LOGINความเงียบสะกดทุกความเคลื่อนไหวภายในห้องประชุมใหญ่ชั้น 40 ของอาคารวรโชติเมธีทาวเวอร์ บรรยากาศอึดอัดดั่งสายฟ้าที่เพิ่งฟาดลงกลางห้อง กระจกบานโตระฟ้าสะท้อนภาพทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่มีใครในห้องนี้สนใจทัศนียภาพภายนอกแม้แต่น้อย
เหล่านักกฎหมายและกรรมการบริหารของบริษัทในเครือวรโชติเมธีต่างนั่งเกร็งเงียบกริบ บางคนถึงกับแอบซับเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผม สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีน้ำเงินเข้มเนวีบลู ‘ภควัต อัครเดโชชาญ’ หรือ ‘ภาม’ ผู้ซึ่งไร้คราบเด็กเนิร์ดสวมแว่นหน้าม้ากะโปโลโดยสิ้นเชิง
‘ประวิทย์ วรโชติเมธี’ นั่งกุมมือแน่นอยู่ตรงหัวโต๊ะ ประธานใหญ่ผู้เคยปกครองทุกสิ่งด้วยกำปั้นเหล็กและอำนาจเงินตรา บัดนี้ใบหน้าคมขรึมเต็มไปด้วยความสับสน ซับซ้อน และสะเทือนขวัญอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ตลอดชีวิตการทำธุรกิจนับสามสิบปี ประวิทย์ไม่เคยถูกใครกดดันจนรวบรัดจนมุมได้ขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากเด็กหนุ่มรุ่นลูกที่เขาเคยดูถูกว่าเป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้อนาคต
ประวิทย์สูดหายใจเข้าลึกอย่างยากลำบาก เบนสายตามองแฟ้มเอกสารสามแฟ้มบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองลูกสาวคนเดียว ‘เมล’ ที่กำลังยืนเคียงข้างภาม สองมือสอดประสานกันแน่น นิ้วนางข้างซ้ายของเธอสวมแหวนทองคำขาวสลักโค้ดไบนารีส่องประกายสว่างไสว
“พวกแกทุกคน... ออกไปก่อน” ประวิทย์เอ่ยเสียงต่ำโบกมือสั่งเหล่านักกฎหมายและกรรมการบริหาร
“แต่คุณประวิทย์ครับ เรื่องสัญญา” ทนายประจำตระกูลพยายามทัดทาน
“ฉันบอกให้ออกไปให้หมด” ประวิทย์ส่งเสียงตวาดตักเตือนจนห้องสั่นสะเทือน
เหล่านักกฎหมายและกรรมการรีบเก็บข้าวของลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุมอย่างรวดเร็ว ‘เรียว’ ‘คิน’ และ ‘เชน’ ทีมงานของภามสบตากับหัวหน้าเบาๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปอารักขาอยู่หน้าห้อง โค้งหัวให้เมลเล็กน้อยแล้วดึงประตูกระจกนิรภัยปิดลงอย่างนุ่มนวล
แกร๊ก...
ความเงียบครอบงำห้องประชุมกว้างขวางอีกครั้ง บัดนี้เหลือเพียงคนสามคน... ประวิทย์, ภาม และเมล
ประวิทย์ค่อยๆ เอนหลังพิงเก้าอี้หนังแท้ ปลดกระดุมเสื้อสูทออกเม็ดหนึ่งเพื่อผ่อนคลายความอึดอัด นัยน์ตาคู่คมที่ผ่านมรสุมชีวิตมามากมายจ้องมองภามอย่างพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบเป็นครั้งแรก
“ฉันประเมินแกต่ำไปจริงๆ... คุณภควัต” ประวิทย์เค้นเสียงพูด น้ำเสียงไม่มีความเกรี้ยวกราดเหมือนก่อนหน้า แต่เต็มไปด้วยความหยั่งเชิงและถอย “แกล่อฉันมาติดกับดักด้วยระบบความปลอดภัยไซเบอร์ ใช้เรื่องช่องโหว่เซิร์ฟเวอร์บีบให้ฉันต้องเปิดห้องประชุมนี้ แล้วเอาเรื่องการลงทุนห้าพันล้านมาขู่ควบคู่กับเรื่องเมทินี... สมองแบบนี้ แผนการแบบนี้ แกไม่ได้แค่เก่งสถิติบริหารหรอก แต่แกมันจิ้งจอกสังคมตัวจริง”
ภามยิ้มมุมปากนิดๆ รอยยิ้มหล่อเหลา ทรงอำนาจ และสงบนิ่ง เขาไม่ปฏิเสธคำกล่าวหานั้น แต่กลับยื่นมือไปเลื่อนเก้าอี้ให้เมลนั่งลงอย่างอ่อนโยน ก่อนที่ตัวเขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามประวิทย์
“ในการทำธุรกิจ... การประเมินคู่แข่งต่ำไปคือจุดเริ่มต้นของความพ่ายแพ้ครับ คุณประวิทย์” ภามตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ราบเรียบ แต่หนักแน่นราวกับภูเขาหิน “และผมไม่ได้ล่อคุณมาติดกับดักเพื่อทำลายคุณ... ผมมาเพื่อ ‘เจรจา’ ในฐานะผู้ชายที่จะเข้ามาดูแลลูกสาวของคุณ และในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจที่จะนำพาตระกูลวรโชติเมธีให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม”
“หุ้นส่วนงั้นเหรอ” ประวิทย์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ “แกโอนหุ้น AEGIS แปดพันห้าร้อยล้านให้เมทินีคนเดียวทั้งหมด แกให้สัญญาอัดฉีดระบบความปลอดภัยและเงินทุนห้าพันล้านบาท... แกทุ่มเงินมหาศาลขนาดนี้ เพียงเพื่อแลกกับการให้ฉันยอมรับแก และยกเลิกการคลุมถุงชนกับกลุ่มทุนอัครมหาทรัพย์เนี่ยนะ แกคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างงั้นเหรอ”
“เงินซื้อหัวใจของเมลไม่ได้ครับ...” ภามสบตาประวิทย์ตรงๆ ด้วยนัยน์ตาสีนิลคมกริบไร้เลนส์แว่นบดบัง “และผมก็ไม่ได้ใช้เงินซื้อเธอวันแรกที่ผมเจอกับเธอ ผมปิดบังตัวตน ใส่เสื้อฮู้ดดี้เชยๆ สวมแว่นตาหนาเตอะ นั่งห่อไหล่ทำตัวเป็นเด็กเนิร์ดไร้ตัวตนในห้องสมุด เมลเดินเข้ามาหาผมในวันที่เธอมีแค่สิบแปดคะแนนสถิติ เธอไม่ได้เข้าหาผมเพราะมรดกตระกูลอัครเดโชชาญ และไม่ได้เข้าหาผมเพราะชื่อ AEGIS... แต่เธอรักผมที่ตัวตนจริงๆ ของผม”
ภามขยับตัว โน้มใบหน้าไปข้างหน้าเล็กน้อย รังสีความจริงใจและความเป็นผู้นำแผ่ออกมาจากร่าง
“สิ่งที่ผมนำมาวางบนโต๊ะวันนี้ ทั้งหุ้นแปดพันห้าร้อยล้าน ทั้งเงินทุนห้าพันล้าน ไม่ใช่ ‘ราคา’ ที่ผมจ่ายเพื่อซื้อเมล... แต่เป็น ‘หลักประกัน’ ที่ผมมอบให้คุณเห็น ว่าในฐานะพ่อ... คุณไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคตของลูกสาวคุณอีกต่อไป ผู้ชายคนนี้มีศักยภาพพอที่จะปกป้องเธอจากทุกอิทธิพลบนโลกใบนี้”
คำพูดอันแสนหนักแน่นและไร้ที่ติทำเอาประวิทย์ถึงกับนิ่งอึ้ง! คำพูดของภามยิงตรงเข้าชนหัวใจคนเป็นพ่ออย่างจัง
ประวิทย์หลุบสายตาลงมองลูกสาว เมลจ้องมองพ่อของเธอด้วยนัยน์ตาสุกใสที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น ความเชื่อมั่น และความรักที่มีต่อชายหนุ่มข้างกาย
“คุณพ่อคะ...” เมลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด “...ตลอดเวลาที่ผ่านมา เมลพยายามทำทุกอย่างตามที่คุณพ่อต้องการ เมลพยายามสอบให้ได้เกรดท็อป พยายามวางตัวเป็นดาวคณะที่สมบูรณ์แบบ เพียงเพื่อหวังว่าคุณพ่อจะเห็นคุณค่าในตัวเมล ไม่ใช่เห็นเมลเป็นแค่หมากการเมืองหรือสินค้าที่จะยกให้ตระกูลอัครมหาทรัพย์เพื่อแลกกับผลประโยชน์”
เมลยื่นมือไปกุมมือหนาของภามไว้บนโต๊ะ บีบกระชับแน่นต่อหน้าพ่อ
“ภามคือคนเดียวที่มองเห็นตัวตนจริงๆ ของเมล เขาคอยผลักดัน คอยสั่ง คอยเตือน และคอยปกป้องเมลในวันที่เมลไม่มีใคร... ถ้าคุณพ่อตัดเมลออกจากตระกูล ยึดทุกอย่างไป เมลก็ยินดีเดินออกจากบ้านไปตัวเปล่าพร้อมกับภามค่ะ แต่ถ้าคุณพ่อยอมรับภาม... พวกเราสองคนจะร่วมกันพัฒนาบริษัทของคุณพ่อให้ยิ่งใหญ่กว่าที่กลุ่มทุนอัครมหาทรัพย์เคยสัญญาไว้สิบเท่า”
ความเงียบกลับคืนสู่ห้องประชุมใหญ่อีกครั้ง...
ประวิทย์มองดูคนทั้งสอง ชายหนุ่มผู้เป็นอัจฉริยะทรงอิทธิพลระดับประเทศ กับลูกสาวผู้มีความดื้อรั้นและศักยภาพอันเปี่ยมล้น ความยโสและความถือดีในใจของคนเป็นพ่อค่อยๆ ทลายลงทีละน้อย ประวิทย์ตระหนักดีว่า 'วินธร' แห่งกลุ่มทุนอัครมหาทรัพย์เทียบไม่ติดเลยแม้แต่มิลิเมตรเดียวกับชายหนุ่มตรงหน้า วินธรมีดีแค่ตระกูลและเงินของพ่อ แต่ภาม... คือปิศาจที่สร้างอาณาจักรพันล้านด้วยสมองและสองมือของตัวเองตั้งแต่อายุน้อย
ประวิทย์ถอนหายใจยาวเหยียด ถอนแรงกดดันทั้งหมดออกจากบ่า ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงแปรเปลี่ยนเป็นความล้าและความยอมรับในที่สุด
“ฉีกเช็คสิบล้านของฉันทิ้ง... โอนหุ้นแปดพันห้าร้อยล้านให้ลูกสาวฉัน... แถมยังบุกมาขู่ล่มระบบบริษัทฉันกลางห้องประชุม” ประวิทย์เอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำแฝงความขบขันในลำคอเบาๆ “...แกมันดุดันและใจร้อนเหมือนฉันตอนหนุ่มๆ ไม่มีผิด”
เมลตาโตด้วยความประหลาดใจ นัยน์ตาฉายแววมีความหวังวูบขึ้นมาทันที
ประวิทย์ยื่นมือไปเปิดแฟ้มเอกสารสัญญาความร่วมมือห้าพันล้านบาท หยิบปากกาหรูขึ้นมารับรองตัวเลข ก่อนจะเซ็นชื่อ ‘ประวิทย์ วรโชติเมธี’ ลงในบรรทัดสุดท้ายอย่างมั่นคง
แกร๊ก...
ประวิทย์ปิดแฟ้มเอกสาร เลื่อนส่งกลับไปให้ภาม
“เรื่องการคลุมถุงชนกับตระกูลอัครมหาทรัพย์... ฉันจะยกเลิกสัญญาทั้งหมดภายในเย็นนี้” ประวิทย์ประกาศคำตัดสินเด็ดขาด “และเรื่องการบริหารในบริษัท ฉันจะเปิดตำแหน่งรองประธานกรรมการให้เมทินีเข้ามาฝึกงานและรับตำแหน่งทันทีหลังเรียนจบ โดยมีทีมเทคโนโลยีของ AEGIS คอยซัพพอร์ตตามสัญญา”
ประวิทย์ช้อนสายตาขึ้นสบตากับภามตรงๆ นัยน์ตาของคนเป็นพ่อฉายแววจริงจังและเข้มงวดอย่างที่สุด
“แต่ฟังฉันไว้ให้ดีนะ... ภควัต” ประวิทย์เอ่ยเสียงหนัก “ฉันยอมรับแกในฐานะนักธุรกิจ และยอมรับแกในฐานะคนรักของลูกสาวฉัน... แต่ถ้าวันไหนแกทำให้เมทินีต้องเสียใจ หรือถ้าแกดูแลลูกสาวฉันไม่ดีเท่าที่ฉันเคยดูแล... ต่อให้แกจะมีบริษัทหมื่นล้าน ฉันก็พร้อมจะแลกชีวิตเพื่อดึงลูกสาวฉันกลับมา”
คำขู่ของคนเป็นพ่อไม่ได้ทำให้ภามรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้ภามยิ้มมุมปากด้วยความเคารพในจิตวิญญาณของคนเป็นพ่อ
ภามลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโค้งคำนับประวิทย์อย่างสง่างามและนอบน้อมจากใจจริง
“ผมสัญญาครับ... คุณพ่อ” ภามใช้คำว่า ‘คุณพ่อ’ เป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่น และจริงใจ “...ว่าผมจะรัก ปกป้อง และดูแลเมทินีด้วยชีวิตของผมตลอดไป ไม่มีวันทำให้เธอต้องเสียใจเด็ดขาด”
คำว่า ‘คุณพ่อ’ ทำเอาประวิทย์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหลุดยิ้มบางๆ ออกมาตรงมุมปาก พยักหน้ารับอย่างพอใจ
เมลน้ำตาเอ่อล้นด้วยความปิติ ยิ้มหวานออกมาอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต ความกดดันและมรสุมตระกลูที่ทับถมมานานนับปี บัดนี้ถูกคลี่คลายและประสานรอยแผลลงได้อย่างสมบูรณ์ด้วยความรักและพลังของชายหนุ่มที่เธอยอมมอบหัวใจให้
สองชั่วโมงต่อมา...
ข่าวการยกเลิกสัญญาหมั้นหมายระหว่างตระกูลวรโชติเมธีกับตระกูลอัครมหาทรัพย์ ถูกประกาศอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกลุ่มวรโชติเมธีกับ AEGIS CyberSecurity Corp. กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการธุรกิจและการเงินระดับประเทศ
สื่อมวลชนและสำนักข่าวทุกช่องต่างลงข่าวหน้าหนึ่งถึง ‘นายภควัต อัครเดโชชาญ’ นักธุรกิจหนุ่มอัจฉริยะพันล้านผู้ลึกลับ ที่เปิดเผยตัวตนอย่างยิ่งใหญ่เคียงข้าง ‘เมทินี วรโชติเมธี’ ดาวคณะบริหารธุรกิจทรงอิทธิพล
ณ เพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุด...
บรรยากาศยามเย็นอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่น แสงอาทิตย์ยามอัสดงสีส้มทองทาดิ่งผ่านบานกระจกโต เมลอยู่ในชุดเชิ้ตโอเวอร์ไซส์สีขาวของภาม นั่งอยู่บนตักกว้างของชายหนุ่มตรงโซฟาตัวยาวในห้องรับแขก
ภามในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสองเม็ด ไร้แว่นสายตา โอบกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้ในอ้อมอกแกร่ง ทั้งคู่นั่งมองดูวิวทิวทัศน์ของเมืองหลวงร่วมกันอย่างสงบ
“ไม่น่าเชื่อเลยนะภาม...” เมลเอ่ยขึ้นเสียงหวาน ซุกใบหน้าลงกับแผงอกอบอุ่นของเขา “...ว่าคุณพ่อจะยอมรับนายง่ายขนาดนี้ ฉันนึกว่าเราต้องสู้กันอีกนานซะอีก”
ภามยิ้มมุมปากนิดๆ กดจูบเบาๆ ลงบนเรือนผมหอมนุ่มของเธอ “พ่อของคุณไม่ได้ยอมรับเพราะเงินห้าพันล้านหรอกครับ... แต่เขายอมรับเพราะเขาเห็นว่าคุณรักผมมากขนาดไหน และเห็นว่าผมพร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อคุณจริงๆ ต่างหาก”
เมลช้อนสายตาสุกใสขึ้นสบตากับเขา ยิ้มอย่างหยอกล้อ “แถมยังไปเรียกเขาว่า ‘คุณพ่อ’ อีกนะ... หน้าด้านจริงๆ เลยนะ คุณประธานแฮกเกอร์”
ภามหัวเราะในลำคอเบาๆ นัยน์ตาสีนิลฉายแววเจ้าเล่ห์และรักใคร่อย่างเปิดเผย เขายื่นมือไปบีบจมูกโด่งรั้นของเธอเบาๆ
“ก็ผมเตรียมตัวเป็น ‘ลูกเขย’ ตระกูลวรโชติเมธีอย่างเป็นทางการแล้วนี่ครับ” ภามกระซิบเสียงต่ำข้างใบหูเธอ ลมหายใจอุ่นรดผิวคอเนียน “...เจรจากับพ่อตาจบแล้ว ต่อไป... ก็ถึงเวลาเจรจาเรื่อง ‘บทลงโทษ’ ของคุณนักเรียนที่ทำให้ผมต้องเหนื่อยทั้งวันแล้วล่ะ”
เมลตาโต แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อทันที “เนิร์ดบ้า! เจรจากับพ่อเสร็จก็จะมาคิดบัญชีกับฉันเลยเหรอ”
“แน่นอนครับ...” ภามรวบเอวคอดกิ่วของเธอขึ้น อุ้มร่างบางของดาวคณะขึ้นในท่าเจ้าสาว ก้าวตรงไปยังห้องนอนกว้างด้วยรอยยิ้ม “...บทเรียนคืนนี้ ยาวนานแน่นอนครับ คุณเมทินี”
บทเจรจากับพ่อตาจบลงด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่และความอบอุ่นในครอบครัว...หนุ่มฮอตเนิร์ดแฮกเกอร์พันล้าน ก็พร้อมแล้วที่จะเติมเต็มความรักและอนาคตร่วมกับดาวคณะสาวไปตลอดชีวิต
ค่ำคืนวันเสาร์อันเป็นหมุดหมายแห่งความทรงจำ บรรยากาศรอบคฤหาสน์อัครเดโชชาญโอบล้อมด้วยลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดผ่านสวนดอกไม้สไตล์อังกฤษ กลิ่นหอมระเหยของดอกกุหลาบพันธุ์อิงลิชโรสสีครีมและกุหลาบขาวฟุ้งกระจายอบอวลทั่วพื้นที่กว่าสี่สิบไร่ ผสานกับเสียงพุดังกังวานก้องเป็นระยะ แสงไฟคริสตัลระยิบระยับนับพันดวงถูกประดับประดาอย่างประณีตบรรจงตามแนวซุ้มโค้งและยอดไม้น้อยใหญ่ รังสรรค์ให้สถานที่แห่งนี้เนรมิตกลายเป็นงดงามราวกับวิมานบนดินงานวิวาห์หยุดโลกแห่งปีระหว่าง ‘ภควัต อัครเดโชชาญ’ มหาเศรษฐีพันล้านอัจฉริยะไซเบอร์ และ ‘เมทินี วรโชติเมธี’ ดาวคณะบริหารธุรกิจดีกรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสง่างามที่สุด แขกเหรื่อระดับผู้นำประเทศ นักธุรกิจชั้นนำ นักการเมือง สื่อมวลชนแขนงต่างๆ ตลอดจนเพื่อนพ้องคนสนิทจากมหาวิทยาลัยต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่งภาย
แสงแดดอบอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านเนื้อดีสีครีมของเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง กลิ่นหอมฟิ้วชันของกาแฟอาราบิก้าคั่วบดใหม่ผสมผสานกับกลิ่นดอกลิลลี่สีขาวในแจกันแก้วทรงสูงที่วางอยู่กลางห้องรับแขก บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความสดใสและอบอวลไปด้วยรังสีแห่งความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนนับตั้งแต่การประกาศข่าวการเตรียมแต่งงานระหว่าง ‘ภควัต อัครเดโชชาญ’ ประธานพันล้านแห่ง AEGIS CyberSecurity และ ‘เมทินี วรโชติเมธี’ รองประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของกลุ่มวรโชติเมธี ข่าวคราวการหมั้นหมายและวิวาห์หยุดโลกนี้ก็กลายเป็นประเด็นอันดับหนึ่งที่กลบทุกกระแสในวงการสังคมและธุรกิจ หนังสือพิมพ์ สื่อทีวี และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างพากันลงข่าวการจับคู่กันของ “คู่รักทรงอิทธิพล” (Power Couple) ที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก‘เมล’ นั่งอยู่บนโซฟาหนังนุ่มตัวยาวในชุดเดรสลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์เข้ารูป ตัวเสื้อเปิดไหล่โชว์ซอกคอระหงและเนินอกขาวเนียน ผิวพ
สายลมยามเช้าพัดโชยเบาๆ ผ่านกระจกบานโตของเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุด แสงอาทิตย์สีทองสาดส่องเข้ามาทาบทาลงบนโต๊ะอาหารกระจกใส กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟเอสเพรสโซและขนมปังปิ้งเนยสดโชยอบอวลไปทั่วห้องรับแขก บรรยากาศเงียบสงบผ่อนคลาย ต่างจากหลายเดือนก่อนยามที่พวกเขายังต้องหลบซ่อนความสัมพันธ์ภายใต้คราบเด็กเนิร์ดสวมแว่นกับดาวคณะบริหารธุรกิจเมลนั่งอยู่บนเก้าอี้บาร์สูง วันนี้เธออยู่ในชุดเบลเซอร์สีครีมเข้ารูปสไตล์เวิร์กกิ้งวูแมนทรงเสน่ห์ สวมกระโปรงทรงเอความยาวคลุมเข่าที่เน้นรูปร่างอรชรเอวคอดกิ่วอย่างสง่างาม ผมดัดลอนสีน้ำตาลคาราเมลปล่อยสยายเรียบร้อย ที่นิ้วนางข้างซ้าย ‘แหวนทองคำขาวสลักโค้ดไบนารี’ สะท้อนแสงแดดระยิบระยับทุกครั้งที่เธอเคลื่อนไหวมือตรงข้ามกับเธอ... ภาม ในชุดสูททักซิโด้สีเทาชาร์โคลสั่งตัดพิเศษแบรนด์ไฮเอนด์ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนหนึ่งเม็ด รูปร่างสูงใหญ่ผงาดสง่างาม ไร้ซึ่งแว่นตากรอบหนาสีดำสนิทและผมหน้าม้าที่เคยปรกหน้าผาก นัยน์ตาสีนิลคมกริบยามจ้องมองแฟนสาวฉายแววความอบอุ
บรรยากาศยามค่ำคืนเหนือตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวงเต็มไปด้วยประกายแสงไฟระยิบระยับที่ส่องสว่างลอดผ่านกระจกบานโตของชั้นบริหารสูงสุด ณ อาคารสำนักงานใหญ่ AEGIS CyberSecurity Corp. ลมเย็นเยือกจากระบบปรับอากาศโชยเบาๆ ปะทะกับความอบอุ่นภายในห้องทำงานของประธานกรรมการบริหาร ห้องทำงานขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกหรูหรา โต๊ะทำงานไม้เนื้อหนาสีเข้มสั่งทำพิเศษขนาดใหญ่ทรงยาวตั้งผงาดอยู่กลางห้อง มองออกไปเห็นทัศนียภาพความงดงามของกรุงเทพมหานครแบบสามร้อยหกสิบองศาทว่าในเวลานี้... บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของประธานพันล้าน บรรยากาศกลับถูกแทนที่ด้วยความรุ่มร้อนและกระแสอารมณ์เสน่หาที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆผ่านพ้นไปแล้วสำหรับพิธีประกาศผลการเรียนอย่างเป็นทางการ ‘เมล’ ไม่เพียงแต่คว้าคะแนนสถิติสูงถึงเก้าสิบแปดคะแนน แต่เธอยังประคองเกรดเฉลี่ยสะสมคว้า ‘เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง’ ของคณะบริหารธุรกิจมาครองได้อย่างสง่างาม ชัยชนะครั้งนี้ปลดล็อกพันธนาการและความคาดหวังทั้งหมดในชีวิตของเธอ และเพื่อเป
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าของวันใหม่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวสะอาดตาของเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนยังคงโชยเบาๆ ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมสะอาดสไตล์วู้ดดี้เฉพาะตัวของภามและกลิ่นฟลอรัลหวานละมุนของเมล บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความอบอุ่น เงียบสงบ และเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของดาวคณะสาวผ่านพ้นไปแล้วสำหรับมรสุมใหญ่และความขัดแย้งกับตระกูลวรโชติเมธี ข่าวการลงนามบันทึกความร่วมมือทางเทคโนโลยีมูลค่าห้าพันล้านบาทระหว่างกลุ่มวรโชติเมธีกับ AEGIS CyberSecurity Corp. และการเปิดเผยตัวตนอย่างเป็นทางการของ ‘ภควัต อัครเดโชชาญ’ ในฐานะประธานพันล้านผู้เคียงข้าง ‘เมทินี’ ได้กลายเป็นประเด็นหลักที่ทุกสื่อหน้าหนึ่งและสังคมมหาวิทยาลัยต่างลงข่าวชื่นชม ความเข้าใจอันดีระหว่างภามกับประวิทย์ พ่อของเธอได้ขจัดปมดราม่าและพันธนาการเรื่องการคลุมถุงชนหายไปจนไม่เหลือร่องรอยบนเตียงนอนขนาดคิงไซส์... เมลค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นอย่างช้าๆเปลือกตาสวย
ความเงียบสะกดทุกความเคลื่อนไหวภายในห้องประชุมใหญ่ชั้น 40 ของอาคารวรโชติเมธีทาวเวอร์ บรรยากาศอึดอัดดั่งสายฟ้าที่เพิ่งฟาดลงกลางห้อง กระจกบานโตระฟ้าสะท้อนภาพทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่มีใครในห้องนี้สนใจทัศนียภาพภายนอกแม้แต่น้อยเหล่านักกฎหมายและกรรมการบริหารของบริษัทในเครือวรโชติเมธีต่างนั่งเกร็งเงียบกริบ บางคนถึงกับแอบซับเหงื่อที่ผุดซึมตามไรผม สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีน้ำเงินเข้มเนวีบลู ‘ภควัต อัครเดโชชาญ’ หรือ ‘ภาม’ ผู้ซึ่งไร้คราบเด็กเนิร์ดสวมแว่นหน้าม้ากะโปโลโดยสิ้นเชิง‘ประวิทย์ วรโชติเมธี’ นั่งกุมมือแน่นอยู่ตรงหัวโต๊ะ ประธานใหญ่ผู้เคยปกครองทุกสิ่งด้วยกำปั้นเหล็กและอำนาจเงินตรา บัดนี้ใบหน้าคมขรึมเต็มไปด้วยความสับสน ซับซ้อน และสะเทือนขวัญอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ตลอดชีวิตการทำธุรกิจนับสามสิบปี ประวิทย์ไม่เคยถูกใครกดดันจนรวบรัดจนมุมได้ขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากเด็กหนุ่มรุ่นลูกที่เขาเคยดูถูกว่าเป็นเพี







