LOGINเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ
“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง
“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใย
เธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป
“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา
“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก
“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา
“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
เป็นปุณยวีร์ที่เปิดประตูเดินพรวดเข้ามาโดยที่น้องชายอย่างปัณณธรก็ห้ามเอาไว้ไม่อยู่ เพราะเธอเป็นคนดื้อรั้นอยู่แล้ว หญิงสาวที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กใครก็ไม่สามารถหยุดความดื้อรั้นของเธอไว้ได้
“ทิพย์ แทน พ่อ แม่” ปุณณธีร์หันไปตามเสียงก็เห็นว่าครอบครัวของเขานั้นเอง พวกเขามาอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว และต่างก็จ้องมองมาที่เขาและธารารินทร์ด้วยสายตาที่ต้องการคำอธิบาย
“น้ำริน เธอเป็นไงบ้าง” เป็นปัณณธรเองที่เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อนใคร เพราะคนที่นั่งหน้าเศร้าอยู่บนเตียงนั้นคือเพื่อนของเขานั้นเอง
“แกหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ น้ำเป็นเมียพี่ พี่ดูแลเมียพี่เองได้” ปุณณธีร์ตวาดเสียงใส่น้องชายทันที ที่ปัณณธรกำลังก้าวขาเข้ามาหา
“หึ เมียเต็มปากเต็มคำเชียวนะพี่ธาม พี่ไปแต่งงานกับเพื่อนผมตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ ถึงกล้าเรียกน้ำรินว่าเมีย” ปัณณธรพูดขึ้นมาทันที เพราะนึกหมั่นไส้พี่ชายตัวเอง ที่มอบงานในสถานบันเทิงให้เขาดูแลในช่วงนี้ ที่แท้พี่ชายก็ติดเพื่อนเขานี้เอง
“ไอ้แทน!” ปุณณธีร์ขึ้นเสียงดุน้องชาย
“นี่คุณ” ธารารินทร์เองก็ขึ้นเสียงคนข้าง ๆ อย่างไม่ค่อยพอใจเขาเช่นกัน
“ตาธามหยุด ตอนนี้แม่จะยังไม่เค้นถามอะไรแกทั้งนั้น แล้วตอนนี้หนูน้ำเป็นยังไงบ้างลูก” ปราณีได้แต่ห้ามศึกของลูกชายทั้งสองเอาไว้ แล้วหันไปถามไถทางธารารินทร์แทน
ธารารินทร์เมื่อเห็นว่าบิดามารดาของเขามองมาที่เธอ เธอก็รีบยกมือขึ้นไหว้อย่างอ่อนน้อม และก็ก้มหน้างุดอย่างไม่กล้าสู้หน้า
ปุณณธีร์ที่เห็นท่าทีประหม่าของเธอ เขาจึงเอื้อมมือของเขามากุมที่มือของเธอ และสอดประสานกันเอาไว้ ก่อนที่จะหันไปเอ่ยตอบคนเป็นแม่แทนเธอ
“หมอบอกไม่เป็นอะไรมากครับแม่ แค่อยากให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อความแน่ใจอีกที”
“ร้ายแรงเหรอ ถึงขั้นต้องให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล” ธนาผู้เป็นแทรกขึ้นมาทันที ที่ได้ยินได้ในสิ่งที่ลูกชายบอก
“ไม่เป็นอะไรครับพ่อ แต่อาจจะเป็นข่าวดีเสียมากกว่า” เขาตอบผู้เป็นพ่อ พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าผุดขึ้นอัตโนมัติเมื่อหันมามองหน้าของธารารินทร์
“ข่าวดีอะไรกันพี่ธาม งานแต่งพี่ทิพย์ก็ล่มเละไม่เป็นท่าขายขี้หน้าแบบนี้ เพื่อนแทนก็มาเป็นลมในงานไปอีกคน เป็นแบบนี้แล้วพี่ยังจะมาบอกว่าเป็นข่าวดีอยู่อีกเหรอพี่ธาม” ปัณณธรโวยวายใส่พี่ชายทันที เพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่พี่ชายพูดเลยสักนิด
“งานแต่งของพี่สาวแกล่ม แกไม่ดีใจหรือไงที่ไอ้คนเลว ๆ แบบนั้น มันออกไปจากชีวิตพี่สาวแก” ปุณณธีร์ตอกกลับทันที และนึกโมโหขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วุ่นวายก่อนหน้า
“งานวันนี้เป็นงานของ...” ธารารินทร์จึงแทรกขึ้นมาบ้าง เมื่อเริ่มจับต้นชนปลายได้
“ของน้ำทิพย์ลูกสาวแม่เองจ้ะ” ปราณีเป็นฝ่ายบอกแทน
“แล้ว???”
“นี้อย่าบอกน่ะ ว่าที่โกรธแล้วหนีหายเงียบไปแบบนี้ เพราะน้ำงอนพี่คิดว่าเป็นพี่มาตลอดสินะ”
เมื่อเห็นว่าคนข้าง ๆ ยังไม่รู้เรื่องอะไร ปุณณธีร์จึงเป็นคนบอกความจริงทั้งหมด และก็แซวธารารินทร์ออกมา เพราะมั่นใจแล้วว่าที่เธอหนีเขาไปแบบนี้เพราะสาเหตุใด
“ก็...”
“หึงพี่แล้วสินะเด็กน้อย” เขาพูดพร้อมวางมือลงที่ศีรษะของเธอ และโยกเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู
“ใครหึง ฉันไม่มีสะ...”
“มีครับ ที่รักมีสิทธิ์ในตัวพี่ทุกอย่างเลยนะ เพราะที่รักเป็นเมียของพี่ไง” เขาพูดดักเธอเอาไว้ทันที เพราะรู้ดีว่าเธอจะพูดอะไร
“เมียอะไรกัน คุณอย่ามาพูดอะไรมั่ว ๆ นะ เราแค่...” เธอรีบปฏิเสธทันควัน
“อ้าว...ก็น้ำเซ็นเอกสานยินยอมเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของพี่ไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้รอแค่จัดการเรื่องเอกสารแล้วเราก็ไปจดทะเบียนสมรสกัน เข้าใจยังครับคุณแม่” เขาจึงเอ่ยบอกเธอกับสิ่งที่เขาทำกับเธอเอาไว้ในตอนนั้น
“คุณแม่อะไร แล้วจดทะเบียนสมรสอะไร ฉันไปยินยอมตั้งแต่เมื่อไหร่อย่ามาพูดมั่ว ๆ นะ คิดเองเออเองนะ” เธอยังคงไม่เข้าใจในสิ่งเขาพูด เพราะเธอมั่นใจว่าเธอไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ
“พี่ไม่ได้โมเมไปเองนะ น้ำจำไม่ได้เหรอว่าน้ำจรดปลายปากกาลงตั้งแต่ที่เรามาอยู่ด้วยกัน แล้วเมื่อกี้หมอก็บอกพี่ว่า น้ำกำลังท้องหมออยากให้เราไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกทีเพื่อความแน่ใจ และความปลอดภัยของน้ำกับลูก” ปุณณธีร์อธิบายบอกอีกที
“อะไรนะ ท้องเหรอ?” ทุกคนต่างก็ต้องอุทานออกมาพร้อมเพียงกัน
“ครับ ที่รักไม่ดีใจเหรอ ที่เรากำลังจะลูก เรากำลังจะเป็นพ่อแม่คนแล้วนะ” เสียงนุ่มเอ่ยบอกกับเธอ
“...” ธารารินทร์นิ่งเงียบเพราะเธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกมาดี ก่อนที่น้ำตาจะไหลรินออกมาเสียดื้อ ๆ แบบไม่รู้สาเหตุ
“น้ำร้องไห้ทำไมครับ” เขาตกใจรีบถามพร้อมกับสำรวจดูที่ตัวของเธอทันที เพราะกลัวว่าเธอจะเจ็บปวดตรงไหน
“...” ธารารินทร์ส่ายหน้าแทนคำตอบ
“เอาล่ะตาธาม ค่อยกลับไปเคลียร์กันที่บ้าน ส่วนตอนนี้ก็พักผ่อนอยู่กันที่นี่ไปก่อน รอให้นักข่าวกลับไปก่อนเราค่อยแยกย้ายกันกลับบ้าน” ปราณีจึงพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าทั้งสองเริ่มเคลียร์กันเข้าใจแล้ว
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง“ทิพย์ขอยืมเสื้อผ้าของเมียพี่หน่อยสิพี่ธาม” ปุณยวีร์พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากเรื่องของพี่ชายทุกจบลงด้วยดีแล้ว“แกจะเอาไปทำไมทิพย์ แล้วนี้แกคิดจะทำอะไรอีก” ปุณณธีร์เค้นถามทันที เมื่อน้องสาวเอ่ยขอเสื้อผ้าของธารารินทร์“ทิพย์จะเปลี่ยนเอาชุดไอ้เฮงซวยนี้ออกพี่ธาม ทิพย์ไม่อยากใส่มันแล้ว แล้วชาตินี้ทิพย์ก็จะไม่มีวันใส่มันอีกเด็ดขาด” ปุณยวีร์เอ่ยขึ้นพร้อมกับขย้ำไปที่ชุดเจ้าสาวของเธอที่สวมอยู่ในตอนนี้“แล้วเสื้อผ้าของแกละ ทำไมไม่ใส่ของตัวเอง” ปุณณธีร์ยังคงถามหาเหตุผล เพราะรู้ดีว่าน้องสาวมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่“ไม่เอา เดี๋ยวนักข่าวจำทิพย์ได้” ปุณยวีร์ตอบพี่ชายออกไปตามตรง เพราะเธออยากออกไปจากตรงนี้เต็มทนแล้ว“ใครบอกแกอยากเป็นคนดัง ว่าแต่แกจะใส่ได้เหรอเสื้อผ้าน้ำมีแต่เรียบร้อย”“เถอะน่า เดี๋ยวทิพย์ซื้อตัวใหม่คืนให้น้องนะ”“ไม่ต้องเลย โน้น...” ถึงจะดุจะเอ็ดน้องสาวไปอย่างนั้น แต่ปุณณธีร์ก็ยอมให้การช่วยเหลือน้องสาวของเขาอยู่ดี“ขอบคุณนะคะพี่ชายสุดที่รักของทิพย์ ขออนุญาตน้อง เอ่อ...พี่สะใภ้คนสวยด้วยนะคะ” ปุณยวีร์เอ่ยขอบคุณพี่ชาย และไม่ลืมที่จะหันมาเอ่ยขอบคุณธารารินทร์ด้วยทุกคนจึงเดินอ
มีสิทธิ์ทุกอย่างเปลือกตาของหญิงสาวที่นอนบนเตียงค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วกระพริบถี่ ๆ พบเพียงแค่เพดานสีขาว และเสียงบทสนทนาของใครบางคนที่เธอจำได้ขึ้นใจ“น้ำ ตื่นแล้วหรือครับ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนะ รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มนุ่มถามขึ้นรัว ๆ ขณะที่ช่วยประคองเธอลุกขึ้นนั่ง“คุณ” เธอรีบสลัดแขนออกจากเขา และพยายามจะขยับตัวออกห่างจากเขา แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย เพราะเขาเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร“ครับพี่เอง น้ำเป็นยังไงบ้าง” เสียงนุ่มเอ่ยถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง และยกมือขึ้นลูบที่แก้มของเธอเบา ๆ ด้วยความห่วงใยเธอก้มลงมองสำรวจที่เสื้อผ้าของตัวเองในตอนนี้กลับพบว่า มันไม่ใช่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เธอจะหมดสติไป“ปล่อยฉันค่ะ คุณไม่...” เธอพยายามขยับตัวออกห่างจากเขา“...” ปุณณธีร์ไม่พูดอะไรอีก เขาจึงดึงเธอเข้ามาสวมกอดเธอทันที ก่อนที่เธอจะได้โวยวายหรือต่อว่าเขาออกมาเสียก่อน แค่เธอเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและเรียกเขาแบบนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนัก“นี่คุณ! ปล่อยฉันนะ งานของตัวเองแท้ ๆ ยังจะมาทำ...” ธารารินทร์พยายามดีดดิ้นและเริ่มโวยวายขึ้นมาอย่างไม่พอใจเขา“พี่ธาม แทนแกปล่อยพี่...”
น้ำเป็นแฟนพี่หนึ่งสัปดาห์ต่อมาวันเวลาเดินทางมาถึงกำหนดการวันที่ตระกูลพัชรเหมรัตน์มีงานมงคลสักที ธารารินทร์เธอมาในงานนี้ด้วย แต่มาในฐานะของพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่ในฐานะแขกในงาน“น้ำไหวไหมเนี่ย ทำไมหน้าซีดจัง” กรรณิการ์ถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความห่วงใย เมื่อแต่งตัวเสร็จพร้อมเริ่มงานแล้ว แต่ใบหน้าของธารารินทร์กลับไม่ค่อยสู้ดีนัก“ไหวสิ แค่นี้สบายมากกิ่งไม่ต้องห่วงนะ”ธารารินทร์ตัดสินใจรับงานนี้ เพราะอยากมาให้เห็นด้วยตาของตัวเอง เธอจะได้ยอมรับความจริงและตัดใจจากเขาตั้งแต่ตอนนี้เลย“งั้นก็ไปกันเถอะ”ทั้งคู่จึงต้องเดินออกไป และต่างก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายของแต่ละคน วันนี้มีแต่บุคคลมีชื่อเสียงนักธุรกิจมากหน้าหลายตากันทั้งนั้น**อีกด้าน“ว้าว วันนี้พี่สาวของแทนสวยมากเลย สวยที่สุดเลยครับพี่ทิพย์” ปัณณธรเอ่ยชมพี่สาวของเขาทันที ที่เปิดประตูเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวของพี่สาว“แต่ติดที่ดื้อ หัวรั้นไปหน่อย” ปุณณ์ธีร์เอ่ยเสริมเชิงเหน็บแนมใส่น้องสาวของเขา“นี่พี่ธาม” ปุณยวีร์ พัชรเหมรัตน์ หรือ น้ำทิพย์ หญิงสาววัย 25 ปี เธอเป็นบุตรคนกลางของตระกูลพัชรเหมรัตน์และเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวขอ
งานมงคล"น้ำ”“ว่าไงกิ่ง”ธารารินทร์ที่กำลังจะก้าวขาเดินกลับไปที่ห้องนอนเธอกลับต้องหยุดชะงัก แล้วหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเธอ“เราเห็นว่าน้ำอยากหาหางานพิเศษทำเพิ่ม เราเลยเอาข่าวดีมาบอกเผื่อน้ำจะสนใจ”กรรณิการ์ หรือ กิ่ง เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่มหาวิทยาลัยและเข้าไปฝึกงานในบริษัทของปุณณธีร์พร้อมกันกับเธอ หญิงสาวเป็นคนที่ธารารินทร์ขอมาอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้กรรณิการ์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่สนิทและรู้เรื่องราวปัญหาชีวิตทั้งหมดของเธออีกด้วย มีแค่เรื่องเดียวที่ไม่รู้ในตอนนี้คือ ความสัมพันธ์ของธารารินทร์กับปุณณธีร์ เพราะเธอไม่เคยบอกเพื่อนเลย“งานอะไรเหรอกิ่ง” ธารารินทร์เอ่ยถามเพื่อนขึ้นมาด้วยความสนใจทันที เพราะเธอไม่ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัทหลายวันแล้ว และเธอเองก็ไม่เคยใช้เงินของปุณณธีร์ด้วย ถึงแม้เขาจะหยิบยื่นมาให้มากมายเท่าไหร่ก็ตาม“เป็นงานมงคลของครอบครัวพัชรเหมรัตน์” กรรณิการ์ตอบออกไปตามที่เธอได้ทราบจากพี่ในแผนกบอกมาอีกที“พัชรเหมรัตน์งั้นเหรอ?” ธารารินทร์ครุ่นคิดอยู่ในใจเมื่อเพื่อนพูดคำนี้ออกมา เพราะเธอรู้ดีว่าเป็นงานของคนในตระกูลของปุณณธีร์แน่นอน“อืม...หรือว่าจะเป็นงานขอ
รอฉันก่อนนะหนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่ธารารินทร์มีปัญหาไม่เข้าใจกันกับปุณณธีร์ในวันนั้น เธอก็ไม่เข้าไปฝึกงานที่บริษัทของเขาอีกเลย แถมเธอยังออกไปพักกับเพื่อนข้างนอก ไม่ยอมกลับมานอนที่คอนโดของเขาอีกต่างหากส่วนปุณณธีร์เองเขาก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเธอเลย เพราะเขาคิดว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ และเขาคิดเพียงแค่ว่าเธอไปแค่ตัวเปล่า ยังไงเธอก็ต้องกลับมาคอนโดอยู่วันยังค่ำ“คุณธามครับ” ศราวินเอ่ยขึ้นทันที ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเจ้านาย แล้วเห็นเขานั่งทำงานอย่างสบายใจโดยที่ไม่ได้เอดเนื้อร้อนใจอะไรเลย“มีอะไร” เสียงเข้มถามออกไปโดยที่ไม่หันไปมองหน้าของลูกน้องคนสนิทเลยปุณณธีร์เอาแต่สนใจเอกสารตรงหน้า เขาตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนไม่แทบไม่มีเวลาว่างเลยเพราะไม่อยากนึกถึงใครบ้างคน“นี่น้องน้ำไม่เข้าบริษัทมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ” ศราวินตัดสินใจพูดขึ้นมา เมื่อเห็นอาการเฉยชาของเจ้านายหนุ่ม และทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยมารองรับอารมณ์ของเขา“แล้วยังไง?”เขาวางปากกาตรงหน้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองสบตากับศราวิน ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คนฟังก็ต้องหงุดหงิดเช่นกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้“น้องใกล้จะเรียนจบแล้วน
ตามหาหัวใจมั้งเพราะตั้งแต่เมื่อเช้าเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเธอ แถมยังไม่ได้พูดคุยกันอีก เพราะว่าวันนี้เขาติดประชุมทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาออกไปไหนเลย พอการประชุมจบลงก็เป็นเวลาเลิกงานของพนักงานแล้วเขากลับไปยังที่พักซึ่งเป็นคอนโดของเขา เขาก็พยายามติดต่อหาเธอแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย เพราะเธอปิดเครื่องแล้ว เขารออยู่จนถึงดึกเธอก็ยังไม่กลับมาสักที เขาจึงออกมาที่นี่เพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี“แล้วได้แอ้มน้องเขายัง” ทัพพ์ภูวิศถามเข้าประเด็นทันที“กูเอากันมาเกือบจะสองปีได้แล้วมั้ง” เขาพูดบอกอย่างภาคภูมิใจ เมื่อเพื่อนถามคำถามนี้ออกมา เรื่องแบบนี้มีเหรอที่คนแบบเขาจะปล่อยไว้นานเกินข้ามวัน“ห๊ะ!!! มึงอย่าบอกน่ะว่าเป็นน้องคนนี้คนเดียวมาตลอดเลย?” ทัพพ์ภูวิศอุทานออกมาอย่างเสียงดัง เพราะตกใจในคำตอบของเขา“อืม...” เขาได้แต่พยักหน้ายอมรับความจริง เพราะเล่าบอกขนาดนี้แล้วคงไม่มีอะไรที่่จะต้องปิดบังกันอีก ในเมื่อเพื่อนถามเขาก็แค่ตอบ“โห่ ไอ้เวร! แอบกินเงียบ ๆ อยู่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมไม่แต่งงานมีลูกไปเลยว่ะ” ทัพพ์ภูวิศไม่รู้จะสันหาคำไหนมาพูด จึงได้แต่เอ่ยแซวด้วยคำพูดที่ฟังดูประชดประชัน“ก็ยังเรียนไม่จบ”“หม
หลับตาทำไม NC“อย่ามาเรียกร้องอะไรทีหลังก็แล้วกัน” เขาจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับเอ่ยบอกกับเธอทันทีที่ถอนริมฝีปากออกจากการปากอวบอิ่มที่ตอนนี้บวมเจ๋อ“ค่ะ คุณถ่ายวิดีโอไว้เป็นหลักฐานก็ได้ ว่าตอนนี้น้ำพะ...” เธอพยักหน้าให้เขาและกำลังจะเอ่ยรับปากเขาออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบคนเหนือร่างก้มลงมาจูบประกบ
ให้น้องทำงานแทนธารารินทร์ยังคงรู้สึกประหม่า และไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคน เมื่อนึกถึงน้ำเสียงของชายหนุ่มเมื่อสักครู่“น้ำริน เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” ปัณณธรถามหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าทันที เมื่ออยู่ภายในห้องกันเพียงแค่สองคนสาเหตุที่เขาเรียกเธอว่าน้ำรินนั้น ก็เพราะมี
เริ่มงานใหม่หญิงผู้จัดการเองก็ลำบากใจ แต่เมื่อเห็นแก่ความกตัญญูและความดีความสามารถที่ปุยฝ้ายทำเงินให้ก็อดที่จะสงสารเห็นใจหญิงสาวไม่ได้“ก็ได้ ๆ แต่จะให้ขึ้นไปบริการคุณแทนไทก็แล้วกัน...”สองสาวหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันอย่างดีใจที่ได้ยินคำนี้ แต่ปุยฝ้ายกลับนึกแปลกใจ ที่ได้ยินว่าผู้จัดการจะให้ธารา
ทำงานที่ใหม่“น้ำจะไปทำงานในสถานที่แบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” เสียงทุ้มเรียบเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าซึ่งมีสถานะเป็นแฟนสาวของตนในตอนนี้ เมื่อเธอมาบอกเขาว่าเธอได้งานทำที่ใหม่แล้ว เอกมนัส หรือ เอก ชายหนุ่มนักศึกษาวัย 20 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ปีที่สอง เขาเป็นชายหนุ่มต่างจังหวัด และเป็นแฟนของหญิงสาวตรงหน้าที่คบ







