ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก

ข้าเพียงอยากนอนเฉยๆ เหตุใดท่านอ๋องจึงตามใจข้านัก

last update최신 업데이트 : 2026-03-16
작가:  SophiaPsp연재 중
언어: Thai
goodnovel16goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
35챕터
1.0K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

‘หลินซีเหยา’ถูกตราหน้าว่าเป็น “บุปผาราคี” ที่เลวทราม... แต่ความจริงคือเขาแค่ “ขี้เกียจ”! พระชายาผู้รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ ต้องมาอยู่กับท่านอ๋อง ‘จ้าวจินหลง’สายเปย์ผู้บ้าพลัง เมื่อสมรสพระราชทานเหวี่ยงคนทั้งคู่มาเจอกัน ใครๆ ก็พนันว่าคืนเข้าหอต้องมีคนนองเลือด! แต่ทว่าความจริงกลับตาลปัตร... เมื่อท่านอ๋องเปิดประตูมาพบเจ้าสาว ที่นอนน้ำลายยืด กอดหมอนข้างแน่น และเอ่ยปากไล่เขาว่า “ท่านอ๋อง... พิธีเสร็จหรือยัง? ข้าหิวแล้ว และข้าก็ง่วงมาก... ถ้าจะฆ่าข้า รบกวนช่วยแทงทีเดียวให้ตายเลยนะ ข้าขี้เกียจเจ็บ จากที่เตรียมรับมือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ กลับได้ “ก้อนแป้งขี้เซา” มาแทน ภารกิจของท่านอ๋องจึงเปลี่ยนไป...จากจับดาบฆ่าศัตรู สู่การ “อุ้มเมียไปกินข้าว” และ “เปย์ไม่อั้น” เพื่อแลกกับรอยยิ้มหวานๆ ตอนตื่นของเมีย!

더 보기

1화

บทที่ 1 ข่าวลือกับความจริงที่ (นอน) นิ่งสนิท

汚水に浸かったまま3日が過ぎ、私の魂はようやく肉体を離れた。

自分の亡骸を確かめる間もなく、まばゆい白い光に包まれた。

光が消えたとき、私は自宅に戻っていた。

呆然としていると、夫の祐介の声が聞こえた。

「いい子だから、言うことを聞いて」

私は反射的に声をたどり、寝室へ向かった。

祐介が忘れられずにいた相手、相沢芽衣(あいざわ めい)が、私たちのベッドに横たわっていた。

祐介は、芽衣の頬を伝う涙を優しく拭っていた。

芽衣は傷ついたように唇をかみ、震える声で言った。

「ココが祐介にもらった子だからって、あんなひどいことをするなんて……」

話すうちに、芽衣の顔はますます悲しげに歪んでいった。

そして甘えるように、祐介の胸へ飛び込んだ。

「祐介と別れたのは、私たちの縁がそこまでだったから。ずっとこの気持ちを押し殺してきたのに、どうしてあの人は私を許してくれないの?ココは私の命なのに」

祐介が芽衣の背中を優しく叩いてなだめる姿に、思わず苦笑が漏れた。

床でおとなしく伏せている犬へ目を向けた。

3日前、私がうっかりココに触れたときのことだった。

ココは何の反応も見せていないのに、芽衣は私の前へ飛び出してきた。

そして、死んでしまえとまで罵った。

私が言い返すと、芽衣は突然その場に倒れ込んだ。

そこへ、ちょうど祐介が戻ってきた。

祐介は事情を確かめようともせず、芽衣を助け起こすなり、私の頬を力任せに打った。

芽衣は彼の胸にすがりつき、悲しそうに泣いていた。

今は星奈さんの顔を見たくない――芽衣がそう言っただけで、祐介は私に出ていけと吐き捨てた。頭を冷やして反省しろ、とも。

祐介が電話に出た隙に、芽衣は私をすぐそばのエレベーターへ突き飛ばした。

彼は知らなかった。

そのエレベーターが、故障で運転を停止していたことを。

芽衣は祐介に、私が彼の通話中に腹を立てて帰ったと告げた。立ち去る前に、自分の頬まで打ったのだと嘘をついた。

祐介は芽衣が自分で打った頬を、痛ましそうに撫でた。

その頃、私の体はものすごい速さで落下していた。

そして、汚水が溜まった昇降路の底へ叩きつけられた。

助かることも、すぐに死ぬこともできないまま、必死に助けを呼んでいたとき、祐介はもう芽衣を抱いてその場を去っていた。

汚水が鼻に入り込んだ瞬間、自分の命が尽きようとしているのだと悟った。

芽衣の声で、私は過去の記憶から引き戻された。

芽衣は祐介の袖をつかみ、すがるような目で見上げた。

「もし……星奈さんが帰ってきて私を見たら、追い出されるかな?祐介も知ってるでしょう。この街には、祐介以外に頼れる人が誰もいないの」

祐介の顔には、芽衣を案じる気持ちがありありと浮かんでいた。

彼は芽衣の頬をそっと撫でた。

「俺がいる。誰にも芽衣を傷つけさせない」

芽衣は笑みを浮かべ、彼の胸に身を寄せた。

その光景に、胸を刃物で切り裂かれたような痛みが走った。

そのとき、初めて知った。

汚水の中でもがき、生き延びようとしていた頃、祐介は芽衣のために寝物語を聞かせていた。

私が息を引き取る直前には、芽衣がその指輪を嫌がったというだけで、5年間つけていた結婚指輪まで外していた。

「祐介、今度こそ……ココに謝ってもらうからね」

祐介は「ああ」とうなずいた。

そして、きっぱりと言い切った。

「安心しろ。ココに謝るまで、あいつを二度と家には入れない」

その言葉に、私は呆れて首を振った。

死んでしまった人間に、どうやってペットに謝れというのだろう。

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
35 챕터
บทที่ 1 ข่าวลือกับความจริงที่ (นอน) นิ่งสนิท
ณ ใจกลางมหานครแห่งแคว้นจ้าว ยามเมื่อดวงตะวันทอแสงแรงกล้า โรงน้ำชา ‘หอหมื่นอักษร’ อันเลื่องชื่อกลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ เสียงจอแจอื้ออึงดั่งฝูงผึ้งแตกรังดังระงมไปทั่วโถงไม้สักขนาดใหญ่ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาชั้นดีเคล้าคลอไปกับกลิ่นสุรารสแรงและกลิ่นเหงื่อไคลของเหล่าบุรุษที่จับกลุ่มสนทนาทว่าท่ามกลางสรรพเสียงเหล่านั้น หัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอย่างออกรสที่สุด มิใช่เรื่องราชกิจบ้านเมือง หรือศึกสงครามชายแดน หากแต่เป็นเรื่องราวฉาวโฉ่ในมุ้งของตระกูลขุนนางใหญ่“พี่ชายท่านนี้... ท่านได้ยินข่าวลือเรื่องคุณชายรองสกุลหลินอีกแล้วหรือไม่?”ชายร่างท้วมผู้หนึ่งในอาภรณ์สีตุ่นเอ่ยขึ้นพลางยกจอกสุราดินเผาขึ้นจรดริมฝีปาก นัยน์ตาฉายแววใคร่รู้ระคนขบขันสหายร่วมโต๊ะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามวางตะเกียบลง กระแทกจอกสุราลงกับพื้นโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “หึ! เรื่องอัปยศพรรค์นั้น ใครบ้างในเมืองหลวงจะไม่รู้? ข้าได้ยินมาหนาหูว่า เมื่อราตรีที่ผ่านมา คุณชายผู้นั้นหายตัวไปจากเรือนพักจนเกือบรุ่งสาง... ครั้นเมื่อกลับมา สภาพหรือก็ดูไม่ได้ อาภรณ์หลุดลุ่ย ผมเผ้ายุ่งเหยิง มิหนำซ้ำทั่วทั้ง
더 보기
บทที่ 2 ความงามคืออาวุธ (ที่ขี้เกียจจะใช้)
กลิ่นหอมจรุงใจของสมุนไพรนานาชนิดผสมผสานกับกลิ่นกุหลาบมอญลอยอบอวลไปทั่วห้องอาบน้ำส่วนตัว ไอระเหยสีขาวขุ่นลอยละล่องปกคลุมผิวน้ำ ดั่งม่านหมอกในยามเช้าที่โอบล้อมขุนเขาภายในถังไม้ฮิโนกิใบมหึมาที่ถูกขัดจนมันปลาบ ร่างโปร่งบางของหลินซีเหยาแช่อยู่ในน้ำอุ่นจัด ผิวพรรณที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมานั้นขาวผ่องอมชมพูระเรื่อเมื่อต้องความร้อน หยดน้ำเกาะพราวตามลำคอระหงและลาดไหล่กลมกลึงดูเย้ายวนตายิ่งนัก“คุณชาย... ท่านช่วยขยับตัวหน่อยเถิดขอรับ ขัดแรงกว่านี้อีกนิดประเดี๋ยวขี้ไคลก็ไม่ออกกันพอดี!”อาเป่ามุ่ยหน้า บ่นกระปอดกระแปดพลางออกแรงลงผ้าขัดตัวบนแผ่นหลังเนียนละเอียดของเจ้านาย เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามไรผมของบ่าวผู้ซื่อสัตย์“เบามือหน่อยสิอาเป่า... เจ้ากะจะถลกหนังข้าออกมาทำรองเท้าหรืออย่างไร” หลินซีเหยาบ่นงึมงำในลำคอ ศีรษะทุยสวยพิงอยู่กับขอบถังไม้ เปลือกตาบางพริ้มหลับลงอย่างเกียจคร้านและเปี่ยมสุข “ขี้ไคลอันใดกัน วันๆ ข้ามิได้เยื้องย่างออกไปตากลมตากแดดที่ใด สิงสถิตอยู่แต่ในห้องหับ ผิวข้าสะอาดหมดจดปานนี้ จะเอาสิ่งสกปรกมาจากที่ใด”“สะอาดแต่กายหยาบน่ะสิขอรับ แต่ชื่อเสียงของท่านยามนี้... เกรงว่าจะเน่าเฟะส่งกลิ่นโชยไ
더 보기
บทที่ 3 อุบัติเหตุ (รัก) หลับกลางอากาศ
ราตรีนี้ดวงจันทร์วันเพ็ญลอยเด่นเหนือฟากฟ้า สาดแสงสีเงินยวดยาบทาบทาบลงบนกระเบื้องหลังคาตำหนักหลวงที่เรียงซ้อนกันเป็นทิวแถวดุจเกล็ดมังกร ภายในท้องพระโรงอันกว้างใหญ่ไพศาลถูกประดับประดาด้วยโคมไฟผ้าไหมสีแดงชาดนับพันดวง แสงเทียนสว่างไสวขับไล่ความมืดมิดจนสิ้น ส่องกระทบเสาทองคำสลักลวดลายพยัคฆ์ทะยานเมฆจนเกิดประกายระยิบระยับจับตางานเลี้ยงฉลองชัยชนะเหนือชนเผ่าทางทิศอุดรถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เสียงดนตรีจากเครื่องสายและเครื่องเป่าบรรเลงประสานกันเป็นท่วงทำนองเสนาะหู ทั้งเสียงกู่เจิงที่พลิ้วไหวราวสายน้ำ และเสียงขลุ่ยไม้ไผ่ที่กังวานก้อง สะกดให้ผู้คนเคลิบเคลิ้ม เหล่านางรำจากกองสังคีตในชุดอาภรณ์ผ้าแพรพรรณบางเบาสีกลีบบัว ร่ายรำกรีดกรายด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยงดงาม ปลายแขนเสื้อยาวสะบัดไหวไปตามจังหวะดุจผีเสื้อเริงระบำ ยามพวกนางหมุนกาย กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งร่ำและเครื่องหอมชั้นดีก็ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณสุรานารีแดงรสเลิศที่หมักบ่มมานานนับสิบปีถูกลำเลียงออกมาจากห้องเครื่อง รินเติมลงในจอกหยกขาวของเหล่าขุนนางข้าราชบริพารอย่างมิขาดสาย เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังระงมเคล้าคลอไปกับเสียงดนตรี เบื้องบนบัลล
더 보기
บทที่ 4 หมอนข้างราคาแพงระยับ
บรรยากาศภายในอุทยานหลวงที่เคยอบอวลไปด้วยความรื่นเริงหรรษา บัดนี้กลับพลิกผันราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ ความเงียบงันอันหนักอึ้งเข้าปกคลุมทั่วทุกตารางนิ้ว กดทับลงบนบ่าของผู้คนจนแทบหายใจไม่ออก แม้แต่เสียงแมลงยามค่ำคืนยังคล้ายจะหวาดเกรงจนมิกล้ากรีดปีกส่งเสียงเสียงดนตรีจากวงมโหรียังคงบรรเลงต่อไปตามหน้าที่ ทว่าท่วงทำนองที่เคยไพเราะเสนาะหู กลับฟังดูแปร่งปร่าและโหยหวนพิกล เหล่านางรำระบำบุปผาสวรรค์ที่กำลังร่ายรำอยู่กลางลานกว้าง ต่างพากันเกร็งไปทั้งสรรพางค์กาย รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าเริ่มแข็งค้าง ท่วงท่าที่เคยอ่อนช้อยดุจสายน้ำเริ่มติดขัดและแข็งทื่อด้วยความหวาดหวั่น สายตาลอกแลกมิกล้าแม้แต่จะชำเลืองมองไปทางตั่งประธานอันเป็นจุดกำเนิดของรังสีอำมหิตเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ ตั้งแต่ระดับอัครเสนาบดีผู้กุมอำนาจบริหาร ไปจนถึงขุนนางขั้นเก้าปลายแถว ต่างพากันก้มหน้าก้มตาสงบเสงี่ยมเจียมตัว คีบอาหารเข้าปากอย่างเงียบเชียบราวกับไร้ตัวตน เกรงว่าหากเผลอเคี้ยวเสียงดังหรือทำตะเกียบกระทบถ้วยเพียงแผ่วเบา อาจจะเป็นการดึงดูดความสนใจมัจจุราชให้หันมามอง และศีรษะอาจจะหลุดออกจากบ่าได้โดยไม่รู้ตัวเพราะในยามนี้ จุดศูนย์รวมสายตาทุกค
더 보기
บทที่ 5 ราชโองการสายฟ้าแลบ กับว่าที่พระชายาผู้ไม่ตื่น
ยามเช้าตรู่ แสงเงินแสงทองเพิ่งจะจับขอบฟ้า นกกระจิบยังมิทันได้ออกจากรัง ความเงียบสงบอันแสนสุขของเรือน ‘สุขสันต์นิรันดร์’ ก็ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ“ปัง! ปัง! ปัง!”เสียงกำปั้นทุบลงบนบานประตูไม้สักหนาหนักดังสนั่นหวั่นไหว สะเทือนเลื่อนลั่นราวกับกลองศึกยามข้าศึกประชิดกำแพงเมือง ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่แตกตื่นเสียจริตของ ‘อาเป่า’ บ่าวรับใช้คนสนิท“คุณชาย! คุณชายรอง! ตื่นเดี๋ยวนี้ขอรับ! ตื่นเถิด! เรื่องใหญ่แล้ว! ฟ้าถล่มแล้วขอรับ!”บนเตียงไม้สลักลวดลายเมฆา ภายใต้กองผ้าห่มนวมหนานุ่มดุจปุยเมฆ ร่างหนึ่งขยับตัวเพียงเล็กน้อยด้วยความรำคาญ หลินซีเหยาที่เพิ่งจะได้หลับตาลงอย่างเต็มอิ่มไปเพียงไม่กี่ชั่วยามหลังจากกลับจากงานเลี้ยงเมื่อคืน ขมวดคิ้วเรียวสวยมุ่นเข้าหากัน นิ้วมือเรียวยาวดึงหมอนใบโตขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง พลิกกายตะแคงหนีไปอีกฝั่งหวังจะหนีจากเสียงรบกวน“อาเป่า... หากไฟมิได้ไหม้เรือน ก็อย่ามาปลุกข้า... ข้าเพิ่งจะได้เข้าเฝ้าเทพธิดาแห่งความฝัน...” เสียงงัวเงียบ่นพึมพำอู้อี้เล็ดลอดออกมาจากใต้ผ้าห่ม“ไฟมิได้ไหม้เรือนขอรับ แต่ไฟกำลังจะไหม้ศีรษะท่านแล้ว!” อาเป่าแหกปากตะโกนแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นร
더 보기
บทที่ 6 วิวาห์อลวนกับเรือนหอทรมานบันเทิง
เจ็ดทิวาราตรีแห่งการตระเตรียมงานมงคลผ่านพ้นไปรวดเร็วดุจอาชาห้อ ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายของบ่าวไพร่ที่วิ่งวุ่นจนศีรษะหมุน ทว่าสำหรับหลินซีเหยา ช่วงเวลานั้นเปรียบประดุจสรวงสวรรค์ที่เขาได้ใช้ ‘กอบโกย’ การนอนหลับพักผ่อน สะสมเรี่ยวแรงไว้จนเต็มเปี่ยม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมรสุมชีวิตลูกใหญ่ในการย้ายสังขารเข้าสู่ถ้ำพยัคฆ์และแล้ว... ฤกษ์งามยามดีแห่งวันมงคลสมรสพระราชทานก็เวียนมาถึงขบวนเกี้ยวเจ้าสาวสีแดงชาดขนาดแปดคนหาม เคลื่อนตัวออกจากประตูจวนตระกูลหลินอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา เสียงประทัดจุดเฉลิมฉลองดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วคุ้งน้ำ สะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นกลบเสียงซุบซิบและคำครหาของชาวบ้านร้านตลาดที่มารอชมเรื่องสนุกอยู่สองข้างทาง“ดูนั่นสิ! ท่านอ๋องมิได้ขี่อาชาศึกมารับเจ้าสาวด้วยองค์เอง!” สตรีปากตลาดนางหนึ่งชี้ชวนให้สหายดูด้วยแววตาเหยียดหยาม“ส่งมาเพียงพ่อบ้านหน้าเคร่งขรึมกับทหารองครักษ์ไม่กี่นาย นี่มันเป็นการตบหน้าตระกูลหลินฉาดใหญ่ชัดๆ”“สมน้ำหน้า! บุปผาราคีเยี่ยงนั้น เพียงแค่ได้นั่งเกี้ยวแดงเข้าจวนอ๋องในฐานะพระชายาเอกก็นับว่าเป็นวาสนาที่ทำบุญด้วยดอกบัวทองคำมาแล้วกระมัง”ทว่าถ้อยคำครหาเหล่านั้นหา
더 보기
บทที่ 7 ค่ำคืนในรังไหมและเตาผิงเดินได้
บรรยากาศภายในเรือนหอ ‘เหมันต์พิสุทธิ์’ ในยามวิกาล ตึงเครียดเสียจนแทบจะจุดไฟติด อากาศที่เย็นยะเยือกจากลมหนาวภายนอกที่พัดกรูเข้ามาทางหน้าต่าง ดูเหมือนจะร้อนระอุขึ้นมาทันควันจากแรงปะทะของสองร่างบนเตียงจ้าวจินหลง ชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกร โน้มกายลงทาบทับร่างโปร่งบางที่นอนแผ่หราอยู่บนกองขนจิ้งจอกนุ่มนิ่ม สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าสวยหวานที่อยู่ห่างเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดผิวแก้มเนียนละเอียดของคนใต้ร่าง จนแก้มใสนั้นขึ้นสีระเรื่อดั่งผลท้อสุกปลั่ง“เจ้าบอกว่ายอมทุกอย่างงั้นรึ?” จ้าวจินหลงกระซิบเสียงต่ำพร่าที่ข้างใบหู พยายามใช้น้ำเสียงอำมหิตข่มขวัญศัตรูตัวจ้อย “เจ้าคงคิดว่าข้าจะใจดี อ่อนโยน เหมือนบุรุษอื่นที่เจ้าเคยผ่านมาสินะ... ฝันไปเถิด”เขาจงใจถ่ายเทน้ำหนักตัวเกือบทั้งหมดลงมาทับ เพื่อให้คนใต้ร่างรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก และเกิดความหวาดกลัว เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นภาพ หลินซีเหยา ดิ้นรนผลักไส ร่ำไห้ร้องขอชีวิต หรือไม่ก็แสร้งทำจริตมารยายั่วยวนแบบที่เขาเกลียดเข้ากระดูกดำแต่ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง“อือ...”หลินซีเหยาส่งเสียงครางในลำคอแผ่วเบ
더 보기
บทที่ 8 ข่าวลือไปไกล กับแกงบำรุงไตสูตรฮ่องเต้
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปสามทิวาราตรี รวดเร็วดุจกะพริบตา...สำหรับ หลินซีเหยา นี่คือช่วงเวลาสามวันแห่งสรวงสวรรค์ชั้นเจ็ด เขาได้เสพสุขกับการกินอิ่มนอนอุ่น และกอบโกยการพักผ่อนตุนยอดคงเหลือไว้อย่างเต็มเปี่ยม ชนิดที่ว่าสามารถนอนเผื่อแผ่ไปถึงชาติภพหน้าได้เลยทีเดียวแต่สำหรับ จ้าวจินหลง ชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ นี่คือสามวันแห่งความอัปยศอดสูที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานทรมานดุจสามปีในขุมนรกโลกันตร์ณ ลานฝึกยุทธ์ จวนชินอ๋อง“เฮ้อ... น่าเวทนาพระชายายิ่งนัก”“จริงของเจ้า... ข้าเห็นสาวใช้ยกน้ำอุ่นเข้าไปผลัดเปลี่ยนวันละหลายรอบ พระชายามิได้ย่างกรายออกมาจากห้องหอเลยแม้แต่ก้าวเดียว คงจะบอบช้ำสาหัส”“ท่านอ๋องของเราเห็นบุคลิกเงียบขรึมเย็นชาดุจน้ำแข็งเช่นนั้น มิคาดคิดเลยว่าพอถึงคราวเข้าด้ายเข้าเข็มจะเป็นพวก... ‘พยัคฆ์ร้ายบ้าคลั่ง’ รุนแรงปานนั้น”“ชู่! เบาเสียงลงหน่อย ประเดี๋ยวท่านอ๋องก็ได้ยินเข้าหรอก แต่ก็นะ... ครองตัวบริสุทธิ์มาเกือบสามสิบหนาว ยามเขื่อนพังทลายคงมิอาจหยุดยั้งสายน้ำป่าที่ไหลหลากได้กระมัง”เสียงซุบซิบกระซิบกระซาบของเหล่าทหารองครักษ์และบ่าวไพร่ที่คิดว่าตนสนทนากันแผ่วเบาแล้ว
더 보기
บทที่ 9 มังกรคะนองศึก (ในจินตนาการ) กับรอยกัดปริศนา
ความโกลาหลภายในห้องหอเรือน ‘เหมันต์พิสุทธิ์’ ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่านประหนึ่งสมรภูมิรบ... มิใช่การต่อสู้ด้วยคมดาบหรือเพลงยุทธ์ แต่เป็นการต่อสู้ระหว่าง “ความอดทนอันสูงส่งของท่านอ๋อง” กับ “ความมือไวใจเร็วของคนเมาโอสถปลุกกำหนัด”“อาเป่า! น้ำเย็น! ข้าสั่งให้ไปนำน้ำเย็นมา! นำน้ำแข็งมาด้วย!”ท่านอ๋องตะโกนสั่งเสียงลั่นจนคอแทบแตก แต่ทว่า... ประตูห้องถูกลงกลอนแน่นหนาด้วยดาลไม้สักอันใหญ่ ซึ่งเป็นฝีมือของเขาเองที่ลงกลอนไว้ตอนเข้ามา เพราะมิอยากให้ผู้ใดเข้ามารบกวน กว่าอาเป่าจะวิ่งไปตักน้ำจากบ่อและหาหนทางพังประตูเข้ามาได้ คงไม่ทันการณ์เป็นแน่แท้บนเตียงกว้างที่ปูทับถมด้วยขนสัตว์หนานุ่ม หลินซีเหยา ที่บัดนี้ฤทธิ์ยากำลังพุ่งพล่านถึงขีดสุด ร่างกายบิดเร่าด้วยความร้อนรุ่มดั่งไฟสุมทรวง ไม่ต่างอันใดกับปลาหมึกยักษ์ที่กำลังพยายามจะรัดเหยื่อให้ตายคาหนวดผิวขาวจัดของเขาแดงระเรื่อไปทั้งตัวราวกับกุ้งต้ม เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามกรอบหน้าและแผ่นอก ทำให้เรือนร่างที่ปกติก็งดงามอยู่แล้ว ดูเย้ายวนและอันตรายยิ่งขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ“อือ... เย็น... ตรงนี้เย็นดี...”หลินซีเหยาพึมพำเสียงพร่า ซุกหน้าลงกับแผงอกเปลือยเป
더 보기
บทที่ 10 เกี้ยวหยกสะท้านเมืองและรอยกัดที่เปิดเผย
ข่าวเรื่ององค์จักรพรรดิพระราชทาน “เกี้ยวหยกขาว” ให้แก่พระชายาหลินซีเหยา แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งในหน้าแล้งเกี้ยวหยกขาวนั้นมิใช่ของธรรมดาสามัญ เป็นสมบัติล้ำค่าระดับชาติที่ตัวเกี้ยวสลักจากไม้จันทน์หอมหมื่นปีประดับหยกขาวแกะสลักลวดลายเมฆา ภายในบุด้วยขนสัตว์หายากจากแดนอุดรที่นุ่มดุจปุยเมฆ และมีกลไกพิเศษที่ทำให้การเดินทางนุ่มนวลราวกับลอยล่องบนสรวงสวรรค์ ตามธรรมเนียมแล้วจะมีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ฮองเฮา หรือไทเฮาเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้ครอบครองแต่บัดนี้... มันกลับตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ “บุปผาราคี” ที่ผู้คนต่างดูแคลนว่าไร้ค่ายิ่งกว่าดินโคลน!...ณ จวนชินอ๋อง (ยามสาย)“โอ้โห...”หลินซีเหยาเดินวนรอบเกี้ยวหยกขาวด้วยดวงตาเป็นประกายระยับดั่งดวงดาว มือเรียวลูบไล้เบาะนั่งที่นุ่มหยุ่นอย่างหลงใหลในสัมผัส“นี่มัน... เตียงเคลื่อนที่ชัดๆ! สวรรค์ทรงโปรดคนขี้เกียจเยี่ยงข้าแท้ๆ!”เขาไม่รอช้า กระโดดขึ้นไปนั่งแล้วเปลี่ยนเป็นนอนตะแคงทันทีภายในชั่วพริบตาทดสอบความนุ่มด้วยการกลิ้งเกลือกไปมาสองสามรอบ“อาเป่า! สั่งคนหาม! ข้าจะออกไป... เอ้อ ไปที่ใดดีนะ? ที่แห่งใดที่ข้าจะไปนอนอวดโฉมเกี้ยวได้บ้าง?”
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status