Se connecter“ข้าน้อยชุนเทียนคารวะนายท่านผู้เฒ่าจาง ก่อนจะพูดคุยกันข้าว่าเรื่องงานของผู้ใหญ่ไม่ควรให้เด็ก ๆ เข้ามายุ่งนะ ถ้าท่านอยากสอนเกี่ยวกับเรื่องการค้าควรจะพาหลานที่เป็นหลานชายมามากกว่า” ชุนเทียนเอ่ยปากออกมาไม่ได้เกี่ยวกับการเสนอข้อตกลงการค้า แต่เป็นการพูดดูถูกบุตรหลานที่เป็นสตรีเสียอย่างนั้น
เฟิงหยางได้ฟังคำพูดของชุนเทียนก็รู้ทันทีว่า คนอย่างชุนเทียนเป็นคนจำพวกดูถูกความสามารถของสตรี ซึ่งคนเช่นนี้บุตรสาวของตนเกลียดที่สุด “นายช่างชุนคำพูดของท่านฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ หากท่านรับไม่ได้ที่ครอบครัวของข้าจะยกย่องบุตรหลานทุกคนอย่างเท่าเทียม ข้าว่าท่านควรไปเจรจาการค้ากับตระกูลอื่นที่มีแนวคิดเดียวกับท่านเถิด อย่าได้เสียเวลาอยู่ที่ตระกูลจางของเราเลย” “นี่ท่าน!! ข้าก็แค่แนะนำด้วยความหวังดีเท่านั้น” “หึ น้องเขยของข้าพูดได้ถูกต้องและข้าจะบอกให้พวกท่านรู้เอาไว้ว่า คนที่พวกท่านจะมาทำข้อตกลงการค้าด้วยก็คือหลานสาวของข้าคนนี้ เพราะกิจการของตระกูลจางเป็นนางที่คิดค้นมันออกมา” จางเจิ้นรู้สึกขุ่นเคืองไม่น้อยที่มีคนกล้าพูดไม่ให้ค่าหลานสาวของตน ชุนเทียนยังไม่เชื่อสิ่งที่จางเจิ้นบอกกับพวกตน เขาคิดว่านี่เป็นเรื่องตลกมากที่สุดเท่าที่เคยพบมา “ฮ่า ๆ ๆ นายท่านใหญ่จางท่านจะพูดอันใดก็ควรมีขอบเขตไว้บ้างนะ กิจการใหญ่โตและฝีมือการก่อสร้างที่ยอดเยี่ยมจะมาจากเด็กคนนี้ได้อย่างไร” พอเสียงหัวเราะของชุนเทียนหยุดลงก็มีเสียงอันไพเราะของเด็กผู้หญิง ที่ชุนเทียนใช้วาจาไม่เหมาะสมกล่าวถึงได้ดังสวนขึ้นมาทันที “ทำไมหรือ? เด็กอย่างข้าจะฉลาดและคิดค้นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากคหบดีในเมืองหลวงเรื่องการสร้างจวนถึงสองแห่ง บุตรหลานของนายช่างชุนไม่มีความสามารถเองท่านก็ไม่ควรดูแคลนผู้อื่นนะ” “เป็นอย่างไรพวกท่านเห็นหรือยังนางเป็นแค่เด็กแต่กลับพูดจาไม่เคารพผู้ใหญ่...” ชุนเทียนยังพูดไม่จบซือเฉินก็สาวเท้าก้าวเข้ามาทางด้านหลัง พร้อมคมดาบอันเย็นเยียบวางลงบนไหล่ขวาของชุนเทียน เพราะเขาจะไม่ยอมให้ใครมาใช้วาจาหยามเกียรติบุตรสาวบุญธรรมของนายเหนือหัวเด็ดขาด ชิ้ง! เฮือก! “จะ จะ เจ้าจะทำอะไร...” “ทำอะไร? ข้าก็จะลงโทษคนที่กล้ากล่าวหาท่านหญิงในทางเสื่อมเสีย และต่อให้ท่านหญิงเป็นเด็กคนที่ต้องทำความเคารพก็ยังเป็นเจ้าอยู่ดี” “ท่านหญิง? น้องชายรบกวนเจ้าช่วยอธิบายเพิ่มอีกสักนิดได้หรือไม่” เมิ่งเทียนเวิ่นหันมองสหายด้านข้างตนก็ทนไม่ไหวกับคำที่เพิ่งได้ยิน ซือเฉินไม่รอช้าเขากล่าวเพิ่มเติมด้วยเสียงที่ดุดันสมกับการเป็นทหารองครักษ์ของวังหลวง “อันดับแรกพวกเจ้าทุกคนควรลุกขึ้นทำความเคารพท่านหญิงและบิดาของท่านหญิงเสียก่อน เพราะบิดาของท่านหญิงเป็นถึงขุนนางขั้นเจ็ดส่วนเด็กผู้หญิงที่เจ้าเพิ่งดูถูกไป คือท่านหญิงอวิ๋นเยว่ผู้เป็นบุตรสาวบุญธรรมของฮ่องเต้และฉินฮองเฮา” ชุนเทียนเอะอะอย่างรวดเร็วและไม่เชื่อคำพูดของซือเฉิน “อะไรนะ!! บุ บุ บุตรสาวบุญธรรมของฮ่องเต้เชียวรึ จะเป็นไปได้อย่างไรที่ฝ่าบาทจะแต่งตั้งเด็กสามัญชนเป็นบุตรบุญธรรมเจ้ากำลังโกหก ข้าไมเชื่อ!” “เฮ้อ คนแก่บางคนมักจะดื้อด้านไม่ยอมรับความจริง ในเมื่อนายช่างชุนไม่เชื่อที่องครักษ์พระราชทานกล่าวมา เช่นนั้นท่านมาทางไหนก็เชิญท่านกลับไปทางนั้น ข้าไม่มีทางร่วมมือกับคนที่ความคิดไม่ก้าวหน้า ซือเฉินส่งแขก!” “รับทราบขอรับท่านหญิง เชิญเจ้ารีบออกไปจากตระกูลจางเดี๋ยวนี้ การกระทำของเจ้าในครั้งนี้ท่านหญิงอวิ๋นเยว่ไม่สั่งลงโทษก็ดีแค่ไหนแล้ว” “ไม่ ๆ ๆ ขออภัย ๆ ท่านหญิงอวิ๋นเยว่ได้โปรดให้โอกาสข้าอีกครั้งเถิด เพียะ! เป็นข้าที่ปากพล่อยไม่คิดให้ดีก่อนพูดข้าผิดเองท่านหญิง ท่านหญิ๊งงง...” ภาพที่ชุนเทียนถูกคนของอวิ๋นซีลากออกไปด้วยคำสั่งที่เด็ดขาดนั้น ทำเอาทั้งสามคนที่เหลือรู้สึกว่าหัวใจของพวกเขาร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มกันหมด แต่พวกเขายังถือว่าโชคดีเพราะมิได้คิดดูถูกความสามารถของบุตรหลานผู้อื่น หากกระทำตัวอย่างเหมือนชุนเทียนเรื่องการค้าคงไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอนอีกอย่างน้อยคนนักที่มีพื้นเพครอบครัวจากสามัญชนคนธรรมดาทั่วไป ถ้าไม่ได้มีผลงานหรือทำคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองมากพอแล้วละก็ ไม่มีทางที่ฮ่องเต้จะทรงประทานการแต่งตั้งเป็นเชื้อพระวงศ์สายนอกเช่นนี้ ถือว่านายช่างทั้งสามรู้จักยับยั้งความคิดที่อาจทำให้ตนเองเดือดร้อนไว้ได้ทันเวลา
“จะเป็นใครอีกล่ะหากไม่ใช่คุณหนูจางอวิ๋นซีที่เจ้ายืนด่าพวกเจ้าคนนี้ ไม่เพียงเท่านั้นท่านหญิงอวิ๋นเยว่ยังเป็นบุตรบุญธรรมของฮ่องเต้ เจ้ากับพ่อแม่รู้หรือไม่หากข้าไม่ห้ามเจ้าแล้วปล่อยให้ทำร้ายท่านหญิง โทษของพวกเจ้าสามคนย่อมเป็นการประหารชีวิตในข้อหาทำร้ายเชื้อพระวงศ์” เรื่องนี้ซือเฉินพูดด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่าเดิมเพื่อให้ได้ยินกันถ้วนหน้าตุบ ตุบ ตุบ หลังจากได้ยินอย่างแน่ชัดแล้วว่าฐานะของอวิ๋นซีนั้นสูงส่ง ชาวบ้านที่เคยยืนรายล้อมก็ลงไปคุกเข่าก้มหน้าไม่กล้าพูดอีกต่อไป“ปะ ปะ เป็นไปได้ยังไงที่พวกมันจะได้ดีถึงขั้นนี้”เฟิงหยางไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจคนบ้านหลิ่งทั้งสามคนแม้แต่น้อย เขาเอ่ยถามบุตรสาวเรื่องการลงโทษแทนการขอความเห็นใจ“ซีซีพ่อเห็นด้วยกับซือเฉินนะเจ้าคิดจะลงโทษคนตระกูลหลิ่งอย่างไร ฝ่าบาททรงประทานอำนาจเรื่องนี้แล้วมิใช่หรือ ถ้าหากฝ่าบาททรงทราบว่าเจ้าถูกทำร้ายจนบาดเจ็บบางทีพวกเขาอาจรับโทษประหารชีวิตก็ได้นะ”“หึ ซีซีอยากให้คนเช่นนี้ถูกประหารชีวิตไปได้ยิ่งดีเจ้าค่ะท่านพ่อ คนสันดานไม่ดีไม่มีทางแก้ไขให้กลับมาดีได้อีกแล้ว แต่ในเมื่อความผิดที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง เช่นนั้นซือเฉินเจ้
เพียงแต่เรื่องน่ายินดีก็เป็นอันต้องหยุดลงเมื่อมีเสียงแหลมบาดหูตะโกนมาแต่ไกล จากน้ำเสียงที่ได้ยินบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังไม่พอใจอย่างยิ่ง ที่สำคัญคนที่วิ่งไปตามเจ้าของเสียงยังยืนมองอย่างสนุกสนานอีกด้วย“ไหน เจ้าลูกอกกตัญญูมันอยู่ไหน ไปได้ดีมีฐานะร่ำรวยก็ลืมบุญคุณคนเป็นพ่อแม่แล้วรึ เจ้าเฟิงหยางอยู่ตรงไหนโผล่หัวของเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้!”“เจ้าลูกเลี้ยงไม่เชื่องออกมาคุกเข่าโขกหัวขอขมาข้ากับแม่ของเจ้าซะ! ถ้ายังไม่ยอมโผล่หัวออกมาข้าจะป่าวประกาศให้ทั่วว่าเจ้ามันคือลูกทรพี”“พี่รองท่านร่ำรวยแล้วก็ควรส่งเงินมาให้ท่านพ่อท่านแม่ได้ใช้บ้างสิ ถึงจะตัดขาดกันแต่อย่าลืมว่าผู้ใดคือคนที่ให้กำเนิดท่านนะพี่รอง”ชาวบ้านเปิดทางให้คนบ้านหลิ่งและไม่มีใครออกหน้าช่วยให้เฟิงหยาง จะมีเพียงหัวหน้าซ่งที่พยายามห้ามปรามแต่มีหรือคนอย่างบ้านหลิ่งจะยอมฟัง“นี่ตาเฒ่าหลิ่ง นางหลิว พวกเจ้าพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะเพราะพวกเจ้าตัดขาดกับอาหยางทุกอย่างแล้ว จะมาเรียกร้องเงินทองจากอาหยางไม่ได้...”“เจ้าหุบปากไปเลยไม่ต้องมายุ่งเรื่องของครอบครัวข้าเลยนะตาเฒ่าซ่ง ถ้าไม่อยากถูกข้าด่าไปถึงบรรพบุรุษของเจ้าก็อยู่เงียบ ๆ เข้าใจไหม” นางหลิว
การทำงานในหมู่บ้านชิงสุ่ยดำเนินต่อไปด้วยความสามัคคีจากทุกคน ส่วนอวิ๋นซีกับบิดาที่สามารถใช้ความเร็วในการเดินทาง ในที่สุดทั้งสองคนก็มาถึงหมู่บ้านหวงถูโดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามกว่า ๆ เท่านั้นเพียงแค่รถม้าคันใหญ่และงดงามส่วนด้านหน้ามีป้ายชื่ออวิ๋นเยว่ติดไว้ วิ่งเข้าไปด้านในหมู่บ้านกลุ่มคนที่มักจะนั่งพูดคุยกันต่างมองตามตาไม่กระพริบ บางคนทนไม่ไหวถึงกับรีบเดินตามไปดูว่ารถม้าคันดังกล่าวจะไปหยุดอยู่ที่ใดจนกระทั่งถึงที่หมายอย่างบ้านของซ่งเหวยหัวหน้าหมู่บ้านหวงถูแห่งนี้ รถม้าของอวิ๋นซีถึงได้หยุดนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับการดูแลจากม่ายเซียนกับกู้เฟิง ด้วยการวางบันไดให้เจ้านายเดินลงมาอย่างสง่าผ่าเผยคนที่จำเฟิงหยางได้ก็กระซิบกระซาบกันใหญ่‘เอ๊ะ นั่นมิใช่อาหยางบุตรชายคนรองของบ้านหลิ่งหรอกหรือ’‘ใช่จริง ๆ ด้วย แต่ทำไมถึงแต่งตัวเหมือนคนร่ำรวยไหนจะลงมาจากรถม้าคันใหญ่โตนั่นอีก’‘หรือว่าพอตัดขาดกับบ้านหลิ่งแล้วจะไปทำงานจนร่ำรวยเงินทอง หรือได้อยู่ในจวนขุนนางจนได้รับความไว้วางใจกระมัง’‘เรื่องนั้นข้าไม่รู้หรอกอย่างเดียวที่ข้ารู้ก็คือ ถ้าบ้านหลิ่งรู้ว่าเจ้าเฟิงหยางมีเงินทองกินใช้อย่างสุขสบายละก็ วันนี้คงมีเ
เรื่องที่อวิ๋นซีจะสร้างโรงงานทำก้อนอิฐและยังรับคนในหมู่บ้านชิงสุ่ย รวมถึงคนในหมู่บ้านหวงถูบางส่วนที่เคยดีกับพวกตนมาทำงาน ก็ได้บอกกับเหล่าสตรีทั้งสามของครอบครัวให้รับรู้ก่อนถึงมื้ออาหารเย็นแม้ความคิดนี้ของบุตรหลานตัวน้อยจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ทว่าคนที่รู้สึกเป็นกังวลถ้าหากสามีกับบุตรสาวต้องกลับไปหมู่บ้านหวงถู ซูเหยากลัวว่าคนตระกูลหลิ่งจะมาวุ่นวายและสร้างปัญหา จึงมีท่าทีอึดอัดใจจนอวิ๋นซีต้องยืนยันว่าสามารถรับมือได้“ท่านพี่ถ้าไปหมู่บ้านหวงถูเกิดคนพวกนั้นเข้ามาเรียกร้องผลประโยชน์จนทำให้เรื่องวุ่นวายจะทำอย่างไรเจ้าคะ”“ท่านแม่ท่านอย่าได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องคนตระกูลหลิ่งนั่นไปเลยเจ้าค่ะ ต่อให้เอาเรื่องบุญคุณการเป็นบิดามารดามาข่มขู่ท่านพ่อ ซีซีเชื่อว่าท่านพ่อไม่มีทางใจอ่อนยอมยกโทษให้พวกเขาแน่นอนอีกอย่างพวกเราก็มีหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์เป็นหลักฐานในมือ ถ้าเตือนแล้วยังไม่ยอมหยุดก็พาตัวไปที่ว่าการให้ท่านนายอำเภอตัดสินโทษเสีย ดูสิว่าหากต้องได้รับโทษกันทั้งตระกูลยังจะหาเรื่องพวกเราอีกหรือไม่”“อาเหยาเจ้าไม่ต้องคิดมากคนเห็นแก่เงินอย่างตระกูลหลิ่งก็เก่งแต่ปาก เอาเข้าจริงพอข่มขู่อย่างที่ซีซีพูดมา
จางเจิ้นรอให้คู่ค้าคนใหม่เดินไปไกลแล้วถึงได้กล่าวชื่นชมหลานสาว ที่สามารถคัดเลือกคนที่มิได้ใช้เพียงอำนาจเข้าข่มขู่ แต่สามารถทำให้พวกเขาโอนอ่อนผ่อนตามด้วยความเต็มใจ “หลานรักเจ้าพัฒนาฝีมือเรื่องการค้าไปอีกขั้นแล้วนะ ดูท่าคู่ค้าของเราทั้งสามคนในวันนี้คงทำให้เรามีเงินอยู่ในมือนับพันตำลึงเงินแน่นอน” “อืม ตาก็เห็นด้วยกับท่านลุงของเจ้านะการเลือกคนมาเป็นคู่ค้าสำคัญกับพวกเรามากจริง ๆ ยังดีที่ซีซีมีแผนรับมือพวกเขาไว้ก่อน” หลังจากไม่มีคนนอกอยู่ในศาลาแล้วอวิ๋นซีก็กลับมาเป็นเด็กน้อยขี้อวดเหมือนเดิม “คิ ๆ ๆ เรื่องอะไรซีซีจะยอมให้คนเจ้าเล่ห์มาเอาเปรียบพวกเราได้ หากไม่ควบคุมพวกเขาไว้เสียแต่ทีแรกแล้วปล่อยให้ขายวัสดุอุปกรณ์ในราคาแพง ชื่อเสียงของตระกูลจางคงถูกพวกเขาทำลายไม่เหลือแน่ ๆ เจ้าค่ะท่านตา” “ท่านพ่อตา พี่ภรรยา สงสัยพวกเราคงต้องเรียนรู้เรื่องนี้ให้มากเสียแล้ว ยามแยกย้ายกันไปจัดการเรื่องงานกับลูกค้าตามที่ต่าง ๆ จะได้ไม่หลงกลถูกพวกเขาหลอกลวงจนรับมือไม่ไหวขอรับ” เฟิงหยางคิดว่าเรื่องนี้บุตรสาวของเขาย่อมมีทางออกให้ทุกคนได้เรียนรู้เพิ่มเติมแน่นอน “อืม เช่นนั้นต้องรบกวนซีซีช่วยสอนเรื่องนี้กับพวกเรา
แขกที่เหลืออีกสามคนต่างรีบลุกขึ้นยืนทำความเคารพอวิ๋นซีทันที เมื่อเห็นถึงผลลัพธ์ที่นายช่างชุนเทียนได้รับ หากครั้งนี้พวกเขาไม่ได้รับการคัดเลือกคงต้องไปหาอาชีพใหม่ทำเป็นแน่ “คารวะท่านหญิงอวิ๋นเยว่!” “พวกท่านนั่งตามสบายเถิด ไม่ต้องเกร็งข้ามิใช่คนที่ใช้อำนาจที่มีมารังแกผู้อื่นได้ตามใจชอบหรอกนะ” อวิ๋นซีใช้น้ำเสียงปกติพูดคุยกับแขกที่ยังเหลือในตอนนี้ “อย่ามองว่าหลานสาวของข้าเป็นแค่เด็กตัวเล็ก ๆ เชียวนะ ต่อให้นางเป็นเด็กแต่ความสามารถเหนือกว่าผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ เสียอีก” ผู้เฒ่าจางกล่าวทั้งชื่นชมและเตือนทั้งสามเป็นนัย ๆ “ข้าเพ่ยถิงเฟิงมาจากเมืองเจิ้งโจวอยากทำการค้ากับตระกูลจาง หวังว่าท่านหญิงจะให้โอกาสนายช่างธรรมดา ๆ เช่นข้าด้วยขอรับ” “พวกข้าสองคนก็อยากขอโอกาสจากท่านหญิงเช่นกันขอรับ” ขณะนั้นจื่อหานกับเฟยซวนที่ช่วยกันถือสิ่งที่อวิ๋นซีสั่งไว้ออกมาพอดี จึงไม่รู้ว่าก่อนหน้าเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้างยามมาถึงก็ถามเรื่องคู่ค้าไม่สนเรื่องอื่น “ซีซีพวกพี่นำสิ่งที่เจ้าต้องการมาครบแล้วนะ ว่าแต่พูดคุยเรื่องการค้าไปถึงไหนแล้วล่ะ” “นั่นน่ะสิซีซี นี่ยังไม่มีใครนำตัวอย่างวัสดุของเรามาให้แขกดูบ้างหรื







