Masukหนึ่งสัปดาห์ต่อมา
วันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน
“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก
“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”
ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย
“งั้นก็ไปกันเถอะ”
ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น
*
*
อีกด้าน
“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว
“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา
“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของธนากับปราณี เธอก็คือน้องสาวของปุณณธีร์พี่สาวของปัณณธรนั่นเอง
ปุณยวีร์เธอทำงานในวงการบันเทิง เพียงแต่เธอไม่ได้รับงานทางด้านการแสดง เธอชอบถ่ายแบบถ่ายโฆษณา เธอมีรูปลักษณ์หน้าตาที่สวยมีเสน่ห์ เธอเลยเลือกทำงานทางด้านนี้มากกว่างานในบริษัทของครอบครัวของเธอ
“ถึงเวลาแล้วจ้ะลูกสาวสุดสวย” ปราณีผู้เป็นแม่เอ่ยบอกกับลูกสาว
ภายในงานมีแขกเหรื่อมากหน้าหลายตามาร่วม เพราะตระกูลนี้เป็นตระกูลของคนมีระดับในแวดวงของธุรกิจอยู่แล้ว และอีกฝั่งก็เป็นคนในวงการบันเทิงของหญิงสาวนั่นเอง
“แกจะไปไหนไอ้แทน นี่ใกล้จะถึง...” ปุณณธีร์เอ่ยถามน้องชายทันที เมื่อเห็นว่าปัณณธรลุกขึ้นจากตำแหน่งตรงที่ตัวเองนั่งอยู่
“พอดีแทนเจอเพื่อนนะพี่ธาม ขอตัวไปทักทายเพื่อนแทนก่อนนะ” ปัณณธรตอบพี่ชายออกไปเพียงเท่านั้น เขาก็เดินออกไปทันที โดยไม่สนใจสายตาของใครที่จับจ้องมอง
พิธีมงคลงานสมรสของคู่บ่าวสาวป้ายแดงกำลังดำเนินการไปด้วยดี และก็มาถึงพิธีการสำคัญซึ่งเป็นพิธีสวมแหวน และเจ้าบ่าวกำลังจะสวมแหวนลงที่นิ้วให้แก่เจ้าสาวนั้นเอง...
แต่ทว่า...
“งานแต่งนี้จะไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด!!!”
ทุกคนในที่นี้ต่างก็ต้องหันไปมองตามต้นเสียง และก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อมีร่างหญิงสาวใส่ชุดเดรสกระโปรงสีแดงสดปรากฎตัว ซึ่งมองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าเธอนั้นกำลังตั้งครรภ์อยู่แน่ เพราะหน้าท้องที่นู้นโดดเด่น มองเห็นได้อย่างชัดเจน
“พีค่ะ ปรางกำลังท้องอยู่นะคะ พีทำปรางท้องแล้วพีจะไปแต่งงานกับใครไม่ได้ทั้งนั้น พีต้องรับผิดชอบปรางกับลูก ปรางไม่ยอมแน่ พีนอนกับปรางทุกวัน แต่จู่ ๆ ก็แอบมาจัดแต่งงานแบบนี้ได้ไง” เสียงหญิงสาวท้องโตเอ่ยตัดพ้อขึ้นมา พร้อมกับสายตาที่ไปมองไปที่คู่บ่าวสาวของงานด้วยสายตาที่เคียดแค้น
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการ์ต่างก็จับจ้องมองไปที่หญิงสาว และคู่บ่าวสาวสลับไปมา และต่างก็วิจารณ์ตีความหมายไปต่าง ๆ นา ๆ เช่นกัน เพราทั้งคู่สามเป็นคนสาธารณะออกสื่อเป็นประจำ
ส่วนเจ้าสาวป้ายแดงนั้น เธอรีบชักมือกลับคืนอย่างไว และลุกขึ้นยืนฟาดฝามือลงไปที่ใบหน้าของเจ้าบ่าวในทันที โดยที่ไม่รอฟังคำอธิบายอะไรจากปากของเขาเลย แล้วเธอก็วิ่งออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้ทันที
“ชายชั่ว”
*
*
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าแทน เหมือนที่ตรงพิธีกำลังวุ่นวายเลย” กรรณิการ์เอ่ยขึ้น เมื่อสถานการณ์เริ่มผิดปกติ เพราะมีเสียงฮือฮาของผู้คนดังขึ้น และแสงแฟลชและเสียงชัตเตอร์จากกล้องที่ดังรัว ๆ
“ไม่รู้สิ งั้นเราขอตัวก่อนนะกิ่ง น้ำริน” ปัณณธรจึงบอกลากับเพื่อนทั้งสอง และกำลังจะหมุนตัวกลับไปดูสถานการณ์
“เฮ้ย!!! น้ำ...”
ปัณณธรที่ยืนอยู่ใกล้กับเธอพอดี เขารีบรวบตัวของเพื่อนและอุ้มเธอขึ้นมาแนบอกทันที เมื่อเห็นว่าเธอเอนกายมาทางเขาและหมดสติไปในที่สุด
“มีอะไรแทน ใครเป็นอะไร?” เสียงทุ้มของพี่ชายปัณณธรดังขึ้นมาทันที เมื่อเดินมาถึง
ปุณณธีร์เดินอกมาตามตัวน้องชาย หลังจากที่ปัณณธรเดินออกมา เขาก็เดินออกมาตามเพราะไม่อาจทนอยู่ในสถานการณ์อึดอัดแบบนั้นได้
“พี่ธาม พอดีเพื่อนของผม เธอเป็นลมนะครับ” ปัณณธรเอ่ยตอบพี่ชายไปตามตรง
“เพื่อนเหรอ? น้ำ...” ทันทีที่รู้ว่าคนที่น้องชายอุ้มอยู่นั้นเป็นใคร เขาก็ต้องร้องอุทานออกมาทันที และขยับเข้าไปใกล้น้องชายหมายจะอุ้มเธอแทน
“นี่พี่ธาม พี่จะทำอะไร แล้วพี่รู้จักน้ำเพื่อนของผมได้ไง” ปัณณธรเอ่ยถามพี่ชายขึ้นทันที เมื่อเห็นปฏิกิริยาของพี่ชายที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงเพื่อนของตนอย่างเห็นได้ชัด
“น้ำเป็นมะ เอ่อ...น้ำเป็นแฟนพี่เอง”
“อะไรน่ะ” กรรณิการ์และปัณณธรอุทานออกมาอย่างพร้อมเพียงกัน
ปุณณธีร์จึงจับไปที่ข้อมือของธารารินทร์แล้วชูขึ้นให้น้องชายดูชัด ๆ เพราะปัณณธรคงจะรู้ดีว่าเขาไม่ได้พูดมั่วแน่เมื่อเห็นสิ่งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้เพราะนั้นก็คือสร้อยข้อมือที่เขาเคยเอาไปปรึกษาน้องชายเมื่อก่อนที่เขาจะมอบให้ธารารินทร์นั้นเอง
ปัณณธรจึงยอมส่งหญิงสาวในอ้อมอกให้แก่พี่ชายไป เมื่อรับรู้ว่าพี่ชายพูดเรื่องจริงเพราะสิ่งที่เห็นบนข้อมือของเพื่อนนั้นไม่ผิดแน่ เป็นเส้นเดียวกันกับที่พี่ชายเคยเอามาให้ดู แต่เขาไม่คิดว่าคนที่พี่ชายมอบให้นั้นจะเป็นเธอ ถึงจะยังไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งคู่เท่าไหร่นัก แต่เขาจะไม่ถามอะไรตอนนี้ เพราะมีสิ่งที่ต้องจัดการก่อน
แล้วปัณณธรก็เดินออกไปทันที เมื่อเห็นว่าตอนนี้กำลังเกิดความวุ่นวายในงานมงคลของพี่สาว ซึ่งมีหญิงสาวท้องโตมาอ้างว่ากำลังตั้งท้องกับว่าที่เจ้าบ่าวของพี่สาวในวันนี้
“เดี๋ยวค่ะบอส” กรรณิการ์รีบร้องเรียกเจ้านายของเธอเอาไว้ก่อนทันที ที่เขาจะอุ้มพาเพื่อนของเธอเดินออกไปจากตรง
“ไม่ต้องห่วงหรอกกิ่ง คุณธามไม่ทำอะไรน้องน้ำหรอก” ศราวินที่อยู่ตรงนั่นรีบอธิบายบอกกับเธอแทนทันที
“เป็นเรื่องจริงใช่ไหมค่ะ ที่น้ำเป็นแฟนของบอส” กรรณิการ์ถามขึ้นมาทันที เพื่อความแน่ใจ
“ใช่แล้วค่ะ” แอมราแฟนสาวของศราวินเป็นฝ่ายตอบแทน
“กิ่งไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ”
“ที่ผ่านมาพวกเขาคงแค่งอนกันแหละ” แอมราอธิบายบอกตามเท่าที่เธอทราบ
“กิ่งค่อยเบาใจหน่อยค่ะ เพราะน้ำไม่ยอมพูดหรือเล่าอะไรออกเลยตั้งแต่ที่ไปขออยู่กับกิ่ง” กรรณิการ์เบาใจขึ้นมาทันที
พร้อมวันไหนล่ะบ้านพัชรเหมรัตน์“ขอโทษนะครับพ่อแม่”ปุณณธีร์รีบยกมือขึ้นทำความเคารพผู้เป็นพ่อแม่และเอ่ยขอโทษขอโพยทันที ที่เขาพาธารารินทร์เข้ามาบ้าน หลังจากที่เขากลับจากโรงพยาบาล“คนที่แกควรขอโทษคือพ่อแม่ของน้องต่างหาก แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนลูกให้ทำกับผู้หญิงแบบนี้นะ” ปราณีตำหนิลูกชายขึ้นมาทันที ที่ทั้งคู่นั่งลงยังโซฟา“เรื่องนี้ผมจะไปกราบขอขมาท่านอย่างแน่นอนครับ แต่คราวนี้พ่อกับแม่ต้องเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอลูกสาวท่านให้ผมด้วยนะ...” เขาพูดขึ้นมาด้วยสายตาที่จริงจัง“พี่ธาม” ธารารินทร์รีบแทรกขึ้นมาทันที เพราะรู้ความหมายในสิ่งที่ปุณณธีร์พูดดี ว่าเขาหมายความว่าเช่นไร เขาพร้อมก็จริงแต่เธอยังไม่พร้อมเพราะเธอไม่เคยบอกกับผู้ให้กำเนิดว่าเธอนั้นคบหาดูใจกันกับใคร แถมตอนนี้ยังต้องครรภ์อีกด้วยผู้ให้กำเนิดปุณณธีร์ทั้งสองคนยิ้มออกมาทันที ที่ได้ยินลูกชายคนโตของบ้านพูดออกมาแบบนี้ เพราะลูกชายไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ทั้งที่พวกตนพยายามแหย่อยู่หลายครั้ง“พร้อมกันวันไหนล่ะ พรุ่งนี้เลยดีไหม” ธนาพูดขึ้นมาบ้างพร้อมกับใบหน้าที่ส่งยิ้มให้แก่ธารารินทร์อย่างนึกเอ็นดูที่เอาแต่นั่งก้มหน้า“คือว่า น้ำ...”“ไม่ต้องกังวลนะ พี่ไ
ต่ออีกนะ“ต่อเลยนะ คราวนี้คงไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาได้แล้วละ” เสียงเรียบเอ่ยขอพร้อมกับบอกเธอด้วยความมั่นใจ เพราะเห็นปัณณธรล็อคประตู้ให้ด้วยตาของตัวเอง“น่าอายจังเลย”“ไอ้แทนมันก็บอกอยู่ว่ามันไม่เห็นอะไร” เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอสบายใจ“แต่...”“พี่รู้จักน้องชายของพี่ดี และพี่ก็เชื่อว่าแทนเองก็ให้เกียรติน้ำ มันไม่ได้มองอย่างที่มันบอกแน่นอน” เขาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักนิสัยของน้องชายเขาดีว่าปัณณธรพูดจริง“ต่อไปน้ำจะกล้าสู้หน้าแทนได้ยังไงค่ะ” เธอเอ่ยด้วยความกังวล“ก็ไม่ต้องไปมองไงครับ มองแค่พี่คนเดียวก็พอแล้ว เพราะพี่คือผัวของน้ำ” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาปุณณธีร์จึงลุกขึ้นถอดกางเกง และถอดเสื้อผ้าของธารารินทร์ออกด้วย กายแกร่งแทรกนั่งตรงหว่างขาของเธอ มือใหญ่กำสาวตัวตน และกดแทรกเข้าไปในร่องรักสีหวานของหญิงสาวทันที“อ๊า ยังแน่นเหมือนเดิมเลย เจ็บไหมครับ” เสียงกระเส่าเอ่ยถาม แต่สายตากลับยังคงจ้องมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและเธอ“ไม่เลยค่ะ แค่อึดอัดนิดหน่อย” เธอส่ายหน้าตอบเขา แต่มือกลับจิกเล็บลงที่แขนของเขาอย่างแรงแบบไม่รู้ตัว “ถ้าไม่ไหวน้ำบ
ไม่เห็นอะไรใช่ไหม“ก็ใครจะไปรู้ว่าน้ำยาของพี่มันจะดีขนาดนี้ พึ่งให้หมอฉีดไปแค่เข็มแรกเองพี่ก็เสกลูกเข้าท้องน้ำได้สำเร็จ พอคลอดคนนี้แล้วเรามีคนต่อไปเลยน่ะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและสวมกอดเธอเอาไว้อย่างแน่น“บ้าไปหรือเปล่าค่ะ” เธอดุเขาออกไปทันที เมื่อเขาคิดเตลิดไปไกลวาดฝันถึงเรื่องมีลูกคนที่สอง เขาคิดออกมาได้ยังไง ทั้งที่คนแรกก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกเลย“ครับ พี่มันบ้าและตอนนี้ก็บ้ามาก ๆ เลย ตั้งแต่ที่เมียหนีไปอยู่ที่่อื่นพี่ก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอออกมาตามตรง เพราะไม่มีที่จะต้องปิดบังแล้ว ถ้าจะเสียหน้าก็ช่างเพื่อแลกกับการที่ได้เธอมาครอบครองอยู่ในชีวิตของเขา“น่าจะบอกความจริงให้เร็วกว่านี้หน่อย น้ำจะได้ตั้งรับทัน” ถึงจะอยากโกรธเขามากสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจทำได้ เพราะเธอเองก็เต็มใจมอบกายมอบใจให้เขาไปแล้ว“ขอโทษที่พี่เป็นคนขี้ขลาดกับเรื่องแบบนี้นะ แต่การกระทำของพี่มันไม่ขี้ขลาดนะ ลองดูอีกก็ได้ พี่ทำได้ดีเลยทีเดียว” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกของเขาก็เลื้อยมาที่ลูบที่หน้าท้องและเลื่อนลงมาลูบที่เนินสามเหลี่ยมมของเธอ“หื่นก็ขอให้เลือกสถานที่บ้างนะคะว่าที่คุณพ่อ” เธอเอ็ดเขาไปเช่นนั้น
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร







