LOGIN“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น
“ขอเวลาอีก...”
“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา
“ก็ได้” เมื่อเจอน้ำเสียงและสายตาขู่แบบนี้ของเพื่อนเธอก็ต้องยอม และละทิ้งทุกอย่างตรงหน้า เก็บเข้าที่เข้าทางให้เป็นระเบียบ
“ทิ้งเลขบัญชีไว้ให้ด้วย เดี๋ยวฉันโอนเงินเข้าไปให้” ปัณณธรเอ่ยบอกอีกที เมื่อเห็นว่าเธอตอบรับยอมทำตามที่เขาบอก
“...” ธารารินทร์เขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษแผ่นเล็ก แล้วส่งให้แกคนตรงหน้าที่ตอนนี้เป็นเจ้านายของเธอ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูเดินออกไปจากห้องนี้
*
*
หลายวันต่อมา
การทำงานของธารารินทร์ในแต่ละคืนที่ผ่านมานั้น ผ่านพ้นมาด้วยดี เพราะอยู่ภายใต้การดูแลของปัณณธรตลอด ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่
“วันนี้มีงานต่อที่ไหนอีกไหมวิน” ปุณณธีร์ถามผู้ช่วยคนสนิทขึ้นมาทันที ที่เอกสารฉบับสุดท้ายถูกปิดลงหลังจากที่ตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ไม่มีแล้วครับคุณธาม” ศราวินตอบผู้เป็นเจ้านายออกไปตามตรง เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในการทำงานของสัปดาห์นี้แล้ว
“คืนนี้ฉันจะเข้าไปดูงานที่คลับต่อ พอดีไอ้แทนมันไม่อยู่” ปุณณธีร์พูดแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน ขยับออกจากเก้าอี้ทันที
“ครับ แล้ว...” ศราวินทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับ แล้วกำลังจะเอ่ยถาม
“นายแค่ไปส่งฉัน แล้วก็เอารถฉันกลับได้เลย พรุ่งนี้วันหยุดเผื่อนายอยากพาแฟนไปเที่ยวไหน” ปุณณธีร์พูดบอก เพราะเขารถที่เขาให้ศราวินใช้ก็เป็นรถส่วนตัวของเขาอีกคัน ช่วงนี้เขางานยุ่งมาก เขาจะไม่ขับรถเอง
“แล้วคุณธามละครับ”
“สัปดาห์นี้ฉันจะขอเคลียร์งานที่คลับก่อน คงไม่ออกไปไหนหรอก ถ้ามีเดี๋ยวเอารถอีกคันไปเอง นายไม่ต้องห่วงหรอก” ปุณณธีร์บอกออกไปตามที่ตนตั้งใจเอาไว้
“ครับ”
“เช้าวันจันทร์ค่อยมารับฉันที่คอนโดก็แล้วกัน”
“ครับคุณธาม”
“ตามสบายเลยนะ ถ้าเงินไม่พอก็บอก...”
“แค่นี้ก็มากเพียงพอแล้วครับ”
ปุณณธีร์จึงเดินนำออกจากห้องทำงานไปโดยมีศราวินเดินออกตามหลังไปทันที เพราะเป็นเวลาเลิกงานแล้ว
*
*
Night Club
“ทำไมวันนี้คุณธามถึงได้มานั่งทำงานที่ห้องนี้แทนละคะ” ใบหม่อนหญิงสาวผู้จัดการของที่นี่ เธอเอ่ยถามเจ้าของแห่งนี้ขึ้นมาทันที ที่ถูกเรียกตัวเข้ามาพบในห้องที่เขาจัดไว้รองรับเพื่อน ไม่ใช่ห้องทำงานส่วนของเขา
“ผมแค่รู้สึกเบื่อ ๆ น่าจะเหนื่อยจากงานนะครับพี่ใบหม่อน” ปุณณธีร์ตอบผู้จัดการร้านแล้วก็เอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง
“พักผ่อนบ้างนะคะ ขนาดงานที่บริษัทยุ่ง คุณธามก็ยังอุตส่าห์เจียดเวลาเข้ามาดูงานที่นี่อีก”
“พี่ใบหม่อนเอาเครื่องดื่มขึ้นมาให้ผมหน่อย แล้วเรียกเด็กขึ้นมาให้ด้วยสักคน” ปุณณธีร์บอกออกไปตามตรง เพราะหลายวันมานี้เขาทุ่มอยู่กับงานจนไม่มีเวลาหาความสุขให้ตัวเองเลย
“คืนนี้เด็กคิวเต็มหมดเลยค่ะ พอดีลางานกันเยอะมากช่วงนี้ จะมีก็แค่...” ใบหม่อนเอ่ยบอกไปด้วยความลังเล เพราะว่าวันนี้พนักงานบริการหยุดงานกันเยอะมาก
และคนที่ว่างไม่ได้รับแขกเลยก็จะมีแค่หญิงสาวเพียงคนเดียวที่ทำงานให้แก่น้องชายของปุณณธีร์นั้นเอง นั่นคือธารารินทร์
“ใครว่างก็คนนั้นแหละ ไล่ออกให้หมดเลยใครที่รับงานนอกรอบไปแล้วมาทำงานไม่ไหว” ปุณณธีร์พูดขึ้นด้วยความรู้สึกไม่ค่อยพอใจที่รู้ว่าวันนี้
หญิงผู้จัดการจำยอมทำตามที่ปุณณธีร์บอก เพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว และรู้จักนิสัยของปุณณธีร์ดีว่าเป็นคนแบบไหน
*
*
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา!” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น
คนด้านนอกจึงได้เปิดประตูและเดินเข้ามา โดยในมือของเธอถือถาดเครื่องดื่มที่หญิงสาวผู้จัดการสั่งงานจัดการมาให้ และให้เธอขึ้นมาบริการที่ห้องนี้ด้วยตัวเอง ความรู้สึกเสียวสันหลังเกิดขึ้นทันทีที่เธอย่างกรายเข้ามา
“เป็นเด็กใหม่เหรอ เหมือนไม่เคยเจอหน้าเลย” ปุณณธีร์เลิกคิ้วถามขึ้นทันที เมื่อเห็นหญิงสาวเป็นครั้งแรก
“ค่ะ” เธอเอ่ยตอบเพียงสั้น ๆ แถมไม่กล้ามองสบตากับเขาอีก
“มาทำงานที่นี่ได้นานยังละ” เสียงเรียบถามขึ้นทันที
“ได้อาทิตย์หนึ่งแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“เธอคงไม่รู้จักฉันสินะแม่สาวน้อย” เขาพูดพร้อมกับส่งสายตามองเธอด้วยสายตาที่ดูเจ้าเสน่ห์
เธอนั่งลงที่โซฟาอีกตัวด้วยความรู้สึกที่ประหม่า เมื่อเจอสายตาของปุณณธีร์มองมาที่เธอแบบนี้ เธอไม่รู้ว่าควรจักทำเช่นไรดี จึงได้หยิบขวดเครื่องดื่มตรงหน้าเพื่อแก้เก้อและหมายจะบริการเขา
“...” ปุณณธีร์ยกขาขึ้นไขว้ห้างจ้องมองดูการกระทำของเธอโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เพราะอยากรู้ว่าเธอจะทำเช่นไรต่อจากนี้
ธารารินทร์จึงได้ส่งแก้วเครื่องดื่มสีอำพรางที่เธอชงเสร็จแล้วนั่น ได้ยื่นไปให้แก่ชายหนุ่มที่เอาแต่นั่งจ้องมองเธอตาไม่กระพริบอยู่โซฟาอีกตัว
“ขยับมานั่งตรงนี้” เขาพูดพร้อมกับตบมือลงที่ข้าง ๆ ตัว แต่สายตากับยังคงจ้องมองไปที่ใบหน้าของเธอแบบไม่กระพริบ
“...” เธอทำท่าทางลำบากใจ ก่อนจะยอทำตามที่เขาบอก ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นแล้วขยับตัวไปนั่งลงตรงที่เขาบอกโดยเป็นที่ข้าง ๆ กับเขานั้นเอง
“ป้อนสิ” เสียงเรียบเอ่ยบอกกับเธอขณะที่สายตาก็ยังคงโฟกัสแค่ใบหน้าของเธอ
“...” ธารารินทร์ถอนหายใจยาว ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าขึ้นมา เธอยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นด้วยมืออันสั่นเทาหมายที่จะป้อนเครื่องดื่มให้เขา
แต่มือใหญ่ของปุณณธีร์กลับจับมือของเธอเอาไว้เสียก่อน ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายยกขึ้นกระดกเสียเองเสียหมดแก้ว โดยที่ไม่ต้องรอให้เธอป้อนเลย
ธารารินทร์เอาแต่เบิกตากว้าง มองการกระทำของเขาตาค้างเพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดที่จะทำอะไรอยู่กันแน่ ทั้งที่เป็นคนบอกให้เธอป้อน แต่เขากลับยกกระดกดื่มเสียเอง
“คุณ อุบ...”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยอะไรไปมากกว่านั้น เขาที่ใช้ความไวรวบเธอเข้ามาประชิดตัวเขา ก่อนที่เขานั้นจะล็อคท้ายทอยของเธอไว้ แล้วปล่อยแอลกอฮอล์ที่เขายกกระดกดื่มเมื่อสักครู่นั้นเข้าไปในปากของเธอทันที โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักนิด
แคร่ก!!!
ต่ออีกนะ“ต่อเลยนะ คราวนี้คงไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาได้แล้วละ” เสียงเรียบเอ่ยขอพร้อมกับบอกเธอด้วยความมั่นใจ เพราะเห็นปัณณธรล็อคประตู้ให้ด้วยตาของตัวเอง“น่าอายจังเลย”“ไอ้แทนมันก็บอกอยู่ว่ามันไม่เห็นอะไร” เขาเอ่ยบอกเพื่อให้เธอสบายใจ“แต่...”“พี่รู้จักน้องชายของพี่ดี และพี่ก็เชื่อว่าแทนเองก็ให้เกียรติน้ำ มันไม่ได้มองอย่างที่มันบอกแน่นอน” เขาเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ เพราะรู้จักนิสัยของน้องชายเขาดีว่าปัณณธรพูดจริง“ต่อไปน้ำจะกล้าสู้หน้าแทนได้ยังไงค่ะ” เธอเอ่ยด้วยความกังวล“ก็ไม่ต้องไปมองไงครับ มองแค่พี่คนเดียวก็พอแล้ว เพราะพี่คือผัวของน้ำ” เขาเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยวาจาที่ฟังดูแล้วทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาปุณณธีร์จึงลุกขึ้นถอดกางเกง และถอดเสื้อผ้าของธารารินทร์ออกด้วย กายแกร่งแทรกนั่งตรงหว่างขาของเธอ มือใหญ่กำสาวตัวตน และกดแทรกเข้าไปในร่องรักสีหวานของหญิงสาวทันที“อ๊า ยังแน่นเหมือนเดิมเลย เจ็บไหมครับ” เสียงกระเส่าเอ่ยถาม แต่สายตากลับยังคงจ้องมองที่จุดเชื่อมต่อระหว่างเขาและเธอ“ไม่เลยค่ะ แค่อึดอัดนิดหน่อย” เธอส่ายหน้าตอบเขา แต่มือกลับจิกเล็บลงที่แขนของเขาอย่างแรงแบบไม่รู้ตัว “ถ้าไม่ไหวน้ำบ
ไม่เห็นอะไรใช่ไหม“ก็ใครจะไปรู้ว่าน้ำยาของพี่มันจะดีขนาดนี้ พึ่งให้หมอฉีดไปแค่เข็มแรกเองพี่ก็เสกลูกเข้าท้องน้ำได้สำเร็จ พอคลอดคนนี้แล้วเรามีคนต่อไปเลยน่ะ” เอ่ยออกมาอย่างภาคภูมิใจและสวมกอดเธอเอาไว้อย่างแน่น“บ้าไปหรือเปล่าค่ะ” เธอดุเขาออกไปทันที เมื่อเขาคิดเตลิดไปไกลวาดฝันถึงเรื่องมีลูกคนที่สอง เขาคิดออกมาได้ยังไง ทั้งที่คนแรกก็ยังไม่ลืมตาขึ้นมาดูโลกเลย“ครับ พี่มันบ้าและตอนนี้ก็บ้ามาก ๆ เลย ตั้งแต่ที่เมียหนีไปอยู่ที่่อื่นพี่ก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว” เขาเอ่ยบอกเธอออกมาตามตรง เพราะไม่มีที่จะต้องปิดบังแล้ว ถ้าจะเสียหน้าก็ช่างเพื่อแลกกับการที่ได้เธอมาครอบครองอยู่ในชีวิตของเขา“น่าจะบอกความจริงให้เร็วกว่านี้หน่อย น้ำจะได้ตั้งรับทัน” ถึงจะอยากโกรธเขามากสักแค่ไหน แต่เธอก็ไม่อาจทำได้ เพราะเธอเองก็เต็มใจมอบกายมอบใจให้เขาไปแล้ว“ขอโทษที่พี่เป็นคนขี้ขลาดกับเรื่องแบบนี้นะ แต่การกระทำของพี่มันไม่ขี้ขลาดนะ ลองดูอีกก็ได้ พี่ทำได้ดีเลยทีเดียว” ไม่พูดเปล่า มือปลาหมึกของเขาก็เลื้อยมาที่ลูบที่หน้าท้องและเลื่อนลงมาลูบที่เนินสามเหลี่ยมมของเธอ“หื่นก็ขอให้เลือกสถานที่บ้างนะคะว่าที่คุณพ่อ” เธอเอ็ดเขาไปเช่นนั้น
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหร
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







