LOGINหญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้
“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”
สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารารินทร์ไปทำงานตรงจุดไหน
“ทำไมล่ะพี่ใบหม่อน...” ปุยฝ้ายถามออกไปในทันอย่างสงสัย
“อยู่ใกล้เจ้าของคลับ มีอะไรเขาจะได้เคลียร์ได้เร็วไง...” ผู้จัดการจึงบอกเหตุผลออกไปตามตรง เพราะเธอไม่อยากมาจัดการอะไรเองแบบนี้แล้ว จึงมอบหน้าที่นี้ให้แก่เจ้าของสถานที่นี่จัดการเองเลย และอีกอย่างสามีของเธอก็เป็นตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่นี้ด้วย
“อ๋อ ค่ะ ๆ” ปุยฝ้ายได้แต่เออออตามที่หญิงสาวผู้จัดการบอก เพราะเธอไม่มีสิทธิ์อะไรไปมากกว่านี้อยู่แล้ว ครั้นจะปฏิเสธก็ไม่ได้อีก เพราะงานคือเงิน
“ตามมา เดี๋ยวเจ้จะพาไปเปลี่ยนชุดดูสิใส่ชุดอะไรมาก็ไม่รู้ เรียบร้อยอย่างกับจะไปปฏิบัติธรรมเสียอย่างนั่นแหละ” แล้วหญิงสาวก็หันมาพูดกับธารารินทร์
ธารารินทร์ยืนนิ่ง เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี เธอทั้งรู้สึกดีใจที่ได้เริ่มงานและทั้งยังรู้สึกประหม่าอีกด้วย ก่อนที่จะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วก้าวตามออกไปทางห้องแต่งตัวของที่นี่
*
*
ใช้เวลาไม่นาน ใบหม่อนก็แปลงโฉมให้ธารารินทร์เสร็จเป็นที่เรียบร้อย เพราะเธอไม่ต้องแต่งเติมอะไรมากเลย บวกกับใบหน้าเธอสวยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย
“ตามออกมาสิ” หญิงผู้จัดการเอ่ยบอกอีกครั้ง เมื่อพาธารารินทร์มาเปลี่ยนชุดและแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะพาเธอขึ้นไปที่ด้านบนฝากตัวกับเจ้านายต่อ
“...” ธารารินทร์เอาแต่ยืนนิ่งไม่กล้าเดินตามไป พร้อมกับพยายามที่จะดึงกระโปรงที่เธอสวมใส่อยู่ในตอนนี้นั้นลงมาปิดที่ต้นขาของเธอ
“ถ้ามัวแต่ดึงกระโปรงลงอย่างนั้นก็ไม่ต้องมาทำงานในที่แบบนี้หรอก มีความมั่นใจในตัวเองหน่อยสิ ยืดตัวตรงอย่างก้มหน้า มันเสียบุคลิก” หญิงผู้จัดการได้แต่ตำหนิเธอ เมื่อเห็นท่าทีของธารารินทร์
“ก็มันยังไม่ชินค่ะพี่...” เธอตอบออกไปเพียงแค่นั้น
“ตามมา จะพาไปพบคุณแทนไท...” หญิงผู้จัดการเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“คุณแทนไทคือใครหรือค่ะพี่...” ธารารินทร์ถามขึ้นทันที เมื่อชื่อที่ผู้จัดการคนนี้บอกนั้นช่างคุ้นหูของเธอเสียเหลือเกิน
“คุณแทนไทคือน้องชายคุณธาม เจ้าของคลับแห่งนี้ยังไงล่ะ แต่ช่วงนี้คุณแทนไทจะเข้ามาดูแลก่อน เพราะคุณธามติดงานที่อื่น...” หญิงผู้จัดการเอ่ยบอกเธอออกไปตามตรง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้อยากรู้อะไรไปมากกว่านี้ก็ตาม
ธารารินทร์ทำได้เพียงแค่พยักหน้าให้คนตรงหน้าอย่างรับรู้ แล้วก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะสาวเท้าเดินตามหญิงผู้จัดการออกไปในทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณแทนค่ะ พี่มีเด็กใหม่ฝากเข้ามาอีกคนค่ะ” หญิงสาวผู้จัดการเอ่ยบอกคนด้านในห้อง เมื่อเคาะประตูขออนุญาตคนด้านในห้อง
“เข้ามาได้เลยครับพี่ใบหม่อน” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยบอก เมื่อรู้ว่าเสียงคนด้านนอกที่เคาะประตูเมื่อสักครู่นั้นเป็นใคร
ธารารินทร์ก้าวเดินเข้าไปตามหลังของหญิงผู้จัดการด้วยความรู้สึกที่กำลังประหม่า เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของเสียงเรียบเมื่อสักครู่นั้นเป็นใครหน้าตาเป็นแบบไหนจะดุเหมือนกับเสียงหรือเปล่า แต่เสียงที่เธอได้ยินนั้นช่างคุ้นหูเธอเสียเหลือเกิน
“เออ...พอดีว่าน้องเขาอายุยังไม่ถึงยี่สิบ พี่เลยให้มาคอยบริการคุณแทนไทที่นี่แทนค่ะ...” หญิงผู้จัดการเอ่ยบอกกับคนในห้องออกไปตามตรง
“ยังไม่ถึงยี่สิบ? และพี่ใบหม่อนจะรับเข้ามาทำไมครับ ถ้าพี่ธามรู้เข้าแทนกับพี่จะไม่ซวยใช่ไหม...” ชายหนุ่มเจ้าของห้องทำงานพูดออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมผู้จัดการคนนี้ถึงรับคนที่อายุไม่เข้าเกณฑ์เข้ามาอีกแล้ว
ธารารินทร์ที่อยู่ข้างหลังผู้จัดการจึงก้าวออกมาเผชิญหน้ากับคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน โดยที่เธอยังก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาใครเลย
“คือ...อีกไม่กี่ ทะ แทน!!!” ยังไม่ทันที่ธารารินทร์จะได้เอ่ยจบ เธอกลับต้องตกใจเสียก่อน เมื่อรู้ว่าคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องนี้นั้นเป็นใคร
“น้ำริน!!!”
เจ้าของห้องนี้ก็ตกใจเช่นกันไม่ต่างอะไรจากธารารินทร์เลย และก็ต่างอุทานออกมาเป็นชื่อของอีกฝ่าย เมื่อแน่ใจชัดแล้วว่าคนที่ยืนเผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้เป็นใคร
ปัณณธร พัชรเหมรัตน์ หรือ แทนไท ชายหนุ่มนักศึกษาปีที่สองวัย 20 ปี ซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ของสถานบันเทิงแห่งนี้ และเขาเองก็ยังเป็นเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกันกับธารารินทร์อีกด้วย
“นี้รู้จักกันเหรอค่ะ?” ใบหม่อน หญิงผู้จัดการจึงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นท่าทีของคนทั้งสองดูจะสนิทกัน
“เพื่อนที่มหาลัยแทนเองครับพี่ใบหม่อน...” ปัณณธรจึงเป็นฝ่ายบอกกับผู้จัดการเอง
“อ่อ...” หญิงผู้จัดการมองหน้าคนทั้งคู่ก่อนที่จะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เมื่อมั่นใจแล้วว่าทั้งคู่รู้จักกันจริง เพราะชายหนุ่มจะไม่มีทีท่าแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนหากไม่รู้จักกันจริง
“พี่ใบหม่อนออกไปเถอะครับ เดี๋ยวทางนี้แทนจัดการคุยกับเพื่อนแทนเอง” ปัณณธรจึงเอ่ยบอกกับหญิงผู้จัดการอีกครั้ง เพราะเขามีคำถามมากมายที่อยากรู้ ว่าสาเหตุใดคนแบบเพื่อนเขาคนนี้ถึงเข้ามาทำงานที่นี่ได้ ทั้งที่เป็นคนไม่ชอบสถานที่แบบนี้เลย
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
ครอบครัวรู้ยังหกเดือนต่อมาการศึกษาของธารารินทร์เดินทางมาถึงปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะจบการศึกษา และตอนนี้เธอก็ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของปุณณธีร์อีกด้วย เพราะเขาไม่ยอมให้เธอไปฝึกงานที่อื่น...ระหว่างที่ฝึกงานในบริษัทของเขา เธอก็บังเอิญได้ยินพนักงานที่บริษัทเล่าขานต่อ ๆ กันมามากมายว่า ตระกูลพัชรเหมรัตน์จะมีงานมงคลเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นคนแรกของตระกูลอีกด้วยที่จะมีงานวิวาห์“ทำอะไรอยู่เหรอ หอมเชียว” เขาที่เดินเข้ามาหาถามขึ้น และสวมกอดจากทางด้านหลังคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเป็นแม่อยู่ทันทีพักหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด เขามักจะแสดงปฏิกิริยาอ่อนหวานเอาใจเธอมากเป็นพิเศษ จนเธออดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขานั้นมีใจให้เธอเข้าแล้ว หรืออาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ใกล้จะจบลงอันนี้เธอก็คาดเดาอะไรไม่ได้“ไข่เจียวหมูสับของโปรดคุณเลย ถอยออกก่อนค่ะน้ำจะล้างมือ” เธอเอ่ยตอบคนที่กำลังยืนกอดเธออยู่ด้านหลัง พร้อมกับบอกให้เขาถอยห่างจากเธอ“ก็ล้างไปสิ”เมื่อทำอะไรคนตีมึนแบบปุณณธีร์ไม่ได้ ธารารินทร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะข
เอามาทำไม NCตกเย็น“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉยหลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัวทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่างปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน“ก
แฟนไอ้น้ำมันเหรอ“ทิพย์” พิมพา พี่สาวของธารทิพย์เอ่ยขึ้นทันที ขณะที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักพื้นของผู้ป่วยโรงพยาบาลธารทิพย์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่หัวเข่าถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลคืนหนึ่ง เพื่อรอตรวจเช็คอาการอีกทีในวันพรุ่งนี้“พี่พิมพ์” ธารทิพย์เอ่ยเรียกพี่สาว และมองด้วยความแปลกใจ ที่พี่สาวเธอมา เพราะมั่นใจดีว่าเธอไม่ได้ส่งข่าวบอกแน่ ว่าเกิดอุบัติเหตุ“ป้าพิมพ์ สวัสดีค่ะ” ธารารินทร์ยกมือขึ้นไหว้พี่สาวของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือป้าของเธอนั้นเอง“สวัสดีจ้ะ ไปอยู่กรุงเทพสวยขึ้นเยอะเลย แล้วนี่...” พิมพายิ้มรับ แล้วไม่ลืมที่จะเอ่ยแซว พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าห้องนี้มีชายหนุ่มอยู่ด้วย“สวัสดีครับ” ปุณณธีร์ที่รู้หน้าที่เขาก็ยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทันทีโดยที่ไม่ต้องมีใครคอยบอกสอนเลยกับเรื่องแบบนี้ ถึงเขาจะเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนอื่นยาก แต่การอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่เขาก็รู้จักการะเทศะอยู่แล้ว“สวัสดีจ้ะ เป็นแฟนไอ้น้ำมันเหรอ” พิมพาพูดโต้ง ๆ ขึ้นมาทันทีตามที่คิด เพราะเธอคิดว่าคงไม่ใช่คนอื่นคนไกลแน่ ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้อ หากไม่ใช่คนสำคัญของหลานสาว
ผมเป็น...รุ่งเช้า“น้ำ...” เสียงเจ้าบ้านเอ่ยเรียกชื่อลูกสาวดังขึ้นราวกับว่ามีคำถามมากมายที่อยากจะถาม เมื่อเห็นว่าการกลับมาบ้านในครั้งนี้ของลูกสาวนั้น ไม่ได้มาคนเดียว“สวัสดีครับ ผมชื่อธาม เป็นเอ่อ...” เขารีบยกมือขึ้นไหว้คนตรงหน้าทันที เมื่อเห็นว่ามีสายตาจ้องมองมาที่เขาอย่างจับผิด“เขาเป็นนายจ้างของน้ำเองจ้ะแม่ พอดีน้ำจองตั๋วไม่ได้ แล้วคุณธามเขาก็มีธุระแถวนี้พอดี เลยให้น้ำติดรถมาด้วย และก็อาสามาส่งน้ำถึงที่บ้านนี่แหละแม่...” ธารารินทร์รีบพูดแทรกแก้ตัวกับคนเป็นแม่ของเธอ เพราะกลัวว่าเขาจะพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ แล้วทำให้คนเป็นแม่ไม่สบายใจเอาทั้งคู่เดินทางมาถึงที่หมายในช่วงเช้าพอดี บ้านของธารารินทร์ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย หรือที่เรียกว่าภาคอีสานนั้นเอง ซึ่งคนสวนใหญ่ที่นี่จะประกอบอาชีพทำการเกษตร และใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารเป็นหลัก แต่บางครอบครัวก็ใช้ภาษากลางเหมือนกันครอบครัวของธารารินทร์เองก็ใช้ภาษากลางในการสื่อสารเช่นกัน เธอกับมารดาจะใช้ภาษากลางในการสื่อสารกันตั้งแต่เธอกำเนิด แต่พวกเธอก็ฟังภาษาถิ่นออกและพูดได้“แล้วงานที่คุณจะไปเป็นที่ไหนเหรอพ่อหนุ่ม...” ธารทิพย
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



