Share

3 ปรามาส(1)

last update publish date: 2026-02-03 22:55:12

"แม่ว่าไงนะครับ"

            "แม่ถามว่า หมอกสนใจงานพี่เลี้ยงเด็กหรือเปล่า"

            หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน รุ่งรัตน์ก็ชั่งใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจถามคนใกล้ตัวที่สุดนั่นก็คือมารุตลูกชายของเธอเอง

            "ทำไมอยู่ดี ๆ แม่มาถามหมอกแบบนี้ครับ ไหนแม่บอกว่าไม่อยากให้หมอกทำงานประเภทนี้ยังไงล่ะ"

            มารุตขมวดคิ้วถามกลับ แม่เป็นคนบอกกับเขาเองว่างานประเภทนี้มันเหนื่อย ไม่อยากให้เขาทำ แต่ทำไมวันนี้กลับยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด

            "ก็แม่เห็นว่าลูกกำลังหางานทำอยู่ แล้วแม่ก็คิดว่าลูกน่าจะเหมาะกับงานนี้ ลูกเรียนเกี่ยวกับการดูแลเด็กมาไม่ใช่หรือ"

            "หมอกเรียนวรรณกรรมสำหรับเด็กครับ"

            "นั่นแหละที่แม่หมายถึง แหมเด็กคนนี้นี่จริง ๆ เลย ผิดนิดผิดหน่อยไม่ได้"

            มารุตอมยิ้มน้อย ๆ แม่ไม่เคยเรียกชื่อสาขาวิชาที่เขาเรียนถูกเลย แต่ที่แม่พูดมันก็ไม่เชิงผิดเพราะว่าเอกที่เขาเรียนมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กทั้งสิ้น แม้จะเน้นหนักไปทางด้านวรรณกรรมแต่มันก็ยังมีวิชาที่ให้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กด้วย ดังนั้นเรื่องของการดูแลเด็กก็เป็นปัจจัยพื้นฐานที่คนที่เรียนอย่างเขาควรจะต้องคำนึงถึงอยู่แล้ว

            "แล้วแม่ผันตัวไปเป็นนายหน้าจัดหางานตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"

            "แม่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นหรอกลูก พอดีผู้ว่าจ้างที่แม่ไปทำงานด้วยน่ะเขากำลังต้องการพี่เลี้ยงเด็ก แม่ก็เลยจะมาถามหมอกดูว่าสนใจไหม"

            "แล้วทำไมไม่หาผ่านเอเจนซีละครับ อย่างนั้นจะไม่สะดวกกว่าเหรอ ตรวจสอบอะไรก็ง่ายกว่าหาแบบนี้เยอะ"

            "มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นหรอกนะลูก หาผ่านเอเจนซีมันสะดวกก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะได้คนที่ทำงานดีและไว้ใจได้ คุณกฤษน่ะเขาเปลี่ยนพี่เลี้ยงเด็กมาไม่ต่ำกว่า 4-5 คนแล้วภายในเวลาแค่สามเดือน เขาเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวต้องไปทำงานนอกบ้านไม่ได้มีเวลามาตรวจสอบหรือดูละเอียด เจอหัวขโมยในคราบพี่เลี้ยงบ้าง อู้งานบ้าง ปล่อยปละละเลยลูกเขาบ้าง ล่าสุดเห็นว่าเป็นคนรู้จักแท้ ๆ กลับหายหน้าหายตาไปเลย ไม่ยอมมาทำงาน แม่ก็เลย..."

            "แม่ก็เลยอาสาเป็นเจ้าภาพจัดหาคนให้เสียเลย"

            "หนูถุงแป้งน่ารักมากนะลูก และที่สำคัญถ้าได้งานนี้คุณกฤษเขาจะจ้างดูน้องยาว ๆ เลย ที่พักฟรี กินฟรีอยู่ฟรี ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว"

            "หมายความว่าไงครับ กินฟรีอยู่ฟรี อย่าบอกว่าเป็นพี่เลี้ยงแบบดูแลประจำ"

            "ใช่จ้ะ 24 ชั่วโมง"

            "โห แบบนี้หมอกคงไม่ไหว"

            มารุตบอกปัดโดยแทบไม่ต้องคิดเมื่อได้ยินคำว่า 24 ชั่วโมง เขาทำงานแบบฟรีแลนซ์มาตั้งแต่เรียนจบ ไม่ต่างอะไรจากการเป็นนายตัวเอง จู่ ๆ จะให้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนั้นเห็นทีคงจะยาก

            "ทีนี้เชื่อแม่หรือยังว่าพี่เลี้ยงมันไม่ได้หากันได้ง่าย ๆ เงื่อนไขมันจุกจิกเกินไปขนาดหมอกยังไม่เลือกเลย แต่แม่กำลังคิดอยู่ว่าถ้าลูกไม่อยากทำ แม่อาจจะรับหน้าที่นี้เอง"

            "ทำไมครับ"

            "แม่สงสารเด็ก... "

            รุ่งรัตน์เงียบไปอึดใจก่อนจะพูดต่อ

            "หนูถุงแป้งเป็นเด็กน่าสงสารมาก แม่ก็ตายจาก ส่วนคนเป็นพ่อก็ทำแต่งานไม่ค่อยว่าง ลูกน่าจะรู้ว่าเด็กช่วง 10 เดือนอย่างน้อยก็ควรจะเริ่มตั้งไข่หรืออาจจะหัดเดินได้สักก้าวสองก้าวแล้ว แต่นี้น้องเพิ่งจะคลานเป็นและทำได้ช้ากว่าเด็กปกติทั่วไป แล้วยิ่งมาเจอพี่เลี้ยงที่ไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่ยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่ แม่เองก็เคยทำให้ลูกตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นมาก่อน จะให้แม่เห็นแล้วทำเฉยงั้นหรือหมอก"

            รุ่งรัตน์พูดน้ำเสียงสั่นเครือนึกไปถึงตอนที่สามีเสียชีวิตใหม่ ๆ จากคนที่มีเวลาดูแลลูกเต็มที่ มีชีวิตที่สุขสบาย ต้องกลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัว เธอไม่ได้มีการศึกษาสูง ไม่ได้มีความสามารถที่โดดเด่น อาชีพแม่บ้านจึงกลายมาเป็นทางเลือกหลักที่ทำให้เธอมีรายได้มาเลี้ยงตัวเองกับลูกนับแต่นั้น 

            แน่นอนว่ารุ่งรัตน์ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะไปจ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างใครเขา บางครั้งก็ต้องกระเตงลูกไปไหนมาไหนด้วย มีอยู่หลายครั้งที่เธอจำเป็นต้องฝากลูกไว้กับคนอื่นโดยที่ไม่อาจรู้ได้เลยว่าในแต่ละวันลูกของเธอถูกกระทำอะไรบ้างและนั่นก็ติดอยู่ในใจของเธอมานานไม่ต่างอะไรจากกฤษณะที่เธอเห็นในวันนี้

            "แต่การเป็นพี่เลี้ยงเด็กแบบประจำมันจะเอาเวลาของแม่ไปหมด"

            "ไม่มีใครเป็นเด็กตลอดไปหรอกจ้ะ สัญญาจ้างก็ทำปีต่อปีไม่ใช่สัญญาทาสเสียหน่อย นอกจากแม่จะได้ช่วยเด็กคนหนึ่งแล้วแม่ก็ยังได้เงินเดือนเป็นการตอบแทนด้วย ไม่มีอะไรเสียหายนี่ลูก"

            มารุตคิดหนักกับคำตอบที่ได้รับ มันค่อนข้างเป็นการตัดสินใจที่ปุบปับ แต่เขารู้ดีว่าแม่ตัวเองเป็นคนขี้สงสารและคงจะคิดมาดีแล้วถึงได้บอกกับเขาแบบนั้น

            "หมอกจะรับงานนี้ก็ได้ครับ ถ้าแม่ให้คำสัญญากับหมอกได้"

            "ลูกมีอะไรงั้นหรือ"

            "หมอกอยากให้แม่เลิกทำงาน หมอกจะเลี้ยงแม่เอง"

            "หมอก"

            "แม่รู้ใช่ไหมครับว่าถ้าหมอกรับงานพี่เลี้ยงแบบประจำ หมอกจะต้องเอาเวลาแทบทั้งหมดไปทุ่มเทให้กับคนอื่น หมอกต้องทิ้งแม่ให้อยู่คนเดียว แล้วถ้าแม่ยังต้องทำงานงก ๆ อยู่ หมอกจะสบายใจได้ยังไง"

            "แล้วถ้าแม่ทำตัวว่างไปวัน ๆ โดยที่ลูกตัวเองต้องทำงานงก ๆ หมอกคิดว่าแม่จะสบายใจงั้นหรือ"

            "แต่หมอกอยากให้แม่พัก หมอกเลี้ยงแม่ได้"

            รุ่งรัตน์ลูบหัวลูกชายคนเดียวของเธอด้วยความเอ็นดู ได้ฟังเพียงแค่นั้น ความเหนื่อยล้าที่มีเหมือนถูกปลิดทิ้งจนหมดสิ้น

            "แม่รู้จ้ะ แต่แม่เองก็ยังอยากทำงานอยู่ ถ้าอย่างนั้นแม่จะรับงานให้น้อยลงดีไหม ลูกจะได้สบายใจ"

            "เฮ้อ! แม่ก็เป็นอย่างนี้ทุกที ชอบหลอกหมอกอยู่เรื่อย"

            มารุตจับมือแม่ที่กำลังลูบหัวเขามาซุกและถูไถหน้าตัวเองอยู่อย่างนั้น นึกว่าตัวเองเป็นคนที่ดื้อดึงมาตลอดแต่วันนี้รู้แล้วว่าไม่ใช่

            "แล้วสรุปหมอกจะว่ายังไง"

            "ถ้าแม่คิดว่าดี หมอกก็ตกลงครับ แต่เขาจะรับหมอกไหมก็อีกเรื่องนะ"

            "เชื่อแม่สิ คุณกฤษเขารับหมอกแน่จ้ะ"

            รุ่งรัตน์เอ่ยยิ้ม ๆ เธอไม่ได้มีความมั่นใจมาจากไหน เพียงแต่รู้ว่าลูกชายของเธอไม่ใช่คนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ถ้าได้ตัดสินใจทำอะไรแล้วก็ไม่มีใครมาล้มความตั้งใจของเขาได้เช่นกัน

TBC.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   36 ตอนจบ

    "หมอก""ครับ""มานี่หน่อย""คุณกฤษมีอะไรหรือเปล่าครับ""เปล่า แค่อยากเห็นหน้า""เล่นอะไรของคุณเนี่ย...ถ้าไม่มีไร ผมไปทำความสะอาดครัวต่อละ""มานี่ก่อน"มารุตจิ๊ปากแต่ก็เดินเข้าไปหา ในมือยังคงถือผ้าเช็ดโต๊ะไม่ยอมวาง พอไปถึงเขาก็ถูกรวบตัวจับให้นั่งลงบนตัก"ทำไมต้องให้ผมนั่งบนตักคุณด้วย ตัวผมไม่ใช่เบา ๆ นะ""ไว้ตัวใหญ่กว่าฉันก็ค่อยให้ฉันนั่งตักนายแทนก็ได้""ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมหมายถึผมนั่งข้าง ๆ คุณก็ได้ต่างหาก"มารุตกลอกตาไปมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงฮัดฮัด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ระคายหูคนฟังนัก กฤษณะกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้น เขาเกยคางลงบนบ่าอีกฝ่าย เลื่อนกรอบหน้าเข้าไปใกล้หูที่กำลังเริ่มขึ้นสีระเรื่อจนแนบชิด"ปีนี้นายอายุเท่าไหร่""ปีนี้ผม 26 แล้ว คุณถามทำไมครับ""ปีนี้ฉัน 33""ครับ ผมรู้อยู่แล้ว คุณห่างกับผมตั้ง 7 ปี เป็นพี่ผมได้สบาย ๆ ""ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เรียกฉันพี่ซะล่ะ""ได้ไงล่ะครับ คุณโตกว่าผมมากแถมยังเป็นเจ้านายผมกับแม่ด้วย""แต่ฉันว่ามันฟังดูห่างเหิน เรื่องว่าจ้างก็ปล่อยให้เป็นเรื่องว่าจ้าง แต่เรื่องความสัมพันธ์นายก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรเป็นสิ""เอ่อ ผม""ฉันขอมากไปงั

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   35 จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง

    "คุณกฤษครับ แป้งน้อยไม่สบาย ผมพาไปหาหมอมาแล้ว....ครับ....มีไข้แต่ตอนนี้ไข้เริ่มลดแล้ว...ครับ...เจอกันตอนเย็นครับ"มารุตวางสายก่อนจะหันมาดูเจ้าตัวเล็กที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนที่นอนของตัวเองอย่างน่าสงสาร หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาคงจะพาไปตากแดดตากลมมากไปหน่อยจึงทำให้ล้มป่วย"หายไว ๆ นะเด็กดี"เมื่อเห็นว่าถุงแป้งหลับสนิทแล้วร่างโปร่งก็เดินออกมาด้านนอกเพื่อเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัว ปกติแล้วมารุตไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการดูแลเด็กสักเท่าไหร่ หากเรื่องไหนเขาไม่แน่ใจก็มักจะโทรถามแม่ตัวเองอยู่ตลอด แต่กับเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย แม่เขาจะบอกให้เขาจำใส่ใจไว้เสมอว่าอันดับแรกที่ควรทำก็คือพาเด็กส่งถึงมือหมอให้เร็วที่สุด และนั่นก็เป็นคำแนะนำที่ดีมากสำหรับเขาระหว่างนั้นมารุตก็แวะเข้าไปดูถุงแป้งอยู่ตลอด เธอจะร้องงอแงบ้างเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว ทำให้มารุตต้องคอยอยู่ปลอบจนสงบเป็นระยะ ๆ"ยัยหนูเป็นยังไงบ้าง""คุณกฤษ ทำไมรีบกลับล่ะครับ แล้วงานล่ะ"จู่ ๆ กฤษณะก็เดินทางกลับมาถึงบ้านหลังจากที่วางสายจากมารุตไปได้ไม่ถึงชั่วโมง"ฉันเป็นห่วงลูก เลยลางานครึ่งวันน่ะ"กฤษณะเดินเข้ามาในห้องของลูก เขายังไม่ทันจะวางสัมภาระที่พกติดตัวม

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   34 คำตัดสิน

    ถึงวันฟังคำตัดสิน กฤษณะขอลางานเดินทางไปศาลพร้อมกับลูกและมารุต หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเขามีชีวิตที่ค่อนข้างกดดันเพราะต้องแบกรับเรื่องต่าง ๆ เอาไว้กับตัวทั้งหมด แม้แต่แม่บ้านรุ่งรัตน์ มารุตเองก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ"ตาาาาาาา พ่อจ๋า ตาาา"คำเรียกที่จากปากเจ้าตัวเล็กหลังจากที่ยกมือไหว้ตามคนเป็นพ่อและพี่เลี้ยงทำให้นพพลถึงกับหยุดชะงัก นี่หลานเขาโตจนพูดได้ขนาดนี้แล้วเชียวหรือ สุดท้ายแม้ไม่อยากจะรับไหว้แต่ก็ต้องจำยอมพยักหน้าให้ครอบครัวเจ้าตัวน้อย เพียงเพราะอยากเห็นรอยยิ้มของหลาน"ไป ไป หม่ามา ไป ไป"เจ้าตัวเล็ก ส่งเสียงเป็นนกแก้วนกขุนทอง เธอเรียกคนนั้นทีคนนี้ทีแล้วโบกไม้โบกมือทักทายคนไปทั่ว แถมยังเดินคล่องขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่เหมือนตอนเล็ก ๆ ที่ไม่ว่าใครก็เข้าใกล้ไม่ได้ส่วนอภิญญาพอได้เห็นหน้าหลานก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะระหว่างที่ฟ้องร้องกันอยู่ เธอไม่มีโอกาสจะได้เจอหลานเลย จะแอบติดต่อก็ลำบาก แต่พอได้เห็นถุงแป้งถือของเล่นที่เคยซื้อให้มาด้วยก็แอบดีใจอยู่ลึก ๆการทักทายดูจะจบลงแค่นั้นก่อนที่พวกเขาจะเดินแยกจากกันไป ส่วนกฤษณะไม่ได้รีรออะไร เขาเดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   33 คู่คิด

    เวลาล่วงเลยมากว่าสองเดือนหลังจากได้หมายศาล แม้กฤษณะจะไม่ได้มีคนรอบข้างในชีวิตมากนัก แต่เขายังโชคดีที่ได้ทนายฝืมือดีเป็นรุ่นพี่จากที่ทำงานเก่า ตามจริงเขารู้สึกแค่เพียงว่าการต่อสู้เพื่อแย่งชิงสายเลือดเดียวกันมันเป็นเรื่องที่สูญเปล่า แต่หากว่ามันจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเขาดีพอที่จะได้เลี้ยงดูลูกต่อไปหรือไม่ เขาก็พร้อมที่จะทำวันนี้ทนายเดินทางมาหาเขาที่บ้าน พร้อมกับสอบถามข้อมูลและหาหลักฐานอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติม"วันที่ศาลนัดไกล่เกลี่ย โจทย์ส่งเพียงทนายมาเจรจา ซึ่งจากที่เราได้พยายามหาข้อตกลงร่วมกัน มันไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้นเราต้องเตรียมข้อมูลหลักฐานไปสู้กันต่อ ศาลนัดสืบพยานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า กฤษ นายยังโชคดีนะที่ได้จดทะเบียนสมรส ถ้าว่าตามข้อนี้นายได้เปรียบแน่นอนเพราะเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฏหมาย""ผมมีโอกาสที่จะเสียลูกมากน้อยแค่ไหนครับพี่เอก"กฤษณะพูดพลางหันไปมองมารุตที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนัก สิ่งที่เขากังวลใจอีกเรื่องก็คือเรื่องของคนข้าง ๆ เพราะเรื่องของพวกเขาสองคนก็เป็นข้อเท็จจริงอีกข้อที่อีกฝ่ายจะยกข้อนี้ขึ้นมาอ้างได้"ว่ากันตามหลักกฏหมาย ไม่มีข้อไหนที่ห้ามผู้ปกครองที่คบหาเพศเดียวกั

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   32 ตัดขาด

    วันนี้กฤษณะพาลูกมาเยี่ยมคุณตาคุณยายอย่างเคย สายตาหลายคู่ที่เคยมองเขาด้วยความเป็นกันเองได้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเพิกเฉย ซึ่งกฤษณะไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก มีก็แต่มารุตที่ยังไม่ชินและรู้สึกอึดอัดตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่กฤษณะยกมือขึ้นตบบ่าคนตรงหน้าเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ แต่ก็ไม่พ้นสายตาคนรอบข้างที่คอยจ้องจับผิดพวกเขาอยู่แทบจะทุกวินาที"ไม่เป็นไรนะ""ครับ"มารุตส่งยิ้มตอบ ตามจริงคนที่อยากได้กำลังใจมากที่สุดควรจะเป็นกฤษณะมากกว่า แต่คนตัวโตกลับไม่เผยความรู้สึกให้ใครรู้ นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคนรอบข้างถึงเข้าใจผิดคิดว่าเขาไร้ความรู้สึก ทั้ง ๆ ที่หากได้ใกล้ชิดกันจริง ๆ กฤษณะคือคนที่เอาใจใส่คนอื่นดีมากคนหนึ่ง"เห็นอกเห็นใจกันเหลือเกินนะ"นพพลพูดขึ้นอย่างไม่มีอ้อมค้อม เขานึกว่าหากอภิญญาได้เกลี้ยกล่อมให้กฤษณะยอมเลิกจ้างมารุตตามที่ร้องขอ อาจจะทำให้เขาใจอ่อนขึ้นมาบ้าง แต่กฤษณะกลับเพิกเฉย มิหนำซ้ำยังพามารุตมาด้วยราวกับไม่เห็นหัวเขา"ฉันไม่คิดว่าแกจะกล้าหักหลังลูกสาวฉัน ถึงขั้นเอาลูกจ้างมาแทนที่ แถมยังเป็นผู้ชายด้วยกันอีก"คำพูดขอพ่อตาทำให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านเงียบไปตาม ๆ กัน"แกเงียบแบบนี้ แสดงว่าแก

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   31 แพ้ทางพ่อลูกอ่อน

    หลังจากที่กฤษณะขอมารุตคบอย่างจริงจัง ดูเหมือนว่าพี่เลี้ยงคนที่มั่นใจในตัวเองสูง คนที่กล้าเดินหน้าบอกความรู้สึกก่อน จะกลายเป็นคนละคนไปแล้ว มารุตไม่ยอมสบตาตอนคุย เขาพูดน้อยลงกว่าเดิมมาก แถมยังออกอาการเขินอายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก กฤษณะจึงปล่อยให้เขาได้ปรับตัว ไม่เร่งรีบอะไร พวกเขากลับไปเตรียมตัวที่ห้องอีกครั้งและกลับมานั่งพักผ่อนที่ริมชายหาดกันเงียบ ๆ"อ๊าย! จา จ้าาา"ถุงแป้งส่งเสียงร้องดังลั่น เมื่อถูกปล่อยให้คลานเล่นบนชายหายเม็ดเนียนละเอียด ชุดว่ายน้ำสีแดงสดลายก้อนเมฆเด่นสะดุดตา เรียกได้ว่าคลานไปไหนก็หาเจอส่วนผู้ใหญ่ทั้งสองคนอยู่ในชุดกางเกงว่ายน้ำกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นทั้งคู่ คนเป็นพี่เลี้ยงพาเจ้าตัวเล็กนั่งก่อปราสาททรายอยู่ใต่ร่มไม้ ส่วนกฤษณะก็นอนดูมารุตกับลูกอยู่บนเก้าอี้ชายหาด ลมยามบ่ายแก่ ๆ กับกลิ่นของทะเลชวนให้รู้สึกดีทีเดียว"ดูนั่นสิ พวกเขาพาลูกน้อยมาเที่ยวล่ะ""ใช่เหรอ ฉันว่าเด็กอาจจะเป็นญาติกันกับสองคนนั้นก็ได้นะ""ไม่รู้สิ ถ้าอย่างนั้นแล้วแม่เด็กไปไหน ปกติแม่จะหวงลูกอย่างกับอะไรดี ตัวแค่นี้ไม่น่าปล่อยให้ออกมาเล่นแบบนี้กับคนอื่นได้นะ""อืม น่าคิด"บทสนทนาที่ดังอยู่ด้านหลัง ทำให้ก

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   16 ยอม

    "อือออออ"เสียงครางของคนที่นอนบนเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบเชียบภายให้ห้อง ความเมื่อยล้าจากการนอนท่าเดิมมาหลายชั่วโมงทำให้เขาต้องบิดขี้เกียจกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อย่างนั้น มันทั้งนุ่มทั้งกว้างดีจริง ๆ-- เฮือก! –คนที่ยังไม่ลืมตาตื่นดีกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง เขาต้องไปเตรียมมื้อเช้าให้สองพ่อลูกนี่นา มารุตห

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   15 ม่ายมาววว

    คืนนี้เป็นคืนแรกในรอบหลายอาทิตย์ที่ทำเอากฤษณะนอนแทบไม่หลับ เป็นความกระวนกระวายใจที่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับลูกและภรรยา แต่กลับเป็นเรื่องความรู้สึกส่วนตัวของเขาเองหลังจากที่นอนกระสับกระส่ายอยู่นานร่างสูงก็ลุกขึ้นนั่งก่อนจะเดินออกมาด้านนอก เขาแวะไปดูเจ้าตัวเล็กนิดหน่อย เมื่อเห็นว่าลูกหลับสนิทดีก็เดินออ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   11 เรียกพ่อสิลูก

    "ม่า ๆๆๆๆๆ หม่าม่า ๆ ""หมอก ลูกฉันร้องแบบนี้หมายความว่าไง""เอ่อ…ก็"มารุตกระอักกระอ่วน ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ที่ผ่านมาเขาพยายามจะสอนให้ถุงแป้งหัดพูดชื่อเขาให้ได้ แต่ด้วยความที่ตัวอักษรเริ่มต้นมันดันเป็น ม ม้า เหมือนกันและตัวเด็กเองยังหัดออกเสียงไม่เป็นทำให้ถุงแป้งพูดได้แค่นี้ ที่จริงถือว่าเป็นพัฒ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   19 เกลียดตัวกินไข่

    "หมอก เสร็จหรือยัง"วันนี้เป็นวันที่กฤษณะจะพาลูกสาวไปเยี่ยมญาติฝ่ายหญิง ตั้งแต่เช้าดูมารุตจะเป็นคนที่ตื่นเต้นที่สุดเพราะเขากลัวว่าจะโดนตำหนิหากพลั้งเผลอดูแลหลานสาวตัวเล็กของพวกเขาไม่ดี"มาแล้วคร้าบ"มารุตตรวจตราสิ่งของจำเป็นสำหรับเจ้าตัวเล็กที่ต้องพกติดเสมอยามที่ต้องออกไปข้างนอก เมื่อเห็นว่าทุกอย่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status