Masukตกเย็น
“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา
“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉย
หลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัว
ทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่าง
ปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา
“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้ว
ถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน
“ก็เอามาให้คุณไง” เธอเอ่ยบอกเขา
“เอามาทำไม” เขาถามกลับไปทันที
“ก็นี่ที่นอนของคุณ” เธอพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่โซฟาตรงที่เขานั่งอยู่ในตอนนี้
“จะให้แขกนอนบนโซฟาเนี่ยน่ะ” เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากันกับเธอยืนเอาแต่ยืนพูดปาว ๆ
“แล้ว ว้าย...”
“จะร้องเสียงดังทำไม อยากให้ข้างบ้านได้ยินหรือไง หืม...”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ ปุณณธีร์ก็รวบตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอดของเขา แล้วเอ่ยแซวเธอขึ้นมาทันที ที่เธอเผลอร้องเสียงดัง
“คุณก็ปล่อยน้ำสิ” เธอลดน้ำเสียงที่เบาลง และพยายามดิ้นอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของเขา
“ปล่อยนะปล่อยแน่ แต่ปล่อยในน่ะ” เขาพูดพร้อมด้วยสายตาที่มองเธออย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ที่กระซิบที่ข้างหูเธอในประโยค
“คุณ อืม...”
เสียงของเธอถูกปิดด้วยปากหยักของเขาทันที อย่างรวดเร็ว เธอไม่ทันจะได้เอ่ยปากต่อว่าอะไร เขาก็ใช้ความไวปิดปากเธอเข้าเสียแล้ว
“อยาก” เสียงแหบพร่าเอ่ยบอก เมื่อถอนจูบออกจากปากของเธอ พร้อมกับลมหายใจที่ร้อนผาวที่เป่ารดใบหน้าของเธอ
“ไม่ได้น่ะ ตรงนี้มัน...”
“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นห้อง” เขาชิ่งพูดตัดหน้าเธอขึ้นมาเสียก่อน เมื่อรู้ว่าเธอกำลังกังวลและหาข้ออ้างที่จะปฏิเสธเขา
“...” เธอเอาแต่เงียบยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเหงนหน้าขึ้นมองสบตาเขา และพยักหน้าให้เบา ๆ เป็นคำตอบว่าตกลง
ปุณณธีร์จึงอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกในท่าเจ้า และไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่เดินสาวเท้ายาว ๆ ไปทางบันได และก้าวขาขึ้นบันไดทันทีอย่างระวัดระวัง โดยไม่คิดจะวางเธอลงเลย
พอขึ้นมาถึงชั้นบนก็เห็นว่ามีประตูห้องอยู่สองบานติดกัน และอีกฝั่งซึ่งเขามองดูด้วยตาเปล่า ก็พอจะรู้ว่าเป็นห้องน้ำอย่างแน่นอน เขาจึงจ้องมองไปที่เธอเพื่อต้องการคำตอบ และก็ได้คำตอบโดยการชี้นิ้วของเธอ
“ชมพูหวานเชียวน่ะ แต่เวลาเธออยู่ตัวฉันไม่เห็นจะอ่อนหวานเลย”
ทันทีที่เข้ามาภายในห้องนอนส่วนตัวของธารารินทร์ เขาวางเธอลง สายตาสำรวจมองรอบ ๆ ก่อนที่จะเอ่ยแซวขึ้นมา เพราะทุกอย่างในห้องนี้ประตับตกแต่งไปด้วยสีชมพูหวาน ซึ่งต่างจากที่คอนโดนเขามาก ที่เป็นโทนเทาดำ
“ถ้ายังแซวไม่หยุด คุณออกไป อืม...” เธอต่อว่าเขาไปก็เท่านั้น เพราะเขาที่ไวกว่า ก็ล็อคเธอเข้าไปประกบปากจูบทันที
“แค่แปลกตา ต่างจากคอนโดของเรามาก”
“ปิดไฟได้ไหม”
แล้วปุณณธีร์ก็ทำตามที่เธอขอ เขาเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ไฟด้านหลังเขาที่ติดกับผนังตรงทางเข้า แล้วใช้เท้าดันประตูห้องให้ปิดลง ก่อนที่จะดันเธอให้นอนลงรายไปกับที่นอนสีหวานของเธอ โดยที่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาจากทางหน้าต่าง
เขาจูบปรนเปรอเธอจนหนำใจแล้ว เขาจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นมาถอดเสื้อผ้าของเขาและเธอออก ผิวขาวผ่องเมื่อกระทบกับแสงจันทร์ที่สาดส่องมายิ่งทำให้เธอมีเสน่ห์ขึ้นยิ่งนัก
“จะทำอะไร” เธอรีบหุบขาเข้าหากัน และถามขึ้นทันทีด้วยความแปลกใจ ที่เขานั้นจับจาเธอแยกออกจากกันและก้มลงตรงหว่างขาเธอ
“อ้าขาออก”
เธอยอมทำตามที่เขาสั่ง ถึงแม้จะยังใจแปลกใจอยู่ก็ตาม เพราะทุกครั้งที่เขาจะทำแบบนี้ เขามักจะดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเสมอ ถึงจะทำแบบนี้กับเธอ แต่วันนี้เขาไม่ได้ดื่มเลยสักนิด ทำไมเขาถึงอยากจะทำนัก
“อืม พี่จ๋า มันเสียวมากเลย...” ทันทีที่ลิ้นลายสัมผัสกับกลีบน้องสาว เธอก็ครางเสียงกระเส่าออกมาทันที พร้อมกับมือที่ลูบกำเส้นผมเขาอย่างอัตโนมัติ
ลิ้นล้ายรังแกเธอแบบไม่พัก เขากระดกลิ้นรัว ๆ เพราะเธอมักจะอ่อนไหวกับสัมผัสตรงนี้มากเป็นพิเศษอยู่แล้ว เขาอยู่กับเธอมานานขนาดเขารู้ว่าจุดไหนที่เธอจะตอบสนองเขาดี
“อ้าย...”
และเมื่อเธอได้ปลดปล่อยน้ำหวานออกมา ลิ้นร้ายก็กวาดเลียกินให้จนหมด โดยที่เขาไม่เคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย
“ทำให้ผัวบ้างสิครับเด็กดี จุ๊บ” เขาจึงเอ่ยขอกับเธอและจุ๊บลงสัมผัสที่ปากเธอเบา ๆ ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนอนหงายข้างเธอ
เมื่อเขาเอ่ยขอมาแบบนี้ มีหรือที่ธารารินทร์จะกล้าปฏิเสธ ในเมื่อเขายังปรนเปรอให้เธอมีความสุขได้ เธอก็ต้องตามใจและเอาใจเขาบ้าง เพื่อเป็นการตอบแทน จะได้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
“เก็บฟันหน่อย อ๊า...” ทันทีที่ปากเล็กครอบลงที่แท่งเอ็น เขาก็ครางเสียงกระเส่าขึ้นมาทันที พร้อมกับมือหนาที่ลูบศีรษะเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดู
เธอทำหน้าที่ได้ดี จนเขาเอ่ยชมไม่ขาดปาก เธอเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากเขาที่เป็นคนสอนให้ด้วยกับมือ มีหรือที่เธอจะบกพร่องในเรื่องแบบนี้
“อ๊า เสียวหัวฉิบ จะแตกแล้ว...”
เมื่อรู้ว่าตัวเองใกล้จะถึงปลายอุโมงค์ เขาก็ยกสะโพกขึ้นสวนทันที แถมยังกดศีรษะของเธอลงให้ลึกเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะแช่ไว้อยู่สักพักเมื่อได้ปลดปล่อยความสุขกระจายเต็มโพลงปากนุ่ม
“อ้าส...”
แคร่ก!!!
เธอทุบที่หน้าขาของเขาอย่างแรง ก่อนที่จะดันตัวออก แล้วนั่งไอสำลักน้ำรักที่เขาได้ปลดปล่อยออกมาเข้าไปในลำคอของเธอ
“ขอโทษที่เผลอลืมตัว ทำไมไม่คายออกมา” เขารีบขอโทษขอโพยเธออย่างรู้สึกผิด ที่เผลอลืมตัวกดศีรษะเธอเอาไว้ จนเธอกลืนน้ำรักของเขาจนสำลักแบบนี้
“มันลงไปหมดแล้ว...”
จากนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมตัวเธอ ขาแกร่งดันขาเรียวเล็กให้แยกออกจากกัน มือหนาจับสาวจัวตนก่อนที่จะกดลงไปในร่องรักคับแคบของคนใต้ร่าง
“แม่งเอ้ย!!! สอดทุกวันก็ยังแน่นเหมือนเดิม อ๊า” เสียงกระเส่าสบถออกมาอย่างสุขสมเมื่อแก่นกายดำดิ่งลงลึกเข้าไปในกายสาว
“แล้วชอบหรือเปล่าค่ะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
“ชอบสิ แบบนี้ผัวจะไปไหนรอดครับ” พูดแล้วเข้าก็ก้มลงประกบปากของเธออย่างดูดดื่ม พร้อมกับสาดแรงตอกสะโพกอัดใส่เธออย่างหนักหน่วงตั้งแต่คราแรก เพราะอารมณ์ของเขาเตลิดไปไกลจนยากที่จะอ่อนแรงแล้ว
“พระจันทร์สวยมาก อยากเอาดอร์เลย” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้น เมื่อเขายกศีรษะขึ้นและมองออกไปทางหน้าต่าง
“ไม่เอา”
“ถ้าอย่างนั้นขอทั้งคืนก็แล้วกัน...”
เขาไม่รอฟังคำตอบอะไรจากเธออยู่แล้ว เพราะถึงเธอจะห้ามเขาอย่างไร เขาก็ไม่เคยหยุดอยู่แล้วในเมื่อเขาเริ่มเขาก็จะหยุดมันเอง และเธอเองก็มีความต้องการเช่นกันเพียงแต่อาจจะไม่กล้าที่จะเอ่ยบอกเขาตรง ๆ
เขาจัดบทรักให้เธอไปในทุกท่วงท่า และทุกมุมของห้องนอนเล็กในค่ำคืนที่พระจันทร์สาดแสงส่องลงมาอย่างสวยงามแบบนี้ และกว่าบทเพลงรักจะจบลง ก็ทำเอาธาราริทร์นั่นหมดแรงเลยทีเดียว
และเธอหลับคาอกแกร่งไปในที่สุดเพราะความเหน็ดเหนื่อยที่ร่วมรักกันมาหลายชั่วโมง เขาเองก็ไม่รู้ว่าเอาพลังมาจากไหน มีอะไรกับเธอทีไรก็หื่นเป็นว่าเล่น เพราะคำว่าครั้งเดียวไม่เคยมีอยู่จริง
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
ครอบครัวรู้ยังหกเดือนต่อมาการศึกษาของธารารินทร์เดินทางมาถึงปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะจบการศึกษา และตอนนี้เธอก็ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของปุณณธีร์อีกด้วย เพราะเขาไม่ยอมให้เธอไปฝึกงานที่อื่น...ระหว่างที่ฝึกงานในบริษัทของเขา เธอก็บังเอิญได้ยินพนักงานที่บริษัทเล่าขานต่อ ๆ กันมามากมายว่า ตระกูลพัชรเหมรัตน์จะมีงานมงคลเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นคนแรกของตระกูลอีกด้วยที่จะมีงานวิวาห์“ทำอะไรอยู่เหรอ หอมเชียว” เขาที่เดินเข้ามาหาถามขึ้น และสวมกอดจากทางด้านหลังคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเป็นแม่อยู่ทันทีพักหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด เขามักจะแสดงปฏิกิริยาอ่อนหวานเอาใจเธอมากเป็นพิเศษ จนเธออดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขานั้นมีใจให้เธอเข้าแล้ว หรืออาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ใกล้จะจบลงอันนี้เธอก็คาดเดาอะไรไม่ได้“ไข่เจียวหมูสับของโปรดคุณเลย ถอยออกก่อนค่ะน้ำจะล้างมือ” เธอเอ่ยตอบคนที่กำลังยืนกอดเธออยู่ด้านหลัง พร้อมกับบอกให้เขาถอยห่างจากเธอ“ก็ล้างไปสิ”เมื่อทำอะไรคนตีมึนแบบปุณณธีร์ไม่ได้ ธารารินทร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะข
เอามาทำไม NCตกเย็น“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉยหลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัวทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่างปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน“ก
แฟนไอ้น้ำมันเหรอ“ทิพย์” พิมพา พี่สาวของธารทิพย์เอ่ยขึ้นทันที ขณะที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักพื้นของผู้ป่วยโรงพยาบาลธารทิพย์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่หัวเข่าถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลคืนหนึ่ง เพื่อรอตรวจเช็คอาการอีกทีในวันพรุ่งนี้“พี่พิมพ์” ธารทิพย์เอ่ยเรียกพี่สาว และมองด้วยความแปลกใจ ที่พี่สาวเธอมา เพราะมั่นใจดีว่าเธอไม่ได้ส่งข่าวบอกแน่ ว่าเกิดอุบัติเหตุ“ป้าพิมพ์ สวัสดีค่ะ” ธารารินทร์ยกมือขึ้นไหว้พี่สาวของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือป้าของเธอนั้นเอง“สวัสดีจ้ะ ไปอยู่กรุงเทพสวยขึ้นเยอะเลย แล้วนี่...” พิมพายิ้มรับ แล้วไม่ลืมที่จะเอ่ยแซว พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าห้องนี้มีชายหนุ่มอยู่ด้วย“สวัสดีครับ” ปุณณธีร์ที่รู้หน้าที่เขาก็ยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทันทีโดยที่ไม่ต้องมีใครคอยบอกสอนเลยกับเรื่องแบบนี้ ถึงเขาจะเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนอื่นยาก แต่การอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่เขาก็รู้จักการะเทศะอยู่แล้ว“สวัสดีจ้ะ เป็นแฟนไอ้น้ำมันเหรอ” พิมพาพูดโต้ง ๆ ขึ้นมาทันทีตามที่คิด เพราะเธอคิดว่าคงไม่ใช่คนอื่นคนไกลแน่ ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้อ หากไม่ใช่คนสำคัญของหลานสาว
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







