เข้าสู่ระบบ"น้ำ”
“ว่าไงกิ่ง”
ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ
“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”
กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้
กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย
“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม
“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที
“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน
“อืม...หรือว่าจะเป็นงานของเจ้านายที่บริษัทเรา เราก็ลืมถามรายละเอียดมาเสียด้วยสิ รู้แค่ว่าเป็นการจัดงานมงคลครั้งแรกของตระกูล ถ้าเราเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นบุตรคนโตของตระกูลนี้” กรรณิการ์ได้แต่เอ่ยเสริม เพราะเธอไม่รู้รายละเอียดอะไรที่แน่จัดไปมากกว่านี้
“งานมงคลอย่างนั้นเหรอ...”
“เราได้ยินพี่ที่แผนกพูดกันแบบนั้น เห็นว่างานนี้จัดที่โรงแรม และรับพนักงานเสิร์ฟเยอะเลย พี่เขาบอกว่างานของตระกูลนี้เงินดีมาก น้ำสนใจไหม” กรรณิการ์ได้แต่พยักหน้าตอบเธอ
“คือว่า...” ธารารินทร์ได้แต่อ้ำอึ้ง เพราะไม่รู้ว่าควรจะตอบเพื่อนเช่นไรดี เธอจะรับงานนี้แล้วควรไปดีไหมจะได้เห็นแน่ชัดว่าเป็นงานของเขาจริง
“ไปเถอะน่ะน้ำ เราเองก็จะไปเหมือนกันเพราะถือว่ายังไงก็เป็นงานของคนที่บริษัท ทำไม่กี่ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว เราเห็นน้ำไม่เข้าไปฝึกงาน เราก็ไม่รู้ว่าน้ำมีปัญหาหรือเปล่า แต่เราไม่ขอก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของน้ำ ถ้าน้ำอยากเล่าน้ำคงจะเล่าออกมาเองจริงไหม” กรรณิการ์ได้แต่พยายามรบเร้าธารารินทร์ เพราะอยากให้เธอไปด้วยกัน
“แล้วงานจัดวันไหนเหรอ?”
“งานเช้าวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้แหละ”
“วันอาทิตย์นี้?” เธอเบิกตากว้างขึ้นมาทันที เพราะไม่คิดว่าจะมาถึงในเร็ววันขนาดนี้ เธอแทบเข่าทรุดกับพื้น
“งานอาจจะทั้งวัน เห็นว่าปิดโรงแรม แต่น้ำไม่ต้องกังวลหรอก พวกเราจะได้ทำแค่ช่วงเช้า ส่วนช่วงเย็นก็จะเป็นอีกแบบ” กรรณิการ์อธิบายบอก
“งั้นก็ตกลง น้ำจะไปด้วย” เธอตอบรับเพื่อนไปทันที เพราะอยากจะไปให้เห็นกับตาตัวเองว่าเขาเข้าพิธีมงคลจริง ๆ เธอจะได้ตัดใจจากเขาเสียที
“โอเคเดี๋ยวเราแจ้งโทรไปบอกพี่ให้น่ะ แต่น้ำจะไม่เข้าไปฝึกงานต่อแล้วเหรอ?” กรรณิการ์จึงตัดสินใจถามเรื่องงานของเธอ
“ขอให้จบงานนี้ก่อนน้ำจะกลับไปฝึกงานให้จบ” เธอเอ่ยบอกเพื่อนไปแค่นั้น
“เราเคารพการตัดสินใจของน้ำน่ะ” เมื่อธารารินทร์ตอบมาแบบนี้เธอก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมาก เพราะหากว่าเพื่อนอยากเล่าจริง คงไม่ต้องถาม คนอย่างธารารินทร์จะเล่าบอกเอง
“ขอบคุณกิ่งมากเลยน่ะ แล้วพี่...เอ่อ คุณวินยังมาถามเรื่องน้ำกับกิ่งอยู่อีกหรือเปล่า” เธอตัดสินใจถามเพื่อนกลับบ้าง
เพราะตั้งแต่ที่ธารารินทร์มาอยู่ที่นี่กับกรรณิการ์ก็มีเพียงศราวินที่ติดต่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเรื่องของเธอ และยังคอยเอาแต่ถามข่าวเธอจากกรรณิการ์ด้วยทุกวัน เพราะต้องการทราบว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน
ส่วนปุณณธีร์นั้น เขาไม่เคยแม้แต่จะติดต่อมาหาเธอเลยสักครั้ง แบบนี้มันก็ชัดเจนแล้วว่า เธอไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตของเขาเลย มีแต่เธอเองที่จะเป็นจะตายที่ต้องห่างเขา ขนาดมาที่นี่เธอต้องทำตัวให้ยุ่งตลอดจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่านและคิดถึงเขา
“ถามทุกครั้งที่เจอหน้าเลยแหละ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เราบอกเท่าที่น้ำบอกเรานั้นแหละ” กรรณิการ์เล่าบอกตามตรง เพราะศราวินทำแบบนั้นจริง ถ้าคนที่ไม่รู้ว่าศราวินมีคนรักอยู่แล้ว ทุกคนคงคิดว่าศราวินมีใจให้เพื่อนของเธอแน่
“ขอบใจกิ่งมากนะ น้ำมาอยู่หลายวันแล้วรู้สึกเกรงใจจัง”
“ก็น้ำเป็นเพื่อนเรานี้ ดึกแล้วน้ำไปนอนเถอะ คงจะเหนื่อยมากเลยสินะดูสิหน้าซีดหมดแล้ว เราบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอม แถมยังจะทำงานบ้านทำกับข้าวรอเราอีก” กรรณิการ์เอ็ดเพื่อนขึ้นมา เพื่อเห็นใบหน้าไม่ค่อยสู้ดีของธารารินทร์
ตั้งแต่ที่ธารารินทร์มาขออาศัยอยู่ด้วยนั้น เธอแทบจะไม่ใช่เพื่อนแล้ว เธอเหมือนแม่บ้านเข้าไปทุกวัน เพราะเธอทำทุกอย่างแบบไม่เคยหยุดอยู่เฉยเลย
“น้ำไม่เป็นไรสักหน่อย” เธอเอ่ยพร้อมกับหลบสายตา
“น้ำแล้วนั่น”
ธารารินทร์กำลังจะเดินออกไปแล้ว แต่สายตาของกรรณิการ์กลับมองเห็นอะไรบางอย่างที่เป็นจุดสนใจ เพราะของแบบนี้เธอไม่เคยเห็นอยู่ที่บ้านของเธอเลย
“อ๋อ พอดีวันนี้เอาขยะออกไปทิ้งแล้วบังเอิญเจอกับเอกที่หน้าปากซอยนะ” ธารารินทร์เอ่ยตอบไปตามตรง เพราะรู้ว่าเพื่อนคงอยากรู้
สิ่งนั้นที่ตั้งอยู่บนโต๊ะที่กรรณิการ์ข้องใจนั้น มันคือโคมไฟอันเล็กที่ไม่ใหญ่มาก ซึ่งเหมาะวางอยู่บนหัวเตียงนอนมากกว่า แต่ทำไมถึงตั้งอยู่ตรงนี้ไปได้
“แล้ว”
“เอกให้มา”
“กลับไปติดต่อกันอีกตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่าบอกน่ะว่าจะกลับปะ...” กรรณิการ์เบิกตากว้างคิดเป็นตุเป็นตะ เมื่อได้ยินเพื่อนบอกแบบนี้
“แค่บังเอิญเจอจริง ๆ ไม่มีอะไรเลย” ธารารินทร์รีบบอก เพราะกลัวว่าเพื่อนจะเข้าใจเธอผิด
“แน่น่ะ”
“สาบานจ้า”
“แล้วไป น้ำไปนอนเถอะ ฝันดีน่ะ” เมื่อเพื่อนรับปากมาแบบนี้ กรรณิการ์ก็ค่อยเบาใจ เพราะเธอนั้นเชื่อใจของธารารินทร์อยู่แล้ว แต่กับคนในอดีตของธารารินทร์เธอไม่เคยไว้ใจเลย
เพราะตั้งแต่ที่เอกมนัสหักหลังเพื่อนของเธอ กรรณิการ์ก็มีอคติต่อกัน และไม่เชื่อเรื่องของความรักเลย
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
ครอบครัวรู้ยังหกเดือนต่อมาการศึกษาของธารารินทร์เดินทางมาถึงปีสุดท้ายในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว และอีกไม่นานเธอก็จะจบการศึกษา และตอนนี้เธอก็ยังเป็นนักศึกษาฝึกงานที่บริษัทของปุณณธีร์อีกด้วย เพราะเขาไม่ยอมให้เธอไปฝึกงานที่อื่น...ระหว่างที่ฝึกงานในบริษัทของเขา เธอก็บังเอิญได้ยินพนักงานที่บริษัทเล่าขานต่อ ๆ กันมามากมายว่า ตระกูลพัชรเหมรัตน์จะมีงานมงคลเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ซึ่งเป็นคนแรกของตระกูลอีกด้วยที่จะมีงานวิวาห์“ทำอะไรอยู่เหรอ หอมเชียว” เขาที่เดินเข้ามาหาถามขึ้น และสวมกอดจากทางด้านหลังคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการเป็นแม่อยู่ทันทีพักหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากบ้านของเธอที่ต่างจังหวัด เขามักจะแสดงปฏิกิริยาอ่อนหวานเอาใจเธอมากเป็นพิเศษ จนเธออดที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าเขานั้นมีใจให้เธอเข้าแล้ว หรืออาจจะเพราะว่าความสัมพันธ์ใกล้จะจบลงอันนี้เธอก็คาดเดาอะไรไม่ได้“ไข่เจียวหมูสับของโปรดคุณเลย ถอยออกก่อนค่ะน้ำจะล้างมือ” เธอเอ่ยตอบคนที่กำลังยืนกอดเธออยู่ด้านหลัง พร้อมกับบอกให้เขาถอยห่างจากเธอ“ก็ล้างไปสิ”เมื่อทำอะไรคนตีมึนแบบปุณณธีร์ไม่ได้ ธารารินทร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนที่จะข
เอามาทำไม NCตกเย็น“อะไรของเธอ” ปุณณธีร์ถามขึ้นทันที ที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วเห็นหญิงสาวหอบผ้าลงมาจากชั้นสองของบ้าน วางลงข้างตัวเขา“หมอนกับผ้าห่มไงค่ะ” เธอตอบเขาออกไป พร้อมกับทำหน้าตานิ่งเฉยหลังจากที่กลับออกมาจากโรงพยาบาลในช่วงเกือบเที่ยงวัน ธารารินทร์ก็พาเขาไปทานมื้อกลางวัน และซื้อมื้อเย็นมาทานที่บ้านด้วยเสียเลย เพราะอยู่กันแค่สองคน บวกกับที่บ้านไม่มีของสดเหลือติดตู้เย็นเลย แถมเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว และคนเป็นแม่ก็ไม่อยู่จึงขี้เกียดเข้าครัวทั้งคู่รับประทานมื้อเย็นเสร็จ เขาและเธอต่างก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว อาบน้ำอะไรให้เสร็จ โดยที่เขาใช้ห้องน้ำด้านล่าง และเธอก็ใช้ก้องน้ำด้านบน ถึงแม้ว่าที่บ้านของเธอจะไม่มีห้องน้ำส่วนตัว แต่ก็ยังแยกเป็นชั้นบนและชั้นล่างปุณณธีร์ทำธุระส่วนตัวเสร็จก่อนเธอตั้งนาน จนเขามานั่งเล่นโทรศัพท์มืออยู่บนโซฟาฆ่าเวลา เพื่อรอเธอลงมา“รู้แล้ว แต่หอบลงมาทำไม” เขาถามเธอกลับไปด้วยความไม่เข้าใจ รู้ทั้งรู้ว่าเขาตั้งใจจะไม่นอนแยกกับเธออยู่แล้วถึงแม้ว่าถ้าแม่ของเธอไม่นอนโรงพยาบาล เขาก็จะหาข้ออ้างไปนอนกับเธออยู่ดี แต่ตอนนี้อยู่กันแค่สองคน แล้วเธอจะหอบผ้าลงมาทำไมกัน“ก
แฟนไอ้น้ำมันเหรอ“ทิพย์” พิมพา พี่สาวของธารทิพย์เอ่ยขึ้นทันที ขณะที่เปิดประตูเข้ามาในห้องพักพื้นของผู้ป่วยโรงพยาบาลธารทิพย์ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แค่หัวเข่าถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต้องนอนดูอาการที่โรงพยาบาลคืนหนึ่ง เพื่อรอตรวจเช็คอาการอีกทีในวันพรุ่งนี้“พี่พิมพ์” ธารทิพย์เอ่ยเรียกพี่สาว และมองด้วยความแปลกใจ ที่พี่สาวเธอมา เพราะมั่นใจดีว่าเธอไม่ได้ส่งข่าวบอกแน่ ว่าเกิดอุบัติเหตุ“ป้าพิมพ์ สวัสดีค่ะ” ธารารินทร์ยกมือขึ้นไหว้พี่สาวของผู้เป็นแม่ ซึ่งก็คือป้าของเธอนั้นเอง“สวัสดีจ้ะ ไปอยู่กรุงเทพสวยขึ้นเยอะเลย แล้วนี่...” พิมพายิ้มรับ แล้วไม่ลืมที่จะเอ่ยแซว พร้อมกับมีคำถามเกิดขึ้นทันที เมื่อเห็นว่าห้องนี้มีชายหนุ่มอยู่ด้วย“สวัสดีครับ” ปุณณธีร์ที่รู้หน้าที่เขาก็ยกมือขึ้นไหว้ทำความเคารพผู้ใหญ่ทันทีโดยที่ไม่ต้องมีใครคอยบอกสอนเลยกับเรื่องแบบนี้ ถึงเขาจะเป็นคนเย็นชาเข้ากับคนอื่นยาก แต่การอ่อนน้อมเคารพผู้ใหญ่เขาก็รู้จักการะเทศะอยู่แล้ว“สวัสดีจ้ะ เป็นแฟนไอ้น้ำมันเหรอ” พิมพาพูดโต้ง ๆ ขึ้นมาทันทีตามที่คิด เพราะเธอคิดว่าคงไม่ใช่คนอื่นคนไกลแน่ ที่จะมาอยู่ที่นี่ได้อ หากไม่ใช่คนสำคัญของหลานสาว
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







