เข้าสู่ระบบตอนที่ 5
อย่าคิดตุกติก
เช้าวันต่อมา ม่านไหมตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวไปโรงพยาบาลกับเวหา
“เธอต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียด ถ้าทุกอย่างโอเค เดี๋ยวเราไปคุยกับนักโภชนาการกันต่อ”
ชายหนุ่มบอกกำหนดการก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นรถไปด้วยกัน
แม้จะตกลงเซ็นสัญญากันแล้วแต่เวหาก็ยังไม่ไว้วางใจ ภายนอกม่านไหมดูแข็งแรงดีทุกอย่างก็จริง แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆ แล้วอาจจะเจ็บป่วยหรือมีความบกพร่องตรงไหนก็ได้
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าจะอุ้มบุญโดยใช้ไข่ของดารัณผสมกับน้ำเชื้อของเขาแล้วฉีดเข้าไปในมดลูกของแม่อุ้มบุญ แต่เพราะตอนนั้นเขาไม่ได้หาข้อมูลอย่างจริงจัง
และช่วงที่คุณหญิงแม่ของเขารบเร้าต้องการจะอุ้มหลาน ก็เป็นช่วงที่ม่านไหมลำบากต้องใช้เงินพอดีเขาเลยรีบยื่นข้อเสนอไป ก่อนจะมารู้ความจริงในวันเดียวกันนั้นเองว่า จะใช้การทำกิฟต์หรือเด็กหลอดแก้วกับสาวโสดไม่เคยมีบุตรอย่างม่านไหมไม่ได้ ทำให้ต้องเปลี่ยนวิธีมาเป็นการทำให้ท้องแบบธรรมชาติแทน
นั่นจึงทำให้เวหาหนักใจไม่ หากต้องทำเรื่องอย่างว่ากับลูกสาวของแม่บ้าน ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติเขาก็คงไม่ทำ
ส่วนตัวดารัณเองแม้จะตกลงให้ใช้วิธีนั้นแต่ลึกๆ เธอเจ็บใจที่ต้องยอมให้สามีไปนอนกับผู้หญิงอื่น
‘แต่ผมจะเก็บวิธีนั้นไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายนะ คนรู้จักผมแนะนำคลินิกมา ผมจะลองถามดู ถ้าเค้ายอมฉีดเชื้อเข้ามดลูกคนที่ไม่ใช่เมียให้ ผมก็ไม่ต้องมีอะไรกับเด็กนั่น'
เวหากล่าวกับภรรยาว่าถ้าไม่จำเป็นเขาจะไม่มีอะไรกับม่านไหมเด็ดขาด
‘อีกอย่าง เด็กนั่นผ่านผู้ชายมากี่คนแล้วก็ไม่รู้’
คิดมาถึงตรงนี้เวหาก็อดชำเลืองมองคนที่กำลังนั่งตัวลีบอยู่ที่เบาะข้างคนขับไม่ได้
หน้าตาสวยรูปร่างดีขนาดนี้แถมพ่อแม่ก็ทำแต่งานแทบไม่เคยหยุดไม่เคยลา ไม่รู้ว่าลับหลังพ่อแม่จะแอบทำอะไรบ้าง
‘มีเยอะแยะไปที่คนท่าทางเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้แต่ชีวิตจริงเหลวแหลก ไม่แน่…เด็กนี่อาจจะมั่วมาเยอะแล้วก็ได้ ที่ตอบตกลงก็เพราะเห็นว่าได้ทั้งเงินทั้งผู้ชาย! '
ในขณะที่เวหาคิดดูแคลนอยู่ในใจ แต่ม่านไหมไม่ได้รับรู้อะไรเลย ตั้งแต่ขึ้นรถมาหญิงสาวก็นั่งก้มหน้านิ่งด้วยความเกร็งและกังวล
ที่เกร็งเพราะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายรังเกียจตัวเองแต่ยังต้องนั่งรถมาด้วยกัน ส่วนที่กลัวก็เพราะเรื่องเมื่อคืนทำเอาเธอเก็บมาคิดจนนอนไม่หลับ สุดท้ายได้งีบไปเล็กน้อยช่วงก่อนเช้ามืดเท่านั้น เช้าวันนี้เธอจึงตื่นมาด้วยอาการมึนหัวอย่างหนัก จนกังวลว่าจะมีผลอะไรกับการตรวจหรือเปล่า
‘ถ้าผลออกมาว่าเราสุขภาพไม่ดีล่ะ แบบนี้จะถูกยกเลิกสัญญาแล้วต้องคืนเงินหรือเปล่า?’
ใครจะว่าไม่มีศักดิ์ศรีก็ได้ ม่านไหมยอมรับ แต่ตอนนี้เธอไม่พร้อมที่จะคืนเงินจริงๆ เพราะเงินก้อนนั้นเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้พ่อเธอหายป่วยและครอบครัวกลับมามีความสุขเหมือนเดิม
แม้ว่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อจะทำให้ม่านไหมสะเทือนใจจนอยากยกเลิกสัญญา แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับความจริงว่าคนจนอย่างเธอไม่มีทางให้เลือกมากนัก
จะเจ็บจะช้ำก็ต้องทน…จะโดนดูถูกก็ต้องยอม
'ท่องไว้…เพื่อพ่อแม่ เพื่อครอบครัว! '
แต่ม่านไหมก็ไม่ต้องกังวลใจนานนัก เพราะผลตรวจออกมาพบว่าร่างกายของเธอแข็งแรงดีผลเลือดก็ปกติ จะมีก็แต่เรื่องโภชนาการที่เป็นปัญหาเล็กน้อย เพราะเธอและพ่อแม่เน้นกินให้อิ่มท้องในราคาสบายกระเป๋าเรื่องโภชนาการถึงจะรู้ว่าสำคัญแต่ก็จำเป็นต้องทำเป็นลืมเพราะเงินทองที่มีอยู่อย่างจำกัด
“ฉันคิดถูกจริงๆ ที่ให้เธอมาอยู่ที่บ้าน ถ้าให้อยู่บ้านตัวเองจะกินอะไรเข้าไปบ้างก็ไม่รู้”
เวหาพูดพลางส่งสายตาดุๆ ไปให้ม่านไหมที่ปกติก็กลัวชายหนุ่มอยู่แล้วตอนนี้เลยยิ่งกลัวเข้าไปอีก
"ต่อไปนี้เธอต้องกินอาหารตามที่นักโภชนาการบอก เดี๋ยวฉันจะให้แม่บ้านอีกคนเตรียมอาหารให้และคอยดูเธอกินด้วย เพราะฉะนั้นอย่าได้คิดตุกติก หรือกินตามใจปากเป็นอันขาด! "
ม่านไหมรีบรับคำ ในใจก็คิดค่อนขอดว่า
‘ดุขนาดนี้ใครจะไปกล้าตุกติก!’
ข่าวดีในวันนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องสุขภาพของม่านไหมเท่านั้น แต่คลินิกที่ได้รับการแนะนำมาก็ยังตกลงเรื่องฉีดน้ำเชื้ออีกด้วย เวหาเลยกลับบ้านด้วยความดีใจ ตั้งใจจะบอกข่าวดีกับดารัณและถือโอกาสออกไปฉลองด้วยมื้อค่ำสุดหรูและตบท้ายคืนนี้ด้วยเซ็กส์ที่ไม่ได้มีมาระยะหนึ่งแล้ว
ก่อนหน้านี้ดารัณเครียดเรื่องอุ้มบุญจนไม่มีอารมณ์บนเตียง เขาก็ยอมตามใจเธอ แต่ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว เพราะฉะนั้น…
'คืนนี้โดนจัดหนักแน่ เตรียมตัวไว้เลยดารัณ! '
“ไม่เอาค่ะ ดาด้าเหนื่อย”
ดารัณพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แถมยังขยับหนีไม่ยอมให้เวหาเข้าใกล้อีกด้วย
“ดารัณ เราไม่ได้มีอะไรกันมานานแล้วนะ ผมเป็นผู้ชาย ผมมีความต้องการ ก่อนแต่งเราตกลงกันไว้แล้วนี่”
เวหาตัดพ้อ รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากที่นอกจากดารัณจะทำท่าไม่รู้สึกอะไรกับข่าวดีของเขาแล้ว หญิงสาวยังปฏิเสธดินเนอร์คืนนี้และพอเขาพยายามเข้าไปโอบกอดเพื่อออดอ้อนเอาใจหญิงสาวก็เบี่ยงตัวหลบ
เรื่องบนเตียงยิ่งไม่ต้องพูดถึง แค่เกริ่นขึ้นมาก็ทำหน้าบูดบึ้งอย่างที่เห็น
“ก็ดาด้าเหนื่อยนี่คะ”
“เหนื่อยอะไร วันนี้คุณไม่ได้ทำงานสักหน่อย ผมซะอีกที่ตระเวนไปทั้งโรงพยาบาลทั้งคลีนิกตั้งสามที่”
“นี่คุณโทษดาด้าเหรอคะ? ใช่สิ…ดาด้ามันไม่ดี มีลูกให้คุณไม่ได้”
“ไม่ใช่อย่างนั้น”
"ไม่ใช่อย่างงั้นแล้วยังไงคะ? "
“นี่คุณจะเริ่มทะเลาะใช่ไหม?”
“ดาด้าไม่มีอารมณ์ ถ้าคุณอยากมากนักก็ช่วยตัวเองไปค่ะ”
“ผมช่วยตัวเองมาเป็นปีแล้วนะดารัณ ก่อนแต่งคุณสัญญาจะไม่บกพร่องเรื่องนี้ไง?”
ดารัณไม่ตอบ ได้แต่เดินไปหยิบกระเป๋าถือใบเล็กทำท่าเหมือนจะออกไปข้างนอก เวหาเห็นอย่างนั้นก็ร้องถามเสียงร้อนรน
"เดี๋ยวก่อนดารัณ คุณจะไปไหน? "
“ไปธุระค่ะ”
“แต่คุณเพิ่งกลับเข้ามาเองนะ”
“ค่ะ เพิ่งกลับเข้ามาแล้วก็เพิ่งนึกได้ว่ามีธุระเรื่องอื่น ดาด้าไปก่อนนะคะ”
“แล้วดินเนอร์ของเราล่ะ ผมจองร้านไว้แล้วนะ”
“ไว้วันหลังละกันค่ะ วันนี้ดาด้าไม่หิว”
พูดจบก็เดินออกไป ไม่สนใจสายตาของสามีที่มองตามหลังไปเลยแม้แต่น้อย
***
ตอนพิเศษงานแต่งงานถูกจัดขึ้นหลังจากถ่ายพรีเวดดิ้งได้ไม่นานแม้จะจัดเล็กๆ แขกในงานมีเพียงครอบครัว ญาติๆ และเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น แต่เพราะเวหายังจัดว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงในวงสังคมไฮโซผู้ดีอยู่ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องให้สื่อมาทำข่าวบ้าง"ทำไมเพิ่งมาจัดพิธีตอนนี้ละคะ? ""พอดีตอนนั้นเราสองคนคิดว่าพิธีมันไม่ได้สำคัญเท่ากับความรู้สึกของคนสองคนน่ะครับ""แล้วทำไมวันนี้ถึงเปลี่ยนใจ? ""พออยู่ๆ กันไปผมก็รู้สึกรักเค้ามากขึ้นเรื่อยๆ มากจนอยากจะบอกให้ทุกคนรู้และอยากให้คนผมรักและเคารพได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำดีๆ ของผม ก็เลยขอเค้าแต่งงานอีกรอบน่ะครับ""แล้วเจ้าสาวละคะ? ""ความจริง หนูยังไงก็ได้ค่ะ หนูคิดว่าความรู้สึกของคนสองคนมันสำคัญกว่าพิธี แต่ถ้ามีพิธีมันก็เปิดโอกาสให้คนที่รักเรามาแสดงความยินดี หรือมามีส่วนร่วมในวันแห่งความสุขของเรา หนูก็ว่าดีไปอีกแบบค่ะ""เฮ้อ เหนื่อยน่าดูเลย"เวหาถอนหายใจหนักหน่วงพลางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงที่โรยด้วยกลีบกุหลาบในขณะที่ม่านไหมนั่งหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วค่อยๆ บรรจงถอดเครื่องประดับออกทีละชิ้น"เดี๋ยวพี่ช่วย"เจ้าบ่าวหมาดๆ ดีดตัวขึ้นจากเตียงแล
ตอนที่ 37สัญญาตลอดชีวิตวันเวลาของม่านไหมก็ผ่านไปเช่นนี้จนถึงช่วงสายของวันหนึ่งในอีกเจ็ดเดือนต่อมา เสียงเด็กทารกเพศชายแผดเสียงร้องดังลั่นห้องคลอดบ่งบอกถึงความแข็งแรงของเจ้าตัว ท่ามกลางเสียงรอยยิ้มแห่งความดีใจของคนที่รออยู่ด้านนอก โดยเฉพาะตัวของเวหาเองเด็กและแม่ถูกส่งต่อมายังห้องพักฟื้น ภาพของเด็กชายตัวแดงแจ๋ยังนอนหลับปุ๋ยเป็นที่ยินดีแก่คนมาเยี่ยมนัก ไม่เว้นแม้แต่พ่อและแม่ของม่านไหม ที่ได้รับสิทธิ์ตรงนี้เหมือนกัน ห้องพักฟื้นถึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และพูดถึงเด็กชายวาคินกันเป็นเสียงเดียวถึงความน่ารักน่าชังของเจ้าตัว จนกระทั่งถึงเวลาเหมาะสมทั้งหมดถึงปล่อยให้คุณแม่และลูกพักผ่อนต่อไป โดยที่มารดาของเวหาไม่ลืมกระซิบย้ำถึงเรื่องสำคัญที่ลูกชายต้องทำ“เธอชอบไหมที่ให้ลูกซื่อ วาคิน”คำว่าลูกทำเอาม่านไหมยิ้มแก้มแทบแตก ด้วยความอบอุ่นหัวใจที่มี การเป็นแม่ใครสักคนมันช่างดีอย่างนี้นี่เองสินะถึงแม้อีกไม่กี่วันเธอจะหมดหน้าที่ และอาจจะไม่มีทางได้กอดเจ้าตัวเล็กแบบนี้อีก เพราะสัญญากำลังจะหมดลงแล้วใบหน้าสวยถึงได้สลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่คนอารมณ์ดีอย่างเวหากลับยังจ้อไม่หยุด“เดี๋ยววันไหนว่างเราไปเล
ตอนที่ 36ป่วยหลังจากจบเรื่องราววุ่นวายลง ม่านไหมก็ได้ใช้คำว่าชีวิตสงบสุขจริงๆ กับเขาสักที เธอไม่ได้ซักถามด้วยซ้ำว่าทำไมดารัณถึงได้ยอมหย่ากับเขาง่ายๆ ด้วยม่านไหมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องของตน แล้วสถานการณ์ของเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม คือหน้าที่ดูแลเจ้าก้อนตัวน้อยในท้องให้สมบูรณ์มากที่สุด เท่าที่จะทำได้หากแต่มันจะไม่ได้รับความร่วมมือจากคนเป็นพ่อเด็กสักเท่านี่สิ"ตายแล้วตัวร้อนจี๋เลย" หลังจากเธอออกมาจากโรงพยาบาลก็เห็นอีกฝ่ายยุ่งๆ ทั้งเรื่องงานเรื่องลูก จนไม่มีเวลามาหาเธอ แต่วันนี้เขาดันมาพร้อมกับไข้สูงเนี่ยสิม่านไหมรีบเรียกแม่บ้าน สักพักป้าอิ่มก็มาพร้อมแผ่นลดไข้แผ่นเดียว"พอดีคุณเค้าไม่ค่อยป่วย เลยมีติดบ้านไว้แค่นี้ค่ะ" หญิงวัยกลางคนแก้ตัวเสียงอ่อย"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูเช็ดตัวให้เอง"พอคล้อยหลังแม่บ้านไปแล้วม่านไหมก็เปิดตู้หยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กไปชุบน้ำมาเช็ดตัวให้เวหา"อือ…อือ" เสียงครางเบาๆ ดังมาจากริมฝีปากได้รูปของคนที่กำลังนอนหลับอยู่"พี่เว…เป็นอะไรหรือเปล่า? "คนป่วยค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น พอเห็นว่าเป็นม่านไหมก็ส่งเสียงงัวเงีย "พี่ร้อน""รู้แล้วค่ะ หนูเช็ดตัวให้อยู่นี่ไง" พูดพลา
ตอนที่ 35หย่าก็หย่าฝีเท้าหนัก ๆ ของเวหา และผู้เป็นแม่แข่งกันแล่นทำความเร็ว มาตามโถงยาวของโรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ ใบหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความเครียดอย่างเห็นได้ชัด กับข่าวร้ายเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก่อนหน้าที่ทั้งคู่ได้รับจากป้าอิ่ม'ข่าวร้ายที่ว่าม่านไหมเกิดอุบัติเหตุตกบันไดแล้วหมดสติไป'ห้องฉุกเฉินยังปิดสนิทเหมือนเคย และแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เวหามารอหญิงสาวอยู่ตรงหน้าห้องฉุกเฉิน หากแต่ครั้งนี้กับครั้งแรกมันต่างกันนักด้านความรู้สึกครั้งแรกเขาเพียงแค่กังวลอาการป่วยของหญิงสาวที่ยังไม่รู้สาเหตุด้วยซ้ำ อีกอย่างครั้งนั้นก็เพียงแค่เป็นลมเทียบไม่ได้เลยสักนิดกับตอนนี้ ที่รู้ว่าเจ้าตัวกำลังเสี่ยงอันตรายเพราะแรงกระแทก ซึ่งอาจมีผลต่อเด็กในท้องรวมถึงตัวของม่านใหม่เอง“อย่าเป็นอะไรนะขอร้อง ได้โปรด”เสียงของเวหาเจือสะอื้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งดวงตายังแดงก่ำเกินกว่าจะเปรียบเทียบได้กับครั้งไหน มือคู่ใหญ่แตะนาบอยู่กับบานประตูของห้องฉุกเฉินสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด ความกลัวเข้าครอบงำจิตใจชายหนุ่มอย่างยากจะสลัดออกกลัวเหลือเกินว่าม่านไหมจะเป็นอะไรไป และยิ่งกลัวไปกว่านั้นคือลูกจะไม่อยู่ด้วยแล้ว“ตาเว
ตอนที่ 34ช่วยด้วย!“ค่อยๆ เดินนะ เดี๋ยวล้ม”เสียงห่วงใยของเวหาดังขึ้นพร้อมกับคนตัวโตที่ประคองร่างหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ครั้งแรก ต้องเรียกว่านับตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมา เวหาก็แทบไม่ให้เธอได้ออกแรงอีกเลย เรื่องทำขนมส่งขายยิ่งแล้วใหญ่ เพราะชายหนุ่มให้ม่านไหมเพียงแค่คุมคนในบ้านให้ทำตามที่เธอต้องการเท่านั้น แต่ไม่อนุญาตให้ลงมือทำอะไรเองเด็ดขาดอ้างว่ากลัวเธอเป็นลมเป็นแล้งไป ซึ่งมันก็ดีอยู่หรอก แต่ก็ออกจะดูเว่อร์ไปอยู่บ้างในความรู้สึกของหญิงสาว“ไม่ต้องถึงขนาดนี้ก็ได้มั้งคะ หนูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นเสียหน่อย”“ว่าได้เหรอ เมื่อเช้าก็อาเจียนออกมาจนหมดเลยนี่ เดี๋ยวเกิดเป็นลมเป็นแล้งไปทำไง ห่วงตัวเองบ้างเถอะน่า”ความห่วงของเขาสุดท้ายม่านไหมจึงจำยอมทำตามอีกฝ่ายแต่โดยดี มองดูคนตัวโตที่เคยทำหน้าดุใส่เธอ กำลังลูบไล้หน้าท้องแบนราบไปมาเบาๆ ความรู้สึกของม่านไหมตอนนี้คือกล้าพูดได้เต็มปากจริงๆ ว่ามีความสุขไม่น้อยแต่มันจะอยู่ได้นานขนาดไหนกันล่ะ จนกว่าเด็กในท้องจะคลอดออกมารึเปล่านะ แล้วหลังจากนั้นเธอจะเป็นอย่างไรล่ะ นึกถึงตรงนี้สีหน้าของม่านไหมมันก็เปลี่ยนไปทันที แต่ก็ใช่ว่าเวหาจะสั่งเก
ตอนที่ 33ภรรยาของคุณกำลังตั้งครรภ์หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ม่านไหมถูกส่งเข้าไป เห็นเป็นภาพของเวหากำลังเดินไปเดินมาด้วยความร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด แม้นาฬิกาบนข้อมือจะบอกว่าหญิงสาวหายเข้าไปในห้องได้ไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ แต่กับคนรอ มันช่างให้ความรู้สึกว่ายาวนานเหลือเกินจนกระทั่งบานประตูของห้องถูกเปิดออกในที่สุด“เมียผมเป็นยังไงบ้างครับหมอ”คำถามจากจิตใต้สำนึกถูกส่งไปให้คุณหมอตรงหน้าทันทีด้วยความร้อนใจหากแต่ชายในชุดเสื้อกาวน์กลับยังคงยิ้มให้เขาราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับอาการของคนในห้อง นั่นทำเอาเวหาถึงกับต้องขมวดคิ้วแล้วถามย้ำ แต่คำตอบที่ได้กลับมาครั้งนี้ทำเอาชายหนุ่มตะลึงตาเหลือก“ไม่มีอะไรน่าห่วงครับ เป็นอาการปกติของคนที่กำลังตั้งครรภ์”“ตั้งครรภ์? หมายความว่า…เมียผมท้องแล้วเหรอครับ”ช่วงต้นและท้ายประโยคต่างกันลิบลับ แต่คนเป็นหมอล่วงรู้ดีถึงความรู้สึกของเจ้าตัว ถึงได้ยังคงเอ่ยสำทับเพิ่มความมั่นใจกลับไปอีกรอบ“ใช่ครับ ภรรยาคุณกำลังตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้ว อาการหน้ามืดเป็นลมแบบนี้ เป็นปกติสำหรับคนท้องอ่อนๆ ยังไงครั้งต่อไปควรจะระวังเอาไว้ดีกว่านะครับ เพราะถ้าเกิดล้มไปกระแทกกับพื้นแ







