วยรอยยิ้มบางๆ ตามประสาเจ้านาย ก่อนจะเข้าห้องทำงานส่วนตัว "พี่พราวคะ ได้ยินไหมว่าวันนี้ผู้บริหารคนใหม่จาก K Group จะเข้ามาดูงานแผนกเราด้วยนะ เห็นว่าเป็นถึงระดับ V.P. เลย ตื่นเต้นจัง!" มิ้น เลขาหน้าห้องของเธอเปิดประตูเข้ามารายงานด้วยท่าทางตื่นเต้น K Group คือบริษัทพาร์ทเนอร์รายใหญ่ที่เพิ่งเซ็นสัญญาร่วมทุนโปรเจกต์ยักษ์กับบริษัทของเธอเมื่อไม่นานมานี้ "เหรอจ๊ะ งั้นก็เตรียมห้องประชุมใหญ่ไว้ด้วยแล้วกัน พี่ขอเช็คอีเมลแป๊บนึง" พราวตอบกลับไป พยายามปัดความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในใจ... เธอแค่รู้สึกไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงกะทันหันเท่านั้นเอง เวลาสิบโมงตรง พราวและหัวหน้าทีมอีกสองสามคนนั่งรออยู่ในห้องประชุมใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดี ทุกคนดูมีท่าทางเกร็งเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าการมาของผู้บริหารจาก K Group ครั้งนี้มีความสำคัญต่อโปรเจกต์ใหม่มากแค่ไหน แล้วประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออก... คนที่ก้าวเข้ามา ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่เป็นกลุ่มผู้บริหารสามสี่คน นำโดยคุณกิตติ ประธานบริษัทของเธอ และ... ผู้ชายคนนั้น คนที่เดินตามหลังคุณกิตติมาติดๆ อยู่ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มสั่งตัดพอดีตัว เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด เนคไทสีน้ำเงินเข้ม ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ ผมสีดำสนิทถูกจัดทรงอย่างดีรับกับใบหน้าหล่อเหลา คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูป... ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม เหมือนในความทรงจำของเธอเมื่อสิบปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน วิน... วิศรุต หัวใจของพราวกระตุกวูบราวกับถูกกระชาก ลมหายใจติดขัด โลกทั้งใบหมุนคว้างจนเธอต้องแอบเกาะขอบโต๊ะประชุมไว้แน่นเพื่อทรงตัว เสียงรอบข้างอื้ออึงจนจับใจความไม่ได้ ดวงตาเบิกกว้างจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงสง่านั้นไม่วางตา สิบปี... สิบปีเต็มที่เขาหายไปจากชีวิตเธอ และวันนี้ เขากลับมายืนอยู่ตรงหน้า ห่างออกไปไม่กี่เมตร ในฐานะ... ใครสักคนที่ดูสูงส่งและห่างไกล ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้อง วินเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอพอดิบพอดี เสี้ยววินาทีนั้น พราวเห็นแววตาประหลาดใจอย่างชัดเจนในดวงตาคมคู่นั้น ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบนิ่ง สุขุม และเย็นชาอย่างรวดเร็ว เขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ราวกับเธอเป็นแค่คนรู้จักห่างๆ ที่บังเอิญเจอ... หรืออาจจะแย่กว่านั้น เป็นแค่พนักงานคนหนึ่งที่เขาต้องร่วมงานด้วย "สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแนะนำให้รู้จักกับ คุณวิศรุต เตชะพิพัฒน์ รองประธานกรรมการบริหารจาก K Group ซึ่งจะเข้ามาดูแลโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกับเราอย่างใกล้ชิดนับจากนี้ไป" เสียงคุณกิตติดังขึ้น ทำลายความเงียบชั่วขณะ รองประธานกรรมการบริหาร... ตำแหน่งของเขามันช่างห่างไกลจากนักศึกษาหนุ่มคนรักเก่าของเธอเหลือเกิน จากนั้นคุณกิตติก็เริ่มแนะนำทีมงานฝั่งบริษัทของเธอทีละคน... จนมาถึงคิวของพราว "และนี่ คุณพราวนภา ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเก่งของเราครับ ที่จะเป็นหัวแรงหลักในการดูแลแคมเปญของโปรเจกต์นี้" พราวกลั้นหายใจ รวบรวมสติทั้งหมดที่มี ยืดตัวตรง และพยายามฉีกยิ้มให้ดูเป็นมืออาชีพที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยื่นมือออกไปตามมารยาท วินมองมือเรียวบางที่ยื่นมาตรงหน้าเขานิ่ง ก่อนจะยื่นมือออกมาสัมผัสตอบ การจับมือนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ตามหลักสากล แต่สำหรับพราว มันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่าง ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่เคยคุ้นเคย มันยังคงเหมือนเดิม... แต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านกลับมา มันช่างแตกต่าง "ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ คุณพราวนภา" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความห่างเหินเอ่ยขึ้น ชื่อเต็มยศของเธอหลุดออกจากปากเขาอย่างง่ายดาย ราวกับไม่เคยเรียกชื่อเล่น 'พราว' ด้วยความรักใคร่มาก่อน "เช่นกันค่ะ คุณวิศรุต" เธอตอบกลับ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น การประชุมเริ่มต้นขึ้นหลังจากนั้น เนื้อหามากมายถูกนำเสนอและถกเถียงกัน แต่สติของพราวกลับล่องลอยไปไกล เธอนั่งฟัง นั่งจดบันทึก พยักหน้าตอบรับตามสมควร แต่ในหัวมันขาวโพลนไปหมด สิบปีที่เธอพยายามลืม พยายามก้าวข้าม พยายามบอกตัวเองว่าเขาเป็นแค่อดีต... แต่วันนี้ อดีตกลับหวนคืนมาในรูปแบบของผู้ชายที่เคยเป็นโลกทั้งใบของเธอ และดูเหมือนว่า... เขาพร้อมที่จะเข้ามาสั่นคลอนโลกปัจจุบันอันเปราะบางของเธอให้พังทลายลงได้ทุกเมื่อ ทำไมต้องเป็นตอนนี้... ทำไมต้องกลับมา... ในวันที่ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้วตอนที่ 12หลายสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่ ‘นัดแรก’ ที่โรงแรมหรูในคืนนั้น ความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างพราวและวินก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความหวาดระแวงและความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือยาชูใจชั้นดีที่ทำให้ชีวิตอันเหี่ยวเฉาของเธอได้กลับมามีสีสันอีกครั้งโลกของพราวถูกแบ่งออกเป็นสองใบอย่างชัดเจนใบแรกคือโลกยามกลางวัน ที่บริษัท ที่ซึ่งเธอคือ ‘คุณพราวนภา’ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดคนเก่ง และเขาคือ ‘คุณวิศรุต’ รองประธานฯ จากบริษัทพาร์ทเนอร์คนสำคัญ พวกเขาต้องทำงานร่วมกัน ประชุม สื่อสาร และวางตัวอย่างมืออาชีพที่สุด แต่ภายใต้หน้ากากนั้น กลับมีสัญญาณลับๆ ที่รู้กันเพียงสองคนเสมอ... แววตาที่สบกันนานกว่าปกติเพียงเสี้ยววินาที รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากเมื่อเผลอคิดถึงเรื่องราวของกันและกัน หรือข้อความสั้นๆ ผ่านแอปพลิเคชันแชทลับที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือส่วนตัวที่เธอซ่อนไว้อย่างดีWin: เที่ยงนี้คิดว่าจะทานอะไรดีครับ? Praw: ยังไม่แน่ใจเลยค่ะ งานยุ่งมาก Win: เดี๋ยวผมสั่งเผื่อเอาไหม? ร้านโปรดคุณทุกอย่างคือความลับที่น่าตื่นเต้นและอันตรายในเวลาเดียวกัน“พี่พราว! ช่วงนี้ดูออร่าจับ หน้าตาสด
ตอนที่ 11หกโมงครึ่ง... เวลานัดหมายพราวนั่งอยู่ในมุมในสุดของร้านกาแฟบรรยากาศดีในซอยที่ไม่พลุกพล่านนัก นิ้วเรียวเผลอเคาะเบาๆ กับแก้วช็อกโกแลตเย็นที่พร่องไปเพียงนิดหน่อย หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก....นี่เป็นครั้งแรกที่เธอนัดเจอเขานอกเวลางานอย่างเป็นกิจลักษณะ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉิน และไม่ใช่เพราะความเมามายเธอเลือกเดรสสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวขาวผ่อง แต่งหน้าอย่างตั้งใจมากกว่าปกติ... ตั้งใจเพื่อใครกันนะ? คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัว แต่เธอไม่กล้าหาคำตอบให้ตัวเองแล้วร่างสูงที่รอคอยก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูร้าน วินในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมเม็ดบน กับกางเกงสแล็คสีเทาเข้มดูผ่อนคลายกว่าตอนอยู่ในชุดสูทเต็มยศ แต่ถึงอย่างนั้น ออร่าของผู้บริหารระดับสูงและความหล่อเหลาที่ดึงดูดสายตาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เขากวาดตามองครู่หนึ่งก่อนจะเดินตรงมาที่โต๊ะของเธอ"ขอโทษที่อาจจะเลทไปนิดหน่อยครับ" เขากล่าวทักทายพร้อมรอยยิ้มบางๆ ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม"ไม่เป็นไรค่ะ พราว... ก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน" พราวตอบเสียงเบา รู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูกหลังจากสั่งกาแฟแล้ว ความเง
ตอนที่ 10แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่สวยของพราว เธอนอนอยู่บนเตียงกว้างในห้องนอนหรูเพียงลำพัง จ้องมองข้อความสั้นๆ ที่ถูกส่งมาจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย แต่เธอรู้ดีว่าเป็นใคร...‘ถึงบ้านปลอดภัยไหมครับ?’ข้อความเรียบง่ายที่ดูเหมือนคำถามแสดงความห่วงใยธรรมดาๆ แต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงไม่เป็นส่ำนี่คือครั้งแรกที่เขาติดต่อเธอมาก่อนหลังจากค่ำคืนอันเร่าร้อนและสับสนในห้องทำงานของเขาที่พึ่งผ่านมา... ค่ำคืนที่เธอบอกตัวเองว่ามันคือจุดจบ แต่ข้อความนี้กลับเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นพราวลังเลอยู่นาน นิ้วเรียวจิ้มลงบนแป้นพิมพ์ พิมพ์ข้อความตอบกลับแล้วลบทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก เธอกำลังจะทำอะไรลงไป? การตอบกลับข้อความนี้ มันไม่ต่างอะไรจากการยอมรับและเปิดประตูให้เขาก้าวเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง... ในฐานะที่ไม่ถูกต้องแต่แล้ว ภาพสัมผัสอันเร่าร้อน เสียงครางกระเส่า ความรู้สึกเสียวซ่านที่เขาปรนเปรอให้ มันก็ย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึก ‘มีชีวิต’ ที่เธอแทบจะลืมไปแล้ว มันหอมหวานเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายๆสุดท้าย... เธอก็ตัดสินใจกดส่งข้อความต
ตอนที่ 9"แน่ใจนะว่าแค่นั้น"คำถามเสียงพร่าแหบห้าวแต่แฝงความท้าทายของวินยังคงก้องอยู่ในหู ใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นโคโลญจน์จางๆ อันคุ้นเคยผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศของเขาโชยเข้าปอด ปลุกสัญชาตญาณบางอย่างที่หลับใหลให้ตื่นขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกลงมา... เหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรงของเธอพราวควรจะผลักเขาออกไป ควรจะตอกหน้าเขาแรงๆ ด้วยคำพูดเย็นชา ควรจะย้ำเตือนถึงสถานะของเขาและเธอ... แต่ร่างกายเจ้ากรรมกลับทรยศ มันแข็งทื่อไม่ยอมขยับหนี แถมหัวใจยังทรยศเต้นแรงโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก ลมหายใจติดขัดเมื่อสบเข้ากับแววตาลึกซึ้งคู่นั้นเธอเห็นความต้องการ... ความปรารถนา... และบางที อาจจะเป็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในนั้น... เหมือนกับที่เธอรู้สึกวินไม่ได้รอคำตอบ เขารู้... เขาสัมผัสได้ถึงกำแพงในใจเธอที่กำลังสั่นคลอน เขาเห็นแววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเขาทาบริมฝีปากหยักได้รูปลงบนริมฝีปากอิ่มสั่นระริกของเธออย่างไม่อาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป จูบนี้ไม่ใช่จูบที่ปลอบประโลม ไม่ใช่จูบที่เกิดจากความเมามายไร้สติเหมื
ตอนที่ 8เช้าวันจันทร์เวียนมาบรรจบอีกครั้ง แต่สำหรับพราว มันคือเช้าวันที่หนักอึ้งที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวันก่อนนั้นยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่หยุด ทั้งความเร่าร้อน วาบหวาม และความรู้สึกผิดบาปที่เกาะกินหัวใจ ความทรงจำที่เธอสั่งตัวเองให้ลืม มันกลับยิ่งแจ่มชัดขึ้นทุกครั้งที่หลับตาลงหญิงสาวใช้เวลาอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ พยายามแต่งหน้าปกปิดร่องรอยความอ่อนล้าและดวงตาที่บวมช้ำเล็กน้อยจากการร้องไห้เมื่อวาน เธอเลือกชุดทำงานที่ดูสุภาพและมิดชิดที่สุด ราวกับว่าเสื้อผ้าเหล่านี้จะช่วยเป็นเกราะกำบังให้เธอได้‘ลืมมันไปซะพราว มันก็แค่ความผิดพลาดเพราะความเมา’ เธอย้ำกับตัวเองในใจเป็นรอบที่ร้อย ‘แกกับเขา เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว และจะไม่มีวันเป็น!’ตลอดทางที่ขับรถมาบริษัท หัวใจของพราวเต้นไม่เป็นส่ำ เธอกลัว... กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับเขา กลัวสายตาของเขา กลัวความรู้สึกของตัวเองเมื่อก้าวเท้าเข้ามาในออฟฟิศ พราวสูดหายใจลึก พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เธอกวาดตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว... ไม่เห็นเขา โล่งใจไปเปราะหนึ่ง หญิงสาวรีบเดินตรงไปยังห้องทำงานของตัวเอง อยากจะขังตัวเองอยู่ในนี้ทั
ตอนที่ 7ร่างบางของพราวถูกวางลงบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์อย่างแผ่วเบา สัมผัสของผ้าปูที่นอนเนื้อดีที่แผ่นหลังควรจะทำให้รู้สึกสบาย แต่วินาทีนี้มันกลับเป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่โหมกระพือไฟในกายให้ลุกโชนยิ่งขึ้น แต่ก่อนที่แผ่นหลังจะได้สัมผัสกับผ้าปูที่นอนเต็มที่ ริมฝีปากร้อนผ่าวของวินก็ประกบลงมาอีกครั้งจูบนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา มันดูดดื่ม หนักหน่วง และเต็มไปด้วยความต้องการอันแรงกล้าที่ไม่ได้ปิดบัง ราวกับต้องการตอกย้ำความเป็นเจ้าของ ต้องการสูบสิ้นลมหายใจและสติสัมปชัญญะที่ยังพอมีเหลืออยู่ของเธอไปให้หมดสิ้น เธอเผยอปากรับลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้ามากวาดต้อนความหอมหวานในโพรงปากอย่างเต็มใจ แขนเรียวที่เคยไร้เรี่ยวแรงกลับยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น ตอบสนองจูบนั้นอย่างลืมตัวลืมตน ลืมไปชั่วขณะว่าเธอยังมีสามี และผู้ชายที่กำลังปรนเปรอเธออยู่คือคนที่เคยทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดีวินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพียงเพื่อให้มีอากาศหายใจ มองสบตาลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงอารมณ์จนแทบไม่เหลือเค้าความเศร้าก่อนหน้า เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย"ริมฝีปากคุณสั่นไม่หยุดเลย... ร่างกายคุณเรียกหาผมอยู่ใช่ไหมพร







