เข้าสู่ระบบ"นี่!"
นานาวยกมือชี้หน้าเจ้าของใบหน้าเย็นชาที่เพื่อนเอ่ยถึงว่าเข้าถึงตัวยากมากสุดๆ ความเมาทำให้สาวเจ้ามีความใจกล้าบ้าบิ่นเดินเข้ามาประจันหน้ากับชายหนุ่มต่างชาติที่ได้ยินแว่วๆ ตอนอยู่ที่โต๊ะว่าเป็นนักลงทุนอะไรสักอย่าง
หรี่ตาจ้องใบหน้าคมเข้มผ่านความสลัวในขณะที่มือใหญ่ของเขายกให้ห้ามลูกน้องคนสนิทที่กำลังจะปรี่เข้ามากระชากร่างเล็กออกไป
คาลอสจ้องใบหน้าหวานจิ้มลิ้มกลับด้วยแววตาเย็นชาโดยไม่พูดอะไร รอดูว่าสาวเจ้าจะทำอะไรต่อไปดูจากท่าทางก็รู้ว่าเธอกำลังเมามาก
"ไปนั่งด้วยกันหน่อย"
"บังอาจ!" เสียงเข้มดุดันนี้ไม่ใช่เสียงของมาเฟียหนุ่มแต่เป็นเสียงจากเครย์ตันมือขวาเขาต่างหาก
"...นายเป็นใครมาสอดอะไรด้วย"
เสียงยานยาวหันไปหรี่ตาจ้องคนตัวใหญ่ด้านข้างด้วยสายตาสงสัยอย่างชัดเจน เธอมั่นใจว่าตัวเองพูดอยู่กับคนตรงหน้าแล้วเขา... เป็นใครกันมาเสียงดังใส่เธอทำไม
นานาวสะบัดหัวเลิกสนใจคนอื่นยื่นมือคว้าหมับเข้าที่ข้อมือใหญ่ที่สอดเข้าในกระเป๋ากางเกงจูงพาร่างสูงใหญ่ของชายต่างชาติหน้านิ่งเดินกลับมาหาเพื่อนพิสูจน์ให้เห็นว่าคนที่บอกว่าเข้าถึงตัวยากมันเป็นแค่ข่าวลือที่พูดกันเท่านั้น
เท้าหนักก้าวตามร่างเล็กของหญิงสาวที่เขาจำได้ว่าเคยถูกเธอชน กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่กำจายออกมาจากตัวเธอยังติดจมูกแม้จะผ่านมาหลายวันแต่เขาก็ยังคงหงุดหงิดกับกลิ่นนั้น รอดูว่าเธอจะทำอะไรต่อไปจากนี้
"นั่งตรงนี้"
คนเมาจัดแจงเลื่อนเก้าอี้ให้กับร่างสูงใหญ่ได้นั่งลงไป ก่อนตัวเองจะหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ตัวเดิมใกล้เพื่อน ฉีกยิ้มกว้างหลับตาลงเล็กน้อยในขณะที่ข้าวแป้งกับหนาวหน้าเสียมองหน้าสองคนสลับกันไปมา
มาเฟียหนุ่มนั่งหน้านิ่งเย็นชาต่างจากเพื่อนเธอที่นั่งยิ้มหน้าระรื่นอวดโชว์ฟันขาว
"เห็นไหมไม่เห็นเข้าถึงตัวยากแบบที่แกบอกเลย" เสียงหวานเอ่ยออกมาเรียกสายตาราบเรียบจากคนที่กำลังนั่งมองเพื่อนเธอสลับกันไปมาราวกับจะสแกนว่าเป็นมิตรหรือศัตรูให้เหลือบหางตามายังตัวเอง
"ยัยนาวแกเมาแล้ว"
"อือ... แค่มึนนิดหน่อยเอง"
มึนนิดหน่อยบ้าอะไร เกิดพูดอะไรไม่เข้าหูคนที่พาเดินเข้ามาด้วยแล้วเขาโมโหเลือดขึ้นหน้าสั่งฆ่าปิดปากพวกเธอจะทำยังไง ยัยเพื่อนคนนี้นี่!
นานาวเอียงคอจ้องเพื่อนที่กำลังแสดงสีหน้าบอกว่าหวาดกลัวคนด้านข้างตัวเองอย่างชัดเจน หันสายตามองตามมายังเจ้าของใบหน้าเย็นชาที่นั่งเชิดหน้ากอดอกไม่พูดจาก็เดาเองในใจว่าเพื่อนเธอคงจะคิดว่าผู้ชายคนนี้เข้าถึงตัวยากอยู่เลยไม่กล้าพูดด้วย
ร่างเล็กหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มร่างใหญ่คลี่ยิ้มยกมือขึ้นกอบกุมแก้มสากที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมันมาก่อนแม้แต่คู่นอนของเขาที่ได้สัมผัสเพียงร่างกายช่วงล่างเท่านั้น ยื่นหน้าเข้าใกล้ในขณะที่คาลอสเองก็กัดฟันดังกรอดเริ่มไม่พอใจ
เขายอมทนดูว่าสาวเจ้าจะทำอะไรเพราะอยากรู้ว่าเธอเป็นใครแล้วใครส่งเข้าหาเขาโดยตรงแต่พอถูกแตะต้องส่วนต้องห้ามก็เริ่มแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาจับข้อมือเล็กสองข้างเอาไว้บีบแน่นแต่ยังไม่ทันได้สะบัดออกจากใบหน้าริมฝีปากอวบอิ่มรูปกระจับสีแดงเรื่อก็ประกบลงมาบนกลีบปากบางอย่างรวดเร็ว
ลมหายใจอุ่นหอมกรุ่นเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจนทำร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มชะงัก เขาไม่เคยจูบคู่นอนคนไหนมาก่อน เธอ... เป็นคนแปลกหน้าที่กล้ามาแตะต้องส่วนต้องห้ามแบบหน้าระรื่น
จุ๊บ~
"เข้าถึงตัวยากตรงไหนเห็นไหมคิกๆ... อื้อ~" นานาวผละริมฝีปากออกหันไปมองเพื่อนทั้งสองคนที่นั่งอ้าปากค้างด้วยความตกใจกับความใจกล้าบ้าบิ่นของเพื่อน ไม่คิดว่าพอเมาแล้วจะเรื้อนได้ขนาดนี้
คาลอสเหมือนได้สติคืนเหลือบขึ้นยังคนที่เกือบเกยขึ้นบนตักแกร่ง คลายมือออกจากข้อมือเล็กกวาดต้อนไปด้านหลังคว้าท้ายทอยเล็กกดหญิงสาวลงมาก่อนจะประกบปากจูบบดเคล้าริมฝีปากนุ่มนิ่มที่เอาแต่พร่ำเพรื่ออย่างหนักหน่วง
เป็นครั้งแรกที่คิดว่าจูบมันไม่ได้แย่ จะเรียกว่าเป็นจูบแรกเลยก็ว่าได้เพราะเขาไม่เคยจูบผู้หญิงคนไหนมาก่อน
"..."
"อื้อ~"
แรงบดขยี้รุนแรงทำคนเมาเริ่มหายใจหอบ มือน้อยที่กอบกุมแก้มสากไว้ก่อนหน้าเลื่อนลงมาทุบอกกว้างแรงๆ ให้ถอยห่างออกไปเพราะตัวเองเริ่มจะหายใจไม่ออกแล้ว แต่เขากลับทำตรงข้ามด้วยการสอดลิ้นสากร้อนรุ่มเข้ามาในโพรงปากเล็กดูดดึงลิ้นนุ่มที่กำลังขับไสไล่ส่งอย่างเอาแต่ใจ ฟันคมที่ขบกัดริมฝีปากอิ่มล่างสร้างรอยแผลเลือดซึมให้เจ้าตัวได้อย่างง่ายดาย
ภาพตรงหน้าเหมือนคำสาปที่สาปส่งมาให้ทั้งหนาวและข้าวแป้งได้แต่นิ่งค้างท่าเดิมด้วยความตกใจ กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้งร่างสูงใหญ่ก็ปล่อยเพื่อนเธอให้เป็นอิสระแล้ว
"ทำอะไรเนี่ยหายใจไม่ออก" เสียงคนเมาดึงสติหนาวให้กลับคืน ร่างบางดันตัวลุกขึ้นจะไปกระชากเพื่อนตัวเองกลับมาเป็นเวลาเดียวกันกับที่ลูกน้องคนสนิทของมาเฟียหนุ่มเดินเข้ามาก้มกระซิบข้างหูเจ้านายพอดีเธอจึงหยุดนิ่งและข้าวแป้งก็ลุกขึ้นมาตาม
"จะ.. เจ๊ทำไงอ่ะ"
"รอดูก่อน"
"ยัยนาวนะยัยนาวทำบ้าอะไรลงไปเนี่ยคงไม่ถูกหมายหัวหรอกนะ"
"..."
คาลอสยังคงจ้องใบหน้าหวานจิ้มลิ้มแดงก่ำด้วยความเมาแบบไม่พอใจของหญิงสางร่างเล็กที่ยังไม่หลุดจากพันธนาการของฝ่ามือใหญ่ ในขณะที่หูก็ฟังรายงานจากลูกน้องคนสนิทไปด้วย
หลังรายงานเสร็จเครย์ตันก็หยัดกายขึ้นเต็มความสูง ดวงตาคมเหลือบมองหญิงสาวแปลกหน้าที่เกยอยู่บนตักเจ้านายหนุ่มด้วยความสงสัยเพราะเธอไม่ได้อยู่ในความสนใจของเจ้านายมาก่อนหน้านี้เลยสักนิด อยู่ๆ ก็โผล่เข้ามาแต่ที่น่าแปลกใจคือเจ้านายเขาดันสนใจเธออีกนี่สิ
มาเฟียปล่อยมือออกจากท้ายทอยเล็กและเอวคอดที่ไม่รู้ว่ายื่นเข้าไปเกี่ยวรั้งมาแนบชิดตั้งแต่ตอนไหน จ้องใบหน้าจิ้มลิ้มแดงก่ำด้วยแววตาราบเรียบก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากไปพร้อมกับลูกน้องคนสนิทโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา ส่วนนานาวที่หลุดจากพันธนาการรัดรึงได้ก็ยกแก้วค็อกเทลที่เหลือครึ่งแก้วด้านหน้าขึ้นกระดกลงคอดับกระหายคอแห้งเรอเสียงดังเอิกก่อนจะฟุบไปกับโต๊ะท่ามกลางสีหน้าคาดโทษปนโล่งอกของเพื่อน
"เมาแล้วสร้างปัญหาให้ตัวเองไม่พอยังหลับหนีไปอีก"
"เฮ้อ... หัวใจจะวาย ฉันก็คิดว่าผู้ชายคนนั้นจะสั่งฆ่ายัยนาวแล้วซะอีก" ข้าวแป้งผ่อนลมหายใจออกหนักทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวเดิมเอนหลังกับพนักพิงราวกับคนหมดเรี่ยวแรง
"ไหนแกว่าเขาเข้าถึงตัวยากไงแล้วไหงมาจูบยัยขี้เมานี่ได้ล่ะ"
"จะไปรู้เหรอ ก็ได้ยินมาแบบนั้นฉันก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้นี่นา"
เธอได้ยินเพื่อนอีกกลุ่มที่เป็นนางแบบเล่าต่อกันมาแต่ไม่รู้ว่าระดับความเข้าถึงตัวยากของคาลอสมากน้อยแค่ไหน แต่หลักๆ หากดูจากหน้าแล้วคงไม่มีใครสามารถเฉียดเข้าใกล้ได้หากไม่ได้รับอนุญาตแต่นี่เพื่อนเธอ... เฮ้อ ไม่รู้แล้ว
ร่างบางหยัดกายลุกขึ้นหันมองหนาวที่กำลังยืนทำหน้าหนักใจเพราะไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนอีกหรือเปล่า สองคนตัดสินใจพาคนเมากลับที่พักก่อนส่วนเรื่องคืนนี้ก็ให้คนสร้างปัญหาตื่นก่อนแล้วค่อยมาคิดกันอีกที ไม่แน่ผู้ชายที่มีผู้หญิงเต็มใจพร้อมเข้าหาตลอดเวลาเพียงแค่กระดิกนิ้วเรียกอย่างคาลอส บาลาสเซียคงไม่สนใจเพื่อนเธอมากมายหรอก
เจ๊ : ยินดีด้วยนะยัยนาวที่ในที่สุดแกก็ได้มีความสุขสักที : ติดเรียนไปไม่ได้ไว้รอไปรับขวัญหลานแล้วกันKP : ฉันอยากจะหยิกมันให้เนื้อเขียวเลย หนีพวกฉันไปแต่งงานก่อนได้ไง : ถ้าไม่ติดว่าในงานมีผัวในอนาคตฉันอยู่ด้วยนะฉันอาละวาดแน่ เจ๊ : ผัวในอนาคต? @KP ใคร?KP : ไม่บอกปล่อยให้งง ใครใช้ให้พวกแกหนีฉันไปกันหมดเองล่ะเจ๊ : ส่วนตัวมา @KP เจ๊ : ยัยข้าว!นานาวส่ายหน้ายิ้มน้อยๆ ให้บทสนทนาของเพื่อนรักทั้งสอง หนาวยังไม่รู้เรื่องพี่ชายเธอเพราะมีคนที่สถาปนาตัวเองให้เป็นเมียในอนาคตของคนไม่รู้เรื่องด้วยบอกให้ปิดไว้ก่อน จะรอเปิดเซอร์ไพรส์เองในตอนที่จีบติดแล้ว ซึ่งเธอก็รับปากว่าจะไม่บอกแต่ใครจะคิดว่าเจ้าตัวจะมาโป๊ะแตกเสียเองมือเรียวกดส่งสติ๊กเกอร์รูปเด็กผู้หญิงกำลังหัวเราะกลับไปในกลุ่มแชทเพื่อน ข้อความนั้นมันเด้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อคืนดูจากเวลาแล้วน่าจะเป็นตอนที่เธอกับคนรักกำลังเข้าหอกันอยู่.. นิ้วเรียวกดออกจากแชทกลุ่มเพื่อนเลื่อนลงมายังข้อความที่ยังไม่ได้เปิดอ่านอีกสองสามแชทก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นที่เข้ามาโอบร่างเล็กเอาไว้จากทางด้านหลังดวงหน้าหวานแหงนขึ้นเอนวางศีรษะลงไปกับพนักวางมือจ้องคนตัวโตที่เดิ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดงานมงคลที่ตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อก็มาถึง แต่นั่นมันไม่ใช่สำหรับคนที่เคลียร์ตัวเองทุกอย่างพร้อมตั้งแต่เดือนที่แล้วอย่างคาลอส เขายังรู้สึกว่ากว่าจะถึงวันนี้เวลามันช่างเดินผ่านไปช้าเหลือเกิน ดีหน่อยที่ได้อยู่กับคนรักถึงได้ช่วยแบ่งเบาความเชื่องช้านั้นลงไปได้บ้างร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มในชุดเจ้าบ่าวดูดีสีขาวไปทั้งชุดกำลังยืนล้วงกางเกงทอดสายตามองแขกเหรื่อที่กำลังทยอยกันเข้ามาอย่างแน่นหนาด้วยใบหน้านิ่งๆ งานช่วงเย็นในวันนี้ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูระดับไฮคลาสที่คาลอสเพิ่งได้ลงทุนไปด้วยเม็ดเงินมหาศาล ถือหุ้นในเครือเป็นอันดับสองรองลงมาจากผู้ก่อตั้งเหตุผลที่ลงทุนไปเหรอไม่มีอะไรมากแค่อยู่ใกล้บ้านยายของคนรักข้อเดียวเลยจริงๆ"ไงวะเจ้าบ่าว"เสียงทุ้มติดกวนเล็กน้อยทำให้คาลอสที่กำลังยืนมองตรงไปด้านหน้าต้องหันกลับมายังกลุ่มเพื่อนที่เดินเข้ามาพร้อมกันทั้งสามคน และแน่นอนว่าเจ้าของประโยคทักทายนั่นคือศรัณย์โดยไม่ต้องสงสัย"งานแต่งตัวเองทั้งทีแต่ทำไมมายืนหน้านิ่งอยู่นี่วะ ยิ้มอะทำเป็นหรือเปล่าแขกเมียเห็นคงได้เดินหนีกันหมด""..." มาเฟียหนุ่มทำเพียงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แทนคำพูด
หลายวันต่อมา...จุ๊บ~"อื้อ~"มือเรียวยกปัดป้องสิ่งรบกวนการพักผ่อนเปลือกตาบางยังคงปิดแน่นพลิกกายซุกหน้าเข้าหาความอบอุ่นของอกกว้างไม่ยอมตื่นตามการปลุกของอีกคนคาลอสมองคนรักด้วยความเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยว จรดริมฝีปากร้อนลงมาบนแก้มนุ่มหนักๆ อีกครั้งพร้อมกับยกร่างเล็กของคนรักขึ้นมากอดรัดแน่นแกล้งเย้าแหย่ ได้ยินเสียงครางอื้ออึงประท้วงจากคนตัวเล็กก็ยิ่งมันเขี้ยวอ้าปากงับแก้มนุ่มนิ่มไม่แรงมากนัก"อื้อ~ อย่ากวนหนู""ตื่นได้แล้ว ขี้เซาจริงๆ เลย""..."มาเฟียหนุ่มกึ่งนั่งกึ่งนอนมองดูร่างเล็กของคนที่ยังไม่ยอมตื่นแล้วได้แต่ส่ายหัวยิ้มน้อยๆ รู้ว่าคนท้องมักจะอ่อนเพลียอยากนอนเยอะมากกว่าปกติคนทั่วไปแต่หากว่าเจ้าหล่อนเอาแต่นอนอยู่แบบนี้มีหวังวันนี้คงไม่ต้องไปไหนแล้ว สิ่งที่คิดไว้ว่าจะทำในวันนี้คงต้องยกเลิกไปดวงตาคมเงยขึ้นมองบ้านทรงไทยหลังขนาดกลางด้านหน้าที่มีเจ้าบ้านออกมายืนรอรับชะเง้อคอยาวรอข้างกันนั้นคือแม่ผู้ให้กำเนิดของเขาเองที่ตื่นเต้นรีบลงจากรถลงไปก่อนแล้วชวนผู้อายุมากกว่าพูดคุยเสียงเจื้อยแจ้ว ส่วนอีกสองคนที่เหลือยืนคนละฝั่งทำหน้าขรึมเหมือนรูปปั้นยักษ์หน้าวัดต่างคนต่างไม่มองหน้ากัน ตอนนี้จึงเหลือเพ
"ทานเยอะๆ นะหนูนาว วันนี้แม่บ้านช่างรู้ใจทำแต่อาหารไทยทั้งนั้นเลยนะ""..."นานาวกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะที่ระรานตาแล้วก็ใจเต้นแรง เพราะมันมีแต่ของโปรดของเธอทั้งหมดเลย อาหารมากกว่าสิบอย่างยังไม่นับรวมผลไม้ของโปรดอย่างชมพู่ทับทิมจันทร์ลูกสีแดงๆ ที่วางอยู่ไม่ไกลนั้นอีกเขาคง... ไม่ได้จัดหาแม่ครัวอาหารไทยมาเพื่อเธอโดยเฉพาะหรอกนะ"ใครบอกว่าแม่บ้านทำครับมัม ผมทำเองต่างหาก"แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่านั้น เสียงเข้มๆ ของมาเฟียหนุ่มก็ดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างใหญ่ที่เดินเข้ามากับพ่อของเขาดวงตากลมที่เผลอรีบเงยจากอาหารบนโต๊ะขึ้นมายังใบหน้าคมเข้มเจ้าของเสียงเกิดความสั่นไหวหัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะระรัวขึ้นมา เมื่อกี้เขาบอกว่า.. เขาเป็นคนทำเองงั้นเหรอคาลอสดึงสายตามาสบกับดวงตากลมโตเล็กน้อยก่อนจะพาตัวเองเดินเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ถูกจัดนั่งข้างแม่ผู้ให้กำเนิด หย่อนตัวลงบนเก้าอี้อีกตัวข้างเธอโดยมีแม่บ้านค่อยเลื่อนเก้าอี้ออกให้ มือหนาวางลงบนศีรษะทุยยีผมสวยเบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะคลี่ยิ้มให้เล็กน้อยด้วยความเอ็นดู"นี่ลูกบอกว่าทำเองงั้นเหรอ""ครับ ผมเรียนกับเชฟมิชลินอาหารไทยอันดับหนึ่งเพื่อเมียผมคนเ
"นาวสบายดีจ้ายายไม่ต้องเป็นห่วงนะ"'จะไม่ให้ห่วงได้ไง อยู่ๆ มีใครก็ไม่รู้โผล่มาพร้อมกับไอ้กลุ่มผู้ชายตัวใหญ่ๆ แล้วบอกว่าเป็นผัวแกแถมตอนนี้แกยังกำลังท้องลูกเขาอีก แกจะไม่ให้ยายห่วงได้ไงห๊ะ'"เขา... ไปหาแล้วบอกแบบนั้นจริงเหรอ" เสียงหวานแผ่วลง ฟันคมขบกัดกลีบปากล่างเบาๆ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเต็มไปด้วยความตกใจและกังวล 'ก็ใช่น่ะสิ แถมตอนนั้นพ่อแกยังตั้งท่าจะยิงปืนไล่ยังกับอะไรที่มาพูดจาไม่เข้าหูแบบนั้น ดีที่ยายห้ามไว้ทันเสียก่อนไม่งั้นล่ะก็ไอ้หนุ่มนั่นคงเหลือแต่ร่างที่กลับไปวิญญาณคงไม่ได้กลับแล้วล่ะ'"..." ที่กังวลคือเรื่องนี้ไง ถึงพ่อเธอจะไม่ได้เลี้ยงดูเธอกับน้องมาแต่สายใยรักก็ยังคงผูกรอบกายเธอกับน้องเอาไว้ ใครเลยจะทนไหวหากว่าอยู่ๆ มีคนมาประกาศว่าเป็น.. สามีลูก ทั้งที่ยังไม่ได้ตบแต่งไม่ได้ทำให้ถูกขนบธรรมเนียมด้วยซ้ำ เป็นเธอก็คงจะโกรธเหมือนกัน อีกอย่างคือสองคนไม่ถูกกันเป็นทุนเดิมอยู่แล้วใครเลยจะยิ้มรับได้กันนานาวเหลือบสายตามองออกไปยังด้านล่างสวนกว้างซึ่งมีต้นไม้และดอกไม้ปลูกตกแต่งรวมไปถึงสนามหญ้าสีเขียวขจีน่าลงไปนอนกลิ้งเล่นเหมือนเด็กนั่นด้วย สายลมที่พัดมาทำให้ปอยผมประบ่าที่ถูกปล่อยสยายปลิว
"เป็นไงบ้าง"เซน่อนยืนจ้องใบหน้าซีดเซียวของนานาวบนเตียงคนป่วยภายในห้องฉุกเฉิน มองสายน้ำเกลือที่เจาะแขนเรียวเอาไว้แล้วรีบหันถามคุณหมอวัยกลางคนที่ยืนตรวจร่างกายคนตัวเล็กมาได้สักพักอย่างใจเย็น ก็ไม่รู้ว่าจะใจเย็นไปทำไมทั้งที่ก็เห็นว่าเธอหมดสติไปแล้วคนปกติดีๆ ที่ไหนจะล้มพรึ่บลงไปต่อหน้าต่อตากัน"คนไข้แค่ร่างกายอ่อนแอเพราะเครียดเลยหมดสติไปน่ะครับ..""จะแค่นั้นได้ยังไงหมอก็เห็นอยู่ว่าน้องสาวผมยังไม่รู้สึกตัวเลย คนหมดสติต้องนานเกือบยี่สิบนาทีแบบนี้เหรอ""ใจเย็นๆ ครับ ผลพวงมันมาจากร่างกายอ่อนแอและกำลังท้องอ่อนๆ ด้วยจึงทำให้เวลานี้ร่างกายมักจะเพลียมากกว่าปกติ นอนพักสักคืนก็สามารถกลับบ้านได้แล้วครับ"คำพูดอธิบายของคุณหมอวัยกลางคนไม่ได้สะดุดใจแกร่งได้เท่ากันคำว่าท้องที่หลุดออกมา เซน่อนสะบัดหน้าเล็กน้อยเรียกสติกำลังจะเอ่ยถามย้ำถึงคำนั้นอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะอ้าปากก็ถูกเสียงเข้มของใครบางคนแทรกขึ้นมาเสียก่อน"เมื่อกี้บอกว่าท้องเหรอ"ทั้งคุณหมอและหัวหน้าองค์กรมังกรดำต่างหันกลับมายังเจ้าของเสียงเข้มด้านหลังแทบทันที คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยด้วยความแปลกใจว่าทำไมคนที่เพิ่งแยกกันเมื่อไม่นานนี้ถึงได้มาโผล่ที่น







![ชีวิตนี้ฉันขอชดใช้ ด้วยลมหายใจสุดท้าย [SM] NC25++](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)