เข้าสู่ระบบหลังจากนั้นเวลาก็ลาวงเลยไปช่วงบ่าย ทั้งคู่ตัดสินใจเช่าจักรยานของวิลล่าออกไปปั่นรอบบริเวณใกล้ ๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของคลื่นทะเลและสายลม เพียงฟ้าปั่นนำหน้าอย่างสนุกสนานพลางหัวเราะคิกคักไม่หยุด“วายุ! เร็ว ๆ สิ!”“ค่อย ๆ ปั่นสิฟ้า เดี๋ยวก็หอบหรอก” เขาเอ่ยพลางหัวเราะเบา ๆ“เดี๋ยวตามเค้าไม่ทันหรอกน่า”“เธอนั่นแหละจะล้ม”“เค้าไม่ล้มหรอกน่า ว้าย!---”ทว่าพูดยังไม่ทันขาดคำ ล้อจักรยานของเธอก็สะดุดกับก้อนหินเล็ก ๆ บนถนน หญิงสาวร้องลั่นด้วยความตกใจพลางหลับตาปี๋ วายุไม่รอช้าเขารีบเบรกจักรยานของตัวเองแล้วคว้าจักรยานของเธอไว้ก่อนที่มันจะเสียหลัก ส่วนมืออีกข้างจับแขนของเธอประคองไม่ให้ล้มพับไปบนพื้น“เป็นอะไรไหม” เสียงของเขาเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใย“เค้าไม่เป็นไร...แค่ตกใจ” เพียงฟ้ายืนตัวแข็งอยู่ครู่หนึ่ง“แล้วเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” วายุยังไม่ปล่อยมือ เขาก้มมองข้อเท้าของเธอก่อนเงยหน้าขึ้น “ไม่เจ็บ” เธอส่ายหน้า“แน่นะ?”“แน่”เมื่อเห็นว่าเพียงฟ้าไม่เป็นอะไรจริง ๆ เขาจึงค่อย ๆ ปล่อยมือเธออย่างระวัง แต่ก่อนที่จะปล่อยจนหมด เขากลับเผลอใช้นิ้วแตะหลังมือเธอเบา ๆ เพียงเสี้ยววินาที แต่เพียงฟ้ารู้สึกได้อย่าง
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวต้มลอยคลุ้งไปทั่วห้องครัวของวิลล่าในช่วงสาย แสงแดดจากด้านนอกลอดผ่านกระจกบานใหญ่พาดทับบนกระเบื้องขาวสะอาด เสียงคลื่นยังคงซัดเข้าฝั่งสม่ำเสมอชวนผ่อนคลาย แต่ทว่าวันนี้กลับเงียบผิดปกติ เพราะสมาชิกที่เหลือออกไปเที่ยวกันหมดแล้วหลงเหลือเพียงวายุที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ครัว และเพียงฟ้าที่กำลังยืนคนข้าวต้มอยู่หน้าเตาชายหนุ่มมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของเธออยู่เงียบ ๆ ตั้งแต่ตื่นมาเขาก็พยายามห้ามตัวเองไม่ให้เหลือบมองเธอบ่อยครั้งแต่ทว่ายิ่งพยายามห้าม สายตาเจ้ากรรมกลับยิ่งเผลอมองเธอ เขามองมือเล็ก ๆ ที่กำลังถือทัพพี ไล่ขึ้นไปมองผมยาวที่ถูกรวบขึ้นลวก ๆ จนมีปอยผมตกลงข้างแก้มเนียน เขาไม่อาจละสายตาจากท่าทางตั้งอกตั้งใจของคนที่กำลังทำอาหารธรรมดา ๆ ให้เขาหากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่เคยคิดว่าเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ จะทำให้ใจเต้นแรงได้ แต่วันนี้เขาไม่อยากหักห้ามใจตัวเองอีกแล้วไม่อยากบอกตัวเองว่าเธอเป็นเพียงเพื่อนสนิท และไม่อยากหลอกตัวเองว่า สิ่งที่เขาทำทั้งหมดเป็นเพียงความห่วงใยแบบเพื่อนเพราะเมื่อคืนเขายอมรับมันไปแล้วเขาชอบเพียงฟ้า และในเมื่อยอมรับกับตัวเองแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้อง
“…”คำตอบนั้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้วายุพูดไม่ออก“อีกอย่าง เค้าไม่อยากปล่อยยุไว้คนเดียว” เพียงฟ้าหันไปจัดหมอนให้เขา“ยุดูแลตัวเองได้”“รู้” เธอพูดพร้อมยิ้ม “แต่วันนี้ให้เค้าดูแลบ้างไม่ได้เหรอ?”ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของเพียงฟ้า ทำเอาวายุชะงักไปครู่ใหญ่ นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ“โอเคครับ แล้วแต่ฟ้า” เขาพยักหน้าช้า ๆ“งั้นนอนลงเลย”“แต่ยุ---”“คนป่วยไม่มีสิทธิ์เถียงค่ะ นอนลงเลย”เพียงฟ้าแสร้งดุเบา ๆ แต่รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้าสวย วายุถอนหายใจอย่างยอมแพ้พลันยอมเอนตัวลงบนเตียง ปล่อยให้เพียงฟ้าดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างแกร่ง“นอนไปก่อนนะ เดี๋ยวเค้าไปหาอะไรอุ่น ๆ มาให้กิน”“เพียงฟ้า” วายุเหลือบมองเธอ“หืม?”“อยู่ตรงนี้ก่อน”“ได้สิ” เพียงฟ้าชะงัก ก่อนจะยิ้มบาง ๆ เธอขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เตียงกว่าเดิม “เค้าอยู่ตรงนี้”ดวงตาคู่คมเริ่มปรือเล็กน้อยจากฤทธิ์ยา เขาค่อย ๆ หลับตาลงอย่างเชื่องช้าโดยมีเพียงฟ้านั่งอยู่ข้าง ๆ เขาได้ยินเสียงเธอเปิดโทรศัพท์เบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของเขาและเธอดังขึ้นพร้อมกัน คงดังมาจากแชตกลุ่มที่พวกบ้านั่นส่งรูปมาอวดพวกเขาเป็นแน่แต่ทว่าดวงตาทั
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีขาวทาบลงบนพื้นห้องนอน เสียงคลื่นทะเลยังคงดังสม่ำเสมอ ราวกับเป็นเสียงปลอบประโลมของธรรมชาติ ที่พยายามปลุกผู้คนในวิลล่าให้ตื่นขึ้นจากค่ำคืนอันยาวนานแต่สำหรับวายุ เช้านี้ไม่ได้มีความสดชื่นเลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งแรกที่เขารู้สึกเมื่อลืมตาคืออาการหนักอึ้งบริเวณขมับ ราวกับมีใครใช้ค้อนเล็ก ๆ เคาะอยู่ภายในหัวไม่หยุด“เชี่ย…”เสียงแหบพร่าหลุดออกมาเบา ๆ วายุหลับตาลงอีกครั้ง พยายามข่มอาการปวด ก่อนจะนึกย้อนกลับไปว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แก้วเหล้า ระเบียง ทะเล เฟยและเพียงฟ้าเพียงเท่านนั้นดวงตาคมพลันเปิดขึ้นทันที เมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับมาชัดเจนเกินกว่าที่เขาต้องการเสียอีก เขาจำบทสนทนาได้ทุกอย่างและจำได้ว่าตัวเองยอมรับกับเฟยว่าชอบเธอ“กูพูดอะไรออกไปวะ…”วายุสบถเล็กน้อย เขาไม่ได้เมาจนจำอะไรไม่ได้ ตรงกันข้ามเขาจำได้ทุกประโยค ทุกความรู้สึก แม้กระทั่งตอนที่เพียงฟ้าเดินออกมาหาเขาที่ระเบียง และถามว่าเขาดื่มเยอะหรือเปล่าจำได้แม้กระทั่งคำพูดเล็ก ๆ ที่เธอบอกว่า“ถ้านายอยากไปด้วยกันก็บอกได้”“แม่งเอ๊ย…”วายุถอนหายใจยาว เขาหันไปมองเพดานด้วยสายตาว่างเปล่า เขาเคยคิดว่าการยอ
“ฟังดูเหี้ยฉิบหาย” เขาหัวเราะเบา ๆ พลางก้มหน้าลง“ไม่เหี้ย” เฟยตอบ “ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้”“แต่เธอไม่เคยมองกูแบบนั้นด้วยซ้ำ”“มึงรู้ได้ไง?”“เพราะเธอพูดกับกูเหมือนพูดกับพวกมึงทุกคน” วายุเงยหน้าขึ้น “เธอเรียกชื่อกู เธอยิ้มให้กู เธอไว้ใจกู แต่ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะกูเป็นเพื่อน”“…” เฟยยังคงเงียบ“กูไม่เคยเป็นคนที่เธอเขินเวลาเข้าใกล้ ไม่เคยเป็นคนที่เธอรอให้โทรหา ไม่เคยเป็นคนที่เธอเลือกก่อน” เสียงของเขาเริ่มแหบต่ำนัยน์ตาคมภายใต้กรอบแว่นของเฟย จับจ้องไปยังวายุที่กำลังระบายความอัดอั้นภายในใจ เขารู้ว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ได้เกิดจากความต้องการเอาชนะเหนือฟ้า และวายุไม่ได้อยากแย่งเพียงฟ้ามาเป็นของตัวเองอย่างเห็นแก่ตัวอีกฝ่ายเพียงอยากรู้ว่า หากไม่มีคำว่าเพื่อนคอยกำหนดขอบเขตระหว่างพวกเขา หญิงสาวจะสามารถมองเขาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งได้หรือไม่“มึงอยากให้เธอเลือกมึง?”“กูไม่รู้” วายุส่ายหน้า“ไม่รู้จริง ๆ หรือไม่กล้ายอมรับ?”คำถามนั้นทำให้วายุเม้มริมฝีปาก เขายกแก้วขึ้นดื่ม แต่คราวนี้ไม่ได้ดื่มเพราะต้องการรสชาติของเหล้า เขาเพียงต้องการเวลาคิด“กูไม่ได้อยากให้เธอต้องเลือก” วายุพูดหลังจากเงียบไปนาน “กูไ
“กูบอกแล้วว่าให้ซื้อแค่สองถุง! แล้วนี่อะไร ทำไมมีตั้งหกถุงวะ?”“ก็ของมันน่ากินนี่!”เพียงฟ้าตอบกลับพร้อมเสียงหัวเราะ ขณะที่เดินเข้ามาในบ้านพร้อมถุงขนมเต็มสองมือ เหนือฟ้าเดินตามหลังเธอมาไม่ห่าง กระเป๋าสะพายใบเล็กของหญิงสาวอยู่ในมือเขา ส่วนอีกข้างถือถุงของใช้ที่เพิ่งซื้อจากตลาด ส่วนฟงรับหน้าที่แบกถุงอาหารทะเลจนแทบมองไม่เห็นใบหน้าตัวเองเฟยที่นั่งอยู่บนโซฟาเงยหน้าจากแล็ปท็อปขึ้นมอง ก่อนจะเหลือบไปทางวายุซึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่างเช่นเดิม ชายหนุ่มยังคงอยู่ในท่าเดิมตั้งแต่ช่วงสาย แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าวิลล่า เขาก็วางโทรศัพท์ลงและเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นเพียงฟ้าปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มสดใส เขาจึงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเงียบงันกลับมาแล้วสินะความคิดนั้นผุดขึ้นโดยอัตโนมัติวายุขมวดคิ้วทันที เขาไม่ชอบที่ตัวเองรู้สึกโล่งใจเพียงเพราะเห็นเธอกลับมาอย่างปลอดภัย ทั้งที่เธอออกไปกับคนอีกสองคน และเหนือฟ้าก็อยู่ข้างเธอตลอดเวลาไม่มีเหตุผลอะไรให้เขาต้องเป็นห่วงไม่มีเลยสักนิด“วายุ!”เพียงฟ้าหันมาเห็นเขาในที่สุด เธอจึงเดินตรงเข้ามาหา“เค้าซื้อขนมมาให้ด้วยนะ” เธอยื่นถุงกระดาษเล็ก





![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

