Masukตกเย็น
“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา
“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉย
หลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัว
ทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่าง
ปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา
“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้ว
ถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน
“ก็เอามาให้คุณไง” เธอเอ่ยบอกเขา
“เอามาทำไม” เขาถามกลับไปทันที
“ก็นี่ที่นอนของคุณ” เธอพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่โซฟาตรงที่เขานั่งอยู่ในตอนนี้
“จะให้แขกนอนบนโซฟาเนี่ยน่ะ” เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากันกับเธอยืนเอาแต่ยืนพูดปาว ๆ
“แล้ว ว้าย...”
“จะร้องเสียงดังทำไม อยากให้ข้างบ้านได้ยินหรือไง หืม...”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ ปุณณธีร์ก็รวบตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอดของเขา แล้วเอ่ยแซวเธอขึ้นมาทันที ที่เธอเผลอร้องเสียงดัง
“คุณก็ปล่อยน้ำสิ” เธอลดน้ำเสียงที่เบาลง และพยายามดิ้นอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของเขา
“ปล่อยนะปล่อยแน่ แต่ปล่อยในน่ะ” เขาพูดพร้อมด้วยสายตาที่มองเธออย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ที่กระซิบที่ข้างหูเธอในประโยค
“คุณ อืม...”
เสียงของเธอถูกปิดด้วยปากหยักของเขาทันที อย่างรวดเร็ว เธอไม่ทันจะได้เอ่ยปากต่อว่าอะไร เขาก็ใช้ความไวปิดปากเธอเข้าเสียแล้ว
“อยาก” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอก เมื่อถอนจูบออกจากปากของเธอ พร้อมกับลมหายใจที่ร้อนผาวที่เป่ารดใบหน้าของเธอ
“ไม่ได้น่ะ ตรงนี้มัน...”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นห้อง” เขาชิ่งพูดตัดหน้าเธอขึ้นมาเสียก่อน เมื่อรู้ว่าเธอกำลังกังวลและหาข้ออ้างที่จะปฏิเสธเขา
“...” เธอเอาแต่เงียบยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเหงนหน้าขึ้นมองสบตาเขา และพยักหน้าให้เบา ๆ เป็นคำตอบว่าตกลง
ปุณณธีร์จึงอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกในท่าเจ้า และไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่เดินสาวเท้ายาว ๆ ไปทางบันได และก้าวขาขึ้นบันไดทันทีอย่างระวัดระวัง โดยไม่คิดจะวางเธอลงเลย
พอขึ้นมาถึงชั้นบนก็เห็นว่ามีประตูห้องอยู่สองบานติดกัน และอีกฝั่งซึ่งเขามองดูด้วยตาเปล่า ก็พอจะรู้ว่าเป็นห้องน้ำอย่างแน่นอน เขาจึงจ้องมองไปที่เธอเพื่อต้องการคำตอบ และก็ได้คำตอบโดยการชี้นิ้วของเธอ
“ชมพูหวานเชียวน่ะ แต่เวลาเธออยู่ตัวฉันไม่เห็นจะอ่อนหวานเลย”
ทันทีที่เข้ามาภายในห้องนอนส่วนตัวของธารารินทร์ เขาวางเธอลง สายตาสำรวจมองรอบ ๆ ก่อนที่จะเอ่ยแซวขึ้นมา เพราะทุกอย่างในห้องนี้ประตับตกแต่งไปด้วยสีชมพูหวาน ซึ่งต่างจากที่คอนโดนเขามาก ที่เป็นโทนเทาดำ
“ถ้ายังแซวไม่หยุด คุณออกไป อืม...” เธอต่อว่าเขาไปก็เท่านั้น เพราะเขาที่ไวกว่า ก็ล็อคเธอเข้าไปประกบปากจูบทันที
“แค่แปลกตา ต่างจากคอนโดของเรามาก”
“ปิดไฟได้ไหม”
แล้วปุณณธีร์ก็ทำตามที่เธอขอ เขาเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ไฟด้านหลังเขาที่ติดกับผนังตรงทางเข้า แล้วใช้เท้าดันประตูห้องให้ปิดลง ก่อนที่จะดันเธอให้นอนลงรายไปกับที่นอนสีหวานของเธอ โดยที่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาจากทางหน้าต่าง
เขาจูบปรนเปรอเธอจนหนำใจแล้ว เขาจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นมาถอดเสื้อผ้าของเขาและเธอออก ผิวขาวผ่องเมื่อกระทบกับแสงจันทร์ที่สาดส่องมายิ่งทำให้เธอมีเสน่ห์ขึ้นยิ่งนัก
“จะทำอะไร” เธอรีบหุบขาเข้าหากัน และถามขึ้นทันทีด้วยความแปลกใจ ที่เขานั้นจับจาเธอแยกออกจากกันและก้มลงตรงหว่างขาเธอ
“อ้าขาออก”
เธอยอมทำตามที่เขาสั่ง ถึงแม้จะยังใจแปลกใจอยู่ก็ตาม เพราะทุกครั้งที่เขาจะทำแบบนี้ เขามักจะดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเสมอ ถึงจะทำแบบนี้กับเธอ แต่วันนี้เขาไม่ได้ดื่มเลยสักนิด ทำไมเขาถึงอยากจะทำนัก
“อืม พี่จ๋า มันเสียวมากเลย...” ทันทีที่ลิ้นลายสัมผัสกับกลีบน้องสาว เธอก็ครางเสียงกระเส่าออกมาทันที พร้อมกับมือที่ลูบกำเส้นผมเขาอย่างอัตโนมัติ
ลิ้นล้ายรังแกเธอแบบไม่พัก เขากระดกลิ้นรัว ๆ เพราะเธอมักจะอ่อนไหวกับสัมผัสตรงนี้มากเป็นพิเศษอยู่แล้ว เขาอยู่กับเธอมานานขนาดเขารู้ว่าจุดไหนที่เธอจะตอบสนองเขาดี
“อ้าย...”
และเมื่อเธอได้ปลดปล่อยน้ำหวานออกมา ลิ้นร้ายก็กวาดเลียกินให้จนหมด โดยที่เขาไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย
“ทำให้ผัวบ้างสิครับเด็กดี จุ๊บ” เขาจึงเอ่ยขอกับเธอและจุ๊บลงสัมผัสที่ปากเธอเบา ๆ ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนอนหงายข้างเธอ
เมื่อเขาเอ่ยขอมาแบบนี้ มีหรือที่ธารารินทร์จะกล้าปฏิเสธ ในเมื่อเขายังปรนเปรอให้เธอมีความสุขได้ เธอก็ต้องตามใจและเอาใจเขาบ้าง เพื่อเป็นการตอบแทน จะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
“เก็บฟันหน่อย อ๊า...” ทันทีที่ปากเล็กครอบลงที่แท่งเอ็น เขาก็ครางเสียงกระเส่าขึ้นมาทันที พร้อมกับมือหนาที่ลูบศีรษะเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดู
เธอทำหน้าที่ได้ดี จนเขาเอ่ยชมไม่ขาดปาก เธอเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากเขาที่เป็นคนสอนให้ด้วยกับมือ มีหรือที่เธอจะบกพร่องในเรื่องแบบนี้
“อ๊า เสียวหัวฉิบ จะแตกแล้ว...”
เมื่อรู้ว่าตัวเองใกล้จะถึงปลายอุโมงค์ เขาก็ยกสะโพกขึ้นสวนทันที แถมยังกดศีรษะของเธอลงให้ลึกเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะแช่ไว้อยู่สักพักเมื่อได้ปลดปล่อยความสุขกระจายเต็มโพลงปากนุ่ม
“อ้าส...”
แคร่ก!!!
เธอทุบที่หน้าขาของเขาอย่างแรง ก่อนที่จะดันตัวออก แล้วนั่งไอสำลักน้ำรักที่เขาได้ปลดปล่อยออกมาเข้าไปในลำคอของเธอ
“ขอโทษที่เผลอลืมตัว ทำไมไม่คายออกมา” เขารีบขอโทษขอโพยเธออย่างรู้สึกผิด ที่เผลอลืมตัวกดศีรษะเธอเอาไว้ จนเธอกลืนน้ำรักของเขาจนสำลักแบบนี้
“มันลงไปหมดแล้ว...”
จากนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมตัวเธอ ขาแกร่งดันขาเรียวเล็กให้แยกออกจากกัน มือหนาจับสาวจัวตนก่อนที่จะกดลงไปในร่องรักคับแคบของคนใต้ร่าง
“แม่งเอ้ย!!! สอดทุกวันก็ยังแน่นเหมือนเดิม อ๊า” เสียงกระเส่าสบถออกมาอย่างสุขสมเมื่อแก่นกายดำดิ่งลงลึกเข้าไปในกายสาว
“แล้วชอบหรือเปล่าค่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
“ชอบสิ แบบนี้ผัวจะไปไหนรอดครับ” พูดแล้วเข้าก็ก้มลงประกบปากของเธออย่างดูดดื่ม พร้อมกับสาดแรงตอกสะโพกอัดใส่เธออย่างหนักหน่วงตั้งแต่คราแรก เพราะอารมณ์ของเขาเตลิดไปไกลจนยากที่จะอ่อนแรงแล้ว
“พระจันทร์สวยมาก อยากเอาดอร์เลย” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น เมื่อเขายกศีรษะขึ้นและมองออกไปทางหน้าต่าง
“ไม่เอา”
“ถ้าอย่างนั้นขอทั้งคืนก็แล้วกัน...”
เขาไม่รอฟังคำตอบอะไรจากเธออยู่แล้ว เพราะถึงเธอจะห้ามเขาอย่างไร เขาก็ไม่เคยหยุดอยู่แล้วในเมื่อเขาเริ่มเขาก็จะหยุดมันเอง และเธอเองก็มีความต้องการเช่นกันเพียงแต่อาจจะไม่กล้าที่จะเอ่ยบอกเขาตรง ๆ
เขาจัดบทรักให้เธอไปในทุกท่วงท่า และทุกมุมของห้องนอนเล็กในค่ำคืนที่พระจันทร์สาดแสงส่องลงมาอย่างสวยงามแบบนี้ และกว่าบทเพลงรักจะจบลง ก็ทำเอาธาราริทร์นั่นหมดแรงเลยทีเดียว
และเธอหลับคาอกแกร่งไปในที่สุดเพราะความเหน็ดเหนื่อยที่ร่วมรักกันมาหลายชั่วโมง เขาเองก็ไม่รู้ว่าเอาพลังมาจากไหน มีอะไรกับเธอทีไรก็หื่นเป็นว่าเล่น เพราะคำว่าครั้งเดียวไม่เคยมีอยู่จริง
บทส่งท้าย(จบ)“จะรีบเดินไปไหนครับ? กำลังท้องอยู่นะ” เสียงทุ้มถามขึ้นทันที เมื่อเดินมาประชิดตัวเธอ เพราะเห็นว่าเธอรีบสาวเท้าเดินออกไปตั้งแต่เปิดประตูลงจากรถ“...” ธารารินทร์ไม่เอ่ยตอบ แต่กลับจะสาวเท้าเดินต่อ“เดี๋ยวสิน้ำ...” เขารีบคว้าตัวเธอเอาไว้เสียก่อน“...” เธอจึงหยุดและหมุนตัวหันหน้ามาสบตากันกับเขา แต่ก็ไม่ได้พูดหรือถามอะไรเขากลับไปทั้งนั้น“เดินเข้าไปด้านในพร้อมกันนะ” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้น“แต่...” เธอปฏิเสธด้วยใบหน้าที่มีแต่ความกังวล“เราแต่งงานกันแล้วนะน้ำ เราเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง น้ำจะกลัวอะไร” ปุณณธีร์รีบเอ่ยขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังมีความกังวลใจอะไรเขาพอจะเดาออกว่าสิ่งเธอกังวลอยู่นั้นคือเรื่องใด เป็นใครก็มีความกังวลทั้งนั้น เพราะด้วยหน้าที่การงานและสถานะทางสังคมเขาเพียบพร้อม แต่เขากลับเลือกเธอมาเป็นภรรยา“แต่คนที่นี่รู้จักน้ำแค่ในฐานะนักศึกษาฝึกงานเองนะคะ”“ใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาปะไร ใครกล้านินทาเมียของพี่ พี่จะไล่ออกให้หมดเลย”“ทำไมเอาแต่ใจแบบนี้ค่ะ” เธอไม่รู้จะสันหาคำไหนมาอ้าง“พี่ไม่ได้เอาแต่ใจอย่างเดียวนะ พี่เอาน้ำด้วย เอาทุกวันจนตอนนี้ก็ท้องแล้ว เจ๋งไหมล่ะ” เขาจึงพูด
มันไม่มีอะไรเลย“เปิดห้องไหมเพื่อน” ปุณณธีร์เห็นแล้วนึกหมั่นไส้ปนวัฒน์ เขาจึงเอ่ยขึ้นมาทันทีด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วอย่างประชดประชัน“พี่ธาม” แต่กลับถูกธารารินทร์ที่นั่งข้าง ๆ ดุเอาไว้เสียก่อน“มึงเองก็ใช่ย่อยไอ้ธาม ที่คอน้องน้ำยังมีรอยแดงอยู่เลย” ปนวัฒน์สวนขึ้นมาทันที พร้อมกับเพยิดหน้าไปมองทางธารารินทร์แล้วแซวออกมา ไม่ได้อยากจะแซวคืนหรอกเพียงแต่มันมาแซวเขาก่อน“แต่กูก็ไม่ทำอะไรแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนไหมว่ะ อย่างน้อย ๆ ก็เกรงใจคนโสดแบบไอ้ภูมันหน่อย”“เกี่ยวไรกับกูอีกว่ะเนี่ย” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเพื่อนทั้งสองกำลังถกเถียงกันแต่สุดท้ายก็มาจบลงที่เขา“แล้วนั่น มึงมองอะไรว่ะ” ปนวัฒน์ถามขึ้นทันที ที่ทัพพ์ภูวิศเอาแต่สนใจอะไรบางอย่างอยู่ข้างล่าง โดยไม่สนใจพวกเขาเลย ขนาดปากพูดกับเพื่อนแต่สายตากลับจับจ้องลงไปที่ชั้นล่าง“ปะเปล่า” เจ้าตัวรีบปฏิเสธทันควันด้วยน้ำเสียงติดขัด“กูว่ามึงกำลังมีพิรุธนะไอ้ภู” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาเมื่อสังเกตอาการของเพื่อนไม่ค่อยปกติ นั่งอยู่ไม่เป็นสุขแล้วตอนนี้ ร้อนรนเหมือนคนมีอะไรปิดบัง“เปล๊า” ทัพพ์ภูวิศปฏิเสธเสียงสูง“มึงมี...” ปนวัฒน์จี้ขึ้นมาอีกคน“กูขอตัวกลับก่อนนะ
เลี้ยงฉลองสองสัปดาห์ต่อมา“คืนนีกูไท้ได้อยู่เป็นเพื่อนพวกมึงนานนะ เมียกูท้องด้วยไม่อยากพาอยู่ในที่แบบนี้นาน” ปุณณธีร์เอ่ยบอกกับเพื่อนทั้งสองขึ้นมาทันทีที่เขานั่งลงภายในห้องวีไอพีที่ไว้สำหรับรับรองพวกเพื่อนเขาปุณณธีร์นัดเพื่อนทั้งสองมาเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสที่เขานั้นมีครอบครัว ต่อจากปนวัฒน์ โดยที่พวกเขาทั้งสามตั้งกฎขึ้นมาเอง และสถานที่ก็เป็นสถานบันเทิงของปุณณธีร์นั้นเองแต่เจ้าตัวกลับอยู่ในสถานที่แบบนี้นานไม่ได้ เพราะหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยากำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาจึงรีบชิ่งบอกกับเพื่อนเอาไว้ก่อน และเพื่อนก็รับรู้และเข้าใจดีเพราะอีกคนที่พึ่งจะผ่านการเป็นพ่อมาหมาด ๆ ก็ผ่านสถานการณ์แบบนี้มาแล้วเช่นกันส่วนอีกคน นั่นก็คือทัพพ์ภูวิศ เขายังไงก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของเพื่อน เพราะเขานั้นตัวคนเดียว ยังไม่มีแฟนยังไม่มีลูก เขาจะอยู่ในสถานที่หรือสถานการณ์แบบไหนเขาได้อยู่แล้ว“ที่นี่มันก็ที่ของมึงไหมไอ้ธาม” ทัพพ์ภูวิศเอ่ยขึ้น เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนต้องรีบชิ่งบอกขนาดนั้น รู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วว่าคนมีครอบครัวความคิดและทัศนคติเปลี่ยนแน่ แต่เขาแค่อยากจะแซวเพียงเท่านั้นตามประสาที่คบกันมาตั้งน
ฝันดีนะครับบ้านพัชรเหมรัตน์“พี่ทิพย์ นี่มันก็ดึกมากแล้วพี่จะออกไปไหนอีก” ปัณณธรถามขึ้นมาทันที เมื่อเขานั้นกำลังเอนกายนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนโซฟาที่ห้องโถงของบ้าน แล้วเห็นคนเป็นพี่สาวเดินลงมาทั้งที่เป็นเวลาดึกมากแล้วทั้งคู่กลับมารถคันเดียวกัน โดยที่ปัณณธรเป็นคนขับและถึงบ้านมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว และเขาเองก็พึ่งได้รับข้อความจากคนเป็นแม่ว่าพวกท่านแวะหาพักที่โรงแรมในต่างจังหวัดก่อนสักคืนจึงจะเดินทางกลับมาบ้านในอีกวันรุ่งขึ้นและเขาก็คิดว่าคืนนี้พี่สาวก็คงจะค้างที่บ้านแน่ หลังจากที่พี่สาวไม่เคยกลับมานอนที่บ้านเลยตั้งแต่ที่ทำงานในวงการบันเทิงแถมช่วงเกิดเรื่องวิวาห์ก็แทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลย และวันนี้ถ้าไม่ใช่วันสำคัญของพี่ชาย ครอบครัวคงไม่ได้เห็นหน้าปุณยวีร์แน่นอนและปัณณธรก็คิดผิดเพราะถึงจะดึกมากแค่ไหน พี่สาวของเขาก็หาทางออกจากบ้านอยู่ดี ไม่คิดห่วงชีวิตของตัวเองเลยหรืออย่างไร“เรื่องของฉัน แกเองก็โตแล้วนะ รู้ดีอยู่แล้วว่าฉันจะทำอะไรไม่น่าถามเลย” ปุณยวีร์เอ่ยตอบน้องชาย เมื่อรู้สึกว่ากำลังโดนสอบปากคำ“แต่แทนเป็นผู้ชายนะพี่ทิพย์” ปัณณธรลุกขึ้นนั่งจ้องมองไปที่พี่สาวพูดพร้อมกับสำรวจมองพี่สา
วิวาห์แบบเรียบง่ายงานแต่งของธารารินทร์และปุณณธีร์ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่บ้านเกิดของธารารินทร์เอง ตามความต้องการของเธอด้วยเอง เดิมทีผู้เป็นแม่ของเธอไม่ต้องการให้จัดงานเสียด้วยซ้ำ แต่ครอบครัวของเขาอยากทำให้ถูกต้องธารารินทร์จึงยอมให้จัดงานเพียงแค่เล็ก ๆ และทำตามประเพณีของคนที่บ้านไป ส่วนทางบ้านของปุณณธีร์นั้นซึ่งไม่ยอมแน่นอน โดยที่จะจัดงานขึ้นอีกรอบอย่างสมเกียรติในวันที่ธารารินทร์ให้กำเนิดลูกแล้ว“เหนื่อยไหมครับ” เสียงนุ่มเอ่ยถามคนเป็นภรรยาออกไป เมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงด้วยดีเมื่อพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างก็ทยอยแยกย้ายกันกลับ และครอบครัวของปุณณธีร์นั้นเดินทางกลับกันทันที เพราะหน้าที่การงานที่รออยู่“ไม่เลยค่ะ” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ“พวกลูกตามสบายเลยน่ะ” ธารทิพย์เอ่ยบอกกับลูกสาวและลูกเขยหมาด ๆ ซึ่งก็คือเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงนั้นเอง และกำลังจะเข้าห้องหอในค่ำคืนนี้“แล้วแม่จะไปไหน” ธารารินทร์เอ่ยถามคนเป็นแม่ขึ้นมาทันที ที่ผู้เป็นแม่พูดออกมาแบบนี้“แม่ขอไปนอนที่กระท่อมดีกว่า ไม่อยากรบกวนคู่บ่าวสาวเข้าห้องหอ” ธารทิพย์เอ่ยบอกตามตรง เพราะกระท่อมหลังเล็กที่ปลูกเอ
พร้อมวันไหนล่ะบ้านพัชรเหมรัตน์“ขอโทษนะครับพ่อแม่”ปุณณธีร์รีบยกมือขึ้นทำความเคารพผู้เป็นพ่อแม่และเอ่ยขอโทษขอโพยทันที ที่เขาพาธารารินทร์เข้ามาบ้าน หลังจากที่เขากลับจากโรงพยาบาล“คนที่แกควรขอโทษคือพ่อแม่ของน้องต่างหาก แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนลูกให้ทำกับผู้หญิงแบบนี้นะ” ปราณีตำหนิลูกชายขึ้นมาทันที ที่ทั้งคู่นั่งลงยังโซฟา“เรื่องนี้ผมจะไปกราบขอขมาท่านอย่างแน่นอนครับ แต่คราวนี้พ่อกับแม่ต้องเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอลูกสาวท่านให้ผมด้วยนะ...” เขาพูดขึ้นมาด้วยสายตาที่จริงจัง“พี่ธาม” ธารารินทร์รีบแทรกขึ้นมาทันที เพราะรู้ความหมายในสิ่งที่ปุณณธีร์พูดดี ว่าเขาหมายความว่าเช่นไร เขาพร้อมก็จริงแต่เธอยังไม่พร้อมเพราะเธอไม่เคยบอกกับผู้ให้กำเนิดว่าเธอนั้นคบหาดูใจกันกับใคร แถมตอนนี้ยังต้องครรภ์อีกด้วยผู้ให้กำเนิดปุณณธีร์ทั้งสองคนยิ้มออกมาทันที ที่ได้ยินลูกชายคนโตของบ้านพูดออกมาแบบนี้ เพราะลูกชายไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ทั้งที่พวกตนพยายามแหย่อยู่หลายครั้ง“พร้อมกันวันไหนล่ะ พรุ่งนี้เลยดีไหม” ธนาพูดขึ้นมาบ้างพร้อมกับใบหน้าที่ส่งยิ้มให้แก่ธารารินทร์อย่างนึกเอ็นดูที่เอาแต่นั่งก้มหน้า“คือว่า น้ำ...”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่ไ
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







