หน้าหลัก / มาเฟีย / สะดุดรักคุณหมอ / บทที่ 4 วันครอบครัว

แชร์

บทที่ 4 วันครอบครัว

ผู้เขียน: suyuesui
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-01 21:25:06

เช้าวันอาทิตย์ คอนโดหรูใจกลางเมือง – ชั้น 15 ห้อง 1501

แสงแดดยามสายทอแสงลอดผ่านม่านบางสีขาวนวลของหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ราวกับแสงนั้นได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้องให้ค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาความอบอุ่นของแดดสัมผัสปลายปลายเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไต่ขึ้นไปยังแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มที่ยังหลับตาแน่นิ่ง ราวกับไม่รับรู้การมาถึงของเช้าวันใหม่

ห้องนอนขนาดใหญ่พิเศษ ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันให้สะท้อนบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของ สีหลักในห้องคือ เทาเข้ม ดำ และเงิน โทนเย็นที่ดูเรียบหรู เงียบขรึม และมีระเบียบ เตียงนอนคิงไซส์วางอยู่กลางห้อง ปูด้วยผ้าปูที่นอนผืนเรียบสีเทากลมกลืนกับผ้านวมโทนเดียวกัน พับไว้แค่ครึ่งท่อนเพื่อเปิดเผยร่างกายกำยำของผู้ชายคนหนึ่งที่นอนอยู่ในท่าตะแคง

เขาสวมเพียง กางเกงวอร์มสีดำเรียบเนื้อผ้านิ่ม ร่างกายส่วนบนเปลือยเปล่า โชว์กล้ามเนื้อแน่นเป๊ะเป็นสัดส่วน หน้าท้องมีรอยกล้ามชัดราวกับรูปปั้นที่ถูกสลักอย่างประณีต แผ่นอกกระเพื่อมตามจังหวะหายใจอย่างสงบ มือหนึ่งวางพาดอยู่บนหน้าท้อง ส่วนอีกข้างงอท่อนแขนรองศีรษะไว้หลวม ๆ

ใบหน้าหล่อเหลาที่แม้จะยังหลับอยู่ก็ดูทรงอำนาจจนไม่อาจละสายตา ผิวขาวอมชมพูดูสะอาดและสุขภาพดี จมูกโด่งรั้นได้รูป คิ้วเข้มเรียงเส้นอย่างเป็นธรรมชาติ ขนตายาวหนาแนบกับเปลือกตา ริมฝีปากรูปกระจับเม้มแน่นเล็กน้อย คล้ายคนที่แม้แต่ยามหลับก็ไม่ละความเคร่งขรึม

รอบห้องนอนเงียบสงบอย่างที่สุดมีเพียงเสียงลมหายใจของชายหนุ่มผสานกับเสียงแอร์เย็น ๆ ที่พัดเบา ๆ ตู้เสื้อผ้าแบบบิวต์อินสีเทาเข้มถูกออกแบบอย่างเรียบหรู ปิดสนิทไม่มีแม้แต่รอยนิ้วมือ โต๊ะหัวเตียงทั้งสองฝั่งวางโคมไฟทรงโมเดิร์น พร้อมสมาร์ทโฟนที่ถูกชาร์จทิ้งไว้ บนชั้นวางข้างเตียงมีนาฬิกาดิจิทัลแสดงเวลา 8:12 AM อย่างเงียบงัน

กระจกสูงจรดเพดานเปิดรับทัศนียภาพของเมืองใหญ่ที่ยังเคลื่อนไหวช้า ๆ รถราบนถนนเบื้องล่างยังไม่คึกคักนัก แสงแดดค่อย ๆ เลื่อนมาแตะที่เปลือกตา เวกัสขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาจะกระพริบเปิดออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบที่คุ้นชินกับไฟห้องผ่าตัดและแสงแฟลชจากสื่อมวลชน กำลังปรับสภาพให้เข้ากับแสงธรรมชาติ

เขาหันหน้ามองเพดานอย่างนิ่งงันสักพัก มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบหน้าผาก ก่อนจะถอนหายใจยาว ร่างสูงค่อย ๆ พลิกตัว ลุกขึ้นนั่งบนเตียง มืออีกข้างยกขึ้นเสยผมยุ่ง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ ไล่ลงมาลำคอขาวลูบไล้ลงมาตามแผงอกแน่นตึงแผ่วเบา ราวกับพยายามปลุกตัวเองให้พร้อมสำหรับวันใหม่

เวกัสขยับขาเรียวยาวสองข้างเหยียบลงบนพื้นไม้ลามิเนตเย็นเฉียบ เขาเดินผ่านห้องนอนเข้าไปยังโซนห้องน้ำที่เชื่อมต่อกับวอล์กอินโคลเซตขนาดใหญ่ ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจโดยไม่ต้องแสดงออก

ร่างสูงโปร่งในกางเกงวอร์มตัวเดียวเผยให้เห็นรูปร่างที่ผ่านการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ผิวขาวเนียนแบบคนดูแลตัวเองจัดเต็ม กล้ามอกแน่นตึง ซิกแพคเรียงตัวสวยเป็นลอน ไล่ลงมาจนถึงเส้น V-line ที่ชัดเจนและดึงสายตาราวกับแม่เหล็ก

แต่สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนหลุดโฟกัสคือ รอยสักลายเส้นสีหมึกดำเข้ม บริเวณขอบเอวซ้าย มันลากพาดเฉียงลงต่ำ แทรกผ่านแนวเอวไปยัง V-line ที่ลับหายอยู่ใต้ขอบกางเกง เป็นรอยสักที่ไม่ได้มีไว้โชว์ แต่มันกลับยิ่งน่าค้นหาในความ “ไม่ได้ตั้งใจให้ใครเห็น”

ในห้องน้ำหรูสไตล์โมเดิร์น ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวลายเทา เขาเปิดฝักบัวน้ำอุ่น เสียงน้ำไหลกระทบพื้นหินอย่างเป็นจังหวะ แล้วปล่อยให้สายน้ำค่อย ๆ ไหลรินลงบนร่างสูง

หยดน้ำอุ่นไหลผ่านแนวกรามสวย ผ่านกล้ามอกแน่นตึง ลูบไล้ไปตามกล้ามแขนที่แน่นเปรี๊ยะ เส้นเลือดนูนตามต้นแขนและหลังมือ ชัดเจน ให้ความรู้สึกถึงพลังและความเป็นผู้ชายอย่างแท้จริง

เขายืนนิ่งอยู่ใต้สายน้ำราวกับใช้มันชะล้างความคิดที่อัดแน่นมาตลอดทั้งสัปดาห์ มือนึงยกขึ้นเสยผมเปียก อีกมือค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามต้นคอ หน้าท้อง และแนว V-line นิ้วเรียวยาวของเขาเคลื่อนผ่านรอยสักนั้นอย่างเคยชิน ราวกับย้ำเตือนว่าเขาเป็นใคร

หลังอาบน้ำเสร็จ ร่างสูงห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูสีเทาพาดต่ำเพียงสะโพก หยดน้ำยังเกาะพราวตามแผงอก ผิวไหล่ และแผ่นหลังแน่นกำยำ ไหลลงมาตามร่องกล้ามท้อง ราวกับน้ำตาลไหลผ่านลอนหินสลัก เขาเดินออกจากห้องน้ำอย่างไม่รีบร้อน หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นซับเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม เดินตรงเข้าไปยังห้องแต่งตัวที่แยกออกจากห้องนอนในมุมขวามือ

10นาทีผ่านไป…

เสียงคลิกเบา ๆ ดังขึ้นเมื่อเวกัสล็อกสายรัดนาฬิกาข้อมือแบรนด์ดังเข้ากับข้อมือแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ เขาเลือกสวมเรือนสีดำหน้าปัดเงิน เรียบหรูและแมตช์กับลุคเชิ้ตแขนยาวสีเทาเข้มกับกางเกงสแล็กพอดีตัว

ร่างสูงเดินออกจากโซนแต่งตัวไปยังห้องนั่งเล่นหรูขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มโมเดิร์น ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจากโต๊ะกระจกในจังหวะเดียวกับที่เสียงเรียกเข้าดังขึ้น

Rrrrrrrrrrrr

[wine]

เขากดรับสาย พร้อมแนบเครื่องแนบหู

“ไงเวย์ เสร็จยัง? ชั้นรออยู่หน้าล็อบบี้แล้วนะ” เสียงหวานแต่ห้าวนิด ๆ ของฝาแฝดดังมาตามสาย พร้อมเสียงรถราวิ่งผ่านด้านล่าง

“อืม กำลังจะลงไป” เวกัสตอบเสียงนิ่ง ขณะเดินผ่านโซฟาเข้าไปยังโถงประตูหน้าห้อง เขาหยิบเสื้อสูทสีเทาดำพาดแขนข้างหนึ่งอย่างเป็นนิสัย ก้าวเท้ายาว ๆ ไปยังประตู แล้วกดล็อกด้วยระบบสแกนมือ เสียงกลไกปลดล็อกดังขึ้นเบา ๆ ก่อนประตูจะเปิดออกสู่วิวทางเดินคอนโดหรูใจกลางเมือง

คฤหาสน์ตระกูลวิวัฒนกุลชัย ตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวกลางเมืองหลวง บนถนนสายหลักที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอกด้วยรั้วหินอ่อนสูงเกือบสามเมตร ปกคลุมด้วยเงาร่มจากต้นไม้ใหญ่ตลอดแนวรั้ว ราวกับปกป้องโลกอีกใบหนึ่งเอาไว้อย่างมิดชิด

เมื่อรถยนต์สีดำสนิทของเวกัสเคลื่อนตัวเข้าสู่ประตูเหล็กอัตโนมัติขนาดใหญ่ที่เปิดออกอย่างเชื่องช้า การ์ดชุดดำซึ่งประจำอยู่ทั้งซ้ายและขวา ต่างขยับตัวตรงขึ้นทันทีด้วยความเคารพต่อทายาทคนโตของบ้าน

สนามหญ้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีตัดกับแนวหินปูทางเรียบเนียน นำสายตาไปยังตัวอาคารหลักที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า คฤหาสน์สามชั้นทรงยุโรปประยุกต์ ผสมผสานความหรูหรากับความขรึมขลังอย่างลงตัว

หินแกรนิตสีขาวอมเทา ปูเต็มผนังด้านหน้า เผยให้เห็นเสาคู่สไตล์โรมันที่ยืนเรียงกันอย่างสง่างาม หน้าต่างกระจกบานใหญ่สะท้อนแสงแดดอ่อนในยามสาย พาให้ตัวอาคารดูมีชีวิต

ทันทีที่รถจอดสนิทตรงหน้าบันไดหินอ่อนขนาดใหญ่ คนรับใช้ชุดดำสุภาพหลายคน ก็ยืนเรียงแถวอย่างพร้อมเพรียง บางคนโค้งศีรษะอย่างนอบน้อม บางคนถือร่มรอรับเพื่อกันแสงแดดให้ผู้มาเยือน

การ์ดประจำบ้านอีกหลายคน ยืนประจำจุดอย่างเงียบงัน ทั้งบริเวณระเบียงชั้นบนและมุมร่มเงาตามต้นไม้ใหญ่ในสวนด้านข้าง ท่าทางสงบเงียบแต่พร้อมปฏิบัติการเสมอ สมกับที่นี่คือศูนย์กลางของหนึ่งในตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ

ประตูรถถูกเปิดออกโดยลูกน้องคู่ใจ เวกัสก้าวออกจากรถก่อนในลุคเชิ้ตสีเทาเข้มและสูทดำพาดแขน ใบหน้าเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยอำนาจธรรมชาติ ไวน์ก้าวตามลงมาในชุดเดรสสีครีมสว่าง รูปร่างเพรียวระหงแต่อัดแน่นด้วยพลังของผู้หญิงเก่ง ทั้งสองเดินขึ้นบันไดด้วยกิริยาเรียบเฉียบ บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัดอย่างน่าเกรงขาม

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินอ่อนสะท้อนก้องในโถงบ้านใหญ่ของตระกูลวิวัฒนกุลชัย ความหรูหราของคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้มาเพียงเพราะทรัพย์สินเงินทอง แต่ยังประกอบไปด้วยความภูมิฐานและประวัติศาสตร์ของตระกูลอันยาวนาน

เมื่อเวกัสกับไวน์เดินเข้ามาถึงห้องรับรอง สายตาทุกคู่ในบ้านหันมาพร้อมกันราวกับรู้จังหวะ

ปู่ วิเชียร วิวัฒนกุลชัย นั่งสงบนิ่งอยู่บนโซฟาหลักกลางห้อง ในมือถือหนังสือปกแข็งเล่มหนา ดวงตาทรงอำนาจละจากตัวหนังสือหันมามองหลานฝาแฝดด้วยแววตาอ่อนโยนแบบที่มีให้เพียงไม่กี่คนในชีวิต

ข้างเขา คือ ดร.วรุฒม์ บิดาของทั้งสองคน สวมเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเรียบหรู พับแขนขึ้นถึงข้อศอก มือถือแก้วกาแฟและวารสารทางการแพทย์อยู่ในมือ แม้จะเป็นผู้ชายสุขุม พูดน้อย แต่สายตาที่มองลูกชายและลูกสาวก็แฝงไว้ด้วยความภูมิใจเสมอ

ไวน์เดินนำเข้าไปก่อน ร่างเพรียวในเดรสสีครีมลายลูกไม้ดูเรียบหรู เธอยิ้มออกอย่างเป็นธรรมชาติทันทีที่เห็นปู่ แล้วเดินไปเกาะแขนท่านไว้อย่างออดอ้อน

“คิดถึงปู่ที่สุดเลย…” เสียงหวานของหลานสาวเอ่ยเบา ๆ พร้อมใบหน้าที่แนบลงบนไหล่ท่านอย่างออดอ้อน เหมือนลูกแมวตัวน้อย ปู่วิเชียรหลุดยิ้ม มือใหญ่ลูบศีรษะหลานเบา ๆ อย่างรักใคร่

“พูดดีแบบนี้ ต้องมีอะไรขอแน่ ๆ ใช่มั้ย” ไวน์หลุดหัวเราะเบา ๆ ขณะที่ยังกอดแขนปู่ไว้ไม่ยอมปล่อย

ส่วนเวกัส…แทนที่จะนั่งลงทันที เขากลับเดินอ้อมเข้าไปยังฝั่งครัว ที่ซึ่งแม่และย่ากำลังช่วยกันเตรียมอาหาร

คุณหญิงพัชราภา อยู่ในชุดลำลองบ้านเรียบหรู ผ้ากันเปื้อนผืนบางคล้องเอว

ย่าจินตนา อยู่ในชุดผ้าไหมสีอ่อน กำลังใช้ทัพพีคนข้าวต้มกุ้งในหม้อ

“แม่ครับ ย่าครับ ”เวกัสเอ่ยเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลในน้ำเสียง ก่อนจะเข้าไปสวมกอดทั้งสองคนจากด้านหลัง

“เจ้าเวย์ของย่า… หายหน้าไปเลยนะลูก” ย่าจินตนาหัวเราะเบา ๆ ขณะยกมือแตะที่แก้มของหลานชาย

“ทำไมผอมลงแบบนี้ งานหนักเหรอลูก หืม?” มือเหี่ยวย่นของหญิงชราลูบกรอบหน้าของหลานชายเบา ๆ อย่างห่วงใย เวกัสยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะก้มลงหอมแก้มย่า และหอมหน้าผากแม่ตามมา

“ผอมอะไรครับ ย่ายังจำเลขน้ำหนักผมผิดอยู่เลย” เขาพูดปนหัวเราะ พร้อมกอดแม่แน่นขึ้นนิด

“ขนาดผอมยังหล่อขนาดนี้ สาวๆ พากันหลงไม่ไหวแล้วค่ะคุณแม่” คุณหญิงพัชราภาพูดพร้อมหัวเราะกับย่าจินตนา สายตาเปี่ยมรักมองไปยังลูกชายสุดที่รักอย่างเอ็นดู

บรรยากาศในบ้านอบอวลด้วยความรักที่ไม่ได้พูดมาก แต่ส่งผ่านกันด้วยแววตา สัมผัส และรอยยิ้มในความเงียบ ใต้โคมไฟแชนเดอเลียคริสตัลระย้า โต๊ะอาหารขนาดยาวที่ทำจากไม้โอ๊คแท้ถูกจัดเรียงอย่างประณีตด้วยจานชามกระเบื้องลายคราม แก้วไวน์ใสแวววาว และผ้ารองจานปักลวดลายวิจิตร กลางโต๊ะมีแจกันทรงสูงใส่ดอกลิลลี่สีขาวครีม ส่งกลิ่นหอมจาง ๆ คลอไปกับกลิ่นอาหารที่เพิ่งถูกยกมาเสิร์ฟร้อน ๆ จากครัว

บรรยากาศห้องอาหารของคฤหาสน์ตระกูลวิวัฒนกุลชัยในเช้าวันอาทิตย์เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่นและความรักในครอบครัว ไม่ใช่แค่ความหรูหราของสถานที่ แต่คือความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทุกคนต่างมีให้กัน

ดร.วรุฒม์นั่งหัวโต๊ะฝั่งขวา ส่วนปู่วิเชียรนั่งฝั่งซ้ายถัดออกมาเล็กน้อย ถัดจากท่านคือไวน์ที่เกาะแขนปู่อย่างออดอ้อนราวกับเด็กหญิงตัวน้อยแม้อายุจะปาเข้าไปเกือบสามสิบแล้วก็ตาม เวกัสนั่งตรงข้ามน้องสาว ถัดไปคือคุณหญิงพัชราภา ส่วนย่าจินตนานั่งหัวโต๊ะอีกด้านหนึ่งอย่างสง่างาม

อาหารไทยหลากหลายอย่างถูกจัดวางเรียงรายบนโต๊ะ ทั้งแกงส้มชะอมกุ้ง หมูหวาน ปลาทอดราดพริก ปลานึ่งมะนาว และต้มจืดกระดูกหมูตุ๋นเห็ดหอม มีข้าวหอมมะลิใหม่หุงสุกกำลังดีวางอยู่ในโถเซรามิกทรงกลม

“เวย์ลูก ย่าตักหมูหวานให้นะลูก กินเยอะๆ นะลูก เจ้าเวย์ของย่า” ย่าจินตนาเอ่ยเบา ๆ พลางตักหมูหวานใส่จานของเวกัสด้วยมือที่ยังแกร่งแม้จะมีริ้วรอยตามวัย ใบหน้าของเธอเปื้อนยิ้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

“ขอบคุณครับย่า” เวกัสหันไปยิ้มให้ ย่าจับแก้มเขาเบา ๆ อย่างห่วงใย แล้วหันไปตักแกงส้มใส่จานให้ไวน์ด้วยความเอ็นดูเช่นกัน

คุณหญิงพัชราภาเองก็คีบผักให้เวกัสพลางบ่นเบา ๆ

“ยังไม่ชอบกินผักเหมือนเดิม แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าผักมีประโยชน์…”

“แม่ครับ ผมกินหมดแหละครับ ถ้าแม่เป็นคนตัก” เวกัสตอบยิ้ม ๆ ส่งสายตากวน ๆ ให้แม่ตัวเอง จนไวน์หลุดหัวเราะออกมา

“แล้วไวน์ล่ะลูก อยากได้อะไรเพิ่มอีกไหม ปู่จะตักให้” ปู่วิเชียรถามหลานสาวที่ยังคงซุกแขนเขาไม่ห่าง

“อยากได้แกงส้มของคุณย่าค่ะปู่ แค่ได้กลิ่นก็คิดถึงเลย” ไวน์ตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส ดวงตาวิบวับเหมือนเด็กหญิงที่เพิ่งได้ของเล่นใหม่ ปู่หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี แล้วตักแกงส้มใส่ชามให้ไวน์อย่างเอาใจ

เสียงพูดคุยหยอกล้อกันในโต๊ะอาหารผสมเสียงหัวเราะเป็นระยะ บรรยากาศผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความรักที่โอบล้อม ไม่มีบทสนทนาเรื่องงานหรือธุรกิจ มีเพียงครอบครัว และช่วงเวลาธรรมดาที่กลายเป็นสิ่งล้ำค่าในทุกวันอาทิตย์

หลังมื้ออาหารที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ทุกคนย้ายกลับเข้ามานั่งเล่นในห้องรับรองของคฤหาสน์

ห้องโถงขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโซฟาหนังแท้สีเบจอบอุ่น โต๊ะกลางไม้โอ๊ควางหนังสือเก่าเรียงไว้อย่างมีระเบียบ ผ้าม่านผืนใหญ่สีครีมบางกรองแสงแดดยามสายให้กลายเป็นแสงนวลอ่อน พัดเบา ๆ กับกลิ่นชาอ่อน ๆ ที่คุณหญิงพัชราภาสั่งให้คนรับใช้เตรียมไว้

เวกัสนั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย มือยกถ้วยชาจิบช้า ๆ สายตาเฉียบขาดของเขาฉายแววครุ่นคิดเบา ๆ แม้ไม่พูดออกมา ไวน์นั่งไขว่ห้างบนโซฟาข้างปู่ มือยังคงเกี่ยวแขนของท่านเหมือนเดิม บางครั้งก็เอนหัวลงกับไหล่ปู่อย่างออดอ้อน

ดร.วรุฒม์นั่งสงบอยู่ฝั่งตรงข้าม พลิกหนังสือในมือลงอย่างเงียบ ๆ ย่าจินตนาและคุณหญิงพัชราภาเลือกนั่งเก้าอี้เดี่ยวข้าง ๆ เพื่อพักผ่อนหลังจากดูแลอาหารให้ลูกหลานด้วยรอยยิ้ม เป็นภาพครอบครัวที่เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่าอย่างบอกไม่ถูก

บรรยากาศเงียบสงบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ปู่วิเชียรจะวางถ้วยชาลงบนจานรอง แล้วเงยหน้าขึ้นมองทุกคนด้วยแววตานิ่งลึกที่ไม่อาจคาดเดา

น้ำเสียงของท่านทุ้มต่ำ เรียบแต่มีน้ำหนักแววตาคมยังทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความหมาย

“วันนี้ที่ปู่ให้พวกเรากลับบ้าน…” ท่านเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่หลานชายโดยตรง เหมือนต้องการจะสื่อว่าเรื่องวันนี้เกี่ยวกับเจ้าตัวโดยเฉพาะ

“เพราะมีเรื่องสำคัญ…ที่ต้องคุยด้วย”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 5 สมบูรณ์

    ณ บริเวณศาลาเก็บอัฐิภายในสวนหลังวัดเล็กๆ ที่ร่มรื่น ลมอ่อนพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่โรยตามทางเดินหยอกล้อกับใบไม้เขียวขจีรอบบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นแผ่นหินเย็นใต้เท้าและในมุมหนึ่งของศาลามีเจย์ดีที่เก็บอัฐิสีขาวสะอาดที่ถูกดูแลอย่างดีเสมอมา อัฐิของ ‘ตาพิเชษฐ์’ กับ ‘ปู่ณรงค์’ ถูกวางอยู่เคียงข้างกัน… เรียบง่าย แต่สงบ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่น้ำอิง เวกัสและเจ้าแฝดของบ้าน “วิวัฒนกุลชัย” ตั้งใจเดินทางมาไหว้ ตา และ ปู่ ตามคำสัญญาในใจที่ไม่มีวันจางหาย “ทวดคับ เจย์เดนมาไหว้แล้วนะ” เสียงใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นขณะที่เขาคุกเข่าลงเบาๆ วางพวงดอกไม้สีขาวไว้ตรงหน้าหิ้ง “เจย์ไดก็มาครับ” เจย์ไดเอ่ยบ้างก่อนจะวางดอกไม้ช่อเล็กลงทั้งสองจุดให้ทั้งทวดทั้งสองได้รับอย่างเท่าเทียม เด็กทั้งสองเงยหน้ามองอัฐิเงียบๆ เหมือนจะเข้าใจแม้จะยังเล็กนักแต่ในแววตาไร้เดียงสานั้นมีแววของความรักที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างดี น้ำอิงย่อตัวลงข้างลูกทั้งสองมือของเธอจับบ่าลูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัฐิของผู้ที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ แล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแฝงไปด้วยความอบอุ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 4 นิยายของน้ำอิง

    เช้าในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องของเจ้าแฝดตัวน้อย “เจย์เดน” และ “เจย์ได” ที่วันนี้ดูจะตื่นเร็วเป็นพิเศษ ร่างเล็กสองคนในชุดนักเรียนอนุบาลเรียบร้อยกำลังยืนต่อหน้ากระจกพร้อมกันจัดเสื้อผ้าให้กันและกันด้วยความใส่ใจในแบบเด็ก ๆ “เจย์เดน! ผมนายเบี้ยวนะ เดี๋ยวแม่จะว่า!” เจย์ไดพูดพลางย่นจมูกใส่พี่ชายฝาแฝดแล้วจัดปกเสื้อให้ “นายก็ติดกระดุมเบี้ยวเหมือนกัน เจย์ได!” เจย์เดนแย้งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วช่วยจัดให้ฝาแฝดของตัวเองบ้าง เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในห้องก่อนที่เสียงรองเท้าหนังเงาๆ จะก้าวเข้ามาจากทางเดิน “สองเจย์! พร้อมรึยังครับ?” เสียงเข้มของ ธนิน ดังขึ้นที่หน้าห้อง “พร้อมแล้วลุงธนิน!” เจ้าแฝดสองคนตะโกนตอบรับพร้อมกันอย่างแข็งขันก่อนจะรีบวิ่งกระโดดโลดเต้นออกมาหาเขา ธนินในชุดสูทเรียบกริบก้มลงรับอ้อมกอดจากเด็กทั้งสองคนอย่างที่เขาทำประจำทุกเช้ามือใหญ่ลูบศีรษะเด็กชายฝาแฝดด้วยความเอ็นดู “วันนี้อย่าลืมกินนมให้หมดนะครับ แล้วก็ห้ามแกล้งเพื่อน ห้ามแกล้งกัน ห้ามเอาไม้บรรทัดฟาดหัวกันอีก” “ครับลุงธนินนน~” ทั้งคู่ตอบยานคางแบบรู้ว่ากำลังโดนแซว “แล้ววันนี้ใครจะนั่งห

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 3 มัลดีฟของเรา 18+

    ทะเลสีฟ้าครามทอดตัวยาวสุดสายตาเกลียวคลื่นซัดกระทบชายฝั่งอย่างอ่อนโยน เสียงน้ำกระทบเสาไม้ของบ้านพักกลางทะเลสร้างจังหวะนุ่มนวลราวกับบทกล่อมยามเย็น ท้องฟ้าเหนือหัวกำลังเปลี่ยนสีอย่างช้าๆ จากฟ้าใสกลายเป็นทองอ่อนๆ ไล่เฉดไปจนถึงสีส้มแดงอุ่นตา ที่พักกลางน้ำตั้งเรียงรายเป็นแถวโยงเข้าหากันด้วยสะพานไม้สีอ่อนทอดยาว ด้านในบ้านพักมีระเบียงส่วนตัวยื่นออกไปสู่ผิวน้ำท่ามกลางกลิ่นเกลือทะเลที่โชยมาเป็นระยะแสงแดดยามเย็นตกกระทบผิวน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับหมื่นเม็ดกระจายตัวอยู่ใต้พื้นระเบียง ผ้าม่านบางพลิ้วไหวเบาๆ ตามแรงลมสะท้อนความสบายและอิสระของสถานที่แห่งนี้ที่ซึ่งไม่มีตารางเวลาไม่มีเสียงร้องของลูกๆ ไม่มีภาระไม่มีบทบาทนอกบ้าน…มีเพียงแค่ “เขา” และ “เธอ” น้ำอิงยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงปล่อยให้สายลมเย็นสางเส้นผมที่ยาวเลยบ่า ชุดเดรสลินินสีขาวสะอาดพลิ้วตามแรงลมท่ามกลางฉากหลังที่เป็นท้องทะเลไร้ขอบเขต เธอสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการซึมซับความเงียบสงบนี้ให้ซึมลึกเข้าไปถึงปลายหัวใจ นี่คือครั้งแรกในรอบสามปีที่เธอได้มาอยู่กับเวกัสสองต่อสองอีกครั้งไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเจ้าแฝดไม่มีขวดนม ไม่มีผ้าอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 2 เจย์เดน&เจย์ได

    สามปีต่อมา……หลังจากที่มีเจ้าแฝดเวกัสและน้ำอิงก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่เพราะจะได้สะดวกต่อการเลี้ยงดูเจ้าเด็กสองคนที่กำลังโต แสงแดดอ่อนในยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์สาดลอดซุ้มดอกไม้ภายในสวนสวยหน้าคฤหาสน์ กลิ่นหอมอ่อนของดอกกุหลาบและลีลาวดีกระจายไปทั่วชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบ เสียงหัวเราะใสๆ ดังขึ้นมาไม่ขาดสายจากสนามหญ้าหน้าบ้าน “ฮ่าๆๆ พี่เดน วิ่งช้าจัง! เจย์ไดจะจับได้แล้วนะ!” เสียงของเจย์ไดหนูน้อยแก้มยุ้ยเจ้าของเสื้อยืดลายไดโนเสาร์ร้องลั่นขณะวิ่งไล่พี่ชายฝาแฝดของตัวเองไปรอบสนาม “ไม่เอา! เดนจะเป็นฮีโร่! ไดต้องเป็นตัวร้าย!” เจย์เดนเถียงกลับเสียงใสแต่ขาทั้งสองข้างก็ยังวิ่งนำอยู่สองพี่น้องวัยสามขวบมีพลังเหลือล้นราวกับไม่มีวันหมด เสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยตอนออกจากบ้านเมื่อเช้าบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและหยาดเหงื่อจากการวิ่งเล่นเต็มพิกัด แต่แววตากลมใสนั้นกลับเปล่งประกายอย่างมีความสุขรอยยิ้มของเด็กทั้งสองคนทำให้โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นในทันที ที่ระเบียงบ้านด้านบนคุณปู่วรุตฒ์ในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองและคุณย่าพัชราภานั่งเคียงกันบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก สีหน้าเปี่ยมสุขขณะมองหลานชายฝาแฝดวิ่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 1 แพ้ท้อง

    สองเดือนผ่านไป… แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนั่งเล่นของคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง อากาศอบอุ่นพอให้รู้สึกสบายแต่ไม่มากพอจะละลายไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องได้ ร่างเล็กของน้ำอิงนั่งพิงพนักโซฟามือบางวางอยู่บนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและชีวิตของเธอในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางห้องครัว ก่อนที่เวกัสสามีหมอสุดหล่อของเธอจะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าเซื่องซึมเหมือนคนอดนอนมาเป็นปี เขาทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างแรงจนน้ำอิงต้องรีบยันตัวไว้ไม่ให้เสียหลัก โซฟายวบลงเมื่อร่างหนาแทรกเข้ามา ก่อนจะทิ้งหัวซุกลงบนตักของเธออย่างหมดแรงราวกับแมวตัวโตที่หมดฤทธิ์แล้วหาไหล่ให้พิง “อิงงงงงง…… พี่เวียนหัว” เสียงอู้อี้เปล่งออกมาจากปากของสามี ผู้ซึ่งเคยเยือกเย็นเฉียบขาดในห้องผ่าตัดตอนนี้กลับกลายเป็นสามีสายอ้อนเต็มขั้น น้ำอิงหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูมือเล็กข้างหนึ่งลูบเบาๆ ที่กรอบหน้าคมของสามีอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลม “ไหวมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามแววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยปนขำอ่อนๆ เธอไม่คิดเลยว่าเวกัสจะรักเธอถึงขั้น “แพ้ท้องแท

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 41 ของขวัญจากหัวใจ (จบ)

    ผ่านไปสามเดือน…… แสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดเงาต้นมะพร้าวที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ลมทะเลพัดเบาๆ แตะปลายผมเจ้าสาวราวกับกลัวว่าจะรบกวนความงดงามของเธอ ชายหาดเล็กๆ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแห่งความรักอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แขกในงานมีเพียงไม่กี่คน… ทุกใบหน้าคือคนที่มีความหมายกับพวกเขาจริงๆ ครอบครัวของเวกัส ครอบครัวของน้ำอิง เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างมาตลอดไม่แม้แต่จะมีช่างภาพมืออาชีพหรือแสงไฟพร่างพรายมีเพียงแสงธรรมชาติจากฟ้าและรอยยิ้มจริงใจจากทุกคน เวกัสในชุดสูทสีขาวครีมเรียบหรูแต่ดูสบายตาเขาดูเหมือนเจ้าบ่าวที่เดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น สายตาที่ใบหน้าคมเข้ม คิ้วเข้มพาดเฉียงดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยสีธรรมชาติที่ยกยิ้มอย่างมีความสุขในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถแต่งเติมให้สมบูรณ์กว่านั้นได้อีกแล้ว น้ำอิงยืนอยู่ปลายทางเดินไม้ที่ทอดยาวไปยังซุ้มดอกไม้สีขาวริมทะเล เธอในชุดเจ้าสาวแบบเรียบหรูแต่สวมไว้ด้วยความนุ่มนวลของเจ้าหญิงตัวน้อยจากนิทาน เธอเดินช้าๆ ใบหน้าสวยประดับด้วยรอยยิ้มระเรื่อ ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องไปที่ชายตรงหน้า… ผู้เป็นคนรัก เมื่อเท้า

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 24 ชอบมั้ย?

    วันนี้เป็นวันหยุดที่บ้านตระกูล’ วิวัฒนกุลชัย’ คึกคักตั้งแต่เช้า ห้องอาหารถูกจัดเตรียมเรียบร้อยกลิ่นอาหารหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ ทีมแม่บ้านต่างขะมักเขม้นดูแลรายละเอียดเล็กน้อยไม่ให้ขาดตกบกพร่องเพราะเป็นวันนัดรวมตัวประจำเดือนของลูกหลานในตระกูลที่ทุกคนจะต้องมากินข้าวพร้อมหน้ากับคุณปู่คุณย่าและพ่อแม่ตาม

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 8 สงครามประสาท

    หลังจากเวกัสออกจากคอนโดไป น้ำอิงก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอก ในที่สุดก็มีเวลาได้หายใจสะดวกบ้างเสียที ไม่มีหมอปากหมาเดินตามจิกกัดใส่หน้าตาเฉยอยู่ใกล้ ๆ ให้เสียอารมณ์ เธอค่อย ๆ ก้าวเดินสำรวจพื้นที่ภายในห้องพักอย่างไม่รีบร้อน มือเรียวแตะขอบโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มอย่างเผลอตัว แค่โซนห้องนั่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 7 ยัยหมากระเป๋า

    หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันเรียบร้อย บรรยากาศในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและเสียงหัวเราะที่อบอุ่น น้ำอิงลุกขึ้นช่วยเก็บจานกับสาว ๆ อย่างเต็มใจ แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม ก่อนจะกลับ เธอก็ไม่ลืมยกมือไหว้ลาแม่บ้านทุกคนอย่างอ่อนน้อม จนทุกคนเอ็นดูในความสุภาพและเรียบร้

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 6 ทะเบียนสมรส

    หนึ่งเดือนผ่านไปนับจากวันนั้น… หลังจากกลับจากสนามยิงปืนในบ่ายวันเบื่อโลก เวกัสก็สั่งให้ธนิน คนสนิทที่คอยดูแลทั้งความปลอดภัยและเรื่องส่วนตัว สืบหาข้อมูลของหญิงสาวที่ปู่บอกว่าจะให้แต่งงานด้วย “ชื่อ น้ำอิง ธารารินทร์ นิลรัตน์ ครับ อยู่ในทะเบียนบ้านของคุณพิเชษฐ์ คนนั้นเสียไปเมื่อสามเดือนก่อน ไม่ม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status