Masukธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่
“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน
สาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมีเพื่อนอีกคนก็ชื่อน้ำด้วย เขาเลยเรียกเธอว่าน้ำริน โดยการเอาชื่อเล่นและชื่อจริงของเธอมาเรียกรวมกัน เพื่อที่จะได้จำง่ายและสะดวกแบบนี้ด้วย
“ขอโทษนะแทน คือเราได้ยินมาว่างานแบบนี้เงินดีเราแค่อยากได้เงิน...” ธารารินทร์เชิดหน้าขึ้น เอ่ยบอกเพื่อนออกไปตามตรง พร้อมกับบอกจุดประสงค์ที่เธอต้องการเข้ามาทำงานที่นี่
“แต่ที่นี่มัน...”
“ขอร้องนะแทน เราต้องการงานต้องการเงินจริง” เธอเอ่ยร้องขอความเห็นใจจากเพื่อนอีกครั้ง เมื่อเห็นความลำบากใจของเพื่อนเธอ
“ไปเป็นแม่บ้านที่บ้านของเราสิน้ำริน เรารู้ว่าเธอเป็นคนขยัน ไม่เลือกงานอยู่แล้ว แต่ที่นี่เราว่ามันไม่เหมาะกับคนแบบเธอเลย...” ปัณณธรยื่นข้อเสนอขึ้นมาให้เธอ เพราะรู้ดีว่าธารารินทร์เองก็ไม่ได้เต็มใจที่ทำงานแบบนี้เลย หากไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน
“ขอโอกาสให้เราลองดูก่อนเถอะนะแทน”
“แต่เธออายุยังไม่ถึงยี่สิบเลยนะ น้ำริน...” ไม่ใช่ว่าเขาไม่เห็นใจเพื่อน เพียงแต่เขาลำบากใจและไม่อยากมีปัญหากับพี่ชายของเขา
“อีกไม่กี่...”
“เป็นเดือน อีกตั้งหลายเดือนเลย กว่าเธอจะอายุถึงยี่สิบ นี่เราไม่อยากมีปัญหากับพี่ชายเรานะ เพราะเราเองก็พึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาที่นี่เหมือนกัน พี่เราเป็นคนเข้มงวดยิ่งกว่าตำรวจเสียอีกน้ำริน...” เขาพูดสวนขึ้นมาเสียก่อนที่ธารารินทร์จะเอ่ยจบ เพราะเขาเรียนด้วยกันกับเธอมาก็พอรู้แล้วว่าเธอนั้นอายุน้อยที่สุดกว่าเพื่อนในห้องทุกคน
“แทนช่วยคุยกับพี่ชายแทนให้เราหน่อยน่ะ...” เธอเอ่ยร้องขอความเห็นใจจากเพื่อนอีกครั้ง เพราะเธอต้องการที่จะทำงานที่นี่จริง
*
*
“คืนนี้คุณธามจะเข้าไปดูงานที่คลับต่ออีกไหมครับ” ศราวิน ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายขึ้นหลังจากที่เสร็จจากงานในค่ำคืนนี้แล้ว
“คงจะไม่เข้าไปแล้ว ช่วงนี้ก็ให้ไอ้แทนมันดูไปก่อนก็แล้วกัน พอดีฉันนัดกับเพื่อนเอาไว้ด้วย” เสียงเรียบเอ่ยบอกกับคนเป็นลูกน้อง
ปุณณธีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ ธาม ประธานหนุ่มเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจอื่น ๆ อีกที่เขามีหุ้นส่วนทำร่วมกับพรรคพวก เขายังคงครองตัวเป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยวัย 30 ปี
ครอบครัวของปุณณธีร์มีธุรกิจเป็นของตัวเอง และทั้งนี้เขายังมีหุ้นส่วนร่วมกับเพื่อนอยู่อีกหลายแห่ง และหนึ่งในนั้นที่ทำเงินได้มากและไวที่สุด ก็คือสถานบันเทิงที่เขาเปิดมาตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัย จวบจนมาถึงปัจจุบันนี้
“ให้...”
“นายกลับไปพักผ่อนเถอะ หมดเวลางานของนายแล้ววิน” ปุณณธีร์เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน เมื่อรู้ว่าศราวินกำลังจะพูดอะไรออกหมา
เขาทำงานด้วยกันมาตั้งแต่เขาจบมหาวิทยาลัยรับตำแหน่งมาใหม่ ๆ ทำไมเขาจะไม่รู้จักนิสัยกัน ศราวินเป็นทั้งลูกน้องและเป็นทั้งผู้ช่วยฯเปรียบเสมือนญาติเหมือนพี่น้องของเขาไปอีกคนแล้ว
“ครับ คุณธาม...”
“ฉันจะขับรถไปเอง ฉันไม่ดื่มหรอกนายสบายใจได้ ฉันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร” เขาเอ่ยรับปากรับคำกับชายหนุ่มออกไป เพราะรู้ดีว่าศราวินเป็นห่วงความปลอดภัยของเขา
“ครับ ดูแลตัวเองด้วยนะครับคุณธาม”
“นับวันนายก็ยิ่งแต่เหมือนแม่ฉันเข้าไปทุกที”
*
*
Night Club
“ก็ได้น้ำรินเราจะให้เธอทำงานที่นี่ เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเรา และกับที่เธอคอยช่วยเราเรื่องการเรียนหรอกน่ะ” ปัณณธรได้แต่จำใจยอมเพราะความเป็นเพื่อน และความน่ารักนิสัยดีของเธอ
“ขอบคุณนะแทน แล้วเราต้องเริ่มงานจากตรงไหนเหรอ” เธอเอ่ยถามเพื่อนขึ้นด้วยความดีใจ ที่เพื่อนอนุญาตให้เธอทำงานต่อที่นี่ได้
“งั้นเธอก็ทำความสะอาดห้องนี้ไปก่อนก็แล้วกัน ดูท่าเธอคงจะรินเหล้าชงเหล้าไม่เป็นหรอก” ปัณณธรเอ่ยบอกเธอไป เพราะรู้ดีว่าเธอทำอะไรเป็นบ้าง
“แต่เรา...”
“เราจะเป็นคนจ่ายค่าแรงให้เธอเองไม่เกี่ยวกับเงินของที่นี่ สองพันต่อคืนแล้วให้เธอเลิกเที่ยงคืน เธอจะว่าไง” เขาจึงเอ่ยบอกกับเธออีก
“สองพัน?” เธอเลิกคิ้วมองเขาอย่างงุนงงที่ได้ยินจำนวนค่าจ้างที่เพื่อนบอก
“หรือว่ามันน้อยไปเหรอ???”
“เยอะมากเลยล่ะแทน แต่ทำไมถึงไม่ให้เลิกตอนคลับจะปิด...” เธอจึงถามถึงเหตุผลที่เธอได้เลิกงานก่อนเวลาที่สถานที่แห่งนี้จะปิด
“ตำรวจชอบเข้าหลังเที่ยงคืน ขืนให้เธอเลิกเหมือนพนักงานคนอื่น ๆ มีหวังได้ซวยกันพอดี” ปัณณธรบอกเธอออกไปตามตรง
“อ๋อ ขอบใจแทนมากนะ ถ้าอย่างนั้นก็สั่งเรามาได้เต็มที่เลย พร้อมทำงานค่ะ” หญิงสาวยิ้มรับอย่างเข้าใจสิ่งที่เพื่อนบอก
“เธอไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก็พอ เพราะพี่ชายของเราโหดมาก ๆ เลยน่ะน้ำริน”
“พี่ชายแทนโหดมากเลยเหรอ” เธอถามออกไปด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่ดูเป็นกังวลอย่างมาก เมื่อเพื่อนบอกเธอออกมาแบบนี้
“กับน้องกับพรรคพวก และเพศเดียวกัน นี้ไม่ต้องพูดถึงเลย แต่กับคนสวย ๆ แบบเธอ เราไม่รู้เพราะพี่เรายังไม่มีแฟน...” ปัณณธรตอบเพื่อนออกไปเท่าที่ตนรู้นิสัยของพี่ชาย
“พี่ชายแทนยังโสดอยู่อีกเหรอ...” ธารารินทร์ถามออกไปอย่างสงสัย เพราะเธอเองก็พอจะทราบดีว่าพี่ชายเพื่อนอายุประมานเท่าไหร่ ถึงจะไม่เคยเจอหน้าหรือรู้จักกันเป็นการส่วนตัวก็ตาม แต่คนที่เพียบพร้อมทั้งหน้าและชาติตระกูลอย่างพวกเขาทำไมถึงยังไม่ออกเรือนกัน เธอแค่รู้สึกแปลกใจว่าเป็นเพราะอะไร
“อืม ถามทำไม หรือว่าเธอสนใจมาเป็นพี่สะใภ้เราน้ำริน” ปัณณธรพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเอ่ยแซวเธอขึ้นมา เพียงเพราะอยากจะแกล้งคนอย่างเธอบ้าง
“บะ บ้าหรือไงเรามีแฟนแล้วน่ะ แทนเองก็รู้” ธารารินทร์รีบตำหนิเพื่อน แล้วเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักที่กำลังรู้สึกประหม่าเมื่อถูกเพื่อนแซวเธอแบบนี้
“อ้อ! เราก็ลืมไปว่าเธอมีแฟนแล้ว แต่พี่ชายเราอายุสามสิบแล้วก็ยังโสด ไม่เห็นว่าพี่จะพาใครหรือผู้หญิงคนไหนมาบ้านเปิดตัวที่บ้านเลยสักคน มีแต่ใช้แก้ขัดไปวัน ๆ ถ้าเบื่อก็เขี่ยทิ้ง ผู้หญิงแทบจะทั้งเมืองแล้วมั้งที่พี่ชายเรากินมา...”
ต่ออีกนะ“ต่อเลยนะ คราวนี้คงไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาได้แล้วละ” เสียงเรียบเอ่ยขอพร้อมกับบอกเธอด้วยความมั่นใจ เพราะเห็นปัณณธรล็อคประตู้ให้ด้วยตาของตัวเอง“น่าอายจังเลย”“ไอ้แทนมันก็บอกอยู่ว่ามันไม่เห็นอะไร” เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอสบายใจ“แต่...”“พี่รู้จักน้องชายของพี่ดี และพี่ก็เชื่อว่าแทนเองก็ให้เกียรติน้ำ มันไม่ได้มองอย่างที่มันบอกแน่นอน” เขาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักนิสัยของน้องชายเขาดีว่าปัณณธรพูดจริง“ต่อไปน้ำจะกล้าสู้หน้าแทนได้ยังไงค่ะ” เธอเอ่ยด้วยความกังวล“ก็ไม่ต้องไปมองไงครับ มองแค่พี่คนเดียวก็พอแล้ว เพราะพี่คือผัวของน้ำ” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาปุณณธีร์จึงลุกขึ้นถอดกางเกง และถอดเสื้อผ้าของธารารินทร์ออกด้วย กายแกร่งแทรกนั่งตรงหว่างขาของเธอ มือใหญ่กำสาวตัวตน และกดแทรกเข้าไปในร่องรักสีหวานของหญิงสาวทันที“อ๊า ยังแน่นเหมือนเดิมเลย เจ็บไหมครับ” เสียงกระเส่าเอ่ยถาม แต่สายตากลับยังคงจ้องมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและเธอ“ไม่เลยค่ะ แค่อึดอัดนิดหน่อย” เธอส่ายหน้าตอบเขา แต่มือกลับจิกเล็บลงที่แขนของเขาอย่างแรงแบบไม่รู้ตัว “ถ้าไม่ไหวน้ำบ
ไม่เห็นอะไรใช่ไหม“ก็ใครจะไปรู้ว่าน้ำยาของพี่มันจะดีขนาดนี้ พึ่งให้หมอฉีดไปแค่เข็มแรกเองพี่ก็เสกลูกเข้าท้องน้ำได้สำเร็จ พอคลอดคนนี้แล้วเรามีคนต่อไปเลยน่ะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและสวมกอดเธอเอาไว้อย่างแน่น“บ้าไปหรือเปล่าค่ะ” เธอดุเขาออกไปทันที เมื่อเขาคิดเตลิดไปไกลวาดฝันถึงเรื่องมีลูกคนที่สอง เขาคิดออกมาได้ยังไง ทั้งที่คนแรกก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกเลย“ครับ พี่มันบ้าและตอนนี้ก็บ้ามาก ๆ เลย ตั้งแต่ที่เมียหนีไปอยู่ที่่อื่นพี่ก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอออกมาตามตรง เพราะไม่มีที่จะต้องปิดบังแล้ว ถ้าจะเสียหน้าก็ช่างเพื่อแลกกับการที่ได้เธอมาครอบครองอยู่ในชีวิตของเขา“น่าจะบอกความจริงให้เร็วกว่านี้หน่อย น้ำจะได้ตั้งรับทัน” ถึงจะอยากโกรธเขามากสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจทำได้ เพราะเธอเองก็เต็มใจมอบกายมอบใจให้เขาไปแล้ว“ขอโทษที่พี่เป็นคนขี้ขลาดกับเรื่องแบบนี้นะ แต่การกระทำของพี่มันไม่ขี้ขลาดนะ ลองดูอีกก็ได้ พี่ทำได้ดีเลยทีเดียว” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกของเขาก็เลื้อยมาที่ลูบที่หน้าท้องและเลื่อนลงมาลูบที่เนินสามเหลี่ยมมของเธอ“หื่นก็ขอให้เลือกสถานที่บ้างนะคะว่าที่คุณพ่อ” เธอเอ็ดเขาไปเช่นนั้น
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





