เข้าสู่ระบบนานาวใช้เวลากับครอบครัวทั้งหมดห้าวันเต็มก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพเพราะอีกไม่กี่วันเธอต้องฝึกงานเพื่อจบการศึกษาแล้ว ร่างบางก้าวเข้ามาใต้ตึกคอนโคหรูของเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่ประถมจนกระทั่งถึงมอต้น แต่สาวเจ้าต้องย้ายโรงเรียนเข้ามาอยู่ในกรุงเทพตามครอบครัวหลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนกระทั่งบังเอิญมาเจอกันที่มหาลัยทั้งยังเรียนพยาบาลเหมือนกันความห่างกันสามปีนั้นไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเพื่อนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กเลยสักนิด
ออด~ ออด~
นิ้วเรียวสวยกดออดหน้าห้องพักยืนรอเจ้าของห้องเปิดประตูให้ซึ่งเธอได้โทรถามก่อนแล้วว่าเจ้าหล่อนอยู่ห้องหรือเปล่า คิ้วเรียวขมวดผูกกันเขย่งเท้าเล็กบนรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดส่องตาแมวเป็นจังหวะเวลาเดียวกันกับที่บานประตูถูกคนด้านในเปิด
"อ๊ะ!" เสียงหวานอุทานด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเพื่อนรักจะเปิดประตูออกมาในตอนที่เธอกำลังเขย่งส่องตาแมวแม้รู้ว่าจะมองไม่เห็นภายในก็ตาม
ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยหน้าขึ้นยังเจ้าของร่างที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า คลี่ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวเรียงตัวสวยในขณะที่ข้าวแป้งยกมือกอดอกส่ายหน้าเบาๆ
"เกือบดั้งหักแล้วไหม เล่นอะไร"
"ยังไม่หักสักหน่อย"
เสียงหวานตอบกลับเพื่อนแทรกตัวเดินเข้ามาในห้องตรงมายังโซฟารับแขกสีส้มอ่อน ภายในห้องคอนโดดจะแต่งโทนสีส้มตัดกับขาวสลับกันเพราะเจ้าของห้องที่โปรดปรานสีนี้มากต่างจากนานาวที่ชอบสีฟ้ามากกว่า ดูยังไงก็ขัดกันอย่างชัดเจนกับเพื่อน
"ยายบัวฝากขนมมาให้แกกับยัยเจ๊เยอะเลย นี่เริ่มไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่เป็นหลานแท้ๆ ดูสิฉันตัวเล็กแค่นี้แต่ยายให้ขนของฝากมาเท่ากระสอบไหนยังจะกระเป๋าเสื้อผ้าฉันอีก กว่าจะมาถึงหลังแทบหัก"
ข้าวแป้งเดินมานั่งบนพื้นพรมสีเข้มอมยิ้มความบ่นยายไม่จริงจังของเพื่อน ปากก็บ่นพร่ำไปแต่รู้ว่าด้วยนิสัยเพื่อนแล้วไม่ต่างจากคนเป็นยายเลยสักนิด ยายจับนี่ใสนางน่าจะจับนั่นใส่จับไปจับมาจนเต็มเป็นกระสอบอย่างที่บ่นมานั่นแหละ
มือเรียวหยิบจับขนมของฝากมากมายจากผู้ใหญ่ขึ้นดูด้วยสายตาวิบวับ ทุกครั้งที่เธอตามติดเพื่อนกลับไปเยี่ยมบ้านมักจะได้ของฝากติดมือเยอะแยะเต็มไปหมด ซึ่งทั้งหมดนั้นมาจากฝีมือของยายบัวทั้งนั้น ทั้งขนมหวานอาหารแห้งของโปรดทั้งนั้นเลย
"แล้วนี่ยัยเจ๊ยังมาไม่ถึงอีกเหรอ ฉันโทรบอกตั้งแต่ออกจากคอนโดแล้วป่านนี้ยังไม่ถึงอีก"
"คงกำลังมาแหละเวลานี้รถติดจะตาย คอยดูนะถ้ายัยเจ๊มาถึงนางได้บ่นยาวแน่"
ยัยเจ๊ที่เธอกับเพื่อนเอ่ยถึงคือเพื่อนสนิทอีกคนชื่อหนาว แต่ที่พวกเธอเรียกว่าเจ๊เพราะความแรงแบบไม่ยอมคนของนางบวกกับการเกิดก่อนสามสี่เดือนจึงติดปากเรียกว่าเจ๊ไปแล้ว
นานาวหัวเราะกับคำพูดเพื่อน เพราะทุกคำที่เอ่ยออกมาเป็นจริงทุกอย่าง หนาวเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมคนออกแรงๆ และถ้าไม่พอใจอะไรจะออกอาการทันทีส่วนข้าวแป้งจะออกแนวชอบท้าทายพูดเก่งมากกว่าแต่พอเอาจริงก็ต้องยอมให้ยัยเจ๊ขึ้นนำก่อนตลอดนั่นแหละ
สองคนเก็บของฝากเข้าตู้เย็นรอเพื่อนอีกคนที่กำลังเดินทางมาซึ่งทั้งสามมีนัดสำคัญกันก่อนจะต้องลงฝึกงานที่อาจจะไม่มีเวลาว่างมากมายมาเที่ยวด้วยกันอีก คืนนี้ทั้งสามจึงนัดกันไปเที่ยวคลับสถานบันเทิงแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเหล่านักท่องราตรีทั้งหลาย เห็นเช็คอินรีวิวมาเยอะมากนักเที่ยวแบบข้าวแป้งจึงออกลายอยากชวนเพื่อนไปสักครั้ง
รอไม่นานหนาวก็เดินทางมาถึง และทันทีที่เท้าก้าวเข้ามาในห้องก็เป็นดังที่ข้าวแป้งเคยพูดไว้ก่อนหน้า นางบ่นยาวเลยตั้งแต่ออกจากบ้านมาตลอดจนการขับรถบนท้องถนนที่ขัดใจจนต้องระบายออกมา กว่าจะได้ออกจากคอนโดเพื่อมายังสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนก็กินเวลาไปกว่าสองชั่วโมง
"คนเยอะมาก"
นานาวออกอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตเปล่งประกายวิบวับตลอดการเดินตามการจูงมือของข้าวแป้งที่กำลังฝ่าฝูงผู้คนเดินเข้าไปยังโต๊ะที่จองก่อนหน้านี้ โดยมีหนาวเดินนำ
ไม่คาดคิดมาก่อนว่าที่นี่คนจะเยอะแบบนี้ แต่ความหรูหราตลอดจนผู้คนที่แน่นขนาดในลานกว้างไหนยังจะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มปลุกใจเต้นตึกตักตลอดเวลาก็คุ้มกับการมาเยือนสักครั้ง
"โอ๊ยกว่าจะเดินฝ่ามาได้"
"บ่นอีกละ เลิกทำหน้าย่นแบบนั้นได้แล้วเดี๋ยวก็ได้หน้าเหี่ยวก่อนวัยหรอก"
"เหี่ยวก็ไปดึงได้สมัยนี้ไม่มีใครปล่อยให้ตัวเองหน้าเหี่ยวจนดึงไม่ขึ้นหรอก"
เสียงทะเลาะกันไม่จริงจังของข้าวแป้งกับหนาวดังขึ้นเรียกเสียงหัวเราะจากคนที่ไม่มีปากมีเสียงกับเขาได้อย่างง่ายดาย ก่อนพนักงานชายหนุ่มร่างสูงจะเดินเข้ามาหาพร้อมกับรอรับออเดอร์
"ฉันเอาเหมือนแก" นานาวที่นั่งหัวเราะคอแห้งหันสอดส่ายสายตามองรอบบริเวณมาครู่หนึ่งเอ่ยบอกข้าวแป้งที่กำลังเลือกว่าจะสั่งอะไรดี เธอไม่สันทัดเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับสถานที่แบบนี้สักเท่าไหร่แต่มั่นใจว่าสิ่งที่เพื่อนสั่งมันต้องอร่อยแน่เพราะเคยลองมาแล้ว
รอยยิ้มหวานฉีกกว้างให้เพื่อนรักที่หันมามอง ขยับเก้าอี้เล็กน้อยในขณะที่หนาวแค่นหัวเราะเบาๆ กับคนช่างยิ้ม
"บอกไว้ก่อนว่าวันนี้ฉันจะสั่งแรงหน่อย ถ้าไม่ไหวไม่รู้ด้วย"
"ไม่เป็นไรหรอกน่ามีพวกแกอยู่ด้วยคงไม่ปล่อยทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวหรอกจริงไหม"
"ไม่แน่"
"ไม่หรอกฉันรู้ใช่ไหมเจ๊" เอ่ยเสียงไม่จริงจังก่อนจะหันไปหาเพื่อนร่วมแนวพอเห็นคนที่เรียกว่าเจ๊พยักหน้าให้ไม่น้อยๆ จึงได้ฉีกยิ้มกว้างออกมาอีกครั้ง พร้อมกับเลื่อนสายตามองไปยังคลับหรูต่อ
ข้าวแป้งส่ายหน้าน้อยๆ เลือกสั่งเครื่องดื่มที่ตัวเองอยากดื่ม ส่วนคนตัวเล็กข้างๆ ก็เอาตามที่นางอยากได้ซึ่งก็คือเหมือนเธอ
"Sex on the Beach กินแล้วรับรองร้อนแน่"
มือเรียวเลื่อนแก้วเครื่องดื่มที่เพิ่งถูกนำมาเสิร์ฟให้กับคนตัวเล็กข้างๆ เอ่ยเสียงหวานขู่ไม่จริงจังแต่กลับได้รับรอยยิ้มกว้างของนางกลับมาแทน ส่วนหนาวที่นั่งมองอยู่ก็หัวเราะด้วยความขบขันที่ไม่ว่าจะเอาอะไรมาขู่คนตัวเล็กก็เหมือนนางจะไม่สนใจ ยกแก้วเครื่องดื่มสีสวยขึ้นมาจิบๆ เอียงคอรับรสชาติขยับปากเล็กน้อยก่อนจะยกดื่ม
เสียงพูดคุยดังขึ้นภายในโต๊ะแทรกเสียงเพลงกระหึ่มจากดีเจบนเวทีสลับกับเสียงหัวเราะ นานาวที่เริ่มดื่มจากแก้วแรกที่ว่าไม่แรงมากแต่ตอนนี้กลับรู้สึกหัวหมุนมึนจนต้องยกมือขึ้นทุบขมับบางอยู่หลายครั้ง สองแก้มเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเช่นเดียวกับเปลือกตาบางที่เริ่มหนักอึ้งจนต้องพยายามปรือ
ร่างเล็กโยกตัวตามเสียงเพลงที่ยังคงดังปลุกใจให้เต้นตึกตักตาม โอนเอนสะบัดหัวเล็กน้อยตามจังหวะมันๆ จนกระทั่งเสียงเพื่อนดังเข้ากระทบโสตประสาทหลังจากสองนางชี้นิ้วชี้มือตามผู้ชายคนแล้วคนเล่าไปมาพักใหญ่
"โอ๊ะ! นั่น..."
"อะไร" หนาวที่ยกแก้วเครื่องดื่มสีสวยในมือขึ้นดื่มยกคิ้วถามเพื่อนเอนตัวเข้ามาฟังเพราะเสียงที่ดังสนั่นทั่วรอบบริเวณทำให้กลบเสียงพูดคุย
"คุณคาลอสนักลงทุนชื่อดังของตุรกีนี่ฉันเคยเห็นเขาออกข่าวด้วย"
"นักลงทุนอะไรกัน" เสียงใสเอ่ยถามพลางมองตามสายตาและนิ้วของเพื่อนที่พยายามชี้ไปยังเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินลงจากด้านบนซึ่งเป็นโซนวีไอพีลงมา
นานาวที่ได้ยินเสียงของเพื่อนก็เลื่อนสายตาเพ่งพินิจมองตามอย่างสนใจ
"วงในว่ากันว่าเขาเป็นมาเฟียด้วยนะ พวกแกเห็นป่ะว่าหน้าเขาเย็นชานิ่งแค่ไหนแต่ลีลาเรื่องบนเตียงไม่นิ่งตามนะจ๊ะ พวกนางแบบดังๆ ที่เคยเข้าไปดูแลเขาแบบเนื้อแนบเนื้อกระซิบเล่ากันมาว่าเรื่องบนเตียงเขาดุเดือดมาก ว่ากันว่าเขาเลือกมากและเข้าถึงตัวยากมากสุดๆ หาก.."
ปึง!
"จะยากแค่ไหนเชียวก็คนธรรมดาเหมือนกันป่ะ"
ยังไม่ทันที่ข้าวแป้งจะทันได้เล่าจนจบเสียงตบโต๊ะเสียงปึงพร้อมกับร่างเล็กของเพื่อนรักที่เหมือนจะเมามากแล้วที่ดันตัวลุกขึ้นพรวดพราดทำตกใจรีบหันขวับมองตามกัน
แต่ยังไม่ทันทำอะไรเพราะยังตกใจกับเสียงตะโกนของนางร่างเล็กๆ ก็เดินโซเซเบียดผู้คนตรงไปยังกลุ่มคนที่กำลังตกอยู่ในบทสนทนาโดยเฉพาะร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าเย็นชาที่ลงบันไดขั้นสุดท้ายมาพอดี
"นี่!"
เสียงหวานยานตวาดยกมือชี้หน้าของเพื่อนรักทำทั้งข้าวแป้งและหนาวต่างกลืนน้ำลายพร้อมกันเสียงดังอึก แม้อยู่ท่ามกลางเสียงเพลงดังกระหึ่มแต่ก็ยังได้ยืนเสียงกลืนน้ำลายของกันและกันชัดเจน สองคนหันมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมายพร้อมกับสายตาที่บอกให้รู้กันอย่างไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยเป็นคำพูดออกมา
ซวยแล้ว...
เจ๊ : ยินดีด้วยนะยัยนาวที่ในที่สุดแกก็ได้มีความสุขสักที : ติดเรียนไปไม่ได้ไว้รอไปรับขวัญหลานแล้วกันKP : ฉันอยากจะหยิกมันให้เนื้อเขียวเลย หนีพวกฉันไปแต่งงานก่อนได้ไง : ถ้าไม่ติดว่าในงานมีผัวในอนาคตฉันอยู่ด้วยนะฉันอาละวาดแน่ เจ๊ : ผัวในอนาคต? @KP ใคร?KP : ไม่บอกปล่อยให้งง ใครใช้ให้พวกแกหนีฉันไปกันหมดเองล่ะเจ๊ : ส่วนตัวมา @KP เจ๊ : ยัยข้าว!นานาวส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ ให้บทสนทนาของเพื่อนรักทั้งสอง หนาวยังไม่รู้เรื่องพี่ชายเธอเพราะมีคนที่สถาปนาตัวเองให้เป็นเมียในอนาคตของคนไม่รู้เรื่องด้วยบอกให้ปิดไว้ก่อน จะรอเปิดเซอร์ไพรส์เองในตอนที่จีบติดแล้ว ซึ่งเธอก็รับปากว่าจะไม่บอกแต่ใครจะคิดว่าเจ้าตัวจะมาโป๊ะแตกเสียเองมือเรียวกดส่งสติ๊กเกอร์รูปเด็กผู้หญิงกำลังหัวเราะกลับไปในกลุ่มแชทเพื่อน ข้อความนั้นมันเด้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืนดูจากเวลาแล้วน่าจะเป็นตอนที่เธอกับคนรักกำลังเข้าหอกันอยู่.. นิ้วเรียวกดออกจากแชทกลุ่มเพื่อนเลื่อนลงมายังข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอีกสองสามแชทก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นที่เข้ามาโอบร่างเล็กเอาไว้จากทางด้านหลังดวงหน้าหวานแหงนขึ้นเอนวางศีรษะลงไปกับพนักวางมือจ้องคนตัวโตที่เดิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดงานมงคลที่ตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อก็มาถึง แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับคนที่เคลียร์ตัวเองทุกอย่างพร้อมตั้งแต่เดือนที่แล้วอย่างคาลอส เขายังรู้สึกว่ากว่าจะถึงวันนี้เวลามันช่างเดินผ่านไปช้าเหลือเกิน ดีหน่อยที่ได้อยู่กับคนรักถึงได้ช่วยแบ่งเบาความเชื่องช้านั้นลงไปได้บ้างร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวดูดีสีขาวไปทั้งชุดกำลังยืนล้วงกางเกงทอดสายตามองแขกเหรื่อที่กำลังทยอยกันเข้ามาอย่างแน่นหนาด้วยใบหน้านิ่งๆ งานช่วงเย็นในวันนี้ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูระดับไฮคลาสที่คาลอสเพิ่งได้ลงทุนไปด้วยเม็ดเงินมหาศาล ถือหุ้นในเครือเป็นอันดับสองรองลงมาจากผู้ก่อตั้งเหตุผลที่ลงทุนไปเหรอไม่มีอะไรมากแค่อยู่ใกล้บ้านยายของคนรักข้อเดียวเลยจริงๆ"ไงวะเจ้าบ่าว"เสียงทุ้มติดกวนเล็กน้อยทำให้คาลอสที่กำลังยืนมองตรงไปด้านหน้าต้องหันกลับมายังกลุ่มเพื่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกันทั้งสามคน และแน่นอนว่าเจ้าของประโยคทักทายนั่นคือศรัณย์โดยไม่ต้องสงสัย"งานแต่งตัวเองทั้งทีแต่ทำไมมายืนหน้านิ่งอยู่นี่วะ ยิ้มอะทำเป็นหรือเปล่าแขกเมียเห็นคงได้เดินหนีกันหมด""..." มาเฟียหนุ่มทำเพียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แทนคำพูด
หลายวันต่อมา...จุ๊บ~"อื้อ~"มือเรียวยกปัดป้องสิ่งรบกวนการพักผ่อนเปลือกตาบางยังคงปิดแน่นพลิกกายซุกหน้าเข้าหาความอบอุ่นของอกกว้างไม่ยอมตื่นตามการปลุกของอีกคนคาลอสมองคนรักด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว จรดริมฝีปากร้อนลงมาบนแก้มนุ่มหนักๆ อีกครั้งพร้อมกับยกร่างเล็กของคนรักขึ้นมากอดรัดแน่นแกล้งเย้าแหย่ ได้ยินเสียงครางอื้ออึงประท้วงจากคนตัวเล็กก็ยิ่งมันเขี้ยวอ้าปากงับแก้มนุ่มนิ่มไม่แรงมากนัก"อื้อ~ อย่ากวนหนู""ตื่นได้แล้ว ขี้เซาจริงๆ เลย""..."มาเฟียหนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนมองดูร่างเล็กของคนที่ยังไม่ยอมตื่นแล้วได้แต่ส่ายหัวยิ้มน้อยๆ รู้ว่าคนท้องมักจะอ่อนเพลียอยากนอนเยอะมากกว่าปกติคนทั่วไปแต่หากว่าเจ้าหล่อนเอาแต่นอนอยู่แบบนี้มีหวังวันนี้คงไม่ต้องไปไหนแล้ว สิ่งที่คิดไว้ว่าจะทำในวันนี้คงต้องยกเลิกไปดวงตาคมเงยขึ้นมองบ้านทรงไทยหลังขนาดกลางด้านหน้าที่มีเจ้าบ้านออกมายืนรอรับชะเง้อคอยาวรอข้างกันนั้นคือแม่ผู้ให้กำเนิดของเขาเองที่ตื่นเต้นรีบลงจากรถลงไปก่อนแล้วชวนผู้อายุมากกว่าพูดคุยเสียงเจื้อยแจ้ว ส่วนอีกสองคนที่เหลือยืนคนละฝั่งทำหน้าขรึมเหมือนรูปปั้นยักษ์หน้าวัดต่างคนต่างไม่มองหน้ากัน ตอนนี้จึงเหลือเพ
"ทานเยอะๆ นะหนูนาว วันนี้แม่บ้านช่างรู้ใจทำแต่อาหารไทยทั้งนั้นเลยนะ""..."นานาวกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะที่ระรานตาแล้วก็ใจเต้นแรง เพราะมันมีแต่ของโปรดของเธอทั้งหมดเลย อาหารมากกว่าสิบอย่างยังไม่นับรวมผลไม้ของโปรดอย่างชมพู่ทับทิมจันทร์ลูกสีแดงๆ ที่วางอยู่ไม่ไกลนั้นอีกเขาคง... ไม่ได้จัดหาแม่ครัวอาหารไทยมาเพื่อเธอโดยเฉพาะหรอกนะ"ใครบอกว่าแม่บ้านทำครับมัม ผมทำเองต่างหาก"แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านั้น เสียงเข้มๆ ของมาเฟียหนุ่มก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างใหญ่ที่เดินเข้ามากับพ่อของเขาดวงตากลมที่เผลอรีบเงยจากอาหารบนโต๊ะขึ้นมายังใบหน้าคมเข้มเจ้าของเสียงเกิดความสั่นไหวหัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะระรัวขึ้นมา เมื่อกี้เขาบอกว่า.. เขาเป็นคนทำเองงั้นเหรอคาลอสดึงสายตามาสบกับดวงตากลมโตเล็กน้อยก่อนจะพาตัวเองเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ถูกจัดนั่งข้างแม่ผู้ให้กำเนิด หย่อนตัวลงบนเก้าอี้อีกตัวข้างเธอโดยมีแม่บ้านค่อยเลื่อนเก้าอี้ออกให้ มือหนาวางลงบนศีรษะทุยยีผมสวยเบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะคลี่ยิ้มให้เล็กน้อยด้วยความเอ็นดู"นี่ลูกบอกว่าทำเองงั้นเหรอ""ครับ ผมเรียนกับเชฟมิชลินอาหารไทยอันดับหนึ่งเพื่อเมียผมคนเ
"นาวสบายดีจ้ายายไม่ต้องเป็นห่วงนะ"'จะไม่ให้ห่วงได้ไง อยู่ๆ มีใครก็ไม่รู้โผล่มาพร้อมกับไอ้กลุ่มผู้ชายตัวใหญ่ๆ แล้วบอกว่าเป็นผัวแกแถมตอนนี้แกยังกำลังท้องลูกเขาอีก แกจะไม่ให้ยายห่วงได้ไงห๊ะ'"เขา... ไปหาแล้วบอกแบบนั้นจริงเหรอ" เสียงหวานแผ่วลง ฟันคมขบกัดกลีบปากล่างเบาๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเต็มไปด้วยความตกใจและกังวล 'ก็ใช่น่ะสิ แถมตอนนั้นพ่อแกยังตั้งท่าจะยิงปืนไล่ยังกับอะไรที่มาพูดจาไม่เข้าหูแบบนั้น ดีที่ยายห้ามไว้ทันเสียก่อนไม่งั้นล่ะก็ไอ้หนุ่มนั่นคงเหลือแต่ร่างที่กลับไปวิญญาณคงไม่ได้กลับแล้วล่ะ'"..." ที่กังวลคือเรื่องนี้ไง ถึงพ่อเธอจะไม่ได้เลี้ยงดูเธอกับน้องมาแต่สายใยรักก็ยังคงผูกรอบกายเธอกับน้องเอาไว้ ใครเลยจะทนไหวหากว่าอยู่ๆ มีคนมาประกาศว่าเป็น.. สามีลูก ทั้งที่ยังไม่ได้ตบแต่งไม่ได้ทำให้ถูกขนบธรรมเนียมด้วยซ้ำ เป็นเธอก็คงจะโกรธเหมือนกัน อีกอย่างคือสองคนไม่ถูกกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วใครเลยจะยิ้มรับได้กันนานาวเหลือบสายตามองออกไปยังด้านล่างสวนกว้างซึ่งมีต้นไม้และดอกไม้ปลูกตกแต่งรวมไปถึงสนามหญ้าสีเขียวขจีน่าลงไปนอนกลิ้งเล่นเหมือนเด็กนั่นด้วย สายลมที่พัดมาทำให้ปอยผมประบ่าที่ถูกปล่อยสยายปลิว
"เป็นไงบ้าง"เซน่อนยืนจ้องใบหน้าซีดเซียวของนานาวบนเตียงคนป่วยภายในห้องฉุกเฉิน มองสายน้ำเกลือที่เจาะแขนเรียวเอาไว้แล้วรีบหันถามคุณหมอวัยกลางคนที่ยืนตรวจร่างกายคนตัวเล็กมาได้สักพักอย่างใจเย็น ก็ไม่รู้ว่าจะใจเย็นไปทำไมทั้งที่ก็เห็นว่าเธอหมดสติไปแล้วคนปกติดีๆ ที่ไหนจะล้มพรึ่บลงไปต่อหน้าต่อตากัน"คนไข้แค่ร่างกายอ่อนแอเพราะเครียดเลยหมดสติไปน่ะครับ..""จะแค่นั้นได้ยังไงหมอก็เห็นอยู่ว่าน้องสาวผมยังไม่รู้สึกตัวเลย คนหมดสติต้องนานเกือบยี่สิบนาทีแบบนี้เหรอ""ใจเย็นๆ ครับ ผลพวงมันมาจากร่างกายอ่อนแอและกำลังท้องอ่อนๆ ด้วยจึงทำให้เวลานี้ร่างกายมักจะเพลียมากกว่าปกติ นอนพักสักคืนก็สามารถกลับบ้านได้แล้วครับ"คำพูดอธิบายของคุณหมอวัยกลางคนไม่ได้สะดุดใจแกร่งได้เท่ากันคำว่าท้องที่หลุดออกมา เซน่อนสะบัดหน้าเล็กน้อยเรียกสติกำลังจะเอ่ยถามย้ำถึงคำนั้นอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะอ้าปากก็ถูกเสียงเข้มของใครบางคนแทรกขึ้นมาเสียก่อน"เมื่อกี้บอกว่าท้องเหรอ"ทั้งคุณหมอและหัวหน้าองค์กรมังกรดำต่างหันกลับมายังเจ้าของเสียงเข้มด้านหลังแทบทันที คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยด้วยความแปลกใจว่าทำไมคนที่เพิ่งแยกกันเมื่อไม่นานนี้ถึงได้มาโผล่ที่น







