LOGINเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้ว
เขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี
“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที
“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน
“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา
“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ
“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน
“ก็ยังเรียนไม่จบ”
“หมายถึงตอนนี้น้องเขายังเรียน?” ทัพพ์ภูวิศถามต่อ
“ฝึกงานแล้ว”
“จริงจัง พร้อมที่จะหยุดกับคนนี้?” ทัพพ์ภูวิศถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“คงงั้นมั้ง เอากันมานานขนาดนี้แล้ว ก็คงจะหยุดแหละเพราะกูก็ไม่คิดที่อยากจะไปมีอะไรกับใครอีกเลย” เขาพูดบอกเพื่อนที่งหมดเท่าที่จะสาามารถเล่าได้ เพราะเขาเป็นแบบนั้นจริง
ตั้งแต่เขามีธารวารินทร์มาอยู่ด้วย เขาก็ไม่เคยไปมีความสัมพันธ์กันผู้หญิงคนไหนอีกเลย เพราะแค่มีอะไรกับเธอก็กินเวลาไปเยอะแล้วในแต่ละวัน เขาจะเอาเวลาไหนไปนอนกับคนอื่นอีก
แถมข้างนอกเขาก็ต้องป้องกันอีก เพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงข้างนอกผ่านอะไรมาบ้าง ส่วนกับธารารินทร์เขาไม่ต้องกังวลเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น สบายใจแถมอยากได้เวลาไหนหรือตรงไหน เขาสามารถทำได้ตลอด
“แล้วครอบครัวมึงว่าไง” ทัพพ์ภูวิศถามขึ้นอีกประเด็น เพราะครอบครัวของเขาอยากให้เขามีแฟนและสร้างครอบครัวแต่งงานมานานแล้ว
“ยังไม่มีใครรู้” เขาเอ่ยบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“ครอบครัวมึงไม่รู้? แบบนี้มึงก็แค่เก็บน้องเขาไว้เป็นแค่ของเล่นหรือไงว่ะ ถ้ากูเป็นน้องเขากูจะหนีจากมึงไปไกล ๆ เลย สถานะก็ไม่ให้ครอบครัวก็ไม่รับรู้” ทัพพ์ภูวิศพูดขึ้นมาด้วยควาหมั่นไส้ทันที
“กูไม่คุยกับมึงแล้ว กลับก่อนนะดึกมากแล้ว ส่วนเหล้าวันนี้ถือว่ากูเลี้ยงอยากสั่งเพิ่มก็ตามสบายได้เลย จะหิ้วใครกลับก็ดูด้วยว่าเมียใครหรือเปล่า”
เมื่อตระหนักได้ว่าสิ่งที่เพื่อนพูดมานั้นมีเหตุผลมากพอสมควร เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องนี้ไปทันที โดยทิ้งให้ทัพพ์ภูวิศอยู่คนเดียวทั้งที่เขาเป็นคนนัดเพื่อนออกมาแท้ ๆ
*
*
รุ่งเช้า
เช้าวันนี้ปุณณธีร์ตื่นขึ้นด้วยความเงียบเหงา เพราะไร้เงาและเสียงของหญิงสาวที่เคยนอนกกกอดมานานเกือบสองปี
หลังจากที่เขากลับมาจากสถานบันเทิง เขาก็เข้านอนเลย เพราะคิดว่าเธอแค่อาจจะงอนเขา แล้วไปค้างกับเพื่อนของเธอก็ได้ เพราะศราวินบอกว่าวันนี้เห็นไปกับเพื่อนของเธอที่ฝึกงานด้วยกัน เขาเลยไม่ต้องกังวลหรือห่วงอะไร เพราะรู้ดีว่าทั้งคู่สนิทเป็นคนเช่นไร
เขาจึงแต่งตัวออกไปทำงานที่บริษัทดั่งเช่นทุกวันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคืออาการหงุดหงิดของเขานี่แหละ พอแต่ย่างกรายเข้าไปในบริษัทแค่นั้น เขาก็ระบายอารมณ์ใส่ทุกคนทันทีเพราะวันนี้ธารารินทร์ไม่ยอมเข้าบริษัท พอถามเพื่อนของเธอ ก็ได้คำตอบที่ทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมากว่าเดิม
“คุณธามจะออกไปไหนครับ” ศราวินถามผู้เป็นเจ้านายขึ้นมาทันที ขณะที่่เจ้าตัวพึ่งจะนั่งลงที่เก้าอี้ได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ แต่กลับต้องลุกขึ้นและกำลังจะเดินออกไปอีก
“กลับบ้าน” เสียงเข้มตอบออกไปเพียงแค่นั้น
“แต่คุณธาม...”
“กูไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น ส่วนงานถ้ามีเอกสารสำคัญตอนเย็นก็เอาไปส่งให้ด้วย” พูดขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว ก่อนจะสั่งงานกับลุกน้องคนสนิทเอาไว้ แล้วเขาก็เดินออกไปจากห้องทำงานด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด
“เฮ้อ...อาการหลงรักเด็กมันหนักถึงขนาดนี้แล้วยังจะมาทำฟอร์มอวดเก่งปากแข็งอยู่อีกนะครับคุณธาม” ศราวินพูดกับตัวเองเมื่อเห็นอาการของผู้เป็นเจ้านาย หลังจากที่ปุณณธีร์เดินจากไปแล้ว
และหลังจากนั้น ศราวินก็เริ่มเก็บเอกสารทำความสะอาดโต๊ะทำงานของผู้เป็นนายให้เรียบร้อยด้วยตัวของเขาเองอีกเช่นเคย ทุกพื้นที่จะมีแม่บ้านคอยทำความสะอาด มีเพียงห้องทำงานส่วนตัวของเขาเท่านั้นที่ไม่ให้แม่บ้านเก้าก่ายเข้ามา
หน้าที่เลยตกมาอยู่ที่ศราวินทั้งหมด และบุคคลที่สามารถเข้าออกห้องนี้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก้เพียงแค่ศราวิน และก็ครอบครัวของเขาเองเท่านั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา”
“แล้วบอสล่ะพี่วิน” แอมราถามแฟนหนุ่มขึ้นมาทันที เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วไม่เห็นเจ้านายอยู่ภายในห้องนี้เลย
“ออกไปแล้ว” เสียงเรียบเอ่ยตอบพร้อมกับดึงแฟนสาวเข้ามากอดเอวเอาไว้
แอมราพยายามแกะมือเขาออกเพราะกลัวจะมีใครเข้ามาเห็น แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะศราวินกอดไว้แน่น และส่งเสียงขู่ เธอจึงได้แต่ยืนนิ่ง ๆ ให้เขากอดอยู่แบบนั้น
“แล้วบอสไปไหน?” เธอเอ่ยขึ้นเมื่อยังไม่ได้คำตอบในสิ่งที่ต้องการ
“คงไปตามหาหัวใจมั้ง” ศราวินพูดเพียงแค่นั้น เพราะรู้ดีว่าแฟนสาวก็คงจะรู้ในสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่แล้ว ว่าหมายความเช่นไร
“???”
“มาหาคุณธามแต่เช้ามีอะไรหรือเปล่า หรือว่าคิดถึงพี่” ศราวินถามแฟนสาวขึ้นมาบ้าง เพราะเธอไม่เข้ามาในห้องนี้ง่าย ๆ ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนที่สำคัญจริง
“แล้วเอกสารนี่” เธอยกเอกสารที่ถือมาด้วยนั้นขึ้นให้แฟนหนุ่มดู
“วางไว้ที่โต๊ะก่อน ตอนเย็นพี่จะเอากลับไปให้คุณธามเซ็นเอง” เขาดึงเอกสารในมือของแฟนสาวมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของผู้เป็นเจ้านาย
“วันนี้ที่แผนกเหมือนไม่เห็นน้องน้ำน่ะพี่วิน” แอมราพูดขึ้นมาทันที
“นี่แหละที่เป็นสาเหตุให้เจ้านายเราเป็นแบบนี้”
“ทะเลาะกันหรอ?” เธอเลิกคิ้วมองหน้าแฟนหนุ่ม แล้วถามออกไป
“ไม่รู้เหมือน แต่อย่าไปสนใจเรื่องของเจ้านายเลย เราทำงานของเราดีกว่า” ศราวินพูดพร้อมกับมองหน้าแฟนสาวด้วยสายตาที่เจ้าเล่ห์
“พี่วิน” เธอดุแฟนหนุ่มออกไป แล้วก็เดินออกไปจากห้องทำงานของเจ้านายทันที ขืนอยู่ต่อมีหวังว่าเธอโดนเขาจับกินแน่
ต่ออีกนะ“ต่อเลยนะ คราวนี้คงไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาได้แล้วละ” เสียงเรียบเอ่ยขอพร้อมกับบอกเธอด้วยความมั่นใจ เพราะเห็นปัณณธรล็อคประตู้ให้ด้วยตาของตัวเอง“น่าอายจังเลย”“ไอ้แทนมันก็บอกอยู่ว่ามันไม่เห็นอะไร” เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอสบายใจ“แต่...”“พี่รู้จักน้องชายของพี่ดี และพี่ก็เชื่อว่าแทนเองก็ให้เกียรติน้ำ มันไม่ได้มองอย่างที่มันบอกแน่นอน” เขาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักนิสัยของน้องชายเขาดีว่าปัณณธรพูดจริง“ต่อไปน้ำจะกล้าสู้หน้าแทนได้ยังไงค่ะ” เธอเอ่ยด้วยความกังวล“ก็ไม่ต้องไปมองไงครับ มองแค่พี่คนเดียวก็พอแล้ว เพราะพี่คือผัวของน้ำ” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาปุณณธีร์จึงลุกขึ้นถอดกางเกง และถอดเสื้อผ้าของธารารินทร์ออกด้วย กายแกร่งแทรกนั่งตรงหว่างขาของเธอ มือใหญ่กำสาวตัวตน และกดแทรกเข้าไปในร่องรักสีหวานของหญิงสาวทันที“อ๊า ยังแน่นเหมือนเดิมเลย เจ็บไหมครับ” เสียงกระเส่าเอ่ยถาม แต่สายตากลับยังคงจ้องมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและเธอ“ไม่เลยค่ะ แค่อึดอัดนิดหน่อย” เธอส่ายหน้าตอบเขา แต่มือกลับจิกเล็บลงที่แขนของเขาอย่างแรงแบบไม่รู้ตัว “ถ้าไม่ไหวน้ำบ
ไม่เห็นอะไรใช่ไหม“ก็ใครจะไปรู้ว่าน้ำยาของพี่มันจะดีขนาดนี้ พึ่งให้หมอฉีดไปแค่เข็มแรกเองพี่ก็เสกลูกเข้าท้องน้ำได้สำเร็จ พอคลอดคนนี้แล้วเรามีคนต่อไปเลยน่ะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและสวมกอดเธอเอาไว้อย่างแน่น“บ้าไปหรือเปล่าค่ะ” เธอดุเขาออกไปทันที เมื่อเขาคิดเตลิดไปไกลวาดฝันถึงเรื่องมีลูกคนที่สอง เขาคิดออกมาได้ยังไง ทั้งที่คนแรกก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกเลย“ครับ พี่มันบ้าและตอนนี้ก็บ้ามาก ๆ เลย ตั้งแต่ที่เมียหนีไปอยู่ที่่อื่นพี่ก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอออกมาตามตรง เพราะไม่มีที่จะต้องปิดบังแล้ว ถ้าจะเสียหน้าก็ช่างเพื่อแลกกับการที่ได้เธอมาครอบครองอยู่ในชีวิตของเขา“น่าจะบอกความจริงให้เร็วกว่านี้หน่อย น้ำจะได้ตั้งรับทัน” ถึงจะอยากโกรธเขามากสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจทำได้ เพราะเธอเองก็เต็มใจมอบกายมอบใจให้เขาไปแล้ว“ขอโทษที่พี่เป็นคนขี้ขลาดกับเรื่องแบบนี้นะ แต่การกระทำของพี่มันไม่ขี้ขลาดนะ ลองดูอีกก็ได้ พี่ทำได้ดีเลยทีเดียว” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกของเขาก็เลื้อยมาที่ลูบที่หน้าท้องและเลื่อนลงมาลูบที่เนินสามเหลี่ยมมของเธอ“หื่นก็ขอให้เลือกสถานที่บ้างนะคะว่าที่คุณพ่อ” เธอเอ็ดเขาไปเช่นนั้น
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







