Home / มาเฟีย / สะดุดรักคุณหมอ / บทที่ 4 วันครอบครัว

Share

บทที่ 4 วันครอบครัว

Author: suyuesui
last update Last Updated: 2026-01-01 21:25:06

เช้าวันอาทิตย์ คอนโดหรูใจกลางเมือง – ชั้น 15 ห้อง 1501

แสงแดดยามสายทอแสงลอดผ่านม่านบางสีขาวนวลของหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ราวกับแสงนั้นได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องให้ค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาความอบอุ่นของแดดสัมผัสปลายปลายเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไต่ขึ้นไปยังแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มที่ยังหลับตาแน่นิ่ง ราวกับไม่รับรู้การมาถึงของเช้าวันใหม่

ห้องนอนขนาดใหญ่พิเศษ ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันให้สะท้อนบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของ สีหลักในห้องคือ เทาเข้ม ดำ และเงิน โทนเย็นที่ดูเรียบหรู เงียบขรึม และมีระเบียบ เตียงนอนคิงไซส์วางอยู่กลางห้อง ปูด้วยผ้าปูที่นอนผืนเรียบสีเทากลมกลืนกับผ้านวมโทนเดียวกัน พับไว้แค่ครึ่งท่อนเพื่อเปิดเผยร่างกายกำยำของผู้ชายคนหนึ่งที่นอนอยู่ในท่าตะแคง

เขาสวมเพียง กางเกงวอร์มสีดำเรียบเนื้อผ้านิ่ม ร่างกายส่วนบนเปลือยเปล่า โชว์กล้ามเนื้อแน่นเป๊ะเป็นสัดส่วน หน้าท้องมีรอยกล้ามชัดราวกับรูปปั้นที่ถูกสลักอย่างประณีต แผ่นอกกระเพื่อมตามจังหวะหายใจอย่างสงบ มือหนึ่งวางพาดอยู่บนหน้าท้อง ส่วนอีกข้างงอท่อนแขนรองศีรษะไว้หลวม ๆ

ใบหน้าหล่อเหลาที่แม้จะยังหลับอยู่ก็ดูทรงอำนาจจนไม่อาจละสายตา ผิวขาวอมชมพูดูสะอาดและสุขภาพดี จมูกโด่งรั้นได้รูป คิ้วเข้มเรียงเส้นอย่างเป็นธรรมชาติ ขนตายาวหนาแนบกับเปลือกตา ริมฝีปากรูปกระจับเม้มแน่นเล็กน้อย คล้ายคนที่แม้แต่ยามหลับก็ไม่ละความเคร่งขรึม

รอบห้องนอนเงียบสงบอย่างที่สุดมีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มผสานกับเสียงแอร์เย็น ๆ ที่พัดเบา ๆ ตู้เสื้อผ้าแบบบิวต์อินสีเทาเข้มถูกออกแบบอย่างเรียบหรู ปิดสนิทไม่มีแม้แต่รอยนิ้วมือ โต๊ะหัวเตียงทั้งสองฝั่งวางโคมไฟทรงโมเดิร์น พร้อมสมาร์ทโฟนที่ถูกชาร์จทิ้งไว้ บนชั้นวางข้างเตียงมีนาฬิกาดิจิทัลแสดงเวลา 8:12 AM อย่างเงียบงัน

กระจกสูงจรดเพดานเปิดรับทัศนียภาพของเมืองใหญ่ที่ยังเคลื่อนไหวช้า ๆ รถราบนถนนเบื้องล่างยังไม่คึกคักนัก แสงแดดค่อย ๆ เลื่อนมาแตะที่เปลือกตา เวกัสขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาจะกระพริบเปิดออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบที่คุ้นชินกับไฟห้องผ่าตัดและแสงแฟลชจากสื่อมวลชน กำลังปรับสภาพให้เข้ากับแสงธรรมชาติ

เขาหันหน้ามองเพดานอย่างนิ่งงันสักพัก มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบหน้าผาก ก่อนจะถอนหายใจยาว ร่างสูงค่อย ๆ พลิกตัว ลุกขึ้นนั่งบนเตียง มืออีกข้างยกขึ้นเสยผมยุ่ง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ ไล่ลงมาลำคอขาวลูบไล้ลงมาตามแผงอกแน่นตึงแผ่วเบา ราวกับพยายามปลุกตัวเองให้พร้อมสำหรับวันใหม่

เวกัสขยับขาเรียวยาวสองข้างเหยียบลงบนพื้นไม้ลามิเนตเย็นเฉียบ เขาเดินผ่านห้องนอนเข้าไปยังโซนห้องน้ำที่เชื่อมต่อกับวอล์กอินโคลเซตขนาดใหญ่ ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจโดยไม่ต้องแสดงออก

ร่างสูงโปร่งในกางเกงวอร์มตัวเดียวเผยให้เห็นรูปร่างที่ผ่านการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ผิวขาวเนียนแบบคนดูแลตัวเองจัดเต็ม กล้ามอกแน่นตึง ซิกแพคเรียงตัวสวยเป็นลอน ไล่ลงมาจนถึงเส้น V-line ที่ชัดเจนและดึงสายตาราวกับแม่เหล็ก

แต่สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนหลุดโฟกัสคือ รอยสักลายเส้นสีหมึกดำเข้ม บริเวณขอบเอวซ้าย มันลากพาดเฉียงลงต่ำ แทรกผ่านแนวเอวไปยัง V-line ที่ลับหายอยู่ใต้ขอบกางเกง เป็นรอยสักที่ไม่ได้มีไว้โชว์ แต่มันกลับยิ่งน่าค้นหาในความ “ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเห็น”

ในห้องน้ำหรูสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวลายเทา เขาเปิดฝักบัวน้ำอุ่น เสียงน้ำไหลกระทบพื้นหินอย่างเป็นจังหวะ แล้วปล่อยให้สายน้ำค่อย ๆ ไหลรินลงบนร่างสูง

หยดน้ำอุ่นไหลผ่านแนวกรามสวย ผ่านกล้ามอกแน่นตึง ลูบไล้ไปตามกล้ามแขนที่แน่นเปรี๊ยะ เส้นเลือดนูนตามต้นแขนและหลังมือ ชัดเจน ให้ความรู้สึกถึงพลังและความเป็นผู้ชายอย่างแท้จริง

เขายืนนิ่งอยู่ใต้สายน้ำราวกับใช้มันชะล้างความคิดที่อัดแน่นมาตลอดทั้งสัปดาห์ มือนึงยกขึ้นเสยผมเปียก อีกมือค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามต้นคอ หน้าท้อง และแนว V-line นิ้วเรียวยาวของเขาเคลื่อนผ่านรอยสักนั้นอย่างเคยชิน ราวกับย้ำเตือนว่าเขาเป็นใคร

หลังอาบน้ำเสร็จ ร่างสูงห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูสีเทาพาดต่ำเพียงสะโพก หยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอก ผิวไหล่ และแผ่นหลังแน่นกำยำ ไหลลงมาตามร่องกล้ามท้อง ราวกับน้ำตาลไหลผ่านลอนหินสลัก เขาเดินออกจากห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นซับเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม เดินตรงเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่แยกออกจากห้องนอนในมุมขวามือ

10นาทีผ่านไป…

เสียงคลิกเบา ๆ ดังขึ้นเมื่อเวกัสล็อกสายรัดนาฬิกาข้อมือแบรนด์ดังเข้ากับข้อมือแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ เขาเลือกสวมเรือนสีดำหน้าปัดเงิน เรียบหรูและแมตช์กับลุคเชิ้ตแขนยาวสีเทาเข้มกับกางเกงสแล็กพอดีตัว

ร่างสูงเดินออกจากโซนแต่งตัวไปยังห้องนั่งเล่นหรูขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มโมเดิร์น ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากโต๊ะกระจกในจังหวะเดียวกับที่เสียงเรียกเข้าดังขึ้น

Rrrrrrrrrrrr

[wine]

เขากดรับสาย พร้อมแนบเครื่องแนบหู

“ไงเวย์ เสร็จยัง? ชั้นรออยู่หน้าล็อบบี้แล้วนะ” เสียงหวานแต่ห้าวนิด ๆ ของฝาแฝดดังมาตามสาย พร้อมเสียงรถราวิ่งผ่านด้านล่าง

“อืม กำลังจะลงไป” เวกัสตอบเสียงนิ่ง ขณะเดินผ่านโซฟาเข้าไปยังโถงประตูหน้าห้อง เขาหยิบเสื้อสูทสีเทาดำพาดแขนข้างหนึ่งอย่างเป็นนิสัย ก้าวเท้ายาว ๆ ไปยังประตู แล้วกดล็อกด้วยระบบสแกนมือ เสียงกลไกปลดล็อกดังขึ้นเบา ๆ ก่อนประตูจะเปิดออกสู่วิวทางเดินคอนโดหรูใจกลางเมือง

คฤหาสน์ตระกูลวิวัฒนกุลชัย ตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวกลางเมืองหลวง บนถนนสายหลักที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกด้วยรั้วหินอ่อนสูงเกือบสามเมตร ปกคลุมด้วยเงาร่มจากต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวรั้ว ราวกับปกป้องโลกอีกใบหนึ่งเอาไว้อย่างมิดชิด

เมื่อรถยนต์สีดำสนิทของเวกัสเคลื่อนตัวเข้าสู่ประตูเหล็กอัตโนมัติขนาดใหญ่ที่เปิดออกอย่างเชื่องช้า การ์ดชุดดำซึ่งประจำอยู่ทั้งซ้ายและขวา ต่างขยับตัวตรงขึ้นทันทีด้วยความเคารพต่อทายาทคนโตของบ้าน

สนามหญ้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีตัดกับแนวหินปูทางเรียบเนียน นำสายตาไปยังตัวอาคารหลักที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า คฤหาสน์สามชั้นทรงยุโรปประยุกต์ ผสมผสานความหรูหรากับความขรึมขลังอย่างลงตัว

หินแกรนิตสีขาวอมเทา ปูเต็มผนังด้านหน้า เผยให้เห็นเสาคู่สไตล์โรมันที่ยืนเรียงกันอย่างสง่างาม หน้าต่างกระจกบานใหญ่สะท้อนแสงแดดอ่อนในยามสาย พาให้ตัวอาคารดูมีชีวิต

ทันทีที่รถจอดสนิทตรงหน้าบันไดหินอ่อนขนาดใหญ่ คนรับใช้ชุดดำสุภาพหลายคน ก็ยืนเรียงแถวอย่างพร้อมเพรียง บางคนโค้งศีรษะอย่างนอบน้อม บางคนถือร่มรอรับเพื่อกันแสงแดดให้ผู้มาเยือน

การ์ดประจำบ้านอีกหลายคน ยืนประจำจุดอย่างเงียบงัน ทั้งบริเวณระเบียงชั้นบนและมุมร่มเงาตามต้นไม้ใหญ่ในสวนด้านข้าง ท่าทางสงบเงียบแต่พร้อมปฏิบัติการเสมอ สมกับที่นี่คือศูนย์กลางของหนึ่งในตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ

ประตูรถถูกเปิดออกโดยลูกน้องคู่ใจ เวกัสก้าวออกจากรถก่อนในลุคเชิ้ตสีเทาเข้มและสูทดำพาดแขน ใบหน้าเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยอำนาจธรรมชาติ ไวน์ก้าวตามลงมาในชุดเดรสสีครีมสว่าง รูปร่างเพรียวระหงแต่อัดแน่นด้วยพลังของผู้หญิงเก่ง ทั้งสองเดินขึ้นบันไดด้วยกิริยาเรียบเฉียบ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดอย่างน่าเกรงขาม

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินอ่อนสะท้อนก้องในโถงบ้านใหญ่ของตระกูลวิวัฒนกุลชัย ความหรูหราของคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้มาเพียงเพราะทรัพย์สินเงินทอง แต่ยังประกอบไปด้วยความภูมิฐานและประวัติศาสตร์ของตระกูลอันยาวนาน

เมื่อเวกัสกับไวน์เดินเข้ามาถึงห้องรับรอง สายตาทุกคู่ในบ้านหันมาพร้อมกันราวกับรู้จังหวะ

ปู่ วิเชียร วิวัฒนกุลชัย นั่งสงบนิ่งอยู่บนโซฟาหลักกลางห้อง ในมือถือหนังสือปกแข็งเล่มหนา ดวงตาทรงอำนาจละจากตัวหนังสือหันมามองหลานฝาแฝดด้วยแววตาอ่อนโยนแบบที่มีให้เพียงไม่กี่คนในชีวิต

ข้างเขา คือ ดร.วรุฒม์ บิดาของทั้งสองคน สวมเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเรียบหรู พับแขนขึ้นถึงข้อศอก มือถือแก้วกาแฟและวารสารทางการแพทย์อยู่ในมือ แม้จะเป็นผู้ชายสุขุม พูดน้อย แต่สายตาที่มองลูกชายและลูกสาวก็แฝงไว้ด้วยความภูมิใจเสมอ

ไวน์เดินนำเข้าไปก่อน ร่างเพรียวในเดรสสีครีมลายลูกไม้ดูเรียบหรู เธอยิ้มออกอย่างเป็นธรรมชาติทันทีที่เห็นปู่ แล้วเดินไปเกาะแขนท่านไว้อย่างออดอ้อน

“คิดถึงปู่ที่สุดเลย…” เสียงหวานของหลานสาวเอ่ยเบา ๆ พร้อมใบหน้าที่แนบลงบนไหล่ท่านอย่างออดอ้อน เหมือนลูกแมวตัวน้อย ปู่วิเชียรหลุดยิ้ม มือใหญ่ลูบศีรษะหลานเบา ๆ อย่างรักใคร่

“พูดดีแบบนี้ ต้องมีอะไรขอแน่ ๆ ใช่มั้ย” ไวน์หลุดหัวเราะเบา ๆ ขณะที่ยังกอดแขนปู่ไว้ไม่ยอมปล่อย

ส่วนเวกัส…แทนที่จะนั่งลงทันที เขากลับเดินอ้อมเข้าไปยังฝั่งครัว ที่ซึ่งแม่และย่ากำลังช่วยกันเตรียมอาหาร

คุณหญิงพัชราภา อยู่ในชุดลำลองบ้านเรียบหรู ผ้ากันเปื้อนผืนบางคล้องเอว

ย่าจินตนา อยู่ในชุดผ้าไหมสีอ่อน กำลังใช้ทัพพีคนข้าวต้มกุ้งในหม้อ

“แม่ครับ ย่าครับ ”เวกัสเอ่ยเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลในน้ำเสียง ก่อนจะเข้าไปสวมกอดทั้งสองคนจากด้านหลัง

“เจ้าเวย์ของย่า… หายหน้าไปเลยนะลูก” ย่าจินตนาหัวเราะเบา ๆ ขณะยกมือแตะที่แก้มของหลานชาย

“ทำไมผอมลงแบบนี้ งานหนักเหรอลูก หืม?” มือเหี่ยวย่นของหญิงชราลูบกรอบหน้าของหลานชายเบา ๆ อย่างห่วงใย เวกัสยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะก้มลงหอมแก้มย่า และหอมหน้าผากแม่ตามมา

“ผอมอะไรครับ ย่ายังจำเลขน้ำหนักผมผิดอยู่เลย” เขาพูดปนหัวเราะ พร้อมกอดแม่แน่นขึ้นนิด

“ขนาดผอมยังหล่อขนาดนี้ สาวๆ พากันหลงไม่ไหวแล้วค่ะคุณแม่” คุณหญิงพัชราภาพูดพร้อมหัวเราะกับย่าจินตนา สายตาเปี่ยมรักมองไปยังลูกชายสุดที่รักอย่างเอ็นดู

บรรยากาศในบ้านอบอวลด้วยความรักที่ไม่ได้พูดมาก แต่ส่งผ่านกันด้วยแววตา สัมผัส และรอยยิ้มในความเงียบ ใต้โคมไฟแชนเดอเลียคริสตัลระย้า โต๊ะอาหารขนาดยาวที่ทำจากไม้โอ๊คแท้ถูกจัดเรียงอย่างประณีตด้วยจานชามกระเบื้องลายคราม แก้วไวน์ใสแวววาว และผ้ารองจานปักลวดลายวิจิตร กลางโต๊ะมีแจกันทรงสูงใส่ดอกลิลลี่สีขาวครีม ส่งกลิ่นหอมจาง ๆ คลอไปกับกลิ่นอาหารที่เพิ่งถูกยกมาเสิร์ฟร้อน ๆ จากครัว

บรรยากาศห้องอาหารของคฤหาสน์ตระกูลวิวัฒนกุลชัยในเช้าวันอาทิตย์เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่นและความรักในครอบครัว ไม่ใช่แค่ความหรูหราของสถานที่ แต่คือความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทุกคนต่างมีให้กัน

ดร.วรุฒม์นั่งหัวโต๊ะฝั่งขวา ส่วนปู่วิเชียรนั่งฝั่งซ้ายถัดออกมาเล็กน้อย ถัดจากท่านคือไวน์ที่เกาะแขนปู่อย่างออดอ้อนราวกับเด็กหญิงตัวน้อยแม้อายุจะปาเข้าไปเกือบสามสิบแล้วก็ตาม เวกัสนั่งตรงข้ามน้องสาว ถัดไปคือคุณหญิงพัชราภา ส่วนย่าจินตนานั่งหัวโต๊ะอีกด้านหนึ่งอย่างสง่างาม

อาหารไทยหลากหลายอย่างถูกจัดวางเรียงรายบนโต๊ะ ทั้งแกงส้มชะอมกุ้ง หมูหวาน ปลาทอดราดพริก ปลานึ่งมะนาว และต้มจืดกระดูกหมูตุ๋นเห็ดหอม มีข้าวหอมมะลิใหม่หุงสุกกำลังดีวางอยู่ในโถเซรามิกทรงกลม

“เวย์ลูก ย่าตักหมูหวานให้นะลูก กินเยอะๆ นะลูก เจ้าเวย์ของย่า” ย่าจินตนาเอ่ยเบา ๆ พลางตักหมูหวานใส่จานของเวกัสด้วยมือที่ยังแกร่งแม้จะมีริ้วรอยตามวัย ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

“ขอบคุณครับย่า” เวกัสหันไปยิ้มให้ ย่าจับแก้มเขาเบา ๆ อย่างห่วงใย แล้วหันไปตักแกงส้มใส่จานให้ไวน์ด้วยความเอ็นดูเช่นกัน

คุณหญิงพัชราภาเองก็คีบผักให้เวกัสพลางบ่นเบา ๆ

“ยังไม่ชอบกินผักเหมือนเดิม แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าผักมีประโยชน์…”

“แม่ครับ ผมกินหมดแหละครับ ถ้าแม่เป็นคนตัก” เวกัสตอบยิ้ม ๆ ส่งสายตากวน ๆ ให้แม่ตัวเอง จนไวน์หลุดหัวเราะออกมา

“แล้วไวน์ล่ะลูก อยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม ปู่จะตักให้” ปู่วิเชียรถามหลานสาวที่ยังคงซุกแขนเขาไม่ห่าง

“อยากได้แกงส้มของคุณย่าค่ะปู่ แค่ได้กลิ่นก็คิดถึงเลย” ไวน์ตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส ดวงตาวิบวับเหมือนเด็กหญิงที่เพิ่งได้ของเล่นใหม่ ปู่หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี แล้วตักแกงส้มใส่ชามให้ไวน์อย่างเอาใจ

เสียงพูดคุยหยอกล้อกันในโต๊ะอาหารผสมเสียงหัวเราะเป็นระยะ บรรยากาศผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความรักที่โอบล้อม ไม่มีบทสนทนาเรื่องงานหรือธุรกิจ มีเพียงครอบครัว และช่วงเวลาธรรมดาที่กลายเป็นสิ่งล้ำค่าในทุกวันอาทิตย์

หลังมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ทุกคนย้ายกลับเข้ามานั่งเล่นในห้องรับรองของคฤหาสน์

ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโซฟาหนังแท้สีเบจอบอุ่น โต๊ะกลางไม้โอ๊ควางหนังสือเก่าเรียงไว้อย่างมีระเบียบ ผ้าม่านผืนใหญ่สีครีมบางกรองแสงแดดยามสายให้กลายเป็นแสงนวลอ่อน พัดเบา ๆ กับกลิ่นชาอ่อน ๆ ที่คุณหญิงพัชราภาสั่งให้คนรับใช้เตรียมไว้

เวกัสนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย มือยกถ้วยชาจิบช้า ๆ สายตาเฉียบขาดของเขาฉายแววครุ่นคิดเบา ๆ แม้ไม่พูดออกมา ไวน์นั่งไขว่ห้างบนโซฟาข้างปู่ มือยังคงเกี่ยวแขนของท่านเหมือนเดิม บางครั้งก็เอนหัวลงกับไหล่ปู่อย่างออดอ้อน

ดร.วรุฒม์นั่งสงบอยู่ฝั่งตรงข้าม พลิกหนังสือในมือลงอย่างเงียบ ๆ ย่าจินตนาและคุณหญิงพัชราภาเลือกนั่งเก้าอี้เดี่ยวข้าง ๆ เพื่อพักผ่อนหลังจากดูแลอาหารให้ลูกหลานด้วยรอยยิ้ม เป็นภาพครอบครัวที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่าอย่างบอกไม่ถูก

บรรยากาศเงียบสงบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ปู่วิเชียรจะวางถ้วยชาลงบนจานรอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองทุกคนด้วยแววตานิ่งลึกที่ไม่อาจคาดเดา

น้ำเสียงของท่านทุ้มต่ำ เรียบแต่มีน้ำหนักแววตาคมยังทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความหมาย

“วันนี้ที่ปู่ให้พวกเรากลับบ้าน…” ท่านเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่หลานชายโดยตรง เหมือนต้องการจะสื่อว่าเรื่องวันนี้เกี่ยวกับเจ้าตัวโดยเฉพาะ

“เพราะมีเรื่องสำคัญ…ที่ต้องคุยด้วย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 10 ชีวิตหลังมีทะเบียน

    แสงแดดยามสายเริ่มสาดลอดผ่านผ้าม่านโปร่งบางในห้องรับประทานอาหาร ทอแสงอุ่นละมุนเข้ามาทาบไล้บนโต๊ะไม้สีอ่อนที่ยังคงเหลือซากศึกอาหารเช้าอยู่บ้าง ถ้วยชามที่ใช้แล้วขวดนมถั่วเหลืองเปิดฝาไว้ครึ่งหนึ่ง และทิชชู่ที่ยับย่นจากการเช็ดมุมปากของใครบางคน น้ำอิงเดินกลับออกมาจากในห้องแต่งตัวด้วยชุดอยู่บ้านแสนสบาย เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวและกางเกงวอร์มสีเทาอ่อน ผมยาวยังปล่อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ เธอเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร ใช้สองมือลวก ๆ เก็บถ้วยชามลงถาดโดยอัตโนมัติทั้งที่รู้ดีว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงแม่บ้านของคอนโดจะเข้ามาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามปกติ แต่สำหรับเธอ ผู้หญิงที่โตมากับการทำอะไรเองทุกอย่าง การนั่งรอให้คนอื่นเก็บกวาดให้ไม่ใช่นิสัยของเธอ “แค่ล้างจานไม่กี่ใบเอง… ไม่เห็นจะยากตรงไหน” เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะยกถาดเดินเข้าครัว ร่างบางยืนล้างจานอย่างคล่องแคล่ว เคลื่อนไหวเหมือนเคยชินกับอ่างล้างจานและน้ำอุ่นมากกว่าห้องหรูหราที่เธออยู่ตอนนี้เสียอีก เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย น้ำอิงก็เดินกลับเข้าห้องทำงานอย่างตั้งใจ เสียงฝีเท้าเบาๆ บนพื้นไม้เงาวับหยุดลงเมื่อถึงหน้าโต๊ะเขียนนิยายที่ตั้งอยู่ริม

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 9 เริ่มต้น

    แสงแดดยามเช้าทอดผ่านกระจกบานใหญ่ ผ่านผ้าม่านบางๆ ของห้องนอนหรูบนชั้น 15 ของคอนโดสุดหรู ห้องทั้งห้องยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงแอร์ทำความเย็นเบาๆ และเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของใครบางคนที่ยังคงหลับไหล อยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์กลางห้อง เวกัสที่นอนหงายอยู่ เริ่มรู้สึกตัวเพราะเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างสิ่งบางอย่างที่ไม่ปกติ…บนร่างกายก่อนจะเห็นสิ่งผิดปกตินั้นคือ… แขนเรียว ๆ หนึ่งพาดข้ามหน้าอกของเขา ส่วนขาเล็ก ๆ อีกข้าง ก็เหยียดยาวพาดมาที่หน้าท้องเขาพอดิบพอดี! ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา มันคือยัยหมากระเป๋าที่ตอนนี้ทั้งตัวแนบชิดติดเขาเหมือนปาท่องโก๋ไม่มีผิด เวกัสเบิกตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับถอนหายใจหนัก ๆ ในใจ…ให้ตายสิ นอนดิ้นอะไรขนาดนี้วะยัยเด็กบ้า เขากลอกตามองเพดานอย่างระอา แต่ก็ไม่กล้าขยับแรง กลัวจะปลุกให้ยัยเด็กนี่ตื่น เพราะถ้าตื่นแล้วบ่นขึ้นมา เขาเองนั่นแหละที่จะปวดหัวแต่เช้า เขาเลื่อนสายตามองยัยเด็กตัวแสบที่นอนอยู่ข้างๆ ใบหน้ารูปไข่ที่ไร้เครื่องสำอางค์ ริมฝีปากอวบอิ่มที่ชมพูระเรื่อไร้ลิปสติกแต่งแต้ม ต่างจากพวกผู้หญิงที่เขาเคยนอนด้วยอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงพวกนั้นใช้ลิปสติกราคาแพง แต่ยัยเด็กนี่รู้จั

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 8 สงครามประสาท

    หลังจากเวกัสออกจากคอนโดไป น้ำอิงก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอก ในที่สุดก็มีเวลาได้หายใจสะดวกบ้างเสียที ไม่มีหมอปากหมาเดินตามจิกกัดใส่หน้าตาเฉยอยู่ใกล้ ๆ ให้เสียอารมณ์ เธอค่อย ๆ ก้าวเดินสำรวจพื้นที่ภายในห้องพักอย่างไม่รีบร้อน มือเรียวแตะขอบโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มอย่างเผลอตัว แค่โซนห้องนั่งเล่นก็กว้างขวางและตกแต่งแบบทันสมัยเกินกว่าที่เธอเคยจินตนาการถึง ตรงผนังติดจอทีวีขนาดใหญ่แบบฝังผนัง มีชั้นวางหนังสือแบบลอยตัว และไฟวอร์มไลท์ส่องเหนือภาพวาดแนวมินิมัลที่ประดับไว้อย่างมีรสนิยม ทุกมุมของคอนโดนี้บ่งบอกความรวยเงียบ ๆ ที่ไม่ต้องอวด แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้ ข้างหนึ่งของห้องเป็นโซนครัวแบบเปิด มีเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำลายขาวตัดกับเก้าอี้สูงเบาะหนังสีเทาเข้ม ชั้นวางแก้วไวน์เรียงรายติดผนัง แค่เห็นก็รู้ว่าคนอยู่คงไม่ใช่สายเข้าครัว แต่อุปกรณ์ครบครันเสียจนเชฟมืออาชีพยังอาจอิจฉา น้ำอิงเดินเลยเข้าไปยังส่วนที่แบ่งเป็นห้องนอนบานประตูทึบ มือของเธอแตะลูกบิดอย่างลังเล ก่อนจะผลักเข้าไปเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไป ภายในห้องนอนเงียบสงบ ตกแต่งในโทนสีเทาเข้มแบบเรียบหรู เตียงขนาดคิงไซส์วางอยู่กลางห้อง ผ้าปูที่นอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 7 ยัยหมากระเป๋า

    หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันเรียบร้อย บรรยากาศในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและเสียงหัวเราะที่อบอุ่น น้ำอิงลุกขึ้นช่วยเก็บจานกับสาว ๆ อย่างเต็มใจ แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม ก่อนจะกลับ เธอก็ไม่ลืมยกมือไหว้ลาแม่บ้านทุกคนอย่างอ่อนน้อม จนทุกคนเอ็นดูในความสุภาพและเรียบร้อยของเธอ เมื่อมาถึงหน้าประตูทางออกของคฤหาสน์ บรรยากาศกลับกลายเป็นอบอุ่นและเงียบลงเล็กน้อย ราวกับทุกคนต่างรู้ดีว่าจากนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่ของเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยมีครอบครัวใหญ่แบบนี้มาก่อน ปู่วิเชียรก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของน้ำอิงเบา ๆ ด้วยความรักเอ็นดู ปลายนิ้วที่เคยแข็งจากการใช้ชีวิตผ่านศึกหนัก กลับแตะลงบนหัวหลานสะใภ้อย่างอ่อนโยนเหมือนผู้เป็นปู่แท้ ๆ “หลังจากนี้… ก็จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหนูแล้วนะน้ำอิง” น้ำเสียงของปู่เปี่ยมด้วยความหมาย ความห่วงใยซ่อนอยู่ในทุกคำที่เปล่งออกมา ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้อาวุโสของตระกูล แต่ในฐานะคนที่ไว้ใจเธอ ว่าจะเป็นคนที่ดูแลหัวใจของหลานชายที่เขารักที่สุดได้ น้ำอิงยิ้มรับคำพูดนั้น แม้หัวใจจะเต้นแรงเพราะไม่แน่ใจในสิ

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 6 ทะเบียนสมรส

    หนึ่งเดือนผ่านไปนับจากวันนั้น… หลังจากกลับจากสนามยิงปืนในบ่ายวันเบื่อโลก เวกัสก็สั่งให้ธนิน คนสนิทที่คอยดูแลทั้งความปลอดภัยและเรื่องส่วนตัว สืบหาข้อมูลของหญิงสาวที่ปู่บอกว่าจะให้แต่งงานด้วย “ชื่อ น้ำอิง ธารารินทร์ นิลรัตน์ ครับ อยู่ในทะเบียนบ้านของคุณพิเชษฐ์ คนนั้นเสียไปเมื่อสามเดือนก่อน ไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ไม่มีข้อมูลในระบบอื่นครับ” ธนินรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนทุกครั้ง และนั่นทำให้เวกัสเงียบไปชั่วครู่ ขมวดคิ้วแน่น ผู้หญิงอะไร… ไม่มีประวัติ ไม่มีร่องรอย ไม่มีใครอยู่รอบตัว มันน่าสงสัยเกินไปสำหรับคนที่กำลังจะเข้ามาเป็น “เมียถูกกฎหมาย” ของเขา แต่นั่นแหละ… ปู่ของเขาทำอะไรไม่เคยพลาด เวกัสรู้ดี หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เวกัสใช้ชีวิตตามเดิม เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังทำงานหนัก ยังออกไปใช้ชีวิตอิสระในยามค่ำคืน แต่ทุกคืนก่อนหลับตา เขากลับนึกถึงคำพูดของปู่ในวันนั้น “เจ้าเวย์ แกต้องมีครอบครัว มีลูกสืบสกุล” จนกระทั่ง…วันนี้ก็มาถึง วันที่จะต้องเปลี่ยนสถานะจาก “หมอหนุ่มโสดรักอิสระ” ไปเป็น “สามีในทะเบียนสมรส” และเรื่องที่น่าเซ็งที่สุดคือ… เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ‘เจ้าสาวในทะเบี

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 5 จุดตัดชะตา

    “เพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” เสียงของปู่วิเชียรดังขึ้นในห้องรับรองหลังมื้ออาหาร บรรยากาศโดยรอบเงียบลงในทันที เหลือเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินอย่างช้า ๆ และสายลมแผ่วเบาจากเครื่องปรับอากาศ “ครับ?” เวกัสเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงขึงขัง ใบหน้าคมเข้มหันมามองปู่ด้วยสายตาจริงจังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัย ปู่วิเชียรเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดออกมาช้า ๆ “แกต้องแต่งงาน… เวกัส” คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวของทั้งเวกัสและไวน์ จนคนฟังถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ “แต่งงาน?!” สองเสียงประสานกันขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งเวกัสและไวน์ขมวดคิ้วทันที หันไปมองปู่เป็นตาเดียวกัน “กับใครครับ?” เวกัสถามกลับทันที เสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจปนไม่พอใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งฟังเรื่องคลุมถุงชนในยุคนี้ แถมยังไม่มีการบอกล่วงหน้าด้วยซ้ำ “เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง” ปู่ตอบเรียบ ๆ ดวงตานิ่งสงบแต่มีแววอบอุ่นซ่อนอยู่ ราวกับนึกถึงรอยยิ้มสดใสของใครบางคน “ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เธอเป็นเด็กที่ดี เติบโตมาอย่างเรียบง่าย” “ปฏิเสธได้มั้ยครับ?” เวกัสเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่ท่าทีจริงจังชัดเจน เขาไม่เคยชอบเรื่องคลุมถุงชน ไม่ชอบให้ใค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status