/ รักโบราณ / สมรภูมิ โชคชะตา / รับเป็นลูกศิษย์

공유

รับเป็นลูกศิษย์

작가: l3oonm@
last update 게시일: 2026-03-08 03:26:44

รั่วซีนิ่งอึ้งไป สาเหตุที่นางต้องมาอยู่ในมิติแห่งนี้ก็เพื่อช่วยเหลือคน หากท่านเทพมองลงมาเห็นใจนาง คงยอมให้นางกลับคืนห้วงมิติของนางใช่หรือไม่

นางหันไปขอความเห็นจากจินตงชุน อย่างไรเขาก็เป็นพี่ชายของนาง “พี่ใหญ่ ท่านเห็นเป็นเช่นใดเจ้าคะ”

หมอหลิวที่เห็นนางลังเลถึงกับคิ้วกระตุกไม่หยุด มีคนจำนวนมากเพียงใดที่ต้องการเป็นลูกศิษย์ของเขา แต่เขากับต้องร้องขอให้นางมาเป็นลูกศิษย์

“หากน้องสาวมีใจอยากช่วยเหลือผู้คน ข้าเองก็ไม่ห้ามหากเจ้าจะกราบท่านหมอหลิวเป็นศิษย์อาจารย์” นับตั้งแต่ที่น้องสาวผ่านความเป็นความตายมา ก็ดูเหมือนนางจะมีความรู้ ความสามารถเพิ่มมากขึ้น

รั่วซีพยักหน้าอย่างเข้าใจ นางหันไปหาหมอหลิวแล้วคุกเข่าลง “ท่าอาจารย์ โปรดรับข้าน้อยเป็นศิษย์ด้วยเจ้าค่ะ”

“ดี เจ้าตามข้ามา” หมอหลิวเดินนำออกไปจากกระโจมหมอ กลับไปที่กระโจมพักของเขา

รั่วซีหันไปบอกให้พี่ชายและน้องชายรอนางอยู่ภายในกระโจมรักษา นางตามท่านหมอหลิวไป พอเข้าไปด้านในกระโจมพักของท่านหมอหลิว นางก็เห็นหญิงวัยกลางคนคงเป็นภรรยาของหมอหลิวนั่งอยู่ด้านในกับสาวใช้สองคน

“นี่ ลูกศิษย์ข้า ข้ารับนางเป็นลูกศิษย์แล้ว ซีซี...เจ้ารีบมาคารวะอาจารย์หญิงเร็วเข้า

รั่วซีเดินเข้าไปคุกเข่าตรงหน้าอาจารย์หญิงอย่างว่าง่าย “ข้าน้อยจินรั่วซี คารวะอาจารย์หญิงเจ้าค่ะ”

“เด็กดี เจ้าคงเป็นแม่นางน้อยที่สามีข้าพูดถึงกระมัง” นางยิ้มอย่างเมตตาให้รั่วซี พร้อมกับถอดกำไลที่นางสวมใส่อยู่ สวมลงในข้อมือของนาง

“ขอบคุณท่านอาจารย์หญิงที่เมตตาข้าน้อยเจ้าค่ะ”

“มา...ถึงตาข้าบ้าง ของขวัญรับศิษย์ ข้าขอมอบตำราที่ข้าเขียนเรื่องรักษามาตลอดหลายสิบปีให้เจ้าเอาไว้ศึกษา” เขายื่นมาตรงหน้าของนาง

รั่วซีรับมาถือเอาไว้ “ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เมตตาศิษย์ ศิษย์จะตั้งใจเรียนรู้อย่างดีเจ้าค่ะ”

“ดีๆ ต่อไปนี้ เจ้ามาพบข้าหลังจากกินมื้อเช้าแล้วทุกวัน ตำราที่มอบให้เจ้าไปศึกษาให้ดี ข้าจะทดสอบเจ้าวันละสิบหน้า”

“พรุ่งนี้ ท่านรองแม่ทัพเสิ่นให้ศิษย์นำทางเข้าป่าไปหาของกินที่กินได้เจ้าค่ะ”

“อืม...เจ้าหรือ? ที่บอกว่าหัวมัน หัวเผือกกินได้” หมอหลิวเองก็เพิ่งรู้ ว่าลูกศิษย์ที่เพิ่งรับมาของตน จะสามารถกำจัดพิษในหัวมันได้

“เจ้าค่ะ” นางเกาแก้มอย่างเขินอาย เรื่องที่ใครๆ ในโลกของนางก็รู้ พอมาอยู่ที่นี่กลายเป็นคนเก่งไปเสียทุกอย่างเลย

“ท่านพี่ ดูเหมือนท่านจะพบหยกเนื้องามเข้าเสียแล้ว”

ทั้งสามพูดคุยสนทนากันอยู่ครู่ใหญ่ หมอหลิวกำลังจะพารั่วซีกลับไปที่กระโจมพัก เพื่อสอนงานนางเล็กน้อย สายตาของรั่วซีก็เหลือบไปเห็นหีบใส่ตำราอยู่ด้านข้างอยู่หลายหีบ จนนางอดจะเอ่ยถามไม่ได้

“เออ...ท่านอาจารย์หลิว ท่านพอจะให้ศิษย์ยืมตำราไปให้พี่ชายอ่านสักเล่มได้หรือไม่เจ้าคะ”

หมอหลิวหันไปมองที่หีบตำรา “พี่ชายเจ้าเคยเรียนในสำนักศึกษามาอย่างนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ เดิมทีพี่ชายข้าก็อยากจะนำตำราติดตัวมาด้วย เพียงแต่ว่า...” นางยิ้มอย่างขมขื่น เพียงเท่านี้คนที่ได้ฟังก็เข้าใจแล้ว

หมอหลิวเดินไปหยิบตำราที่เหมาะกับการสอบซิ่วไฉนำมาส่งให้รั่วซี พร้อมกับสี่สิ่งล้ำค่าอีกหนึ่งชุด “เอาไปเถิด ขาดเหลือสิ่งใดก็มาบอกอาจารย์หญิงของเจ้า”

“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์หญิงเจ้าค่ะ”

รั่วซีเดินกอดห่อผ้าที่สาวใช้ของหมอหลิวนำมาห่อข้าวของให้นาง ระหว่างทางพบเจอ รองแม่ทัพเสิ่นที่พาทหารกลับมาจากขุดหัวมันพอดี

“เจอเจ้าพอดี ข้าให้คนตั้งกระโจมพักให้เจ้าใหม่ ประเดี๋ยวให้เสี่ยวจงพาพวกเจ้าสามพี่น้องไป”

“ขอบคุณท่านรองแม่ทัพเจ้าค่ะ” นางยิ้มกว้างอย่างยินดี

“ตั้งกระโจมซีซี ใกล้กับกระโจมของข้าก็แล้วกัน” หมอหลิวหันไปบอกนายทหารจง รองแม่ทัพเสิ่นและมู่ฉินฉานหันมามองหมอหลิวอย่างสงสัย ด้วยหมอหลิวชอบความสงบ บริเวณกระโจมพักของเขาจึงได้อยู่ห่างจากกระโจมอื่นไม่น้อย อีกทั้งเขายังเป็นหมอที่มากฝีมือ เจ้าหน้าที่และทหารจึงได้ให้ความสำคัญกับเขา “อ้อ...นางเป็นลูกศิษย์ของข้า มีอันใดจะได้เรียกใช้นางได้ทัน”

“หืม...ท่านรับนางเป็นลูกศิษย์หรือ” รองแม่ทัพเสิ่นเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ด้วยไม่เคยได้ยินว่าหมอหลิวรับลูกศิษย์มาก่อน

“ใช่แล้ว” เขาลูบเครามองรั่วซีอย่างพอใจ

รั่วซีถือตำราในมืออยู่หลายเล่มหนัก จนนางเบื่อที่จะฟังพวกเขาสนทนากัน นางจึงเอ่ยขอตัวไปหาพี่ชายของนางก่อน พวกเขาก็ไม่ได้ว่าสิ่งใด

พอเข้ามาในกระโจมพักรักษานางบอกพี่ชายเรื่องที่รองท่านแม่ทัพเสิ่น มอบกระโจมพักให้สามพี่น้อง นางส่งตำราที่ได้รับมาจากหมอหลิวให้จินตงชุน พอเขาเห็นดวงตาก็เปล่งประกายออกมาอย่างยินดี

“ข้าขอมาจากท่านอาจารย์หลิว ท่านจะได้เอาไว้อ่านตอนว่าง”

จินตงชุนเงยหน้ามองน้องสาวด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบใจมากซีซี”

“ไปกันเถิด นายทหารจงรอพวกเราอยู่”

สามพี่น้องออกจากกระโจมพักก็เห็นว่านายทหารจงกำลังรออยู่ เขาพาทั้งสามไปที่กระโจมพักใกล้กับกระโจมของหมอหลิว ระหว่างที่รอตั้งกระโจม รั่วซีพาจินตงชุนกับจินตงเฉิงเข้าไปคารวะอาจารย์หญิง

อาจารย์หญิง มอบขนมที่นางมีอยู่ให้จินตงเฉิง และให้จินตงชุนไปเลือกตำราที่สนใจเพิ่มอีกสองเล่ม นับเป็นของพบหน้าที่นางมอบให้

พอมีกระโจมพักเป็นของตนเอง ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็สะดวก ด้านในกระโจมพักมีเตียงไม้ไผ่ขนาดใหญ่อยู่สองเตียง พร้อมเสื้อผ้าอีกคนละสองสามชุดวางเอาไว้ให้

“ข้าว่าพวกเราไปชวนพี่อินกับท่านย่าของเขามานอนกับพวกเราดีหรือไม่” จินตงชุนนึกถึงสหายที่เพิ่งเจอกัน

“ได้ พวกเราจะได้ไปอาบน้ำกันด้วย” พอจัดการที่พักเก็บของที่ได้มาเรียบร้อยแล้ว ก็พากันเดินไปทางด้านหลังเพื่อชวนฟางอินกับท่านย่าของเขาไปพักด้วยกัน

แต่ย่าของฟางอินนางไม่ต้องการย้ายไปอยู่ในกระโจม เพราะด้านหน้าค่ายอพยพมีแต่พวกครอบครัวขุนนาง คหบดี นางเป็นเพียงแค่ชาวบ้านย่อมจะต้องเกรงกลัวอำนาจบารมีของพวกขุนนาง รั่วซีนางไม่เห็นด้วย จึงได้โน้มน้าวนางต่ออีกหลายประโยค แต่ไม่ว่าพูดอย่างไรย่าของฟางอินก็ไม่ยอมไป

“หากมีเรื่องอันใด พี่อินท่านไปพบพวกข้าก็แล้วกัน พวกข้าเองก็จะมาเข้าป่าด้านหลังทุกวันเช่นกัน ท่านก็ยังเข้าไปหาของกินพร้อมพวกข้าได้”

“ขอบใจมากเจ้ามาก” ฟางอินแม้อยากจะไปด้วย แต่ไม่อาจทิ้งท่านย่าได้

“เช่นนั้น พวกเราก็เข้าป่ากันเถิด” จินตงชุนดึงตัวฟางอินให้ออกเดิน

ระหว่างทาง เขายังชวนจางอินให้ไปอ่านตำราด้วยกัน เมื่อรู้ว่าฟางอินอ่านหนังสือไม่ออก จินตงชุนก็อาสาที่จะสอนเขาอีกด้วย

วันนี้พวกเขามีเพียงปลาย่างเท่านั้น หัวมันถูกทหารขุดไปจนไม่มีเหลือ หากตกดึกหิวก็ยังมีหัวมันที่เก็บเอาไว้กินอยู่แล้วนำมาเผากินได้ รั่วซีนางจับปลาได้มากถึงหกตัว ทั้งสี่กินเพียงสามตัว เก็บเอาไว้ให้ท่านย่าของฟางอินหนึ่งตัว อีกสองตัวสามพี่น้องคิดจะนำไปมอบให้ท่านหมอหลิว

พอเก็บของจากหลุมดินมาหมดแล้ว สามพี่น้องก็กลับไปที่กระโจมพักของตน และนำปลาไปให้หมอหลิว

“พวกเจ้าจับปลาได้อย่างไรกัน” ฮูหยินหลิวเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

นางได้ยินสาวใช้พูดคุยกับนายทหารด้วยต้องการหาเนื้อให้ท่านหมอหลิวและฮูหยินได้กิน แต่ไม่ว่าจะทำเช่นใดก็หาเนื้อสัตว์ไม่ได้เลย ชาวบ้านก็กลัวเข้าไปในป่าลึกแล้วจะพบเจอสัตว์ร้าย จึงทำได้เพียงอาผักป่าของป่ากินรอบนอก ถึงในน้ำจะมีปลา แต่ว่าว่ายเร็วยิ่งนัก จึงไม่มีผู้ใดจับมันมาได้สักคน

“พี่ชายข้า พอมีฝีมืออยู่บ้างเจ้าค่ะ หากท่านอาจารย์และอาจารย์หญิงชอบกิน พวกข้าจะจับมาให้ทุกวันเจ้าค่ะ”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ตอนจบ

    รั่วซีตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในรถม้าโดยมีมู่ฉินฉานกอดเอาไว้ ด้านข้างของนางมีบุตรชายที่นอนอยู่ในห่อผ้าโดยไร้แม่นมทั้งสองติดตามมาด้วย“มู่ฉินฉาน ท่านทำบ้าอันใด!!!” รั่ววีตวาดเสียงดัง ทั้งยังทุบตีเขาอีกหลายที“เจ้าเสียงดังอันใด ลูกตกใจหมดแล้ว” มู่ฉินฉานรีบอุ้มเด็กทั้งสองเข้ามาปลอบประโลม “ฮวนเออร์ ฮุ่ยเออร์ เด็กดี พวกเจ้าอยากไปอยู่กับพ่อใช่หรือไม่”“เหอะ ไม่รู้ว่าที่โรงหมอจะวุ่นวายมากเพียงใด” รั่วซีทำได้เพียงถอนหายใจออกมา แล้วรับบุตรชายทั้งสองมาป้อนนมให้พวกเขาที่โรงหมอวุ่นวายเช่นที่รั่วซีคิดจริง เมื่อคนหายไปหลายคนอีกทั้งยังเป็นทารกน้อยสองคน ที่ไม่สมควรเดินทางไกลอีกด้วย มู่ฉินฉานทิ้งไว้เพียงจดหมายหนึ่งฉบับเพื่อแจ้งเรื่องการเดินทางของเขา แม้แต่ใต้เท้ามู่และเสิ่นซื่อเองก็นึกโมโหบุตรชายตัวดี“ไม่รู้ว่ากลัวผู้ใดจะพรากเมียพรากบุตรไปจากเขาอีก ถึงได้กระทำการต่ำช้าเช่นนี้” เสิ่นซื่อขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างมีโทสะ“ท่านพี่ แล้วหลานชายทั้งสองของข้าจะเกิดอันตรายหรือไม่เจ้าคะ” ฮูหยินหลิวกลัวว่าหลานชายจะเป็นอันใด“ซีซีนางเป็นหมอ บุตรชายนางจะเป็นอันใดได้อย่างไร” หมอหลิวนึกถึงมู่ฉินฉานก็แค้นใจ ไ

  • สมรภูมิ โชคชะตา   ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ

    จินตงชุนและจินตงเฉิงเองก็นั่งอยู่ข้างเตียงช่วยเรียกรั่วซีอีกแรง แต่นางก็ยังคงหลับสนิทเช่นเดิม บุตรชายทั้งสองก็ร้องไห้อยู่นานกว่าจะพากันหลับด้วยความอ่อนเพลีย“มีหนทางหรือไม่ท่านหมอ” อาฟ่านเอ่ยถามขึ้นมาเสียงสั่น“คงได้แต่รอให้นางตื่นขึ้นมาเอง” หมอหลิวก็หมดหนทางที่จะช่วยแล้ว หมอจวงที่ถูกตามตัวมาช่วยตรวจก็ไม่อาจหาหนทางช่วยได้รั่วซีที่ทุกคนกำลังวุ่นวายเพราะการหลับไม่ตื่นของนาง ตอนนี้กำลังนั่งมองหน้าอาจารย์ลู่ ที่กำลังดื่มชาอย่างใจเย็น สถานที่แห่งนี้นางเคยเข้ามาแล้ว เมื่อครั้งที่วิญญาณของนางมาในมิติโบราณครั้งแรก“ท่านอาจารย์ ท่านดึงวิญญาณของข้ามา เพื่อให้ข้านั่งมองท่านดื่มชาหรือเจ้าคะ”อาจารย์ลู่วางแก้วชาลง “ข้าจะส่งเจ้ากลับมิติเดิมของเจ้า หน้าที่ของเจ้าในมิติโบราณจบสิ้นลงแล้ว”รั่วซีเลิกคิ้วขึ้นมอง “หืม...ท่านจะให้ข้าทิ้งบุตรชายที่ข้ายังไม่เคยเห็นหน้าเช่นนั้นหรือ” นางยื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ“ก่อนหน้าเป็นเจ้าที่เรียกร้องอยากจะกลับมิใช่หรือ”“แต่ตอนนั้นข้ายังไม่มีบุตรของตนเอง ข้าไม่กลับแล้วเจ้าค่ะ”“หึหึ ได้”“หืม...ง่ายเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ”“แล้วเหตุใดต้องยากด้วยเล่า กลับไปได้แล้ว คงวุ่นวาย

  • สมรภูมิ โชคชะตา   คลอดแล้ว

    หมอหลิวได้แต่ถอนหายใจออกมา จะเร็วกว่านี้หนึ่งวันหรือช้ากว่านี้สักวันก็ไม่ได้เลย เขาลุกขึ้นเดินไปสั่งความด้านนอก “เตรียมห้องคลอด”มู่ฉินฉานได้ยินว่าเตรียมห้องคลอด เขาก็โยนต้นหนามที่อยู่ด้านหลังทิ้งแล้วลากตัวบ่าวที่กำลังวิ่งไปเตรียมของให้นำทางไปเรือนพักของรั่วซีความจริงก็แทบไม่ต้องใช้คนนำทางเลย เมื่อบ่าวมากกว่าครึ่ง ทั้งยังมีเสี่ยวจง อาฟ่านและอาเหิงอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซีแล้วมู่ฉินฉานเห็นอาฟ่านและอาเหิงยืนอย่างร้อนใจอยู่ที่หน้าเรือนพักของรั่วซี ก็เดินเข้าไปถีบทั้งสองคนละทีจนล้มกลิ้งไปกับพื้น ก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปในเรือนพักของนางอย่างรวดเร็ว“หลีกไป!!!” เขาตวาดออกมาเสียงดัง เมื่อสาวใช้กำลังช่วยประคองรั่วซีเพื่อไปที่ห้องคลอด“เสียงดังเพื่ออันใด” รั่วซีได้แต่ถลึงตามองเขามู่ฉินฉานเดินไปช้อนตัวนางขึ้นอุ้ม “นำทาง” เขาเอ่ยกับสาวใช้ที่ตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว “รอให้เจ้าคลอดก่อนแล้วข้าจะมาจัดการเจ้าด้วย”“หึ ผู้ใดจะจัดการผู้ใดกันแน่” นางทุบไปที่แผงอกของเขา แต่ก็ต้องนิ่วหน้าเสียเอง เมื่อท้องของนางบีบรัดแรงขึ้น “โอ๊ยยย” นางร้องออกมาเบาๆ“เจ็บมากหรือ” เขากระชับรั่ววีเข้ามากอดเอาไว้แน่น แล้

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แบกต้นหนามมาขอขมา

    อาฟ่านและอาเหิงสะดุ้งสุดตัว ต่างก็รีบส่ายหน้าพร้อมกัน เมื่อถูกคิดว่าเป็นบิดาของเด็กในท้องรั่วซี“ไม่ใช่ขอรับ”“หึหึ ข้ารู้ตัวว่าไหวมากน้อยเพียงใดเจ้าค่ะ ที่ข้าขอร้องให้ท่านช่วยจัดเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อยหรือไม่เจ้าคะ”“ข้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เจ้าไปที่จวนก่อนเถิด ข้าคงต้องจัดหาหมอตำแยมาเพิ่มแล้วกระมัง” หมอจวงได้แต่ส่ายหน้า แล้วขึ้นรถม้าเพื่อนำทางรั่วซีไปที่พักของนางโรงหมอในเมืองหย่งเป่ยก็ไม่ต่างจากเมืองซิวเชียงนัก เมื่อรั่วซีนางต้องการโรงหมอที่อยู่ติดกับจวนพัก เพื่อสะดวกในการรักษาเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากหมอจวงทุกอย่างจึงง่ายขึ้น นางส่งจดหมายมาแจ้งเขาล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว ทั้งสถานที่และคนที่ต้องการเรียนรู้จากนางก็พร้อมเรียบร้อยแล้ว ยังมีผู้ช่วยหมอที่อยู่ในเมืองตู่เป่ยและเมืองชุนเป่ยที่เดินทางมารอเรียนกับนางอีกด้วยทางโรงหมอนางไม่ต้องเข้าไปวุ่นวายมากนัก เมื่อมีหมอจวงคอยจัดการอยู่ รั่วซีนางจึงเปิดสอนวิชาการแพทย์ของนางที่จวนของนางเลยหมอหลิว เมื่อคำนวณแล้วว่ารั่วซีนางใกล้คลอด เขาก็ลางานในสำนักหมอหลวงโดยบอกว่าจะไปช่วยรั่วซีนางจัดตั้งโรงหมอที่เมืองหย่งเป่ย แล้วพาครอบครัวเดินทางไปหย่ง

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้าก็ตัดใจเสียเถิด

    เริ่มแรกโรงหมอเปิดทำการรักษาโดยไม่คิดเงิน เพื่อให้ชาวบ้านที่ไม่มีเงินมารักษาและเพื่อให้หมอต้วนได้มีโอกาสตรวจและรักษาจากตัวผู้ป่วยจริงถึงจะบอกว่าเป็นการรักษาโดยไม่คิดเงิน แต่หากชาวบ้านคนใดที่ต้องการจ่ายเงินค่ายาหรือค่ารักษา จะมีกล่องไม้ที่ตั้งเอาไว้เปิดรับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เงินส่วนนี้รั่วซีนางยกให้หมอต้วนทั้งหมด ลูกจ้างในร้านคนใดที่พอจะมีความสามารถด้านการแพทย์ นางก็สอนการแพทย์ให้พวกเขาด้วยเช่นกันรั่วซีนางส่งข่าวไปที่จวนตระกูลหลิวว่านางพักอยู่ที่เมืองซิวเชียง เพียงแค่หนเดียวเท่านั้น ข่าวจากเมืองหลวงที่ส่งมาถึงนางก็มีเพียงเรื่องจินตงเฉิงเข้าเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว แม้จะอยู่ในวัยยังไม่ถึงเจ็ดหนาว แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขา อาจารย์ในสำนักศึกษาก็รับเขาเอาไว้ทันที จินตงชุนเองก็เข้าเรียนในสำนักศึกษาเพื่อรอสอบจวี่เหรินในอีกหกเดือนข้างหน้าตระกูลหลิวใช้ชีวิตเช่นเดิม หมอหลิวก็เดินทางไปทำงานในสำนักหมอหลวงทุกวัน ฮูหยินหลิวก็เข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาและงานมงคลเช่นปกติ เมื่อพบเจอเสิ่นซื่อนางก็ไม่ได้ทำตัวเหินห่างหรือว่าแสดงอาการอันใดออกมาให้เสิ่นซื่อสงสัยเสิ่นซื่อเองก็ลองหยั่งเชิงฮูหยินหลิวอยู่บ่อยครั

  • สมรภูมิ โชคชะตา   แต่นางคือภรรยาของข้า

    มู่ฉินฉานรู้แก่ใจว่าหมอหลิวคงรู้เรื่องของตนและรั่วซีแล้ว เขาคุกเข่าลงตรงหน้าของหมอหลิวเสียงดัง แผ่นหลังที่เคยยืดตรงยามนี้มันห่อเหี่ยวลงอย่างสิ้นหวัง“ก่อนหน้าข้าน้อยไม่รู้ความกระทำเรื่องไม่ดีลงไป ตอนนี้ทุกสิ่งอย่างล้วนได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ข้าน้อยไม่จำเป็นต้องหมั้นหมายกับคุณหนูเว่ย หวังว่าท่านหมอจะเมตตาข้าน้อยสักครั้งขอรับ ได้โปรดบอกข้าน้อยเถิดขอรับว่าซีซีนางอยู่ที่ใด”หมอหลิวหรี่ตามองมู่ฉินฉานที่ดูเหมือนว่าเขาสำนึกผิดแล้ว “ข้าเองก็ไม่รู้ว่านางไปที่ใด เจ้าก็รู้ว่าซีซีนางมีความปรารถนาต้องการสร้างโรงหมอ เผยแพร่ความรู้ของนางสร้างหมอทั่วแคว้นต้าหลี่ ข้าบอกได้เพียงว่านางเดินทางออกไปแล้ว”มู่ฉินฉานเงยหน้าขึ้นมองหมอหลิวเพื่อใคร่ครวญว่าสิ่งที่เขาพูดจริงเท็จเพียงใด แต่ก็เห็นเพียงแววตาที่เศร้าหมองของเขาเมื่อเอ่ยถึงรั่วซีเท่านั้น“นางเดินทางไปนานแล้วหรือยังขอรับ ไปทิศทางใด ได้โปรดบอกกล่าวข้าน้อยด้วยขอรับ”“นางเดินทางไปได้สามวันแล้ว ข้าเองก็ไม่แน่ใจทิศทางที่นางจะไป นางบอกเพียงจะส่งข่าวมา แต่ยามนี้ยังไม่มีสิ่งใดมาถึงข้า” เขาไม่บอกข้อเท็จจริงทั้งหมดให้มู่ฉินฉานรู้ เขาหลอกลวงรั่วซีมาเนิ่นนาน ท

  • สมรภูมิ โชคชะตา   นับว่าข้ายังมีบุญเหลืออยู่

    รั่วซีปรายตามองเขาอย่างไม่เชื่อ “ท่านเห็นข้าจับเช่นใดก็เช่นนั้น” นางเดินไปแย่งผลท้อในมือของเขามาเก็บลงตะกร้า “หากอยากกินท่านต้องไปเก็บเอง” นางคงหลงลืมไปว่าครั้งหนึ่งเคยถูกเขาช่วยเหลือมาก่อน“พวกมันว่ายมาให้เจ้าจับง่ายๆ เลยหรือ”“อืม”“แล้วที่เจ้าบอกว่า โรคที่ชาวบ้านเป็นไม่ใช่โรคระบาด เจ้ารู้ได้อย่า

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เสียงของนางไม่มีผู้ใดรับฟัง

    รั่วซีวิ่งไปก็ร้องตะโกนไปด้วย “มันไม่ใช่โรคระบาด เป็นเพียงโรคท้องร่วงเท่านั้น” นางหวังว่าเสียงอันดังของนางจะมีชาวบ้านเชื่อนางสักคนหากเขาออกเดินทางไปเสี่ยงตายตอนนี้ มิใช่ว่าจะยิ่งลำบากไปใหญ่หรือ มีชาวบ้านที่ผันตัวมาเป็นโจรออกปล้นชิง และไม่รู้ว่าประตูเมืองจะเปิดให้พวกเขาผ่านทางหรือไม่ความกังวลของรั

  • สมรภูมิ โชคชะตา   โรคท้องร่วงเกิดขึ้นแล้ว

    จินตงชุนก่อกองไฟเอาไว้ที่หน้าปากหลุมเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ด้านใน พวกเขาเก็บฟืนมาไว้มากพอที่จะใช้ได้ตลอดทั้งคืน รั่วซียังตั้งกระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำจนเต็ม วางไฟข้างๆ กองไฟ จะได้มีน้ำอุ่นๆ เอาไว้ดื่มสามพี่น้องเหน็ดเหนื่อยและเสียขวัญมาตลอดทั้งวัน พอจัดเตรียมที่หลับนอนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็นอนชิดกันแล้

  • สมรภูมิ โชคชะตา   เจ้าจะฆ่าลูกข้าหรือไง!!!

    จินตงชุนไม่อาจขัดขวางน้องสาวได้ เขาจึงลงมือก่อไฟขึ้นมา ยังดีที่นายทหารจงให้ไต้จุดไฟกับเขามาด้วย จินตงเฉิงรีบช่วยหากิ่งไม้แห้งมากองเอาไว้ เมื่อได้ยินว่ามันกินได้ หัวมันตรงหน้ายังดูน่ากินกว่าแป้งทอดแข็งๆ เสียอีกรั่วซีขุดมันขึ้นมาได้จำนวนหนึ่ง นางก็รีบนำไปล้างน้ำระหว่างรอจินตงชุนก่อไฟ แต่เรื่องน่าแปล

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status