LOGINเสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์คันสีดำค่อย ๆ ดับลงใต้ร่มไม้ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัย คินถอดหมวกกันน็อกออกช้า ๆ ก่อนเสยผมขึ้นลวก ๆ แล้วเงยหน้ามองรั้วมหาลัยตรงหน้า เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่อีก ทั้งที่เมื่อคืนตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกสนใจ เลิกคิดถึง เลิกยุ่งกับคนอย่างธีรแต่สุดท้ายขาของเขากลับพามาที่นี่เอง
คินถอนหายใจเบา ๆ พลางพิงตัวกับรถ สายตาคมกริบมองเข้าไปในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยนักศึกษาเดินขวักไขว่ มันเป็นโลกที่แตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง เสียงหัวเราะสดใส กลุ่มเพื่อนที่นั่งกินข้าวด้วยกัน คนที่เดินถือหนังสือ วิ่งเข้าเรียน พูดคุยเรื่องงาน เรื่องสอบ เรื่องอนาคต เป็นโลกธรรมดา โลกที่เขาไม่เคยมีตั้งแต่เด็ก ชีวิตของคินเต็มไปด้วยการถูกจับตามอง กฎระเบียบ ความคาดหวังและคำว่าต้องแข็งแกร่ง ถึงบ้านของเขาใหญ่โตหรูหรา แต่เงียบจนบางครั้งเหมือนสุสาน ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีมื้ออาหารพร้อมหน้า ไม่มีใครถามด้วยซ้ำว่าเขาเหนื่อยไหม คินหลุบตาลงเล็กน้อยก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมา แต่ยังไม่ทันจุด สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเสียก่อน
คนคนนั้นก็คือธีร์คนที่ทำให้ภายในใจของคินสับสนวุ่ยวายมาหลายวัน เจ้าตัวกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างตึกคณะ รอบตัวมีทั้งเพื่อน รุ่นน้อง และเอกสารกองเต็มพื้น คินชะงักไปทันทีเมื่อเห็นว่าธีร์ในวันนี้ต่างจากวันที่อยู่กลางวงตีกันอย่างสิ้นเชิง เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวถูกพับขึ้นถึงข้อศอก ผมสีดำยุ่งเล็กน้อยเพราะลม ใบหน้าหล่อสะอาดดูผ่อนคลายกว่าทุกครั้ง และที่สำคัญเขากำลังยิ้ม รอยยิ้มอ่อนโยน อบอุ่น จนคนที่มองอยู่ไกล ๆ ยังสัมผัสได้
“พี่ธีร์ ตรงนี้ผมคิดยังไงก็ไม่ได้”
รุ่นน้องคนหนึ่งพูดพลางชี้โจทย์คณิตศาสตร์ในสมุด ธีร์หัวเราะเบา ๆ ก่อนขยับเข้าไปใกล้
“ดูนะ ถ้าตรงนี้เราแทนค่า x ก่อน แล้วค่อยแยกสมการ มันจะง่ายขึ้น”
น้ำเสียงนุ่มนวลและใจเย็นไม่มีความรำคาญ ไม่มีอารมณ์หงุดหงิดทั้งที่รุ่นน้องถามซ้ำหลายรอบ คินยืนนิ่งสายตามองภาพตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว เขาเห็นธีร์ค่อย ๆ อธิบายทีละขั้น ใช้นิ้วเขียนลงกระดาษพลางยิ้มเวลารุ่นน้องเริ่มเข้าใจ
“อ๋อออ แบบนี้นี่เอง!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบตัวธีร์ยิ้มกว้างกว่าเดิม
“เห็นไหม ไม่ยากหรอก”
ภาพนั้นทำให้คินรู้สึกแปลกแปลกจนเขาอธิบายไม่ถูก โลกของธีร์ดูอบอุ่นเกินไป อบอุ่นจนเหมือนอยู่คนละโลกกับเขา คินก้มมองมือตัวเองช้า ๆ มือที่เต็มไปด้วยรอยแผล รอยช้ำ จากการต่อยตีมาตลอดหลายปี มือที่พ่อเคยบอกว่า “ถ้าจะอยู่ในโลกนี้ ต้องให้คนกลัว”
แต่ตอนนี้เขากลับมองมือของธีร์ที่กำลังถือปากกา เขียนสมการลงกระดาษ แล้วรู้สึกว่ามันต่างกันเกินไป
“แม่ง…”
คินพึมพำเบา ๆ สายตายังละไปไม่ได้ จังหวะนั้นเองธีร์เงยหน้าขึ้นโดยบังเอิญสายตาสองคู่สบกัน คินชะงักแต่คนที่ชะงักกว่าดูจะเป็นธีร์ ดวงตากลมเบิกขึ้นเล็กน้อยอย่างตกใจ ก่อนจะหลุดยิ้มบาง ๆ คินรีบเบือนหน้าหนีทันทีอย่างไม่รู้ตัว ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยหลบสายตาใคร เสียงหัวเราะของรุ่นน้องดังขึ้น
“พี่ธีร์ มองใครอะ”
“เปล่า” ธีร์ตอบเร็วเกินปกติ
แต่รอยยิ้มยังไม่หายไปคินขบกรามเบา ๆ ก่อนจะยกบุหรี่ขึ้นสูบ ทั้งที่จริง ๆ ไม่ได้อยากสูบเลยด้วยซ้ำ หัวใจเขาเต้นแรงแปลก ๆ แรงจนหงุดหงิด
“บ้าชะมัด…”
เขาสบถในใจว่าเพียงแค่รอยยิ้มทำไมถึงรบกวนเขาได้ขนาดนี้ คินพยายามหาเหตุผลให้ตัวเอง อาจเพราะเขาไม่เคยเห็นใครยิ้มให้คนอื่นแบบนั้น อาจเพราะธีร์ดูเป็นคนที่มีทุกอย่างที่เขาไม่มี หรืออาจเพราะคินเงียบไปไม่ยอมคิดต่อ แต่ในขณะเดียวกัน ธีร์ก็ลุกขึ้นเดินออกมาจากกลุ่มรุ่นน้อง
“เดี๋ยวพี่มานะ”
เขาพูดก่อนเดินตรงมาทางรั้วมหาลัยคินเห็นแบบนั้นก็รีบตั้งท่าจะขึ้นรถ แต่ยังไม่ทันสตาร์ตเครื่อง
“มาทำอะไรแถวนี้”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นใกล้ ๆ คินหันไปธีร์ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว แสงแดดยามบ่ายตกกระทบใบหน้าจนดูอบอุ่นกว่าปกติคินยกคิ้วนิดหนึ่ง
“ผ่านมาพอดี”
คำโกหกหน้าตายถูกพูดออกมาอย่างลื่นไหลธีร์หัวเราะเบา ๆ
“ผ่านมา… หน้า มหาลัยผม สองวันติดเนี่ยนะ”
คินเงียบก่อนจะหันหน้าหนีเล็กน้อย ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ธีร์ยิ้มกว่าเดิม
“นายสอนเก่งดี” คินพูดเปลี่ยนเรื่องธีร์ชะงักนิดหนึ่งก่อนตอบ
“ก็… เป็นสิ่งที่อยากทำน่ะ”
“อยากเป็นครู”
“อืม”
ธีร์พยักหน้าดวงตาเป็นประกายเล็ก ๆ ตอนพูดถึงมัน
“ผมชอบเวลาที่มีคนเข้าใจอะไรสักอย่างเพราะเราสอน”
“แค่เห็นเขายิ้มได้ ผมก็รู้สึกว่ามันคุ้มแล้ว”
คินนิ่งไปคำพูดนั้นเรียบง่ายมาก แต่กลับกระแทกอะไรบางอย่างในใจเขา เขาไม่เคยมีอะไรแบบนั้น ไม่เคยทำอะไรแล้วรู้สึกคุ้ม ชีวิตเขามีแต่คำว่าหน้าที่ ความคาดหวัง และการพิสูจน์ตัวเอง
“โลกนายแม่งดีเนอะ”
คินหลุดพูดออกมาเบา ๆ ธีร์มองเขาสายตานิ่งลงเล็กน้อย
“โลกของนายก็อาจมีเรื่องดี ๆ อยู่เหมือนกัน”
“ไม่มีหรอก”
คินตอบทันทีเร็วเกินกว่าจะปิดบังความรู้สึกทัน ธีร์เงียบไปลมบ่ายพัดผ่านระหว่างทั้งคู่ คินเม้มปากก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
“ฉันไปละ”
เขาหันไปสตาร์ตรถแต่ก่อนจะขี่ออกไป เสียงของธีร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“คิน” เขาชะงัก
“ถ้าวันหลัง… อยากมานั่งดูอีกก็ได้นะ”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของคินกระตุกแรง เขาหันกลับไปมองธีร์กำลังยิ้มรอยยิ้มแบบเดิม อบอุ่น อ่อนโยน และจริงใจ รอยยิ้มที่ทำให้โลกวุ่นวายในใจของเขายิ่งสับสนกว่าเดิม คินรีบหันกลับกลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ใครบอกว่าฉันอยากดู”
แต่ถึงจะพูดแบบนั้นเสียงเครื่องยนต์ที่ดังขึ้นกลับไม่สามารถกลบเสียงหัวใจของเขาได้เลย เพราะตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าเขาไม่ได้แค่อยากรู้ว่าธีร์เป็นใคร แต่เขาเริ่มอยากเข้าไปอยู่ในโลกของธีร์ด้วยแม้จะเพียงนิดเดียวก็ตาม
คาบแรกของ ม.4/2 จะได้เรียนกับคุณครูคนใหม่ป้ายแดง เขาหยุดยืนหน้าประตูห้องเรียน สูดลมหายใจลึกอีกครั้งก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้องเรียน"สวัสดีครับนักเรียน"นักเรียนทั้งห้องลุกขึ้นพร้อมกัน"สวัสดีครับคุณครู"นักเรียนนทุกคนลุกขึ้นทำความเคารพเสียงดังเป็นเดียวกัน"สวัสดีครับ เชิญนั่งครับนักเรียน"เขาเดินไปหน้าห้องหยิบชอล์ก เขียนชื่อบนกระดาน "ธีระนนท์ สุวรรณ" ก่อนหันมายิ้ม"เรียกครูว่าครูธีร์ก็ได้นะ"เด็กทั้งห้องหัวเราะ "วันนี้เราจะยังไม่เริ่มเรียนหนัก"หลายคนถอนหายใจโล่งอกธีร์หัวเราะตาม"ครูพึ่งมาเจอพวกเราครั้งแรก เรามาเริ่มจากการรู้จักกันก่อนดีกว่า"เขาให้ทุกคนแนะนำตัวพร้อมบอกความฝันของตนเอง คนหนึ่งอยากเป็นวิศวกร อีกคนอยากเป็นหมอ บางคนอยากเป็นเชฟ บางคนยังไม่รู้ตัวตนของตัวเองว่าอยากเป็นอะไร ธีร์รับฟังทุกคนอย่างตั้งใจเมื่อถึงช่วงของเขาแนะนำตัวเองว่าทำไมถึงมาเป็นครู และทำไมต้องเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์"ครูเองก็เคยไม่ชอบคณิตศาสตร์บางบท"เด็กทั้งห้องทำหน้าตกใจ "จริงเหรอครับ""จริง แต่ครูได้เรียนรู้ว่า... คณิตศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่ต้องท่อง แต่มันคือการฝึกคิด"ทั้งห้องเงียบลงเด็กหลายคนเริ่มตั้งใจฟ
เช้าวันจันทร์ต้นเดือนพฤษภาคม แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมภายในเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ความเงียบที่เคยปกคลุมในวันหยุดถูกแทนที่ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นตรงเวลาธีร์ลืมตาช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกา เขานอนมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติวันนี้.เป็นวันแรกของการทำงาน วันแรกในฐานะ "ครูธีระนนท์ สุวรรณ" ไม่ใช่นักศึกษาฝึกสอน ไม่ใช่นิสิตปีสี่อีกต่อไป แต่เป็นครูเต็มตัวริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง สูดลมหายใจลึก "ในที่สุด...เราก็จะได้สอนนักเรียนจริง ๆ จัง ๆ แล้ว" เขาพึมพำกับตัวเองเสียงประตูห้องนอนเปิดออกเบา ๆ "ตื่นแล้วเหรอ"คินเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ เขาเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ เสื้อยืดสีดำแนบกับลำตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ผมยังเปียกชื้นเล็กน้อย"เมื่อคืนหลับไหม"ธีร์พยักหน้า "หลับ...แต่ตื่นหลายรอบ เห็นนะว่าคินเองก็แอบตื่นเหมือนกัน"คินหัวเราะเบา ๆ "ตื่นเต้นเหรอครับ""ตื่นเต้นมาก"คินเดินเข้ามายืนตรงหน้า ก่อนจะวางมือบนศีรษะอีกฝ่าย "ธีร์เรียนมาสี่ปี ฝึกสอนก็ผ่านแล้ว เด็ก ๆ ต้องชอบคุณครูธีร์แน่นอน""หวังว่าจะเป็นแบบนั้น
หลังจากเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปได้เกือบสามอาทิตย์แล้ว อีกสองวันที่จะถึงจะเป็นวันประกาศผลสอบบรรจุครูกำลังจะประกาศ คุณย่ากับคุณแม่ของธีร์จึงได้พาธีร์และคินไปทำบุญเก้าวัดเพื่อล้างสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต พร้อมกับขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ธีร์สอบติดอีกด้วยเช้าวันประกาศผลสอบบรรจุครูมาถึงเร็วกว่าที่ธีร์คิด แม้จะพยายามทำใจมาตลอดหลายสัปดาห์ว่า "ทำดีที่สุดแล้ว ผลจะเป็นอย่างไรก็ยอมรับ" แต่เมื่อถึงวันจริงหัวใจของเขากลับเต้นแรงตั้งแต่ลืมตาตื่นนาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงเช้าธีร์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่แทบไม่ได้แตะอาหารเช้าที่คินเตรียมไว้ให้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า"ยังไม่ถึงเวลาประกาศอีกเหรอ" คินที่นั่งฝั่งตรงข้ามยิ้มบาง ๆ"อีกยี่สิบนาที" ธีร์ถอนหายใจ "ทำไมเวลามันเดินช้าจัง"คินหัวเราะ "ตอนสอบผ่านไปเร็ว พอรอผลกลับช้า""ใช่เลย"ธีร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วยแม้จะผ่านเหตุการณ์ถูกลักพาตัวมาได้อย่างปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่การรอผลสอบครั้งนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ทำให้เขากดดันไม่น้อย เพราะนี่คือความฝันที่เขาเฝ้ารอมาหลายปีห้าเดือนเต็มที่อ่านหนังสืออย่างหนักคืนแล้วคืนเล่าที่นั่งทบทวนบทเรียนท
ค่ำคืนปกคลุมทั่วบริเวณเขตอุตสาหกรรมร้าง ลมเย็นพัดผ่านโครงเหล็กเก่า ๆ ของโรงงานที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังเป็นระยะ สร้างบรรยากาศน่าหวาดระแวงจนแทบไม่มีใครอยากเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ยามค่ำคืนแต่คืนนี้แตกต่างออกไปเพราะภายในโกดังร้างหลังหนึ่ง มีคนถูกจับตัวเอาไว้คนคนนั้นก็คือธีร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ กลางห้อง มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ด้านหลัง แม้จะถูกจับตัวมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่เขายังคงพยายามรักษาสติเอาไว้ ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยช้ำเล็กน้อยจากการขัดขืนตอนถูกจับตัว แต่โดยรวมยังไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเขารู้ดีว่าคนพวกนี้ต้องการอะไร พวกมันไม่ได้ต้องการเขาแต่พวกมันต้องการคิน ชายฉกรรจ์หลายคนยืนเฝ้าอยู่รอบโกดัง บางคนถืออาวุธ บางคนเดินตรวจตราพื้นที่อย่างระมัดระวัง หัวหน้ากลุ่มนั่งอยู่บนลังไม้ฝั่งตรงข้าม"แฟนนายคงกำลังตามหาจนหัวหมุนแล้ว"ธีร์มองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ "ถ้าฉลาดพอ เขาจะไม่มา"ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง "งั้นเหรอ... แต่จากข้อมูลที่เราได้มา เขาไม่มีวันทิ้งนายหรอก"คำพูดนั้นทำให้ธีร์เงียบลงเพราะลึก ๆ เขาก็รู้เหมือนกัน คินไม่มีวันปล่อยให้เขาอยู่ที่นี่เพียงลำพังในเวลาเดียวกั
ถึงจะอยู่ในสถานการณ์คับขันและอันตรายแค่ไหน ธีร์ก็ยังมีสติรีบเปิดระบบติดตามที่คินตั้งไว้ให้ในโทรศัพท์มือ ถึงแม้ตลอดเส้นทางจะมองไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพียงแค่เปิดสัญญาณติดตามคินก็จะตามมาช่วยเข้าได้ทันที ธีร์ยังใช้จังหวะคนร้ายเผลอส่งข้อความเตือน ไม่ให้คินประมาทและยังบอกด้วยว่า ที่เขาถูกจับตัวมาเป็นแผนของคนร้ายที่ต้องการล่อให้คินตามมาช่วยฝ่ายคินเมื่อได้รับสัญญาณและข้อความจากคนรัก คินจึงได้รีบกลับไปที่เพนท์เฮาส์เพื่อวางแผนช่วยธีร์ ทุกอย่างต้องรอบคอบและรัดกุมที่สุดเสียงเครื่องยนต์ของรถเอสยูวีสีดำดังต่อเนื่องขณะคินน์ขับออกจากบริเวณสนามสอบด้วยความเร็วที่ยังอยู่ในขอบเขตกฎหมาย แต่สีหน้าของเขากลับตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทราบจากลูกน้องว่าถูกจับธีร์ขึ้นรถตู้สีดำไป เขาก็มั่นใจแทบจะทันทีว่าต้องเป็นคนของแก๊งศัตรูแน่ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขายังพอควบคุมสติได้ คือระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้ในโทรศัพท์ของธีร์เมื่อหลายเดือนก่อนหลังจากเหตุลอบทำร้ายคินน์ครั้งนั้น ธีร์เป็นคนบ่นว่าคินน์ระแวงเกินเหตุ แต่สุดท้ายก็ยอมติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามฉุกเฉินตามคำขอของเขา และตอนนี้แอปนั้นกำลังส่งสัญญาณมาหน้าจอโท
ระหว่างที่คินกำลังขับรถเข้าบริษัทก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทอย่างเขตส่งมารัว ๆ จนคินต้องจอดรถข้างทางเพื่อนอ่าน พอเปิดดูก็เป็นข้อมูลเบื้องหลังของบริษัทคู่แข่งของเขานั้นเอง แต่สิ่งที่น่าตกใจคือบริษัทคู่แข่งเป็นบริษัทบังหน้าของแก๊งศัตรูของพ่อเขานั้นเอง คินจึงไม่แปลกใจที่ทำไมเวลาประมูลราคางานทีไรบริษัทนี้จะตั้งราคามาเพื่อตัดราคาบริษัทเขาตลอด พออ่านข้อมูลจบคินก็เริ่มเป็นห่วงคนรักขึ้นมาทันที คินได้นัดกับธีร์ไว้ก่อนออกจากบ้านว่า ธีร์สอบเสร็จเที่ยงพอดีคินจะไปรับคนรักไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่ดูเหมือนต้องส่งคนไปคุ้มกันเพิ่มแล้ว ถึงแม้จะมีลูกน้องคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ แต่ตอนนี้เริ่มจะชะล่าใจไม่ได้แล้ว คินรีบโทรหาเซนมือขวาและพ่วงตำแหน่งเลขาของเขา เพื่อสั่งให้เพิ่มคนคุ้มกันอีกเท่าตัวเสียงกริ่งประกาศหมดเวลาสอบดังขึ้นภายในห้องสอบ ธีร์วางปากกาลงช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงในที่สุดก็สอบเสร็จแล้วตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา เขาทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวสอบอย่างเต็มที่ อ่านหนังสือแทบทุกวัน ทบทวนเนื้อหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทำข้อสอบเก่าจนนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเขาก็มั่น
ถึงแม้ว่าความรักจะดูราบรื่นหมดอุปสรรคไปแล้ว แต่เรื่องการเรียนของคินยังคงเป็นปัญหาใหญ่ เพราะคินนั้นไม่ได้จบพร้อมตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก เนื่องจากปัญหาในเรื่องของธุรกิจตระกูลหยาง จึงทำให้คินต้องพักการเรียนไปในช่วงหนึ่งเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรักจากที่คินเคยคิดเล่น ๆ ว่าอยากซ้ำชั้นอีกสักปีเพื่อได
วันหยุดกำลังเวียนมาอีกครั้ง หลังจากที่คินไปรับธีร์กลับคอนโด วันนี้เป็นศุกร์แห่งชาติที่ใครหลาย ๆ คนชอบ เพราะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์ คินพาธีร์มานอนที่คอนโดของตัวเอง ระหว่างที่ทั้งคู่ทานข้าวเย็นกันอยู่ คินมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว เขาอยากพาธีร์ไปพบพ่อสักครั้ง เผื่อความสดใสของธีร์จะทำให้พ่
เช้าวันต่อมาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารยังคงอบอุ่นไม่เปลี่ยน เมนูมื้อเช้าก็ง่าย ๆ คือโจ๊กที่สามารถเลือกให้เครื่องได้เองตามใจชอบ แน่นอนว่าคนที่ชอบทานโจ๊กอย่างธีร์ในชามอัดแน่นไปด้วย กุ้งลวก เนื้อปลาลวก หมูสับ กระเทียมเจียว ขิงซอย ต้นหอมซอย และไข่ลวกสองฟอง ส่วนในชามของคินก็ไม่ต่างกันเพราะธีร์เป็นคนจัดการให้คน
สองวันต่อมาทั้งคู่หยุดเรียนธีร์จึงได้พาคินไปพบกับที่บ้าน เนื่องด้วยคุณแม่ของธีร์อยากเจอว่าที่ลูกเขย พอไปถึงสิ่งแรกที่เห็นคือคุณย่าของธีร์ที่ยืนยิ้มต้อนรับอยู่หน้าคินไม่เคยรู้สึกประหม่าเวลาเผชิญหน้ากับใคร ไม่ว่าจะเป็นคู่อริเด็กช่างต่างสถาบัน หรือแม้แต่นักธุรกิจระดับประเทศที่เข้าพบพ่อเขาก็ยังนิ่งได้เ







