Masukหว่านชุ่ยอิงถูกยิงตาย ขณะที่วิญญาณปลิวออกจากร่างดันทะลุเวลากลับมาเข้าร่างของหญิงสาวในยุค 30 ที่เพิ่งจะถูกขืนใจตาย ตอนที่เธอมาถึงไอ้คนชั่วนั้นกำลังเคลิบเคลิ้มอยู่เหนือร่างนั้นพอดี จากความทรงจำที่เห็นจากร่างเดิม หว่านชุ่ยอิง จึงตัดสินใจฆ่าคน ในอดีตนั้นเจ้าของร่างเดิม เคยเป็นลูกสะใภ้ที่บ้านสามีโปรดปราน เพราะอิทธิพลของบิดาทำให้ตระกูลสามีกลายเป็นตระกูลร่ำรวยมั่งคั่ง ทว่าเมื่อปีก่อนหลังจากบิดาของเธอถูกจับ คนเนรคุณพวกนี้ ก็ลายออก ไม่เพียงแค่ขับไล่ไสส่งเธอไปอยู่เรือนหลัง แต่ยังบังคับให้เธอหย่าเพราะอยากได้ลูกสะใภ้ใหม่ พอเจ้าของร่างไม่ยินยอมก็ถูกกลั่นแกล้งรังแกสารพัด จนถึงขั้นมาถูกขืนใจจนตาย คนสารเลวพวกนี้ ไม่เหมาะกับคนดีอย่างหว่านชุ่ยอิงคนก่อนหรอก มันต้องกับเธอนี่สิ ถึงจะสมน้ำสมเนื้อ หึ!
Lihat lebih banyakในห้องเก็บของทั้งเหม็นอับและคับแคบ หว่านชุ่ยอิงที่เพิ่งจะถูกยิงตายลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยความตระหนกสุดขีด ยังไม่ทันที่เธอจะทันได้โกยอากาศเข้าปอด ความทรงจำมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ
ร่างนี้มีชื่อเดียวกับเธอ แต่เป็นผู้หญิงที่เกิดหลังยุคราชวงศ์ชิง หรือก็คือในปี 1930 ชุ่ยอิงคนนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงบุตรีของนายพลใหญ่ แต่หลังจากที่พ่อของเธอถูกจับ ตระกูลก็ตกต่ำ เมื่อตระกูลเบื้องหลังตกต่ำ แน่นอนว่าย่อมมีผลกับบ้านสามี จากลูกสะใภ้อันเป็นที่รัก กลายเป็นสะใภ้ไร้ค่า คนสกุลเจียงตั้งแต่บนลงล่าง ไม่เคยเห็นเธอเป็นคน บรรดาเจ้านายว่าชั่วช้าแล้ว บรรดาบ่าวไพร่ยิ่งชั่วช้าเข้าไปใหญ่ บ่าวหญิงตบตี บ่าวชายลวนลาม เจ้านายมองเมิน ชีวิตน่าสมเพชยิ่งกว่าสุนัขของผู้หญิงคนใหม่ของสามีเสียอีก เรื่องเลวทรามต่ำช้าที่คนบ้านเจียงกระทำต่อเจ้าของร่าง ทำให้หว่านชุ่ยอิงเห็นแล้วมีโทสะจนเลือดขึ้นหน้า มิหนำซ้ำ สาเหตุที่ผู้หญิงอาภัพคนนี้ตาย ยังเกิดจาก... ชุ่ยอิงดึงสติกลับมามองใบหน้าของชายที่กำลังใบหน้าบิดเบี้ยวอยู่เหนือร่างของเธอ ใช่แล้ว หว่านชุ่ยอิงคนเก่าตายเพราะถูกบ่าวชายผู้นี้ขืนใจ และตอนนี้ ดูเหมือนว่าเจ้าคนชั่วช้านี่กำลังใกล้จะปลดปล่อย รู้อย่างนั้นแล้ว มุมปากของหว่านชุ่ยอิงคนใหม่พลันผุดยิ้มร้าย แจกันที่อยู่ข้างมือถูกคว้ามาทุบเข้าที่ทัดใบหูของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ เป้าหมายคือจุดตายใต้กกหู เพียงฟาดไปครั้งเดียว คนด้านบนถึงกับตาเหลือกค้างชักกระตุก ชุ่ยอิงผลักมันลงไปนอนด้านข้าง แล้วก้าวไปเปิดประตู จากนั้นก็เดินหายไปตามเส้นทางในความทรงจำ เวลานี้ สามีเจ้าของร่างชื่อว่าเจียงหูเจี่ยกำลังจะแต่งงานใหม่ แต่ติดตรงที่ หว่านชุ่ยอิงคนก่อนไม่ยอมหย่า เพราะเหตุนี้คนบ้านเจียงถึงทำกับลูกสะใภ้ราวกับไม่ใช่คน เพื่อบีบให้เธอยอม เรื่องบ่าวชายเมื่อครู่ หากเจ้านายไม่เปิดทาง บ่าวชั้นต่ำมีหรือจะกล้ากระทำ ยิ่งคิดวิญญาณหลงมิติอย่างชุ่ยอิงยิ่งรู้สึกคับแค้นแทนเจ้าของร่างคนก่อน คอยดูเถอะ ว่าเธอจะเล่นสนุกอย่างไรกับคนพวกนั้นบ้าง ชาติก่อนเธอเป็นตัวท็อปของผับที่มีค่าสูงที่สุด ความสามารถหลักของเธอ แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องบนเตียง ชุ่ยอิงคิดว่าเธอมีหนทางเอาคืนแน่นอน อีกด้านหนึ่ง ภายในคฤหาสน์หรูหรา คุณนายเจียงกำลังเอ่ยชมว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ไม่ขาดปาก ผู้หญิงคนนี้แซ่ เซี่ย ชื่อว่า เล่อเหยา เธอเป็นผู้หญิงสวย ซ้ำยังมีฐานะทางบ้านร่ำรวย พ่อของเธอเป็นนายกเทศมนตรีเขตเหอกวาง ความจริงท่านประธานเซี่ยไม่เต็มใจให้ลูกสาวมาคบค้าสมาคมกับบุตรชายสกุลเจียงเพราะรู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว แต่เล่อเหยาดื้อรั้น เธอใช้ความลุ่มหลงที่เจียงหูเจี่ยมีให้เธอ บีบบังคับให้เขาหย่าภรรยา แต่พอหว่านชุ่ยอิงไม่ยอมหย่า เล่อเหยาจึงต้องติดสินบนข้ารับใช้ให้รังแกเธอ ขณะบรรยากาศในคฤหาสน์กำลังชื่นมื่น สาวใช้คนหนึ่งก็วิ่งตาเหลือกตาลานเข้ามา คุณนายเจียงเป็นคนค่อนข้างเจ้าระเบียบเห็นอย่างนั้นก็หันไปดุ “ใครสั่งใครสอนให้หล่อนพรวดพราดเข้ามา ไร้มารยาทจริงๆ” “ขออภัยค่ะ แต่คุณนายเจ้าคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ พี่ทงค่ะ พี่ทงตายอยู่ในห้องเก็บของ!” ได้ยินอย่างนั้น ทั้งคุณนายเจียงและเจียงหูเจี่ยต่างพากันตกตะลึง ผิดกับเล่อเหยาที่มีท่าทีลุกลี้ลุกลน “คุณแม่รออยู่ที่นี่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมไปดูเอง” หูเจี่ยหันไปบอกกับมารดา ก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องรับแขกไป คุณนายเจียงที่ยังตกใจหันมาเห็นว่าที่ลูกสะใภ้หน้าซีดเผือด ก็รีบเอ่ยปลอบ “เล่อเหยา ไม่เป็นอะไรนะ ไม่ต้องกลัว หูเจี่ยต้องจัดการได้แน่” “คะ..ค่ะ” เล่อเหยารับคำไม่เต็มเสียงนัก ในใจมีแต่ความกังวล เธอจ้างบ่าวชายคนนั้นไปขืนใจนังชุ่ยอิงไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเจ้านั่นถึงตายได้เล่า เรื่องที่เกิดในคฤหาสน์หว่านชุ่ยอิงไม่มีทางสนใจ เธอเชื่อว่าไม่มีใครกล้าโวยวายว่าเธอฆ่าไอ้บ่าวชั่วนั่นแน่ เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะสกุลเจียงรักหน้าตายิ่งกว่าอะไร ถ้าให้เดา คนพวกนั้นต้องบอกกับตำรวจว่าเจ้านั่นคิดขโมยของแล้วก็ล้มหัวไปโขกกับแจกันตายเอง ส่วนเธอตอนนี้ขออาบน้ำก่อนเถอะ เป็นตามที่ชุ่ยอิงคาด คนสกุลเจียงให้การว่าบ่าวชายคนนั้นขโมยของแล้วเกิดอุบัติเหตุตายเอง เล่อเหยาไม่กล้าอยู่รอจนตำรวจมา เธอจึงกลับไปก่อน หว่านชุ่ยอิงถูกขับออกมาจากคฤหาสน์เมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนี้พักอยู่เรือนด้านหลัง คนสกุลเจียงต้องการให้สังคมลืมเลือนเธอ ตอนตำรวจมาสอบปากคำเลยไม่มีคนมาตามเธอออกไป นับเป็นโชคดีของชุ่ยอิงคนใหม่ เธอเลยใช้เวลานี้ทบทวนความทรงจำทั้งหมดของร่างเดิมตอนที่หูเจี่ยตื่นมาเห็น จึงเป็นภาพคนรักของตัวเองกำลังนั่งขย่มท่อนลำของคนเป็นพ่อ อีกทั้งสองมือยังขยุ้มผมกดใบหน้าให้อีกฝ่ายดูดนม ภาพนี้ดูอย่างไรก็รู้ว่าเธอกำลังเมามัน หูเจี่ยถึงกับตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ฮั่นเจี่ยรู้ว่าเขาตื่น ก็หันไปทักทาย แกดูสิของฉันใหญ่ขนาดนี้แต่เธอยังขย่มได้โดยไม่รู้สึกเจ็บ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้บริสุทธิ์เสียหน่อย คนแบบนี้เหรอที่แกอยากเอามาทำเมีย พอได้ยินพ่อพูดแบบนั้น เขาก็มองไปที่ท่อนเอ็นใหญ่ยาวที่กำลังผลุบเข้าผลุบออกกลางหว่างขาของคนรัก มันใหญ่มากจริงตามที่พ่อพูด แต่คนรักของเขากลับดูดมันหายเข้าไปได้ทั้งท่อน เสียงครางของเธอฟังอย่างไรก็ไม่มีความเจ็บเจือปน ต้องบอกว่ามันฟังเหมือนคนที่กำลังเสียวมาก “เดี๋ยวฉันเสร็จรอบนี้แล้ว แกก็มาเอาต่อ ฉันจะได้ไปพักผ่อน” หูเจี่ยจากที่โกรธในตอนแรก พอได้นั่งชมอยู่พักหนึ่งก็ทนไม่ไหว รีบถอดเสื้อผ้า รอให้เธอขย่มพ่อจนน้ำแตก เขาก็รีบเข้าไปจับเธอถ่างขาแล้วเอาเธอตามที่พ่อบอก เล่อเหยาสลบไปตอนเช้า โดยมีน้ำขาวขุ่นขังอยู่เต็มรู เธอตื่นมาอีกทีในตอนบ่าย พร้อมกับอาการเมื่อยขบ เมื่อคืนเธอไม่ใช่ว่าจะไม่มีสติ เธอรู้ว่าเอากับใครบ้าง แต่มัน มันเสียจนเธอ
วันถัดมา คุณนายเจียงพาลูกสะใภ้ออกไปตั้งแต่ตอนสาย โดยไม่รู้เลยว่า คนขับรถของเธอถูกเปลี่ยนเป็นลูกน้องคนสนิทของสามีไปแล้วเธอส่งกระบอกชามาให้ลูกสะใภ้ในรถ ก่อนจะยกของตัวเองดื่ม ที่คุณนายเจียงคิดแผนโง่ ๆ แบบนี้ ออกมาได้ ก็เพราะเมื่อก่อน หว่านชุ่ยอิงเป็นคนโง่ อีกฝ่ายย่อมคิดว่าจะหลอกเธอได้ง่าย แต่ชุ่ยอิงคนนี้ไม่เหมือนกันแม้แต่กระบอกชา เธอยังสับเปลี่ยนมันตั้งแต่ก่อนคนรับใช้จะถือมาส่งให้แล้ว เมื่อมาถึงโกดังร้าง ร่างไร้สติที่ถูกอุ้มไปวางบนพื้น ไหนเลยจะใช่หว่านชุ่ยอิงรถของฮั่นเจี่ยขับเข้ามาจอดเทียบ คนขับรถถูกสั่งให้ขับรถกลับไปก่อน ชุ่ยอิงขึ้นรถมาได้ ก็บอกกับเขาเสียงเศร้าว่า “หนูอยากรู้ว่าคุณแม่ต้องการทำอะไรกับหนู พวกเราไปแอบดูกันไหมคะ”ฮั่นเจี่ยเองก็อยากรู้ เขาจึงขับรถเข้าไปซ่อนในโรงเรือนร้าง แล้วพาเธอเดินเข้าไปแอบซ่อนตัวอยู่ในนั้นตอนคุณนายเจียงไปปรึกษากับเล่อเหยา เธอแค่นัดแนะแผน แต่ไม่ได้เป็นคนจัดหาคน คนที่เล่อเหยาหามา ย่อมรับมาแต่คำสั่ง โดยไม่รู้ว่าต้องลงมือกับใครผู้ชายท่าทางนักเลงห้าคนเดินเข้ามาเห็นผู้หญิงนอนอยู่บนพื้น ก็คิดว่าเป็นเป้าหมายคุณนายเจียงยังไม่ทันได้สติก็ถูกพวกมันจับเปลื้องผ้
เย็นนี้ คุณนายเจียงกลับเข้าบ้านมาท่าทางอารมณ์ดี บนโต๊ะอาหาร เธอยังมาพูดดีกับลูกสะใภ้“พรุ่งนี้ คุณนายประธานหยงเรียกประชุมเรื่องการจัดงานการกุศล ฉันว่าจะพาเธอไปด้วย”ชุ่ยอิงเลิกคิ้วขึ้น มองแม่สามีด้วยความประหลาดใจ แค่อีกฝ่ายอ้าปากพูด เธอก็เห็นไปถึงลิ้นไก่แล้ว แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เธอยังตอบตกลงอยู่ดี “ค่ะ”“แต่งตัวให้ดูดีหน่อยล่ะ งานนี้มีแต่คนมีชาติตระกูล”คุณนายเจียงเปลี่ยนไปเป็นหน้ามือหลังมือแบบนี้ มีหรือว่าบุรุษสองคนในบ้านจะไม่ประหลาดใจนายท่านเจียงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ จนกระทั่งตกกลางคืน ชุ่ยอิงไม่ยอมเปิดประตูให้สามี แต่กลางดึกกลับย่องลงไปที่ห้องหนังสือฮั่นเจี่ยรอเธออยู่นาน ครั้นเห็นเธอเข้ามา ก็รีบดึงเข้าไปกอดจูบชุ่ยอิงรีบดันแผงอกเขาเอาไว้ “พวกเราต้องคุยกันค่ะ”เธอผ่านผู้ชายมามากจนรู้ถึงแก่น กว่าผู้ชายคนไหนกำลังลุ่มหลงเธอ แน่นอนว่าสองพ่อลูกตระกูลเจียงกำลังเป็นแบบนั้น“เดี๋ยวค่อยคุยไม่ได้เหรอ หนูดูของพ่อสิ” เขาดึงมือเธอให้มาจับเอ็นอุ่นที่เพิ่งจะแข็งโด่ภายใต้กางเกงเธอแก้เอวกางเกงที่ผูกกันไว้หลวม ๆ ของเขาออก ปล่อยให้กางเกงผ้าแพรล่วงไปที่ข้อเท้า แล้วค่อยจับท่อนลำของเขาสาวเล่นเบา
วันนี้นายท่านเจียงอยู่บ้านเป็นครั้งแรกในรอบปี ทำให้คุณนายเจียงไม่กล้าขึ้นไปอาละวาดใส่ลูกสะใภ้ที่ขี้เกียจสันหลังยาวนอนไม่ยอมตื่น ยิ่งเป็นแบบนี้ คนมีจิตใจชั่วช้าอย่างคุณนายเจียงยิ่งคิดเรื่องชั่ว ๆด้วยความอึดอัดคับข้อง แทนที่จะอยู่บ้านปรนนิบัติสามี เธอกลับนัดพบกับเซี่ยเล่อเหยาข้างนอกเพื่อวางแผนร้าย ส่วนหูเจี่ยต้องออกไปดูแลโรงทอผ้า ในบ้านจึงเหลือแค่นายท่านเจียงกับลูกสะใภ้บ่ายกว่า ชุ่ยอิงเพิ่งจะลงมาทานข้าว มาถึงตอนนี้ บ่าวไพร่ไม่มีใครกล้ารังแกเธออีก เพราะนายท่านเจียงประกาศชัด ว่าหากใครไม่ให้ความเคารพเธอจะถูกไล่ออกทันทีพวกบ่าวไพร่เห็นว่าขนาดบ่าวชายที่ตายเจ้านายยังปล่อยผ่านไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงไม่มีใครกล้าทำอะไรส่งเดชอีกหลังจากทานเสร็จ ทั้งสองก็แอบหายเข้าไปในห้องหนังสือหลังประตูปิดลง นายท่านเจียงรีบดึงลูกสะใภ้เข้ามากอด พลางเอ่ยถามเสียงแหบพร่า “เมื่อคืนหนูมีความสุขไหม”ชุ่ยอิงแสร้งพยักหน้าท่าทางเขินอาย ได้ยินอย่างนั้นอวัยวะเบื้องล่างของฮั่นเจี่ยก็ขึงขังขึ้นทันที รีบเชยคางของเธอขึ้นมาจูบเวลาของพวกเขามีไม่มาก เขาไม่ได้จับเธอเปลื้องผ้า เพียงล้วงเข้าไปใต้ชุดกี่เพ้าสีแดงดำ แล้วถอดชุด