ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก

ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Oleh:  SophiaPspBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
35Bab
4Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

‘หลินซีเหยา’ถูกตราหน้าว่าเป็น “บุปผาราคี” ที่เลวทราม... แต่ความจริงคือเขาแค่ “ขี้เกียจ”! พระชายาผู้รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ ต้องมาอยู่กับท่านอ๋อง ‘จ้าวจินหลง’สายเปย์ผู้บ้าพลัง เมื่อสมรสพระราชทานเหวี่ยงคนทั้งคู่มาเจอกัน ใครๆ ก็พนันว่าคืนเข้าหอต้องมีคนนองเลือด! แต่ทว่าความจริงกลับตาลปัตร... เมื่อท่านอ๋องเปิดประตูมาพบเจ้าสาว ที่นอนน้ำลายยืด กอดหมอนข้างแน่น และเอ่ยปากไล่เขาว่า “ท่านอ๋อง... พิธีเสร็จหรือยัง? ข้าหิวแล้ว และข้าก็ง่วงมาก... ถ้าจะฆ่าข้า รบกวนช่วยแทงทีเดียวให้ตายเลยนะ ข้าขี้เกียจเจ็บ จากที่เตรียมรับมือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ กลับได้ “ก้อนแป้งขี้เซา” มาแทน ภารกิจของท่านอ๋องจึงเปลี่ยนไป...จากจับดาบฆ่าศัตรู สู่การ “อุ้มเมียไปกินข้าว” และ “เปย์ไม่อั้น” เพื่อแลกกับรอยยิ้มหวานๆ ตอนตื่นของเมีย!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ข่าวลือกับความจริงที่ (นอน) นิ่งสนิท

ณ ใจกลางมหานครแห่งแคว้นจ้าว ยามเมื่อดวงตะวันทอแสงแรงกล้า โรงน้ำชา ‘หอหมื่นอักษร’ อันเลื่องชื่อกลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ เสียงจอแจอื้ออึงดั่งฝูงผึ้งแตกรังดังระงมไปทั่วโถงไม้สักขนาดใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นดีเคล้าคลอไปกับกลิ่นสุรารสแรงและกลิ่นเหงื่อไคลของเหล่าบุรุษที่จับกลุ่มสนทนา

ทว่าท่ามกลางสรรพเสียงเหล่านั้น หัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอย่างออกรสที่สุด มิใช่เรื่องราชกิจบ้านเมือง หรือศึกสงครามชายแดน หากแต่เป็นเรื่องราวฉาวโฉ่ในมุ้งของตระกูลขุนนางใหญ่

“พี่ชายท่านนี้... ท่านได้ยินข่าวลือเรื่องคุณชายรองสกุลหลินอีกแล้วหรือไม่?”

ชายร่างท้วมผู้หนึ่งในอาภรณ์สีตุ่นเอ่ยขึ้นพลางยกจอกสุราดินเผาขึ้นจรดริมฝีปาก นัยน์ตาฉายแววใคร่รู้ระคนขบขัน

สหายร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามวางตะเกียบลง กระแทกจอกสุราลงกับพื้นโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “หึ! เรื่องอัปยศพรรค์นั้น ใครบ้างในเมืองหลวงจะไม่รู้? ข้าได้ยินมาหนาหูว่า เมื่อราตรีที่ผ่านมา คุณชายผู้นั้นหายตัวไปจากเรือนพักจนเกือบรุ่งสาง... ครั้นเมื่อกลับมา สภาพหรือก็ดูไม่ได้ อาภรณ์หลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง มิหนำซ้ำทั่วทั้งร่างยังคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นกายของบุรุษเพศ!”

“ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!” ชายอีกคนในวงสนทนาโพล่งขึ้นด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ “บุตรหลานตระกูลขุนนางแท้ๆ กลับทำตัวเหลวแหลกเยี่ยงนี้”

“ช้าก่อนเถิด...” ชายร่างท้วมเอ่ยแทรก แววตาเป็นประกายวาววับยามเอ่ยถึงบุคคลในข่าวลือ “แต่ถึงกระนั้น ก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า ‘หลินซีเหยา’ ผู้นี้ มีรูปโฉมงดงามปานล่มเมือง ผิวพรรณนั้นเล่าก็ขาวผ่องดุจหิมะแรกฤดู หากแต่สวรรค์ช่างกลั่นแกล้ง ประทานความงามให้ แต่กลับไร้ซึ่งยางอาย จิตใจใฝ่ต่ำมักมากในรสกามารมณ์... บุรุษหนุ่มฉกรรจ์ในเมืองหลวงนี้ มีใครบ้างเล่าที่ไม่เคยผ่านมือเขา?”

“น่าเสียดาย... น่าเสียดายความงามนั้นยิ่งนัก” ชายหนุ่มผู้หนึ่งรำพึงรำพัน สายตาเหม่อลอยคล้ายจินตนาการถึงใบหน้านั้น “หากข้ามีวาสนาสักครา... ข้าเองก็ใคร่รู้นักว่ารสชาติของยอดพธูอันดับหนึ่งแห่งแคว้นจ้าวจะเป็นเช่นไร จะหวานล้ำปานน้ำผึ้งเดือนห้า หรือจะเร่าร้อนดุจไฟบรรลัยกัลป์”

เสียงหัวเราะหยาบโลนระเบิดขึ้นประสานกันดังลั่นโรงน้ำชา ท่ามกลางสายตาดูแคลนและคำก่นด่าของผู้คนที่เดินผ่านไปมา ราวกับว่าชื่อของ ‘หลินซีเหยา’ นั้นเป็นเพียงสิ่งสกปรกที่พวกเขาสามารถเหยียบย่ำเล่นเพื่อความบันเทิงใจ

...

ทว่า... ความจริงที่เกิดขึ้น ณ อีกฟากฝั่งของกำแพงสูงตระหง่าน กลับแตกต่างจากคำครหาเหล่านั้นราวฟ้ากับเหว

ณ เรือนหลังเล็กที่ตั้งอยู่อย่างสันโดษท้ายจวนสกุลหลิน บรรยากาศเงียบสงบไร้เสียงรบกวน มีเพียงเสียงนกร้องขับขานแผ่วเบาและเสียงใบไผ่เสียดสีกันตามแรงลม

แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านลวดลายฉลุของหน้าต่างบานไม้เนื้อแข็ง ทอดเงาเป็นลวดลายวิจิตรลงบนพื้นเรือน ละอองฝุ่นสีทองเต้นระบำอยู่ในลำแสงนั้น ก่อนจะตกกระทบลงบนเตียงไม้จันทน์หอมหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง

บนเตียงกว้างนั้น ปรากฏก้อนผ้าห่มไหมปักลายนกยวนยางคู่พองฟูดูหนานุ่ม หากเพ่งมองให้ดี จะเห็นกลุ่มเกศาสีดำขลับดุจน้ำหมึกแผ่สยายออกมาจากก้อนผ้านั้นราวกับม่านไหม และท่อนแขนเรียวเสลาขาวนวลเนียนดุจหยกรัมมันที่โผล่ออกมาพาดขอบเตียงอย่างเกียจคร้าน ปลายนิ้วเรียวงามขยับไหวเพียงเล็กน้อย บ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่ของร่างภายใต้ผ้าห่ม

“คุณชาย! คุณชายขอรับ! ตื่นเถิดขอรับ ตะวันจะตรงหัวแล้ว!”

เสียงร้องเรียกอันร้อนรนของ ‘อาเป่า’ บ่าวรับใช้คนสนิท ดังทำลายความเงียบสงบนั้น พร้อมกับแรงเขย่าที่ต้นแขนขาวผ่องอย่างไม่เกรงใจ

“อือ...”

เสียงครางแผ่วเบาในลำคอดังลอดออกมาจากก้อนผ้าห่ม ร่างบางบนเตียงเพียงแค่ขยับตัวเชื่องช้า พลิกกายหนีไปอีกฝั่ง ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงหนีแสงแดดที่แยงตาอย่างดื้อรั้น

“คุณชาย! ท่านจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงยามใดกันขอรับ!” อาเป่าแทบจะหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียงด้วยท่าทีหมดอาลัยตายอยาก “ท่านรู้หรือไม่ว่าข่าวลือข้างนอกนั่นลุกลามใหญ่โตไปกันใหญ่แล้ว! ข้าเป็นบ่าวคนเดียวที่รู้ความจริง แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ แก้ต่างไปก็มีแต่คนหัวเราะเยาะ!”

ความพยายามของบ่าวผู้ซื่อสัตย์ดูเหมือนจะส่งผลในที่สุด ผ้าห่มไหมเนื้อดีถูกเลิกออกอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นดวงหน้าหนึ่งที่สามารถสะกดลมหายใจของผู้พบเห็นได้ในชั่วพริบตา

หลินซีเหยา ค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างงัวเงีย ขนตายาวงอนเป็นแพหนากระพริบถี่ๆ เพื่อปรับสายตากับแสงสว่าง ดวงตาดอกท้อคู่สวยฉ่ำน้ำคล้ายคนเพิ่งตื่นนอนดูเย้ายวนอย่างเป็นธรรมชาติ พวงแก้มขาวเนียนละเอียดซับสีเลือดฝาดจางๆ ริมฝีปากแดงระเรื่ออิ่มน้ำเผยอขึ้นหาวหวอดใหญ่โดยไม่รักษาจริตแห่งชนชั้นสูงแม้แต่น้อย

“อาเป่า...” สุรเสียงหวานทว่าแหบพร่ายานคางเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทุกข์ร้อน “เจ้าจะเอะอะโวยวายไปไย... ข้ากำลังฝันดี ฝันว่าได้ลิ้มรสขาหมูตุ๋นน้ำแดงรสเลิศอยู่เชียว”

“ขาหมูอันใดกันเล่าขอรับ!” อาเป่ากระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความขัดใจ “ท่านรู้หรือไม่ว่ายามนี้ ชาวบ้านร้านตลาดเขาลือกันให้แซ่ด ว่าเมื่อคืนท่านแอบหนีไปเสพสุขกับบุรุษที่หอคณิกา จนกลับมาสภาพดูไม่ได้เยี่ยงนั้น!”

หลินซีเหยาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง อาภรณ์สีขาวตัวในหลุดลุ่ยเผยให้เห็นไหปลาร้าได้รูปและผิวเนียนละเอียด เส้นผมยาวสลยายยุ่งเหยิงชี้ไปคนละทิศละทาง เขาเอามือเกาหน้าท้องที่แบนราบไร้ส่วนเกินเบาๆ ก่อนจะเอียงคอถามด้วยสีหน้ามึนงง

“เมื่อคืน?”

“ใช่ขอรับ! เรื่องเมื่อคืน!”

“เมื่อคืน... อ้อ...” หลินซีเหยากระพริบตาปริบๆ พลางนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ภาพความทรงจำค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา... เนื่องจากอากาศในเรือนอบอ้าวจนเกินทน เขาจึงแอบปีนหน้าต่างออกไปหาสถานที่เย็นสบายเพื่อเอนหลัง ศาลาริมสระบัวท้ายจวนคือเป้าหมาย สายลมยามดึกพัดเย็นสบายยิ่งนัก แต่ทว่า...

“เมื่อคืนอากาศร้อนอบอ้าว ข้าจึงหนีไปนอนตากลมที่ศาลาริมสระบัว... ลมมันเย็นดีแท้ แต่ยุงชุมไปหน่อย ข้าเลยนอนดิ้นปัดป่ายจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเยี่ยงนั้น...” หลินซีเหยาหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “ส่วนกลิ่นบุรุษที่ว่า... น่าจะเป็นกลิ่นปุ๋ยหมักสูตรเข้มข้นที่คนสวนเพิ่งขนเอามาลงกระมัง? กลิ่นมันฉุนกึกติดจมูกข้าจนถึงเช้าเลยเทียว”

เพี๊ยะ!

เสียงฝ่ามือตบหน้าผากตนเองของอาเป่าดังฉาดใหญ่ บ่าวหนุ่มส่ายหน้าด้วยความระอาใจ “ข้าก็ว่าแล้ว! ข้ารู้ความจริงข้อนี้ดี แต่คนภายนอกเขาหาได้คิดเช่นนั้นไม่นะขอรับ! ชื่อเสียงท่านป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแล้ว ฮูหยินใหญ่กับคุณหนูรองก็เอาแต่หัวเราะเยาะสมน้ำหน้า กล่าวหาว่าท่านทำวงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย อับอายขายขี้หน้าบรรพชน”

หลินซีเหยาไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่หระ เขาค่อยๆ ลุกออกจากเตียง บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ แล้วเดินลากเท้าเปลือยเปล่าไปหยุดยืนหน้าอ่างล้างหน้า

“ช่างเถิด อาเป่า... ปากคนยาวกว่าปากกา* ห้ามไปก็เหนื่อยเปล่า รังแต่จะเปลืองแรง สู้เอาเวลาไปนอนหลับพักผ่อนเสียยังจะดีกว่า”

(*หมายเหตุ: ปากคนยาวกว่าปากกา เป็นสำนวนเปรียบเทียบว่าคำพูดคนแพร่ไปไกลและรวดเร็วกว่านกกาบิน)

“คุณชายจะไม่แก้ต่างสักหน่อยหรือขอรับ? หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าชาตินี้จะไม่มีคุณชายตระกูลดีๆ ที่ไหนมาสู่ขอท่านนะขอรับ!” อาเป่าร้อนรนแทนเจ้านายจนแทบนั่งไม่ติด

มือเรียวที่กำลังวักน้ำเย็นเฉียบขึ้นล้างหน้าชะงักไปครู่หนึ่ง

หยดน้ำเกาะพราวบนใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติ หลินซีเหยาเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนของตนในคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ ดวงตาดอกท้อจ้องมองกลับมา เขารู้ตัวดี... รู้ดียิ่งกว่าใครว่าตนเองงดงามเพียงใด งามจนน่ารำคาญใจ

เพราะความงามนี้เองที่ทำให้เหล่าสตรีในเมืองหลวงต่างพากันริษยาจนหน้ามืดตามัว สรรหาเรื่องราวเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีเพื่อทำลายเขา ส่วนบุรุษพวกนั้นเล่า... ปากก็ว่ารังเกียจข่าวน่าอาย แต่สายตากลับจ้องจะกลืนกินเขาไม่วางตา ช่างน่าขันสิ้นดี

“อาเป่า...”

หลินซีเหยาหันกลับมา แย้มรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ทำให้โลกทั้งใบพลันสว่างไสวให้กับบ่าวคนสนิท

“เจ้าไม่ต้องห่วงดอก ข้ามีแผนการของข้า”

“แผนการอันใดหรือขอรับ?” อาเป่าทำหน้าฉงน

“แผนการเฟ้นหา ‘สามี’ อย่างไรเล่า”

หลินซีเหยาเดินนวยนาดไปทิ้งตัวลงบนตั่งนุ่มริมหน้าต่าง มือเรียวหยิบขนมกุ้ยฮวาสีเหลืองนวลเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะเอ่ยต่อทั้งที่ขนมยังเต็มปาก

“ข้าหาได้ต้องการสามีตระกูลบัณฑิตคร่ำครึที่วันๆ เอาแต่จ้องจับผิดกิริยามารยาท หรือสามีตระกูลขุนนางตงฉินที่จนกรอบ... สิ่งที่ข้าต้องการ คือสามีที่ ‘มั่งคั่ง’ มีอำนาจวาสนาล้นฟ้า และที่สำคัญที่สุด... ต้องรักและตามใจข้าประดุจไข่ในหิน”

“แล้วข่าวลือพวกนั้น...”

“ปล่อยให้ลือไปสิ” หลินซีเหยายิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์พาดผ่านดวงตาคู่สวย “ของดีย่อมต้องเก็บไว้ให้ผู้ที่คู่ควรเท่านั้น ดูนี่สิ อาเป่า...”

เขายกมือขาวผ่องราวกับลำเทียนขึ้นมา พลิกฝ่ามือเนียนนุ่มให้บ่าวดู “มือนุ่มๆ นี้ยังไม่เคยให้ชายใดเกาะกุม ริมฝีปากนี้ก็ยังไม่เคยให้ใครได้ลิ้มลอง ร่างกายนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง สะอาดหมดจดยิ่งกว่าจานชามที่เจ้าเพิ่งล้างเสียอีก”

แท้จริงแล้ว หลินซีเหยามีปณิธานอันแรงกล้ายิ่งกว่าผู้ใด

เขาเป็นคนขี้เกียจ... ขี้เกียจเกินกว่าจะทำงานทำการ ขี้เกียจเกินกว่าจะลงสนามแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในราชสำนัก และขี้เกียจเกินกว่าจะมีเรื่องชู้สาวให้วุ่นวายใจ ความฝันสูงสุดในชีวิตของเขาคือการได้ตบแต่งเข้าจวนของบุรุษที่แข็งแกร่งดั่งภูผา เพื่อที่เขาจะได้กลายร่างเป็นเถาวัลย์เกาะเกี่ยว... แล้วนอนเสวยสุขไปตลอดชั่วอายุขัย!

ดังนั้น ‘พรหมจรรย์’ และ ‘ครั้งแรก’ ทุกอย่างของเขา ทั้งการสัมผัส กอด จูบ หรือแม้แต่เรื่องลึกซึ้งบนเตียง เขาจึงหวงแหนมันยิ่งชีพ เพื่อเก็บไว้เป็นของกำนัลล้ำค่ามัดใจ ‘ว่าที่สามี’ ให้หลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วเลี้ยงดูปูเสื่อเขาให้อุดมสมบูรณ์พูนสุขไปจนแก่เฒ่า

“ชีวิตที่ตื่นมาก็มีสำรับวางตรงหน้า ง่วงก็นอนหนุนหมอนนุ่ม อยากได้สิ่งใดเพียงแค่ชี้นิ้ว... อ่า นั่นแหละคือชีวิตที่ข้าถวิลหา” หลินซีเหยาหลับตาพริ้ม ทำหน้าเคลิ้มฝันอย่างมีความสุข

“แต่ด้วยชื่อเสียงฉาวโฉ่ในตอนนี้ เกรงว่าคนที่กล้ามาสู่ขอ จะมีแต่พวกเฒ่าหัวงูตัณหากลับกระมังขอรับ” อาเป่าเอ่ยขัดความสุข ดับฝันเจ้านายอย่างไม่ไยดี

ยังไม่ทันที่หลินซีเหยาจะได้อ้าปากเถียง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นหน้าเรือน พร้อมกับการปรากฏตัวของพ่อบ้านใหญ่ตระกูลหลิน ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นเคร่งขรึมดูจริงจัง

“เรียนคุณชายรอง นายท่านเรียกให้ไปพบที่โถงใหญ่ขอรับ”

“ท่านพ่อ?” หลินซีเหยาถอนหายใจยาวเหยียด ไหล่ลู่ลงอย่างเบื่อหน่าย “มีเรื่องอันใดอีกเล่า ข้ายังไม่ได้เอนหลังนอนกลางวันเลยนะ”

“เห็นว่าเป็นเรื่องเทียบเชิญจากวังหลวง... งานเลี้ยงฉลองชัยชนะของท่านแม่ทัพใหญ่ ‘ชินอ๋อง’ จ้าวจินหลง ขอรับ”

ทันทีที่ได้ยินนามนั้น ดวงตาที่มักจะง่วงซึมของหลินซีเหยาก็พลันเบิกกว้างขึ้น ประกายวาววับพาดผ่านนัยน์ตา

ชินอ๋อง จ้าวจินหลง... พระอนุชาเพียงองค์เดียวของฮ่องเต้ แม่ทัพไร้พ่ายผู้เปี่ยมด้วยบารมี ทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาลจนใช้สิบชาติก็ไม่หมด แถมยังครองตัวเป็นโสดมาจนป่านนี้... ไม่มีสตรีหรือเกอคนใดสามารถปีนขึ้นเตียงพระองค์ได้

มุมปากสวยได้รูปยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสนกล

“อาเป่า...” น้ำเสียงของหลินซีเหยาเปลี่ยนไป มันเจือไปด้วยความกระตือรือร้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เตรียมน้ำอุ่น โรยกลีบกุหลาบให้เต็มอ่าง ขัดผิวข้าให้ผ่องใส อบร่ำเสื้อผ้าให้หอมฟุ้ง... ดูท่า โอกาสทองที่จะได้นอนสบายไปทั้งชาติของข้า อาจจะมาถึงแล้วก็ได้”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
35 Bab
บทที่ 1 ข่าวลือกับความจริงที่ (นอน) นิ่งสนิท
ณ ใจกลางมหานครแห่งแคว้นจ้าว ยามเมื่อดวงตะวันทอแสงแรงกล้า โรงน้ำชา ‘หอหมื่นอักษร’ อันเลื่องชื่อกลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ เสียงจอแจอื้ออึงดั่งฝูงผึ้งแตกรังดังระงมไปทั่วโถงไม้สักขนาดใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นดีเคล้าคลอไปกับกลิ่นสุรารสแรงและกลิ่นเหงื่อไคลของเหล่าบุรุษที่จับกลุ่มสนทนาทว่าท่ามกลางสรรพเสียงเหล่านั้น หัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอย่างออกรสที่สุด มิใช่เรื่องราชกิจบ้านเมือง หรือศึกสงครามชายแดน หากแต่เป็นเรื่องราวฉาวโฉ่ในมุ้งของตระกูลขุนนางใหญ่“พี่ชายท่านนี้... ท่านได้ยินข่าวลือเรื่องคุณชายรองสกุลหลินอีกแล้วหรือไม่?”ชายร่างท้วมผู้หนึ่งในอาภรณ์สีตุ่นเอ่ยขึ้นพลางยกจอกสุราดินเผาขึ้นจรดริมฝีปาก นัยน์ตาฉายแววใคร่รู้ระคนขบขันสหายร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามวางตะเกียบลง กระแทกจอกสุราลงกับพื้นโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “หึ! เรื่องอัปยศพรรค์นั้น ใครบ้างในเมืองหลวงจะไม่รู้? ข้าได้ยินมาหนาหูว่า เมื่อราตรีที่ผ่านมา คุณชายผู้นั้นหายตัวไปจากเรือนพักจนเกือบรุ่งสาง... ครั้นเมื่อกลับมา สภาพหรือก็ดูไม่ได้ อาภรณ์หลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง มิหนำซ้ำทั่วทั้ง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
บทที่ 2 ความงามคืออาวุธ (ที่ขี้เกียจจะใช้)
กลิ่นหอมจรุงใจของสมุนไพรนานาชนิดผสมผสานกับกลิ่นกุหลาบมอญลอยอบอวลไปทั่วห้องอาบน้ำส่วนตัว ไอระเหยสีขาวขุ่นลอยละล่องปกคลุมผิวน้ำ ดั่งม่านหมอกในยามเช้าที่โอบล้อมขุนเขาภายในถังไม้ฮิโนกิใบมหึมาที่ถูกขัดจนมันปลาบ ร่างโปร่งบางของหลินซีเหยาแช่อยู่ในน้ำอุ่นจัด ผิวพรรณที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมานั้นขาวผ่องอมชมพูระเรื่อเมื่อต้องความร้อน หยดน้ำเกาะพราวตามลำคอระหงและลาดไหล่กลมกลึงดูเย้ายวนตายิ่งนัก“คุณชาย... ท่านช่วยขยับตัวหน่อยเถิดขอรับ ขัดแรงกว่านี้อีกนิดประเดี๋ยวขี้ไคลก็ไม่ออกกันพอดี!”อาเป่ามุ่ยหน้า บ่นกระปอดกระแปดพลางออกแรงลงผ้าขัดตัวบนแผ่นหลังเนียนละเอียดของเจ้านาย เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามไรผมของบ่าวผู้ซื่อสัตย์“เบามือหน่อยสิอาเป่า... เจ้ากะจะถลกหนังข้าออกมาทำรองเท้าหรืออย่างไร” หลินซีเหยาบ่นงึมงำในลำคอ ศีรษะทุยสวยพิงอยู่กับขอบถังไม้ เปลือกตาบางพริ้มหลับลงอย่างเกียจคร้านและเปี่ยมสุข “ขี้ไคลอันใดกัน วันๆ ข้ามิได้เยื้องย่างออกไปตากลมตากแดดที่ใด สิงสถิตอยู่แต่ในห้องหับ ผิวข้าสะอาดหมดจดปานนี้ จะเอาสิ่งสกปรกมาจากที่ใด”“สะอาดแต่กายหยาบน่ะสิขอรับ แต่ชื่อเสียงของท่านยามนี้... เกรงว่าจะเน่าเฟะส่งกลิ่นโชยไ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
บทที่ 3 อุบัติเหตุ (รัก) หลับกลางอากาศ
ราตรีนี้ดวงจันทร์วันเพ็ญลอยเด่นเหนือฟากฟ้า สาดแสงสีเงินยวดยาบทาบทาบลงบนกระเบื้องหลังคาตำหนักหลวงที่เรียงซ้อนกันเป็นทิวแถวดุจเกล็ดมังกร ภายในท้องพระโรงอันกว้างใหญ่ไพศาลถูกประดับประดาด้วยโคมไฟผ้าไหมสีแดงชาดนับพันดวง แสงเทียนสว่างไสวขับไล่ความมืดมิดจนสิ้น ส่องกระทบเสาทองคำสลักลวดลายพยัคฆ์ทะยานเมฆจนเกิดประกายระยิบระยับจับตางานเลี้ยงฉลองชัยชนะเหนือชนเผ่าทางทิศอุดรถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เสียงดนตรีจากเครื่องสายและเครื่องเป่าบรรเลงประสานกันเป็นท่วงทำนองเสนาะหู ทั้งเสียงกู่เจิงที่พลิ้วไหวราวสายน้ำ และเสียงขลุ่ยไม้ไผ่ที่กังวานก้อง สะกดให้ผู้คนเคลิบเคลิ้ม เหล่านางรำจากกองสังคีตในชุดอาภรณ์ผ้าแพรพรรณบางเบาสีกลีบบัว ร่ายรำกรีดกรายด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยงดงาม ปลายแขนเสื้อยาวสะบัดไหวไปตามจังหวะดุจผีเสื้อเริงระบำ ยามพวกนางหมุนกาย กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งร่ำและเครื่องหอมชั้นดีก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณสุรานารีแดงรสเลิศที่หมักบ่มมานานนับสิบปีถูกลำเลียงออกมาจากห้องเครื่อง รินเติมลงในจอกหยกขาวของเหล่าขุนนางข้าราชบริพารอย่างมิขาดสาย เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังระงมเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรี เบื้องบนบัลล
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
บทที่ 4 หมอนข้างราคาแพงระยับ
บรรยากาศภายในอุทยานหลวงที่เคยอบอวลไปด้วยความรื่นเริงหรรษา บัดนี้กลับพลิกผันราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ ความเงียบงันอันหนักอึ้งเข้าปกคลุมทั่วทุกตารางนิ้ว กดทับลงบนบ่าของผู้คนจนแทบหายใจไม่ออก แม้แต่เสียงแมลงยามค่ำคืนยังคล้ายจะหวาดเกรงจนมิกล้ากรีดปีกส่งเสียงเสียงดนตรีจากวงมโหรียังคงบรรเลงต่อไปตามหน้าที่ ทว่าท่วงทำนองที่เคยไพเราะเสนาะหู กลับฟังดูแปร่งปร่าและโหยหวนพิกล เหล่านางรำระบำบุปผาสวรรค์ที่กำลังร่ายรำอยู่กลางลานกว้าง ต่างพากันเกร็งไปทั้งสรรพางค์กาย รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าเริ่มแข็งค้าง ท่วงท่าที่เคยอ่อนช้อยดุจสายน้ำเริ่มติดขัดและแข็งทื่อด้วยความหวาดหวั่น สายตาลอกแลกมิกล้าแม้แต่จะชำเลืองมองไปทางตั่งประธานอันเป็นจุดกำเนิดของรังสีอำมหิตเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ ตั้งแต่ระดับอัครเสนาบดีผู้กุมอำนาจบริหาร ไปจนถึงขุนนางขั้นเก้าปลายแถว ต่างพากันก้มหน้าก้มตาสงบเสงี่ยมเจียมตัว คีบอาหารเข้าปากอย่างเงียบเชียบราวกับไร้ตัวตน เกรงว่าหากเผลอเคี้ยวเสียงดังหรือทำตะเกียบกระทบถ้วยเพียงแผ่วเบา อาจจะเป็นการดึงดูดความสนใจมัจจุราชให้หันมามอง และศีรษะอาจจะหลุดออกจากบ่าได้โดยไม่รู้ตัวเพราะในยามนี้ จุดศูนย์รวมสายตาทุกค
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ราชโองการสายฟ้าแลบ กับว่าที่พระชายาผู้ไม่ตื่น
ยามเช้าตรู่ แสงเงินแสงทองเพิ่งจะจับขอบฟ้า นกกระจิบยังมิทันได้ออกจากรัง ความเงียบสงบอันแสนสุขของเรือน ‘สุขสันต์นิรันดร์’ ก็ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ“ปัง! ปัง! ปัง!”เสียงกำปั้นทุบลงบนบานประตูไม้สักหนาหนักดังสนั่นหวั่นไหว สะเทือนเลื่อนลั่นราวกับกลองศึกยามข้าศึกประชิดกำแพงเมือง ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่แตกตื่นเสียจริตของ ‘อาเป่า’ บ่าวรับใช้คนสนิท“คุณชาย! คุณชายรอง! ตื่นเดี๋ยวนี้ขอรับ! ตื่นเถิด! เรื่องใหญ่แล้ว! ฟ้าถล่มแล้วขอรับ!”บนเตียงไม้สลักลวดลายเมฆา ภายใต้กองผ้าห่มนวมหนานุ่มดุจปุยเมฆ ร่างหนึ่งขยับตัวเพียงเล็กน้อยด้วยความรำคาญ หลินซีเหยาที่เพิ่งจะได้หลับตาลงอย่างเต็มอิ่มไปเพียงไม่กี่ชั่วยามหลังจากกลับจากงานเลี้ยงเมื่อคืน ขมวดคิ้วเรียวสวยมุ่นเข้าหากัน นิ้วมือเรียวยาวดึงหมอนใบโตขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง พลิกกายตะแคงหนีไปอีกฝั่งหวังจะหนีจากเสียงรบกวน“อาเป่า... หากไฟมิได้ไหม้เรือน ก็อย่ามาปลุกข้า... ข้าเพิ่งจะได้เข้าเฝ้าเทพธิดาแห่งความฝัน...” เสียงงัวเงียบ่นพึมพำอู้อี้เล็ดลอดออกมาจากใต้ผ้าห่ม“ไฟมิได้ไหม้เรือนขอรับ แต่ไฟกำลังจะไหม้ศีรษะท่านแล้ว!” อาเป่าแหกปากตะโกนแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นร
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
บทที่ 6 วิวาห์อลวนกับเรือนหอทรมานบันเทิง
เจ็ดทิวาราตรีแห่งการตระเตรียมงานมงคลผ่านพ้นไปรวดเร็วดุจอาชาห้อ ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายของบ่าวไพร่ที่วิ่งวุ่นจนศีรษะหมุน ทว่าสำหรับหลินซีเหยา ช่วงเวลานั้นเปรียบประดุจสรวงสวรรค์ที่เขาได้ใช้ ‘กอบโกย’ การนอนหลับพักผ่อน สะสมเรี่ยวแรงไว้จนเต็มเปี่ยม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมรสุมชีวิตลูกใหญ่ในการย้ายสังขารเข้าสู่ถ้ำพยัคฆ์และแล้ว... ฤกษ์งามยามดีแห่งวันมงคลสมรสพระราชทานก็เวียนมาถึงขบวนเกี้ยวเจ้าสาวสีแดงชาดขนาดแปดคนหาม เคลื่อนตัวออกจากประตูจวนตระกูลหลินอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา เสียงประทัดจุดเฉลิมฉลองดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วคุ้งน้ำ สะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นกลบเสียงซุบซิบและคำครหาของชาวบ้านร้านตลาดที่มารอชมเรื่องสนุกอยู่สองข้างทาง“ดูนั่นสิ! ท่านอ๋องมิได้ขี่อาชาศึกมารับเจ้าสาวด้วยองค์เอง!” สตรีปากตลาดนางหนึ่งชี้ชวนให้สหายดูด้วยแววตาเหยียดหยาม“ส่งมาเพียงพ่อบ้านหน้าเคร่งขรึมกับทหารองครักษ์ไม่กี่นาย นี่มันเป็นการตบหน้าตระกูลหลินฉาดใหญ่ชัดๆ”“สมน้ำหน้า! บุปผาราคีเยี่ยงนั้น เพียงแค่ได้นั่งเกี้ยวแดงเข้าจวนอ๋องในฐานะพระชายาเอกก็นับว่าเป็นวาสนาที่ทำบุญด้วยดอกบัวทองคำมาแล้วกระมัง”ทว่าถ้อยคำครหาเหล่านั้นหา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ค่ำคืนในรังไหมและเตาผิงเดินได้
บรรยากาศภายในเรือนหอ ‘เหมันต์พิสุทธิ์’ ในยามวิกาล ตึงเครียดเสียจนแทบจะจุดไฟติด อากาศที่เย็นยะเยือกจากลมหนาวภายนอกที่พัดกรูเข้ามาทางหน้าต่าง ดูเหมือนจะร้อนระอุขึ้นมาทันควันจากแรงปะทะของสองร่างบนเตียงจ้าวจินหลง ชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร โน้มกายลงทาบทับร่างโปร่งบางที่นอนแผ่หราอยู่บนกองขนจิ้งจอกนุ่มนิ่ม สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่อยู่ห่างเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดผิวแก้มเนียนละเอียดของคนใต้ร่าง จนแก้มใสนั้นขึ้นสีระเรื่อดั่งผลท้อสุกปลั่ง“เจ้าบอกว่ายอมทุกอย่างงั้นรึ?” จ้าวจินหลงกระซิบเสียงต่ำพร่าที่ข้างใบหู พยายามใช้น้ำเสียงอำมหิตข่มขวัญศัตรูตัวจ้อย “เจ้าคงคิดว่าข้าจะใจดี อ่อนโยน เหมือนบุรุษอื่นที่เจ้าเคยผ่านมาสินะ... ฝันไปเถิด”เขาจงใจถ่ายเทน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดลงมาทับ เพื่อให้คนใต้ร่างรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก และเกิดความหวาดกลัว เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นภาพ หลินซีเหยา ดิ้นรนผลักไส ร่ำไห้ร้องขอชีวิต หรือไม่ก็แสร้งทำจริตมารยายั่วยวนแบบที่เขาเกลียดเข้ากระดูกดำแต่ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง“อือ...”หลินซีเหยาส่งเสียงครางในลำคอแผ่วเบ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ข่าวลือไปไกล กับแกงบำรุงไตสูตรฮ่องเต้
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปสามทิวาราตรี รวดเร็วดุจกะพริบตา...สำหรับ หลินซีเหยา นี่คือช่วงเวลาสามวันแห่งสรวงสวรรค์ชั้นเจ็ด เขาได้เสพสุขกับการกินอิ่มนอนอุ่น และกอบโกยการพักผ่อนตุนยอดคงเหลือไว้อย่างเต็มเปี่ยม ชนิดที่ว่าสามารถนอนเผื่อแผ่ไปถึงชาติภพหน้าได้เลยทีเดียวแต่สำหรับ จ้าวจินหลง ชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ นี่คือสามวันแห่งความอัปยศอดสูที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานทรมานดุจสามปีในขุมนรกโลกันตร์ณ ลานฝึกยุทธ์ จวนชินอ๋อง“เฮ้อ... น่าเวทนาพระชายายิ่งนัก”“จริงของเจ้า... ข้าเห็นสาวใช้ยกน้ำอุ่นเข้าไปผลัดเปลี่ยนวันละหลายรอบ พระชายามิได้ย่างกรายออกมาจากห้องหอเลยแม้แต่ก้าวเดียว คงจะบอบช้ำสาหัส”“ท่านอ๋องของเราเห็นบุคลิกเงียบขรึมเย็นชาดุจน้ำแข็งเช่นนั้น มิคาดคิดเลยว่าพอถึงคราวเข้าด้ายเข้าเข็มจะเป็นพวก... ‘พยัคฆ์ร้ายบ้าคลั่ง’ รุนแรงปานนั้น”“ชู่! เบาเสียงลงหน่อย ประเดี๋ยวท่านอ๋องก็ได้ยินเข้าหรอก แต่ก็นะ... ครองตัวบริสุทธิ์มาเกือบสามสิบหนาว ยามเขื่อนพังทลายคงมิอาจหยุดยั้งสายน้ำป่าที่ไหลหลากได้กระมัง”เสียงซุบซิบกระซิบกระซาบของเหล่าทหารองครักษ์และบ่าวไพร่ที่คิดว่าตนสนทนากันแผ่วเบาแล้ว
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
บทที่ 9 มังกรคะนองศึก (ในจินตนาการ) กับรอยกัดปริศนา
ความโกลาหลภายในห้องหอเรือน ‘เหมันต์พิสุทธิ์’ ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่านประหนึ่งสมรภูมิรบ... มิใช่การต่อสู้ด้วยคมดาบหรือเพลงยุทธ์ แต่เป็นการต่อสู้ระหว่าง “ความอดทนอันสูงส่งของท่านอ๋อง” กับ “ความมือไวใจเร็วของคนเมาโอสถปลุกกำหนัด”“อาเป่า! น้ำเย็น! ข้าสั่งให้ไปนำน้ำเย็นมา! นำน้ำแข็งมาด้วย!”ท่านอ๋องตะโกนสั่งเสียงลั่นจนคอแทบแตก แต่ทว่า... ประตูห้องถูกลงกลอนแน่นหนาด้วยดาลไม้สักอันใหญ่ ซึ่งเป็นฝีมือของเขาเองที่ลงกลอนไว้ตอนเข้ามา เพราะมิอยากให้ผู้ใดเข้ามารบกวน กว่าอาเป่าจะวิ่งไปตักน้ำจากบ่อและหาหนทางพังประตูเข้ามาได้ คงไม่ทันการณ์เป็นแน่แท้บนเตียงกว้างที่ปูทับถมด้วยขนสัตว์หนานุ่ม หลินซีเหยา ที่บัดนี้ฤทธิ์ยากำลังพุ่งพล่านถึงขีดสุด ร่างกายบิดเร่าด้วยความร้อนรุ่มดั่งไฟสุมทรวง ไม่ต่างอันใดกับปลาหมึกยักษ์ที่กำลังพยายามจะรัดเหยื่อให้ตายคาหนวดผิวขาวจัดของเขาแดงระเรื่อไปทั้งตัวราวกับกุ้งต้ม เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามกรอบหน้าและแผ่นอก ทำให้เรือนร่างที่ปกติก็งดงามอยู่แล้ว ดูเย้ายวนและอันตรายยิ่งขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ“อือ... เย็น... ตรงนี้เย็นดี...”หลินซีเหยาพึมพำเสียงพร่า ซุกหน้าลงกับแผงอกเปลือยเป
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
บทที่ 10 เกี้ยวหยกสะท้านเมืองและรอยกัดที่เปิดเผย
ข่าวเรื่ององค์จักรพรรดิพระราชทาน “เกี้ยวหยกขาว” ให้แก่พระชายาหลินซีเหยา แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งในหน้าแล้งเกี้ยวหยกขาวนั้นมิใช่ของธรรมดาสามัญ เป็นสมบัติล้ำค่าระดับชาติที่ตัวเกี้ยวสลักจากไม้จันทน์หอมหมื่นปีประดับหยกขาวแกะสลักลวดลายเมฆา ภายในบุด้วยขนสัตว์หายากจากแดนอุดรที่นุ่มดุจปุยเมฆ และมีกลไกพิเศษที่ทำให้การเดินทางนุ่มนวลราวกับลอยล่องบนสรวงสวรรค์ ตามธรรมเนียมแล้วจะมีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ฮองเฮา หรือไทเฮาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ครอบครองแต่บัดนี้... มันกลับตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ “บุปผาราคี” ที่ผู้คนต่างดูแคลนว่าไร้ค่ายิ่งกว่าดินโคลน!...ณ จวนชินอ๋อง (ยามสาย)“โอ้โห...”หลินซีเหยาเดินวนรอบเกี้ยวหยกขาวด้วยดวงตาเป็นประกายระยับดั่งดวงดาว มือเรียวลูบไล้เบาะนั่งที่นุ่มหยุ่นอย่างหลงใหลในสัมผัส“นี่มัน... เตียงเคลื่อนที่ชัดๆ! สวรรค์ทรงโปรดคนขี้เกียจเยี่ยงข้าแท้ๆ!”เขาไม่รอช้า กระโดดขึ้นไปนั่งแล้วเปลี่ยนเป็นนอนตะแคงทันทีภายในชั่วพริบตาทดสอบความนุ่มด้วยการกลิ้งเกลือกไปมาสองสามรอบ“อาเป่า! สั่งคนหาม! ข้าจะออกไป... เอ้อ ไปที่ใดดีนะ? ที่แห่งใดที่ข้าจะไปนอนอวดโฉมเกี้ยวได้บ้าง?”
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status