登入“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น
“ขอเวลาอีก...”
“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา
“ก็ได้” เมื่อเจอน้ำเสียงและสายตาขู่แบบนี้ของเพื่อนเธอก็ต้องยอม และละทิ้งทุกอย่างตรงหน้า เก็บเข้าที่เข้าทางให้เป็นระเบียบ
“ทิ้งเลขบัญชีไว้ให้ด้วย เดี๋ยวฉันโอนเงินเข้าไปให้” ปัณณธรเอ่ยบอกอีกที เมื่อเห็นว่าเธอตอบรับยอมทำตามที่เขาบอก
“...” ธารารินทร์เขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษแผ่นเล็ก แล้วส่งให้แกคนตรงหน้าที่ตอนนี้เป็นเจ้านายของเธอ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูเดินออกไปจากห้องนี้
*
*
หลายวันต่อมา
การทำงานของธารารินทร์ในแต่ละคืนที่ผ่านมานั้น ผ่านพ้นมาด้วยดี เพราะอยู่ภายใต้การดูแลของปัณณธรตลอด ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่
“วันนี้มีงานต่อที่ไหนอีกไหมวิน” ปุณณธีร์ถามผู้ช่วยคนสนิทขึ้นมาทันที ที่เอกสารฉบับสุดท้ายถูกปิดลงหลังจากที่ตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ไม่มีแล้วครับคุณธาม” ศราวินตอบผู้เป็นเจ้านายออกไปตามตรง เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายในการทำงานของสัปดาห์นี้แล้ว
“คืนนี้ฉันจะเข้าไปดูงานที่คลับต่อ พอดีไอ้แทนมันไม่อยู่” ปุณณธีร์พูดแล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน ขยับออกจากเก้าอี้ทันที
“ครับ แล้ว...” ศราวินทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับ แล้วกำลังจะเอ่ยถาม
“นายแค่ไปส่งฉัน แล้วก็เอารถฉันกลับได้เลย พรุ่งนี้วันหยุดเผื่อนายอยากพาแฟนไปเที่ยวไหน” ปุณณธีร์พูดบอก เพราะเขารถที่เขาให้ศราวินใช้ก็เป็นรถส่วนตัวของเขาอีกคัน ช่วงนี้เขางานยุ่งมาก เขาจะไม่ขับรถเอง
“แล้วคุณธามละครับ”
“สัปดาห์นี้ฉันจะขอเคลียร์งานที่คลับก่อน คงไม่ออกไปไหนหรอก ถ้ามีเดี๋ยวเอารถอีกคันไปเอง นายไม่ต้องห่วงหรอก” ปุณณธีร์บอกออกไปตามที่ตนตั้งใจเอาไว้
“ครับ”
“เช้าวันจันทร์ค่อยมารับฉันที่คอนโดก็แล้วกัน”
“ครับคุณธาม”
“ตามสบายเลยนะ ถ้าเงินไม่พอก็บอก...”
“แค่นี้ก็มากเพียงพอแล้วครับ”
ปุณณธีร์จึงเดินนำออกจากห้องทำงานไปโดยมีศราวินเดินออกตามหลังไปทันที เพราะเป็นเวลาเลิกงานแล้ว
*
*
Night Club
“ทำไมวันนี้คุณธามถึงได้มานั่งทำงานที่ห้องนี้แทนละคะ” ใบหม่อนหญิงสาวผู้จัดการของที่นี่ เธอเอ่ยถามเจ้าของแห่งนี้ขึ้นมาทันที ที่ถูกเรียกตัวเข้ามาพบในห้องที่เขาจัดไว้รองรับเพื่อน ไม่ใช่ห้องทำงานส่วนของเขา
“ผมแค่รู้สึกเบื่อ ๆ น่าจะเหนื่อยจากงานนะครับพี่ใบหม่อน” ปุณณธีร์ตอบผู้จัดการร้านแล้วก็เอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง
“พักผ่อนบ้างนะคะ ขนาดงานที่บริษัทยุ่ง คุณธามก็ยังอุตส่าห์เจียดเวลาเข้ามาดูงานที่นี่อีก”
“พี่ใบหม่อนเอาเครื่องดื่มขึ้นมาให้ผมหน่อย แล้วเรียกเด็กขึ้นมาให้ด้วยสักคน” ปุณณธีร์บอกออกไปตามตรง เพราะหลายวันมานี้เขาทุ่มอยู่กับงานจนไม่มีเวลาหาความสุขให้ตัวเองเลย
“คืนนี้เด็กคิวเต็มหมดเลยค่ะ พอดีลางานกันเยอะมากช่วงนี้ จะมีก็แค่...” ใบหม่อนเอ่ยบอกไปด้วยความลังเล เพราะว่าวันนี้พนักงานบริการหยุดงานกันเยอะมาก
และคนที่ว่างไม่ได้รับแขกเลยก็จะมีแค่หญิงสาวเพียงคนเดียวที่ทำงานให้แก่น้องชายของปุณณธีร์นั้นเอง นั่นคือธารารินทร์
“ใครว่างก็คนนั้นแหละ ไล่ออกให้หมดเลยใครที่รับงานนอกรอบไปแล้วมาทำงานไม่ไหว” ปุณณธีร์พูดขึ้นด้วยความรู้สึกไม่ค่อยพอใจที่รู้ว่าวันนี้
หญิงผู้จัดการจำยอมทำตามที่ปุณณธีร์บอก เพราะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว และรู้จักนิสัยของปุณณธีร์ดีว่าเป็นคนแบบไหน
*
*
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา!” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น
คนด้านนอกจึงได้เปิดประตูและเดินเข้ามา โดยในมือของเธอถือถาดเครื่องดื่มที่หญิงสาวผู้จัดการสั่งงานจัดการมาให้ และให้เธอขึ้นมาบริการที่ห้องนี้ด้วยตัวเอง ความรู้สึกเสียวสันหลังเกิดขึ้นทันทีที่เธอย่างกรายเข้ามา
“เป็นเด็กใหม่เหรอ เหมือนไม่เคยเจอหน้าเลย” ปุณณธีร์เลิกคิ้วถามขึ้นทันที เมื่อเห็นหญิงสาวเป็นครั้งแรก
“ค่ะ” เธอเอ่ยตอบเพียงสั้น ๆ แถมไม่กล้ามองสบตากับเขาอีก
“มาทำงานที่นี่ได้นานยังละ” เสียงเรียบถามขึ้นทันที
“ได้อาทิตย์หนึ่งแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“เธอคงไม่รู้จักฉันสินะแม่สาวน้อย” เขาพูดพร้อมกับส่งสายตามองเธอด้วยสายตาที่ดูเจ้าเสน่ห์
เธอนั่งลงที่โซฟาอีกตัวด้วยความรู้สึกที่ประหม่า เมื่อเจอสายตาของปุณณธีร์มองมาที่เธอแบบนี้ เธอไม่รู้ว่าควรจักทำเช่นไรดี จึงได้หยิบขวดเครื่องดื่มตรงหน้าเพื่อแก้เก้อและหมายจะบริการเขา
“...” ปุณณธีร์ยกขาขึ้นไขว้ห้างจ้องมองดูการกระทำของเธอโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เพราะอยากรู้ว่าเธอจะทำเช่นไรต่อจากนี้
ธารารินทร์จึงได้ส่งแก้วเครื่องดื่มสีอำพรางที่เธอชงเสร็จแล้วนั่น ได้ยื่นไปให้แก่ชายหนุ่มที่เอาแต่นั่งจ้องมองเธอตาไม่กระพริบอยู่โซฟาอีกตัว
“ขยับมานั่งตรงนี้” เขาพูดพร้อมกับตบมือลงที่ข้าง ๆ ตัว แต่สายตากับยังคงจ้องมองไปที่ใบหน้าของเธอแบบไม่กระพริบ
“...” เธอทำท่าทางลำบากใจ ก่อนจะยอทำตามที่เขาบอก ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นแล้วขยับตัวไปนั่งลงตรงที่เขาบอกโดยเป็นที่ข้าง ๆ กับเขานั้นเอง
“ป้อนสิ” เสียงเรียบเอ่ยบอกกับเธอขณะที่สายตาก็ยังคงโฟกัสแค่ใบหน้าของเธอ
“...” ธารารินทร์ถอนหายใจยาว ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าขึ้นมา เธอยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นด้วยมืออันสั่นเทาหมายที่จะป้อนเครื่องดื่มให้เขา
แต่มือใหญ่ของปุณณธีร์กลับจับมือของเธอเอาไว้เสียก่อน ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายยกขึ้นกระดกเสียเองเสียหมดแก้ว โดยที่ไม่ต้องรอให้เธอป้อนเลย
ธารารินทร์เอาแต่เบิกตากว้าง มองการกระทำของเขาตาค้างเพราะไม่รู้ว่าเขากำลังคิดที่จะทำอะไรอยู่กันแน่ ทั้งที่เป็นคนบอกให้เธอป้อน แต่เขากลับยกกระดกดื่มเสียเอง
“คุณ อุบ...”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยอะไรไปมากกว่านั้น เขาที่ใช้ความไวรวบเธอเข้ามาประชิดตัวเขา ก่อนที่เขานั้นจะล็อคท้ายทอยของเธอไว้ แล้วปล่อยแอลกอฮอล์ที่เขายกกระดกดื่มเมื่อสักครู่นั้นเข้าไปในปากของเธอทันที โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักนิด
แคร่ก!!!
อย่าเกร็ง NCกึก...เข้าไปได้เพียงแค่ส่วนหัวเบ่งบานเท่านั้นแหละ เขาก็ต้องพบกับความยากลำบาก เพราะแรงบีบรัดที่เขาไม่สามารถเดินหน้าไปต่อได้เลย ครั้นจะถอยหลังเขาก็ยอมไม่ได้อยู่แล้ว“อย่าเกร็ง มันเข้าไม่ได้”เขาพูดเพียงแค่นั้น และเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่เขาจะกลั้นหายใจแล้วดันแก่นกายเข้าไปในช่องทางคับแคบของเธออีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้เขานั้นกลั้นใจออกแรงกดลงไปทีเดียวจนสุดลำกันเลยทีเดียวกรี๊ด!!!คนใต้ร่างกรีดร้องเสียงหลงออกมาอย่างสุดเสียง เพราะความเจ็บปวดกลางกายสาว พร้อมกับน้ำตาที่ไหลพร่าอาบสองแก้ม ขาทั้งสองเกร็งสั่นเทา เล็บสาวจิกลงที่กลางหลังของคนเหนือร่างอย่างแรง เพื่อระบายความเจ็บปวด“นี่เธอ!!!”ปุณณธีร์กลับต้องชะงักเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีที่แก่นกายเข้าไปตัวเธอได้สุด เพราะตกใจกับสิ่งที่เจอจนทำอะไรแทบไม่ถูก ปฏิกิริยาของเธอในตอนนี้กับกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ลอยมาแตะจมูกเขา เขาก็รับรู้ได้ว่ามันคืออะไร เพียงแต่เขาคาดไม่ถึงว่าเธอจะยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ ทั้งที่เธอเข้ามาทำงานแบบนี้ เธอไม่รู้เหรอว่างานแบบนี้ยังไงก็ต้อวมีนอนกับแขกและเขาคิดแค่ว่าผู้หญิงทำงานกลางคืนก็คงจะเหมือนกันหมดกับผู้หญิ
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบปิดปากของคนใต้ร่างอีกครั้งในทันที ก่อนเธอจะได้เอ่ยจบประโยค และครั้งนี้เขาก็ทิ้งน้ำหนักลงทาบทับตัวเธอไปทั้งหมด แถมมือของเขาตอนนี้ก็คลายออกจากมือของเธอ แถมยังเป็นฝ่ายลูบไล้เรือนร่างของหญิงสาวเสียเอง เพราะเขาไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ของตัวเองได้เช่นกันเขาส่งลิ้นร้ายเข้าไปกวาดละเมียดชิมความหวานอีกครั้ง นานหลายนาทีจนกว่าจะพอใจ และค่อย ๆ ไถลปากออกมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวที่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่เขาเคยเจอมา“กลัว? หรือว่าตื่นเต้นกันแน่” เขาถามขึ้นเมื่อถอนจูบออก เพราะรับรู้ถึงปฏิกิริยาของคนใต้ร่างที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด บวกกับใจที่เต้นแรงผิดปกติของเธอด้วย“...” เธอไม่ตอบ แต่กลับทำเป็นส่ายหน้าให้เขาแทนคำพูด เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบหรือพูดคำไหนออกมาดี“ไม่ตอบ??? ถ้าจะเปลี่
อาการแปลก ๆเธอสำลักไอจนหน้าดำหน้าแดงเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวเลย แถมยังเป็นครั้งแรกอีกด้วยที่ได้ลิ้มสัมผัสรสของแอลกอฮอล์แบบจริงจังในครั้งแรกของชีวิตเธอ“อี๋ ขม...” เธอทำหน้าขยะแขยงขึ้นมาทันที ที่ได้ลิ้มรสของแอลกอฮอล์ เพราะว่ามันขมมากกว่าอะไรจนเธอออกร้อนไปทั่วทั้งปาก“ก็แหง่ล่ะ ใครเขาชงเหล้ากันแบบนี้ละ...” เขาสวนพูดขึ้นมาเสียก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมามากความยาวกว่านี้“ก็...” ใบหน้าแดงก่ำทำอะไรไม่ถูก เมื่อเขาจ้องหน้าเธอนิ่ง แถมลมหายใจของเขายังลอยมาสัมผัสที่ใบหน้าของเธออีกด้วยปกติก็เขินอยู่แล้วที่ได้สัมผัสปากกันอย่างแนบแน่น แต่นี้เขากลับป้อนแอลกอฮอล์ให้เธอด้วยปากต่อปาก ทั้งที่ไม่ได้สนิทหรือมีความสัมพันธ์อะไรกันเลย เพราะขนาดแฟนหนุ่มที่เธอคบกันมา ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสเธอแบบนี้เลย อย่างมากก็แค่ได้จับมือกับกอดเธอเพียงแค่เท่านั้นเอง เพราะเธอเป็นคนที่ห่วงตัวเอามาก ๆ“พี่ใบหม่อนรับคนแบบนี้เข้ามาทำงานได้ยังไงกัน ทั้งที่ชงเหล้าก็ไม่เป็น แถมบริการก็ยังห่วยอีก...” ปุณณธีร์พูดขึ้นมาอย่างเหน็บแนมด้วยท่าทีที่ไม่ได้จริงจังเท่าไหร่นัก แต่เธอก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริงนั้นแหละ“ฉันแค่ทำ...” เธอกำลังจะพูดแก้ต
ถูกเรียกมาบริการ“น้ำริน! ตอนนี้ถึงเวลาเลิกงานของเธอแล้ว...” ปัณณธรเอ่ยบอกเมื่อมองดูเวลาแล้วเห็นว่าควรเป็นเวลาที่ธารารินทร์ต้องเลิกงานแล้วตามที่แจ้งกันเอาไว้ก่อนหน้านั้น“ขอเวลาอีก...”“น้ำริน!” ปัณณธรเอ่ยเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้มเพื่อเป็นการข่มขู่ เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเรียกร้องเขา“ก็ได้” เมื่อเจอน้ำเสียงและสายตาขู่แบบนี้ของเพื่อนเธอก็ต้องยอม และละทิ้งทุกอย่างตรงหน้า เก็บเข้าที่เข้าทางให้เป็นระเบียบ“ทิ้งเลขบัญชีไว้ให้ด้วย เดี๋ยวฉันโอนเงินเข้าไปให้” ปัณณธรเอ่ยบอกอีกที เมื่อเห็นว่าเธอตอบรับยอมทำตามที่เขาบอก“...” ธารารินทร์เขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษแผ่นเล็ก แล้วส่งให้แกคนตรงหน้าที่ตอนนี้เป็นเจ้านายของเธอ ก่อนที่เธอจะเปิดประตูเดินออกไปจากห้องนี้**หลายวันต่อมาการทำงานของธารารินทร์ในแต่ละคืนที่ผ่านมานั้น ผ่านพ้นมาด้วยดี เพราะอยู่ภายใต้การดูแลของปัณณธรตลอด ตั้งแต่ที่เธอเข้ามาทำงานที่นี่“วันนี้มีงานต่อที่ไหนอีกไหมวิน” ปุณณธีร์ถามผู้ช่วยคนสนิทขึ้นมาทันที ที่เอกสารฉบับสุดท้ายถูกปิดลงหลังจากที่ตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ไม่มีแล้วครับคุณธาม” ศราวินตอบผู้เป็นเจ้านายออกไปตามตร
เพื่อนมาอุดหนุนเพื่อนไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เขาถึงกล้าเอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายมาเล่าสู่เธอฟัง ทั้งทีเพื่อนสนิทและหญิงสาวคนอื่น ๆ ที่พยายามมาตีสนิทเขาเพื่อที่จะเข้าหาพี่ชายของเขา เขายังไม่กล้าพูดเรื่องของพี่ชายให้คนเหล่านั้นฟังเลย แต่กับธารารินทร์ทำไมเขาถึงเล่าบอกเสียหมดเปลือกเลย “เว่อร์ไปหรือเปล่าแทน...” ธารารินทร์ได้แต่ดุเพื่อน ที่เอาเรื่องส่วนตัวของพี่ชายตัวเองมาสาธยายเล่าบอกให้เธอฟัง“เรื่องจริง เธอลองคิดตามน่ะน้ำริน ขนาดเราอายุแค่ยี่สิบเอง เรายังกินมาเป็นสิบ ๆ คนแล้วเลย เธอลองคิดตามความเป็นจริงสิ พี่ชายเราอายุสามสิบจะขนาดไหน...” ปัณณธรพูดขึ้นมาอีกครั้ง“ผู้ชายขาดเรื่องแบบนี้กันไม่ได้เลยเหรอ?” เธอจึงตัดสินใจเลิกคิ้วถามเพื่อนอย่างสงสัย เพราะที่แฟนหนุ่มของเธอพยายามชวนเธอไปอยู่ด้วยกันก็เพราะหวังเรื่องแบบนี้เองสินะ“คนอื่นเราไม่รู้ แต่สำหรับเรามันขาดไม่ได้จริง ๆ ทำไมเธอไม่ลองถามแฟนเธอดูล่ะ ว่าขาดเรื่องแบบนี้ได้หรือเปล่า” ปัณณธรตอบเธอออกไปตามตรงตามความรู้สึกของตัวเขาเอง“พูดอะไรของเธอ...”“เราพูดความจริงน้ำริน มันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์”“...” ธารารินทร์เอาแต่ก้มหน้าเงียบไม่
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมีเพื่อนอีกคนก็ชื่อน้ำด้วย เขาเลยเรียกเธอว่าน้ำริน โดยการเอาชื่อเล่นและชื่อจริงของเธอมาเรียกรวมกัน เพื่อที่จะได้จำง่ายและสะดวกแบบนี้ด้วย“ขอโทษนะแทน คือเราได้ยินมาว่างานแบบนี้เงินดีเราแค่อยากได้เงิน...” ธารารินทร์เชิดหน้าขึ้น เอ่ยบอกเพื่อนออกไปตามตรง พร้อมกับบอกจุดประสงค์ที่เธอต้องการเข้ามาทำงานที่นี่“แต่ที่นี่มัน...”“ขอร้องนะแทน เราต้องการงานต้องการเงินจริง” เธอเอ่ยร้องขอความเห็นใจจากเพื่อนอีกครั้ง เมื่อเห็นความลำบากใจของเพื่อนเธอ“ไปเป็นแม่บ้านที่บ้านของเราสิน้ำริน เรารู้ว่าเธอเป็นคนขยัน ไม่เลือกงานอยู่แล้ว แต่ที่นี่เราว่ามันไม่เหมาะกับคนแบบเธอเลย...” ปัณณธรยื่นข้อเสนอขึ้นมาให้เธอ เพราะรู้ดีว่าธารารินทร์เองก็ไม่ได้เต็มใจที่ทำงานแบบนี้เลย หากไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน“ขอโอกาสให้เราลองดูก่อนเถอะ
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







