LOGINหญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้
“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”
สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารารินทร์ไปทำงานตรงจุดไหน
“ทำไมล่ะพี่ใบหม่อน...” ปุยฝ้ายถามออกไปในทันอย่างสงสัย
“อยู่ใกล้เจ้าของคลับ มีอะไรเขาจะได้เคลียร์ได้เร็วไง...” ผู้จัดการจึงบอกเหตุผลออกไปตามตรง เพราะเธอไม่อยากมาจัดการอะไรเองแบบนี้แล้ว จึงมอบหน้าที่นี้ให้แก่เจ้าของสถานที่นี่จัดการเองเลย และอีกอย่างสามีของเธอก็เป็นตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่นี้ด้วย
“อ๋อ ค่ะ ๆ” ปุยฝ้ายได้แต่เออออตามที่หญิงสาวผู้จัดการบอก เพราะเธอไม่มีสิทธิ์อะไรไปมากกว่านี้อยู่แล้ว ครั้นจะปฏิเสธก็ไม่ได้อีก เพราะงานคือเงิน
“ตามมา เดี๋ยวเจ้จะพาไปเปลี่ยนชุดดูสิใส่ชุดอะไรมาก็ไม่รู้ เรียบร้อยอย่างกับจะไปปฏิบัติธรรมเสียอย่างนั่นแหละ” แล้วหญิงสาวก็หันมาพูดกับธารารินทร์
ธารารินทร์ยืนนิ่ง เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี เธอทั้งรู้สึกดีใจที่ได้เริ่มงานและทั้งยังรู้สึกประหม่าอีกด้วย ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วก้าวตามออกไปทางห้องแต่งตัวของที่นี่
*
*
ใช้เวลาไม่นาน ใบหม่อนก็แปลงโฉมให้ธารารินทร์เสร็จเป็นที่เรียบร้อย เพราะเธอไม่ต้องแต่งเติมอะไรมากเลย บวกกับใบหน้าเธอสวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย
“ตามออกมาสิ” หญิงผู้จัดการเอ่ยบอกอีกครั้ง เมื่อพาธารารินทร์มาเปลี่ยนชุดและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะพาเธอขึ้นไปที่ด้านบนฝากตัวกับเจ้านายต่อ
“...” ธารารินทร์เอาแต่ยืนนิ่งไม่กล้าเดินตามไป พร้อมกับพยายามที่จะดึงกระโปรงที่เธอสวมใส่อยู่ในตอนนี้นั้นลงมาปิดที่ต้นขาของเธอ
“ถ้ามัวแต่ดึงกระโปรงลงอย่างนั้นก็ไม่ต้องมาทำงานในที่แบบนี้หรอก มีความมั่นใจในตัวเองหน่อยสิ ยืดตัวตรงอย่างก้มหน้า มันเสียบุคลิก” หญิงผู้จัดการได้แต่ตำหนิเธอ เมื่อเห็นท่าทีของธารารินทร์
“ก็มันยังไม่ชินค่ะพี่...” เธอตอบออกไปเพียงแค่นั้น
“ตามมา จะพาไปพบคุณแทนไท...” หญิงผู้จัดการเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“คุณแทนไทคือใครหรือค่ะพี่...” ธารารินทร์ถามขึ้นทันที เมื่อชื่อที่ผู้จัดการคนนี้บอกนั้นช่างคุ้นหูของเธอเสียเหลือเกิน
“คุณแทนไทคือน้องชายคุณธาม เจ้าของคลับแห่งนี้ยังไงล่ะ แต่ช่วงนี้คุณแทนไทจะเข้ามาดูแลก่อน เพราะคุณธามติดงานที่อื่น...” หญิงผู้จัดการเอ่ยบอกเธอออกไปตามตรง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้อยากรู้อะไรไปมากกว่านี้ก็ตาม
ธารารินทร์ทำได้เพียงแค่พยักหน้าให้คนตรงหน้าอย่างรับรู้ แล้วก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะสาวเท้าเดินตามหญิงผู้จัดการออกไปในทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณแทนค่ะ พี่มีเด็กใหม่ฝากเข้ามาอีกคนค่ะ” หญิงสาวผู้จัดการเอ่ยบอกคนด้านในห้อง เมื่อเคาะประตูขออนุญาตคนด้านในห้อง
“เข้ามาได้เลยครับพี่ใบหม่อน” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยบอก เมื่อรู้ว่าเสียงคนด้านนอกที่เคาะประตูเมื่อสักครู่นั้นเป็นใคร
ธารารินทร์ก้าวเดินเข้าไปตามหลังของหญิงผู้จัดการด้วยความรู้สึกที่กำลังประหม่า เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของเสียงเรียบเมื่อสักครู่นั้นเป็นใครหน้าตาเป็นแบบไหนจะดุเหมือนกับเสียงหรือเปล่า แต่เสียงที่เธอได้ยินนั้นช่างคุ้นหูเธอเสียเหลือเกิน
“เออ...พอดีว่าน้องเขาอายุยังไม่ถึงยี่สิบ พี่เลยให้มาคอยบริการคุณแทนไทที่นี่แทนค่ะ...” หญิงผู้จัดการเอ่ยบอกกับคนในห้องออกไปตามตรง
“ยังไม่ถึงยี่สิบ? และพี่ใบหม่อนจะรับเข้ามาทำไมครับ ถ้าพี่ธามรู้เข้าแทนกับพี่จะไม่ซวยใช่ไหม...” ชายหนุ่มเจ้าของห้องทำงานพูดออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมผู้จัดการคนนี้ถึงรับคนที่อายุไม่เข้าเกณฑ์เข้ามาอีกแล้ว
ธารารินทร์ที่อยู่ข้างหลังผู้จัดการจึงก้าวออกมาเผชิญหน้ากับคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน โดยที่เธอยังก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาใครเลย
“คือ...อีกไม่กี่ ทะ แทน!!!” ยังไม่ทันที่ธารารินทร์จะได้เอ่ยจบ เธอกลับต้องตกใจเสียก่อน เมื่อรู้ว่าคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องนี้นั้นเป็นใคร
“น้ำริน!!!”
เจ้าของห้องนี้ก็ตกใจเช่นกันไม่ต่างอะไรจากธารารินทร์เลย และก็ต่างอุทานออกมาเป็นชื่อของอีกฝ่าย เมื่อแน่ใจชัดแล้วว่าคนที่ยืนเผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้เป็นใคร
ปัณณธร พัชรเหมรัตน์ หรือ แทนไท ชายหนุ่มนักศึกษาปีที่สองวัย 20 ปี ซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ของสถานบันเทิงแห่งนี้ และเขาเองก็ยังเป็นเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกันกับธารารินทร์อีกด้วย
“นี้รู้จักกันเหรอค่ะ?” ใบหม่อน หญิงผู้จัดการจึงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นท่าทีของคนทั้งสองดูจะสนิทกัน
“เพื่อนที่มหาลัยแทนเองครับพี่ใบหม่อน...” ปัณณธรจึงเป็นฝ่ายบอกกับผู้จัดการเอง
“อ่อ...” หญิงผู้จัดการมองหน้าคนทั้งคู่ก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เมื่อมั่นใจแล้วว่าทั้งคู่รู้จักกันจริง เพราะชายหนุ่มจะไม่มีทีท่าแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนหากไม่รู้จักกันจริง
“พี่ใบหม่อนออกไปเถอะครับ เดี๋ยวทางนี้แทนจัดการคุยกับเพื่อนแทนเอง” ปัณณธรจึงเอ่ยบอกกับหญิงผู้จัดการอีกครั้ง เพราะเขามีคำถามมากมายที่อยากรู้ ว่าสาเหตุใดคนแบบเพื่อนเขาคนนี้ถึงเข้ามาทำงานที่นี่ได้ ทั้งที่เป็นคนไม่ชอบสถานที่แบบนี้เลย
ต่ออีกนะ“ต่อเลยนะ คราวนี้คงไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาได้แล้วละ” เสียงเรียบเอ่ยขอพร้อมกับบอกเธอด้วยความมั่นใจ เพราะเห็นปัณณธรล็อคประตู้ให้ด้วยตาของตัวเอง“น่าอายจังเลย”“ไอ้แทนมันก็บอกอยู่ว่ามันไม่เห็นอะไร” เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอสบายใจ“แต่...”“พี่รู้จักน้องชายของพี่ดี และพี่ก็เชื่อว่าแทนเองก็ให้เกียรติน้ำ มันไม่ได้มองอย่างที่มันบอกแน่นอน” เขาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักนิสัยของน้องชายเขาดีว่าปัณณธรพูดจริง“ต่อไปน้ำจะกล้าสู้หน้าแทนได้ยังไงค่ะ” เธอเอ่ยด้วยความกังวล“ก็ไม่ต้องไปมองไงครับ มองแค่พี่คนเดียวก็พอแล้ว เพราะพี่คือผัวของน้ำ” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาปุณณธีร์จึงลุกขึ้นถอดกางเกง และถอดเสื้อผ้าของธารารินทร์ออกด้วย กายแกร่งแทรกนั่งตรงหว่างขาของเธอ มือใหญ่กำสาวตัวตน และกดแทรกเข้าไปในร่องรักสีหวานของหญิงสาวทันที“อ๊า ยังแน่นเหมือนเดิมเลย เจ็บไหมครับ” เสียงกระเส่าเอ่ยถาม แต่สายตากลับยังคงจ้องมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและเธอ“ไม่เลยค่ะ แค่อึดอัดนิดหน่อย” เธอส่ายหน้าตอบเขา แต่มือกลับจิกเล็บลงที่แขนของเขาอย่างแรงแบบไม่รู้ตัว “ถ้าไม่ไหวน้ำบ
ไม่เห็นอะไรใช่ไหม“ก็ใครจะไปรู้ว่าน้ำยาของพี่มันจะดีขนาดนี้ พึ่งให้หมอฉีดไปแค่เข็มแรกเองพี่ก็เสกลูกเข้าท้องน้ำได้สำเร็จ พอคลอดคนนี้แล้วเรามีคนต่อไปเลยน่ะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและสวมกอดเธอเอาไว้อย่างแน่น“บ้าไปหรือเปล่าค่ะ” เธอดุเขาออกไปทันที เมื่อเขาคิดเตลิดไปไกลวาดฝันถึงเรื่องมีลูกคนที่สอง เขาคิดออกมาได้ยังไง ทั้งที่คนแรกก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกเลย“ครับ พี่มันบ้าและตอนนี้ก็บ้ามาก ๆ เลย ตั้งแต่ที่เมียหนีไปอยู่ที่่อื่นพี่ก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอออกมาตามตรง เพราะไม่มีที่จะต้องปิดบังแล้ว ถ้าจะเสียหน้าก็ช่างเพื่อแลกกับการที่ได้เธอมาครอบครองอยู่ในชีวิตของเขา“น่าจะบอกความจริงให้เร็วกว่านี้หน่อย น้ำจะได้ตั้งรับทัน” ถึงจะอยากโกรธเขามากสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจทำได้ เพราะเธอเองก็เต็มใจมอบกายมอบใจให้เขาไปแล้ว“ขอโทษที่พี่เป็นคนขี้ขลาดกับเรื่องแบบนี้นะ แต่การกระทำของพี่มันไม่ขี้ขลาดนะ ลองดูอีกก็ได้ พี่ทำได้ดีเลยทีเดียว” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกของเขาก็เลื้อยมาที่ลูบที่หน้าท้องและเลื่อนลงมาลูบที่เนินสามเหลี่ยมมของเธอ“หื่นก็ขอให้เลือกสถานที่บ้างนะคะว่าที่คุณพ่อ” เธอเอ็ดเขาไปเช่นนั้น
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







