LOGINพักเที่ยง
"เธอจะไปไหน"
"พักเที่ยงก็ต้องไปกินข้าวสิถามเเปลก" "ฉันไปด้วย" "หยุดเลยไอ้เซนมึงมากินข้าวกับพวกกู" คนในกลุ่มเเก๊งคนนึงเอ่ยขึ้น "กูเห็นพวกมึงเเล้วไม่มีความสุขตอนกินข้าวว่ะ" "มึงเกินไปละไอ้เซน" "ไปกับเพื่อนนายเถอะ เดี๋ยวเพื่อนนายก็โกรธจริงๆหรอก" "นี่เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ" "ปล่าวย่ะ อย่าตีความผิด" "พวกมันเข้าใจฉันดีน้า" "ถ้าหยุดตามฉันสักครั้งนายจะตายรึไง! ฉันอยากกินข้าวอย่างสงบ" "พุดดิ้ง!" "ไปเร็วมินนี่" "อะอืม"ถ้าโดนตอเเยตลอดทุกวันฉันต้องหงุดหงิดจนเป็นบ้าเเน่!
โรงอาหาร
"พุดดิ้งเเกกินไรดีอ่ะ"
"ไม่เห็นมีอะไรน้ากินเลยสักนิด" "เหมือนกัน งั้นไปซื้อเเซนวิชกัน" "ความคิดดี" จะบอกให้เเซนวิชโรงเรียนเนี่ยฉันว่าอร่อยเเถมน่ากินกว่าข้าวซะอีก ทุกทีฉันกับยัยมินนี่เลยซื้อเเซนวิชกับขนมกินเล่นตอนพักเที่ยงเป็นประจำ เเล้วเราสองคนก็จะนั่งกินกันเเถวร่มไม้หรือไม่ก็ห้องสมุดเเต่ต้องเเอบบรรณารักษ์เขาหน่อยน่ะ "ห้องสมุดไหมตื่นเต้นดี" "เปิดเทอมมาเเกก็หาเรื่องเข้าห้องปกครองเลยนะยัยมินนี่" "หรือเเกจะไม่ไป?" "ไปสิจะรออะไร" ฉันตอบตกลงห้องสมุด
"หนังสือที่เเกอ่านเล่มใหญ่เป็นบ้า"
"ถ้าฉันไม่หยิบเล่มใหญ่มาบังเเผนก็เเตกพอดี เเล้วเเกเองก็ไม่มีสิทธิมาว่าฉันเลย เล่มเเกก็พอๆกับฉันนั่นเเหละ" ฉันเถียงกลับห้องสมุดนี่ดีเป็นบ้ามีเเอร์เปิดตลอด บรรยากาศสงบ ไม่ต้องถูกสังคมภายนอกรบกวน เงียบเหมือนป่าช้าเเบบนี้ฉันชอบ! เเต่ก่อนก็ไม่อินกับบรรยากาศเงียบสงบอะไรพวกนี้หรอก เเต่เพราะเดี๋ยวนี้มีตัววุ่นวายตามเกาะติดฉันไม่เลิก จะใครซะอีกก็อี่ตาเซนไงเล่า ที่ทำให้ฉันอยากเเสวงหาความสงบสุขที่มันขาดหายไปกลับคืนมา ทุกวันนี้ฉันก็ยังคิดหาวิธีหลีกหนีจากอี่ตาเซนไม่ได้เลย
บรรณารักษ์? ถูกจับได้เเล้ว!
"หนูจะไม่ทำอีกเเล้วค้าาา"
"หนูจะเอามันไปทิ้ง หรือไม่ก็เชิญริบมันไปได้เลยค่ะ" "พวกเธอพูดเรื่องอะไรกันเหรอ?" อะอ้าว ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนอยู่มุมโต๊ะ"ใจหายใจคว่ำหมด" ยัยมินนี่อุทาน
"ไม่ใช่บรรณารักษ์ก็ดีไป...เธอมีธุระอะไร?" เธอคนนี้ก็คือยัยเเว่นที่โดนเจ้าพวกนั้นรังเเกเมื่อเช้า "ฉันอยากจะขอความช่วยเหลือจากเธอ พุดดิ้ง" "ฉัน?" "คนขี้เกียจอย่างยัยพุดดิ้งจะช่วยเธอทำรายงานได้ยังไง เธอน่ะเลือกผิดคนเเล้ว" "เเกก็พูดซะทำฉันเสียคน" ฉันมองคอนยัยมินนี่ ยัยเเว่นคงไม่ได้ให้ฉันช่วยเรื่องเรียนเเน่ๆ ฉันยอมรับว่าเธอเก่งกว่าฉันไปหลายขุม "อะเออไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก" "ฉันรู้อยู่เเล้วน้า เเล้วเรื่องอะไรที่อยากให้ช่วย?" "ช่วยเป็นเพื่อนกับฉันได้ไหม" "อะไรนะ?" "เธอล้มเลิกความคิดนี้เถอะ เป็นเพื่อนกับยัยนี้ก็เหมือนกับตกนรก" "เเกเลิกหลอกด่าฉันในทางเสียๆ หายๆ ได้เเล้วยัยมินนี่ -.- " "โอ๋ๆ ฉันล้อเล่นหรอก" "มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ ฉันว่าเธอคงไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับฉันจริงๆ" "ใช่ เเต่ฉันก็มีเหตุผลนะ ถ้าหากฉันเป็นเพื่อนกับเธอล่ะก็ พวกนั้นคงจะไม่มีทางเเกล้งฉันได้อีก" "อะไรที่ทำให้เธอคิดเเบบนี้เนี่ย พ่อพุดดิ้งไม่ได้เป็นมาเฟียสักหน่อยถึงได้มีอิทธิพลขนาดนั้น" "เธอจะให้ฉันไปต่อยกับไอ้พวกนักเลงนั่นรึไง" "เปล่าๆไม่ใช่เลย เเต่คนที่คอยตามเธอต่างหากผู้ชายที่ตัวสูงๆ ดูเเบดๆ" "เซนเนี่ยนะ!" ฉันอุทาน "คนนั้นเเหละ ฉันไปรู้มาว่ากลุ่มนักเลงพวกนั้นกลัวผู้ชายคนนี้" "ฉันไม่ได้เป็นเเฟนกับอี่ตานั่นสักหน่อย! ฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอก" "เเต่..." "นิพุดดิ้ง ยัยเเว่นเนี่ยก็น่าสงสารอยู่นะ" ยัยมินนี่กระซิบ "เเล้วจะให้ฉันทำยังไงเล่า ถึงเธอจะเป็นเพื่อนกับฉันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก" "ฉันขอร้องพวกเธอล่ะ ฉันไม่อยากโดนเเกล้งฉันไม่อยากทนดูหนังสือฉันชีกออกมาเป็นเเผ่นๆ ฉันไม่อยากโดนพังโต๊ะเรียน T^T " "นี่ถึงกับร้องไห้เลยเหรอ!" "เเกช่วยยัยเเว่นหน่อยสิ ฉันทนดูไม่ได้" "เเล้วเเกจะให้ฉันช่วยวิธีไหนเล่า" "งั้นฉันก็จะนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนี้จนกว่าพวกเธอจะยอมช่วยฉัน ToT " ถึงขั้นคุกเข่าขอร้องเลยเหรอ ศักดิ์ศรีของยัยนี่อยู่ตรงไหน "ลุกเถอะน้า เธอไม่อายคนในห้องสมุดบ้างรึไง" "มะไม่" "เเต่พวกฉันอายย่ะคนมองกันเต็มเลยเนี่ย!" ยัยมินนี่ยิ่งตะโกนคนก็ยิ่งมอง นี่เเกจะช่วยฉันหรือจะทำให้เรื่องมันใหญ่กันเเน่ "ปะเป็นเพื่อนกับฉันเถอะ ฮะฮื้ออออ" พูดทั้งน้ำตาชีวิตเธอจะน่าสงสารเกินไปเเล้ว "ฉันจะบอกให้น่ะว่าถึงเเม้เธอจะเป็นเพื่อนฉันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะอี่ตาเซนกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน" "ถ้างั้นก็ช่วยทำยังไงก็ได้ให้พวกนั้นหยุดเเกล้งฉันสักที ฉันขอร้องล่ะนะ เธอก็ดูท่าทางไม่ใช่คนใจร้ายอะไร" เเล้ววิธีอะไรล่ะ? ขนาดปัญหาของฉันยังเอาไม่รอดเลย...รู้เเล้ว! เเต่วิธีนี้มันเเม้อาจจะขัดใจฉันไปสักนิด ไม่สิขัดใจม๊ากกก เเต่ถือว่าช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ฉันเป็นคุณหนูหน้าตาดี เเถมจิตใจดีอีกต่างหากมันงี้เเหละ "ฉันมีความคิดดีๆเเล้วมันสามารถช่วยเธอได้เเน่" "จะจริงเหรอ" "อืม รับรองว่าพวกมันไม่มายุ่งกับเธอเเน่" "พุดดิ้งฉันขอบคุณเธอ ToT " "เเกคิดจะทำไรเนี่ย" "เดี๋ยวเเกก็รู้น้า" "ยัยเเว่นเธอลุกได้เเล้วย่ะ" "ฉันลืมไปเลย ขอบคุณเธออีกครั้งพุดดิ้ง" เเต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์รึป่าวนะ "เธอรู้ชื่อฉันเเล้ว ฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลยเอาเเต่เรียกยัยเเว่นเเทน" "ฉันมินนิท" "เลิกร้องได้เเล้ว น้ำตาเธอออกมาเหมือนก๊อกน้ำไม่มีผิด" ยัยมินนี่เปรียบได้ตรงสุดๆ "ฉะฉันพยายามอยู่" "เเล้วเเกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา?" "โทรหาอี่ตาเซนไง" "ห้ะ!? เเกคิดอะไรอยู่ถึงจะโทรหามันเนี่ย เเล้วเเกไปมีเบอร์มันตอนไหน?" "ตอนเทอมหนึ่งเซนเเย่งมือถือฉันไปเเล้วเมมเบอร์ในเครื่อง ดีนะที่ตอนนั้นลืมลบเลยไม่เสียเเรงหา" "อย่าบอกนะว่าที่เเกโทรตามอี่ตาเซน เพื่อช่วยยัยเเว่น" "ก็เเน่สิ" "ขอโทษนะ ฉันชื่อมินนิท" "ฉันรู้เเต่อยากเรียกยัยเเว่นมันสั้นกว่า" เดี๋ยวๆคำว่ามินนิทกับยัยเเว่นมันสองพยางค์เหมือนกันไม่ใช่รึไงก็เรียกเท่าๆกันนิ อะอ้าวโทรติดเเล้ว!"เเดดดี้ ม่ามี่หนูไปเเล้วนะคะ" "จ๊ะ บอดี้การ์ดมารอลูกนานเเล้วนะ" "ค้าาาา" ที่ฉันลงมาช้าทำอะไรช้าๆ ก็เพื่อเเกล้งให้อี่ตาธันเดอร์รอฉันนั่นเเหละ เมื่อฉันลงจากบ้านไปยังรถก็เห็นคนร่างสูงในชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนยืนพิงรถอยู่ ดูๆ ไป...หมอนี่ก็หล่อดีเหมือนกันนะ เเต่ฉันขอยกความดีความชอบให้กับชุดที่โรงเรียนออกเเบบมาดี เมื่อใครใส่ก็ดูดีกันได้ทั้งนั้น เเม้เเต่นายเองก็เถอะ "เปิดประตูรถให้ฉันด้วย ยืนบื่ออยู่ได้" "เธอเองก็มีมือนิเปิดเองสิ" "พ่อเเม่ฉันดูอยู่นะ" เมื่อฉันใช้ข้ออ้างมาขู่คนร่างสูงที่ยอมทำตามเเต่โดยดี "เชิญครับคุณหนู" "ฉันไม่ขอบคุณนะ" "เธอจะขอบคุณฉันหรือไม่ขอบคุณ ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจ" เขาพูดก่อนจะเดินไปตรงที่นั่งคนขับรถ หึ! เย็นชานักนะ เดี๋ยววันนี้ฉันจะจิกหัวใช้เยอะๆ เอาให้นายวิงวอนขอร้องฉันให้ได้เลยคอยดู "คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย" เขาพูดพร้อมกับนั่งลงตรงที่นั่งคนขับ "ปกติฉันไม่คาด" "หากฉันขับรถชนเสาไฟฟ้า เเล้วเกิดเธอตายขึ้นมา มันก็ไม่ใช่ความผิดฉัน" "นี่นายเเช่งฉันเหรอ!" "ฉันเตือนต่างหาก ไม่คาดก็ตามใจ ตายขึ้นมาอย่าหลอกหลอนฉันล่ะ" หน๊อย! "ฉันไม่อยากหลอกนายให้เสียพลั
ฉันต้องตาฟาดไปเเน่ๆ ต้องไม่มีทางกลับมาเจอกันอีกเเน่ๆมันจะไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอที่จู่ๆผู้ชายคนนั้นก็มาปรากฎตรงหน้าฉันอีกครั้ง มัน...เป็นไปไม่ได้! "นะนาย! พนักงานเสิร์ฟคนนั้นนิ!" "ลูกเคยเจอเขาด้วยเหรอจ๊ะ?" "ชะใช่ค่ะ" ธันเดอร์...ทำไมฉันถึงไม่สังเกตชื่อนี้ธันเดอร์ที่เเปลว่า สายฟ้า ฉันจำชื่อนี้ได้ขึ้นใจ!ฉันเเทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นี่คนๆเดียวกันจริงเหรอ!อี่ตาพนักงานเสิร์ฟนั่นกลับกลายมาเป็นบอดี้การ์ดของฉัน! "เเดดดี้คะหนูขอเปลี่ยนบอดี้การ์ด" "พ่อทำสัญญาไว้เเล้วน่ะสิ ธันเดอร์จะปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะหมดสัญญา พ่อคงไล่ออกตอนนี้ไม่ได้" "สัญญา? ปกติเเดดดี้ไม่ทำสัญญานิคะ เเล้วทำไม..." ทำไมต้องทำสัญญากับบอดี้การ์ดคนนี้ด้วย! "เอาเถอะน่าพุดดิ้ง เรื่องบางเรื่องลูกก็ปล่อยผ่านมันไปบ้าง" "ค่ะ เเดดดี้" เมื่อจบคำฉันเดินเข้าไปหาอี่ตาตัวดี "ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายตามฉันมาที่สวน" "ครับคุณหนู" หึ! ทำเป็นเรียกคุณหนู 'ครับคุณหนู' ต่อหน้าคุณพ่อคุณเเม่ของฉันสวนฉันยืนจ้องหน้าอี่ตาสายฟ้า ไม่สิอี่ตาธันเดอร์ต่างหากเพิ่งรู้ว่าอี่ตาบอดี้การ์ดมีตั้งสองชื่อ "เธอพูดมาไม่ดีกว่าเหรอ เเทนที่จะเอ
ในสาย 'ไม่คิดว่าเธอจะโทรหาฉันนะเนี่ย ว่าเเต่คิดถึงฉันขึ้นมารึไงไม่ได้เจอหน้าฉันเเค่สามสิบนาทีเองนะ' เเค่น้ำเสียงผ่านโทรศัพท์ของอี่ตาเซนก็ทำให้ฉันหงุดงิดเเล้ว "ใครเขาคิดถึงนายกัน ถ้าไม่มีธุระกับนายฉันไม่โทรไปหรอก" 'เเล้วเธอมีอะไร?' "มีเรื่องให้นายช่วย เจอกันตรงตึกใต้อาคารห้องสมุด" 'เธอมาขอให้ฉันช่วย หูฉันฟาดไปใช่ไหม?' ให้ตายเถอะ "จะมาหรือไม่มา รีบตอบมาสิ" ฉันเร่ง 'ฉันไปอยู่เเล้ว เธออุส่าห์ขอทั้งที' "รีบมาเถอะน้า ฉันวางสายละ" เมื่อสิ้นสุดคำพูดของฉันก็วางสายทันที "ฉันต้องไปกับพวกเธอด้วยไหม" "ก็ต้องเเน่อยู่เเล้วก็เธอเป็นตัวต้นเหตุนิ รู้ไหมว่าพุดดิ้งน่ะ อยากหลุดพ้นจากอี่ตานั้นมากเเค่ไหน" "ฉะฉันขอโทษ" "ช่างมันเถอะยังไงฉันก็ยังหาทางหนีไม่ได้"ใต้อาคารห้องสมุด "นายมาช้านะ" "ฉันรีบสุดเเล้วสนามบาสกับห้องสมุดที่เธออยู่ห่างกันตั้งไกล" "เข้าเรื่องเลยเเล้วกัน เห็นยัยเเว่นที่อยู่หลังฉันไหม" "คุ้นๆหน้าห้องเดียวกันนิเห็นโดนเเกล้งอยู่ออกจะบ่อย เเล้วมันสำคัญตรงไหน?" "ฉันอยากให้นายช่วยสั่งสอนพวกนักเลงกลุ่มนั้นที่ชอบเเกล้งยัยนี่ให้หน่อยก็เท่านั้นเเหละ" "เรื่อ
พักเที่ยง "เธอจะไปไหน" "พักเที่ยงก็ต้องไปกินข้าวสิถามเเปลก" "ฉันไปด้วย" "หยุดเลยไอ้เซนมึงมากินข้าวกับพวกกู" คนในกลุ่มเเก๊งคนนึงเอ่ยขึ้น "กูเห็นพวกมึงเเล้วไม่มีความสุขตอนกินข้าวว่ะ" "มึงเกินไปละไอ้เซน" "ไปกับเพื่อนนายเถอะ เดี๋ยวเพื่อนนายก็โกรธจริงๆหรอก" "นี่เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ" "ปล่าวย่ะ อย่าตีความผิด" "พวกมันเข้าใจฉันดีน้า" "ถ้าหยุดตามฉันสักครั้งนายจะตายรึไง! ฉันอยากกินข้าวอย่างสงบ" "พุดดิ้ง!" "ไปเร็วมินนี่" "อะอืม"ถ้าโดนตอเเยตลอดทุกวันฉันต้องหงุดหงิดจนเป็นบ้าเเน่!โรงอาหาร "พุดดิ้งเเกกินไรดีอ่ะ" "ไม่เห็นมีอะไรน้ากินเลยสักนิด" "เหมือนกัน งั้นไปซื้อเเซนวิชกัน" "ความคิดดี" จะบอกให้เเซนวิชโรงเรียนเนี่ยฉันว่าอร่อยเเถมน่ากินกว่าข้าวซะอีก ทุกทีฉันกับยัยมินนี่เลยซื้อเเซนวิชกับขนมกินเล่นตอนพักเที่ยงเป็นประจำ เเล้วเราสองคนก็จะนั่งกินกันเเถวร่มไม้หรือไม่ก็ห้องสมุดเเต่ต้องเเอบบรรณารักษ์เขาหน่อยน่ะ "ห้องสมุดไหมตื่นเต้นดี" "เปิดเทอมมาเเกก็หาเรื่องเข้าห้องปกครองเลยนะยัยมินนี่" "หรือเเกจะไม่ไป?" "ไปสิจะรออะไร" ฉันตอบตกลงห้องสมุด "หนังสือที่เเกอ่านเล่
Pudding : Talkวันนี้เป็นวันเปิดเทอมสองของฉัน ต้องตื่นเช้า เเถมยังต้องใส่ชุดยูนิฟอร์มด้วย "พุดดิ้งกินข้าวเช้าเยอะหน่อยสิจ๊ะ" "เเม่ขา ก็หนูอิ่มเเล้วววววว" ฉันลากเสียงยาว "งั้นลูกก็เตรียมตัวไปเรียนได้เเล้ว พ่อก็มีประชุมเช้าเหมือนกัน" "เเล้วเรื่องบอดี้การ์ดคนใหม่ของหนูล่ะคะ?" "เขาบอกว่า พร้อมจะเริ่มงานวันพรุ่งนี้" "ดีเลยค่ะ งั้นหนูไปเลยนะคะ จุ๊บๆ ^3^"จุ๊บคุณพ่อคุณเเม่ก่อนไปโรงเรียนเหมือนตอนเด็กๆ ฉันอ้อนเก่งตั้งเเต่เด็ก ฉันอ้อนคุณพ่อคุณเเม่ทีไรได้สิ่งที่ต้องการตลอด "เชิญครับคุณหนู" "ขอบคุณค่ะ" คุณลุงขับรถช่วยเปิดปิดประตูให้ฉันเเละไม่นานรถก็เริ่มเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมายก็คือโรงเรียนของฉัน"ให้มารับสักกี่โมงดีครับ" ฉันลืมบอกไป โรงเรียนของฉันเลิกคลาสไม่เป็นเวลาขึ้นอยู่กับตารางเรียนเมื่อเริ่มเดือนใหม่เเบบนี้ก็ไม่รู้ว่าเลิกกี่โมงกันเเน่ "เอาเป็นว่าเดี๋ยวหนูโทรหาคุณลุงละกันค่ะ" "เปิดเทอมเเล้วขอให้โชคดีครับคุณหนู" "ค่ะ" ฉันยิ้มอ่อนเเละนี่คือโรงเรียนของฉัน สิ่งที่ฉันบอกกับทุกคนไป ยังไม่ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของโรงเรียนด้วยซ้ำ ค่อยๆทำความรู้จักไปทีละนิดละกันนะ ในระหว่า
Thunder : Talkคุณคิดว่าชีวิตของนักธุรกิจเป็นยังไง พวกเขามีเวลาสำหรับครอบครัวบ้างรึป่าว? หรือว่าใช้เวลาอยู่กับบริษัทมากกว่ากันเเต่ ผมว่ามันขึ้นอยู่กับเเต่ละครอบครัว การเลี้ยงดูที่เเตกต่างกันไป เเล้วถ้ามองในทางกลับกัน ลูกของนักธุรกิจจะนิสัยยังไงกันบ้าง ความใส่ใจจากครอบครัวจะเป็นเครื่องวัดนิสัยเเละพฤติกรรมของพวกเขา เเล้วพวกคุณเคยได้ยินเรื่องการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจไหมล่ะ? นักธุรกิจใช้อะไรเป็นการเชื่อมสัมพันธ์เพื่อการขยายธุรกิจทางการตลาด บ้างก็เป็นหุ้นส่วนทำสัญญา เเต่ที่มากไปกว่าการเป็นหุ้นส่วนคือลูกๆ ของพวกเขาถูกใช้เป็นเครื่องมือเชื่อมความสัมพันธ์ ผมเเทบไม่มีทางเชื่อการเเต่งงานทางธุรกิจว่ามันจะมีอยู่จริง...จนถึงวันนี้มันเกิดขึ้นกับผม "สวัสดีครับคุณอาคุณน้า" "อ้าวววว สวัสดีจ้ะ โตขึ้นเยอะเลยนะ มาคนเดียวเหรอเนี่ย" "ครับ คุณพ่อคุณเเม่มีนัดกับลูกค้า นัดนี้ไม่สามารถเลื่อนได้ ท่านจึงฝากคำขอโทษมาด้วยครับ" "ไม่เป็นไร อาก็เข้าใจหัวอกคนทำธุรกิจด้วยกัน" "ครับคุณอา" คุณอาคือนักลงทุนเป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของบริษัทเเละยังเป็นเพื่อนกับคุณพ่อของผม ที่นัดผมมาร้านกาเเฟก็เพื่อที่จะคุยเรื่องห







