ログインหนึ่งสัปดาห์ต่อมา
หลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหาก
ส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ
“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย
“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลย
ปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน
“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา
“แล้วยังไง?”
เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วนะครับ คุณไม่ห่วงเธอหน่อยเหรอ เกิดน้องไม่จบพร้อมเพื่อนคุณจะทำยังไงครับคุณธาม”
“ไม่จบปีนี้ ก็เรียนต่ออีกปีหน้า ไม่จบปีหน้าก็ต่อไปอีกเรื่อย ๆ ต่อจนกว่าจะเรียนจบ” เขาพูดขึ้นมาตามที่คิดเหมือนกับว่าไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับเรื่องนี้เลย เพราะหากเธอยังไม่จบการศึกษาในปีนี้ เธอก็จะได้อยู่กับเขาไปนาน ๆ อีก
“คุณธาม!!!” ศราวินได้แต่เอ็ดผู้เป็นเจ้านาย
ปุณณธีร์จึงหยุดพูด แล้วหันมาพูดจริงจังกับเรื่องนี้ เมื่อศราวินขึ้นเสียงใส่เขาแบบไม่ค่อยพอใจ เขารู้ดีว่าคนของเขาหมายความเช่นไร ไม่ใช่เขาไม่ตระหนักเพียงแต่เขาคิดว่าเขาไม่ผิด และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเริ่มจากตรงไหน
“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไงล่ะไอ้วิน คอนโดก็ไม่ยอมกลับ จะไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ยอมบอกฉันสักคำ ไม่รู้ว่าโกรธงอนอะไรก็ไม่รู้ เล่นหายเงียบไปเสียดื้อ ๆ แบบนี้ อารมณ์ผู้หญิงเดายากจริง” เขาพูดขขึ้นมาอย่างจริงจัง
“คุณก็โทรไปหาดูสิครับ” ศราวินได้แต่ให้คำแนะนำ เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าเจ้านายมีเรื่องอะไรกันอีกคนถึงหายไปเงียบ ๆ แบบนี้
“ฉันไม่ได้เป็นคนผิด ฉันจะโทรไปทำไม”
เขายังคงยืนกรานคำเดิม เพราะเขามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดต่อธารารินทร์ เขาจึงพูดกับศราวินออกไปแบบนั้น
“ผมไม่รู้หรอกนะครับ ว่าพวกคุณมีปัญหาอะไรกัน ใครเป็นฝ่ายผิดใครถูก แต่คุณธามครับ คุณเป็นผู้ชายนะครับ...”
“ผู้ชายแล้วไงว่ะ ในเมื่อฉันไม่ได้...”
“คุณธามครับ อย่าปากแข็งนักเลย คุณทำตามใจตัวเองเถอะครับ” ศราวินชิ่งพูดสวนขึ้นมาเสียก่อน ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยจบ
“ทำตามใจอะไร นายพูดเรื่องอะไรของนาย” เขาหลบสายตาของศราวินทันที ที่ได้ยินคำพูดนี้
“รักก็บอกว่ารัก สารภาพไปเลยสิครับ ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย บอกรักก่อนง้อก่อนไม่ใช่ว่าเราเป็นฝ่ายแพ้หรือเป็นคนผิดสักหน่อย” ศราวินจึงเอ่ยเสริมเมื่อเห็นท่าทีของเจ้านาย เขาอยู่ด้วยกันมานานจนเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเจ้านายคิดอะไรกับธารารินทร์
“รักงั้นเหรอ???” เขาได้แต่พึมพำและนึกตามคำพูดของศราวิน
“ครับ คุณนะรักน้องน้ำเข้าให้แล้วล่ะ และเหมือนจะรักมาก ๆ ด้วย”
“...” เขานิ่งไม่ยอมพูดอะไรต่อ เอาแต่นึกตามสิ่งที่ศราวินพูดออกมา ที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้เพราะเขารักธารารินทร์อย่างนั้นกรอกหรือ เขาได้แต่ถามตัวเองอยู่ในใจ
“ยอมเสียหน้า ไปง้อน้องกลับมาเถอะนะครับ...” ศราวินจึงพูดต่อเมื่อเจ้านายนิ่งเงียบไป
“ฉันก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มยังไง เพราะว่าฉันกับเธอจุดเริ่มต้นมันไม่เหมือนกับ...”
กว่าปุณณธีร์จะยอมพูดออกไป เขาครุ่นคิดอยู่สักพักเพราะหนักใจไม่ใช่น้อย เขากับเธอเริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์เพียงแค่ชั่วข้ามคืน ซึ่งไม่เหมือนคู่รักคู่อื่น
“นั่นแหละครับคือจุดสำคัญเลย”
“สำคัญยังไง?” เขาได้แต่เลิกคิ้วมองหน้าของเลขาหนุ่ม แล้วตัดสินใจถามออกไปอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ศราวินพูดออกมา
“คุณก็สารภาพไปสิครับ ว่าเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดนี้ มันเป็นเพราะคุณเอง เป็นคุณที่รักน้องเขาตั้งแต่แรกเลยหาข้ออ้างเอาเธอมาอยู่ใกล้ ๆ โดยเอาสัญญาบ้าบออะไรนั้นมาเป็นข้ออ้างเพื่ออยากผูกมัดเธอ”
ศราวินเองก็ได้แต่ให้คำแนะนำตามที่ควรจะทำ และตามข้อมูลที่เขาทราบเรื่องเจ้านายตั้งแต่เริ่มแรกว่าทั้งคู่มีข้อตกลงอะไรกัน
“มันใช่สัญญาบ้าบอที่่ไหน นายอย่ามาพูดมั่ว...”
“จะสัญญาอะไรก็ช่างเถอะ แค่คุณบอกว่าคุณรักน้องเขาออกมาจากใจจริงของคุณ แค่นี้ผู้หญิงก็น่าจะเชื่อบ้างละครับ”
“แต่คงจะไม่ใช่ผู้หญิงแบบน้ำหรอก” เขาหนักใจไม่ใช่น้อย เขายินดีทำตามคำแนะนำของศราวินน่ะ แต่เขาคิดว่าธารารินทร์คงไม่ใช่ผู้หญิงที่รับมือยาก
“คุณเคยบอกสักครั้งยังครับ”
“แกออกไปเลยนะไอ้วิน กวนตีนกูฉิบ...” เขาเอ่ยปากไล่เลขาคนสนิทออกไปทันที เมื่อนานเข้าเริ่มจะกวนประสาทเขามากขึ้น
ศราวินจึงรีบหมุนตัว และสาวเท้าเดินออกจากห้องนี้ไปทันทีเมื่อโดนเจ้านายดุ เพราะรู้ชะตากรรมของตัวเองดีอยู่แล้ว
“ครับแม่ รู้แล้วครับ...”
เมื่อศราวินเดินออกไปพ้นประตูแล้ว เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นมา ซึ่งก็เป็นสายโทรเข้าของผู้ให้กำเนิดนั้นเอง
เขานั่งคิดทบทวนกับเรื่องที่ผ่านมา และติดตามคำพูดของศราวินแล้ว เขาคงจะตกหลุมรักธารารินทร์ตั้งแต่แรกเจอแล้ว เพียงแค่เขาไม่รู้ใจตัวเองเท่านั้น
“ความรักมันทำให้คนเราเปลี่ยนไปจริงเหรอ?”
เขาพูดกับตัวเองก่อนที่จะนั่งถูไถที่หน้าจอโทรศัพท์ไปมา เปิดดูรูปภาพของหญิงสาวที่เขาเคยแอบถ่ายไว้ในหลาย ๆ รูป กลับต้องขำให้กับตัวเอง
“รอฉันก่อนน่ะน้ำ ฉันเสร็จธุระเรื่องครอบครัวแล้วฉันจะไปรับเธอกลับมา” เขาพูดแล้วเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทำงานทันที
ต่ออีกนะ“ต่อเลยนะ คราวนี้คงไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาได้แล้วละ” เสียงเรียบเอ่ยขอพร้อมกับบอกเธอด้วยความมั่นใจ เพราะเห็นปัณณธรล็อคประตู้ให้ด้วยตาของตัวเอง“น่าอายจังเลย”“ไอ้แทนมันก็บอกอยู่ว่ามันไม่เห็นอะไร” เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอสบายใจ“แต่...”“พี่รู้จักน้องชายของพี่ดี และพี่ก็เชื่อว่าแทนเองก็ให้เกียรติน้ำ มันไม่ได้มองอย่างที่มันบอกแน่นอน” เขาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักนิสัยของน้องชายเขาดีว่าปัณณธรพูดจริง“ต่อไปน้ำจะกล้าสู้หน้าแทนได้ยังไงค่ะ” เธอเอ่ยด้วยความกังวล“ก็ไม่ต้องไปมองไงครับ มองแค่พี่คนเดียวก็พอแล้ว เพราะพี่คือผัวของน้ำ” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาปุณณธีร์จึงลุกขึ้นถอดกางเกง และถอดเสื้อผ้าของธารารินทร์ออกด้วย กายแกร่งแทรกนั่งตรงหว่างขาของเธอ มือใหญ่กำสาวตัวตน และกดแทรกเข้าไปในร่องรักสีหวานของหญิงสาวทันที“อ๊า ยังแน่นเหมือนเดิมเลย เจ็บไหมครับ” เสียงกระเส่าเอ่ยถาม แต่สายตากลับยังคงจ้องมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและเธอ“ไม่เลยค่ะ แค่อึดอัดนิดหน่อย” เธอส่ายหน้าตอบเขา แต่มือกลับจิกเล็บลงที่แขนของเขาอย่างแรงแบบไม่รู้ตัว “ถ้าไม่ไหวน้ำบ
ไม่เห็นอะไรใช่ไหม“ก็ใครจะไปรู้ว่าน้ำยาของพี่มันจะดีขนาดนี้ พึ่งให้หมอฉีดไปแค่เข็มแรกเองพี่ก็เสกลูกเข้าท้องน้ำได้สำเร็จ พอคลอดคนนี้แล้วเรามีคนต่อไปเลยน่ะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและสวมกอดเธอเอาไว้อย่างแน่น“บ้าไปหรือเปล่าค่ะ” เธอดุเขาออกไปทันที เมื่อเขาคิดเตลิดไปไกลวาดฝันถึงเรื่องมีลูกคนที่สอง เขาคิดออกมาได้ยังไง ทั้งที่คนแรกก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกเลย“ครับ พี่มันบ้าและตอนนี้ก็บ้ามาก ๆ เลย ตั้งแต่ที่เมียหนีไปอยู่ที่่อื่นพี่ก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอออกมาตามตรง เพราะไม่มีที่จะต้องปิดบังแล้ว ถ้าจะเสียหน้าก็ช่างเพื่อแลกกับการที่ได้เธอมาครอบครองอยู่ในชีวิตของเขา“น่าจะบอกความจริงให้เร็วกว่านี้หน่อย น้ำจะได้ตั้งรับทัน” ถึงจะอยากโกรธเขามากสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจทำได้ เพราะเธอเองก็เต็มใจมอบกายมอบใจให้เขาไปแล้ว“ขอโทษที่พี่เป็นคนขี้ขลาดกับเรื่องแบบนี้นะ แต่การกระทำของพี่มันไม่ขี้ขลาดนะ ลองดูอีกก็ได้ พี่ทำได้ดีเลยทีเดียว” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกของเขาก็เลื้อยมาที่ลูบที่หน้าท้องและเลื่อนลงมาลูบที่เนินสามเหลี่ยมมของเธอ“หื่นก็ขอให้เลือกสถานที่บ้างนะคะว่าที่คุณพ่อ” เธอเอ็ดเขาไปเช่นนั้น
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







