Masuk
“พ่อ ไปเร็วๆ พวกเราอยากไปหาน้องแล้ว” เสียงสดใสที่เจืออ่อนโยนของพี่ชายคนโตของบ้านในวัย 9 ขวบ เร่งเร้าผู้เป็นบิดาที่กำลังลงมาจากบันได
“ใจเย็นๆ พ่อต้องเอาของไปให้แม่ด้วย” ธาดา ผู้อาวุโสของบ้าน บอกบรรดาบุตรชายทั้ง 3 คนที่รอเขาลงมาจากชั้นบนอยู่บริเวณหน้าบันไดอย่างใจจดใจจ่อ
เมื่อทุกคนลงมาพร้อมแล้ว รถแวนคันหรูที่จอดรออยู่ก็ได้รับการเปิดประตูรอบรรดาเจ้านาย จนกระทั่งขึ้นรถกันครบเรียบร้อยแล้ว ประตูรั้วบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกด้วยรีโมตย์ ก่อนที่รถยนต์คันหรูจะเคลื่อนตัวออกไป
ที่โรงพยาบาล เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้าห้องคลอด เตียงคนไข้ก็ถูกเจ้าหน้าที่เข็นออกจากห้องพักวีไอพี โดยมีพยาบาลเดินขนาบข้างไปด้วย
“คุณพ่อเข้าห้องคลอดด้วยใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ น่าจะกำลังเดินทางมาค่ะ”
“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวให้คุณพ่อไปรอแถวหน้าห้องคลอด พอมาถึงแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยนะคะ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าค่ะ”
“ค่ะ”
“ท้องนี้คุณแม่ทำหมันเลยใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ ท้องที่ 4 แล้วค่ะ”
“โอเคค่ะ”
เมื่อเตียงถูกเข็นมาถึงห้องรอคลอด วิริญญา ก็ถูกย้ายเข้าห้องคลอดในเวลาเพียงไม่กี่นาที เธอถูกบล็อกหลังและเตรียมตัวรอหมอมาทำการผ่าคลอดให้
“คุณพ่อนั่งที่เก้าอี้ด้านบนศีรษะคุณแม่นะคะ” เสียงเจ้าหน้าที่เอ่ยแจ้งเมื่อประตูห้องผ่าตัดเปิดออกพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหลังจากสวมชุดป้องกันเรียบร้อยแล้ว
“โทรศัพท์ครับ รบกวนด้วยนะครับ”
“ค่ะ”
รอเพียงไม่นาน ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดอีกครั้ง พร้อมกับร่างของคุณหมอเจ้าของไข้ที่เดินเข้ามา เจ้าหน้าที่ที่กำลังรอทำหน้าที่อยู่เดินเข้าประจำที่แทบจะทันที
“คนไข้พร้อมแล้วใช่ไหม”
“พร้อมแล้วค่ะ”
“โอเค”
การผ่าคลอดใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็มีเสียงร้องจ้าของเด็กแรกเกิดดังสนั่น พยาบาลอุ้มทารกน้อยที่ทำความสะอาดคร่าวๆและห่อตัวเรียบร้อยแล้วมาให้บิดามารดาได้เห็นหน้า ก่อนจะทำการถ่ายรูปให้ และนำทารกน้อยไปใส่เปลเด็กแล้วเข็นออกไป
วิริญญาที่กำลังได้รับผลข้างเคียงของยาบล็อคหลังก็เริ่มหูอื้อตาลาย และหลับไปโดยไม่ทันรู้ตัว
หลายชั่วโมงต่อมา
“คุณแม่ตื่นแล้วครับคุณพ่อ” เสียงตื่นเต้นดีใจของเด็กชายที่นั่งเฝ้ามารดาไม่ห่างโวยวายเรียกบิดาที่นั่งคุยโทรศัพท์กับเลขาอยู่
“จัดการตามนี้แล้วกัน แค่นี้ก่อน” ธาดารีบตัดสายจากเลขาของตนเองแล้วลุกเข้ามาดูภรรยาสาวคนกำลังปรับสายตาหลังจากที่เพิ่งฟื้นจากอาการมึนยา
“เป็นยังไงบ้าง”
“ปวดมากเลยค่ะ เพิ่งรู้ว่าทำหมันปวดกว่าผ่าคลอดปกตินะคะ”
สามีหนุ่มปรับหัวเตียงให้สูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะลูบศีรษะบุตรชายคนโตเบาๆเมื่อหนุ่มน้อยรอเจอน้องชายคนเล็กอย่างใจจดใจจ่อ
เสียงพูดคุยเบาๆดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่พยาบาลเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับรถเข็นเด็ก
“มาแล้ว น้องพี” ธาดายิ้มน้อยๆ เมื่อพยาบาลอุ้มเด็กน้อยส่งให้ผู้เป็นมารดาและอธิบายการให้นม และดูแลเด็กแรกเกิดตามหน้าที่ ถึงแม้ว่ามารดาจะมีบุตรมาแล้วถึง 3 คนก็ตาม
เมื่อพยาบาลสาวอธิบายเสร็จ เธอก็เดินจากไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นว่าหนุ่มน้อยทั้งสามคนนั่งรออยู่ที่โซฟาเพื่อรอให้บิดามารดาอนุญาติให้เข้าใกล้น้องชายตัวน้อย
นานหลายชั่วโมงที่เด็กๆตื่นเต้นและพูดคุยกับบิดามารดา จนกระทั่งวิริญญานอนพักผ่อน เด็กน้อยทั้งสามคนจึงขออนุญาตบิดาลงไปร้านสะดวกซื้อเพื่อหาขนมกิน เพียงแต่บุตรคนที่ 3 ของเขาเพิ่งอายุ 3 ขวบปี ผู้เป็นบิดาเลยไม่ให้ไป
ระหว่างที่สองหนุ่มน้อยกำลังเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง พร้อมกับเสียงพูดคุยของเจ้าหน้าที่พยาบาลว่ามีสาวน้อยแรกเกิดที่มารดาเสียชีวิตตอนคลอด อีกทั้งยังไม่สามารถติดต่อญาติได้ ตอนนี้พยาบาลจึงต้องคอยสลับกับดูแลสาวน้อยด้วยความสงสาร
พี่ชายคนโตสุดของบ้านเบรกให้น้องเดินช้าลงแล้วฟังสิ่งที่พยาบาลพูด สายตากวาดมองไปในห้องกระจกที่ยังเปิดช่องเล็กเอาไว้อยู่ก็เห็นว่ามีเปลเด็กอยู่ภายในห้องนั้น
“กลับไปหาคุณแม่ก่อน” เสียงกระซิบเบาๆ พร้อมกับพาน้องหมุนตัวเดินกลับห้องพักผู้ป่วยแทบจะทันทีที่จับใจความได้
“มีอะไรเหรอ อย่าบอกนะว่าพี่จะให้คุณแม่รับน้องมาอยู่ด้วย”
“ใช่ น้องน่าสงสารนะ พวกเราอยากมีน้องสาวไม่ใช่เหรอ”
“ก็ใช่อยู่หรอก แต่คุณแม่จะเห็นด้วยหรือเปล่า”
“ก็ลองคุยดู”
ประตูห้องถูกผลักเข้ามาเบาๆ ผู้เป็นบิดาเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นบุตรชายทั้งสองคนก็มีสีหน้าแปลกใจ สายตามองบุตรชายคนโตพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
หนุ่มน้อยเดินตรงไปหาบิดาด้วยท่าทางนิ่งสงบ ก่อนจะเล่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อสักครู่ให้บิดาฟังทั้งหมด รวมทั้งบอกความต้องการของตน
“เอาสิ” วิริญญาที่ยังไม่ได้หลับสนิทลืมตาขึ้นมาแล้วบอกลูกพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ
“จริงเหรอครับ”
“จ้ะ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะลองสอบถามพยาบาลดูนะ”
“เย้ ขอบคุณครับคุณแม่”
สองหนุ่มน้อยยิ้มดีใจก่อนจะพากันเดินออกจากห้องไปตามความต้องการเดิมอีกครั้งด้วยรอยยิ้มดีใจ วิริญญาหันไปมองสามี เขาจึงกดปุ่มเรียกพยาบาลเพื่อแจ้งความต้องการของภรรยาสาว ก่อนจะหันมายิ้มอบอุ่นให้เธอ
“ไม่ไหวแล้ว.....จะแตกแล้ว.....อ๊าาาา!!!!”“ยอมแพ้แล้วเหรอ” เขาจับขาเธอทั้งสองข้างยกขึ้นสูง แล้วกดลงไปใกล้หน้าอกจนกลีบอวบเด่นขึ้นมาเต็มตา น้ำเงี่ยนไหลเยิ้มเป็นทางยาว“เปียกจนไหลเยิ้มเลย” เขาพึมพำเสียงต่ำ ก่อนจะก้มหน้าลง กางปากกว้าง ดูดทั้งเนินเข้าไปในปากแรงๆจนเกิดเสียงดังลั่น“อ๊าาาา!” เธอร้องเสียงหลง“เงี่ยนขนาดนี้เลยเหรอ” เขาพูดเสียงแหบ แล้วใช้สองนิ้วแยกปากรูเธอให้อ้ากว้างจนเห็นสีชมพูด้านในชัดเจน ก่อนจะพุ่งลิ้นแหลมแทรกเข้าไปในรูลึกสุดลิ้น แล้วหมุนวนและดุนแรงๆอย่างบ้าคลั่ง“อ๊ายยย.....เสียววว!!!!” ร้องเสียงสั่น มือทั้งสองข้างจิกผมเขาแน่นเสียงกัดฟันกรอด หน้ากดลงไปลึกกว่าเดิม เลียเธออย่างหิวโหยและโหดร้าย ฟาดลิ้นแรงๆที่เม็ดไม่หยุด มือข้างหนึ่งยกก้นเธอขึ้นสูง แล้วใช้นิ้วโป้งกดรูหลังเบาๆขณะที่ลิ้นยังคงแทงรูหน้าไม่ยอมหยุดร่างกายบอบบางสั่นเทิ้ม สะโพกกระตุกยกกระแทกปากเขาเมื่อเริ่มไม่ไหว เขายิ่งเลียเร็วและแรงขึ้น จนในที่สุด.....“อ๊าาาาาาา!!! แตกแล้วววว!!!”น้ำเงี่ยนพุ่งกระฉูดทะลักใส่ปากและใบหน้าธีภทรเต็มๆ เขายังไม่ยอมถอนปาก ยังคงดูดและเลียกินน้ำที่พุ่งออกมาจนหมดไม่เหลือแม้หยดเดียวอยู่ๆคนตั
“ดูสิ.....มองให้เห็นชัดๆ ว่าพรีนกำลังโดนพี่เอา” เขากระซิบเสียงแหบพร่าแล้ววางหญิงสาวลง จัดท่าให้เธอโก่งตัวไปด้านหน้า ภาพในกระจกแสดงให้เห็นดุ้นเอ็นหนาๆ หายเข้าไปในรูเธอช้าๆอีกครั้งจนมิดโคน“ดูสิ หน้าเธอได้อารมณ์มากเลย” ธีรภัทรจับคางเธอให้เงยขึ้นมองกระจก แล้วเริ่มกระแทกจากด้านหลังแบบช้าๆ แต่ลึกหนักแน่นทุกดอกที่ดันเข้าไป หน้าอกอวบเด้งกระเพื่อม ภาพสะท้อนชัดเจนทุกอย่าง เขาจับเอวเธอไว้แน่น เร่งจังหวะเร็วและแรงขึ้น“อ๊าาา.....เห็น.....หมดเลย.....แรงอีกค่ะ!!!!” ดวงตากลมโตจ้องภาพตัวเองในกระจกไม่วางตา ใบหน้าแดงก่ำ ปากอ้ากว้างครางไม่หยุดดุ้นลำใหญ่ถอนแทบหมดแล้วกระแทกทะลวงเข้าใหม่แบบไม่ยั้ง ภาพในกระจกเห็นชัดเจนว่าน้ำเงี่ยนไหลเยิ้มลงตามต้นขาเธอทุกครั้งที่ดันสุด“อ๊าาาาา.....ลึกไป ฮืออออ อ๊ายยยยย!!!!” เธอครางเสียงสั่น มือเกาะกระจกแน่นฝ่ามือหนาตบบั้นท้ายเธอดังเพี๊ยะ มือข้างหนึ่งล้วงไปถูเม็ดเสียววนเร็วๆ ขณะที่อีกมือบีบคอเธอเบาๆ จากด้านหลัง “เสียวไหม.....มองตัวเองโดนเอาแบบนี้?”“เสร็จแล้วววว อ๊าาาาาา.....!!!!” หญิงสาวไม่ตอบ แต่ตัวเกร็งกระตุก น้ำเงี่ยนพุ่งทะลักธีรภัทรกัดฟันแน่น กดเธอโก่งก้นต่ำลง แล้ว
“ต่อเลย มานี่สิ”มือหนาดึงให้ร่างเล็กที่คุกเข่าอยู่ลุกขึ้นแล้วจับให้เธอยืนพิงระเบียง ทำท่าทางราวกับกำลังยืนรับลมอยู่แล้วเข้าไปยืนด้านหลัง จับสะโพกเธอไว้แน่น จัดท่าให้สะโพกกลมแอ่นขึ้นแล้วจับดุ้นลำใหญ่จ่อหัวไปที่ร่องลึกที่ตอนนี้เปียกแฉะจนน้ำเริ่มย้อยลงขาเรียว กดหัวหยักบานใหญ่เข้าไปช้าๆ“อ๊ะ.....เดี๋ยวคนเห็นนะพี่ธี” ครางเสียงสั่น มือจับราวระเบียงแน่นธีรภัทรยิ้มแล้วหยิบดิลโด้ขนาดกลาง สีดำ อวบยาว มีเส้นปูดโปน ที่ทาเจลหล่อลื่นไว้เรียบร้อยแล้วมาวางที่รูหลังของหญิงสาว“คืนนี้เราจะลองทั้งสองรูพร้อมกัน” เขาค่อยๆ ดันดิลโด้เข้าไปในรูช้าๆ ขณะที่ลำเอ็นยังฝังคาอยู่ในรูหน้า พรีญาภัสตัวสั่นเทิ้ม ปากอ้าค้างหอบเอาอากาศเข้าปาก“อ๊าาาา.....เต็มทั้งสองรูเลย.....โอ้ยยยย เบาหน่อยค่ะ เจ็บ!!!”เมื่อดิลโด้เข้าไปเกือบหมด เขาเริ่มขยับสะโพกกระแทกรูหน้าพร้อมมืออีกข้างดันดิลโด้สอดเข้าออกรูหลังเป็นจังหวะสลับกัน“ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!”เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นระเบียง ดุ้นเนื้อลำใหญ่กับดิลโด้ทำให้รูทั้งสองของพรีญาภัสแน่นสุดขีด เธอตัวสั่นไม่หยุด น้ำเงี่ยนไหลทะลักลงต้นขา“รับได้ไหม หืมมม ที่ผัวตัวเองมีรสนิยมแบบนี้ ถึงรับไม
หลังจากปาร์ตี้จบลงแต่ละคนก็แยกย้ายกันกลับ ตอนแรกสองแฝดยืนยันที่จะกลับเอง แต่คีตพัฒน์กับพีรรัตน์ยืนยันที่จะไปส่งจึงพากันออกไป สองหนุ่มสาวมองตามก็ได้แต่ยิ้มและทำแค่รอเวลาหลายค่ำคืนผ่านไป ธีรภัทรกับพรีญาภัสหันมาใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ เพราะตอนนี้ยังไม่เปิดเทอมและที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่ ทั้งสองคนจึงค่อนข้างรู้สึกเป็นส่วนตัว“ท้องฟ้าสวยนะ ออกไปรับลมหน่อยไหม” คำชวนที่น้ำเสียงแหบพร่ากว่าปกติดังขึ้นเมื่อคนตัวเล็กเดินออกมาจากห้องแต่งตัวในชุดนอนกระโปรงสีขาว“อารมณ์ไหนคะ” เธอถามแต่ก็เดินไปหาเขาที่ยืนพิงประตูกระจกแต่โดยดี“อารมณ์เงี่ยนล่ะมั้ง” เอ่ยทีเล่นทีจริง“พี่ธี.....” พรีญาภัสหน้าแดงก่ำ“ก็จริงนี่ ให้พักตั้งหลายวันแล้ว หายเจ็บหรือยัง” เขาถามพลางกวาดสายตามองไปที่จุดนั้น......“หายแล้วค่ะ” เสียงหวานใสพึมพำเบาๆ“มานี่สิ” แขนข้างหนึ่งยกขึ้นโอบเอวบางแล้วใช้มืออีกข้างเปิดประตูกระจกสองหนุ่มสาวพากันออกไปยืนที่ระเบียง ท้องฟ้าคืนนี้มีเพียงแค่แสงจากพระจันทร์เท่านั้น ลมเย็นพัดผ่านสองร่างที่ยืนอยู่ริมระเบียง ผมยาวสวยปลิวสยายธีรภัทรยืนพิงราวระเบียงสูงในชุดนอนสีดำราคาแพงไม่ติดกระดุมแม้แต่เม็ดเดียว กล้า
หลังจากที่จัดสถานที่และเตรียมข้าวของเสร็จก็เย็นพอดี แม่บ้านจัดการยกของต่างๆออกมาให้เมื่อพรีญาภัสแจ้งว่าอยากจัดการกันเอง พีรรัตน์ช่วยสาวๆย่างเพราะกลัวน้องสาวและสองแฝดซุ่มซ่ามลวกมือตัวเอง“นี่เพิ่งลงมาจริงเหรอ” ญารินดาถามพรีญาภัสหลังจากมานั่งรวมตัวกัน“อือ”“ทั้งคืนเลยเหรอ” อัญญารินถามด้วยสีหน้าอยากรู้“บ้า ตายพอดี แค่ตอนเช้ากับตอนก่อนลงมา” พรีญาภัสบอกอย่างไม่ปิดบัง“แล้วทำไมสภาพเป็นแบบนี้อะ” ญารินดาเบิกตาโพลงด้วยความไม่เชื่อ“จริงๆนะ แต่ก็นั่นแหละ รอถึงคราวพวกเธอก็จะรู้เอง” พรีญาภัสหรี่ตาแล้วพยักหน้าไปทางคีตพัฒน์ที่เข้ามาช่วยพีรรัตน์ย่างอาหาร“ไม่มีทาง!!!” สองแฝดพูดขึ้นพร้อมกัยเสียงดังจนหนุ่มๆมองมา“เบาๆสิ” พรีญาภัสสะดุ้งโหยง“เออนั่นแหละๆ ไม่มีทางอะ” ญารินดาส่ายหน้าอย่างไม่ยอมแพ้“อย่าปฏิเสธความจริงน่า พวกเธอก็รู้กันอยู่แก่ใจ ฉันไม่รู้ว่าไปถึงไหนกันแล้วแค่นั้น” พรีญาภัสกระซิบแค่พอได้ยินกัน 3 คน“ไม่มีทาง จริงๆนะ ทุกวันนี้พี่คีไม่งับหัวฉันก็ดีแค่ไหนแล้ว” ญารินดาพูดน้ำเสียงจริงจัง“ฉันก็ทำได้แค่แอบมองต่อไปนั่นแหละ” อัญญารินพูดขึ้นบ้าง“แหม พี่ๆตามเฝ้าพวกเธอจนไม่มีหนุ่มกล้ามาจีบขนาดนี้ ใ
หลังจากปล่อยให้พรีญาภัสได้หลับต่อจนใกล้เที่ยง ธีรภัทรก็กลับเข้ามาปลุกหญิงสาวให้ตื่นเพื่อให้เธอลงไปกินข้าว เธองัวเงียเดินหายเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับเสียงเงียบหายไป เขาเอะใจจึงเดินตามเข้าไปก็พบว่าคู่หมั้นสาวนั่งหลับอยู่บนชักโครก ศีรษะทุยสวยพิงอยู่กับผนังสีขาวเสียงหัวเราะเบาๆทำให้ดวงตากลมโตที่ปิดอยู่เปิดขึ้นมามอง เธอย่นจมูกใส่คนที่กำลังยืนกอดอกพิงประตูหัวเราะเอ็นดูเธอเบาๆอย่างหมั่นไส้“ออกไปเลยค่ะ”“ตอนแรกว่าจะออกแหละ ตอนนี้เปลี่ยนใจละ”ร่างบอบบางถูกอุ้มมายืนในโซนอาบน้ำภายใต้ฝักบัว สายน้ำอุ่นไหลล้างคลาบเหงื่อที่เหนียวเหนอะหนะหลังจากเผลอหลับไปทั้งที่เพิ่งเสร็จกิจกรรมบนเตียง ใบหน้าสวยหวานหงายพิงอกแกร่งเมื่อเขายังคงยืนอยู่แบบนั้นโดยไม่กลัวเปียก“ดีขึ้นไหม”“ค่ะ”“งั้นรอพี่แป๊บ เดี๋ยวพี่อาบน้ำให้”ธีรภัทรถอดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มของตัวเองโยนไปใส่อ่างอาบน้ำ แล้วจัดการสระผมให้เธออย่างเบามือ เสร็จแล้วก็กดครีมอาบน้ำมาลูบไล้ผิวขาวเนียนของคู่หมั้นสาว หลังจากล้างออกด้วยน้ำสะอาดอุ่นๆจนคนตัวเล็กรู้สึกสบายตัวเขาก็อมยิ้มสายน้ำอุ่นพุ่งกระแทกตัวจากฝักบัวเหนือหัว ไอร้อนลอยคละคลุ้งในห้องน้ำกระจกกั้นฝั่งขึ้น







