Mag-log in“พี่ธี มีคนมาจีบยัยพรีนด้วย ผมเห็นกับตา” เสียงห้าวที่เพิ่งแตกหนุ่มของพีรรัตน์รีบฟ้องพี่ชายคนโตของบ้านทันทีที่เขาลงจากรถ
“หืม?” เสียงทุ้มห้าวเจือความดุดันขานรับ สายตาคมละจากหน้าจอขึ้นมามองสองหนุ่มสาววัยรุ่นที่กำลังเดินเถียงกันเข้ามาภายในบ้าน
“สวัสดีค่ะ” พรีญาภัสเอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้เขาด้วยท่าทางนิ่งลงอย่างเห็นได้ชัด
“อืม พี.....” ธีรภัทรพยักหน้ารับก่อนจะตวัดสายตามองน้องชายแล้วเอ่ยชื่อเป็นการทวง
“สวัสดีครับ” พีรรัตน์เอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้พี่ชายคนโตอย่างกลัวโดนดุ
ธีรภัทร หรือ ธี ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาคมดุ จมูกโด่งเป็นสัน สูงถึง 189 รูปร่างกำยำตามประสาคนออกกำลังกายและมีระเบียบวินัย เขาเป็นบุตรชายคนโตของบ้านหลังนี้ อายุห่างกับน้องๆคนละ 3 ปี นั่นหมายความว่าตัวเขาอายุห่างกับน้องเล็กของบ้านถึง 9 ปีเลยทีเดียว นั่นทำให้เขาต้องทำหน้าที่ดูแลน้องๆแทนบิดามารดาที่นานๆทีจะกลับมาบ้านอย่างเต็มตัว
“เล่ามา มีอะไร” เสียงทุ้มดุขึ้นเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงสิ่งที่พีรรัตน์เอ่ยค้างเอาไว้เมื่อสักครู่
“มีรุ่นพี่ ม.6 มาจีบยัยพรีน ผมเห็นกับตา หล่อด้วยนะพี่” พีรรัตน์เล่าอย่างออกรสออกชาติ
“ยังเป็นเด็กเป็นเล็ก เอาเวลาไปสนใจเรียนหนังสือก่อนดีกว่ามั้ง” คำพูดคล้ายการสั่งสอนน้อง แต่ปลายหางตามองไปยังหญิงสาวที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น เริ่มแตกเนื้อสาวสวยสะพรั่ง
“บ่นอีกละ ผมขึ้นห้องดีกว่า ทำการบ้านยังพรีน มาสอนพีหน่อย” พีรรัตน์เอ่ยคุยกับหญิงสาวด้วยท่าทางสนิทสนม
กระเป๋าสะพายถูกตวัดขึ้นบ่าทั้งสองใบ พร้อมกับร่างสูงของชายหนุ่มวัย 17 ปี เดินเคียงข้างร่างบอบบางแต่เห็นได้ชัดว่าทรวงทรงองค์เอวของเธอไม่ธรรมดาพากันเดินขึ้นบันไดบ้านไปโดยมีสายตาคมดุมองตามจนสองร่างเดินหายลับไปจากสายตา
เมื่อเดินมาถึงห้องนอนของพรีญาภัส พีรรัตน์ก็ส่งกระเป๋าให้หญิงสาว ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องนอนของเขาเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อให้ทันลงไปกินมื้อเย็นตามเวลาที่บ้านกำหนดเอาไว้
พรีญาภัส หรือ พรีน หญิงสาวแววตาหวานซึ้ง ดวงตากลมโต ขนตายาวงอน จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบนที่บางเป็นกระจับ ปากล่างอวบอิ่มน่ามอง ผิวของเธอขาวผ่องสะอาดตา ไม่มีแม้แต่เม็ดไฝหรือขี้แมลงวันให้เห็นแม้แต่จุดเดียว เธอสูงถึง 170 เซนติเมตร ซึ่งสำหรับผู้หญิงถือว่าเธอค่อนข้างสูง แต่กลับมีน้ำหนักแค่ 43 กิโลกรัมเท่านั้น
หญิงสาวล็อกประตูห้องเรียบร้อยก็เดินไปวางกระเป๋าลงบนโซฟาที่อยู่บริเวณตรงข้ามกับประตู ก่อนจะหมุนตัวเดินทางทางฝั่งขวาที่เป็นห้องแต่งตัวและมีห้องน้ำอยู่ด้านใน ร่างบอบบางยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ที่ผนังห้อง ดวงตากลมโตมองจ้องเงาที่สะท้อนกลับออกมา พร้อมกับปลดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นจนเผยให้เห็นเรือนร่างขาวสว่างที่ทรวดทรงอวบอิ่มน่ามอง หญิงสาวถอนหายใจน้อยๆ มือบางคว้าผ้าเช็ดตัวที่แขวนอยู่แล้วก้มหยิบเสื้อผ้าไปใส่ตะกร้าที่วางอยู่หน้าห้องน้ำแล้วก้าวเท้าหายเข้าไปข้างใน
นานหลายนาที กว่าที่หญิงสาวจะออกมาจากห้องน้ำ เธอแต่งชุดลำลองสบายๆ กางเกงผ้าขายาวกับเสื้อยืดคอกว้างเล็กน้อย ก่อนจะคว้าเอาโทรศัพท์กับสมุดการบ้านขึ้นมาถือ แล้วเดินออกจากห้องของตัวเองไป
ก๊อก ก๊อก
“อ้าว ทำไมเร็ว ลงไปกินข้าวก่อนดีกว่ามั้ง ค่อยขึ้นมาทำการบ้าน ไม่งั้นพี่ธีดุตาย” พีรรัตน์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินมาเปิดประตูพร้อมกับบอกด้วยท่าทางขยาด
“ก็พีช้า พรีนอาบน้ำแป๊บเดียวเอง” พรีญาภัสส่งสมุดให้พีรรัตน์เอาเข้าไปวางไว้ในห้องของเขา
“เอาน่า ลงไปก่อน เดี๋ยวพีตามลงไป ขอแต่งตัวก่อน”
“อือ”
“ทำอะไรกัน” เสียงดุเข้มดังขึ้นจนร่างเล็กสะดุ้งโหยง หันไปมองทางต้นเสียง
“พรีนมารอผมทำการบ้าน แต่ผมเพิ่งคุยโทรศัพท์กับแฟนเสร็จ เลยช้า เลยว่าจะลงไปกินข้าวกันก่อน” พีรรัตน์ตอบพี่ชายแทน เมื่อเห็นว่าพรีญาภัสมีอาการกลัวธีรภัทรไม่น้อย
“งั้นก็ลงไปได้แล้ว พี นายเองก็รีบลงมา วีกับคีน่าจะกลับมาแล้ว” ใบหน้าหล่อเหลาขยับขึ้นลงรับรู้คำพูดน้องชายก่อนจะสั่งเสียงเรียบ
“อือ พี่ลงไปก่อน” ประตูห้องถูกปิดลงหลังสิ้นเสียง
พรีญาภัสรอให้เขาเดินนำไปก่อน เธอจึงก้าวเท้าเดินตามหลังเล็กน้อย ก่อนจะชะงักเมื่ออยู่ๆธีรภัทรก็หยุดเดิน
“เดินลงไป”
“ค่ะ”
พี่น้องในบ้านทุกคน รวมทั้งตัวพรีญาภัสเองก็รู้ดีว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆของธาดากับวิริญญา เพราะในวันที่วิริญญาไปคลอดพีรรัตน์ พวกท่านได้รับเธอมาเลี้ยงหลังจากที่รู้มาจากธีรภัทรและวีรวัฒน์ว่าเธอกำพร้าตั้งแต่แรกคลอด เพราะแม่ของเธอเสียชีวิตตอนให้กำเนิดเธอ
แต่ทุกคนที่นี่ก็ดูแลเธออย่างดี การศึกษาของเธอเท่าเทียมกับพีรรัตน์ทุกอย่าง รวมทั้งวีรวัฒน์ พี่ชายคนที่ 2 ของบ้านที่เอ็นดูเธอไม่น้อย เพียงแต่เขาไม่ค่อยอยู่บ้าน และคีตพัฒน์ พี่ชายคนที่ 3 ของบ้าน ที่ค่อนข้างสนิทกับเธอไม่ต่างกับพีรรัตน์ ที่เกิดวันเดียวกันกับเธอ เขาใจดีกับเธอมาก คอยซื้อเสื้อผ้า ซื้อนั่นซื้อนี่มาฝากเธอตลอด เพราะรู้ดีว่าตัวเธอเองแทบจะไม่ใช้เงินที่บิดามารดาโอนมาให้ หรือเงินที่ธีรภัทรจัดการให้เลยถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
การที่พรีญาภัสค่อนข้างกลัวและเกรงใจธีรภัทร เป็นเพราะว่าเธอรู้มาจากมารดา ว่าเขาเองนั่นแหละ ที่เป็นคนขอให้มารดารับเธอมาดูแล เธอจึงเกรงราวกับว่าเขาคือบิดาของเธออีกคน
“พี่ธี.....”
“อืม”
“คือ.....ทางโรงเรียนจะให้พรีนถือป้ายโรงเรียนวันกีฬาสีค่ะ”
“ตามใจ”
“ขอบคุณค่ะ”
การสนทนาจบลงเมื่อทั้งสองคนลงมาถึงข้างล่างพอดี วีรวัฒน์กับคีตพัฒน์ที่นั่งรออยู่ที่โซฟาส่งเสียงเรียกหญิงสาว เธอเดินเข้าไปหาพี่ชายทั้งสองด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“สวัสดีค่ะ”
“จ้ะ พี่มีของมาฝากด้วย” คีตพัฒน์ส่งถุงเครื่องสำอางค์จากเคาน์เตอร์แบรนด์ให้หญิงสาวเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขากลับมาบ้านแล้วมีของมาฝาก
“พี่ก็มีนะ” วีรวัฒน์หยิบถุงเสื้อผ้าที่ไปซื้อมาให้เธอส่งให้บ้าง
“พวกนายจะค้างกี่วัน” ธีรภัทรถามน้องชายขึ้น เมื่อเขาเห็นว่าทั้งสองหนุ่มกลับไปนั่งที่เรียบร้อยแล้ว
“ค้างอะไรล่ะพี่ ดึกๆก็กลับคอนโดแล้ว ช่วงนี้งานเยอะ” คีตพัฒน์บ่นอย่างเสียไม่ได้
“พอกัน ผมก็กำลังอยู่ในช่วงฝึกงาน เลยอยากอยู่ใกล้บริษัทมากกว่า” วีรวัฒน์เองก็อยู่ในช่วงฝึกงานที่บริษัท ช่วงนี้จึงอยู่แต่ที่คอนโดของตัวเองเป็นส่วนใหญ่
“งั้นก็อย่ากลับดึกกันมาก ขับรถมากันเองใช่ไหม” พี่ชายคนโตของบ้านถอนหายใจ
“ใช่พี่ กะว่ากินข้าวเสร็จ สักพักก็กลับเลย” คีตพัฒน์พยักหน้ารับผู้เป็นพี่ชาย
“ก็ยังดีที่ยังกลับมาบ้านอาทิตย์ละครั้ง ไม่งั้นคงได้ลืมหน้า” ธีรภัทรหมั่นไส้ผู้เป็นน้องชาย เลยค่อนขอดไป
“ใช่สิ พวกผมมันไม่สำคัญหนิ สู้น้องพรีนไม่ได้หรอก นางฟ้าของบ้านเรา” วีรวัฒน์ส่งยิ้มอบอุ่นให้หญิงสาว
“มาแล้วพี่ ไปกินข้าวกัน” เสียงโหวกเหวกโวยวายของพีรรัตน์ดังลงมาจากบันได
ทั้งสามหนุ่มส่ายหน้าน้อยๆกับน้องชายคนเล็กของบ้าน ก่อนจะลุกจากโซฟา แล้วเดินมาบริเวณหน้าบันได เมื่อพีรรัตน์ลงมาก็ตรงเข้ามาคล้องคอพรีญาภัสตามความเคยชิน เพราะทั้งเขาและเธอถูกเลี้ยงมาคู่กันราวกับฝาแฝด จึงทำให้สนิทกับกว่าพี่น้องคนอื่น
“เอาล่ะ พรีนมีเรื่องประกาศ” ธีรภัทรเอ่ยบอกน้องๆก่อนจะเดินนำไปห้องกินข้าว
“อะไรเหรอ” สามหนุ่มแย่งกันถามน้องด้วยความอยากรู้
“ปีนี้พรีนได้ถือป้ายโรงเรียนค่ะ พี่ธีอนุญาตแล้วค่ะ” หญิงสาวบอกบรรดาพี่ๆของเธอด้วยสีหน้างงเล็กน้อยแต่ก็เก็บได้อย่างมิดชิด
“ว้าว ก็ดีสิ ปกติยัยพรีนของเราสวยจะแย่อยู่ละ ทีนี้ก็จะเนื้อหอมมากกว่าเดิมอีก” คีตพัฒน์ที่ยังพอทันได้เรียนโรงเรียนเดียวกับพีรรัตน์และพรีญาภัสเอ่ยขึ้นอย่างรู้ดีว่าน้องสาวของบ้านเนื้อหอมแค่ไหน
“เว่อร์ไปแล้วค่ะ” หญิงสาวย่นจมูกใส่พี่ๆ ก่อนจะพากันเดินเข้าห้องกินข้าวไป
หลังจากถูกผู้เป็นพี่ชายพาช็อปปิ้งจนถือของไม่ไหวก็ ธีรภัทรก็ยอมพาพรีญาภัสกลับบ้าน ด้วยความที่เป็นวันเสาร์จึงเป็นวันที่บรรดาพี่ๆของเธอจะกลับมารวมตัวที่บ้าน แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่เป็นอย่างนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้านแต่กลับไม่มีเสียงโหวกเหวกโวยวายเหมือนเช่นทุกครั้ง“ทำไมบ้านเงียบจัง” พรีญาภัสพึมพำเบาๆหลังจากที่เธอเปลี่ยนรองเท้า ดวงตากลมโตมองเข้าไปในบ้านด้วยความสงสัย“ก็มันไม่มีใครกลับมาบ้านน่ะสิ” ธีรภัทรตอบพลางยักไหล่“อ้าว ทำไมล่ะคะ ทำไมพรีนไม่เห็นรู้เลย” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน“ไม่รู้ พวกนั้นโตกันหมดแล้ว คงอยากมีเวลาส่วนตัวนั่นแหละ” ชายหนุ่มบอกตามที่คิด“พรีนก็โตแล้วนะคะ ทำไมพรีนไม่เห็นได้มีเวลาส่วนตัวบ้างเลย” เธอเบะปากอย่างไม่เข้าใจ“มีน่ะมีได้ แต่ไม่ใช่กับพี่” เขาเอ่ยเสียงดุ“พี่ธีลำเอียงอะ”“ก็พวกนั้นมันเป็นผู้ชายมันดูแลตัวเองได้ เราเป็นผู้หญิง ลองถามพวกนั้นสิ ว่ายอมปล่อยให้เราอยู่คนเดียวหรือเปล่า” ธีรภัทรอธิบายให้หญิงสาวฟังอย่างใจเย็น“โธ่ พรีนก็อยากไปเที่ยวกับเพื่อนหรือไปนอนค้างกับเพื่อนบ้างนะ” คนตัวเล็กงอแงพอน่ารัก“ก็ไปสิ ถ้าต้องทำงาน แต่ต้องมีพี่หรือคนไปด้วย” เขาอมยิ้มเมื่อเห็
พรีญาภัสเบะปากอย่าไม่ปิดบัง หญิงสาวนั่งเล่นโทรศัพท์จนกระทั่งธีรภัทรลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเรียกเธอให้เดินตาม หญิงสาวจึงคว้ากระเป๋าแล้วเดินตามออกไปแต่พอลงลิฟต์เพื่อมายังชั้นล่างของบริษัทก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นหญิงสาวที่คาดว่าน่าจะเป็นคู่ขาของธีรภัทรเดินปรี่เข้ามา“คุณไม่รับสายฝน”“แล้วไง”“เพราะมีแม่นี่อยู่ด้วยเหรอคะ”“อย่าลามปาม”“ทำไมคะ ดูจากอายุฝนว่าฝนน่าจะมาก่อนนะคะ”“เคลียร์กันไปนะคะ พรีนไปหาที่นั่งรอ” พรีญาภัสถอนหายใจเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเธอโดนดึงเอาไว้จากมือเล็กที่เล็บได้รับการตกแต่งสวยงามธีรภัทรหันไปมองพนักงานรักษาความปลอดภัยที่มองอยู่ด้วยท่าทางเตรียมตัว เมื่อเขาพยักหน้า พนักงาน 2-3 คนก็วิ่งปรี่เข้ามาทันที“ครับท่าน”“ไล่หล่อนออกไป”“ครับ”มือหนาคว้าเอวบางของพรีญาภัสดึงเข้ามาหาตัว ปลายฝนที่ไม่ทันระวังตัวก็ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยจับเอาไว้ไม่ให้ก่อความวุ่นวายอีก“อะไรกันคะ”“คุณคงไม่รู้สินะครับ ว่าคุณพรีนคือน้องสาวของคุณธี” หนึ่งในพนักงานรักษาความปลอดภัยบอกเสียงเรียบปลายฝนหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้หาข้อมูล เพียงแต่ว่ารูปของพรีญาภัสที่เธอ
“เมาก็กลับห้องไปค่ะ”“ไม่ได้เมา”พรีญาภัสมองเขาด้วยสีหน้าแววตาไม่เข้าใจ เมื่อตอนค่ำเขายังอาละวาดใส่เธออยู่เลย พอตกดึกมากลับกลายเป็นแบบนี้เสียได้ดวงตาคมดุหรี่มองคนตัวเล็กก่อนจะปิดลงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หญิงสาวที่ฝืนน้ำหนักตัวเขาไม่ไหวจึงเลิกพยายามผลักเขาแล้วกางแขนออกอย่างหงุดหงิด เธอพยายามนอนหลับทั้งที่มีร่างหนากำยำนอนทับเธอเอาไว้แบบนั้นเช้าวันต่อมา เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นคนที่เข้ามาปลุกเธอเมื่อคืนแล้ว และด้วยความที่เป็นวันเสาร์ พรีญาภัสจึงไม่ได้รีบร้อนลงมาข้างล่าง เธอทำกิจวัตรประจำวันของเธอตามปกติ แต่ก็เลือกที่จะนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงนอน จนกระทั่งโดนโทรมาตาม ถึงจะยอมออกจากห้องนอนมา“มีอะไรคะ”“กินข้าว”“ยังไม่หิวค่ะ”“กินข้าว แล้วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า วันนี้เธอออกไปบริษัทกับพี่”“ไม่ไปค่ะ”“.....”“อยากพักค่ะ”“ไปพักที่บริษัท”“พี่ธี.....”“พี่สั่ง”“.....ค่ะ”หญิงสาวนั่งลงกินข้าวตรงที่นั่งของตัวเองด้วยความอ่อนใจ วันนี้วันหยุด เธออยากพักผ่อนอยู่บ้านบ้าง ไม่ได้อยากออกไปไหน แต่ดูเหมือนว่าจะขัดใจเขาไม่ได้นานหลายนาทีกว่าที่พรีญาภัสจะจัดการมื้อเช้าเสร็จ เธอถึงกลับขึ้นห้องไปเ
“ว่าไง” เสียงดุดันกรอกไปตามสายหลังจากที่ชายหนุ่มมือไวรับโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่ดังขึ้นโดยไม่ทันได้ดูชื่อ“พี่ธี? นี่ผมโทรผิดเบอร์เหรอ” พีรรัตน์มีอาการแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรให้ธีรภัทรกับพรีญาภัสต้องกระอักกระอ่วน“เปล่า มีอะไรว่ามา” เขาตอบน้องชายพลางกดเปิดลำโพง“ผมจะโทรบอกว่าวันนี้ผมนอนคอนโดเพื่อนนะ งานไม่เสร็จอะ วันจันทร์ต้องส่งแล้ว ไม่ทำกันหามรุ่งหามค่ำไม่เสร็จแน่นอน” พีรรัตน์บอกน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย เขารู้ดีว่าพรีญาภัสต้องนั่งฟังอยู่ด้วยแน่นอน“ตามใจ” ธีรภัทรตอบน้องชาย แต่ก็ยังนวดยาให้หญิงสาวอย่างเบามืออยู่“ยัยพรีนล่ะ” พีรรัตน์ถามขึ้นด้วยความสงสัย“อยู่” พรีญาภัสส่งเสียงตอบ เธอสะดุ้งเมื่อปลายนิ้วเรียวกดลงบนรอยช้ำ นั่นทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังสั่งให้เธอตอบ“ทำอะไรวะ” พีรรัตน์อดเป็นห่วงหญิงสาวไม่ได้ เขารู้นิสัยพี่ชายของเขาดี“ทายาอยู่” เจ้าของเสียงดุตอบแทนเมื่อเห็นเธออ้ำอึ้งอยู่“หือ พรีนเป็นอะไรพี่” เขารีบถามด้วยความเป็นห่วง“ฟกช้ำที่หลังนิดหน่อย” ธีรภัทรตอบชัดถ้อยชัดคำแบบมีนัยยะ“ไปทำอะไรมา.....วางละนะ ขอโทษที่รบกวน” ถามจบก็ต้องสะดุ้ง เมื่อพีรรัตน์นึกขึ้นได้ว่าถ้าท
“งั้นผมกลับก่อน มีอะไรด่วนโทรไปได้เลย”“รับทราบค่ะ”หลังจากวุ่นวายกับงานมาเกือบทั้งวัน พอใกล้เวลาเลิกเรียนของน้องเล็กทั้งสองคน เจ้าของร่างสูงก็เตรียมพร้อมที่จะไปรับที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเอง ที่จริงสองหนุ่มสาวบอกว่าอยากกลับเอง แต่เขากลัวน้องๆของเขาจะออกนอกลู่นอกทาง จึงตั้งใจไปรับไปส่งเองสักพัก แต่คงไม่ต้องห่วงมากนัก เพราะถึงยังไงคีตพัฒน์ก็เรียนที่เดียวกัน แต่คนละสาขาเท่านั้นเองเดินทางไม่นานรถยนต์คันหรูก็มาถึงที่จอดรถของมหาวิทยาลัย เขาเลือกที่จะจอดช่องริมนอกที่ติดกับฝั่งถนนในมหาวิทยาลัยและนั่งรออยู่สักพัก ตั้งใจว่าพอถึงเวลาเลิกคลาสของน้องทั้งสองคนก็จะโทรไป แต่เหมือนมันจะบังเอิญมากเกินไปเมื่อธีรภัทรเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ ก็เห็นกลุ่มของพรีญาภัสกำลังเดินมาตามฟุตบาทเพื่อมายังม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลจากลานจอดรถพอดีทางด้านพรีญาภัส เมื่อหมดเวลาเรียนเธอกับกลุ่มเพื่อนก็พากันลงจากอาคารและตรงไปหาที่นั่งมุมที่ค่อนข้างคนน้อย ตั้งใจว่าจะนั่งเล่นรอพีรรัตน์ลงมาก็ค่อยโทรหาธีรภัทร“ว่าไงพี” เสียงหวานใสขานรับโทรศัพท์ เมื่อเดินกับกลุ่มเพื่อนอยู่แล้วมีสายเข้า‘ยัยพรีน เธอกลับกับพี่ธีไปเลยนะ ฉันมีงานด่วนว่ะ’
1 ปีต่อมา“อีกแค่เดือนกว่าก็สอบแล้ว ช่วยตั้งใจหน่อยเถอะน่า”“ก็ฉันเบื่อนี่หว่า”“ไอ้พี ถ้าบ่นมากฉันจะไปฟ้องพี่ธีจริงๆนะ”พรีญาภัสเริ่มหงุดหงิดหลังจากที่พีรรัตน์ไม่ยอมตั้งใจฟังที่เธอช่วยเขาติว อีกแค่เดือนกว่าก็จะสอบปลายภาค ซึ่งปีนี้เป็นปีที่เธอกับพีรรัตน์อยู่มัธยมปลายปีสุดท้ายแล้ว และพวกเธอก็เพิ่งอายุครบ 18 ปีได้ไม่กี่วันนี่เอง“เราติวกันมา 2 ชั่วโมงแล้วนะเว้ย พักหน่อยเด้” พีรรัตน์เถียงพลางทำหน้าเซ็ง“เออๆ งั้นฉันกลับห้องก่อน พักครึ่งชั่วโมง พร้อมละโทรไป” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูเวลา ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกไปคนตัวเล็กเดินผ่านโถงทางเดินมาเรื่อยๆจนเกือบจะถึงหน้าบันได แต่อาจจะเป็นเพราะหญิงสาวกำลังคิดอะไรเพลินๆ จึงไม่ทันเห็นว่าตอนนี้มีคนกำลังขึ้นบันไดมา และเขาก็ขมวดคิ้วมองเธออยู่เมื่อเขาก้าวขึ้นมาถึงด้านบน แต่พรีญาภัสยังไม่มีทีท่าว่าจะเห็นเขาแม้แต่น้อย“อ๊ะ ขอโทษค่ะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นแทบจะทันที เมื่อเธอเดินชนร่างสูงที่แข็งราวกับกำแพง“เดินยังไงไม่มองทาง ตกบันไดคอหักตายพอดี” เขาดุเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นอ้อมแขนแกร่งก็ยังรับร่างเล็กที่กระเด็นจนแทบจะหงาย







